Monday, 8 June 2026
Hard News Team

ความสำเร็จ ‘ผีแดง’ ใต้ปีก ‘เซอร์ อเล็กซ์’

หากใครเป็นแฟนปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คงต้องถ่างตารอคืนนี้ตามเวลาไทย 2.00 น. (27 พ.ค.64) ไปกับอีกแมตช์ที่น่ารอคอยระหว่าง แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด กับ บิยาร์เรอัล ในศึกยูฟ่ายูโรปาคัพรอบชิงชนะเลิศ 

ทว่า ก่อนจะไปถึงตรงนั้น ก็อยากย้อนอดีตความยิ่งใหญ่ของสโมสรแห่งนี้ ผ่านบทสัมภาษณ์ของบุคคลระดับตำนานแห่งเมืองแมนจาก Sky Sports Football ที่น่าจะทำให้แฟนผีหลายๆ คน ฮึกเหิมก่อน Kick Off กันได้เบาๆ เพราะนี่เป็นบทสนทนาพูดคุยกันระหว่าง อดีตนายใหญ่แห่งโรงละครแห่งความฝัน ‘เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน’ และ ‘แกรี่ เนวิลล์’ ลูกทีมคู่ใจ

แน่นอนว่า ด้านหลังฉาก ทั้งคู่เคยมีบทสนทนากันมาแล้วไม่ต่ำกว่าล้านคำ แต่หลังจากแกรี่ได้แขวนสตั๊ด และผันตัวไปเป็นสื่อแล้วนั้น ในบทสัมภาษณ์หนนี้ เขาได้ยิงคำถามต่ออดีตนายใหญ่ที่เขาเคารพรักที่สุดในชีวิตมากมาย 

อย่างไรก็ตาม หนึ่งในคำถามที่ แกรี่ ได้ถามอดีตเจ้านายใหญ่ของเขา น่าจะฉายภาพความเป็นจริงของโลกกีฬา ทีมฟุตบอลที่เขาเคยคุม และอาจจะรวมถึงทัศนคติการใช้ชีวิตของคนในวันนี้ได้ดี

>> ทำไม ‘เซอร์ อเล็กซ์’ ถึงพาทีมรักษามาตรฐานเอาไว้ได้ในทุกปี แม้จะเหมือนเข้าสู่ช่วงหมดยุค แต่พวกเขาก็กลับมาได้ทุกครั้ง?

โดยแกรี่ ได้ลงลึกไปถึงเรื่องการพูดปลุกใจเหล่าพลพรรคปีศาจแดงในห้องแต่งตัว ซึ่งอดีตนายใหญ่ของเขาเคยพูดถึงเรื่องอู่ต่อเรือของรัฐบาลสก็อตแลนด์หลายครั้ง สมัยตอนที่ยังเป็นเด็ก อะไรที่ทำให้เซอร์ฯ ต้องพูดเรื่องนี้ในห้องแต่งตัวทุกครั้ง?

>> เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ได้ตอบว่า:
“ฉันคิดว่า เหตุผลที่ฉันพูด เพราะส่วนใหญ่ลูกทีมของฉันไม่ได้มาจาก ‘ชนชั้นแรงงาน’ เหมือนกับฉัน ฉันจึงต้องพยายามใส่ความรู้สึกแบบนั้นลงไป ให้ทุกคนรู้ว่า ‘การทำงานหนักนี่แหละ คือ พรสวรรค์ที่ดีที่สุด’ ฉันก็เลยเปรียบเทียบกับคนที่ทำงานในอู่ต่อเรือ ในเหมือง ในโรงงานผลิตเหล็ก 

“นายอาจจะไม่ได้เป็นชนชั้นแรงงานนะ แต่ปู่หรือพ่อของนาย ต้องเป็นแน่ๆ และพวกเขาจะบอกนายว่า มันสำคัญมากที่จะต้องทำงานหนัก แม้แต่นักฟุตบอลที่ดีที่สุดในทีม ซึ่งมีพรสวรรค์มากที่สุด เขาต้องแสดงให้เห็นว่า เขาทำงานหนักมากกว่าคนอื่น

“และฉันคิดว่า ฉันโชคดีที่เด็กๆ เข้าใจในสิ่งที่ฉันบอก พวกเขาเชื่อที่ฉันบอกว่า การทำงานหนักคือพรสวรรค์ที่ดีที่สุด”

แม้จะเป็นคำตอบสั้น ๆ แต่ ‘เซอร์ อเล็กซ์’ ก็สะท้อนคำตอบนี้ออกมาได้โดนใจสังคมในปัจจุบัน สังคมที่กำลังคาดหวังจะได้ในบางอย่างแบบฉาบช่วยและไม่คิดพยายามใดๆ เลยได้ดีทีเดียว

หากคุณเป็นแฟนแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สามารถอ่านเนื้อหาเต็มได้ที่ >> https://www.facebook.com/1642712996030734/posts/2629092844059406/

ที่มา: https://www.facebook.com/1642712996030734/posts/2629092844059406/
https://www.youtube.com/watch?v=ExfC1nRVLSU
Sky Sports Football


แหล่งรวม "บทความและคอนเทนต์แปลกใหม่!!!" แบบไร้ Toxic ติดตามได้ที่ THE STATES TIMES Blockdit
LINK : https://www.blockdit.com/pages/60583e7ff90e240c3e7f1c32

ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เผยผลการศึกษาประสิทธิผลวัคซีนซิโนแวค ที่จังหวัดภูเก็ต เมื่อได้รับวัคซีน ครบ 2 เข็ม สามารถลดโอกาสการติดเชื้อได้ถึง 83.3% ลดความรุนแรงกรณีที่มีการติดเชื้อ และไม่พบปอดอักเสบ

นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวในที่ประชุมสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ครั้งที่ 4/2564 เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ.2564 ว่า การควบคุมโรคโควิด-19 ในคลัสเตอร์ต่าง ๆ ในต่างจังหวัด ระบบสาธารณสุขสามารถค้นหาผู้ติดเชื้อและผู้สัมผัสได้อย่างรวดเร็ว และมีการบริหารจัดการได้ดี เช่น ที่จังหวัดเพชรบุรี สามารถสร้างโรงพยาบาลสนามได้อย่างรวดเร็ว มีการบริหารจัดการเตียงรับผู้ติดเชื้อ สำหรับเรื่องวัคซีนจะต้องฉีดเข็มแรกให้ครอบคลุมร้อยละ 70 ภายในเดือนตุลาคมนี้ 

นายแพทย์เกียรติภูมิ กล่าวต่อว่า สำหรับการฉีดวัคซีนที่จังหวัดภูเก็ต เพื่อฟื้นฟูพื้นที่เศรษฐกิจการท่องเที่ยวนั้น ขณะนี้ มีผู้ได้รับวัคซีนครบ 2 เข็มแล้ว ร้อยละ 22 และได้รับเข็มแรกแล้ว ร้อยละ 45 ของประชากรในจังหวัดภูเก็ต จากการศึกษาประสิทธิผลของวัคซีนซิโนแวคต่อโอกาสการติดเชื้อโควิด-19 โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ในกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูงที่ครบระยะเวลากักตัว 14 วัน ในจังหวัดภูเก็ต จำนวน 1,366 ราย 

พบว่า กลุ่มที่ได้รับวัคซีนซิโนแวคอย่างน้อย 1 เข็ม จะมีประสิทธิผล ในการลดโอกาสการติดเชื้อร้อยละ 73.1 ส่วนกลุ่มที่ได้รับวัคซีนครบ 2 เข็ม ลดโอกาสการติดเชื้อร้อยละ 83.3 นอกจากนี้ ได้ศึกษาในกลุ่มผู้ติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 386 ราย (ผู้ป่วยโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต 237 ราย และผู้ป่วยโรงพยาบาลสนาม 149 ราย) พบว่าผู้ติดเชื้อที่ได้รับวัคซีนซิโนแวคครบ 2 เข็ม จำนวน 6 ราย ทุกรายไม่พบภาวะปอดอักเสบ ส่วนผู้ติดเชื้อหลังได้รับวัคซีนเข็ม 1 จำนวน 31 ราย มี 4 รายที่มีภาวะปอดอักเสบ คิดเป็นร้อยละ 12.9 ซึ่งความชุกของการเกิดปอดอักเสบ ในกลุ่มนี้ไม่แตกต่างจากกลุ่มที่ไม่ได้รับวัคซีน รวมทั้งในเดือนพฤษภาคม 2564 (ข้อมูล ณ วันที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ.2564) จังหวัดภูเก็ตไม่พบผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่ในกลุ่มที่ได้รับวัคซีนซิโนแวคครบ 2 เข็มแล้ว 

ข้อมูลการศึกษานี้แสดงให้เห็นว่าการได้รับวัคซีนซิโนแวคครบ 2 เข็มตามแผนการฉีดวัคซีน สามารถลด การติดเชื้อได้ถึงร้อยละ 83 และลดความรุนแรงกรณีที่มีการติดเชื้อได้ดี สำหรับผู้ที่ฉีดเข็มเดียวยังพบติดเชื้อมีอาการรุนแรงอยู่บ้าง แต่ไม่มากนัก จึงยังคงต้องระมัดระวังแม้จะฉีดวัคซีนครบ 2 เข็มแล้ว ทั้งการสวมหน้ากาก เว้นระยะห่าง ล้างมือ หลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีคนจำนวนมาก รักษาสุขอนามัยส่วนบุคคล


แหล่งรวม "บทความและคอนเทนต์แปลกใหม่!!!" แบบไร้ Toxic ติดตามได้ที่ THE STATES TIMES Blockdit
LINK : https://www.blockdit.com/pages/60583e7ff90e240c3e7f1c32

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แถลงข่าวประจำสัปดาห์ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่า...

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สั่งการให้กรมชลประทานและกรมประมงเตรียมความพร้อมเต็มพิกัดเพื่อรับมือพายุไซโคลน ‘ยาอาส’ ซึ่งเป็นมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังแรงขึ้นพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง 

ทั้งนี้ได้สั่งระดมเครื่องจักร/เครื่องมือและเจ้าหน้าที่ ให้สามารถช่วยเหลือประชาชนและชาวประมงได้ทันที ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งเตือนมา

รายงานล่าสุดว่า เผยว่า พายุไซโคลน ‘ยาอาส’ จะเคลื่อนขึ้นฝั่งรัฐโอริสสา-รัฐกัลกัตตาของอินเดียในวันนี้ (26 พ.ค.64) ส่งผลให้ 4 จังหวัดภาคใต้มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งจนถึงวันที่ 27 พ.ค. โดยคลื่นลมในทะเลอันดามันมีกำลังแรง มีคลื่นสูง 2-4 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนบนทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

“ท่านรัฐมนตรียังกำชับให้หน่วยงานกรมชลประทานและกรมประมงในพื้นที่ประชาสัมพันธ์ถึงสถานการณ์น้ำรวมทั้งการแจ้งเตือนต่าง ๆ ไปยังประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดกับประชาชนให้ได้มากที่สุด” อลงกรณ์ กล่าว

ทางด้านนายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า กรมชลประทานได้เตรียมความพร้อมรับมือพายุไซโคลน ‘ยาอาส’ ตามข้อสั่งการของเจ้ากระทรวงเกษตรฯ ด้วยการกำหนดพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยซ้ำซาก กำหนดเจ้าหน้าที่ประจำพื้นที่เสี่ยง เพื่อร่วมบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการแจ้งเตือนประชาชน การจัดสรรทรัพยากรเครื่องจักร เครื่องมือ อาทิ เครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ เข้าไปประจำพื้นที่เสี่ยง เพื่อให้สามารถช่วยเหลือประชาชนได้ทันที

นอกจากนี้ ยังติดตามวิเคราะห์แนวโน้มสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด บริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำให้อยู่ในเกณฑ์เก็บกัก (RULE CURVE) โดยพิจารณาปรับลดการระบายให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ ใช้อาคารชลประทานในการบริหารจัดการน้ำตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ

นายอลงกรณ์ กล่าวต่ออีกว่า ไม่เพียงแค่การรับมือพายุไซโคลน ‘ยาอาส’ เท่านั้น แต่ทาง ดร.เฉลิมชัย ยังได้ติดตามสถานการณ์ฝนในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งพบว่ามีปริมาณฝนลดลงในพื้นที่ตอนบนของประเทศ จึงสั่งการให้กรมชลประทานเร่งดูแลบริหารจัดการน้ำและประสานการทำงานกับกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เพื่อปฏิบัติการฝนหลวงในพื้นที่ทางตอนบนของประเทศเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากในช่วงนี้ทางตอนบนยังคงมีฝนตกน้อย ประกอบกับปริมาณน้ำต้นทุนในเขื่อนต่าง ๆ ไม่เพียงพอที่จะสนับสนุนให้เกษตรกรที่ทำการเพาะปลูกข้าวต่อเนื่องหรือข้าวนาปีได้อย่างเต็มศักยภาพ

สำหรับสถานการณ์น้ำและการจัดสรรน้ำล่าสุดวันนี้ กรมชลประทานรายงานว่า อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้น 35,564 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 47 ของความจุอ่างรวมกัน ยังสามารถรองรับน้ำได้รวมกันประมาณ 40,504 ล้าน ลบ.ม. เฉพาะ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 8,540 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 34 ของความจุอ่างรวมกัน ยังสามารถรองรับน้ำได้รวมกันอีกประมาณ 16,331 ล้าน ลบ.ม. สำหรับการเตรียมพร้อมใช้พื้นที่ลุ่มต่ำรองรับน้ำนอง กรมชลประทานได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2560 ด้วยการใช้พื้นที่อย่างเต็มศักยภาพ ทั้งพื้นที่ลุ่มต่ำทุ่งบางระกำและพื้นที่ลุ่มต่ำเจ้าพระยา 13 ทุ่ง ได้แก่…

1.) ทุ่งฝั่งซ้ายชัยนาท-ป่าสัก 
2.) ทุ่งป่าโมก 
3.) ทุ่งเจ้าเจ็ด 
4.) ทุ่งบางกุ้ง 
5.) ทุ่งผักไห่ 
6.) ทุ่งโพธิ์พระยา 
7.) ทุ่งเชียงราก 
8.) ทุ่งท่าวุ้ง 
9.) ทุ่งบางกุ่ม 
10.) ทุ่งบางบาล-บ้านแพน 
11.) ทุ่งพระยาบรรลือ 
12.) ทุ่งรังสิตใต้ 
13.) ทุ่งบางระกำ 

รวมพื้นที่รับน้ำประมาณ 1,410,267 ไร่


แหล่งรวม "บทความและคอนเทนต์แปลกใหม่!!!" แบบไร้ Toxic ติดตามได้ที่ THE STATES TIMES Blockdit
LINK : https://www.blockdit.com/pages/60583e7ff90e240c3e7f1c32

สื่อญี่ปุ่นรายงานว่า Mizuno บริษัทผู้ผลิตชุดกีฬา และอุปกรณ์กีฬาชั้นนำของญี่ปุ่น ประกาศยกเลิกการใช้ฝ้ายนำเข้าจากมณฑลซินเจียง ประเทศจีน เป็นวัตถุดิบในการผลิตสินค้า

สื่อญี่ปุ่นรายงานว่า Mizuno บริษัทผู้ผลิตชุดกีฬา และอุปกรณ์กีฬาชั้นนำของญี่ปุ่น ประกาศยกเลิกการใช้ฝ้ายนำเข้าจากมณฑลซินเจียง ประเทศจีน เป็นวัตถุดิบในการผลิตสินค้า ด้วยเหตุผลเรื่องการใช้แรงงานของชาวอุยกูร์ที่ละเมิดหลักสิทธิมนุษยชน ที่ตอนนี้รัฐบาลจีนกำลังถูกชาติเสรีตะวันตกกดดันเรื่องค่ายกักกันชนกลุ่มน้อยมุสลิม ในเขตมณฑลซินเจียง และการบังคับใช้แรงงานชาวซินเจียงอุยกูร์ที่เข้าข่ายแรงงานทาสในอุตสาหกรรมผลิตฝ้ายของจีน

และนอกจากบริษัท Mizuno แล้ว ยังมีบริษัทผู้ผลิตเสื้อผ้าญี่ปุ่นอย่าง World Co. และ Cox Co. ก็ประกาศว่าจะยกเลิกการใช้ฝ้ายจากซินเจียงเช่นกัน

การประกาศยกเลิกการนำใช้ฝ้ายจากซินเจียงของ Mizuno เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากที่สินค้าของ Uniqlo แบรนด์เสื้อชั้นนำของญี่ปุ่นถูกตีกลับทันทีที่เรือสินค้าเทียบท่าในลอสแองเจลิส สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมา

โดยด่านศุลกากรสหรัฐฯ อ้างว่าทาง Uniqlo ละเมิดมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ที่สั่งห้ามนำเข้าสินค้าที่ใช้วัตถุดิบฝ้ายจากซินเจียงทุกชนิดเข้าประเทศ ซึ่งสินค้าของ Uniqlo ที่เทียบท่าในสหรัฐอเมริกาล็อตนี้ ผลิตในช่วงเดือนมกราคมของปีนี้ ที่ทาง Uniqlo ยังคงใช้ฝ้ายจากซินเจียงอยู่ หลังนำเข้าผ่านบริษัท Xinjiang Production and Construction Corps หรือ XPCC ของรัฐบาลจีน ก่อนที่จะกลายเป็นประเด็นทางการเมืองที่ชาติตะวันตกออกมาตรการแบนสินค้าที่ใช้วัตถุดิบฝ้ายของซินเจียง กดดันให้หลายแบรนด์ดัง อย่าง Nike H&M Adidas ต้องยกเลิกการใช้ฝ้ายของซินเจียงเป็นวัตถุดิบผลิตสินค้า

ฉะนั้นการสั่งตีกลับยกล็อตสินค้าทั้งเรือของ Uniqlo จึงเหมือนการส่งสัญญาณเตือนไปถึงหลายแบรนด์ดังในญี่ปุ่น จนต้องรีบออกมาประกาศยุติการนำเข้าฝ้ายจากซินเจียง เพื่อรักษาตลาดของตนในสหรัฐฯ โดยเฉพาะ Mizuno ที่กำลังตีตลาดชุดอุปกรณ์กีฬา ถุงมือหนัง ไม้เบสบอลในสหรัฐอเมริกา และ แคนาดาได้ดี

แต่ในยุคสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน เมื่อได้อย่างก็ต้องเสียอีกอย่าง เพราะทันทีที่มีข่าวว่า Mizuno และอีกหลายแบรนด์ดังในญี่ปุ่นกำลังจะยกเลิกการใช้ฝ้ายจากซินเจียง ก็มีชาวเน็ตจีนก็พร้อมเท Mizuno และแบรนด์ญี่ปุ่นอื่น ๆ ในตลาดจีนเช่นกัน

นอกจากนี้อีกหลายแบรนด์ดังที่ออกแคมเปญยกเลิกการใช้ฝ้ายจากซินเจียง ก็ถูกชาวจีนต่อต้านอย่างหนักจนยอดขายหล่นวูบในตลาดจีน และยังถูกถอดตำแหน่งโลเคชั่นของร้านค้าออกจากแอปพลิเคชันแผนที่ของจีนอีกด้วย

เรียกได้ว่าเรื่องนี้ กลายเป็นเรื่องที่กลืนไม่เข้า คายไม่ออกของเหล่าบรรดาบริษัทผู้ผลิตสินค้าที่ต้องเกี่ยวข้องกับการใช้ฝ้ายในช่วงนี้ ที่นอกจากจะเจออุปสรรคจากเศรษฐกิจตกต่ำเพราะ Covid-19 แล้ว ยังมีปัจจัยที่ทำการค้าลำบากขึ้นไปอีก ต้นทุนก็ต้องดู ตลาดก็ต้องขาย กฎหมายก็ต้องอ่าน การเมืองก็ต้องระวัง ลำบากใจจริง ๆ หนอ

 

อ้างอิง: https://www.businessoffashion.com/news/retail/us-blocked-uniqlo-shirts-on-xinjiang-forced-labour-concerns

https://english.kyodonews.net/news/2021/05/ccc6f51f60cf-mizuno-to-stop-using-xinjiang-cotton-in-its-sportswear.html?phrase=Avigan&words=

https://www.channelnewsasia.com/news/business/japan-s-mizuno-and-world-co-to-stop-using-xinjiang-cotton---nikkei-14856978

https://www.globaltimes.cn/page/202105/1224235.shtml


แหล่งรวม "บทความและคอนเทนต์แปลกใหม่!!!" แบบไร้ Toxic ติดตามได้ที่ THE STATES TIMES Blockdit

LINK : https://www.blockdit.com/pages/60583e7ff90e240c3e7f1c32

สีสันจากต่างประเทศ เมื่อทางการลาสเวกัสต้องการดึงดูดให้คนฉีดวัคซีนโควิด-19 จึงผุดไอเดียแปลกตั้งบูธฉีดวัคซีนไว้ในคลับเปลื้องผ้าเสียเลย

ความต้องการฉีดวัคซีนโควิด-19 ในสหรัฐฯ ที่ลดลง ทำให้หลายพื้นที่พากันเค้นไอเดียหาวิธีที่จะดึงดูดให้ประชากรในสหรัฐฯ หันมาฉีดวัคซีนโควิด-19 มากขึ้น ซึ่งเจ้าหน้าที่ภาครัฐและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในลาสเวกัสก็เป็นกลุ่มหนึ่งที่ประสบปัญหาดังกล่าว

พวกเขาจึงหันมาใช้วิธีที่แหวกแนวมากขึ้นในการจูงใจให้ผู้คนมาฉีดวัคซีนโควิด-19 ด้วยการเปลี่ยน Larry Flynt’s Hustler Club คลับสำหรับผู้ใหญ่ที่เคยมีโชว์เปลื้องผ้ามาเป็นคลินิกฉีดวัคซีนแบบวอล์กอินแทน

โจแอนน์ รูปิเปอร์ หัวหน้าพยาบาลของฝ่ายบริการสาธารณสุขรัฐเนวาดาใต้ ซึ่งดูแลคลินิกแบบวอล์กอิน กล่าวว่า “นี่เป็นอีกวิธีหนึ่งในการเข้าถึงประชากรของเรา...มันอาจจะช่วยดึงดูดบางคนที่ชอบความแปลกใหม่ให้มาฉีดวัคซีนจนได้ ฉันคิดว่านะคะ”

คลินิกแห่งนี้เปิดทำการเฉพาะหัวค่ำ โดยให้บริการแก่ประชากรได้ประมาณ 100 คนต่อวัน หลังจากนั้นก็จะคืนพื้นที่ให้คลับเปลื้องผ้าเปิดทำการตามปกติ พนักงานหลายคนในคลับ รวมถึงเหล่านักแสดงโชว์ต่างก็เข้ารับการฉีดวัคซีนที่นี่

ผู้รับวัคซีนโควิด-19 บางคนที่เดินทางมาฉีดวัคซีนที่นี่ยอมรับว่า แต่เดิมพวกเขาไม่ได้เต็มใจที่จะรับวัคซีน แต่ตัดสินใจที่จะมารับวัคซีนเพราะต้องการมาดูโชว์ในคลับแห่งนี้ ถือเป็นผลพลอยได้

โรเบอร์โต มอนต์ติ ซึ่งอาศัยอยู่ใกล้กับคลับดังกล่าว เล่าว่า เขาคิดจะไปฉีดวัคซีนในสถานอื่น แต่สุดท้ายตัดสินใจมาที่ Hustler Club เพราะรู้สึกคุ้นเคยมากกว่า

“ผมเคยมาที่นี่หลาย...เอ่อ สองสามครั้ง...จริง ๆ อาจจะเป็น 10 ครั้งแหละ (หัวเราะ)” มอนต์ติบอก

ด้าน ไมเคิล ไมเยอร์ส ชาวเมืองลาสเวกัสกล่าว ขณะที่เขายืนรอคิวอยู่ท่ามกลางภาพวาบหวิวและป้ายแนะนำการเว้นระยะห่างทางสังคมว่า “ตอนภรรยาของผมบอกว่าที่นี่มีบริการฉีดวัคซีนโควิด-19 ผมก็ถามเธอว่า ‘โอ้ จริงหรอ’ พอเธอบอกว่าจริงผมก็ตอบกลับเลยว่า ‘ขอคิดดูสักครู่’”

ลิซา ฮาร์เปอร์ ภรรยาของไมเยอร์สบอกว่า สามีของเธอเปลี่ยนใจมาฉัดวัคซีนโควิด-19 ทันทีเมื่อเธอบอกเขาว่าสามารถมาฉีดที่ Hustler Club ได้

“คนจำนวนมากที่เดิมตัดสินใจหรือลังเลว่าจะไม่ฉีดวัคซีนโควิด-19 เปลี่ยนใจทันที มีผู้ชายหลายคนบอกว่า พวกเขามาที่นี่เพราะมันคือ Hustler Club นี่เป็นไอเดียที่ฉลาดมาก” ฮาร์เปอร์บอก

ไมเยอร์สในวัย 70 ปีบอกว่า เดิมเขาไม่เต็มใจที่จะฉีดวัคซีนโควิด-19 และกังวลว่ามันใช้งานได้จริงแค่ไหน แต่อายุของเขามากแล้ว และเขากังวลว่าจะแพร่เชื้อให้คนอื่นรวมถึงภรรยาของเขา บวกกับเมื่อมีบริการฉีดที่ Hustler Club ก็ทำให้เขาตัดสินใจได้

ไมเยอร์สกล่าวว่า เขารู้สึกผิดหวังเล็กน้อยที่ไม่มีนักเต้นอยู่บนเวทีในขณะที่เขากำลังฉีดวัคซีน แต่ก็เป็นไปได้ว่านั่นเพื่อกันไม่ให้ผู้ที่จะเข้ารับวัคซีนเกิดความดันขึ้นหรือพลุ่งพล่านเกินไปเสียก่อน

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขของรัฐเนวาดากล่าวในสัปดาห์นี้ว่า ประชากรในรัฐที่มีอายุ 12 ปีขึ้นไปมากกว่า 46% ได้รับวัคซีนโควิด-19 อย่างน้อยหนึ่งเข็มแล้ว แต่มีอัตราการฉีดลดลงอย่างมาก ทำให้รัฐไม่สามารถบรรลุเป้าหมายได้ โดยมีเป้าหมายฉีดวัคซีนอยู่ที่ 75% ของประชากรที่มีสิทธิ์ได้รับวัคซีน

นั่นทำให้เจ้าหน้าที่ของรัฐเนวาดาหันมาเปิดบูธคลินิกฉีดวัคซีนตามสถานที่ต่าง ๆ มากขึ้น เช่น โบสถ์ โรงเรียน และบ้านพักคนชรา มาจนถึงคลับเปลื้องผ้า เพื่อเข้าถึงประชากรให้มากขึ้น

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขของลาสเวกัส กล่าวว่า Hustler Club เป็นฝ่ายติดต่อมาเพื่อช่วยเพิ่มอัตราการฉีดวัคซีน โดยทางคลับบอกว่าเคยทำมาก่อนแล้วในนิวออร์ลีนส์และประสบความสำเร็จดี โดยมอบสิทธิพิเศษให้กับลูกค้าที่มีหลักฐานการฉีดวัคซีนโควิด-19 ไม่ว่าจะเป็น สิทธิเข้าชมฟรี เครื่องดื่มฟรี โชว์พิเศษจากนักแสดงที่ได้รับวัคซีน และสิทธิประโยชน์อื่น ๆ

ราล์ฟ เจมส์ ผู้จัดการทั่วไปของ Hustler Club กล่าวว่า นี่เป็นโอกาสดีที่จะได้ช่วยเหลือชุมชนให้กลับสู่สภาวะปกติได้เร็วขึ้น เขายอมรับว่า คนทั่วไปอาจมองว่าคลับเปลื้องผ้ากับสาธารณสุขเป็นสองอย่างที่อยู่ไกลกัน แต่เขากล่าวว่า “เราจะให้โอกาสนี้ ทำให้หลายคนได้เห็นว่า ที่นี่สะอาดแค่ไหน และมันก็เป็นธุรกิจปกติเหมือนธุรกิจอื่น ๆ”

ปัจจุบัน สหรัฐฯ ฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้ประชากรแล้วกว่า 164 ล้านคน หรือ 49.68% ของประชากรทั้งประเทศ ขาดอีกเพียงราว 20% เท่านั้นก็จะบรรลุเป้าหมายฉีดวัคซีนให้ประชากร 70% ซึ่ง โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศไว้ว่า จะฉีดให้ถึงเป้าภายใน 4 ก.ค. ซึ่งตรงกับวันชาติ

 

ที่มา : https://www.pptvhd36.com/news/ต่างประเทศ/148180



แหล่งรวม "บทความและคอนเทนต์แปลกใหม่!!!" แบบไร้ Toxic ติดตามได้ที่ THE STATES TIMES Blockdit
LINK : https://www.blockdit.com/pages/60583e7ff90e240c3e7f1c32

‘มาเลเซีย’ เตรียมใช้โดรนส่งพัสดุพื้นที่ห่างไกล พร้อมตั้งเป้าผู้นำด้าน DroneTech

เพจ AEC Connect ได้โพสต์ถึง Teleport บริษัทร่วมทุนด้านโลจิสติกส์ของ AirAsia Digital ที่ได้ร่วมมือกับ Malaysian Global Innovation and Creativity Centre (MaGIC) ซึ่งเป็นสำนักเลขาธิการหลักของ National Technology and Innovation Sandbox (NTIS) ของประเทศมาเลเซีย เปิดตัวบริการจัดส่งพัสดุในพื้นที่เขตเมืองโดยใช้โดรน โดยขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการทดสอบ นอกจากนี้โครงการยังมีเป้าหมายที่จะพัฒนาบริการดังกล่าวเพื่อใช้ในการจัดส่งพัสดุในพื้นที่เขตเมืองในระยะยาวอีกด้วย

Khairy Jamaluddin รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมของมาเลเซียกล่าวว่า มาเลเซียพร้อมที่จะเป็นผู้นำในอุตสาหกรรม DroneTech ซึ่งคาดว่าจะสร้างรายได้ 127 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2568 และมีแผนที่จะขยายธุรกิจการจัดส่งสินค้าด้วยโดรนให้ครอบคลุมในทุก ๆ ภาคส่วน เช่น การจัดส่งสิ่งของที่จำเป็นหรือเวชภัณฑ์ไปยังพื้นที่ชนบทห่างไกลหรือได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติ

ปัจจุบันโครงการนำร่องสำหรับการจัดส่งสินค้าโดยโดรนได้รับการสนับสนุนจากแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซของ AirAsia ที่มีชื่อว่า “AirAsia Shop”

สำหรับการทดสอบใช้โดรนจะใช้ระยะเวลา 6 เดือน ในพื้นที่ของ NTIS ในเมือง Cyberjaya ซึ่งการทดสอบจะมีผู้ให้บริการโดรนในพื้นที่จำนวน 2 ราย เข้าร่วม ได้แก่ VStream Revolution Sdn Bhd และ Meraque Services SdnBhd

โดรนจัดส่งพัสดุจะได้รับอนุมัติให้เปิดบริการได้ก็ต่อเมื่อการทดสอบประสบผลสำเร็จ โดยในระยะแรกของการให้บริการจะมีจุดมุ่งหมายเพื่อประเมินความสามารถ ประสบการณ์ กระบวนการอนุมัติ ความพร้อมในการปรับใช้ และการขยายบริการของผู้ให้บริการโดรน

NTIS ได้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานการบินพลเรือนแห่งมาเลเซีย (CAAM) โดยวางแผนที่จะรับรองความปลอดภัยของบริการอากาศยานไร้คนขับหรือยูเอวีในเขตพื้นที่เมืองให้เป็นไปตามข้อกำหนดและเงื่อนไขของหน่วยงานกำกับดูแลด้านเทคนิคของมาเลเซีย

Tony Fernandes ซีอีโอของ AirAsia Group เชื่อมั่นว่าการร่วมมือกับ MaGIC ในการพัฒนาโดรนจัดส่งพัสดุจะนำมาซึ่งโซลูชั่นด้านโลจิสติกส์ที่เป็นนวัตกรรม ซึ่งจะช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพและความเป็นเลิศในการดำเนินงาน นอกจากนี้ยังช่วยให้เวลาในการจัดส่งพัสดุในเขตพื้นที่เมืองโดยโดรนรวดเร็วขึ้นอีกด้วยและกล่าวเสริมว่า นวัตกรรมนี้จะสร้างโอกาสในการทำงานใหม่ ๆ ให้กับใครหลาย ๆ คนในอุตสาหกรรมการบินที่กำลังตกงานอยู่


ที่มา: https://www.facebook.com/111389082537287/posts/1458050424537806/
Drones will begin delivering your packages in Malaysia - Tech (mashable.com)


แหล่งรวม "บทความและคอนเทนต์แปลกใหม่!!!" แบบไร้ Toxic ติดตามได้ที่ THE STATES TIMES Blockdit
LINK : https://www.blockdit.com/pages/60583e7ff90e240c3e7f1c32

ส.ส.พปชร. นครศรีฯ ขอบคุณ รมว.ยุติธรรม หลังประสานงานกรมราชทัณฑ์ เรือนจำกลางนครศรีฯ รับซื้อผลผลิตฟักทองเกษตรกร หวังเรือนจำ 14 จังหวัดภาคใต้ ช่วยรับซื้อผลผลิตเพิ่ม เหตุเกษตรกรยังเดือดร้อนผลผลิตล้นตลาด-ราคาตกต่ำ

นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง ส.ส.เขต 2 จ.นครศรีธรรมราช และรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยความคืบหน้า การประสานขอความร่วมมือไปยังกรมราชทัณฑ์ เพื่อรับซื้อผลผลิตทางการเกษตรใช้ในการประกอบอาหารให้กับผู้ต้องขังว่า ตนขอขอบคุณนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่มีนโยบายให้กรมราชทัณฑ์ โดยเรือนจำกลาง จ.นครศรีธรรมราช ช่วยเหลือเกษตรกร รับซื้อฟักทองจำนวน 4,000 กก. ซึ่งขณะนี้เกษตรกรได้ขนส่งไปยังเรือนจำกลางจ.นครศรีฯ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้แม้ว่าเรือนจำกลางจ.นครศรีฯ จะรับซื้อผลผลิตฟักทอง เป็นจำนวน  4 ตัน ซึ่งจะใช้ในการประกอบอาหารรวม 3 สัปดาห์ แล้วก็ตาม แต่ขณะนี้จากประมาณการผลผลิต คาดว่าจะมีฟักทองของเกษตรกรพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง 5 อำเภอ คือ อ.หัวไทร อ.เชียรใหญ่ อ.ปากพนัง อ.ชะอวด และอ.เฉลิมพระเกียรติ ออกสู่ตลาดในเดือนมิ.ย.248 ตัน และเดือนก.ค.อีก 570 ตัน 

ดังนั้นตนจึงอยากขอให้ กรมราชทัณฑ์ โดยเรือนจำในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้พิจารณารับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรเพิ่มเติม เพื่อให้เกษตรกรสามารถมีช่องทางการตลาดที่จะระบายผลผลิต ซึ่งขณะนี้มีราคาตกต่ำ และมีปริมาณเป็นจำนวนมาก โดยเป็นการช่วยเหลือให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นมากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

นาวาเอก ทองย้อย แสงสินชัย 'กวีสองแผ่นดิน' ผู้ประพันธ์กาพย์เห่เรือขบวนพยุหยาตราชลมารค ได้โพสต์เฟซบุ๊กเตือนสติสังคมไทยว่า…

ไม่นานมานี้ นาวาเอก ทองย้อย แสงสินชัย 'กวีสองแผ่นดิน' ผู้ประพันธ์กาพย์เห่เรือขบวนพยุหยาตราชลมารค ได้โพสต์เฟซบุ๊กเตือนสติสังคมไทยว่า…

เคยไปคุยกับท่านมั่งหรือเปล่า

ตั้งแต่ต้นปีนี้เป็นต้นมา ผมมีเหตุต้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับ “คำด่าพระเจ้าแผ่นดิน” เนือง ๆ ทำให้เกิดความคิดหลาย ๆ อย่าง

อย่างแรก คิดถึงคำที่คนพูดกันว่า เวลานี้บ้านเราเผด็จการทหารครองเมือง

แต่เวลานี้บ้านเราคนด่าพระเจ้าแผ่นดินกันเป็นว่าเล่น ด่าได้อย่างเสรียิ่งกว่าครั้งไหน ๆ ในประวัติศาสตร์เสียด้วยกระมัง

อย่างต่อไปที่ผมคิดก็คือ คนที่ด่าพระเจ้าแผ่นดินนั้น ทั้งหมดไม่เคยรู้จักพระเจ้าแผ่นดินเลย

“รู้จัก” - ขออนุญาตพูดเป็นภาษาสามัญ - ไม่ได้หมายถึงรู้จักชื่อ เคยเห็นในข่าวหรือเคยเห็นตัวจริง ๆ ตอนมีงานที่นั่นที่โน่น รู้จักแบบนั้นใครก็รู้จัก

แต่ “รู้จัก” ที่ว่านี้หมายถึงรู้ความจริงในชีวิตประจำวัน เช่นรู้ว่าพระเจ้าแผ่นดินตื่นนอนกี่โมง เข้านอนกี่ทุ่ม เช้าทำอะไร สายทำอะไร เย็นทำอะไร ตลอดจนพระเจ้าแผ่นดินไปทำอะไรไว้ที่ไหนอย่างไร-รู้เห็นจากของจริงด้วยตาตัวเอง ไม่ใช่จากชุดข้อมูลที่มีผู้จัดทำขึ้นแล้วเอามาบอกเรา

ทั้งหมดที่ด่าพระเจ้าแผ่นไม่เคยรู้จักพระเจ้าแผ่นดินตามความหมายที่ว่านี้ แต่ด่าพระเจ้าแผ่นดินได้เป็นช่องเป็นฉากเป็นวรรคเป็นเวร ราวกับได้สะกดรอยตามพระเจ้าแผ่นดินตั้งแต่ตื่นนอนจนเข้านอนทุกวันเวลาจนรู้ความจริงหมดไส้หมดพุง

และถ้าสังเกตสักหน่อยก็จะเห็นว่า คำด่าพระเจ้าแผ่นดินนั้นเหมือนคนด่าจะไม่ได้คิดเอง แต่ได้ข้อมูลมาจากแหล่งเดียวกัน คำด่าส่วนมากมีลักษณะเป็น “ข้อกล่าวหา” ซึ่งยังจะต้องพิสูจน์ทราบข้อเท็จจริงกันอีกมาก แต่ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้พิสูจน์ว่าจริงหรือเท็จ ผู้ด่าก็เอามาด่าได้เต็มปากเต็มคำ 

และผู้ถูกด่าก็เสียหายไปเรียบร้อยแล้ว จริงหรือไม่จริงก็ไม่รู้นั่นแหละ

บางเรื่องฟังแล้วก็สังเวชใจ พระเจ้าแผ่นดินทรงเอาพระทัยใส่เรื่องพระพุทธศาสนา แต่คนด่าก็พลิกหาเหลี่ยมขึ้นมาด่าจนได้ 
เอากะพ่อกะแม่มันสิเออ คนจะด่านี่หาเหตุด่าได้ทุกเรื่องจริงๆ 

ในฐานะสมาชิกของสังคมที่จะต้องได้ยินได้ฟังได้รับข้อมูลอย่างเลี่ยงไม่ได้ ผมทำอย่างไร 

ผมก็เหมือนคนทั่วไป คือยังมีชอบมีชัง เวลาได้ยินใครด่าใครและผมจำเป็นต้องรับรู้ ผมมีวิธีจัดการของผม นั่นคือ รับรู้ไว้ก่อน แต่ยังไม่ให้ราคา ยังไม่ตัดสินใจว่าจะชอบหรือจะชัง 

รับไว้แล้วก็วางไว้ ไม่ต้องทำอะไร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง-ไม่เอาไปบอกต่อ

ต่อจากนั้น ถ้าสนใจประเด็นไหน อยากรู้ความจริง ก็ลงมือสืบเสาะ แต่ไม่ใช่ไปรับเอาชุดข้อมูลที่ถูกทำขึ้นมาเป็นเกณฑ์ตัดสิน

สืบเสาะแล้ว ถ้ายังไม่รู้ว่า จริง ๆ แล้วมันเป็นอย่างไรกันแน่ ก็วางไว้ที่เดิม ไม่ลงมติชอบหรือชัง

ตรงนี้แหละที่คนทั่วไปมักไม่ได้ทำ-คือสืบสวนหาข้อเท็จจริงก่อน

ส่วนมาก พอได้รับข้อมูลมาก็ตัดสินทันที เชื่อทันที ชอบทันที ชังทันที แล้วก็เอาไปขยายต่อทันที ราวกับว่าข้อมูลที่ได้รับมานั้นพิสูจน์ทราบแล้วด้วยตนเองว่า-จริงทั้งหมด-ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้ว จริงหรือเท็จตัวเองก็รู้ตามที่เขาบอกอีกทีหนึ่งทั้งนั้น

คนที่ผลิตชุดคำด่าพระเจ้าแผ่นดินเขาก็คงใช้หลักความจริงข้อนี้แหละเป็นเหยื่อ คือด่าไปก่อนให้คนฟัง คนส่วนมากฟังแล้วไม่ทันได้คิดที่จะสืบสวนหาข้อเท็จจริง ก็จะเกลียดพระเจ้าแผ่นดินทันทีสมความปรารถนา

ยังมีข้อควรคิดอีก ถ้าสมมุติว่าเรื่องที่ด่าพระเจ้าแผ่นดินนั้นเกี่ยวกับผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ถ้าเรานิ่งเฉย แล้วถ้าเกิดเป็นเรื่องจริงจะว่าอย่างไร ควรจะทำอย่างไรกัน

ผมว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่จนไม่มีทางไป ถ้าเราห่วงประเทศชาติและประชาชนถึงขนาดนั้น ก็ยังมีวิธีอื่นอีก

วิธีที่ตรงที่สุด ง่ายที่สุด แต่ไม่มีใครกล้าทำ ก็คือ-ก็ถามพระเจ้าแผ่นดินไปตรง ๆ นั่นเลย

สมัยสุโขทัย ใครเจ็บท้องข้องใจก็ไป ... สั่นกระดิ่งที่ปากประตูหั้น ... สมัยนี้ง่ายกว่ากันเยอะเลย ใช้ช่องทางไหนด่าพระเจ้าแผ่นดิน ก็ใช้ช่องทางนั้นนั่นแหละถามพระเจ้าแผ่นดินได้เลย 

ถามพระเจ้าแผ่นดินง่ายกว่าด่าพระเจ้าแผ่นดินเป็นไหน ๆ ไม่มีกฎหมายฉบับไหนห้ามพสกนิกรถามข้อข้องใจกับพระเจ้าแผ่นดิน เคยเฉลียวใจกันบ้างไหมว่า เราให้ความเป็นธรรมแก่พระเจ้าแผ่นบ้างหรือเปล่า คนด่าพระเจ้าแผ่นดินข้างเดียว แต่พระเจ้าแผ่นดินไม่มีโอกาสแก้ข้อกล่าวหาเลย ผมว่าการถามพระเจ้าแผ่นดินอย่างตรงไปตรงมานี่แหละคือการถวายโอกาสให้พระองค์ท่านตอบข้อข้องใจได้อย่างวิเศษที่สุด

หรือถ้าจะให้เจ๋งกว่านั้น ก็เข้าไปคุยกับท่านตัวต่อตัวเลย ท่านประทับอยู่ที่ไหน เราก็รู้ทางไปอยู่แล้ว ยากอะไร ไปขอเข้าเฝ้าทูลถามข้อข้องใจได้เลย 

ผมเชื่อว่าในบรรดาพระเจ้าแผ่นดินเมืองไทยของเรานี้ พระเจ้าแผ่นดินรัชกาลปัจจุบันเข้าพบหรือขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทได้ง่ายที่สุดพระองค์หนึ่ง

ผู้ที่เคยเข้าเฝ้าบอกว่า ในนั้น (คือในวังที่ประทับ) ใครเข้าเฝ้าเวลาไหน มีอาหารพระราชทานเลี้ยงตลอดเวลา ตามคำโบราณว่า “ก้นถึงฟาก ปากถึงน้ำ” - เรื่องเล็ก ๆ (แต่สำคัญมาก) แบบนี้มีใครเคยรู้บ้าง?

ใช้วิธีด่า แต่ไม่กล้าถามเจ้าตัวนี่ ผมนึกถึงพระเดชพระคุณพระธรรมปัญญาภรณ์ (ไพบูลย์ ชินวํโส ป.ธ.๗) เจ้าอาวาสวัดมหาธาตุราชบุรี หลวงพ่อท่านโดนแบบเดียวกัน คือหลวงพ่อท่านทำโน่นทำนี่ภายในวัดตลอดเวลา งานไม่ว่าง คนที่ตามความคิดท่านไม่ทันก็มักไม่เข้าใจว่าท่านทำอะไรของท่าน เมื่อไม่เข้าใจก็บ่น หนักเข้าก็ด่า 

หลวงพ่อท่านประกาศเสมอว่า ใครสงสัยเรื่องอะไรให้มาถามกับท่านตรงๆ อย่าไปฟังคนอื่น แต่เชื่อหรือไม่ว่า ไม่เคยมีใครกล้าไปถามท่าน แต่ชอบใช้วิธีฟังจากคนนั้นคนโน้น แล้วก็ด่าท่านต่อไป

ผมว่า ต่อไปนี้ถ้าใครอยากจะด่าพระเจ้าแผ่นดิน ก็ควรจะถูกถามกันมั่งว่า คนที่คุณด่าหรือกำลังคิดจะด่านั่น คุณเคยไปคุยกับท่านมั่งหรือเปล่า

นาวาเอก ทองย้อย แสงสินชัย


แหล่งรวม "บทความและคอนเทนต์แปลกใหม่!!!" แบบไร้ Toxic ติดตามได้ที่ THE STATES TIMES Blockdit
LINK : https://www.blockdit.com/pages/60583e7ff90e240c3e7f1c32

รัฐบาลพร้อมเปิดโรงพยาบาลสนามเพื่อผู้พิการ 1 มิ.ย. โมเดลระดับภูมิภาค ใช้นวัตกรรมทางการแพทย์ดูแลผู้ป่วย

เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2564 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วันเดียวกันนี้ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี รมว.พาณิชย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้พิการ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมความพร้อมการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามบ้านวิทยาศาสตร์สิรินธรเพื่อคนพิการ ซึ่งเป็นการบูรณาการการทำงาน 3 กระทรวงหลัก ได้แก่ ก.สาธารณสุข ก.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และก.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จะเปิดให้บริการแก่ผู้ป่วยพิการอายุ 15-65ปี ในวันที่ 1 มิ.ย. โดยมี ศ.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษาฯ นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกรระทรวงสาธารณสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี คณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ และนายกสมาคมผู้พิการ ร่วมลงพื้นที่ด้วย

รพ.สนามแห่งนี้ถือเป็นโมเดลระดับภูมิภาค ในการดูแลผู้พิการที่ป่วยด้วยโรคไวรัสโควิด19 ที่ไม่มีอาการหรือมีอาการไม่มาก สามารถรองรับผู้ป่วยพิการได้จำนวน 224 เตียง และความพิเศษอีกอย่างหนึ่งคือ มีการใช้นวัตกรรมและระบบเทคโนโลยีทางการแพทย์ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ป่วยระหว่างการรักษาตัว อาทิ รถเข็นบังคับระยะไกลส่งของให้ผู้ป่วยโควิด-19 เครื่องฆ่าเชื้อโรคด้วยแสงยูวีซี เพื่อลดการแพร่เชื้อ ระบบ TTRS (เครื่องช่วยสื่อสารสำหรับคนหูหนวก) เปลเคลื่อนย้ายผู้ป่วยความดันลบ ทั้งนี้ผู้พิการที่ติดเชื้อโควิด19 สามารถติดต่อรับการดูแลได้หลายช่องทาง กล่าวคือ ผ่านสายด่วนสาธารณสุข 1668 ศูนย์บริการช่วยเหลือสังคมสายด่วน 1300 และสายด่วนคนพิการ 1479 รวมถึงแอปพลิเคชั่น TTRS กรณีคนพิการทางการได้ยินและสื่อความหมาย

นางสาวรัชดา กล่าวว่า นายจุรินทร์ฯ ได้เน้นย้ำถึงความตั้งใจของรัฐบาลที่จะดูแลกลุ่มคนเปราะบางให้ดีที่สุด และทุกส่วนราชการได้ร่วมกันทำงานอย่างเต็มที่ ซึ่งผู้พิการเป็นหนึ่งในกลุ่มเป้าหมาย โดยภายใต้สถานการณ์โควิด-19 คณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ได้เห็นชอบมาตรการ อาทิ การขยายเวลาบัตรผู้พิการที่บัตรหมดอายุ เพื่อไม่ให้เสียสิทธิ์สวัสดิการต่าง ๆ การขยายเวลาพักหนี้กองทุนพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ การขยายเวลายื่นเรื่องขอกู้ฉุกเฉิน ปลอดดอกเบี้ย ปลอดคนค้ำ จากกองทุนฯ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในช่วงเวลาของความยากลำบากนี้

“บิ๊กตู่” ลั่นเดินหน้าฉีดวัคซีนให้ประชาชน รวมกว่า 3 ล้านโดสแล้ว เป็นอันดับต้นของอาเซียน ภูมิใจไทยฉีดวัคซีนโควิด-19 เป็นอันดับ 5 ของอาเซียนแล้ว

เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2564 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ประกาศให้การฉีดวัคซีนเป็นวาระแห่งชาติ พร้อมระบุว่าช่วงตั้งแต่เดือน มีนาคมที่ผ่านมา รัฐบาลได้เร่งระดมฉีดวัคซีนให้แก่ บุคลากรทางการแพทย์ สาธารณสุข อสม. ประชาชนในพื้นที่เสี่ยง เจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องและมีโอกาสสัมผัสผู้ป่วย ผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป และผู้ที่มีโรคประจำตัว ตามจำนวนวัคซีนที่เข้ามา

ทั้งนี้ จากรายงานล่าสุดเมื่อ 25 พฤษภาคม 2564 ไทยมีจำนวนการฉีดวัคซีนโควิด-19 แล้วถึง 3,024,313 โดส เป็นอันดับ 5 ของอาเซียนและจะเลื่อนขึ้นเป็นอันดับ 2 ในอาเซียน ด้วยการระดมฉีดวัคซีนอีก 6-8 ล้านโดสภายในสิ้นเดือนมิถุนายนนี้ ซึ่งขณะนี้ มีผู้ลงทะเบียนจองฉีดวัคซีนผ่านระบบหมอพร้อมแล้วกว่า 7,931,765 ล้านด้วย

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานบูรณาการร่วมอำนวยความสะดวกการฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชนทุกคนที่พร้อมฉีดวัคซีนและได้ลงทะเบียนผ่านช่องทางต่าง ๆ ตามแต่สะดวก เพื่อขอรับวัคซีน ให้เป็นไปอย่างสะดวก เรียบร้อย เพื่อร่วมกันสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ในประเทศ ควบคู่ไปกับการปฎิบัติตามมาตรการสาธารณสุข สวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดและควบคุมโรคแก่ประชาชนที่เข้ารับบริการฉีดวัคซีนในสถานที่พยาบาลทุกแห่งทั่วประเทศ เชื่อมั่นว่าประเทศไทยจะผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้ด้วยกัน  


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top