Saturday, 13 June 2026
Hard News Team

กระทรวงแรงงาน มอบเครื่องอุปโภคบริโภคแก่มูลนิธิแอลพีเอ็น ช่วยแรงงานไทยและต่างด้าวสู้ภัยโควิด

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน  มอบเครื่องอุปโภคบริโภคช่วยเหลือมูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน (LPN) เพื่อนำไปช่วยเหลือแรงงานต่างด้าว ทางภาคตะวันออก และอำเภออรัญประเทศ

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วย นายสุรชัย ชัยตระกูลทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นางเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ โฆษกกระทรวงแรงงาน (ฝ่ายการเมือง) นายสุทธิ สุโกศล ปลัดกระทรวงแรงงาน นายไพโรจน์ โชติกเสถียร อธิบดีกรมการจัดหางาน มอบเครื่องอุปโภคบริโภค ซึ่งกระทรวงแรงงานได้รับบริจาคจากภาคเอกชน เพื่อส่งมอบให้มูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน (LPN) นำไปช่วยเหลือคนไทยและแรงงานต่างด้าวที่ได้รับความเดือดร้อนจากผลกระทบโควิด-19 ณ บริเวณโถง ชั้น 1 อาคารกระทรวงแรงงาน โดยมอบบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และไข่ไก่ จำนวน 2,700 ฟอง 

นายสุชาติ กล่าวว่า ที่ผ่านมากระทรวงแรงงานได้สนับสนุนค่าอาหาร โดยนำงบจากกองทุนเพื่อการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าวมาบรรเทาความเดือดร้อนแก่แรงงานภายในแคมป์  โดยสั่งข้าวกล่องจากชมรมหาบเร่แผงลอยส่วนหนึ่ง สมาคมภัตตาคารไทยส่วนหนึ่ง และร้านอาหารบริเวณแคมป์ก่อสร้างที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการปิดแคมป์ โดยมอบข้าวกล่องในกรุงเทพมหานคร และปริมณฑลแล้วมากกว่า 1 ล้านกล่อง ซึ่งนอกจากสามารถบรรเทาความเดือดร้อนให้ร้านค้ามีรายได้และสามารถช่วยเหลือแรงงานต่างด้าว พร้อมกันทั้ง 2 ฝ่ายได้แล้ว ยังทำให้เกิดการกระจายรายได้ มีเงินหมุนเวียนในเศรษฐกิจฐานรากต่อไป ซึ่งเป็นสิ่งที่นายกรัฐมนตรี พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำกับดูแลกระทรวงแรงงานให้ความสำคัญมาโดยตลอด นอกจากนี้เรายังเป็นช่องทางหนึ่งที่นำเครื่องอุปโภคบริโภคที่ได้รับบริจาคจากภาคเอกชนและประชาชนผู้มีธารน้ำใจ ไปมอบให้แก่ลูกจ้างในแคมป์คนงาน และแรงงานต่างด้าวที่ได้รับความเดือดร้อนด้วย

ด้าน นายสมพงค์ สระแก้ว ผู้อำนวยการมูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน (LABOUR RIGHT PROMOTION NETWORK : LPN) กล่าวว่า ขอขอบคุณรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานที่สนับสนุนเครื่องอุปโภคบริโภคแก่เรา ทางมูลนิธิจะนำสิ่งที่ได้รับในวันนี้ไปประกอบเป็นชุดยังชีพ เพื่อช่วยเหลือคนไทยและคนต่างด้าวที่รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดโรคโควิด ทางภาคตะวันออก ซึ่งอาสาสมัครได้แจ้งมาว่าส่วนใหญ่เป็นชาวกัมพูชาที่ติดอยู่ที่อำเภออรัญประเทศ ไม่สามารถเดินทางกลับบ้านเกิดได้ และกำลังขาดแคลนข้าวสาร อาหารแห้ง ซึ่งหลังจากนี้มูลนิธิจะยังคงร่วมมือกับกระทรวงแรงงานต่อไป

“เลขาฯปชป.”นำมูลนิธิเสนียฯ มอบสิ่งของจำเป็น ตั้งศูนย์พักคอยช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด ที่ร.ร.สุวรรณารามฯบางกอกน้อย

ที่โรงเรียนสุวรรณารามวิทยาคม นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์และเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ในเลขานุการมูลนิธิ ม.ร.ว. เสนีย์ปราโมช พร้อมด้วยนายชนินทร์ รุ่งแสง อดีต ส.ส. กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมและมอบสิ่งของจำเป็น และมอบอุปกรณ์ต่างๆ เบื้องต้น  ผ่าน รศ.นพ.วิศิษฎ์ วามวาณิชย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราชเพื่อใช้ดำเนินการในศูนย์พักคอย เพื่อส่งต่อผู้ป่วยโควิด-19 ที่โรงเรียนสุวรรณารามวิทยาคม เขตบางกอกน้อย

ทั้งนี้นายชนินทร์  กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์มีนโยบายให้ความสำคัญในการดูแลเยียวยา ช่วยเหลือ ผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ผ่านมูลนิธิ ม.ร.ว.เสนีย์ ฯ  ซึ่งขณะนี้ในพื้นที่บางกอกน้อย และบางพลัดมีปัญหาผู้ติดเชื้อจำนวนมาก ส่วนใหญ่อยู่ในชุมชนแออัด และไม่สามารถที่จะแยกส่วนออกมากักตัวได้ ฉะนั้นเพื่อความปลอดภัยและลดการติดเชื้อจึงควรสนับสนุนให้มีศูนย์พักคอยสำหรับผู้ติดเชื้อ จึงได้ประสานงานกับโรงพยาบาลศิริราช โรงเรียนสุวรรณารามวิทยาคม และชุมชนวัดสุวรรณาราม เพื่อที่จะจัดตั้งศูนย์พักคอย ดูแล ช่วยเหลือ ผู้ป่วยก่อนส่งต่อไปยังโรงพยาบาลสนาม

เจ้าแต้ว-สุดาพร สีสอนดี พ่ายต่อ เคลลี่ แฮร์ริงตัน นักชกจากไอร์แลนด์ 3:2 คว้าเหรียญทองแดงกลับประเทศไทย

ลุ้นกันจนยกสุดท้าย แต่เป็นที่น่าเสียดาย เจ้าแต้ว-สุดาพร สีสอนดี นักมวยหญิงของไทย ต้องจบเส้นทางโอลิมปิกเกมส์ 2020 ด้วยการพ่ายต่อ เคลลี่ แฮร์ริงตัน นักชกจากไอร์แลนด์ไปแบบสูสี

สุดาพร สีสอนดี ลงดวลหมัดในรอบรองชนะเลิศ ในกีฬามวยสากลสมัครเล่นหญิงโอลิมปิกเกมส์ รุ่นไลต์เวต น้ำหนักไม่เกิน 60 กก. โดยพบกับเต็งหนึ่งของรายการ เคลลี่ แฮร์ริงตัน นักชกจากไอร์แลนด์ ในยกแรก ต่างฝ่ายต่างดูชั้นเชิง แต่เป็นเคลลี่ แฮร์ริงตันที่ทำผลงานได้ชัดเจนกว่า จึงได้คะแนนนำไปในยกแรก

เข้าสู่ยกสอง เจ้าแต้วแก้เกมมาดี เป็นฝ่ายเดินหน้าเข้าหา และออกหมัดมากขึ้น ทำเอาแคร์ริงตันออกอาการช็อต ออกหมัดน้อยลง เห็นชัดเจนว่านักชกไทยดูมีความคล่องตัวมากกว่า แต่นักมวยไอร์แลนด์ก็พยายามดักจังหวะต่อยอยู่เป็นระยะ จบยกสองคะแนนออกเบียดสุด ๆ

ถึงยกตัดสิน เจ้าแต้วยังเดินหน้าเข้าหาเหมือนเดิม และไล่หาจังหวะต่อยเข้าเป้าได้สวย ๆ หลายหมัด ภาพรวมเกมดูเป็นของเจ้าแต้วมากกว่า จนกระทั่งสิ้นเสียงจบยก ภาษากายของเจ้าแต้ว ดูมีความมั่นใจมากกว่านักชกจากไอร์แลนด์อย่างเห็นได้ชัด

แต่ผลปรากฏว่า โฆษกสนามประกาศให้ เคลลี่ แฮร์ริงตัน นักชกจากไอร์แลนด์ เป็นผู้ชนะไป ด้วยคะแนน 3:2 ทำให้เจ้าแต้วต้องยุติเส้นทางมวยสากลสมัครเล่นหญิงในโอลิมปิกเกมส์ครั้งนี้ไป อย่างไรก็ตาม นักชกไทยทำผลงานได้เข้าตากองเชียร์เอามาก ๆ (แม้ว่าอาจจะไม่เข้าตากรรมการก็ตาม) พร้อมกับคว้าเหรียญทองแดงกลับมาให้คนไทยได้ชื่นชมกันอีกหนึ่งเหรียญ


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

'นายเทพมนตรี ลิมปพยอม' นักประวัติศาสตร์ ชี้ ถ้าม็อบบุกวังจะเจอประหารชีวิตลูกเดียว ถาม 'ปิยบุตร' จะรับผิดชอบหรือไม่

5 ส.ค. 64 นายเทพมนตรี ลิมปพยอม นักประวัติศาสตร์ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก Thepmontri Limpaphayorm ว่า...

กบฎวังหลวง 2 สองเขาสามกีบ ปิยบุตรนี่แหละตัวการยุยงปลุกปั่น ให้พวกกบฎสองเขาสามกีบบุกวังอย่างไร้เหตุผล หาเรื่องพาคนไปตาย น่ารังเกียจในการกระทำเช่นนี้ ใช้ประวัติศาสตร์ปฏิวัติฝรั่งเศส ค.ศ. 1789 มาเป็นต้นแบบกับพระบรมมหาราชวังแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ โดยที่ตนเองกกเมียจิบไวน์อยู่ปารีส มันคนละเวลากัน มันคนละสถานที่กัน ความรู้ประวัติศาสตร์แบบท่องจำมันก็เลยได้เท่านี้คิดเท่านี้ นี่มัน ค.ศ. 2021 แล้ว

เราไม่ต้องสงสัยเลยว่าม็อบสองเขาสามกีบเป็นม็อบรับจ้างมาอย่างแน่นอน ช่วงนี้คนตกงานรายได้หดหายการหาคนมารับเงินค่าจ้างจึงทำง่าย เจ้าหน้าที่บ้านเมืองคงต้องทำหน้าที่หนักหน่อย ที่หนักเพราะต้องจัดการอย่างเบา ๆ ถ้าจะไม่ให้งานหนักต้องจัดการอย่างรุนแรง ถ้ามันบุกเข้าวังได้ ม็อบตายห่าทั้งก๊ก เพราะมีกฎมณเทียรบาลควบคุม เป็นกฏหมายเก่ามาตั้งแต่ สมัยรัชกาลที่ 5-6

อาจารย์ปรีดี พนมยงค์ เคยก่อการกบฎบุกยึดวังหลวง ถูกข้อหาหนัก คนพวกนี้ถูกครูบาอาจารย์พร่ำสอนจะทำลายศูนย์รวมจิตใจของชาติอย่างพระบรมมหาราชวังและวัดพระแก้ว ถ้าได้ผ่านประตูวังเข้าไปเมื่อไหร่ จะไม่เหลือเล็ดลอดออกมา มันเป็นหน้าที่เหล่าบรรดาราชองค์รักษ์ ไม่ใช่ตำรวจปราบม็อบถือโล่ กระบอง กระสุนยาง แก๊สน้ำตา

มันจะเป็นกบฎวังหลวง 2 สองเขาสามกีบจะเจอของจริงก็คราวนี้ และจะไม่มีใครสงสาร มีแต่คนสมน้ำหน้า เวทนากับการกระทำของมัน ข้อหาสารพัด บุกรุก จาบจ้วง กบฏ ไม่นับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาล่าสุด แต่ถ้าอุกอาจเผ่าวัดพระแก้วก็ตายตรงนั้นแหละ อย่าหวังว่าประชาชนผู้จงรักภักดีเขาจะออกไป ดีเสียอีกมันเล่นพระบรมมหาราชวังก็เหมือนมาพบจุดจบวาระสุดท้าย เพราะมันไม่ใช่การออกมาเรียกร้องเสรีภาพ หรือห่าอะไร มันเป็นกบฎที่จะล้มล้างการปกครอง ล้มล้างสถาบันเป็นภัยคุกคามประเทศ

ประหารชีวิตลูกเดียว แล้วปิยบุตรมันจะรับผิดชอบไหม!


ที่มา : https://www.facebook.com/thepmontri.limpaphayom/posts/5971866959522048


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!

A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!!

>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท

>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ

>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย

***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

"หมอเณร" ยื่นศาลปค.สูงสุดโชว์ผลรักษา 4 พ่อแม่ลูก ใช้สมุนไพรปรับธาตุหายโควิด วอนรัฐส่งเสริมภูมิปัญญาแพทย์แผนไทยแก้วิกฤตสาธารณสุขประเทศ

นายชัยรัตน์ นนทชัย หรือหมอเณร ผู้เชี่ยวชาญด้านแพทย์แผนไทย และเจ้าของสวนสมุนไพรไทย เข้ายื่นหลักฐานเพิ่มเติมต่อศาลปกครองสูงสุด กรณีได้ยื่นฟ้องกระทรวงสาธารณสุข กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เป็นผู้ถูกฟ้องที่ 1-2  ฐานละเลยต่อหน้าที่ ไม่ออกใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนไทย และรับรองสูตรตำรับยาสมุนไพรให้แก่นายชัยรัตน์   และศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 28 ธ.ค. 63 ให้กรมแพทย์แผนไทยพิจารณาคำขอจดทะเบียนสิทธิในภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยของนายชัยรัตน์  และแจ้งผลการพิจารณาให้นายชัยรัตน์ทราบ โดยให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน แต่กรมแพทย์แผนไทยได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด

นายชัยรัตน์  กล่าวว่า วันนี้นำหลักฐานเป็นผลการรักษาผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิดของครอบครัวพ่อแม่ลูก 4 คน ซึ่งคนเป็นแม่ เมื่อรู้ผลติดเชื้อ และรักษาตัวอยู่ที่บ้านได้นำยาสมุนไพรปรับไฟธาตุของตนไปรับประทาน 4 วันอาการก็ดีขึ้น และได้มีการนำยาไปให้สามีที่รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล ซึ่งมีผลตรวจว่าเชื้อลงปอด หายใจลำบาก รับประทานอะไรไม่ได้เพราะเจ็บคอมากมา10 วันเมื่อทานยาปรับไฟธาตุก็อาการดีขึ้นภายใน 2-3 วัน จนหมอแปลกใจว่าทำไมอาการดีขึ้นได้เร็ว ส่วนลูกชายเมื่อหมอให้มากักตัวที่บ้านพบว่ามีอาการเม็ดผื่นขนาดใหญ่ขึ้นตามลำตัว ซึ่งทางแพทย์แผนไทยเรียกว่าไข้กาฬ ก็ทานยาของตนไล่พิษจนหายและเมื่อบุคคลทั้งหมดได้ไปตรวจเลือด ผลตรวจโควิดก็เป็นลบ ตนจึงนำหลักฐานทั้งหมดรวมถึงผลเลือดของผู้ป่วยมายื่นให้กับศาลปกครองสูงสุดเพื่อประกอบการพิจารณาคดี

นายชัยรัตน์ ยังกล่าวด้วยว่า ขณะนี้ถือว่าประเทศประสบกับวิกฤตโควิดอย่างรุนแรงประชาชนเดือดร้อนมาก มีทั้งคนที่เข้าไม่ถึงวัคซีน บางคนติดโควิดแล้วก็ไม่มีที่รักษา แพทย์เองก็ยังติดเชื้อ หรือบางคนก็ไม่อยากฉีดวัคซีน ซึ่งตนอยากให้ผู้บริหารประเทศหันมาสนใจให้ความสำคัญกับภูมิปัญญาแพทย์แผนไทยเพื่อเป็นทางออกในภาวะวิกฤตของสาธารณสุขไทยเพราะตั้งแต่เกิดปัญหาการแพร่ระบาด ผู้บริหารประเทศไม่ได้ให้ความสนใจภูมิปัญญาแพทย์แผนไทยในการรักษาเท่าที่ควรสนใจแต่การแพทย์แผนตะวันตกและผลการวิจัยในหลอดทดลองที่ไม่สามารถค้นพบเรื่องของไฟธาตุได้ ซึ่งมีผู้ป่วยหลายรายหมอรักษาโควิดหายแล้วแต่กลับมาเสียชีวิตที่บ้านก็เพราะพิษของไข้กาฬในตัวไม่ถูกขับออกมาให้หมด ตรงนี้แพทย์แผนปัจจุบันไม่สามารถรักษาได้เพราะมุ่งฆ่าแต่ไวรัส แต่แพทย์แผนไทยจะมียาขับพิษและปรับไฟธาตุ

นายชัยรัตน์ กล่าวอีกว่า สู้เรื่องนี้มา 7 ปี รู้สึกท้อแต่ต้องสู้เพื่อรักษาภูมิปัญญาแพทย์แผนไทยให้คงเอาไว้เป็นมรดกของประเทศไม่ให้สูญหาย และขณะนี้ตนก็กำลังรักษาผู้ป่วยโควิด อีกหลายราย ทั้งหมดมีอาการดีขึ้นตามลำดับ ถ้ารักษาหายเรียบร้อยก็จะได้มีการนำผลการรักษามายื่นเป็นหลักฐานเพิ่มเติมต่อศาลปกครองสูงสุดเพื่อประกอบการพิจารณาอีก

กลุ่มรักสถาบัน ยื่นหนังสือถึง ผบ.ทบ. เรียกร้องให้ออกมาปกป้องสถาบัน

ที่หน้ากองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ถนนราชดำเนิน ผู้สื่อข่าวรายงาน กลุ่มศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน ( ศปปส.) นำโดย นายจักรพงศ์ กลิ่นแก้ว ร่วมกับ นายฐิติวัฒน์ ธนการุณย์ ภาคีประชาชนปกป้องสถาบัน พร้อมพวก เดินทาง ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เรียกร้องให้ออกมาปกป้องสถาบัน โดยมี ร.ต.ทวีรัตน์  ศุภฤกษ์ตระกูล  นายทหารเวร บก.ทบ. ได้ออกมารับหนังสือกับทางกลุ่มเพื่อนำเรียนผู้บังคับบัญชาต่อไป 

นายจักรพงศ์ ระบุว่า ต้องการเรียกร้องให้ฝ่ายความมั่นคง ทุกกระทรวง ทุกหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบ เกี่ยวกับการรักษาความสงบประเทศ ออกมาช่วยกันปกป้องสถาบัน โดยเฉพาะการเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุม ต้องการขับไล่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ต้องเคลื่อนไหวให้ถูกประเด็น และห้ามนำสถาบันพระมหากษัตริย์เข้ามาเกี่ยวข้อง

“เว้นค่าปรับ” ช่วยคู่สัญญางานรัฐช่วงโควิด

นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ได้มอบหมายให้กระทรวงการคลังหาแนวทางให้การช่วยเหลือผู้ประกอบการที่เป็นคู่สัญญาของรัฐ ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 อย่างเป็นรูปธรรม และในการประชุมคณะรัฐมนตรีที่ผ่านมา เห็นชอบการกำหนดอัตราค่าปรับเป็นอัตราร้อยละ 0 โดยเมื่ออัตราค่าปรับเป็นอัตราร้อยละ 0 ผู้ประกอบการก็จะไม่มีค่าปรับ 

สำหรับหลักเกณฑ์และเงื่อนไข  สัญญาที่ได้ลงนามหลังวันที่ 26 มีนาคม 2563 ซึ่งยังมีนิติสัมพันธ์อยู่และยังมิได้ส่งมอบงานงวดสุดท้าย หรือได้ส่งมอบงานงวดสุดท้ายก่อนวันที่มีประกาศยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงทั่วราชอาณาจักรอันเนื่องมาจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 แต่ยังมิได้มีการตรวจรับพัสดุ ให้คิดค่าปรับในอัตราร้อยละ 0  โดยให้คิดค่าปรับในอัตราร้อยละ 0 ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2563 จนถึงก่อนวันที่มีประกาศยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ฯ และกรณีที่หน่วยงานของรัฐได้พิจารณางดหรือลดค่าปรับให้แก่คู่สัญญา หรือการขยายระยะเวลาทำการตามสัญญาหรือข้อตกลงแล้ว ก็ให้นำจำนวนวันดังกล่าวมาหักออกจากจำนวนวันตามมาตรการนี้ และจำนวนวันที่เหลือ ให้คิดค่าปรับในอัตราร้อยละ 0  ในส่วนค่าปรับส่วนที่เกินจำนวนวันตามมาตรการนี้ ให้คิดในอัตราที่กำหนดในสัญญาหรือข้อตกลงตามปกติ โดยให้หน่วยงานของรัฐดำเนินการตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ข้อ 183 ต่อไป 

สำปรับการกำหนดอัตราค่าปรับเป็นอัตราร้อยละ 0 เป็นการช่วยเหลือเพิ่มเติมจากการใช้ดุลพินิจของหัวหน้าหน่วยงานรัฐตามพ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างฯ ซึ่งรัฐจะไม่มีการคืนเป็นเงิน แต่จะเป็นการหักกลบแทน  รัฐบาลจึงไม่มีภาระทางการคลัง และยังสามารถดำเนินการได้ทันที เนื่องจากอยู่ในอำนาจของคณะกรรมการวินิจฉัยตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มาตรา 29 วรรคหนึ่ง (4) ซึ่งจะการช่วยเหลือผู้ประกอบการภาคเอกชนที่เป็นคู่สัญญากับภาครัฐ ที่ได้รับผลกระทบในช่วงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส

‘นฤมล’ มอบเครื่องอุปโภค-บริโภคเพิ่มเติม ช่วยเหลือพี่น้องแรงงานแคมป์คนงานก่อสร้าง

รมช.แรงงาน ส่งทีมมอบเครื่องอุปโภค-บริโภคเพิ่มเติม แก่แคมป์คนงานก่อสร้างและเคหะชุมชนออมเงิน เขตสายไหม บรรเทาพิษโควิด-19

ศาสตราจารย์ นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ในฐานะที่ได้รับมอบหมายให้กำกับดูแลกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) และสถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (องค์การมหาชน) (สสปท.) ยังคงมุ่งหน้าที่จะพัฒนาศักยภาพแรงงานอย่างต่อเนื่อง ด้วยการสร้างแรงงานคุณภาพ ยกระดับแรงงานให้มีความรู้และทักษะตรงตามความต้องการของตลาดแรงงาน และให้แรงงานกลุ่มเปราะบางทางสังคมได้เข้าถึงการพัฒนาฝีมือแรงงาน รวมถึงเดินหน้าสร้างความปลอดภัยและสุขภาพอนามัยที่ดีแก่แรงงานอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะในช่วงที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 เพื่อให้สามารถอยู่รอดได้ท่ามกลางวิกฤตการณ์ มีอาชีพ มีรายได้อย่างยั่งยืน

สำหรับแผนการดำเนินงานรวมถึงมาตรการในการช่วยเหลือพี่น้องแรงงานยังคงเดินหน้าต่อไป โดยได้ปรับแผนการให้สอดคล้องตามสถานการณ์ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อพี่น้องแรงงานมากที่สุด และในช่วงนี้ยังคงมอบหมายให้ทีมงานลงพื้นที่มอบข้าวกล่องในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์เพื่อร่วมเป็นกำลังใจในการปฏิบัติงาน โดยในครั้งนี้ได้นำไปมอบให้แคมป์คนงานของบริษัท ยูเวิร์ค 999 จำกัด และเคหะชุมชนออมเงิน เขตสายไหม เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการบรรเทาพิษโควิด-19

รมช.แรงงาน กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการมอบหมายทีมงานลงพื้นที่มอบข้าวกล่องเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2564 พบว่า มีแคมป์คนงานของบริษัท ยูเวิร์ค 999 จำกัด ตั้งอยู่ซอยวัชรพล 18 แขวงคลองถนน เขตสายไหม ที่ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือจากภาครัฐรวมถึงหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องเท่าที่ควร จึงได้มอบหมายให้ทีมงานนำข้าวกล่องและเครื่องอุปโภค-บริโภคที่ยังขาดแคลนไปมอบให้เพิ่มเติม เช่น ข้าวสาร อาหารแห้ง ยารักษาโรค หน้ากากอนามัย แอลกอฮอล์สเปรย์ ของใช้สำหรับเด็กทารกแรกเกิด เป็นต้น โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสิ่งที่นำไปมอบให้เพิ่มเติมในครั้งนี้จะทำให้พี่น้องแรงงานมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นท่ามกลางวิกฤติโควิด-19

คุณสมทรง อัฐนาค คนงานแคมป์ก่อสร้าง บริษัท ยูเวิร์ค999 จำกัด กล่าวว่า รู้สึกดีใจและขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงานเป็นอย่างสูงที่ได้ช่วยเหลือพวกเราชาวแรงงานในแคมป์คนงานก่อสร้างแห่งนี้เนื่องจากที่ผ่านมาพวกเราที่อาศัยอยู่ใจแคมป์ต้องใช้ชีวิตค่อนข้างลำบาก เพราะแคมป์คนงานยังถูกสั่งปิดมาจนถึงตอนนี้ สิ่งของที่ท่านได้มามอบให้เพิ่มเติมจะทำให้เรามีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นในช่วงสถานการณ์นี้


 

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี โปรดเกล้าถวายเงิน 88.8 ล้าน แด่สมเด็จพระสังฆราช และพระราชทานเงิน 99.9 ล้าน ผ่านนายกรัฐมนตรี เพื่อที่จัดตั้งโรงพยาบาลสนาม ศูนย์พักคอย สถานที่กักตัว สถานที่ฌาปนกิจศพ รองรับสถานการณ์โควิด-19

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 4 ส.ค. 64 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลอากาศเอก สถิตย์พงษ์ สุขวิมล ราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เชิญเงินพระราชทาน จำนวน 88,800,000 บาท ไปถวายแด่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม กรุงเทพมหานคร สมทบทุนแก่วัดต่าง ๆ ที่จัดตั้งโรงพยาบาลสนาม ศูนย์พักคอย สถานที่กักตัว และที่ฌาปนกิจศพ

จากนั้น ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลอากาศเอก สถิตย์พงษ์ สุขวิมล ราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เชิญเงินพระราชทาน จำนวน 99,900,000 บาท ไปมอบแก่ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ณ ทำเนียบรัฐบาล เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของโรงเรียน สถาบันอาชีวศึกษา มหาวิทยาลัยต่าง ๆ และเหล่าทัพ ที่จัดตั้งโรงพยาบาลสนาม ศูนย์พักคอย และสถานที่กักตัว ทั่วประเทศ

รวมเป็นเงินที่ได้พระราชทานในครั้งนี้จำนวน 188,700,000 บาท เพื่อใช้ในการจัดหาชุดป้องกันส่วนบุคคล (ชุด PPE) เครื่องวัดอุณหภูมิ เครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้วตลอดจนอุปกรณ์ทางการแพทย์ต่าง ๆ พร้อมทั้งสนับสนุนค่าสาธารณูปโภค ค่าซ่อมแซมปรับปรุง อาคารสถานที่ ค่าบำรุงเมรุ และค่าดำเนินการฌาปนกิจศพ

นับตั้งแต่เดือนเมษายน 2564 สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในประเทศไทย ได้ทวีความรุนแรงมากขึ้น ส่งผลให้มีจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่รายวันเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว วัดสถานศึกษา และเหล่าทัพ ซึ่งกระจายอยู่ในชุมชนต่าง ๆ ทั่วประเทศ และหน่วยงานต้นสังกัด จึงได้ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข จัดตั้งโรงพยาบาลสนาม ศูนย์พักคอย และสถานที่กักตัว เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาได้เร็วขึ้น นอกจากนี้ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายกได้โปรดให้วัดต่าง ๆ สงเคราะห์ประชาชนในการฌาปนกิจศพผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

ครั้นความดังกล่าวทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานเงินสนับสนุนการดำเนินงานของวัด โรงเรียน สถาบันอาชีวศึกษา มหาวิทยาลัย และหน่วยงานของเหล่าทัพ ทั่วประเทศ ที่จัดตั้งโรงพยาบาลสนาม ศูนย์พักคอย สถานที่กักตัว และสถานที่ฌาปนกิจศพ เพื่อรองรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เป็นส่วนหนึ่งของการบำเพ็ญพระราชกุศล 2 โอกาส คือ

1.) พระราชทานเงินสนับสนุนวัด และเหล่าทัพ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2564

2.) พระราชทานเงินสนับสนุนโรงเรียน สถาบันอาชีวศึกษา และมหาวิทยาลัย เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี พันปีหลวง 12 สิงหาคม 2564

ทั้งนี้ เมื่อเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 ในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นมา ได้สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนในประเทศไทยหลายพื้นที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงมีความห่วงใยและได้ทรงติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดอย่างใกลัชิด ทรงรับเป็นพระราชภารกิจสำคัญในการดูแลทุกข์สุขของอาณาราษฎรทุกหมู่เหล่าให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดหาอุปกรณ์ และเครื่องมือทางการแพทย์พระราชทาน

อีกทั้งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สร้างรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัย รถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษ และรถต่อพ่วงชีวนิรภัย พระราชทานแก่กระทรวงสาธารณสุข เพื่อใช้รับมือสถานการณ์การแพร่ระบาดที่มีอย่างต่อเนื่อง ช่วยให้ประชาชนทุกพื้นที่เข้าถึงการตรวจและการรักษาอย่างทันท่วงที โดยตั้งแต่เกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พระราชทานเงินช่วยเหลือไปแล้ว 1,051 ล้านบาท รวมกับที่ได้พระราชทานในครั้งนี้ เป็นเงินพระราชทานทั้งสิ้นกว่า 1,240 ล้านบาท


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!

A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!!

>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท

>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ

>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย

***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

“ธนกร” ตอก “พิธา” เก่งเกินหมอ สวน ล็อกดาวน์ไม่สูญเปล่า มั่นใจ “บิ๊กตู่-บุคลากรทางการแพทย์” มาถูกทาง

นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะโฆษกประจำศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบศ.) กล่าวกรณีที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ระบุว่าการล็อกดาวน์กำลังจะสูญเปล่า เจ็บแล้วไม่จบ ว่า ไม่แปลกใจเลยที่พรรคก้าวไกล มักขัดแย้งกับพรรคร่วมฝ่ายค้าน 

เพราะนายพิธา ชอบอวดรู้ เก่งทุกเรื่องยกเว้นเรื่องตัวเอง ทำตัวเก่งกว่าหมอ การล็อกดาวน์เป็นมาตรการที่ทั่วโลกใช้ และประเทศไทยเคยใช้ได้ผลมาแล้ว โดยการล็อกดาวน์ จะคู่กับมาตรการเยียวยาที่รัฐบาลดำเนินการให้ความช่วยเหลือ กลุ่มแรงงานและผู้ประกอบการที่อยู่ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดจำนวนทั้งสิ้น 29 จังหวัด ทั้งที่อยู่ระบบประกันสังคม และไม่อยู่ในระบบ ผู้ประกอบการในระบบถุงเงิน ภายใต้โครงการคนละครึ่ง เราชนะ จึงมั่นใจว่า มาตรการล็อกดาวน์จะทำให้สถานการณ์ดีขึ้น ส่วนที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19สูงขึ้น เพราะตรวจเชิงรุกมากโดยใช้ATKมากขึ้น และผู้หายป่วยหายเพิ่มวันละเกือบ2 หมื่นคน ทำไมไม่พูดถึงบ้าง 

นายธนกร กล่าวว่า นายพิธา ระบุว่าปัญหาอยู่ที่ความสามารถในการบริหารของผู้นำ ตนมั่นใจว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม บุคลากรทางการแพทย์ มีความสามารถที่จะแก้ปัญหาได้ไม่เหมือนนายพิธา ที่เอาแต่พูดโชว์หล่อไปวันๆ ไม่เคยลงมือทำ ดังนั้นตนมั่นใจในระบบสาธารณสุขของไทย จะสามารถเอาชนะโควิด-19 ได้ แม้ติดขัดบ้างแต่ถ้าหากทุกฝ่ายร่วมแรงร่วมใจกัน เราจะสามารถฝ่าวิกฤตไปได้ 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top