Saturday, 13 June 2026
Hard News Team

นายกฯ อิ๊งค์ เตรียมบินไป!! ‘ฮานอย’ ประชุมร่วม ‘ไทย – เวียดนาม’ แถลงการณ์ร่วม ยกระดับ!! ความสัมพันธ์สู่หุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์

(11 พ.ค. 68) นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มีกำหนดเดินทางเยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ที่กรุงฮานอยอย่างเป็นทางการ ครั้งแรกในวันพุธและพฤหัสบดี ที่ 15–16 พฤษภาคม 2568 เพื่อยกระดับความสัมพันธ์ไทย–เวียดนามสู่ระดับ “หุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์แบบรอบด้าน” (Comprehensive Strategic Partnership) ซึ่งเป็นระดับความสัมพันธ์สูงสุดที่เวียดนามมีต่อประเทศคู่เจรจา โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีจะร่วมการประชุม(JCR) ไทย–เวียดนาม ครั้งที่ 4 กับนายฝ่าม มิงห์ จิ๋งห์ (H.E. Mr. Pham Minh Chinh) นายกรัฐมนตรีเวียดนาม และ คณะเพื่อตอกย้ำบทบาทสำคัญของไทยในภูมิภาคและความไว้วางใจเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างสองประเทศ
ในการเยือนครั้งนี้ ไทย–เวียดนามจะลงนามเอกสารสำคัญ ประกอบด้วยแถลงการณ์ร่วมว่าด้วยการยกระดับความสัมพันธ์ไทย–เวียดนามสู่หุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์แบบรอบด้าน ซึ่งแสดงเจตนารมณ์ร่วมกันของทั้งสองประเทศในการเพิ่มพูนความร่วมมือใน 3 เสาหลัก คือ 
1.การเป็นหุ้นส่วนเพื่อสันติภาพที่ยั่งยืน 
1.1 ด้านการเมือง การป้องกันประเทศ และความมั่นคง อาทิ อาชญากรรมข้ามชาติ และยาเสพติด 
1.2 ความร่วมมือในระดับภูมิภาคและนานาชาติ เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือในเรื่องสันติภาพ ความมั่นคงระหว่างประเทศ รวมถึงการตอบสนองต่อความท้าทายของโลก

2.การเป็นหุ้นส่วนเพื่อการเจริญเติบโตอย่างยั่งยืน 
2.1 ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ ผ่านการส่งเสริมความเชื่อมโยงด้านเศรษฐกิจ เพิ่มพูนความร่วมมือด้านแรงงาน การจ้างงาน และสวัสดิการสังคม 
2.2 การเชื่อมโยงเศรษฐกิจฐานราก SMEs การเติบโตสีเขียว โดยส่งเสริมความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน การผลิตและห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน รวมถึงสนับสนุนการเข้าถึงตลาดของผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นซึ่งกันและกัน และส่งเสริมความเชื่อมโยงเศรษฐกิจสีเขียว เศรษฐกิจดิจิทัล และการเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัล 

3.การเป็นหุ้นส่วนเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน 
3.1 ความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ผ่านการเชื่อมโยงสตาร์ทอัพ การทำธุรกรรมข้ามพรมแดน รวมถึงแลกเปลี่ยนความรู้ด้าน AI ดิจิทัล และความมั่นคงทางไซเบอร์ 
3.2 ส่งเสริมความเข้าใจและความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดระหว่างประชาชน ผ่านการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม การศึกษา การท่องเที่ยว และการเปิดเที่ยวบินตรงระหว่างจังหวัดของทั้งสองประเทศ

นอกจากนี้ ยังมีบันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงพาณิชย์ของไทย กับกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าเวียดนาม ว่าด้วยความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและการค้า (ฉบับปรับปรุง) เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้า อำนวยความสะดวกทางการค้า การขจัดอุปสรรคที่มิใช่ภาษี การเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน ตลอดจนส่งเสริมการค้าสินค้าเกษตรและอาหาร การค้าชายแดน และการลงทุนร่วมระหว่างภาคเอกชนของทั้งสองประเทศความตกลงฉบับนี้จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนเป้าหมายการเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างกันให้ถึง 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างยั่งยืนและสมดุล

สำหรับบันทึกความเข้าใจฉบับปรับปรุงยังครอบคลุมความร่วมมือด้านดิจิทัลและเทคโนโลยี การพัฒนาผู้ประกอบการ SMEs และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านเศรษฐกิจสีเขียว พร้อมส่งเสริมการประชุมคณะกรรมการร่วมทางการค้า (Joint Committee on Trade: JTC) และจัดตั้งคณะทำงานร่วมในระดับเจ้าหน้าที่ เพื่อผลักดันโครงการความร่วมมือเชิงรูปธรรม และการแลกเปลี่ยนข้อมูลและข้อกังวลทางการค้าอย่างสม่ำเสมอ

ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจและการเมืองโลก ขณะนี้ไทยและเวียดนามมีเป้าหมายที่จะกระชับความสัมพันธ์ มุ่งสู่ความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้าน เพื่อบรรลุเป้าหมายทางเศรษฐกิจและการค้า รวมไปถึงการผนึกกำลังอาเซียน เพื่อร่วมกันเผชิญหน้ากับการค้าโลกที่อาจจะชะลอตัวจากมาตรการภาษีนำเข้าระดับสูงของสหรัฐฯ ด้วย

ด้วยความที่ตัวคุณพีระพันธุ์และสมาชิกพรรคท่านอื่นๆสร้างผลงานที่โดดเด่น จับต้องได้ผลเป็นที่ประจักษ์ชัด สังคมส่วนใหญ่เล็งเห็นประโยชน์นั้นจึงพากันออกมาแก้ต่าง

(11 พ.ค. 68) แต่ด้วยความที่ตัวคุณพีระพันธุ์และสมาชิกพรรคท่านอื่นๆสร้างผลงานที่โดดเด่น จับต้องได้ผลเป็นที่ประจักษ์ชัด สังคมส่วนใหญ่เล็งเห็นประโยชน์นั้นจึงพากันออกมาแก้ต่าง หักล้างวาทกรรมโจมตีให้ร้ายเซาะกร่อนของเหล่าอินฟลูเฉพาะกิจได้อย่างกระจ่างทุกประเด็น …

ความถดถอยด้านผู้สนับสนุนของกลุ่มโจมตีคุณพีระพันธุ์จึงปรากฏขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่กลุ่มผู้สนับสนุน รทสช. ขยายวงกว้างขึ้น มีคนรู้จักพีระพันธุ์มากขึ้น ภาคประชาชนมีความกล้าที่จะแสดงตัวเปิดหน้าออกมาปกป้องพีระพันธุ์กันหลากหลายทุกสาขาอาชีพ แม้กลุ่มที่เชียร์พรรคส้มพรรคแดงยังเอ่ยปากชื่นชมผลงานของพีระพันธุ์ ที่ต่างก็ได้รับผลประโยชน์ด้านการลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานกันถ้วนหน้า …

อินฟลูเอนเซอร์ต่างชาติ ลากลำโพงเปิดลั่นกลาง MRT คนในขบวนตะโกนด่า ชาวเน็ตเสียงแตก ดราม่าเกิน หรือ ไร้มารยาท

(11 พ.ค. 68) กลายเป็นประเด็นร้อนภายในสื่อสังคมออนไลน์ หลังจากที่อินฟลูเอนเซอร์ชื่อ shayanparstv ได้อัดคลิปตัวเองลากลำโพงเปิดเพลงภายในขบวนรถไฟ MRT ขณะที่แล่นไปสถานีคลองเตย

ซึ่งในขณะที่อินฟลูรายดังกล่าวกำลังเปิดเพลง ก็ถูกคนไทยตะโกนบอก “เห้ย” ทำเอาอินฟลูเอนเซอร์คนดังกล่าวหยุด ซึ่งทางอินฟลูเอนเซอร์คนดังกล่าวพร้อมอัพโหลดคลิปดังกล่าวพร้อมเขียนข้อความระบุว่า “เขาตะโกนเหมือนผมทำชีวิตเขาพังแบบนั้น” คลิปดังกล่าวกลายเป็นกระแสในสื่อสังคมออนไลน์เป็นอย่างมาก

โดยมีชาวเน็ตไทยบางส่วนบอกว่าคนไทยดราม่าเยอะ อย่างไรก็ตามทางชาวเน็ตอีกส่วนก็โต้ว่าเสียมารยาท และชื่นชมคนที่กล้าตะโกน

ทั้งนี้จากการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่าอินฟลูเอนเซอร์คนดังกล่าวยังอัดคลิปพฤติกรรมดังกล่าวภายใน MRT อีกรอบ และภายในสถานีรถไฟสยามของ BTS ด้วย

ความเชื่อของแต่ละคนแตกต่าง เคารพในความต่าง แต่อย่าถึงขั้น!! เป็นช่องทางให้ มาหลอกเราได้

(11 พ.ค. 68) สังคมไทย มีความเชื่อที่ผสมจนงง มีทั้งการแก้กรรมกับหมอดู ทำบุญด้วยการให้โดยไม่สนว่าผู้รับอาจจะไม่ได้อยากรับ วัดที่มีรูปบูชาสายพราหมณ์-ฮินดู และเสริมดวงด้วยสารพัดมู

แล้วเมื่อไหร่กันที่คนไทยจะพยายาม เรียนรู้ พัฒนาตัวเอง และขยันทำมาหากิน เพื่อให้ได้มา

แล้วเมื่อไหร่กันที่สังคมไทยจะให้ค่า กับความพยายาม การเรียนรู้ด้วยตนเอง การพัฒนาทักษะใหม่ๆ และการทุ่มเททำมาหากินโดยสุจริต

ถ้าแก้กรรม แล้วไม่ต้องใช้กรรมที่ก่อไว้ แถมจะทำพิธียังไง กับใครก็ได้ แม้แต่หมอดู งั้นคนเราจะกลัวบาป รักษาบุญ ตอบแทนคุณ และยอมรับโทษในสิ่งที่ตนได้ทำผิดไป ทำไมคะ 

ถ้าให้โดยที่ผู้รับไม่อยากได้ ไม่ได้เรียกว่าให้ค่ะ นั่นเรียกว่าทิ้ง

ถ้าวัดที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นแหล่งรวมแห่งธรรมในศาสนาพุทธ ความเชื่อที่เกินกว่าหลักของเหตุและผล เป็นสิ่งที่อาจไม่ตรงไม่กับหลักปรัชญาทางศาสนาพุทธ แต่ถ้าจะทำสถานที่ให้เป็นแหล่งรวมสิ่งที่เชื่อว่าศักดิ์สิทธิ์ ไม่สนความต่างด้านความเชื่อ จะศาสนาใด ลัทธิใด ก็ได้ เปลี่ยนวัดเป็นสถานที่รวมรูปบูชาไปเลยก็ดีค่ะ จะได้ไม่ผิดวัตถุประสงค์ของพุทธสถาน

แต่ถ้าวัดเป็นแค่คำเรียกสถานที่แห่งหนึ่ง จะรวมกี่ศาสนาเข้าไว้ด้วยกันก็คงไม่ผิดค่ะ

ถ้าสารพัดสิ่ง/เครื่องประดับสายมูทั้งหลาย มีพลังดลบันดาลให้เกิดได้ดังหวังจริง นั่งเฉยๆ คุณต้องได้สิ่งที่คุณหวังมาค่ะ แต่ถ้าคุณยังต้องลงมือทำงาน ออกไปหางาน หาเงิน มาใช้ ... คุณลองทำความดีด้วยการช่วยเหลือคนอื่น รู้บุญคุณคน ไม่ดูถูกคนอื่น ตั้งใจทำในสิ่งที่คุณทำอย่างดีที่สุด และอดทนกับอุปสรรค/ศัตรู/มารผจญทั้งหลาย แล้วถอดเครื่องประดับนั้นใส่กล่องวางในลื้นชักหรือตู้ลงกลอนไปค่ะ ... ผลที่คุณได้รับอาจจะไม่ต่างกัน

ที่เขียนมาทั้งหมดนี้ไม่ใช่เป็นคนไม่เชื่อเรื่องกรรม ไม่ดูดวง ไม่ไหว้เทพหรือรูปบูชาที่เราเคารพ หรือไม่ไปวัดนะคะ 
แต่เราเชื่อว่ากรรม ยังไงก็ต้องใช้ การแก้กรรมมีทางเดียว คือ การใช้กรรม และเมื่อต้องรับกรรม ก็ไม่พยาบาทให้เป็นกรรมต่อกันไป ... เมื่อใช้จบ ก็จบกัน ไม่จำเป็นต้องพยายามผูกคนที่หมดกรรมกับเราแล้ว เพราะวันนึงก็ต่างคนต่างไปอยู่ดี

เราดูดวงให้ตัวเอง ไม่ใช่เพื่อให้ดวงดี และเคยให้หมอดูดูดวงให้ เพราะความอยากรู้ว่าเค้าจะรู้เหมือนที่เรารู้มากน้อยแค่ไหน และอยากตัดสินใจบางอย่างโดยไม่ bias เพราะถ้าดูดวงตัวเอง มันก็อาจจะแปลเข้าข้างตัวเอง 

จากประสบการณ์ ก็ต้องบอกว่าซินแสเอย หมอดูด้วยญาณหลับตาเห็นอดีต/อนาคต หมอดูตอกไข่ หมอดูไพ่ หมอดูร่างทรง หมอดูลัคนา ดูมาหมดแล้วค่ะ หลายคนที่เราเคยเลือกใช้บริการ สิ่งที่บอกมาก็มีความตรงอยู่ ... แต่บางคนจบด้วยชวนทำพิธีแก้กรรมบ้าง ผ่อนหนักเป็นเบาบ้าง ทันทีที่เดินจากตรงนั้น เดินสวดสัพเพสัตตา จบๆ กันไปตรงนั้นเลย

เรื่องเข้าวัด ไหว้เทพเจ้าจีน ไหวัพระพรหม ไหว้ศาลหลักเมือง ไหว้หมดค่ะ ไหว้เพราะความระลึกถึงคุณพระพุทธ/พระธรรม ไหว้เพราะความดีที่ท่านเคยทำ ไหว้เพราะคุณที่ปกป้องคุ้มครองแผ่นดินที่อาศัยให้ปลอดภัย ไม่ได้ตั้งใจไปเพื่อบนบาน แต่ไม่ถึงกับต้องไปให้ได้ เพื่อไปไหว้ ถ้ามีโอกาสได้ไป ก็กราบไหว้ตามประเพณี 

.... น่าจะมีครั้งเดียว ที่พยายามไปไหว้ถึงสถานที่ ไม่ว่าจะดึกดื่นขนาดไหน นั่นคือ ตอนจะเอนทรานซ์ เพราะเลือกมหาวิทยาลัยเดียว 4 คณะที่ไม่เหมือนกันเลย และที่ขาดไม่ใช่ความรู้ ไม่ใช่ความพยายาม แต่คือที่พึ่งทางจิตใจ 

ความเชื่อของแต่ละคนแตกต่าง เคารพในความต่างค่ะ แต่อย่าถึงขนาดให้มันเป็นช่องทางให้อุบายต่างๆ มาหลอกเอาสติปัญญาของเราไป

... ชีวิตคนเรามันสั้น จงใช้เวลามหัศจรรย์ที่เรามีอยู่ โดยไม่สร้างทุกข์จนเกินไปให้กับตน

‘ยอดชาย พึ่งพร’ สส.ชลบุรี ปชน.อ้าง!! มีคนติดต่อซื้อตัว 55 ล้าน หากย้ายพรรค!! จะได้ทั้งเงินเดือนละ 2.5 แสน รถหรูเพิ่ม

(10 พ.ค. 68) นายนิยม เที่ยงธรรม ผู้สมัครนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองหนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เป็นผู้จัดการปราศัยต่อหน้าประชาชนจำนวนมาก ที่มาร่วมฟังนโยบายการบริหารงานถ้าได้มีโอกาสเข้าไปทำหน้าที่ ณ ไร่วนาสินธุ์ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

ในงานนี้ ได้มีนายยอดชาย พึ่งพร สส.พรรคประชาชน เขต 9 (พัทยา-หนองปรือ) จ.ชลบุรี ได้กล่าวหน้าเวทีปราศรัยว่า เมื่อวันที่ 19 เมษายนที่ผ่านมา ได้มีผู้แทนของพรรคการเมืองพรรคหนึ่งมายื่นข้อเสนอให้เงิน 55 ล้านบาท พร้อมเงินเดือนเพิ่มอีกเดือนละ 250,000 บาท รถตู้ยี่ห้อหรูอีก 1 คัน เพื่อให้ย้ายไปอยู่ในสังกัดพรรคตัวเอง ที่ยื่นข้อเสนอให้ แต่ไม่ได้พูดว่าผู้ที่ติดต่อมาจากพรรคไหน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการที่นายยอดชาย พึ่งพร ได้กล่าวต่อหน้าสาธารณชนแบบนี้ ประชาชนต่างตั้งคำถามว่า เป็นการสร้างความสำคัญให้ตัวเองเกินความจริงหรือไม่ อีกทั้ง อาจส่งผลให้ สส.พรรคในพื้นที่ จ.ชลบุรี เกิดความเสียหรือไม่ เพราะ สส.ยอดชาย ไม่บอกว่าเป็นใครที่ติดต่อไปหาตัวเอง ประชาชน และนักการเมืองในพื้นที่ จ.ชลบุรี จึงเรียกร้องขอให้นายยอดชาย พึ่งพร ออกมาแสดงความรับผิดชอบในคำพูดของตัวเอง พร้อมทั้งเปิดเผยตัวตนผู้ที่ติดต่อยื่นข้อเสนอให้ประจักษ์ต่อสังคม จะเชื่อได้ว่านายยอดชาย ไม่ได้สร้างวาทกรรมให้ความสำคัญ และมูลค่าตัวเองเกินความจริง

ส่วนประชาชนที่ร่วมฟังขอเรียกร้องให้นายยอดชาย เปิดเผยเบอร์โทรศัพท์ ชื่อคน และชื่อพรรคการเมือง ที่มายื่นเสนอให้ เพื่อพี่น้องประชาชนจะได้รู้ถึงความชั่วร้ายของการเมืองที่ใช้เงินซื้อเสียง และซื้อตัว สส. และขอเรียกร้องให้นายยอดชาย แจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่โทรมาติดต่อ พร้อมเปิดเผยพรรคการเมืองที่เสนอให้ เพื่อช่วยให้สังคมการเมืองโปร่งใส ถ้านายยอดชาย กล้าแสดงจุดยืนของตัวเอง ก็ต้องไปแจ้งความเพื่อแสดงความเป็นลูกผู้ชาย เพื่อลบล้างวาทกรรม ที่อาจดูเป็นการสร้างมูลค่าให้ตัวเองมากเกินไป

ธรรมะประจำวันอาทิตย์ที่ 11 พฤษภาคม 2568

คนฉลาดไม่ใช่แค่
ฉลาดพูดเท่านั้น
ต้องรู้จักนิ่งอย่างมีสติให้เป็นด้วย
ต้องรู้ในสิ่งที่ไม่ควรพูด
ให้มากยิ่งกว่าสิ่งที่ควรพูด

ท่านพุทธทาสภิกขุ

รัชกาลที่ ๓ : เจ้าสัวแห่งสยาม ผู้กู้เศรษฐกิจด้วยการค้าเสรี | THE STATES TIMES Story EP.16

ในห้วงเวลาที่สยามเพิ่งตั้งตัวได้ไม่เต็มที่...
ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๓ ทรงปรับเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ด้วยสายพระเนตรอันยาวไกล เปิดการค้าเสรี ยกเลิกผูกขาด สร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และเตรียมสยามให้พร้อมเผชิญการล่าอาณานิคม

พระองค์ทรงได้รับการขนานนามว่า “เจ้าสัว” ด้วยพระปรีชาที่ผลักดันการค้าขายไปสู่ความรุ่งเรืองที่สุดในสมัยต้นรัตนโกสินทร์ มีทั้งสนธิสัญญาเบอร์นี รายได้จากการค้าเสรี และนโยบายที่เปิดโอกาสให้สยามพัฒนาตัวเองโดยไม่ตกเป็นอาณานิคม

เรื่องเล่าอ่านเพลิน ๆ ที่จะทำให้คุณมองเห็น 'หัวใจเศรษฐกิจสยาม' ผ่านสายตาของกษัตริย์นักพัฒนา

‘คิม จองอึน’ ลั่น!! ‘โสมแดง’ ช่วยรัสเซีย รบยูเครน ชอบธรรมแล้ว ชี้!! เป็นการใช้สิทธิอธิปไตยช่วย ‘ประเทศพี่น้อง’ ของเกาหลีเหนือ

(10 พ.ค. 68) นายคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ได้กล่าวว่า การที่เกาหลีเหนือเข้ามามีส่วนร่วมกับกองทัพรัสเซียในการทำสงครามกับยูเครนนั้นเป็นสิ่งที่ชอบธรรมแล้ว เพราะเป็นการใช้สิทธิอธิปไตยในการปกป้อง ‘ประเทศพี่น้อง’ ของเกาหลีเหนือ

ผู้นำคิมได้กล่าวไว้ว่า การที่เกาหลีเหนือมีส่วนร่วมในความขัดแย้งดังกล่าวถือเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว และอยู่ภายใต้สิทธิอธิปไตยของเกาหลีเหนือ ทหารกล้าของเกาหลีเหนือทุกนายที่เข้าร่วมในปฏิบัติการในแคว้นคูร์สก์ของรัสเซียถือเป็นฮีโร่และเป็นตัวแทนสูงสุดของชาติเรา

ผู้นำคิมกล่าวอีกว่า ทางการเกาหลีเหนือไม่ลังเลที่จะใช้กองทัพ หากสหรัฐยังคงมีการยั่วยุทางทหารต่อรัสเซีย ทั้งนี้ เกาหลีเหนือเพิ่งออกมายอมรับในช่วงปลายเดือนเมษายน ว่าได้ส่งทหารมากกว่า 10,000 นาย และอาวุธไปยังรัสเซียเพื่อช่วยเหลือการทำสงครามกับยูเครน ท่ามกลางการกระชับความสัมพันธ์ทางทหารระหว่างเกาหลีเหนือและรัสเซีย ภายใต้สนธิสัญญาความร่วมมือทางยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุมที่ผู้นำคิมและประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ได้ลงนามไปเมื่อปี 2024

‘รัสเซีย’ อาวุธยุทโธปกรณ์หมด พ่ายศึก!! ‘ยูเครน’ คำพยากรณ์ที่ไม่อาจเป็นจริงของ ‘นายพลเสื้อส้ม’

เมื่อวานนี้ (9 พ.ค. 68) สหพันธรัฐรัสเซียได้จัดงานเฉลิมฉลองครบรอบ 80 ปี วันแห่งชัยชนะเหนือนาซีเยอรมนีอย่างยิ่งใหญ่ ในคืนวันที่ 8 พฤษภาคม 1945 (เป็นเวลาหลังเที่ยงคืน จึงเป็นวันที่ 9 พฤษภาคม ตามเวลามอสโก) รัฐบาลโซเวียตได้ประกาศชัยชนะในเช้าวันที่ 9 พฤษภาคม 1945 หลังพิธีลงนามในการตกลงยอมจำนนของนาซีเยอรมนีต่อสหภาพโซเวียตในกรุงเบอร์ลินแล้ว รัฐบาลโซเวียตและรัสเซียในปัจจุบันได้จัดให้มีการจัดการสวนสนามทางทหารอย่างยิ่งใหญ่ ณ จัตุรัสแดงกลางเมืองในกรุงมอสโก เพื่อเป็นการแสดงแสนยานุภาพของกองทัพแดง และรำลึกถึงเหล่าทหารผ่านศึกของกองทัพแดงในสงครามโลกครั้งที่ 2 อีกด้วย ซึ่งทำให้พลเมืองของสหภาพโซเวียตทั้งทหารและพลเรือนเสียชีวิตไปราว 20ล้านคน แม้ว่าสหภาพโซเวียตจะล่มสลายไปแล้วก็ตาม แต่สหพันธรัฐรัสเซียก็ยังคงยึดถือประเพณีปฏิบัติในการเฉลิมฉลองวันแห่งชัยชนะเหนือนาซีเยอรมนีตามเดิมเป็นประจำทุกปีจวบจนทุกวันนี้

นับตั้งแต่เริ่มปฏิบัติการพิเศษทางทหารของกองทัพรัสเซียต่อยูเครน หรือ 'สงครามรัสเซีย-ยูเครน' เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2022 หรือ 3 ปีมากแล้ว บรรดากองเชียร์ยูเครนหรือ 'ติ่งยูเครน' ต่างก็ปรามาสว่ากองทัพรัสเซียจะพบกับความพ่ายแพ้ในเวลาอันไม่ช้าอย่างแน่นอน ทั้งนี้เป็นเพราะกองทัพยูเครนได้รับการสนับสนุนทั้งอาวุธยุทโธปกรณ์ งบประมาณ และกำลังพล (ทหารรับจ้าง) จากชาติสมาชิก NATO ซึ่งนำโดยสหรัฐอเมริกาอย่างเต็มที่การสนับสนุนอาวุธยุทโธปกรณ์จำนวนมหาศาลแก่กองทัพยูเครนทำให้คลังอาวุธยุทโธปกรณ์สำรองของบรรดาประเทศยุโรปแทบหมดเกลี้ยงเลยทีเดียว ในขณะที่ 'ติ่งยูเครน' ทั้งไทยและเทศจำนวนมากต่างโพสต์บนโซเชียลด้วยความมั่นใจว่า “อาวุธยุทโธปกรณ์ของรัสเซียกำลังจะหมดลงในเวลาไม่นาน แล้วในที่สุดกองทัพรัสเซียจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ในสงครามครั้งนี้” หนึ่งในนั้นได้แก่ นายพลเสื้อส้มนายหนึ่งซึ่งได้ให้สัมภาษณ์ในประเด็นนี้มาตลอด 3 ปี จนถึงวันนี้ที่ Volodymyr Zelenskyy ผู้นำยูเครนกำลังถูกประธานาธิบดี Trump กดดันให้เจรจาสงบศึกกับรัสเซียแล้ว

สหพันธรัฐรัสเซียเป็นประเทศที่มีอุตสาหกรรมป้องกันประเทศในระดับ First Tier อันหมายถึงประเทศที่มีอุตสาหกรรมป้องกันประเทศที่สมบูรณ์แบบและครบวงจร สามารถพัฒนาองค์ความรู้ต่อยอดได้ถึงระดับสูงสุดมายาวนานนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 ต่อเนื่องมาจนปัจจุบัน เช่นเดียวกับ สหรัฐอเมริกา จีน และกลุ่มประเทศยุโรปตะวันตก อุตสาหกรรมป้องกันประเทศของสหพันธรัฐรัสเซียเป็นภาคส่วนที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์และเป็นอุตสาหกรรมที่มีการจ้างงานรายใหญ่ของประเทศใน โดยมีพนักงานในอุตสาหกรรมนี้ราว 3.8 ล้านคนทั่วประเทศ และคิดเป็น 20% ของงานการผลิตทั้งหมดในสหพันธรัฐรัสเซีย ซึ่งในปี 2023 มีค่าใช้จ่ายด้านการป้องกันประเทศทั้งหมดสูงถึง 7.5% ของ GDP 

ในปี 2014–18 รัสเซียครอง 21% ของยอดขายอาวุธทั่วโลก โดยตัวเลขดังกล่าวลดลงเหลือ 11% ในปี 2019–23 (ตามสถิติของ SIPRI) ในปี 2023 รัสเซียเป็นผู้ส่งออกอาวุธรายใหญ่เป็นอันดับสามเป็นครั้งแรก รองจากฝรั่งเศส การส่งออกอาวุธของรัสเซียลดลง 53% ระหว่างปี 2014–18 และ 2019–23 จำนวนประเทศที่ซื้ออาวุธหลักจากรัสเซียลดลงจาก 31 ประเทศในปี 2019 ในปี 2023 ลดลงเหลือ 12 ประเทศ ในปี 2019–23 อาวุธยุทโธปกรณ์ส่งออกของรัสเซียราว 68% จากทั้งหมดถูกส่งไปยังประเทศต่าง ๆ ในเอเชียและโอเชียเนีย อินเดียเป็นผู้ซื้อราว 34% และจีนเป็นผู้ซื้อราว 21% 

การคว่ำบาตรระหว่างประเทศหลังจากสงครามรัสเซีย-ยูเครนในปี 2022 ไม่ได้ส่งผลในการต่อต้านการผลิตอาวุธของรัสเซีย การผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์ของรัสเซียเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยการผลิตขีปนาวุธในปัจจุบันมากกว่าระดับก่อนสงคราม ปัจจุบัน รัสเซียผลิตกระสุนมากกว่าประเทศสมาชิก NATO ทั้งหมดรวมกัน ซึ่งคาดว่ามากกว่าชาติตะวันตกถึง 7 เท่า รัสเซียเพิ่มการผลิตรถถังในแต่ละปีมากขึ้นเป็นสองเท่าและผลิตปืนใหญ่และจรวดเพิ่มขึ้นเป็นสามเท่าจากจำนวนก่อนสงคราม ต้นทุนการผลิตของรัสเซียต่ำกว่าของประเทศคู่แข่งอย่างมาก โดยมีต้นทุนในการผลิตกระสุนปืนใหญ่ต่ำกว่ากระสุนปืนใหญ่ของนาโต้ประมาณ 10 เท่า ในปี 2024 รัสเซียผลิตกระสุนปืนใหญ่ได้ประมาณปีละ 3 ล้านนัด ซึ่งมากเป็นเกือบสามเท่าของปริมาณที่ผลิตได้จากสหรัฐอเมริกาและยุโรป ตั้งแต่ปี 2023 อุตสาหกรรมป้องกันประเทศของรัสเซียยังผลิตยานเกราะและโดรนเพิ่มขึ้นเป็นอันมาก ซึ่ง Alexander Mikheev CEO ของ Rosoboronexport รัฐวิสาหกิจส่งออกอาวุธยุทโธปกรณ์เพียงรายเดียวของสหพันธรัฐรัสเซียได้กล่าวว่า “นอกจากรัสเซียจะจำหน่ายอาวุธยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ แล้ว ยังให้การสนับสนุนประเทศคู่ค้าให้มีขีดความสามารถในการพัฒนาอาวุธยุทโธปกรณ์ได้เองอีกด้วย”

การผลิตอาวุธที่ขยายตัวของรัสเซียมีความเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจ โดยมีการอุดหนุนจากรัฐบาลต่อผู้ผลิตอาวุธที่ไม่ทำกำไรอย่างมากเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศตะวันตกที่เป็นทุนนิยมซึ่งมีผู้ผลิตอาวุธที่มุ่งเน้นไปที่การเพิ่มผลกำไรของผู้ถือหุ้นให้สูงสุด วันที่ 23 พฤศจิกายน 2024 Boris Pistorius รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมของเยอรมนี กล่าวว่าขณะนี้รัสเซียได้เปลี่ยนมาใช้ 'เศรษฐกิจสงคราม' อย่างเต็มรูปแบบแล้ว และสามารถผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์และกระสุนได้เท่ากับที่สหภาพยุโรปผลิตได้ในหนึ่งปีภายในเวลาเพียงสามเดือน ในเดือนมกราคม 2025 Mark Rutte เลขาธิการองค์การ NATO ได้ประเมินเช่นเดียวกัน วันที่ 3 เมษายน 2025 พลเอก Christopher Cavoli ผู้บัญชาการกองกำลังสหรัฐฯ ประจำยุโรปและผู้บัญชาการสูงสุดกองกำลังพันธมิตรในยุโรปได้กล่าวต่อคณะกรรมาธิการการทหารของวุฒิสภาสหรัฐฯ ว่า รัสเซียสามารถทดแทนการสูญเสียอุปกรณ์และอาวุธจำนวนมากในสนามรบด้วย 'อัตราที่ไม่เคยมีมาก่อน' อันเนื่องมาจากการขยายขีดความสามารถด้านอุตสาหกรรมและการเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจสงคราม ดังนั้น ความเป็นจริงที่ปรากฏจึงสร้างความผิดหวังให้กับ 'ติ่งยูเครน' เป็นอันมาก รวมทั้งการพยากรณ์ที่ไม่อาจเป็นจริงของนายพลเสื้อส้มที่ว่า “อาวุธยุทโธปกรณ์ของรัสเซียกำลังจะหมด แล้วกองทัพรัสเซียจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ในสงครามครั้งนี้” นั้น จึงไม่มีโอกาสที่จะเป็นไปได้เลย

‘เพื่อไทย’ ลั่น!! ‘กฎหมายกาสิโน’ ไม่ต้องทำ ‘ประชามติ’ ชี้!! สส. คือตัวแทนประชามติแล้ว เพราะมาจากประชาชน

(10 พ.ค. 68) นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์กรณี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้ สส. ลงพื้นที่ทำความเข้าใจประชาชนช่วงปิดสมัยประชุมสภาเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร(เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์)

และวันที่ 13 พ.ค. ประชุม สส.พรรคเพื่อไทยจะนำเรื่องดังกล่าวขึ้นมาพูดคุยหรือไม่ ว่า คงไม่ได้คุยกัน เพราะเรื่องเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์เป็นเรื่องหลัง มีเวลาอีก 2 เดือน เป็นหน้าที่รัฐบาลชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชน ตอนนี้เห็นรัฐมนตรีหลายคนได้ชี้แจงไปแล้ว เชื่อมั่นว่า มีเวลาให้ศึกษาได้ทำความเข้าใจกันก่อน คงไม่ได้มีการพูดกันในช่วงนี้ ช่วงนี้เน้นเรื่องงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2569 ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญ

เมื่อถามว่า ทางออกของความขัดแย้งควรจะมีการทำประชามติหรือไม่ นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า วันนี้พูดถึงการทำประชามติก็ยังไม่เคยเห็นรัฐมนตรีท่านไหนพูดเรื่องประชามติ เวลากฎหมายประชามติเข้าไปก็อยู่อีกหลายเดือน กฎหมายประชามติยังไม่ผ่าน เพราะฉะนั้นหากออกกฎหมายฉบับนี้ต่อไป ถ้ามีคนเรียกร้องว่าต้องทำประชามติทุกครั้ง แล้วเราจะออกกฎหมายได้หรือไม่ ตัว สส.คือตัวแทนประชามติแล้ว เพราะมาจากประชาชน

“ฉะนั้น ต่อไปหากใครเสนอกฎหมายอะไร แล้วมีการเรียกร้องให้ทำประชามติ รอบละ 3,000 ล้านบาทไหวหรือไม่ เดือนนึงถ้าออกกฎหมาย 3 ฉบับ และทำประชามติทั้ง 3 ฉบับมันก็ไปไกลแล้ว เพราะฉะนั้น สส.คือตัวแทน ถ้ารัฐธรรมนูญทำประชามติอันนั้นเห็นด้วย แต่เรื่องอื่นให้อธิบายความกันก่อน เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ชี้แจงกับประชาชนให้เข้าใจเรื่องเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ และเมื่อเข้าใจแล้วเราค่อยมาว่ากัน ซึ่งมีเวลาอีกตั้ง 60 วัน ก็ไม่เร่งด่วนอะไรเป็นหน้าที่รัฐบาลต้องทำไป

แต่วันนี้ สส.พรรคเพื่อไทยลงพื้นที่ก็ไปทำความเข้าใจกับประชาชน ทุกคนก็ต้องช่วยกันทำความเข้าใจว่าสิ่งที่ถูกต้องคืออะไร ไม่ใช่วิ่งไปตามกระแสอย่างเดียว ต้องพูดในข้อเท็จจริงก่อนถึงเวลานั้นจะเป็นอย่างไรค่อยมาว่ากันอีกที วันนี้ต้องเอางบประมาณฯให้ผ่านก่อน เรื่องใหญ่” นายวิสุทธิ์ กล่าวทิ้งท้าย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top