Friday, 12 June 2026
Hard News Team

"สิระ" ยัง ไม่จ่าย 1 ล้าน กังขา "ไฮโซลูกนัท" ตาบอดจริงหรือไม่ หลังแหล่งข่าวกระซิบมองเห็น 15% ยันไม่บ่ายเบี่ยง ลั่น เงินมีเยอะ ท้า ตรวจหมอคนกลางรพ.รัฐ 3 คน พิสูจน์ความจริง

ที่รัฐสภา นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่ได้มีการท้าพิสูจน์กับนายธนัตถ์ ธนากิจอำนวย หรือไฮโซลูกนัท ว่าดวงตาบอดสนิทจริงหรือไม่ ว่า วันนี้ไม่ขอเรียกว่าไฮโซลูกนัทแล้ว ขอเรียกนายธนัตถ์ เพราะรู้สึกว่าพ่อแม่ของนายธนัตถ์ไม่แฮปปี้ตามที่เป็นข่าว เพราะได้ไปร่วมชุมนุม ส่วนเรื่องของดวงตา เมื่อวานนี้ตนบอกว่าหากนายธนัตถ์ตาบอดสนิทและต้องหาแพทย์มายืนยันพร้อมใบรับรองแพทย์ ตนพร้อมให้เงิน 1 ล้านบาท ซึ่งเมื่อคืนนี้เห็นว่ามีใบรับรองแพทย์แล้ว และแพทย์บอกว่าต้องรักษาดวงตา 6 เดือน ถามว่าตอนนี้บอดสนิทจริงหรือไม่ ซึ่งที่ตนทราบมาจากแหล่งข่าว อาจเป็นข่าวดีของนายธนัตถ์ว่ามองเห็นแล้ว 15% ซึ่งหากเป็นข่าวดีและข่าวจริงก็ขอแสดงความดีใจกับนายธนัตถ์ว่าดวงตาพอมองเห็น

นายสิระ กล่าวต่อว่านายธนัตถ์ได้ไปออกรายการโทรทัศน์ ซึ่งตนจับผิดได้หลายเรื่อง คือการที่นายธนัตถ์มาแหกตาตัวเองก็แหกตาได้คนเดียว จะแหกตาคนทั้งประเทศไม่ได้ แค่นิ้วอยู่ใกล้ดวงตา ตาก็กระพริบ คนตาบอดที่ไหนจะกระพริบตา และเมื่อวานนี้แพทย์ไปหรือไม่ ก็ไม่ได้ไป ใครเขาจะให้คนตาใกล้บอดไปแหกตาออกทีวี พิธีกรใจร้ายไปหรือไม่ นายธนัตถ์แหกตาตัวเองเพื่ออะไร เรื่องนี้ต้องให้แพทย์แหก ต้องการแหกตาตัวเองเพื่อแหกตาคนทั้งประเทศหรือ หากนายธนัตถ์ตาบอดสนิทจริง ใบรับรองแพทย์ต้องระบุว่าไม่สามารถรักษาได้ แล้วทำไมถึงบอกว่าต้องรักษา 6 เดือน หากตาบอดจริงไปถามแพทย์เลยว่าต้องควักดวงตาออกหรือไม่ เมื่อควักดวงตาออกแล้วจะใส่ดวงตาเทียมหรือไม่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง หากตาบอดจริงตนต้องขอแสดงความเสียใจกับนายธนัตถ์ และตนจะพานายธนัตถ์ไปสภากาชาดไทยเพื่อขอไปรับบริจาคดวงตาจากผู้มีจิตศรัทธา

“ถ้านายธนัตถ์แน่จริง วันจันทร์นัดเจอกัน ไม่เอาที่สภา มาที่บ้านผมก็ได้ ผมเอาเงิน 1 ล้านบาท ส่วนนายธนัตถ์เอาเงิน 10 ล้านบาทมาประกบกันและหลังจากอภิปรายไม่ไว้วางใจไปหาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ให้แพทย์คนกลางมาตรวจสอบ 3 คนว่านายธนัตถ์ตาบอดจริงหรือไม่ ผมก็กลัวว่าตอนนี้ที่บ้านไม่เอาด้วย นายธนัตถ์จะมีเงิน 10 ล้านบาทหรือไม่ ซึ่งหากนายธนัตถ์ไม่ได้ตาบอดจริง ผมก็ขอให้นายธนัตถ์เอาเงิน 10 ล้านบาทไปซื้อข้าวหอมมะลิแจกคนหลักสี่-จตุจักร และผมจะบอกว่าเงินค่าข้าวสารหอมมะลินี้มาจากนายธนัตถ์” นายสิระ กล่าว

เมื่อถามว่าวันนี้นายธนัตถ์จะเดินทางมาที่รัฐสภาจะไปเจอกันหรือไม่ นายสิระ กล่าวว่า ไม่เจอ เพราะว่าสิ่งที่เขานำมาแพทย์คนเดียวจะวินิจฉัยถูกหรือไม่ เคยเห็นหรือไม่แพทย์ลืมผ้าก๊อซในช่องท้อง หรือแพทย์วินิจฉัยโรคและทำให้คนตาย วันนี้หากนายธนัตถ์ตาบอดจริงไปเบิกประกันหรือยัง ตนเชื่อว่ามีการทำประกัน ไปถามประกันเลยว่านายธนัตถ์ได้มาทำเรื่องตาบอดสนิทหรือยัง

เมื่อถามว่าเป็นการบ่ายเบี่ยงที่จะไม่จ่ายเงินหรือไม่ นายสิระ กล่าวว่า "ไม่ใช่บ่ายเบี่ยง ถามว่าแพทย์คนเดียวจะเชื่อได้หรือไม่ว่าวินิจฉัยถูกต้อง และแพทย์คนนั้นเป็นคนรักษาซึ่งรับเงินค่ารักษาจากนายธนัตถ์อยู่แล้ว ทำไมไม่เอาแพทย์คนกลาง เงินน่ะผมมีเยอะ ผมต้องการจ่ายและจะแสดงความยินดีกับนายธนัตถ์ที่ไม่เสียดวงตา แต่หากตาไม่บอดจริง นายธนัตถ์ก็ต้องทำตามที่พูด หากอยากพิสูจน์ความจริงเอาแพทย์คนกลางจากโรงพยาบาลรัฐบาล หากนายธนัตถ์แน่จริงมั่นใจว่าดวงตาบอดสนิท ทำไมไม่ยอมพิสูจน์กับหมอคนกลาง ผมคิดว่าแฟร์ๆ" 

“สมศักดิ์” โยนผู้บริหาร รพ.ราชทัณฑ์ เคาะให้ “เพนกวิน” ออกไปรักษาโควิด นอกคุกหรือไม่

ที่รัฐสภา นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีที่มารดาของนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน จะขอพาตัวเพรกวินไปรักษาโควิด-19 ที่โรงพยาบาลศูนย์ธรรมศาสตร์ ว่า ผู้บริหารกระทรวงจะเป็นผู้พิจารณา ถ้าโรงพยาบาลราชทัณฑ์ไม่สามารถรักษาได้ ก็ต้องช่วย แต่ส่วนตัวเชื่อว่าโรงพยาบาลราชทัณฑ์ มีมาตรฐานในการรักษาผู้ป่วยอยู่แล้ว และเรื่องนี้อยากให้ส่วนราชการไปบริหารจัดการ ฝ่ายการเมืองไม่ควรยุ่งเกี่ยวเพราะเกรงจะเป็นประเด็นที่ยาวไปอีก ซึ่งเชื่อข้าราชการจะพิจารณาได้ อย่างรอบคอบ

“หากอนุญาตให้ไปรักษาตัวภายนอก เกรงว่าจะทำให้นักโทษคนอื่นเอาอย่างได้ ขอย้ำว่าโรงพยาบาลราชทันฑ์มีมาตรฐานในการรักษาที่ดีเหมือนโรงพยาบาลทั่วไปอยู่แล้ว” นายสมศักดิ์ กล่าว

'ไฮโซลูกนัท' ลั่น เดิมพันด้วยชีวิต ขอตั้งนามสกุลใหม่ ซัดครอบครัวพยายามขวางสิทธิ์ในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย

"ลูกนัท" ไม่สนประกาศให้ชาวเน็ตช่วยตั้งนามสกุลให้ใหม่ ลั่นถึงเวลาดันเพดานทะลุเกินฟ้า พร้อมแจง "แถลงการณ์ครอบครัว ธนากิจอำนวย” แท้จริงแล้วเป็นความพยายามของสลิ่ม หลอกไม่ให้เคลื่อนไหว แลกกับการช่วยคดี ซัดที่ผ่านมาครอบครัวนี้พยายามขัดขวางสิทธิ์ในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย เตรียมแฉรายชื่อธุรกิจทั้งหมด

วันที่ 23 ส.ค. 2564 จากกรณี นายธนัตถ์ ธนากิจอำนวย หรือ ไฮโซลูกนัท ออกมาร่วมเคลื่อนไหวชุมนุมทางการเมือง หลังได้รับบาดเจ็บทางดวงตา โดยได้มีการแต่งกายที่ทำให้กระทบกระเทือนจิตใจของคนไทยผู้จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ กระทั่งทางด้าน บิดา และมารดา ได้โพสต์พระบรมฉายาลักษณ์ ในหลวง ร.๙ พร้อมระบุเทิดทูนชั่วนิรันดร์ ลบหลู่ไม่ได้ เลือดเนื้อเชื้อไขก็ตัดทิ้ง 

ล่าสุด นายธนัตถ์ โพสต์ข้อความ ว่า "ช่วยกันตั้ง นามสกุล ใหม่ให้หน่อยเพื่อน ๆ ถึงเวลาดันเพดาน ทะลุเกินฟ้า"

จากนั้นได้โพสต์อีกว่า ... "สรุปแถลงการ ของ “ครอบครัว ธนากิจอำนวย” แท้จริงแล้ว เป็นความพยายามของสลิ่ม ที่ต้องการควบคุมไม่ให้ผมเคลื่อนไหว - โดยเอาความหวังดีมาอ้าง ว่าจะช่วยทำคดี ซึ่งสุดได้แล้ว โป๊ะแตก โดนผมจับได้ว่า ไปบิดเบือนคำพูดของทนายว่า อย่าให้ผมแสดงตัว เคลื่อนไหว เดี๋ยวจะมีผลต่อรูปคดี - เพราะฉะนั้น พร้อมหักไม่ยอมงอ - ถือว่าที่ผ่านมาครอบครัวนี้ พยายามขัดขวางสิทธิ์ในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย (อีกแล้ว) ไว้จะมา list แต่ละธุรกิจของผู้เกี่ยวข้องที่ขัดขวาง ในทุก ๆ คนทราบ

ส่วนคดีไม่ต้องเป็นห่วง ทีมทนายที่เก่งกว่าเดิมโหดกว่าเดิม พร้อมเดินหน้า สู้เพื่อความถูกต้องเต็มที่ และจะเตรียมช่วยเหลือ ผู้เสียหายคนอื่น ๆ ด้วย ครั้งที่ ทุ่มสุดตัว เพื่อทุกคน

เดิมพันด้วยชีวิตภารกิจเปลี่ยนการเมือง"

นอกจากนี้ นายธนัตถ์ ยังได้ขุดข้อมูลข่าวเก่า กรณี ก.ล.ต.ลงดาบ นายกิตติ ธนากิจอำนวย และ นายคงภัทร์ จิรมณีกุล จากการใช้ข้อมูลภายในซื้อขายหุ้น NOBLE โดนสั่งปรับรวม 15,952,104 บาท พร้อมห้ามบุคคลทั้งสองเป็นกรรมการหรือผู้บริหารบริษัทจดทะเบียน เมื่อปี 2563 ออกมาแฉผ่านเฟซบุ๊กอีกด้วย


ที่มา : https://mgronline.com/onlinesection/detail/9640000083222
https://www.facebook.com/nat.tanat.democrat/posts/10165240569380648


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

ลุ้นครม. ต่ออายุคงการจัดเก็บแวด 7% อีก 1 ปี 

การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ผ่านระบบ Video Conference วันที่ 24 สิงหาคม นี้ มีวาระที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจจากหน่วยงานต่าง ๆ เสนอเข้ามาให้กับที่ประชุมพิจารณา โดยกระทรวงการคลัง เสนอพิจารณาคงการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตรา 7% ต่อไปอีก หลังจากเดิมจะสิ้นสุดวันที่ 30 ก.ย.64 โดยจะเสนอขยายภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ออกไปอีก 1 ปี  มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.64 - 30 ก.ย.65 เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชน 

ขณะเดียวกันกระทรวงการคลังยังเสนอขอแก้ไขสัญญากู้จากองค์การการค้าความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น เลขที่ TXXXV-1 สำหรับโครงการพัฒนากำลังคนด้านวิศวกรรมศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม สนับสนุนการลงทุนและเพิ่มขีดความสามารถ ภาคอุตสาหกรรมในประเทศและภูมิภาค และรายงานผลของกองทุนประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2562 - 2563 รวม 2 ฉบับ เช่นเดียวกับรายงานกิจการประจำปี งบดุลบัญชีกำไรและขาดทุนของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2563

นอกจากนี้ยังคาดว่า ในการประชุมครม. ครั้งนี้ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ในฐานะประธานคณะกรรมการการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ ภายใต้ พ.ร.ก.กู้เงินฯ จะเสนอการเยียวยาผู้ประกันตนที่อยู่ในพื้นที่ควบคุมการระบาดสูงสุด 13 จังหวัดที่ทางรัฐบาลได้ประกาศล็อกดาวน์อีก 1 เดือน ตามข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 รวมทั้งกระทรวงศึกษาธิการ ยังเตรียมเสนอแนวทางการเยียวยาการอุดหนุนค่าอุปกรณ์การเรียนของนักเรียนสายอาชีพ อาชีวศึกษาด้วย

จีนสามารถสกัดการระบาด Covid-19 สายพันธุ์เดลตาได้อยู่หมัดภายในเดือนเดียว และได้ประกาศเคสผู้ติดเชื้อรายใหม่ในประเทศเป็นศูนย์แล้ว

สื่อสหรัฐฯ ยังทึ่ง จีนสามารถสกัดการระบาด Covid-19 สายพันธุ์เดลตาได้อยู่หมัดภายในเดือนเดียว และได้ประกาศเคสผู้ติดเชื้อรายใหม่ในประเทศเป็นศูนย์แล้วในวันจันทร์ที่ 23 สิงหาคม 2021 ที่ผ่านมา 

นับเป็นอีกหนึ่งประเทศที่ถูกจับตามองมากที่สุด เมื่อมีข่าวการระบาดระลอกใหม่ในจีนแผ่นดินใหญ่ หลังเคยเป็นประเทศแรกที่พบการระบาดอย่างหนักในเมืองอู่ฮั่นเมื่อต้นปี 2020 แต่สามารถสกัดแพร่ระบาดได้ภายในระยะเวลาไม่ถึง 3 เดือน จนสามารถนำประเทศที่มีประชากรนับพันล้านคนกลับคืนสู่ภาวะปกติได้อย่างรวดเร็ว

ทั้งนี้การระบาดของสายพันธุ์เดลตาครั้งล่าสุดในจีน เกิดขึ้นช่วงเดือนกรกฎาคม 2021 โดยเคสแรกพบที่สนามบินนานาชาติ หนานจิง ลู่โคว่ จากผู้โดยสารสายการบิน Air China เที่ยวบิน CA910 ที่เดินทางกลับจากมอสโคว์ ประเทศรัสเซีย และกระจายสู่เมืองใหญ่ในจีน ทั้งปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ และ อู่ฮั่น 

การระบาดระลอกใหม่ของสายพันธุ์เดลตาในจีนจึงเป็นที่สนใจของนานาชาติอย่างมาก ว่าจีนจะรับมือกับปัญหานี้อย่างไร เนื่องจากหลายชาติตะวันตก ที่เคยควบคุมการแพร่ระบาดได้แล้ว จากการฉีดวัคซีนครอบคลุมประชากรส่วนใหญ่ อย่างสหรัฐฯ, อังกฤษ, ฝรั่งเศส หรือ อิสราเอล ยังรับมือลำบากกับสายพันธุ์เดลตาที่ระบาดไว และรุนแรงกว่าสายพันธุ์ดั้งเดิม

แต่หลังจากที่จีนประกาศใช้มาตรการล็อกดาวน์แบบเข้ม ปูพรมตรวจเชื้อ Covid-19 ให้กับประชาชนยกเมืองนับร้อยล้านคน ก็ใช้เวลาเพียงแค่เดือนเดียว จากที่เคยพบคลัสเตอร์การระบาดหมู่หลายร้อยคน จนวันนี้จีนไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ในประเทศแล้ว มีเพียงผู้ติดเชื้อที่เดินทางมาจากต่างประเทศไม่กี่สิบคนเท่านั้น 

จีนทำได้อย่างไร? วิธีการที่จีนใช้ ก็คือ มาตรการควบคุมโรคระบาดที่จีนเคยใช้ได้ผลจากการระบาดรอบแรก และที่แรกของโลก ซึ่งผู้เชี่ยวชาญเรียกโมเดลของจีนว่า "Zero case Strategy" ที่จะไม่ยอมให้มีเคสหลุดรอดการตรวจจับได้เลยแม้แต่เคสเดียว

และกลายเป็นโมเดลที่ใช้ในหลายแห่ง เช่น นิวซีแลนด์, ออสเตรเลีย, สิงคโปร์, ไต้หวัน ฯลฯ 

และนอกจากมาตรการล็อกดาวน์แล้ว จีนยังได้ระดมฉีดวัคซีนให้ประชาชนไปแล้วมากกว่า 1.35 พันล้านคน ในจำนวนนี้ มีถึง 223 ล้านคนที่ได้รับวัคซีนครบโดส และเกือบทั้งหมดเป็นวัคซีนจีนที่พัฒนาเองในประเทศ คิดเป็นอัตราการฉีดวัคซีนเท่ากับ 135 โดส ต่อประชากร 100 คน ซึ่งสูงกว่าสหรัฐอเมริกาและอังกฤษ

แม้ว่าจะสามารถควบคุมการระบาดจนแทบเหลือศูนย์แล้ว แต่รัฐบาลจีน ก็ยังคงประกาศเตือนประชาชนว่าให้ยกการ์ดสูงอยู่เสมอเพราะโรคระบาดยังคงไม่หายไป ควบคู่กับมาตรการปิดพรมแดนที่ การกักตัวอย่างเข้มงวด

อย่างไรก็ตาม โมเดลการป้องกันโรคระบาดของจีน เคยถูกวิจารณ์จากชาติตะวันตกว่า สร้างผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจอย่างมาก โดยเฉพาะกลุ่มคนที่มีรายได้น้อย มักได้รับผลกระทบมากที่สุดจากมาตรการล็อกดาวน์สุดเข้ม แต่จีนก็ได้พิสูจน์ว่าเป็นวิธีที่ได้ผล เจ็บแต่จบได้จริง ๆ 

สรุปแล้ว จากโมเดล "ศูนย์เคส" ของจีน ก็ทำให้รู้ว่า การใช้วัคซีนไม่ใช่คำตอบเดียวของการควบคุมโรคระบาด แต่ต้องใช้ร่วมกับมาตรการป้องกันอื่น ๆ อย่างจริงจัง และความร่วมมือของประชาชน ถึงจะได้ประสิทธิภาพสูงที่สุด


อ้างอิง: CNN / BBC

ผู้เขียน: ยีนส์ อรุณรัตน์


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

'โรคติดต่อแห่งชาติ' เห็นชอบ มาตรการเปิดประเทศภายใต้แผนคุมเข้มแบบใหม่

วันนี้ ( 23 ส.ค.64 ) นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงผลการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบ

1.) มาตรการเปิดประเทศอย่างปลอดภัย ภายใต้การควบคุมโรคแนวใหม่ เตรียมรองรับระยะเปลี่ยนผ่านจากช่วงที่เป็นภาวะวิกฤตไปสู่การเปิดประเทศเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ โดยการเปิดประเทศจะทำได้ต่อเมื่อดำเนินมาตรการครบถ้วน ได้แก่

- การฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมประชากร พัฒนาการหาจัดวัคซีนใหม่ ๆ แบบครบวงจร
- ส่งทีม CCRT เคลื่อนที่เร็วตรวจค้นหาเชิงรุกด้วยชุด ATK ในพื้นที่ระบาด ฉีดวัคซีนเชิงรุกให้กลุ่มเสี่ยง
- ประชาชนต้องเคร่งครัดมาตรการป้องกันตัวแบบครอบจักรวาล โดยตระหนักอยู่เสมอว่า ทุกคนมีโอกาสติดเชื้อและแพร่เชื้อ จึงต้องระวังตนเองตลอดเวลา

2.) เห็นชอบหลักการมาตรการป้องกันและควบคุมโรคในพื้นที่เฉพาะ (Bubble and seal) สำหรับสถานประกอบกิจการที่พบการติดเชื้อเกิน ร้อยละ 10 แยกไปรักษาที่รพ.สนาม และเฝ้าระวังคนที่เหลือให้สามารถทำงานต่อไปได้ เมื่อครบ 28 วัน ตรวจภูมิคุ้มกัน ผลดีคือ ไม่ต้องปิดโรงงาน 

3.) เห็นชอบร่างกฎกระทรวง เรื่อง การแจ้งกำหนดวัน เวลา และสถานที่ที่พาหนะจะเข้ามาถึงด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ พ.ศ. .... และร่างกฎกระทรวง เรื่อง การยื่นเอกสารต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อประจำด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ พ.ศ. ....เพื่อกำหนดแนวทางปฏิบัติสำหรับพาหนะจากต่างประเทศที่จะเข้ามาประเทศไทยทั้งในด่านบก เรือ และอากาศ

4.) สนับสนุนให้มีผู้แทนของสมัชชาสุขภาพจังหวัดร่วมประชุมในคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด

นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้รับทราบมติคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ เห็นชอบให้นักท่องเที่ยวที่ฉีดวัคซีนสปุตนิกวี เดินทางเข้าร่วมโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ทั้งนี้กระทรวงสาธารณสุขจะเสนอมติ คกก.โรคติดต่อแห่งชาติ ต่อที่ประชุม ศบค.ชุดเล็ก และ ศบค.ชุดใหญ่ เพื่อพิจารณาอนุมัติต่อไป โดยรายละเอียดของมาตรการขอให้ติดตามจากมติ ศบค.

นพ.โอภาส กล่าวอีกว่า มาตรการเปิดประเทศด้วยการควบคุมโรคอย่างปลอดภัย จะพิจารณาแบบเป็นขั้นเป็นตอนและประเมินเป็นระยะ ๆ ว่าหลังครบกำหนดล็อกดาวน์วันที่ 31 ส.ค. 64 จะมีการพิจารณาทบทวนมาตรการ เพื่อกำหนดว่ามาตรการให้ประชาชนสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างปลอดภัย ตั้งแต่เดือน ก.ย. ไปจนถึงปลายปี 64 ต่อเนื่องไปถึงปี 65 ซึ่งหากสามารถดำเนินการได้ตามมาตรการควบคุมโรค ที่เสนอก็จะสามารถผ่อนคลายมาตรการ และฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศได้

มาตรการเปิดประเทศ นอกจากพิจารณาจากสถานการณ์ประจำวันแล้ว ยังต้องพิจารณาแนวโน้มการตรวจค้นหา เปอร์เซนต์การตรวจ อัตราการตรวจ การกระจายของโรค อัตราการป่วยหนัก อัตราการเสียชีวิต และจำนวนผู้ติดเชื้อที่ระบบสาธารณสุขที่รองรับได้ในแต่ละพื้นที่ จากความร่วมมือของประชาชนและทุกภาคส่วนทำให้ขณะนี้สถานการณ์ระบาดมาถึงจุดพีคแล้ว คาดว่าแนวโน้มการติดเชื้อจะลดลง แต่ช่วงนี้ยังเป็นจุดเปราะบาง จึงยังต้องรอดูอีก 3-4 วัน ก่อนพิจารณาคลายมาตรการ ซึ่งจะประเมินสถานการณ์ในอีก 2-3 สัปดาห์

สำหรับนโยบายเปิดประเทศภายใน 120 วัน นพ.โอภาส กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้ให้สัญญาณเปิดประเทศ ซึ่งไม่ได้หมายความว่าต้องเปิดทั้งประเทศ ทุกพื้นที่ กรณีภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์เป็นตัวอย่าง แม้จะมีผู้ติดเชื้อในพื้นที่แต่สามารถควบคุมได้ และเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยว เพื่อฟื้นฟูระบบเศรษฐกิจ

“การเปิดประเทศอย่างปลอดภัย ยังมีตัวแปรอีกมาก ตอนที่นายกฯ ประกาศนโยบายยังไม่มีสายพันธุ์เดลตา ทั้งนี้สายพันธุ์เดลตาเป็นตัวเปลี่ยนเหตุการณ์ทั่วโลก แม้แต่ในประเทศสหรัฐอเมริกาที่ในบางวันมีผู้ติดเชื้อรายใหม่กว่าแสนคน หรือประเทศอิสราเอล ที่ฉีดวัคซีนครอบคลุมประชากร ก็ยังมีการติดชื้อใหม่ ทุกอย่างต้องประเมินสถานการณ์ จะเปิดได้กว้างแค่ไหนขึ้นอยู่กับสถานการณ์” อธิบดีกรมควบคุมโรคระบุ


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

กระทรวงอุตฯ ขานรับนโยบาย EV เต็มสูบ ออกมาตรฐาน 'รถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า และยานยนต์อัจฉริยะ' รวดเดียว 33 มาตรฐาน คาดทั้งปี ดัน 97 มาตรฐาน ตอกย้ำผู้นำด้านยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์แห่งอาเซียน

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (บอร์ด สมอ.) เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2564 ที่ผ่านมาว่า รัฐบาลได้ส่งเสริมให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนที่สำคัญของโลก คณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ด EV) ที่มีท่านนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นประธานได้กำหนดแนวทางการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรมได้ขานรับนโยบายดังกล่าว 

ล่าสุด บอร์ด สมอ.ได้มีมติเห็นชอบมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ไฟฟ้าไปทั้งสิ้น 33 มาตรฐาน ทั้งมาตรฐานรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า ยานยนต์อัจฉริยะ อุปกรณ์ไฟฟ้าในรถยนต์ EV เพื่อเตรียมพร้อมยกระดับภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศเข้าสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ และรักษาฐานการผลิต ตลอดจนความเป็นผู้นำด้านยานยนต์และชิ้นส่วนของอาเซียนต่อไป

นายจุลพงษ์ ทวีศรี รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (กมอ.) เปิดเผยว่า การประชุม บอร์ด สมอ. ในครั้งนี้ ได้มีมติเห็นชอบมาตรฐานรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า มอก. 3264-25XX หลังจากที่ได้กำหนดมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ไฟฟ้าไปแล้ว 2 มาตรฐาน คือ มอก.2952-2561 รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า และ มอก. 3026-2563 รถยนต์ไฟฟ้าทั้งรถยนต์นั่ง รถบัส รถปิกอัพ และรถบรรทุก เพื่อขับเคลื่อนนโยบายส่งเสริม EV ให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ บอร์ดยังได้เห็นชอบมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับระบบขนส่งและยานยนต์อัจฉริยะที่เน้นด้านความปลอดภัยในการขับขี่ อาทิ มาตรฐานระบบช่วยตัดสินใจในการเปลี่ยนช่องทางเดินรถ / ระบบตรวจจับคนเดินถนนและลดความรุนแรงจากการชน / ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ / ระบบจอดรถอัตโนมัติ / ระบบไฟเตือนการห้ามล้อฉุกเฉิน และระบบลดความเสียหายจากการชนด้านหน้า 

รวมทั้งมาตรฐานสินค้าประเภทอื่น ๆ อีกด้วย เช่น มาตรฐานเคเบิลเส้นใยนำแสง ไดร์เป่าผม เครื่องหนีบผม เครื่องดัดผม เครื่องม้วนผม เครื่องเล่นสนาม และแผ่นฉนวนความร้อน เป็นต้น ทั้งสิ้น 46 มาตรฐาน ซึ่งได้กำชับให้ สมอ. เร่งดำเนินการประกาศใช้มาตรฐานดังกล่าวให้เร็วที่สุด พร้อมทั้งให้ไปศึกษาและจัดทำมาตรฐานเรือไฟฟ้า เพื่อเร่งประกาศเป็นมาตรฐานให้เร็วที่สุดอีกด้วย

นายวันชัย พนมชัย เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า ตั้งแต่รัฐบาลได้มีนโยบายเรื่องรถยนต์ไฟฟ้าออกมา สมอ. ได้ประกาศมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ไฟฟ้าไปแล้วทั้งสิ้น 82 มาตรฐาน และอยู่ระหว่างจัดทำอีก 15 เรื่อง คาดว่าทั้งปีนี้น่าจะประกาศได้ 97 เรื่อง โดยในส่วนของมาตรฐานที่เกี่ยวกับยานยนต์อัจฉริยะ เช่น ระบบตรวจจับคนเดินถนน ระบบลดความเสียหายจากการชนด้านหน้า ระบบตรวจจับผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ฯลฯ  จะช่วยสร้างความปลอดภัยให้กับผู้ใช้รถและใช้ถนน สมอ.จะได้พิจารณาความเหมาะสมในการกำหนดให้รถทุกคันต้องติดตั้งระบบดังกล่าวต่อไป


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

อว. เผยอัตราการฉีดวัคซีนของไทย พบฉีดวัคซีนแล้ว 26,428,101 โดส โดยจังหวัดของไทยที่ฉีดมากที่สุด คือ กรุงเทพฯ โดยฉีดวัคซีนเข็มแรกกว่า 82.5%

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เผยข้อมูลสถิติการฉีดวัคซีนโควิด-19 ทั่วโลกแล้ว 4,898 ล้านโดส ใน 203 ประเทศ/เขตปกครอง โดยขณะนี้อัตราการฉีดล่าสุดรวมกันทั่วโลกที่ 36.2 ล้านโดสต่อวัน และมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่สหรัฐอเมริกามีจำนวนการฉีดวัคซีนสูงที่สุดที่ 361 ล้านโดส โดยมีชาวอเมริกันกว่า 170 ล้านคนได้รับวัคซีนครบ 2 โดสแล้ว

ด้านอาเซียนขณะนี้ทุกประเทศได้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 แล้ว มียอดรวมกันที่ประมาณ 224.25 ล้านโดส โดยสิงคโปร์ฉีดวัคซีนในสัดส่วนประชากรมากที่สุดในภูมิภาค (76.6% ของประชากร) ในขณะที่อินโดนีเซียฉีดวัคซีนในจำนวนมากที่สุดที่ 88.19 ล้านโดส สำหรับประเทศไทยข้อมูล ณ วันที่ 21 สิงหาคม 2564 ได้ฉีดวัคซีนแล้ว 26,428,101 โดส


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

สภาอุตฯ เสนอมาตรการป้องกันควบคุมโควิดในภาคอุตสาหกรรม 4 ข้อ ก่อนเศรษฐกิจและประเทศพังพินาศ

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เสนอมาตรการป้องกันควบคุมโควิดในภาคอุตสาหกรรม 4 ข้อ กำหนด Bubble and Seal ภาคอุตสาหกรรมเป็นมาตรฐานเดียว จัดตั้ง Factory Quarantine (FQ) ไปจนถึง Factory Accommodation Isolation (FAI) ให้เพียงพอกับแรงงาน และจัดสรรวัคซีนเพื่อลดอัตราการเสียชีวิต ก่อนเศรษฐกิจและประเทศพังพินาศ

23 ส.ค. 64 นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศไทยกำลังเข้าสู่ขั้นวิกฤติและส่งผลกระทบไปทุกภาคส่วนของประเทศ ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมเกิดการติดเชื้อในโรงงานเป็นจำนวนมากเช่นกัน สภาอุตสาหกรรมฯ ในฐานะองค์กรหลักภาคเอกชนที่เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของประเทศ ได้จัดทำ “มาตรการควบคุมโควิดในภาคอุตสาหกรรม” เพื่อลดอัตราการเสียชีวิตและอาการรุนแรง พร้อมรักษากำลังการผลิตให้มากที่สุด ซึ่งโรงงานที่ดำเนินการอย่างถูกต้องจะไม่ถูกปิด หากยังสามารถดำเนินการต่อได้โดยไม่แพร่กระจายเชื้อสู่ภายนอก ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ติดโควิดไม่ต้องปิดโรงงาน” แบ่งออกเป็น 4 ข้อ ดังนี้ คือ...

1.) มาตรการ Bubble and Seal สำหรับภาคอุตสาหกรรมต้องมีความชัดเจน สามารถนำไปปฏิบัติ ได้จริงและเป็นไปในแนวทางเดียวกันทุกพื้นที่ โดยให้สุ่มตรวจหาผู้ติดเชื้อด้วยชุดตรวจ ATK สม่ำเสมอ 10% ของจำนวนพนักงาน ทุก 14 วัน โดยรัฐบาลสนับสนุนค่าใช้จ่าย และให้พนักงานผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำสามารถกลับเข้ามาทำงานใน Bubble ในโรงงานตามปกติ 

2.) สถานประกอบการที่มีพนักงาน 300 คนขึ้นไป เสนอให้กระทรวงสาธารณสุขสนับสนุนงบประมาณในการจัดตั้ง Factory Quarantine และ Factory Accommodation Isolation โดยให้มีจำนวนเตียงไม่น้อยกว่า 5% ของจำนวนพนักงาน และเสนอให้กระทรวงแรงงานจัดตั้งโรงพยาบาลแม่ข่ายในแต่ละพื้นที่ประกันสังคม เพื่อให้บริการโรงงานในพื้นที่ ณ จุดเดียว ตั้งแต่การตรวจหาเชื้อไปจนถึงส่งต่อผู้ป่วยเข้าไปในระบบการรักษา เพื่อลดขั้นตอนในการหาโรงพยาบาล

3.) สำหรับสถานประกอบการที่มีพนักงานต่ำกว่า 300 คน ขอให้กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมจัดตั้ง Community Quarantine (CQ), Community Isolation (CI) (ศูนย์พักคอยและแยกกักตัว) ให้เพียงพอกับแรงงาน โดยให้มีจำนวนเตียงไม่น้อยกว่า 5% ของจำนวนพนักงานในพื้นที่ 

4.) จัดสรรวัคซีนตามเพื่อลดอัตราการเสียชีวิต โดยจัดสรรตามลำดับความสำคัญทางสาธารณสุข การป้องกันโรค และเศรษฐกิจใน 3 กลุ่ม คือ กลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูงที่อายุ 40-59 ปี กลุ่มพนักงานในสถานประกอบการที่มีติดเชื้อมากกว่า 50% จนต้องปิดกิจการ และกลุ่มพนักงานในอุตสาหกรรมสำคัญยิ่งยวด


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

ชาวเวียดนามแห่กักตุนอาหาร ก่อนภาครัฐประกาศล็อกดาวน์

23 ส.ค. 64 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กระทรวงสาธารณสุขของเวียดนาม รายงานสถิติผู้ป่วยโรคโควิด-19 สะสมในประเทศอย่างน้อย 348,059 คน เพิ่มขึ้น 11,346 คน นับเป็นวันที่ 4 ติดต่อกันแล้ว ซึ่งเวียดนามรายงานผู้ป่วยยืนยันมากกว่าวันละ 10,000 คน

ขณะที่สถิติผู้หายป่วยสะสมมีอย่างน้อย 147,667 คน เพิ่มขึ้น 7,580 คน อย่างไรก็ตาม สถิติผู้เสียชีวิตสะสมจากโรคโควิด-19 ในเวียดนาม เพิ่มเป็นอย่างน้อย 8,277 ราย คิดเป็น 2.4% ของสถิติผู้ติดเชื้อสะสมทั้งประเทศ โดยมีการยืนยันผู้เสียชีวิต 737 ราย ถือเป็นสถิติผู้เสียชีวิตรายวันสูงสุด นับตั้งแต่เวียดนามเผชิญกับวิกฤติโรคระบาด เมื่อต้นปีที่แล้ว

โดยชาวเวียดนามแตกตื่นกักตุนอาหารและของใช้ที่จำเป็น ก่อนที่นครโฮจิมินห์จะเข้าสู่มาตรการล็อกดาวน์ในวันจันทร์ ที่ 23 ส.ค. 64 และมีประชาชนบางส่วนเร่งเดินทางออกจากเมือง โดยสถานีโทรทัศน์ VTV รายงานว่าประชาชนจำนวนมากต่อแถวเพื่อซื้อสินค้า ขณะที่ห้างสรรพสินค้าหลายแห่งสินค้าหมดเกลี้ยง

ทางการเวียดนามได้ยกระดับมาตรการล็อกดาวน์ โดยสั่งห้ามประชาชนออกจากที่พักอาศัย และจะนำกำลังทหารเข้าคุมเข้มพื้นที่ล็อกดาวน์ พร้อมทั้งขนส่งอาหารให้แก่ประชาชน ส่วนรายละเอียดของมาตรการล่าสุดจะถูกประกาศหลังจากนี้ ส่วนก่อนหน้านี้ประชาชน 13 ล้านคน ในนครโฮจิมินห์ ได้อยู่ภายใต้มาตรการล็อกดาวน์ ที่ห้ามประชาชนออกจากบ้านตั้งแต่เวลา 18.00 น. ถึง 06.00 น. ของอีกวัน ซึ่งจะมีผลไปถึงวันที่ 15 กันยายน


ที่มา : https://www.naewna.com/inter/596875


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top