Saturday, 13 June 2026
Hard News Team

ทูตสหรัฐฯ ยืนยัน การเจรจาสันติภาพ ‘ยูเครน-รัสเซีย’ ต้องได้รับ ‘ไฟเขียว’ จากปูติน ระบุหากไม่มีความคืบหน้า สหรัฐฯ พร้อมถอนตัว จากความพยายามไกล่เกลี่ย

(13 พ.ค. 68) สตีฟ วิตคอฟฟ์ (Steve Witkoff) ทูตพิเศษของสหรัฐฯ ระบุว่า ความเห็นชอบจากประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิเมียร์ ปูติน เป็นเงื่อนไขสำคัญของการบรรลุข้อตกลงสันติภาพระหว่างรัสเซียและยูเครน โดยย้ำชัดว่า “จะไม่มีข้อตกลงใดเกิดขึ้น หากไม่มีลายเซ็นของปูติน”

ในการให้สัมภาษณ์กับสื่อ Breitbart เมื่อวันอังคาร วิตคอฟฟ์กล่าวว่าเขาได้พูดคุยกับทั้งประธานาธิบดีปูติน ประธานาธิบดียูเครน โวโลดีมีร์ เซเลนสกี รวมถึงเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากทั้งสองฝ่าย พร้อมชี้ว่า “เขาเป็นผู้นำของสหพันธรัฐรัสเซีย การไม่พูดคุยกับปูตินจึงเป็นตรรกะที่ไม่เข้าใจ เราต้องเปิดโต๊ะเจรจากับทุกฝ่าย”

วิตคอฟฟ์ยังเปิดเผยว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ ได้กำหนดเส้นตายที่ชัดเจน หากไม่มีความคืบหน้าที่แท้จริงในการเจรจา สหรัฐฯ จะถอนตัวออกจากกระบวนการทั้งหมด โดยเน้นว่าหน้าที่หลักของสหรัฐฯ คือการผลักดันให้ทั้งสองฝ่ายมาเจรจา และแสดงให้เห็นว่าทางเลือกอื่นจะเลวร้ายกว่าการประนีประนอม

ทั้งนี้ การออกมาแสดงจุดยืนครั้งนี้สะท้อนถึงท่าทีจริงจังของฝ่ายสหรัฐฯ ต่อการหาทางยุติสงครามยูเครน ซึ่งยังคงยืดเยื้อมานานกว่า 2 ปี โดยความร่วมมือหรือการยอมรับจากรัสเซียถือเป็นปัจจัยชี้ขาดในกระบวนการสันติภาพที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

‘เจ้าสัวธนินท์’ เตือน ‘ทรัมป์’ นโยบายภาษีอาจทำสหรัฐฯ ชนะระยะสั้น แต่เสียศูนย์ระยะยาว ชี้หากประเทศต่าง ๆ ถอนทุนจากพันธบัตร จะกระทบสถานะมะกัน จากผู้นำเศรษฐกิจโลก

(13 พ.ค. 68) นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโสเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ให้สัมภาษณ์กับนิกเกอิญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 9 พ.ค. ที่ผ่านมา เตือนว่า มาตรการภาษีศุลกากรสูงของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อาจส่งผลให้สหรัฐฯ สูญเสียบทบาทผู้นำโลก หากประเทศต่าง ๆ ร่วมมือกันถอนการลงทุนในพันธบัตรสหรัฐเพื่อตอบโต้

เขาระบุว่าสงครามการค้าส่งผลกระทบต่อกลุ่มซีพีเพียงเล็กน้อย พร้อมเตือนว่านโยบาย “อเมริกาต้องมาก่อน” ของทรัมป์ทำลายความร่วมมือระหว่างประเทศ และเป็นชัยชนะระยะสั้นที่อาจส่งผลเสียในระยะยาวต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ

แม้หนี้ของรัฐบาลสหรัฐฯ จะสูงกว่า 36 ล้านล้านดอลลาร์ เจ้าสัวธนินท์ยังเห็นว่าพันธบัตรสหรัฐฯ ยังคงเป็นการลงทุนที่น่าเชื่อถือ แต่เตือนว่าหากสหรัฐฯ ทำลายความเชื่อมั่น ประเทศอื่นอาจจับมือกันเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตน และลดการถือครองพันธบัตรสหรัฐฯ

สำหรับประเทศไทย แม้จะเผชิญภาษีตอบโต้สูงถึง 36% ซีพีได้รับผลกระทบน้อย เนื่องจากรายได้ส่วนใหญ่ของ CPF มาจากการดำเนินงานในต่างประเทศ โดยเฉพาะเวียดนามและจีน ขณะที่สินค้าเน้นการผลิตและจำหน่ายในแต่ละประเทศเป็นหลัก

ในช่วงท้าย เจ้าสัวธนินท์แนะนำให้ญี่ปุ่นมองอาเซียนเป็น “ตลาด” และสนับสนุนธุรกิจท้องถิ่นในภูมิภาค พร้อมระบุว่า แม้ญี่ปุ่นมีเทคโนโลยีสูง แต่ยังขาดความกล้าในการขยายธุรกิจระหว่างประเทศ เพราะเป็นประเทศที่ “ลังเลที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง”

‘จีน’ จับมือ ‘CELAC’ เดินหน้าความร่วมมือสามมิติ เสริมพลังพหุภาคีและเสถียรภาพโลก พร้อมหนุน BRI

(13 พ.ค. 68) ประธานาธิบดีสีจิ้นผิงของจีน ประกาศความพร้อมร่วมมือกับประชาคมลาตินอเมริกาและแคริบเบียน (CELAC) ในการขับเคลื่อนตามแผนริเริ่มระดับโลก ได้แก่ แผนริเริ่มการพัฒนาระดับโลก (GDI), แผนริเริ่มอารยธรรมระดับโลก (GCI) และแผนริเริ่มความมั่นคงระดับโลก (GSI) ระหว่างพิธีเปิดการประชุมระดับรัฐมนตรีครั้งที่ 4 ณ กรุงปักกิ่ง 

ผู้นำจีนเน้นย้ำการส่งเสริมความร่วมมือด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน การรักษาระเบียบการค้าแบบพหุภาคี และความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานโลก พร้อมสนับสนุนการพัฒนายุทธศาสตร์ร่วมกันผ่านกรอบความร่วมมือหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (BRI) ที่มีคุณภาพสูง

ในมิติทางวัฒนธรรม สีจิ้นผิงกล่าวว่าจีนยินดีแลกเปลี่ยนและเรียนรู้ร่วมกับประเทศต่างๆ บนพื้นฐานของความเสมอภาคและความเคารพซึ่งกันและกัน เพื่อเสริมสร้างคุณค่าร่วมของมนุษยชาติ อาทิ สันติภาพ ความยุติธรรม เสรีภาพ และประชาธิปไตย

ขณะเดียวกัน จีนยังพร้อมยกระดับความร่วมมือด้านความมั่นคงกับ CELAC เช่น การจัดการภัยพิบัติ ความมั่นคงไซเบอร์ การต่อต้านการก่อการร้ายและอาชญากรรมข้ามชาติ เพื่อร่วมกันรักษาเสถียรภาพและความมั่นคงในภูมิภาคอย่างยั่งยืน

ครม.ไฟเขียวออก 'Thailand Digital Token' ระดมทุนรูปแบบใหม่ G-Token ประเดิม 5 พันล้านบาท คาดจะสามารถออกได้ภายใน 2 เดือนนี้

(13 พ.ค.68) นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า รัฐบาลมีแผนจะออกเครื่องมือระดมทุนแบบใหม่ของภาครัฐ คือ Thailand Digital Token หรือ โทเคนดิจิทัลของภาครัฐ (G Token)  เพื่อเป็นทางเลือกการออมให้กับประชาชน เพิ่มเติมจากรูปแบบเดิมที่มีการออก ‘พันธบัตรออมทรัพย์’ เพื่อให้สามารถเข้าถึงประชาชนรายย่อยได้มากขึ้น ให้ได้รับผลตอบแทนที่ดีกว่าการฝากเงิน และสามารถลงทุนในจำนวนน้อยได้ โดยคาดว่าจะทดลองระบบด้วยการออกงวดแรกราว 5 พันล้านบาท บวก/ลบ ภายใน 1-2 เดือนนี้

ทั้งนี้ กระทรวงการคลังได้รับทราบความคิดเห็นของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มาพิจารณาแล้วว่า โทเคนดังกล่าว จะไม่ได้นำไปใช้ในการชำระค่าสินค้าและบริการ (Means of Payment) และจะทำในสัดส่วนที่เหมาะสม แต่รายย่อยจะสามารถนำโทเคนไปแลกเปลี่ยนมือได้ผ่านระบบ Exchange ที่มีอยู่ได้

นายพิชัย อธิบายว่า สำนักบริหารหนี้ กระทรวงการคลัง มีหน้าที่จะในการออกตราสารให้กับสถาบันและประชาชน ในการระดมเงิน ถือเป็นส่วนหนึ่งในการระดมเงินในส่วนที่ขาดดุล โดยทั่วไปมีการออกพันธบัตรให้สถาบัน ไม่ว่าจะเป็นการออมออกพันธบัตรออมเงินให้กับประชาชน ซึ่งถือเป็นช่องทางเดิม ๆ ดังนั้นจึงมีแนวคิดว่า จะทำช่องทางใหม่ เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับนักลงทุน เลยมีการออกเครื่องมือการระดมทุนให้กับรัฐบาล โดยเป็น ’ไทยแลนด์ดิจิทัลโทเคน‘ คือผู้ถือหน่วย หรือเครื่องมือการลงทุน จะได้ผลตอบแทนที่ดีกว่าการลงทุนด้วยการฝากเงิน และถือเป็นส่วนหนึ่งของหนี้สาธารณะ ไม่ได้เป็นการพิมพ์เงินใหม่แต่อย่างใด และไม่ได้เป็นประเภทแบบคริปโต ตามที่หลายฝ่ายเข้าใจ โดยข้อดีประชาชนสามารถที่จะลงทุนได้แม้จะลงทุนน้อย

นายกฯ รับเสียดาย ‘ทักษิณ’ พลาดพบ ‘ทรัมป์’ ที่กาตาร์ ยันพ่อป่วยจริง-เตรียมไปศาลตามนัด 13 มิ.ย. นี้

(13 พ.ค. 68) นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีศาลไม่อนุญาตให้นายทักษิณ ชินวัตร เดินทางไปกาตาร์ ทำให้พลาดโอกาสพบ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ซึ่งอาจช่วยเปิดทางเจรจาภาษีไทย-สหรัฐฯ ได้ โดยย้ำว่าทักษิณป่วยจริง มีประวัติการรักษามายาวนาน และจะขึ้นศาลตามนัดในวันที่ 13 มิ.ย.นี้

นายกฯ ยืนยันว่าแพทยสภายังไม่มีข้อสรุปชัดเจนว่านายทักษิณป่วยจริงหรือไม่ และไม่เคยมีใครระบุชัดว่าเป็น 'การป่วยทิพย์' พร้อมระบุว่าตนเองไม่ได้รับผลกระทบจากกรณีนี้โดยตรง เพราะเหตุเกิดก่อนดำรงตำแหน่ง แต่ยอมรับว่ารู้สึกว่ากระทบมาตลอดตั้งแต่มีคำพิพากษาคดีของบิดา

สำหรับประเด็นการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ นายกฯ เปิดเผยว่าได้ส่งรายงานไปยัง สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐอเมริกา (USTR)  แล้ว และรอเวลาที่เหมาะสมเพื่อหารืออย่างเป็นทางการ ยืนยันว่าการที่จีนหรือชาติอื่นคืบหน้ากว่าไทยไม่ได้หมายถึงว่าไทยล่าช้า เพราะมีการพูดคุยกันในหลายระดับแล้ว

ส่วนกรณีข่าวสหรัฐฯ ระงับวีซ่าเจ้าหน้าที่ไทยจากกรณีอุยกูร์ นายกฯ ระบุว่ายังไม่แน่ใจว่ามีการปลดล็อกหรือไม่ ต้องตรวจสอบอีกครั้ง แต่ย้ำว่าตนไม่เคยถูกแบนวีซ่า และเชื่อว่าไม่น่ามีปัญหาในการเจรจาระหว่างประเทศในอนาคต

'เอกนัฏ' ลั่น รทสช. อยู่ได้ด้วยอุดมการณ์ และผลงาน พร้อมหนุน 'พีระพันธุ์' สู้ข้อกล่าวหา ป.ป.ช. - ทำผลงานต่อ

(13 พ.ค. 68) นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะเลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวถึงกระแสข่าว สส. ของพรรคย้ายสังกัด ว่า จากการพูดคุยกับ สส. หลายคน พบว่ายังคงลงพื้นที่ทำงานอย่างแข็งขัน ทั้งสนับสนุนการเลือกตั้งท้องถิ่นและพบปะประชาชน ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี จึงเชื่อมั่นว่าทุกคนยังตั้งใจทำงานร่วมกับพรรค รทสช. ที่ยังคงยึดมั่นในอุดมการณ์ ให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาประชาชนมากกว่าความขัดแย้งทางการเมือง พร้อมย้ำว่าที่ผ่านมาพรรคได้ทำหน้าที่ในกระทรวงอุตสาหกรรมและพลังงานอย่างเต็มที่ แม้จะมีแรงเสียดทานก็ตาม

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีกระแสข่าวว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น รมช.พาณิชย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค รทสช.เตรียมจะย้ายไปอยู่กับพรรคกล้าธรรม ได้มีการพูดคุยกับนายสุชาติหรือไม่ นายเอกนัฏกล่าวว่า ไม่ทราบเลยจริงๆ ตนคิดว่าอย่าต้องมากังวลกับผู้บริหารของพรรคเลย ตนเรียนกับทุกคนเลยว่า เมื่อไหร่พรรคการเมืองทุกพรรคยึดมั่นในอุดมการณ์ ทำงานให้ผลงานเป็นที่ปรากฏ ไม่มีอะไรที่ต้องกลัว มีคนไปก็มีคนมา ตนจะบอกว่าพรรค รทสช.อยู่ได้ด้วยอุดมการณ์ ไม่ได้อยู่ได้ด้วยการนำผลประโยชน์ กองกำลัง หรือการจับกลุ่มก้อนมาตั้งกองกำลัง ซึ่งไม่ใช่ พรรคต้องอยู่ได้ด้วยอุดมการณ์และผลงานที่ปรากกฎต่อสาธารณชน

ส่วนกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เตรียมแจ้งข้อกล่าวหาทางจริยธรรมต่อนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค กรณีติดสติ๊กเกอร์บนถุงยังชีพของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งและนำไปแจกขณะลงพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช นั้น นายเอกนัฏ แสดงความมั่นใจว่า นายพีระพันธุ์พร้อมรับการตรวจสอบและสามารถชี้แจงได้ ไม่มีประเด็นใดน่ากังวล พร้อมยืนยันว่า ตนเองและสมาชิกพรรคทุกคนให้การสนับสนุนนายพีระพันธุ์อย่างเต็มที่ ทั้งในกระบวนการทางกฎหมายและการทำงาน โดยเฉพาะความพยายามในการดูแลราคาพลังงาน

เมื่อถามถึงมุมมองต่อการที่มีผู้ยื่นเรื่องร้องเรียนนายพีระพันธุ์อย่างต่อเนื่องในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา นายเอกนัฏ ย้ำว่า ไม่ได้ให้ความสำคัญหรือเสียเวลาวิเคราะห์ความขัดแย้งทางการเมืองและข้อกล่าวหาต่างๆ เพราะไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ มีแต่จะทำให้ประชาชนเบื่อหน่าย โดยตนเองเลือกที่จะนำเวลามามุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาสำคัญของประเทศ โดยเฉพาะภาวะเศรษฐกิจที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ ซึ่งรวมถึงผลกระทบจากสงครามการค้าโลก การปฏิรูปภาคอุตสาหกรรม และการจัดการกับการลักลอบกระทำผิดกฎหมายต่างๆ

ฝากขัง ‘สจ.กอล์ฟ’ รุมตื้บตร.หน่วยเลือกตั้ง รับสารภาพทุกข้อหา คัดค้านประกันตัว

(13 พ.ค. 68) นายสิรดนัย พลายด้วง หรือ 'สจ.กอล์ฟ' สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา เข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสงขลา พร้อมนายสมยศ พลายด้วง สส.เขต 3 พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นบิดา หลังตกเป็นผู้ต้องหาในคดีร่วมกันทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 11 พ.ค. ที่ผ่านมา ขณะลงคะแนนเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครสงขลา โดยมีคลิปปรากฏว่า สจ.กอล์ฟ สั่งการให้ลูกน้องรุมทำร้าย ด.ต.นิสาธิต คงเทพ เจ้าหน้าที่ ตชด. ขณะปฏิบัติหน้าที่รักษาความสงบหน้าหน่วยเลือกตั้ง

ตำรวจคัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหาทั้ง 7 คน โดยควบคุมตัวไว้ที่ สภ.เมืองสงขลา เพื่อรอส่งศาลจังหวัดในวันนี้ (13 พ.ค.) ด้าน พล.ต.อ.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ที่ปรึกษาพิเศษ สตช. บินด่วนลงพื้นที่ พร้อมนำทีมบุกค้นบ้านพักผู้ต้องหาทั้ง 7 จุด โดยเฉพาะบ้าน 'สจ.กอล์ฟ' ซึ่งพบเสื้อผ้า โทรศัพท์ ตู้เซฟ และพยานหลักฐานสำคัญ รวมถึงข้อความแชตก่อนก่อเหตุ ขณะที่อาวุธปืนและรถยนต์ถูกนำไปเก็บไว้ที่บ้าน สส.สมยศ

จากการสอบสวนเบื้องต้น 'สจ.กอล์ฟ' ยอมรับสารภาพเพราะจำนนต่อหลักฐาน ทั้งกล้องวงจรปิดและพยานจำนวนมากที่เห็นเหตุการณ์ชัดเจนทั่วประเทศ พล.ต.อ.ธนายุตม์ ยืนยันจะดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด และเตรียมขุดรากถอนโคนกลุ่มผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ จ.สงขลา เพื่อสร้างความเป็นธรรมในสังคม

พล.ต.อ.สมพงษ์ ชิงดวง รองนายกสมาคมตำรวจ ลงพื้นที่เยี่ยม ด.ต.นิสาธิต ผู้บาดเจ็บ พร้อมรับฟังความห่วงใยจากมารดา ที่กังวลเรื่องความปลอดภัยจากการเผชิญกลุ่มอิทธิพลในท้องถิ่น โดยตำรวจย้ำคดีนี้ไม่ปล่อยผ่าน กฎหมายศักดิ์สิทธิ์ พร้อมเดินหน้าปราบปรามอย่างเด็ดขาด และขอให้ประชาชนแจ้งเบาะแสเว็บไซต์พนันที่อาจเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ต้องหาได้ทันที

ไฟไหม้บ้านหรู 2 ล้านปอนด์ของนายกฯ อังกฤษ ตำรวจเร่งสอบสวนหาสาเหตุ-ยังไม่ตัดประเด็นวางเพลิง

(13 พ.ค. 68) ตำรวจเมืองผู้ดีกำลังเร่งหาสาเหตุของเพลิงไหม้ เมื่อคืนนี้ (13 พ.ค. 68) ช่วงเวลาประมาณ 01.11 น. ตามเวลาท้องถิ่น ที่บ้านราคา 2 ล้านปอนด์ (ราว 87 ล้านบาท) ของเซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณทางตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงลอนดอน โดยเจ้าหน้าที่ดับเพลิงควบคุมเพลิงได้ภายใน 20 นาที ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ อย่างไรก็ตามบ้านได้รับความเสียหายบางส่วนบริเวณทางเข้า

เจ้าหน้าที่นิติเวชและตำรวจนครบาลยังคงอยู่ในพื้นที่ตลอดทั้งวันเพื่อสอบสวนสาเหตุของเพลิงไหม้ โดยมีการปิดล้อมบริเวณอย่างเข้มงวด ขณะที่เพื่อนบ้านรายหนึ่งเล่าว่า ได้ยินเสียง “ปัง” ก่อนเกิดเหตุไฟไหม้ และเห็นเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานสวมชุดเอี๊ยมอยู่ที่เกิดเหตุตลอดทั้งวัน

เจ้าหน้าที่ตำรวจเผยว่าทางเข้าบ้านได้รับความเสียหาย ขณะที่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้เกิดจากอะไร และยังไม่มีหลักฐานเชื่อมโยงกับเหตุวางเพลิงรถยนต์ที่เกิดขึ้นใกล้บริเวณเดียวกันเมื่อไม่กี่วันก่อน ตำรวจขอให้ประชาชนที่มีเบาะแสติดต่อเข้ามาเพื่อแจ้งข้อมูลเพิ่มเติม

ด้านนายกรัฐมนตรีอังกฤษ ขอบคุณเจ้าหน้าที่ฉุกเฉินที่เข้าช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว แต่ปฏิเสธให้ความเห็นเพิ่มเติมเนื่องจากอยู่ระหว่างการสอบสวน ซึ่งเหตุเพลิงไหม้ดังกล่าวเกิดขึ้นในวันเดียวกับที่เซอร์เคียร์ แถลงนโยบายใหม่ด้านการย้ายถิ่นฐาน พร้อมย้ำว่าจะลดจำนวนผู้อพยพเข้าสหราชอาณาจักร 100,000 คนภายในปี 2029

‘ปราสาทสัจธรรม’ สถาปัตยกรรมไม้ทั้งหลัง ถูกยกให้เป็นพิพิธภัณฑ์ไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

World Book of Records London UK รับรอง ปราสาทสัจธรรม เป็นพิพิธภัณฑ์ไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

เมื่อวันที่ (12 พ.ค. 68) ดร.อภินิตา ไชยชนะ ผู้แทนประธาน World Book of Records London UK พร้อมคณะได้เดินทางมามอบใบประกาศเกียรติคุณให้แก่ นางวรากร วิริยะพันธุ์ รองประธานบริหารพิพิธภัณฑ์ปราสาทสัจธรรม เพื่อรับรองให้ 'ปราสาทสัจธรรม' เป็นพิพิธภัณฑ์ไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่างเป็นทางการ

พิธีดังกล่าวจัดขึ้น ณ พิพิธภัณฑ์ปราสาทสัจธรรม อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โดยมีผู้บริหาร แขกผู้มีเกียรติ และสื่อมวลชนร่วมเป็นสักขีพยาน

สำหรับ พิพิธภัณฑ์ปราสาทสัจธรรม สร้างขึ้นด้วยไม้ทั้งหลัง ถือเป็นสถาปัตยกรรมที่งดงามและยิ่งใหญ่ สะท้อนถึงภูมิปัญญาและศิลปวัฒนธรรมไทยอย่างลึกซึ้ง

การได้รับการรับรองจากองค์กรบันทึกสถิติโลกในครั้งนี้ นับเป็นความภาคภูมิใจของคนไทย และทีมงานที่ได้ร่วมกันสร้างสรรค์พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวระดับโลก มุ่งเน้นการเผยแพร่ความรู้ด้านศิลปวัฒนธรรม เพื่อให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้ซึมซับและเข้าใจคุณค่าทางจิตวิญญาณที่แท้จริงของงานศิลป์ไทย

สำหรับ 'ปราสาทสัจธรรม' ตั้งอยู่บริเวณแหลมราชเวช อ่าววงพระจันทร์ ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ปราสาทแห่งนี้เริ่มดำเนินการก่อสร้างตั้งแต่ปี 2524 ภายใต้แรงบันดาลใจของ 'เล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์' นักธุรกิจผู้ชื่นชอบสถาปัตยกรรมไทยและศาสนาพุทธ ที่ต้องการใช้งานศิลป์เป็นสื่อให้มนุษย์เห็นแนวทางในการแก้ปัญหาด้วยการปลุกจิตสำนึกด้านคุณธรรม จริยธรรม เพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข

คุณเล็ก วิริยะพันธุ์ นอกจากจะเป็นเจ้าของโครงการดังกล่าวแล้ว เขายังเป็นผู้ออกแบบ พิพิธภัณฑ์ที่เริ่มก่อตั้งเมื่อวันที่ 13 ส.ค.2524 ซึ่งมีวัตถุประสงค์ที่จะเชิดชูความสำคัญของศาสนาปรัชญาว่าเป็นสิ่งสำคัญค้ำจุนโลกในมิติด้านจิตวิญญาณและความศรัทธาอันแรงกล้าในงานศิลปะ ที่สื่อถึงจริยธรรม วัฒนธรรมอันดีงามของการสอนมนุษย์สร้างความดี

ปราสาทสัจธรรม หรือ พิพิธภัณฑ์ปราสาทสัจธรรม เป็นอาคารที่สร้างด้วยไม้แกะสลักทั้งหลังเป็นทรงไทยจัตุรมุข ด้านล่างของฐานเป็นลักษณะฐานสิงห์ ห้องโถงและหน้าต่างเปิดให้ลมและแสงสว่างเข้าออกทั้ง 4 ด้าน ศิลปะตกแต่งปราสาทเป็นศิลปะแนวความคิดสมัยใหม่ที่ผสมผสานกันตั้งแต่อยุธยาตอนต้น จนถึงศิลปะรัตนโกสินทร์ หลังคาซ้อนลดหลั่นกันสี่ด้าน ยอดเป็นสัญลักษณ์พระปรางค์ ยอดสูงทั้งสี่ด้านมีรูปแกะสลักลอยตัวสัญลักษณ์ของเทพยืนบนยอดทั้ง 4 ทิศ

ภายในปราสาทมีประติมากรรมไม้แกะสลักที่วิจิตรพิสดารอยู่แทบทุกจุด และใจกลางพิพิธภัณฑ์ปราสาทสัจธรรม เป็นห้องโถงใหญ่มีบุษบกทรงสถูปไม้แกะสลักสง่างาม สื่อถึงสัญลักษณ์แห่งการหลุดพ้น

สำหรับไม้ที่นำมาใช้ในการสร้าง ได้แก่ ไม้แดง ไม้ตะเคียน ไม้พันชาด ไม้เคียมคะนอง และไม้สักทอง ซึ่งล้วนเป็นไม้เนื้อแข็งที่สามารถรองรับน้ำหนักได้เป็นพันตัน เป็นไม้ที่ได้มาจากสัมปทานประเทศเพื่อนบ้าน เสาเอกเป็นไม้ตะเคียนทองอายุ 600 ปี การเข้าไม้ของพิพิธภัณฑ์ปราสาทสัจธรรมใช้การยึดต่อไม้แบบโบราณในการเข้าเดือยตอกสลัก เข้าลิ่ม เข้าหางเหยี่ยวโดยไม่มีการใช้ตะปู

‘ภูมิธรรม’ เยือนเยอรมนี เยี่ยม นร.เตรียมทหารไทย เน้นย้ำภารกิจ…เรียนรู้เทคโนโลยีเพื่อนำกลับพัฒนาชาติ

เมื่อวันที่ (12 พ.ค.68) ที่ผ่านมา นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมคณะ เดินทางเยี่ยมนักเรียนเตรียมทหารไทยในประเทศเยอรมนี โดยมีนักเรียนจากทั้งเหล่าทหารบกและทหารอากาศเข้าร่วม พร้อมหารือถึงชีวิตความเป็นอยู่และปัญหาที่พบระหว่างการศึกษา

สำหรับนักเรียนเตรียมทหารที่เข้าร่วม ประกอบด้วยผู้ศึกษาในสาขาวิศวกรรมอากาศยาน วิทยาการคอมพิวเตอร์ และวิศวกรรมไฟฟ้า โดยหนึ่งในประเด็นสำคัญที่หยิบยกขึ้นมาคืออุปสรรคด้านภาษาเยอรมัน และเงื่อนไขการประดับยศของเหล่าทหารบกซึ่งต้องจบปริญญาโทก่อน

นายภูมิธรรมได้กล่าวให้โอวาทแก่ผู้เข้าร่วม พร้อมเน้นย้ำให้นักเรียนตั้งใจศึกษา นำความรู้ เทคโนโลยี และประสบการณ์กลับมารับใช้บ้านเกิด เพื่อขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้าในยุคที่การทหารต้องพึ่งพานวัตกรรม


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top