Friday, 12 June 2026
Hard News Team

ส่องเม็ดเงินโฆษณาครึ่งปี 64 สื่อโฆษณาดิจิทัลมาแรง

นายสินิตย์ เลิศไกร รมช.พาณิชย์ เปิดเผยการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พบว่า ในปี 2564 (มกราคม-มิถุนายน) ว่า ธุรกิจโฆษณา มีจำนวนการจดทะเบียนฯ ใหม่ ทั้งสิ้น 557 ราย เพิ่มขึ้น 26.59% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน และทุนจดทะเบียนของธุรกิจโฆษณาในช่วงครึ่งปีแรก ปี 2564 มีจำนวน 893.15 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 59.39% ถือเป็นการส่งสัญญาณแนวโน้มการฟื้นตัวที่ดีของธุรกิจโฆษณาในประเทศไทย หลังสถานการณ์โควิด-19 ทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไป มีการทำงานและเรียนผ่านออนไลน์ที่บ้านมากขึ้น

ทั้งนี้จากสถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ปริมาณการใช้งานระบบออนไลน์ การใช้โซเชียลมีเดีย และการรับชมทีวีผ่านอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้นตามไปด้วย โดยสถิติการใช้อินเทอร์เน็ตบนมือถือของผู้ใช้งานอายุระหว่าง 16-64 ปี ในประเทศไทย พบว่า มีการใช้งานเฉลี่ย 5.07 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งมากเป็นอันดับที่ 3 ของโลก และหากนับรวมการใช้อินเทอร์เน็ตทั้งระบบ คนไทยมีการใช้อินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้นเป็นเฉลี่ยวันละ 10 ชั่วโมง หรือคิดเป็น 41% ของการใช้เวลาภายใน 1 วัน

ดังนั้น ภาคธุรกิจจึงควรให้ความสำคัญและหันมาประกอบธุรกิจ ทำการตลาดบนโลกออนไลน์มากขึ้น สอดคล้องกับข้อมูลเม็ดเงินโฆษณาดิจิทัล ปี 2563 ของสมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย) ที่ภาคธุรกิจมีการใช้งบประมาณซื้อสื่อโฆษณาดิจิทัลมูลค่าสูงถึง 21,058 ล้านบาท เติบโตขึ้น 8% เมื่อเทียบกับปี 2562 ที่มีมูลค่า 19,555 ล้านบาท และข้อมูลของบริษัท นีลเส็น ประเทศไทย จำกัด รายงานว่า ช่วงครึ่งปีแรกของปี 2564 มีการใช้เงินโฆษณาผ่านสื่อประชาสัมพันธ์ทุกช่องทางรวมแล้วจำนวน 53,640 ล้านบาท


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!

A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!!

>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท

>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ

>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย

***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

กนง.เสียงแตกคงดอกเบี้ย 0.5% หั่นจีดีพี เหลือเติบโต 0.7%

นายทิตนันทิ์ มัลลิกะมาส ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติ 4 : 2 เสียง ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 0.5% โดยกรรมการ 2 เสียงข้างน้อยเสนอให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% เพื่อช่วยพยุงเศรษฐกิจและรองรับแนวโน้มเสี่ยงสูงในระยะข้างหน้า โดย กนง.มองว่าเศรษฐกิจไทยปี 2564 ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิดมากกว่าที่ประเมินไว้ ซึ่งโจทย์สำคัญ คือ ต้องเร่งควบคุมการแพร่ระบาด และกระจายวัคซีนอย่างทั่วถึงและรวดเร็ว เพื่อฟื้นความเชื่อมั่นของประชาชน และให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมาโดยเร็ว  

พร้อมกันนี้ กนง. ยังปรับลดคาดการณ์อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ของไทยในปี 2564 ลดลงเหลือเติบโต 0.7% จากเดิมคาดไว้ที่ 1.8% และในปี 2565 จะเติบโตเพิ่มเป็น 3.7% จากเดิมคาดไว้ที่ 3.9% เนื่องจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ยืดเยื้อและรุนแรงกว่าที่ประเมินไว้ รวมทั้งนโยบายการเปิดประเทศล่าช้า ความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง แม้ว่าจะมีปัจจัยสนับสนุนคือมาตรการช่วยเหลือของภาครัฐที่คาดว่าจะออกมาเพิ่มเติม แนวโน้มการส่งออกสินค้าดีกว่าคาดก็ตาม

ทั้งนี้ กนง. มองว่าสถานการณ์โควิดรอบใหม่จะส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจทั้งในปีนี้และต่อเนื่องถึงในปีหน้า จึงควรจะต้องเตรียมรับมือความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น โดยประเด็นสำคัญที่ต้องติดตาม คือ สถานการณ์โควิด-19 พัฒนาการด้านวัคซีนทั้งประสิทธิภาพและการกระจายวัคซีน รวมถึงนโยบายการควบคุมโรคและนโยบายการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ รวมทั้งสถานการณ์การแพร่ระบาดในต่างประเทศ โดยเฉพาะจากการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัส, ปัญหา supply disruption ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกสินค้า 

รวมทั้งความต่อเนื่องของแรงสนับสนุนจากมาตรการภาครัฐทั้งมาตรการทางการคลังและมาตรการช่วยเหลือด้านการเงินแก่ภาคธุรกิจ ขณะที่นโยบายสาธารณะ จะต้องเตรียมพร้อมเพื่อรองรับต่อความไม่แน่นอนที่อาจจะเกิดขึ้น โดยโจทย์สำคัญของเศรษฐกิจไทย คือ ต้องคุมการแพร่ระบาดให้ได้ มาตรการการเงินการคลัง ต้องช่วยประคองไม่ให้เศรษฐกิจทรุด และช่วยให้เศรษฐกิจไทยผ่านพ้นวิกฤติไปให้ได้

พท.แถลงย้ำชัดตัดเงินเข้างบกลางเพื่อแก้โควิด ปชช.เท่านั้น ปัดให้ “ประยุทธ์” ถลุงตามอำเภอใจ ชี้มีกลไกตรวจสอบ ลั่นอย่าทำร้าย ปชช.

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รองประธานกรรมาธิการงบประมาณปี 65 และ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรค พท.แถลงข่าวเรื่องงบกลางเพื่อแก้ปัญหาโควิด-19 ว่า เราตระหนักถึงสถานการณ์ การแพร่ระบาดส่งผลให้มีผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ดังนั้นในส่วนของการปรับลดในชั้นอนุฯ จึงช่วยกันปรับลดโดยหลายพรรคช่วยกัน เห็นว่าควรนำมาใช้แก้ปัหาโควิด เพราะเงินจำนวนนี้รัฐบาลไม่ต้องไปกู้เงิน ประชาชนไม่ต้องแบกภาระหนี้ ทั้งนี้ มีคำถามเกี่ยวกับการใช้งบกลางช่วงที่ผ่านมา คือเอางบกลางไปให้พล.อ.ประยุทธ์ใช้ โดยสิ่งที่กรรมาธิการของพรรคพท.คิดและตัดสินใจนั้น คือเอางบกลางเป็นงบโควิด  เป็นงบให้กับพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด ยืนยันได้จากคำขอในการใช้งบกลางของรัฐบาล และกรรมาธิการสามารถตั้งเป็นข้อสังเกตไว้ในร่าง พ.ร.บ.งบประมาณได้ เราเห็นโดยสุจริตว่าการเอาไว้ในงบกลางจะปลอดภัยจากปัญหาการถูกกล่าวหาว่าการแปรญัตติ ทำให้ ส.ส.หรือกรรมาธิการมีส่วนโดยทางตรงหรือทางอ้อมในการใช้งบประมาณตามข้อวิตกกังวลของหลายฝ่าย ซึ่งเป็นความผิดถึงขั้นมีโทษทางอาญา และเป็นเหตุให้พ้นจากตำแหน่ง

นายประเสริฐ กล่าวต่อว่า การใช้งบกลางมีเหตุผลในกรณีฉุกเฉิน มีความจำเป็นเร่งด่วน ไม่ได้ตั้งงบปกติไว้ มีระเบียบการใช้งบกลางรองรับมิได้หมายความว่าจะสามารถใช้ได้โดยปราศจากการตรวจสอบ ในความเป็นจริงข้อเสนอว่าจะนำงบที่ปรับลดไปใช้อะไร ย่อมขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของกรรมาธิการแต่ละท่าน แม้ว่าพรรคพท.จะเห็นด้วยกับพรรคร่วมฝ่ายค้านบางพรรคให้เอาไปใช้ในทางใด ในความเป็นจริงก็ไม่อาจที่จะเป็นมติของกรรมาธิการเสียงข้างมากได้อยู่แล้ว ดังนั้น ที่เถียงกันอยู่นี้ คือเถียงกันในประเด็นที่ไม่สามารถเอาชนะฝ่ายรัฐบาลได้ เป็นการทำลายตัวเองด้วยกันโดยเปล่าประโยชน์ ทั้งนี้ ขอย้ำการตัดสินใจของกรรมาธิการของพรรค พท. ไม่เกี่ยวกับสถานภาพการยอมรับในตัว พล.อ.ประยุทธ์ และรัฐบาล ซึ่งเรายังยืนยันว่าไร้ประสิทธิภาพ ไร้ความสามารถในการบริหารประเทศ และจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจเร็วๆ นี้ เป็นการตัดสินใจโดยสุจริต ปราศจากผลประโยชน์ใดๆ อยู่บนพื้นฐานว่างบส่วนนี้ควรนำไปใช้ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนซึ่งกำลังลำบากแสนสาหัสจากพิษภัยของโควิด และมีแนวโน้มว่าจะยืดเยื้อไม่อาจจบสิ้นไปได้โดยง่าย

“ส่วนคำกล่าวที่ว่าเอางบกลางไปให้ พล.อ.ประยุทธ์ใช้ จะเอาไปใช้อย่างไรก็ได้ เอาไปซื้ออาวุธมายิงประชาชน จึงเป็นคำกล่าวที่เกินเลยข้อเท็จจริงไปมาก เป็นไปไม่ได้ ส่วนที่อ้างว่าเอาไปไว้ในงบกลางคือการรื้อฟื้นงบส.ส.จะเกิดการวิ่งเต้นเหมือนในอดีต หรือแบ่งเค้กกันนั้น ท่ามกลางการมีมาตรา 144 ที่เอาผิดทั้ง ส.ส.กรรมาธิการ รวมไปถึง ครม.เจ้าหน้าที่ประจำ จะมีกรณีนั้นเกิดขึ้นได้หรือ เราไม่เคยคิดถึงประโยชน์ส่วนตัว แต่ต้องทำให้เกิดประโยชน์กับประชาชนสูงสุด ผมขอใช้คำว่างบกลางว่างบโควิดเพื่อประชาชน” นายประเสริฐ กล่าว

นายประเสริฐ กล่าวว่า ส่วนที่มีคนกล่าวอ้างว่าเราไม่ให้ความสำคัญกับท้องถิ่น หรือกระทรวงอื่นๆนั้น เราให้ความสำคัญกับท้องถิ่นตลอดมา แต่หากไปพิจารณาดูรายการในงบประมาณหน่วยงานต่างๆ ที่กล่าวมานั้นมิได้มีแผนงานหรือรายการงบประมาณที่จะนำไปใช้แก้ปัญหาโควิดไว้เลย และการนำงบประมาณส่วนนี้ไปไว้ในงบกลาง มิได้หมายความว่าหน่วยงานอื่นๆ จะไม่สามารถใช้งบประมาณในส่วนนี้ได้ ยังสามารถที่จะมีคำขอใช้งบประมาณในส่วนนี้ได้  เพียงแค่ต้องเป็นกรณีนำไปใช้เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในกรณีโควิดเท่านั้น ทั้งนี้ พรรคพท.ยืนยันว่าการตัดสินใจของกรรมาธิการของพรรคเพื่อไทยเป็นไปโดยรอบคอบ สุจริต คำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชน ระมัดระวังมิให้ตกเป็นเหยื่อทางการเมืองในสถานการณ์ทางการเมืองที่มีความร้อนแรงอยู่ในขณะนี้ เป็นการตัดสินใจที่อยู่บนสภาพความเป็นจริง บนสภาพที่เป็นฝ่ายค้านในรัฐสภา แยกมิตร แยกศัตรู ไม่ทำร้ายใคร สภาพความจริงคือการต่อสู้ไป ยืนยันไปก็ไม่ชนะ แทนที่จะหาทางเอาชนะ แต่ไม่อยากให้เรามาทะเลาะกันเองในเรื่องที่ไม่ชนะ เราต้องต่อสู้กับความไม่ชอบมาพากลของรัฐบาลอีก ทั้งนี้ เราสามารถตรวจสอบได้การใช้งบได้ ทั้งการยื่นญัตติ หรือการตั้งกระทู้ถามที่ฝ่ายค้านตรวจสอบได้ และงบกลางตามระเบียบที่เขียนไว้ชัด 

ด้านนายวรวัจน์ ​กล่าวว่า งบประมาณมีกฎเกณฑ์และระเบียบวิธีการค่อนข้างมาก วันนี้เราต้องยอมรับก่อนว่าวิกฤตจากสถานการณ์โควิดค่อนข้างมาก งบ 3.1 ล้านล้านบาทนั้น มาจากการที่หน่วยงานต่างๆทำเรื่องขอไปยังไปรัฐบาล กมธ.ทำการปรับลดงบประมาณจากส่วนที่เราเห็นว่ามีความจำเป็นน้อย หรือไม่เข้ากับสถานการณ์ การจัดงบประมาณปี 65 เป็นการจัดตามแผนเดิมที่ไม่มีเรื่องของโควิดอยู่เลย เพราะจัดทำงบฯตั้งแต่เดือนปลายปี 63 ซึ่งขณะนั้นสถานการณ์โควิดดีขึ้นจากการระบาดรอบแรก มีเพียงแผนงบกลางเท่านั้นที่เขียนให้ใช้เงินในเรื่องโควิดได้ เมื่อเราเห็นว่าสถานการณ์โควิดที่ทวีความรุนแรงขึ้น เราจึงตัดสินใจนำเงินไปใส่ไว้ในแผนที่สามารถนำมาใช้ในเรื่องที่เกี่ยวกับโควิดได้ นั้นคือแผนงานงบกลาง ที่ถามว่าทำไมให้งบกับท้องถิ่นนั้น ก็ไม่มีเรื่องของคำขอการแก้ปัญหาโควิดเช่นเดียวกัน ในส่วนของกองทุนประกันสังคมและกองทุนเพื่อการศึกษา หรือแม้แต่เรื่องหลักประกันสุขภาพ ก็ไม่มีคำขอเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาโควิด-19 เลย ทั้งนี้ ที่บอกว่าตีเช็กเปล่านั้นไม่เป็นความจริง เพราะไม่สามารถใช้งบเป็นอย่างอื่นได้นอกเหนือคำขอ ต้องระบุรายการให้ชัดเจน 

“ต้องแยกความไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์กับสถานการณ์โควิด เราเลือกการแก้ปัญหาโควิดให้พี่น้องประชาชนก่อน อย่าตัดโอกาสประชาชน ถือเป็นความประมาท ผิดพลาดที่ไม่มีหน่วยงานใดที่จัดสรรงบเพื่อโควิดเลย ทั้งนี้ สี่ปีข้างหน้าอย่าเลือกคนที่เราไม่ไว้วางใจเข้ามาอีก” นายวรวัจน์ กล่าว

นพ.ชลน่าน กล่าวว่า ที่มีการกล่าวหาว่าพรรคพท.เอางบไปใส่งบกลางเพื่อให้ พล.อ.ประยุทธ์ใช้ตามอำเภอใจ ใช้งบซื้อกระสุนยางมายิงประชาชนนั้น เป็นข้อหาที่รุนแรงจริงๆ ยืนยันว่าไม่เกี่ยวกับงบก้อนนี้ เราไม่ได้ให้ พล.อ.ประยุทธ์เอางบไปยิงประชาชน ถ้าเป็นอย่างนั้นต้องช่วยกันประณาม ทั้งนี้ ในส่วนของงบ 1.6 หมื่นล้าน คำอภิปรายของ ส.ส.ทุกคนในวาระแรก พูดตรงกันว่าต้องนำเงินมาใช้แก้ไขสถานกาณ์โควิดให้มากที่สุด ดังนั้นกรรมาธิการฯ เสียงข้างมาก พรรคร่วมรัฐบาลและพรรคพท.ระบุว่าเมื่อตัดงบแล้ว ต้องนำมาใช้เพื่อแก้ปัญหาโควิดโดยตรง เราพยายามหาช่องทางที่นำไปใช้ซึ่งก็คืองบกลางที่มีวัตถุประสงค์เฉพาะเพื่อแก้ปัญหาโคิดเท่านั้น เราจึงจัดงบเพื่อประชาชน แต่โชคร้าย คือนายกฯ เป็นผู้รับผิดชอบบริหารจัดการงบกลาง ส่วนจะว่าตีเช็กเปล่าหรือไม่นั้น หน้าที่ของกรรมาธิการฯ คืออนุมัติงบตามคำขอ ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์จะใช้ตามอำเภอใจไม่ได้เพราะมีกฎหมายกำกับ เช่น พ.ร.บ.เงินคงคลัง หรือ พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณฯ  กำหนดไว้ชัดว่าต้องใช้ตามวิธีงบประมาณ และมีระเบียบว่าด้วยการบริหารงบประมาณรายจ่ายงบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น พ.ศ.2562 ระเบียบนี้กำหนดแม้กระทั่งว่าหน่วยรับงบที่จะแก้โควิดต้องทำคำขอขึ้นมา จึงไม่ใช่การตีเช็กเปล่า ที่สำคัญสภาฯ มีบันทึกแนบท้ายร่างกฎหมายว่างบ 1.6 หมื่นล้านเพื่อแก้ปัญหาเยียวย่โควิดเท่านั้น นอกจากนี้มีระบบการตรวจสอบโดยกรรมาธิการสามัญ เช่น กรรมาธิการสาธารณสุข หรือกรรมาธิการแรงงานที่เกี่ยวข้อง ก็สามารถเรียกดูข้อมูลต่างๆ ได้ 

“แม้จะเป็นประเด็นระหว่างพรรคการเมือง แต่ก็เป็นการตรวจสอบการทำหน้าที่ของผู้แทนของเขา พรรคพท.อดทนเพื่อประชาชน เราทำถูกตามกฎหมายและรัฐธรรมนูญ เราไม่ได้ให้งบกลางไปใช้ซื้ออาวุธทำร้ายประชาชน แต่โชคร้ายที่ พล.อ.ประยุทธ์เป็นคนใช้ ถามว่าทำไมเราไม่เอาคนไร้ความสามารถออกไป แล้วหาคนที่มีความสามารถมาบริหาร ช่วยกันทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ออกไป อย่าทำร้ายประชาชนด้วยการไม่ให้เงิน พล.อ.ประยุทธ์ไม่ดี เอา พล.อ.ประยุทธ์ออกไป เราต้องช่วยกัน แต่ไม่ใช่ทำร้ายพี่น้องประชาชนโดยการไม่ให้เงินเขา เขาไม่มีข้าวกิน ไม่มีออกซิเจน ไม่มีเครื่องตรวจ เงิน 1.6 หมื่นล้านบาทนี้มีประโยชน์ต่อเขามาก ที่จะทำให้เขาไม่ตาย การทำงานของ กมธ.พรรคพท. เรามั่นใจในความสุจริต” นพ.ชลน่าน กล่าวและว่า ในวาระสอง เราจะอภิปรายสนับสนุนกรรมาธิการฯ ว่าทำเพื่อประชาชน ใครที่หากินกับโรคระบาด คนๆ นั้นจะเป็นผู้เสียหายเองในที่สุด เพราะไปหากินกับซากศพประชาชน 

เมื่อถามว่าที่ผ่านมา เช่น งบประมาณปี 64 หลังจากที่ตัดแล้วเอาไปไว้ตรงส่วนไหน นายวรวัจน์​ กล่าวว่า มีการโอนงบฯไปไว้งบกลางเพื่อแก้ไขสถานการณ์โควิดบางส่วน เพราะปีที่แล้วเรามีแผนงบตรงนี้ตั้งไว้ แต่ปีนี้ งบฯ 3.1 ล้านล้านบาทไม่มีเรื่องที่เกี่ยวกับโควิดเลย ดังนั้นในส่วนนี้เราจึงตัดสินใจเอางบฯ 1.6 หมื่นล้านบาทนี้ไปไว้ที่งบฯกลาง เพื่อให้มีงบฯในส่วนของโควิด นี่คือความผิดพลาดของการจัดสรรงบฯ 65 ที่ไม่มีหน่วยงานใดจัดสรรงบฯ เพื่อแก้ไขปัญหาโควิดเลย เป็นความประมาทอย่างยิ่ง เราเพียงมาช่วยแก้ปัญหาที่ปลายเหตุเท่านั้นเอง 

ทูต UK เตือน ‘หม่อง’! อีก 1 สัปดาห์ คลื่นโควิดซัด ‘พม่า’ อาจลามหนักกว่าครึ่งประเทศ! | Knowledge Times EP.7

???? รอบรู้แบบรู้ลึก ในรายการ ‘KnowledgeTimes’

???? ทูต UK เตือน ‘หม่อง’! อีก 1 สัปดาห์ คลื่นโควิดซัด ‘พม่า’ อาจลามหนักกว่าครึ่งประเทศ!

เอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำสหประชาชาติ(UN) เตือนเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 29 กรกฎาคม ที่ผ่านมาว่า ประชากรราวครึ่งประเทศจากทั้งหมด 54 ล้านคนของเมียนมา อาจติดเชื้อโควิด-19 ภายใน 1 สัปดาห์

เมียนมาตกอยู่ในสถานการณ์โกลาหลวุ่นวาย ซึ่งย่ำแย่ลงนับตั้งแต่เกิด “รัฐประหาร” เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 ขณะที่ ”นางอองซานซูจี” ที่ปรึกษาแห่งรัฐ ,ประธานาธิบดีและผู้นำคนอื่น ๆ ของพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย ถูกทหารเมียนมาควบคุมตัว และประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินว่ามีการถ่ายโอนอำนาจให้แก่พลเอกอาวุโส “มี่น ออง ไลง์” ผู้บัญชาการทหารสูงสุด จนทำให้เกิดการประท้วงครั้งใหญ่ในเมียนมา

ด้วยเหตุนี้ ทำให้โรงพยาบาลหลายแห่งไม่พร้อมรับมือกับจำนวนผู้ป่วยติดเชื้อที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์จำนวนมากละทิ้งหน้าที่เพื่อไปประท้วงการรัฐประหาร ซึ่งประเมินว่ากองกำลังของรัฐบาลทหารได้ดำเนินการโจมตีเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ และทำลายสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ มากกว่า 260 ครั้ง รวมถึงควบคุมตัวเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ไป ส่งผลให้ระบบสาธารณสุขในเมียนมาเกือบล่มสลาย และมีสถานพยาบาลเหลือเพียง 40% ที่ยังสามารถดำเนินการได้

ในขณะที่สหรัฐฯ สหราชอาณาจักร และประเทศอื่น ๆ กำหนดมาตรการคว่ำบาตรเล่นงานคณะผู้ปกครองทหาร ต่อการยึดอำนาจและใช้กำลังปราบปรามผู้ประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตย ซึ่งคร่าชีวิตไปแล้วหลายร้อยราย

‘บาร์บารา วู้ดเวิร์ด’ เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรสหราชอาณาจักรประจำสหประชาชาติ บอกกับที่คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ระหว่างพูดคุยหารือกันอย่างไม่เป็นทางการเกี่ยวกับสถานการณ์ในเมียนมาเผยว่า...ไวรัสกำลังแพร่กระจายไปทั่วอย่างรวดเร็ว จากการคาดการณ์ ภายใน 1 สัปดาห์ข้างหน้า ครึ่งหนึ่งของประชากรเมียนมาอาจติดโควิด-19 พร้อมทั้งเรียกร้องให้คณะมนตรีรับรองมติ 2565 ให้มีการหยุดยิงในเขตความขัดแย้ง เพื่อสามารถส่งมอบวัคซีนป้องกันโควิด-19 ได้อย่างปลอดภัย

ซึ่งยอดผู้ติดเชื้อในเมียนมาเพิ่มขึ้นต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือนมิถุนายน โดยรายงานผู้ติดเชื้อในเมียนมาเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม มากกว่า 5,000 คน และเสียชีวิตเกิน 300 คน แต่นักวิเคราะห์ชี้ว่ายอดผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตจริงน่าจะสูงกว่านี้มาก เนื่องจากจำนวนผู้ติดเชื้อดังกล่าว มาจากกระบวนการตรวจหาเชื้อทั่วประเทศเพียง 13,763 คนเท่านั้น เช่นเดียวกับที่สื่อท้องถิ่นหลายสำนักยังรายงานว่า ที่นครย่างกุ้งแห่งเดียว มีการฌาปนกิจเผาศพผู้เสียชีวิตวันละกว่า 1,000 คน ซึ่งในจำนวนนี้ ก็มีนักโทษในเรือนจำอินเซง ผู้ที่เคยออกไปประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยด้วย

อย่างไรก็ตาม ‘จอ โม ตุน’ ทูตเมียนมาประจำองค์การสหประชาชาติ ขอให้สหประชาชาติ (UN) โดยเฉพาะอย่างยิ่งคณะมนตรีความมั่นคง ให้จัดตั้งกลไกการตรวจสอบเพื่อให้การฉีดวัคซีนโควิด-19 และการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมกล่าวด้วยว่า ท่ามกลางกระแสโจมตีรัฐบาลทหารเมียนมามีการเลือกปฏิบัติเรื่องการช่วยเหลือ

เนื่องจากที่ผ่านมาเมียนมาสั่งซื้อวัคซีน 4 ล้านโดสจากจีนเมื่อต้นเดือน และได้รับการบริจาคจากอินเดีย 1.5 ล้านโดสเมื่อต้นปี ขณะที่จีนบริจาควัคซีนซิโนฟาร์มเมื่อสัปดาห์ก่อน แต่เน้นไปที่กลุ่มคนตามแนวชายแดนจีน-เมียนมาเป็นหลักก่อน ซึ่งยังไม่รวมที่จีนจะบริจาคให้เพิ่มอีก 2 ล้านโดส จนถึงขณะนี้มีประชาชนราว 1.75 ล้านคนเท่านั้นที่ได้รับวัคซีน

และก่อนหน้านี้กลุ่มแพทย์ไร้พรมแดนและสหประชาชาติ(UN) แสดงความกังวลด้วยว่า จากการที่เมียนมาฉีดวัคซีนครบโดสให้ประชากรได้เพียง 2.8 เปอร์เซ็นต์ ประกอบกับการลุกลามของเชื้อกลายพันธุ์เดลตา อาจส่งผลให้เมียนมากลายเป็นประเทศ ‘ซุปเปอร์สเปรดเดอร์’ ในเวลาไม่ช้า!

โดยทั้งนี้ จากข้อมูลที่ได้รับการเปิดเผยอย่างเป็นทางการระบุว่า ยอดติดเชื้อสะสมของเมียนมาอยู่ที่ 289,333 คน เสียชีวิตรวม 8,552 คน


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

เปิดทำเนียบ นักชกเหรียญทองโอลิมปิกของไทย กว่า 25 ปีที่ผ่านมา

วันนี้เมื่อ 25 ปีก่อน (4 ส.ค. 2539) คนไทยได้เฮกันลั่นประเทศ เนื่องจาก สมรักษ์ คำสิงห์ นักมวยสากลสมัครเล่นของไทย สามารถเอาชนะคู่แข่งในรอบชิงชนะเลิศ คว้าเหรียญทองในโอลิมปิกเกมส์ 1996 ที่จัดขึ้นที่เมืองแอตแลนต้า ประเทศสหรัฐอเมริกาได้สำเร็จ ถือเป็นเหรียญทองประวัติศาสตร์ เหรียญแรกของประเทศไทยในกีฬาโอลิมปิกอีกด้วย

และต่อจากนั้นอีก 12 ปี ประเทศไทยก็ไม่เคยขาดแคลน ‘เหรียญทองโอลิมปิก’ อีกเลย โดยโอลิมปิกปี 2000 ที่ซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย วิจารณ์ พลฤทธิ์ นักมวยโนเนมร่างเล็ก ก็หักปากกาเซียน สามารถคว้าเหรียญทองในรุ่นฟลายเวต มาให้คนไทยได้เชยชมอีกครั้ง

ต่อมาในโอลิมปิกปี 2004 เจ้าเติ้ล-มนัส บุญจำนงค์ นักมวยมันสมองอีกคนของไทย ก็สามารถคว้าเหรียญทองจากการแข่งขันโอลิมปิกส์ที่กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ แถมโอลิมปิกหนนั้น ยังถือเป็นความสำเร็จของนักกีฬามวยของไทย นอกจากเจ้าเติ้ลจะได้เหรียญทองแล้ว ยังมีนักมวยไทยคว้าเหรียญเงินจากผลงานของ วรพจน์ เพชรขุ้ม และอีกหนึ่งเหรียญทองแดงจาก สุริยา ปราสาทหินพิมาย

ต่อจากนั้นอีก 4 ปี ในโอลิมปิกเกมส์ปี 2008 ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน นักมวยเจ้าของประโยคทอง ‘ผมเจ็บมาเยอะ’ สมจิตร จงจอหอ ก็คว้าเหรียญทองในรุ่นไลต์ฟลายเวต ให้กับประเทศไทยได้อีกครั้ง

แม้ต่อมาในโอลิมปิกเกมส์ปี 2012 แก้ว พงษ์ประยูร จะคว้าเหรียญเงินให้กับทีมชาติไทยได้ แต่ทัพนักกีฬามวยของไทยก็ไม่สามารถคว้า 'เหรียญทอง‘ ได้อีกเลย นับถึงวันนี้กว่า 13 ปีมาแล้ว

ไล่เรียงไทม์ไลน์มายาวขนาดนี้ เพราะเชื่อเหลือเกินว่า พรุ่งนี้ 5 สิงหาคม เวลา 12.00 น. เจ้าแต้ว-สุดาพร สีสอนดี นักมวยหนึ่งเดียวของไทยในเวลานี้ จะสามารถทำผลงานผ่านรอบรองฯ เข้าไปสู่รอบชิงชนะเลิศ และจะคว้าเหรียญทองที่รอคอยมาให้จงได้ สู้! สู้! สุดาพร


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!

A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!!

>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท

>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ

>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย

***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

Made in Thailand เกิด!! รัฐจัดซื้อจัดจ้าง ต้องมีสินค้าไทย ไม่งั้นอด! กับ ‘ดร.ตั้น กฤชนนท์’ | Click on Clear THE TOPIC EP.17

???? Made in Thailand แดนไทยทำเอง!!

???? Exclusive วันนี้ !! ห่วงโซ่เศรษฐกิจ...จะเป็นเช่นไร หากรัฐจัดซื้อจัดจ้าง ‘ต้องใช้สินค้าไทย’ ??

รายการ Click on Clear THE TOPIC จับประเด็น เน้นความรู้ ที่จะพาไปร่วมเจาะลึกกับ...

‘ดร.ตั้น กฤชนนท์ อัยยปัญญา’

เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

ใน Topic : Made in Thailand เกิด!! รัฐจัดซื้อจัดจ้าง ต้องมีสินค้าไทย ไม่งั้นอด!!!

เวลา 2 ทุ่มตรง รับชมไปพร้อมกัน !!

ดำเนินรายการโดย ปริม กุญชนิตา กุญชร ณ อยุธยา PROGRAM DIRECTOR THE STATES TIMES

ช่องทางรับชม LIVE

.

.


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

นทพ. รับมอบรถตู้นิรภัยพร้อมส่งสนับสนุน รพ.บุษราคัม เพื่อดูแลรับ-ส่งผู้ป่วย

พลเอก นเรนทร์  สิริภูบาล ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (ผบ.นทพ.) พร้อมด้วยคณะผู้บังคับบัญชา นทพ. ได้รับมอบรถตู้นิรภัยป้องกันการแพร่กระจายของโรค จาก บริษัท อาคเนย์ ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) จำนวน 2 คัน สำหรับไว้ใช้สนับสนุนการแก้ไขปัญหาโรคโควิด-19 ของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) และศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (ศปม.) ในการดูแลช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

โดยหลังจากรับมอบเรียบร้อยแล้ว ได้จัดพลขับนำรถไปสนับสนุน รพ.บุษราคัม เพื่อช่วยเหลืออำนวยความสะดวกในการรับ-ส่งผู้ป่วยติดเชื้อเข้ารับการดูแลรักษาต่อไปทั้งนี้ เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของกระทรวงสาธารณสุขในการรับ-ส่งผู้ป่วยติดเชื้อเข้ารับการดูแลรักษาได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย

“ประวิตร" สั่ง “กอนช.” ติดตามสถานการณ์น้ำ ช่วงครึ่งปีหลังเร่งบริหารจัดการน้ำ -วางแผน ลดผลกระทบปชช.

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ(กอนช.) กล่าวว่า  จากการคาดการณ์ประมาณฝนของกรมอุตุนิยมวิทยา ในช่วงครึ่งปีหลัง พบว่าเดือนส.ค.จะน้อยกว่าปกติถึงปลายเดือน ส่วนเดือนก.ย.นี้ ฝนจะมากกว่าปกติ ยกเว้น ภาคตะวันออก ขณะที่เดือนต.ค.ฝนจะมากกว่าปกติค่อนข้างมากตั้งแต่ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก ครอบคลุมภาคใต้ จึงสั่งการให้ทุกหน่วยงานภายใต้กอนช. ติดตามประเมินสถานการณ์ฝนอย่างใกล้ชิด นอกจาก 10 มาตรการรับมือฤดูฝนที่เคยสั่งการไปแล้ว ให้ทุกหน่วยลงไปถึงในพื้นที่เฉพาะเพิ่มเติม โดยช่วงเดือนส.ค-ก.ย.ให้หน่วยปฏิบัติปรับแผนระบายน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์น้ำ และเก็บกักน้ำทั้งในอ่างเก็บน้ำแก้มลิงและในแหล่งน้ำสาธารณะไว้เป็นน้ำต้นทุนในช่วงฤดูแล้ง จากนั้นช่วงเดือนก.ย-ต.ค.ให้เฝ้าระวังเกี่ยวกับภัยที่จะเกิดจากฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่มในพื้นที่ลาดเชิงเขาและพื้นที่ลาดชัน และน้ำท่วมในพื้นที่เฉพาะ ในภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออกและภาคตะวันตก 

รวมถึงกทม. โดยเร่งสำรวจพื้นที่เสี่ยงจะเกิดน้ำหลาก ดินถล่ม และน้ำท่วมขัง จำแนกพื้นเสี่ยงภัย เช่นเป็นพื้นที่เศรษฐกิจ ที่อยู่อาศัยของชุมชนเมือง ชุมชนชนบท และพื้นที่เกษตร และเตรียมความพร้อมกำหนดมาตรการรองรับภัยให้เป็นรูปธรรม โดยเฉพาะรอยต่อช่วงเดือนส.ค.ถึงก.ย.ให้เตรียมพร้อมระบบระบายน้ำพื้นที่กรุงเทพฯให้วางแผนป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมรอการระบาย เช่น ตรวจสอบอุโมงค์ระบายน้ำ สถานีสูบน้ำ ประตูระบายน้ำ ให้พร้อมใช้งาน และการลดระดับน้ำในคลองให้อยู่ในระดับควบคุมอยู่เสมอ ส่วนพื้นที่ภาคใต้ให้เตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยในเดือนพ.ย.-ธ.ค.

พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ให้สทนช. ติดตามสำรวจและเตรียมความพร้อมของทุกจังหวัดอย่างใกล้ชิด วิเคราะห์และประเมินสถานการณ์ หากมีโอกาสเกิดอุทกภัยเป็นวงกว้างครอบคลุมมากกว่า 1 จังหวัด ต้องประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทย เพื่อวางแผนเตรียมรับสถานการณ์ที่คาดว่ามีความรุนแรงจะเกิดขึ้น เพื่อป้องกันผลกระทบกับประชาชนให้น้อยที่สุด นอกจากนั้นให้ กอนช. ติดตามสถานการณ์พายุในช่วงปลายฤดู พายุโซนในมหาสมุทรแปซิฟิก และมหาสมุทรอินเดีย ที่คาดว่าจะมีอย่างน้อย 2-3 ลูก เพื่อวางแผนเชิงป้องกัน แจ้งเตือน การอพยพเพื่อลดผลกระทบต่อชีวิต ทรัพย์สินของประชาชนล่วงหน้าได้ทันต่อสถานการณ์

ศ.นพ.นิธิ มหานนท์ เลขาธิการราชวิทยาลับจุฬาภรณ์ เผย แนวทางขอรับยาน้ำเชื่อมฟาวิพิราเวียร์ ตำรับโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ในกรณีที่แพทย์ประสงค์ใช้ในผู้ติดเชื้อโควิด-19

ศ.นพ.นิธิ มหานนท์ เลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กกล่าวถึงแนวทางขอรับยาน้ำเชื่อมฟาวิพิราเวียร์ ตำรับโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ในกรณีที่แพทย์ประสงค์ใช้ในผู้ติดเชื้อโควิด-19 ว่า...

แนวทางขอรับยาน้ำเชื่อมฟาวิพิราเวียร์ ตำรับโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ในกรณีที่แพทย์ประสงค์ใช้ในผู้ติดเชื้อโควิด-19

สำหรับกลุ่มผู้ป่วยเด็ก/ผู้สูงอายุ 70 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่ให้อาหารทางสายที่มีผลการตรวจ RT- PCR ยืนยันการติดเชื้อโควิด-19 ที่อยู่ในระบบการดูแลของโรงพยาบาล หรือเข้าสู่ระบบการดูแลที่บ้าน Home Isolation ที่มีแพทย์ติดตามหรือในผู้ที่แพทย์เห็นสมควรจากประวัติสัมผัสและผลตรวจ Rapid Antigen Test เป็นบวก

อย่างไรก็ตาม ระหว่างเดือนสิงหาคมและกันยายน โรงพยาบาลจุฬาภรณ์สามารถผลิตยาน้ำเชื่อมฟาวิพิราเวียร์ ได้จำนวนจำกัดสำหรับผู้ป่วยไม่เกิน 100 รายต่อสัปดาห์ และยานี้ต้องใช้ตามแพทย์สั่งเท่านั้น

ทั้งนี้ โรงพยาบาลหรือแพทย์ สามารถส่งข้อมูลของผู้ป่วยเพื่อขอรับยาได้ทางเว็บไซต์ favipiravir.cra.ac.th หรือโทร 06-4586-2470 โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย (ฟรี!!) ด้วยการสนับสนุนจากมูลนิธิภัทรมหาราชานุสรณ์ ในพระอุปถัมภ์ฯ เพื่อให้ผู้ป่วยเข้าถึงยาได้มากขึ้นตั้งแต่ในระยะเริ่มต้นของอาการอย่างรวดเร็ว และสามารถช่วยลดอาการป่วยรุนแรงของโรคติดเชื้อโควิด-19

**ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 6 สิงหาคม 2564 เป็นต้นไป**

สำหรับผลิตภัณฑ์ตำรับยาน้ำเชื่อมฟาวิพิราเวียร์ ต้านเชื้อไวรัส ตำรับแรกในประเทศไทย เกิดขึ้นภายใต้ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ โดยงานเภสัชกรรมฯ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ร่วมกับคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และบริษัท เมดิกา อินโนวา จำกัด พัฒนาและคิดค้นสูตรตำรับยาน้ำเชื่อมปราศจากน้ำตาลฟาวิพิราเวียร์สำหรับผลิตในโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ (Hospital preparation) เพื่อนำมาใช้รักษาผู้ป่วยติดเชื้อไวรัส โดยปกติตัวยานี้มีไว้ใช้สำหรับรักษาไข้หวัดใหญ่ แต่มีรายงานเบื้องต้นว่าสามารถช่วยลดอาการป่วยรุนแรงของผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่ได้ยาเร็วในระยะเริ่มต้นของอาการ

ยาชนิดน้ำเชื่อมนี้ทำไว้สำหรับกลุ่มผู้ป่วยเด็ก ผู้ป่วยสูงอายุ รวมถึงผู้ป่วยที่มีความลำบากในการกลืนยาเม็ด โดยมุ่งหวังเพื่อช่วยเหลือประเทศไทยให้สามารถผลิตยาให้มีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ปัจจุบันยังไม่สามารถควบคุมได้และพบการติดเชื้อในเด็กเพิ่มมากขึ้น สนองพระนโยบายศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี องค์ประธานราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ที่ทรงมีความห่วงใยและตระหนักถึงความจำเป็นเร่งด่วนที่ผู้ป่วยโรคติดเชื้อโควิด-19 จะสามารถเข้าถึงยารักษาโรคฟาวิพิราเวียร์ได้อย่างทั่วถึงและรวดเร็ว

โดยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ตำรับยาน้ำเชื่อมปราศจากน้ำตาลฟาวิพิราเวียร์ ได้มีการคัดเลือกและควบคุมคุณภาพของวัตถุดิบตัวยาสำคัญ ตลอดจนมีการควบคุมคุณภาพของผลิตภัณฑ์ยาตามมาตรฐานสากล ด้วยวิธีการที่ได้รับการตรวจสอบความถูกต้อง และการศึกษาความคงสภาพเพื่อยืนยันคุณภาพตลอดช่วงอายุการใช้งาน

สำหรับตำรับยาน้ำเชื่อมฟาวิพิราเวียร์ ต้านเชื้อไวรัส โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เป็นยาน้ำเชื่อมปราศจากน้ำตาล ลักษณะเป็นยาน้ำใส สีส้ม รสราสเบอรี่ มี 2 ขนาด คือ ขนาด 800 มิลลิกรัมใน 60 มิลลิลิตร และ ขนาด 1,800 มิลลิกรัมใน 135 มิลลิลิตร รับประทานยาขณะท้องว่าง วันละ 2 ครั้ง ห่างกันทุก 12 ชั่วโมง

ขนาดและวิธีการใช้ยาในเด็ก วันแรก รับประทานขนาด 60 มิลลิกรัม/กิโลกรัม/วัน แบ่งให้ วันละ 2 ครั้ง และวันต่อมา ขนาด 20 มิลลิกรัม/กิโลกรัม/วัน แบ่งให้ วันละ 2 ครั้ง

ขนาดและวิธีการใช้ยาในผู้ใหญ่ วันแรกรับประทาน ขนาด 1,800 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง และวันต่อมาขนาด 800 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง กรณีน้ำหนักตัวมากกว่า 90 กิโลกรัม หรือ BMI มากกว่า 35 กก/ตรม. วันแรกรับประทาน ขนาด 2,400 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง และวันต่อมา ขนาด 1,000 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง

ในกรณีที่แพทย์มีความประสงค์จะใช้ยานี้ในผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 กลุ่มผู้ป่วยเด็กและผู้สูงอายุ 70 ปีขึ้นไป ที่มีผลตรวจ RT- PCR ยืนยันการติดเชื้อโควิด-19 หรือตามแพทย์เห็นสมควรจากประวัติสัมผัสและผลตรวจ Antigen rapid test เป็นบวก

ทุกพลังแห่งการให้ คือ โอกาสในการเข้าถึงยารักษาของผู้ป่วย สานหัวใจแบ่งปันให้พวกเราคนไทยก้าวผ่านวิกฤตโควิด-19 ไปด้วยกัน ร่วมบริจาคสมทบทุนเพื่อต้านภัยโควิดกับราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ได้ที่ บัญชีธนาคารทหารไทย ชื่อบัญชี มูลนิธิภัทรมหาราชานุสรณ์ ในพระอุปถัมภ์ฯ เลขที่บัญชี 236-1-00491-0


ที่มา : https://www.facebook.com/755523894/posts/10159421676033895/


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

“โฆษกรัฐบาล” เผย ไทย เตรียมเสนอรายงานทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชนไทย รอบ3 ต่อกก.สิทธิยูเอ็นฯ ยึดหลัก “พัฒนาตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง คู่ปชต.-สันติภาพ-สิทธิมนุษยชน”

นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไทยเตรียมเสนอรายงานทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชนของไทย (Universal Periodic Review: URP) รอบที่ 3 ต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ช่วงเดือนส.ค.-ต.ค.นี้ โดยระบุประเด็นที่ไทยให้ความสำคัญ คือ การพัฒนาที่ยั่งยืนภายใต้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ที่เป็นแนวทางและหัวใจสำคัญของการทำงาน เพราะความยั่งยืนเกิดขึ้นได้เมื่อภาคประชาสังคม ภาคเอกชน อาสาสมัคร ผู้หญิงและเด็ก และภาคส่วนอื่น ได้รับการส่งเริมและมีส่วนร่วมในสังคมและการปกครอง ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19  

นายอนุชา กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐบาล เชื่อมั่นว่าความยั่งยืนจะเกิดขึ้นเมื่อมีการฟื้นตัวของสังคมและเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงกับหลักการประชาธิปไตย สันติภาพและสิทธิมนุษยชน โดยรัฐบาลเน้นคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิมนุษยชน ทั้งคุ้มครองสิทธิในการพัฒนา ขจัดความยากจน การเข้าถึงสาธารณูปโภค และมีมาตรการบรรเทาความเดือดร้อนประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 เช่นโครงการ คนละครึ่ง เราชนะ ส่วนด้านสุขภาพ ได้ส่งเสริมนโยบายหลักประกันสุขภาพ กำหนดเป้าหมายฉีดวัคซีนให้กับคนไทยอย่างน้อยร้อยละ 70 ภายในปี 2564

รวมถึงรับประกันการศึกษาสำหรับนักเรียนไทย กลุ่มชาติพันธุ์ ผู้อพยพ แรงงานโยกย้ายถิ่นฐาน บุตรหลานแรงงานต่างด้าว และผู้พิการจะได้รับการศึกษาตามแผนการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ ฉบับที่ 3  ซึ่งเป็นการคุ้มครองสิทธิทางการศึกษา รวมทั้งคุ้มครองสิทธิแรงงานทุกคนโดยไม่แบ่งแยกชาติพันธุ์ เชื้อชาติ หรือ สถานะอื่น เพิ่มสิทธิประโยชน์ลูกจ้างในกรณีว่างงาน ขณะเดียวกันได้ทบทวนปรับปรุง พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์  พ.ศ.2551โดยนิยามและคำชี้แจง แสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ และการบังคับใช้แรงงานหรือบริการที่ชัดเจนขึ้น และเพิ่มมาตรการให้ความช่วยเหลือและคุ้มครองสวัสดิภาพ ของเหยื่อที่ถูกบังคับใช้แรงงาน เป็นต้น 

นายอนุชา กล่าวว่า รัฐบาลได้กำหนดให้กระบวนการยุติธรรมเป็น 1 ใน 11 ด้านการปฏิรูปประเทศ รวมทั้งพัฒนากลไกช่วยเหลือประชาชน จัดให้มีทนายความประจำสถานีตำรวจ การพัฒนาระบบการยื่นเอกสารและส่งคำคู่ความเอกสารผ่านระบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการคุ้มครองสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง โดยรัฐบาล เคารพและคุ้มครองเสรีภาพในการแสดงออกและเสรีภาพของสื่อมวลชนอย่างสร้างสรรค์ โดยไม่กระทบต่อความมั่นคงของชาติ นอกจากนี้ ยังดำเนินเกี่ยวกับสิทธิของกลุ่มเฉพาะ เช่น เด็ก จะมีกฎหมาย คุ้มครองเด็กจากสื่อออนไลน์  สตรี จะส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศในสถานที่ทำงาน จัดทำร่าง พ.ร.บ คุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์  จัดทำร่าง พ.ร.บ. คู่ชีวิต เพื่อให้กลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศสามารถจดทะเบียนคู่ชีวิตได้ รวมทั้งจัดทำร่าง พ.ร.บ. ป้องกันและการบังคับบุคคลให้สูญหาย ซึ่งขณะนี้ อยู่ระหว่างการพิจารณาของรัฐสภา

“นายกฯสั่งการในการประชุม
ครม.ที่ผ่านมา ให้หน่วยงานเร่งรัดผลักดันประเด็นสำคัญที่ยังคั่งค้างตามรายงาน URP รอบที่ 3 ที่ครม.ให้ความเห็นชอบ เพื่อส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนที่ครอบคลุมทุกด้าน รวมทั้งให้สนับสนุนแพลตฟอร์มการสื่อสารที่เปิดกว้าง และให้เข้าถึงข้อมูลได้มากขึ้น เพื่อประโยชน์ของประชาชนและรักษาสิทธิและเสรีภาพของประชาชนในการแสดงความคิดเห็นและการแสดงออก รวมทั้งสร้างความตระหนักรู้ให้กับหน่วยงานภาครัฐและประชาชนเกี่ยวกับความสำคัญของการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของสังคม”นายอนุชา กล่าว  


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top