Monday, 8 June 2026
Hard News Team

ปชป. เสนอ 3 ข้อจัดการวัคซีนภาครัฐอย่างมืออาชีพ พร้อมคำนึงพื้นที่เสี่ยงกระจายวัคซีนอย่างเป็นธรรม

เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2564 นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค และประธาน ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการบริหารจัดการการฉีดวัคซีนโควิด-19 ของรัฐบาลและ ศบค. ว่า จากการลงพื้นที่ของ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ และอดีต ส.ส. อดีตสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) ในพื้นที่ กทม. เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 ซึ่งพบว่ามีประชาชนจำนวนมากเกิดความไม่สบายใจวิตกกังวลถึงการบริหารจัดการวัคซีนของรัฐบาล และ ศบค. ว่า จะบริหารเรื่องวัคซีนให้มีประสิทธิภาพได้หรือไม่ เนื่องจากมีข่าวสารไปถึงประชาชนจำนวนมากที่รับรู้ว่า ไม่มีวัคซีนเพียงพอจนมีหลายหน่วยงานประกาศเลื่อนการฉีดวัคซีนออกไป ในขณะที่ผู้ลงทะเบียนหมอพร้อมไว้ก็ไม่มั่นใจว่าจะได้ฉีดตามกำหนดเวลาคือ ตั้งแต่ 7 มิ.ย. เป็นต้นไปหรือไม่ ขณะที่ใน กทม. ก็มีการเชิญชวนให้ฉีดวัคซีนผ่านเว็บไซต์ ผ่านแอปพลิเคชันเพิ่มเติมขึ้นมาอีก

นายองอาจ กล่าวว่า นอกจากนั้นมีประชาชนร้องเรียนถึงความไม่เป็นธรรมของการฉีดวัคซีนเข้ามาจำนวนมากว่า ทำไมดารานักแสดง และผู้มีชื่อเสียงที่ไม่ใช่กลุ่มเสี่ยงจึงได้ฉีดวัคซีนก่อนประชาชนทั่วไป ซึ่งจากข้อร้องเรียนของประชาชน เราจึงมีข้อเสนอไปยังนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้บริหารสูงสุดในการแก้ไขการแพร่ระบาดของโควิด-19 และ ศบค. ดังนี้

1.) การบริหารจัดการวัคซีนควรมีความชัดเจน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนว่าจะได้รับการฉีดวัคซีนอย่างทั่วถึงตามวันเวลาที่ลงทะเบียนไว้ ควรทำให้ได้ตามนัดหมาย ไม่ควรเลื่อนนัดหมายออกไปอย่างไม่มีกำหนดและควรมีช่องทางอำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่หลากหลาย แต่ไม่ควรซ้ำซ้อนกัน อันจะนำไปสู่ความสับสน จนก่อให้เกิดความไม่เชื่อมั่นในการบริหารจัดการวัคซีนของรัฐ

2.) การสื่อสารเกี่ยวกับวัคซีน ควรชัดเจนออกมาจากแหล่งข้อมูลเดียว เพื่อลดความสับสนของข้อมูลเนื่องจากขณะนี้มีการสื่อสารข้อมูลวัคซีนจนประชาชนสับสนว่า ควรจะปฏิบัติตามข้อมูลจากแหล่งใดจึงจะได้รับการฉีดวัคซีนที่รวดเร็วและถูกต้องเหมาะสมที่สุด

3.) กระจายวัคซีนอย่างเป็นธรรม โดยคำนึงถึงพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงสุดและพื้นที่ที่มีความจำเป็นสูงสุดทั้งในแง่ของการควบคุมโรค และการแก้ไขผลกระทบทางเศรษฐกิจ

หวังว่าข้อเสนอนี้จะเป็นประโยชน์ต่อ ศบค. และผู้รับผิดชอบทุกระดับในการกระชับการทำงานให้เป็นไปตามความคาดหวังของประชาชนที่อยากเห็นการบริหารจัดการอย่างมืออาชีพ เพื่อเราจะผ่านพ้นห้วงเวลาความเลวร้ายจากโควิด-19 ไปด้วยกันในที่สุด

“บิ๊กตู่” ปลื้ม ทางหลวงสวยหลังปลูกต้นไม้เสริมทัศนียภาพ สั่ง หน่วยราชการ ปลูกเพิ่ม สร้างเอกลักษณ์ ต่อยอดการท่องเที่ยว

เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2564 น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ติดตามข้อสั่งการในการดำเนินงานปรับปรุงภูมิทัศน์บนท้องถนนของกรมทางหลวง ที่ได้ดำเนินโครงการปลูกต้นไม้ในในหลายพื้นที่ พบว่าผลการดำเนินงานเป็นที่น่าพอใจ หลายเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็น ทางหลวงหมายเลข 2 (ถนนมิตรภาพ),  ทางหลวงหมายเลข 12 ตอน บ้านฝาง-ขอนแก่, ทางหลวงหมายเลข 1021 สายพะเยา-เชียงคำ, ทางหลวงหมายเลข 33 ตอน คลองยาง-นครนายก ฯลฯ ได้มีการปรับปรุง ปลูกต้นไม้ที่มีสีสันสวยงาม ช่วยให้ทัศนียภาพตลอดสองข้างทางดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จึงขอชื่นชม และสนับสนุนให้ดำเนินงานต่อไป

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า นายกรัฐมนตรี ยังสั่งการเพิ่มเติมให้กระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย พร้อมทั้งหน่วยงานรัฐ ดำเนินโครงการปลูกต้นไม้อย่างต่อเนื่อง เพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์เมืองและถนนหนทางให้มีความสวยงาม ร่มรื่น โดยเลือกปลูกต้นไม้ที่เหมาะกับแต่ละพื้นที่ เพื่อความง่ายในการดูแลรักษา ทั้งยังจะเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ด้วย โดยการปลูกต้นไม้ที่สร้างความสวยงานให้กับเมืองและท้องถนนนั้น จะสามารถสร้างความประทับใจให้กับผู้มาเยือนได้เป็นอย่างดี

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า ที่ผ่านมาหลายหน่วยงาน ได้เสนอตามแผนการฟื้นฟูเศรษฐกิจ โดยมีบางส่วนเสนอโครงการเกี่ยวกับการปรับภูมิทัศน์เมืองด้วยการปลูกต้นไม้ และปรับปรุงภูมิทัศน์เมืองที่มีต้นไม้เป็นส่วนประกอบ นายกรัฐมนตรี กำชับให้มีการใช้จ่ายงบประมาณอย่างคุ้มค่า โปร่งใส คำนึงถึงประโยชน์สูงสุดที่จะเกิดแก่พื้นที่ หรือท้องถิ่น และขอให้ทำด้วยความตั้งใจ เพราะการพัฒนาในส่วนนี้ ไม่ใช่เพียงแต่เพื่อความสวยงาม แต่จะส่งผลบวกทางด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวตามมาด้วย

"นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับการปลูกต้นไม้ ทั้งการปลูกต้นไม้เพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และการปลูกต้นไม้เพื่อปรับปรุงทัศนียภาพ สร้างสีสันให้กับเมืองและถนนหนทาง ซึ่งนอกจากจะเพิ่มความสวยงาม แก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังเป็นแรงดึงดูดส่งเสริมการท่องเที่ยว และต่อยอดการท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี ทั้งยังทำให้เมืองน่าอยู่ ถนนหนทางร่มรื่น สวยงาม จึงขอเชิญชวนประชาชนมีส่วนร่วมในการปลูกต้นไม้ เพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดีและทัศนียภาพที่น่ามอง" น.ส.ไตรศุลี กล่าว

ชาวเน็ตญี่ปุ่นตื่นตา ‘พระที่นั่งคูหาคฤหาสน์’ แห่งถ้ำพระยานคร อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นกระแสรีทวิตในในทวิตเตอร์ว่ามีความสวยงามเหมือนอยู่ในโลกเกม RPG

เพจ Wa-Japan นำเสนอกระแสในทวิตเตอร์ของชาวเน็ตญี่ปุ่นว่า ตอนนี้มีสถานที่ท่องเที่ยวหนึ่งของไทยที่คนญี่ปุ่นรีทวิตกันไปเป็นจำนวนมาก โดยกล่าวกันว่า สถานที่นี้มันช่างเหมือนโลกในเกม RPG และเหมือนโลกในอนิเมะเสียเหลือเกิน นั่นก็คือที่ ‘ถ้ำพระยานคร’ จ.ประจวบคีรีขันธ์ นั่นเอง โดยเจ้าของทวิตยังใช้คำว่า ‘Suay maaaaak’ และกล่าวว่า หากโควิดหายแล้วอยากจะไปเที่ยวสักที่ แนะนำเลยที่นี่ไม่ผิดหวัง อีกทั้งคอมเมนต์ต่าง ๆ ชาวของคนญี่ปุ่นก็มีทั้งกล่าวว่า ไม่น่าเชื่อเลยจะมีสถานที่แบบนี้ในโลก บ้างถึงกับอุทานว่าสวยมาก เหมือนฉากในเกม SEKIRO เป็นต้น

สำหรับ ‘ถ้ำพระยานคร’ ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นถ้ำที่ตั้งอยู่บนเขา ถ้ำแห่งนี้ถูกค้นพบโดยเจ้าพระยานครศรีธรรมราช ซึ่งในอดีตขบวนเดินทางของท่านที่มุ่งหน้าสู่กรุงรัตนโกสินทร์เคยมาแวะพักแรมแถวนี้ แล้วได้สำรวจพบถ้ำบนเขา จึงให้ชื่อว่า’ถ้ำพระยานคร’ ปัจจุบันถ้ำแห่งนี้เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ โดยภายในถ้ำมีปล่องขนาดใหญ่ด้านบน ทำให้แสงสามารถสาดส่องลงมาถึงภายในถ้ำ

บริเวณที่แสงตกกระทบลงมาอย่างเหมาะเจาะนั้นเป็นที่ตั้งของ ‘พระที่นั่งคูหาคฤหาสน์’ พลับพลาทรงจัตุรมุขเปิดโล่งทำด้วยไม้สักประดับด้วยช่อฟ้าใบระกา กว้าง 2.55 เมตร มีความยาว 8 เมตร สูง 2.55 เมตร สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ โดยพระองค์ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพลับพลาที่ประทับไว้ ในคราวเสด็จประพาสถ้ำพระยานคร เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ.2433 และพระราชทานนามว่า ‘พระที่นั่งคูหาคฤหาสน์’

เมื่อพระอาทิตย์สาดแสงผ่านปล่องถ้ำ แสงนั้นจะส่องกระทบองค์พระที่นั่งดูงดงามเรืองรองเป็นที่น่าประทับใจยิ่งนัก ถือเป็นความงดงามที่เป็นอันซีนไทยเแลนด์อย่างแท้จริง และการเข้าถึงถ้ำพระยานครนั้นสามารถทำได้ 2 วิธีคือการเดินเท้าขึ้นและข้ามเขาเทียนไปประมาณ 500 เมตร หรือสามารถนั่งเรือไปขึ้นที่หาดบางปู นั่งอ้อมเขาไปประมาณ 10 นาที จากนั้นต้องเดินขึ้นเขาในระยะทาง 430 เมตรสู่ตัวถ้ำ ถือว่าไม่ง่ายนักในการไปชมสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้

 

ที่มาภาพ : Twitter@KenKenPhoto

https://mgronline.com/travel/detail/9640000049899?fbclid=IwAR0gt8y09k1DNaVQlWqKtKgpyTYXrF9qLb-kUT4kB-RLo14UXqxYLNxyt-o


แหล่งรวม "บทความและคอนเทนต์แปลกใหม่!!!" แบบไร้ Toxic ติดตามได้ที่ THE STATES TIMES Blockdit

LINK : https://www.blockdit.com/pages/60583e7ff90e240c3e7f1c32

‘จิตดี’ จะได้พูดแล้ว! ผู้ประกาศสาว ลาออก ‘ทุบโต๊ะข่าว’ แล้ว โดดร่วมดำเนินรายการ ‘ข่าวอรุณอมรินทร์’ แทน

เป็นอีกหนึ่งพิธีกรข่าวสาวที่คนไทยรู้จักกันดี สำหรับ จิตดี ศรีดี พิธีกรข่าวสาว คู่ขวัญของ “พุทธอภิวรรณ องค์พระบารมี” พิธีกรข่าวชื่อดังจากรายการ “ทุบโต๊ะข่าว” โดยล่าสุดเจ้าตัวออกมาประกาศแล้วว่าจะย้ายไปทำรายการข่าวอรุณอมรินทร์ ร่วมกับ กรุ๊งกริ๊ง รังสิมา ศฤงคารนฤมิตร, บอล สถาปัตย์ แพทอง และ โจ อรชุน รินทรวิทูรย์ ซึ่งรายการใหม่นั้นจะเริ่มวันที่ 29 พฤษภาคมนี้

โดย จิตดี ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Jitdee Sridee ระบุข้อความว่า

จิตดี จะได้พูดแล้วค่าาาาาา

ขอบพระคุณผู้ใหญ่ที่ไว้วางใจ และให้โอกาสนะคะ

ดีใจที่ได้ร่วมงานกันนะคะ รังสิมา ศฤงคารนฤมิตร Ball Sathapat และพี่โจ อรชุน

แล้วพบกันในข่าวอรุณอมรินทร์ จ.-ศ.05:30-08:30 น.

และข่าวอรุณอมรินทร์ สุดสัปดาห์ ส.-อา. 06:00-09:00 น.

 

ที่มา : https://www.facebook.com/jeabjitdee

https://www.matichon.co.th/entertainment/thai-entertainment/news_2742517


แหล่งรวม "บทความและคอนเทนต์แปลกใหม่!!!" แบบไร้ Toxic ติดตามได้ที่ THE STATES TIMES Blockdit

LINK : https://www.blockdit.com/pages/60583e7ff90e240c3e7f1c32

อนุทิน กล่าวถึงการส่งมอบวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าว่า ได้หารือกับตัวแทนบริษัท แอสตร้าเซนเนกาฯ พร้อมผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติแล้ว เพื่อติดตามการส่งมอบวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าให้ทันกำหนดเดือน มิ.ย.

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข กล่าวถึงการส่งมอบวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าว่า ได้หารือกับตัวแทนบริษัท แอสตร้าเซนเนกาฯ พร้อมผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติแล้ว เพื่อติดตามการส่งมอบวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าให้ทันกำหนดเดือน มิ.ย. โดยย้ำให้มีการติดตามกับบริษัท แอสตร้าฯ อย่างต่อเนื่อง และจะหารือเรื่อย ๆ ซึ่งการจัดส่งวัคซีนเป็นหน้าที่ของบริษัทผู้ผลิต พร้อมเรียกร้องให้ตัวแทนบริษัทออกมาชี้แจงกับสื่อมวลชน

"เชื่อมั่นส่งวัคซีนแอสตร้าฯ ที่ผลิตในไทยทันตามกำหนด และสามารถฉีดในวันที่ 7 มิ.ย.แน่ เนื่องจากในสัญญาการส่งมอบระบุชัด ครอบคลุม ต้องมีวัคซีนให้ไทย โดยอาจนำวัคซีนแอสตร้าฯ ที่อยู่ในแหล่งผลิตอื่นส่งให้ไทยก็ได้ ดังนั้นใครที่เคยระบุจะกดดันผมให้ลาออกหากไม่มีวัคซีนมาทันตามกำหนด ถ้ามีวัคซีนมาก็ขอให้คนที่ออกมากดดันผมลาออกด้วย ส่วนเงื่อนไขการตรวจสอบรับรองรุ่นการผลิตวัคซีนแอสตร้าฯ ไม่ได้ยุ่งยากเหมือนกับวัคซีนตัวอื่น เนื่องจากผลิตในไทย ผ่านการขึ้นทะเบียนแล้ว การตรวจสอบใช้เวลาเพียง 3-4 วัน หากมาในเดือน มิ.ย.ก็สามารถฉีดได้ทันตามกำหนด 7 มิ.ย.นี้" นายอนุทินกล่าว

รองนายกฯ กล่าวว่า สำหรับวัคซีนไฟเซอร์ ได้มีการหารือแล้วเช่นกัน อยู่ระหว่างการร่างสัญญาการจัดซื้อ เนื่องจากการจัดซื้อวัคซีนในสถานการณ์ภาวะฉุกเฉินเช่นนี้ต้องทำอย่างโปร่งใสทุกขั้นตอน และส่งร่างให้สำนักงานอัยการสูงสุดพิจารณา หากสำนักงานอัยการสูงสุดว่าผ่าน ก็เดินหน้าเซ็นสัญญาจัดซื้อจัดหาได้ ใช้เวลาประมาณอีก 1 เดือน จากนั้นในครึ่งปีหน้าก็สามารถทยอยส่งวัคซีนไฟเซอร์ให้ไทย 20 ล้านโดสได้

"ส่วนวัคซีนของซิโนฟาร์ม อยู่ระหว่างขอขึ้นทะเบียนของ อย. โดยจะมีการหารือวันศุกร์ที่ 28 พ.ค.นี้ ส่วนเรื่องข้อกังวลเรื่องเข็มและไซริงฉีดวัคซีนอาจไม่เพียงพอหากมีการปูพรมฉีดเพราะต้องใช้จำนวนมากนั้น เรื่องนี้ทางกรมควบคุมโรค ได้มีการจัดเตรียมสั่งซื้อเข็มฉีดยาแบบ Low Dead Space Syringes ด้วยไซริงพิเศษ ขนาด 0.5 ซีซีไว้แล้ว" รองนายกฯกล่าว


ที่มา : https://www.thaipost.net/main/detail/104169


แหล่งรวม "บทความและคอนเทนต์แปลกใหม่!!!" แบบไร้ Toxic ติดตามได้ที่ THE STATES TIMES Blockdit
LINK : https://www.blockdit.com/pages/60583e7ff90e240c3e7f1c32

“ผบ.นทพ.” สั่งตั้ง จุดบริการฉีดวัคซีนโควิด-19 สนับสนุน สธ. บริการกำลังพล-ปชช.

ที่อาคารอเนกประสงค์ หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (นทพ.) พล.อ.นเรนทร์ สิริภูบาล ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ได้สั่งการให้ ส่วนสนับสนุนทหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (สสน.นทพ.) จัดเตรียมความพร้อมในการสนับสนุนกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ในการจัดตั้งจุดฉีดวัคซีนให้บริการแก่กำลังพลและประชาชนทั่วไป โดยใช้สถานที่ บุคลากรทางการแพทย์ และเจ้าหน้าที่ธุรการของหน่วย

โดยได้รับการสนับสนุนวัคซีน Sinovac Biotech จากกระทรวงสาธารณสุขจำนวน 300 โดส เพื่อใช้ทดสอบระบบและขั้นตอนการปฏิบัติโดยให้ สสน.นทพ. ดำเนินการจัดตั้งจุดบริการฉีดวัคซีน ที่อาคารอเนกประสงค์ หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา เร่งด่วน ทำการทดสอบระบบ โดยทำการฉีดวัคซีนป้องกันการติดเชื้อให้กับกำลังพลกลุ่มเสี่ยงของหน่วยที่ออกปฏิบัติงาน จิตอาสา 904 และประชาชนจิตอาสา ที่ได้ร่วมปฏิบัติงานกับ นทพ.ตามภารกิจที่ได้รับมอบจากกองบัญชาการกองทัพไทย (บก.ทท.) ในการดูแลช่วยเหลือประชาชนที่ติดเชื้อ กลุ่มเสี่ยง และผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

สำหรับผลการทดสอบระบบเป็นไปด้วยความเรียบร้อยสร้างความมั่นใจให้กับผู้ที่จะต้องปฏิบัติงานในการจัดตั้งจุดฉีดวัคซีนและสามารถสร้างขวัญกำลังใจให้กับกำลังพลที่ออกปฏิบัติงาน และจิตอาสาที่ร่วมปฏิบัติงานกับ นทพ.ได้เป็นอย่างดี

ครม. จัดงบ 311 ล้าน ป้องกันโควิดในเรือนจำทั่วประเทศ

นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมครม. อนุมัติกรอบวงเงิน 311,650,300 บาท เป็นค่าใช้จ่ายในการแก้ไขและป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในเรือนจำและทัณฑสถานทั่วประเทศ จำนวน 5 รายการ ประกอบด้วย

1.) ค่าชุดตรวจไวรัสโควิด-19 แบบ RT PCR จำนวน 100,000 ชุดเป็นเงิน 80 ล้านบาท

2.) ค่าก่อสร้างโรงพยาบาลสนามรองรับผู้ป่วยวิกฤติในเขตกรุงเทพและปริมณฑล จำนวน 2 แห่งเป็นเงิน 51,967,200 บาท 

3.) ค่าก่อสร้างโรงพยาบาลสนามประจำเขตกลุ่มเรือนจำและทัณฑสถาน จำนวน 10 แห่ง เป็นเงิน 92,680,000 บาท

4.) ค่าก่อสร้างและปรับปรุงห้องกักกันโรคประจำเรือนจำและทัณฑสถานจำนวน 65 แห่ง เป็นเงิน 49,835,500 บาท และ 5.ค่าวัสดุ อุปกรณ์ป้องกันโรคติดต่อจากเชื้อไวรัสโควิด-19 ในเรือนจำและทัณฑสถาน เป็นเงิน 37,167,600 บาท

สำหรับการจัดหายาฟาวิพิราเวียสำหรับผู้ติดเชื้อนั้น ให้กรมราชทัณฑ์ดำเนินการตามแนวปฏิบัติโดยขอรับการสนับสนุนยาจากกระทรวงสาธารณสุขโดยตรงและเร่งด่วน

“หลังเกิดปัญหาการติดเชื้อไวรัส โควิด-19 ในเรือนจำและทัณฑสถานหลายแห่ง จึงจำเป็นต้องก่อสร้างปรับปรุงสถานที่ พร้อมจัดหาวัสดุอุปกรณ์เพื่อแก้ไขและป้องกันการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส โควิด-19 ในเรือนจำและทัณฑสถานทั่วประเทศ นายกรัฐมนตรีจึงได้มีบัญชาเห็นชอบให้ ใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ งบกลาง รายการค่าใช้จ่ายในการบรรเทา แก้ไขปัญหา และเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการระบาดโรคติดเชื้อไวรัส โควิด-19 โดยให้กรมราชทัณฑ์เร่งจัดทำแผนปฏิบัติการและแผนการใช้จ่ายงบประมาณเท่าที่จำเป็นและเหมาะสมด้วย”

รถพุ่มพวงทหารมาแล้ว..!!! “บชร.3” นำผลผลิตทหารพันธ์ุดี ใส่รถกระบะแจกจ่ายช่วยเหลือปชช. เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากโควิด-19

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่กำลังแพร่ระบาดในขณะนี้ ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพบก กองทัพภาคที่ 3 และกองบัญชาการช่วยรบที่ 3 มีความห่วงใยตระหนักถึงความเดือดร้อนของประชาชน

พล.ต.กิตติพงษ์ แจ่มสุวรรณ ผู้บัญชาการ กองบัญชาการช่วยรบที่ 3 ค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ นำผลผลิตที่ได้จากโครงการทหารพันธุ์ดี อาทิ ข้าวสาร ไข่ไก่ และพืชผักชนิดต่าง ๆ สิ่งของที่จำเป็นในการอุปโภคบริโภคไปแจกจ่ายแก่ประชาชน ที่ประสบความเดือดร้อนจากการขาดรายได้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน

พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์เชิญชวนสร้างการรับรู้แนะนำพี่น้องประชาชน ลงทะเบียนฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ในแอพพลิเคชั่นหมอพร้อม เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในการปฏิบัติในชีวิตประจำวันในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ตามนโยบายของรัฐบาล

ทั้งนี้ทางหน่วยได้รับความร่วมมือจากหน่วยขึ้นตรง กองบัญชาการช่วยรบที่ 3 โดยจัดกำลังพลและยานพาหนะ หน่วยละ 1 คัน รวมทั้งสิ้น 6 คัน และผลผลิตที่ได้จากโครงการทหารพันธุ์ดีของหน่วย ร่วมกับสิ่งของอุปโภคบริโภคที่จำเป็น ตามศักยภาพของหน่วย และได้รับการสนับสนุนข้าวสาร และหน้ากากอนามัยจากกองทัพภาคที่ 3 พื้นที่เป้าหมายในการแจกจ่าย ในชุมชนกัลยานมิตร หมู่ที่ 3 หมู่ที่ 8 และหมู่ที่ 9 บ้านโคกมะตูม ชุมชนมหาจักรพรรดิ และชุมชนวัดหนองบัว ซึ่งเป็นพื้นที่ชุมชนรอบค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ

“บิ๊กบี้” สั่ง ระดมบุคลากรสายแพทย์ช่วย สธ.แก้ปัญหาโควิด พร้อม นำรถครัวสนาม, รถปันสุขส่งมอบอาหาร, ผลผลิตโครงการทหารพันธุ์ดีช่วยเหลือปชช. และช่วยกำจัดเชื้อในรร.รับเปิดเทอม

เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2564 ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พ.ต.หญิงพัชรินทร์ บุศยกุล ผู้ช่วยโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้กำชับหน่วยทหารดำรงการสนับสนุนภารกิจของ ศบค. ในสถานการณ์โควิด-19 โดยเฉพาะในส่วนของการรักษาพยาบาล ยังคงสนับสนุนกระทรวงสาธารณสุขในการจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม 5 แห่ง รองรับผู้ติดเชื้อที่ไม่มีอาการ ซึ่งปัจจุบันมีผู้เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลสนามจำนวน 548 ราย ในพื้นที่ กทม., จ.นนทบุรี, จ.สงขลา และจ.กาญจนบุรี 

นอกจากนี้ ยังได้สนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์จากโรงพยาบาลค่ายกาวิละ และ โรงพยาบาลค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เข้าช่วยสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ในการบริหารจัดการ ในพื้นที่มีการแพร่ระบาดแบบเฉพาะกลุ่ม (คลัสเตอร์) ที่โรงพยาบาลสนามเรือนจำกลางเชียงใหม่ รวมทั้งได้สนับสนุนกำลังพลช่วยสำนักอนามัย กทม. อำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในการตรวจและเก็บตัวอย่างหาเชื้อโควิด-19 เชิงรุก ใน 2 พื้นที่ เขตราชเทวี และเขตบางพลัด กทม.นอกจากนี้ กองทัพบกได้ส่งกำลังพลเหล่าแพทย์สนับสนุนกรมการแพทย์กระทรวงสาธารณสุขในการบริหารจัดการสายด่วน 1668, 1669 และ 1330  ตั้งแต่ต้นเดือน พ.ค. 64 

สำหรับการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ผู้บัญชาการทหารบก ได้เน้นย้ำกับหน่วยทหารในการเข้าไปช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเรื่องการดำรงชีวิตประจำวันของประชาชนในพื้นที่มีการระบาดของโรคโควิด-19 จำนวนมากแบบเฉพาะกลุ่ม (คลัสเตอร์) โดยที่ผ่านมากองทัพบกได้ระดมรถครัวสนามร่วมกับทุกภาคส่วนแจกจ่ายอาหารปรุงสุกในชุมชนเขตคลองเตย, เขตดุสิต และกระจายอีกหลายพื้นที่ใน กทม. เพื่อบรรเทาความเดือนร้อนของประชาชน ตั้งแต่ 1 พ.ค. 64 เป็นต้นมา ได้ดำเนินการแจกจ่ายอาหารปรุงสุกไปแล้วจำนวน 165,660 กล่อง และยังคงจะดำเนินการต่อไปจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย 

ในส่วนของหน่วยทหารต่างจังหวัด ได้มีการแจกจ่ายอาหารเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นตลอดจนผลผลิตทางการเกษตรของหน่วยทหารในโครงการทหารพันธุ์ดี, โครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ และศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ผ่าน “รถปันสุข” ส่งถึงที่พักอาศัยโดยเฉพาะพื้นที่มีการระบาด และประชาชนที่ไม่สามารถเดินทางมารับเองได้ เป็นการบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ควบคู่กับการรับซื้อผลผลิตและวัตถุดิบทางการเกษตรจากเกษตรกรในพื้นที่ใกล้เคียงที่ได้รับผลกระทบ ไม่มีตลาดรับซื้อเกิดความล่าช้าในการระบายผลผลิต และการขนส่ง 

นอกจากนี้ ผู้บัญชาการทหารบกยังห่วงใยผู้ประกอบการรายย่อยบริเวณพื้นที่รอบกองบัญชาการกองทัพบก และชุมชนใกล้เคียงที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 จึงได้ช่วยอุดหนุนซื้ออาหารจากร้านค้ารายย่อย พร้อมนำไปมอบให้กับประชาชนที่พักอาศัยอยู่ชุมชนรอบพื้นที่ พร้อมมอบหน้ากากอนามัยและเจลแอลกอฮอล์ ช่วยบรรเทาความเดือดร้อน และกระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชน

นอกจากนี้ ผู้บัญชาการทหารบกยังได้กำชับหน่วยทหารดำรงการฉีดพ่นล้างฆ่าเชื้อในพื้นที่สาธารณะ โดยเฉพาะโรงเรียน และสถานการศึกษา ซึ่งกำลังจะเปิดภาคเรียนในเดือน มิ.ย. 64 โดยตั้งแต่ ม.ค. 64 จนถึงปัจจุบัน กองทัพบกได้จัดชุดปฏิบัติการฉีดพ่นฆ่าเชื้อล้างสิ่งปนเปื้อน ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ
 รวม 375 พื้นที่ 167 โรงเรียน หากหน่วยงานใดมีความประสงค์ขอรับการสนับสนุน สามารถประสานขอความช่วยเหลือได้ที่หน่วยทหารใกล้บ้าน

คนไทยก็หนีข้ามมา..!!!! กกล.บูรพา​ จับคนไทยลอบข้ามแดนไปทำงานบ่อน ในกรุงพนมเปญ

กองทัพภาคที่​ 1​ โดยกองกำลังบูรพา​ (​กกล.บูรพา)​ หน่วยเฉพาะกิจอรัญประเทศ (ฉก.อรัญประเทศ)​ กองร้อยทหารพรานที่​ 1204 เข้าทำการตรวจพบผู้ลักลอบข้ามแดนโดยผิดกฎหมายจำนวน 10 ราย​ (ช.4,ญ.6) ขณะทำการลาดตระเวนในพื้นที่ บ บริเวณ บ.ผ่านศึก ม.5 ต.ผ่านศึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว 

ซึ่งจากการซักถามของเจ้าหน้าที่ทราบว่า กลุ่มคนดังกล่าวเป็นคนไทยต้องการไปทำงานบ่อนออนไลน์ในพื้นที่ กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา​ จึงได้ควบคุมตัวเพื่อดำเนินการตามกฎหมายและมาตรการควบคุมโรคต่อไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top