Friday, 12 June 2026
Hard News Team

ทบ. จัดฝึกทบทวนการปฏิบัติชุดสุนัขทหาร เน้นเสริมภารกิจด้านความมั่นคง ภายใต้รูปแบบการฝึกวิถีใหม่ (New Normal) 

ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พ.ท.หญิง นุชระวี แจ่มจำรัส ผู้ช่วยโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า การปฏิบัติภารกิจด้านความมั่นคง การป้องกันประเทศและการป้องปรามอาชญากรรมในปัจจุบันนั้น มีการนำชุดสุนัขทหารเข้ามาร่วมปฏิบัติหน้าที่อยู่บ่อยครั้ง ในการรักษาความปลอดภัยลาดตระเวน สะกดรอย ตรวจค้นยาเสพติดและวัตถุต้องสงสัย รวมถึงการค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัย เนื่องจากสุนัขเป็นสัตว์ที่มีความเฉลียวฉลาด เข้าใจการสื่อสารและปฏิบัติตามคำสั่งได้อย่างถูกต้อง ประกอบกับสุนัขมีสัญชาตญาณในการต่อสู้ มีความซื่อสัตย์และเป็นมิตร รวมถึงมีประสาทสัมผัสพิเศษในการได้ยิน การมองเห็น และการดมกลิ่นได้ดีกว่ามนุษย์หลายเท่า สามารถช่วยเสริมภารกิจในการค้นหาและพิสูจน์ทราบได้อย่างรวดเร็วและแน่นอน 


ปัจจุบันกองพันสุนัขทหารได้จัดกำลังพลร่วม 400 นาย พร้อมสุนัขทหารประมาณ 250 ตัว ร่วมปฏิบัติภารกิจเสริมขีดความสามารถและศักยภาพของกองทัพในการสนับสนุนแผนงานป้องกันประเทศ การลาดตระเวนระวังป้องกันตามแนวชายแดน การตรวจจับยาเสพติด สกัดกั้นการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย รวมถึงการสนับสนุนแผนงานรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ในการเฝ้าระวัง รักษาความปลอดภัยให้กับประชาชน ตลอดจนสถานที่สำคัญ และเพื่อเป็นการทบทวนการปฏิบัติพร้อมพัฒนาทักษะขีดความสามารถการปฏิบัติงานของชุดสุนัขทหารให้เป็นไปตามรูปแบบและมาตรฐาน โรงเรียนสุนัขทหาร ศูนย์การสุนัขทหาร กรมการสัตว์ทหารบก จ.นครราชสีมา จึงได้เปิดหลักสูตรการทบทวนชุดสุนัขทหารทุกหน้าที่ ในห้วงวันที่ 19 ส.ค. – 29 ก.ย. 64 เป็นเวลารวม 6 สัปดาห์ ให้กับชุดสุนัขทหารที่ผ่านการฝึกในหลักสูตรหน้าที่ชุดสุนัขยาม, สุนัขยามสายตรวจ, สุนัขตรวจค้นทุ่นระเบิดและอุโมงค์, สุนัขลาดตระเวน, สุนัขสะกดรอย, สุนัขตรวจค้นยาเสพติดให้โทษ และชุดสุนัขตรวจค้นวัตถุระเบิดที่เคยลงปฏิบัติงานในพื้นที่จริงมาแล้ว เพื่อเป็นการฝึกทบทวนการปฏิบัติ การควบคุมและการออกคำสั่ง รวมทั้งเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์จากการปฏิบัติงานจริงของชุดสุนัขในแต่ละหน้าที่เพื่อให้สามารถนำไปปรับใช้ในการปฏิบัติภารกิจได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ


การฝึกทบทวนในครั้งนี้ประกอบไปด้วยสุนัขทหารหลายพันธุ์ที่มีอายุระหว่าง 2-8 ปี อาทิ เยอรมันเช็พเพอด, อัลเซเซียน, ลาบราดอร์รีทรีฟเวอร์ และเบลเยี่ยมมาลินอยด์ ซึ่งถือเป็นสุนัขพันธุ์หลักที่มีลักษณะพึงประสงค์ในการฝึกทางทหารได้ในทุกหน้าที่ โดยการดำเนินการฝึกเป็นไปตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด19 อย่างเคร่งครัด ในการกักตัวผู้บังคับสุนัขก่อนฝึก 14 วัน และฝึกในระบบปิด พร้อมแบ่งการฝึกออกเป็นกลุ่มย่อยตามประเภทของภารกิจและหน้าที่ของชุดสุนัขทหาร รวมถึงให้กำลังพลปฏิบัติตามมาตรการพิทักษ์พลในการสวมใส่หน้ากาก หมั่นล้างมือ รักษาระยะห่างตลอดเวลา 


ทั้งนี้ การฝึกทบทวนการปฏิบัติของชุดสุนัขทหาร สอดคล้องกับนโยบายพล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ที่มุ่งพัฒนาทักษะขีดความสามารถกองทัพด้วยการเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติและการถ่ายทอดองค์ความรู้จากผู้มีประสบการณ์เพื่อเสริมสร้างความเชี่ยวชาญความชำนาญในหน้าที่ อันจะสร้างความสำเร็จและความปลอดภัยในการปฏิบัติภารกิจต่อผู้บังคับสุนัขและตัวสุนัขเอง ประกอบกับการฝึกจะก่อให้เกิดความคุ้นเคย ความรักและผูกพันระหว่างกัน ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้การปฏิบัติให้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี 

ทบ. ดูแลผู้ป่วยกักตัวในชุมชน (Community Isolation)

ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พ.ต.หญิง ปวีณา ศรีบัวชุม ผู้ช่วยโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ที่ปัจจุบันยังคงมีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดส่งผลให้มีจำนวนผู้ป่วยในโรงพยาบาลเพิ่มมากขึ้น ผู้ติดเชื้อกลุ่มสีเขียวที่ไม่มีอาการรุนแรงจึงได้เดินทางกลับภูมิลำเนาเพื่อรับการรักษาตามระบบของสาธารณสุขและมาตรการของรัฐบาล ซึ่งเป็นนโยบายที่ พลเอกณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบกให้ความสำคัญในการช่วยเหลือประชาชนและช่วยเคลื่อนย้ายผู้ป่วยกลับภูมิลำเนา ทั้งโดยอากาศยานและยานพาหนะของกองทัพบก ซึ่งช่วยให้ผู้ป่วยได้เข้าสู่กระบวนการรักษาอย่างรวดเร็ว ช่วยลดความคับคั่งในโรงพยาบาลในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลได้เป็นอย่างดี 

ในส่วนภูมิภาคนั้น รพ.สังกัดกองทัพบกทั่วประเทศ ได้สนับสนุนการดูแลผู้ป่วยโควิด-19  ในทุกมิติ ทั้งให้บริการทางการแพทย์ในโรงพยาบาล,จัดเตรียมสถานที่รองรับผู้ป่วยที่ติดเชื้อระบบทางเดินหายใจและมีความเสี่ยงต่อการแพร่กระจายเชื้อ (Cohort Ward), จัดตั้ง รพ.สนาม, ดูแลผู้ป่วยที่เข้าสู่ระบบการกักตัวที่บ้าน (Home Isolation) และระบบการกักตัวในชุมชน (Community Isolation) นอกจากนี้ กองทัพบกได้จัดให้มีรพ.สนามศูนย์คัดกรอง ทบ. ขึ้น ตั้งแต่ 23 ก.ค. 64 ในพื้นที่ กองทัพภาคที่ 1 จำนวน 4 แห่ง และ ในพื้นที่กองทัพภาคที่ 3 จำนวน 10 แห่ง ให้บริการตรวจคัดกรองโควิด-19 ด้วยการตรวจคัดกรองโควิด (ATK) เพื่อแยกผู้ป่วยหรือผู้ที่มีความเสี่ยงสูงออกจากครอบครัว และดำเนินการตรวจยืนยันโควิด (RT-PCR) เพื่อนำผู้ป่วยเข้าสู่ระบบการรักษาอย่างทันท่วงที

ล่าสุด กองทัพบกพัฒนาระบบการกักตัวในชุมชน (Community Isolation) ในพื้นที่ต่างจังหวัด เพื่อรองรับผู้ป่วยโควิด-19กลุ่มสีเขียวที่เดินทางกลับภูมิลำเนาที่มีจำนวนมากขึ้น โดยประสานงานร่วมกับสาธารณสุขจังหวัด ในการพิจารณาปรับใช้พื้นที่ในค่ายทหาร โดยเลือกบริเวณที่แยกออกจากชุมชนบ้านพักให้บริการจัดเตรียมเตียงผู้ป่วย, เครื่องนอน, ของใช้ที่จำเป็น รวมทั้งยาและอุปกรณ์ทางการแพทย์ โดย รพ.สังกัดกองทัพบก รับผิดชอบจัดบุคลากรทางการแพทย์ให้การดูแลผู้ป่วยในพื้นที่กักตัวในชุมชน รวมทั้งจัดตั้งระบบติดตามอาการผ่านวิดิโอและกล้องวงจรปิดตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังได้ให้ความสำคัญในการเตรียมพร้อมช่วยเหลือชีวิตเร่งด่วนฉุกเฉิน กรณีผู้ป่วยมีอาการแย่ลง และพร้อมนำส่งผู้ป่วยไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลอย่างเร็วที่สุด ซึ่งช่วยลดอัตราการสูญเสียได้เป็นอย่างดี 

ในส่วนของการดูแลชุมชน รพ.สังกัดกองทัพบก ร่วมกับ สาธารณสุขจังหวัด,อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.), ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือน (ชป.กร.) และอาสาสมัครกิจการพลเรือน (อส.กร.) ดำเนินการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้เกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ในชุมชน เน้นให้ความรู้และสร้างความตระหนักในการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคอย่างถูกวิธี รวมทั้งแจกจ่ายหน้ากากอนามัยและเจลแอลกอฮอล์เพื่อป้องกันตนเองและชุมชนให้ปลอดภัยจากโควิด-19 นอกจากนี้ ได้จัดให้มีระบบประสานงานผ่านผู้นำชุมชน, อสม. และอส.กร. กรณีพบผู้ที่มีอาการผิดปกติหรือมีความเสี่ยงติดเชื้อ เพื่อนำส่งศูนย์คัดกรอง แยกผู้ป่วยออกจากครอบครัว ลดการแพร่กระจายเชื้อ และเข้าสู่ระบบการรักษาต่อไป 

ทั้งนี้ กองทัพบกพร้อมยืนหยัดช่วยเหลือประชาชนท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 อย่างเต็มศักยภาพในทุกมิติ เน้นการส่งเสริมสุขภาพเพื่อสร้างชุมชนที่เข้มแข็ง ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด ช่วยให้ผู้ป่วยเข้ารับ การรักษาตามระบบได้อย่างรวดเร็วปลอดภัยลดการแพร่ระบาดในชุมชน อันจะนำไปสู่การช่วยลดอัตราการติดเชื้อในภาพรวมของประเทศต่อไป 

ทบ. พร้อมนำส่งถังออกซิเจน ช่วยผู้ป่วยโควิดที่รักษาตัวที่บ้าน พื้นที่ กทม.และปริมณฑล

ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พ.ท.หญิง พัชรินทร์ บุศยกุล ผู้ช่วยโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า จากการประสานขอความช่วยเหลือของทีมแพทย์อาสา จากราชวิทยาลัยแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวแห่งประเทศไทย ร่วมกับกลุ่มจิตอาสา จัดตั้งเครือข่ายดูแลผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่บ้านหรือ Home Isolation ผ่านศูนย์ประสานงานต้านภัยโควิด กองทัพบก เพื่อให้กองทัพบกช่วยนำส่งถังออกซิเจนให้กับผู้ป่วยโควิดที่มีอาการทางระบบการหายใจ และต้องการออกซิเจนเพื่อช่วยในการรักษา ตามบ้านพักอาศัย ในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล โดยใช้ศักยภาพ และกลไกของศูนย์การเคลื่อนย้ายศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง กองทัพบก (ศคย.ศปม.ทบ.) 


ซึ่งดำเนินการช่วยเหลือ รับ-ส่งผู้ติดเชื้อโควิดมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ 27 เม.ย.64 ที่ผ่านมาทั้งนี้ พลเอก ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบกเห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนและความเดือดร้อนของผู้ติดเชื้อโควิดได้สั่งการให้หน่วยทหารสนับสนุนยานพาหนะและกำลังพลเพิ่มเติมสำหรับภารกิจนี้โดยเฉพาะ จากกรมการทหารสื่อสาร, หน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศกองทัพบก, กองพลทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน, กรมยุทธโยธาทหารบก และกรมสรรพวุธทหารบก ภายใต้การกำกับดูแลของ ศคย.ศปม.ทบ. 

โดยก่อนเริ่มปฏิบัติภารกิจกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ ต้องเข้ารับการอบรมในการเคลื่อนย้ายถังออกซิเจน, วิธีการปิดวาล์วปรับแรงดันออกซิเจน,และวิธีการต่ออุปกรณ์ช่วยในการหายใจ จากทีมแพทย์อาสาฯ เพื่อสามารถให้คำแนะนำกับ ผู้ป่วยหรือครอบครัวเบื้องต้นได้ ซึ่งเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ 10 ส.ค.64 เป็นต้นมา โดย ศคย.ศปม.ทบ. ดำเนินการจัดแบ่งกำลังพล 3 นายต่อทีม แต่ละทีมได้รับภารกิจเฉลี่ย 4 - 5  ถัง/วัน และใช้ระยะเวลาขนส่งประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที/ถัง ปัจจุบันได้ดำเนินการนำส่งถังออกซิเจนให้ผู้ป่วยโควิดที่บ้านแล้ว จำนวน 336 ถัง (22 ส.ค. 64) และมีแนวโน้มผู้ป่วยมีความจำเป็นต้อง ใช้ออกซิเจนช่วยในการรักษาเพิ่มมากขึ้น

ทั้งนี้ กองทัพบกเห็นถึงความสำคัญและความเดือนร้อนของประชาชน เพราะความต้องการออกซิเจนต่อลมหายใจของผู้ป่วยโควิดนั้นรอไม่ได้ เพื่อช่วยรักษาอาการและฟื้นฟูสภาพการทำงานของปอดให้ดีขึ้น ลดการสูญเสียชีวิตของพี่น้องประชาชน ซึ่งกำลังพลของ กองทัพบกมีความมุ่งมั่น ตั้งใจ ทุ่มเท และเสียสละในการปฏิบัติหน้าที่ ด้วยความยากลำบาก เพื่อให้ผู้ป่วยหายจากโรคโดยเร็วที่สุด และพร้อมเป็นที่พึ่งให้พี่น้องประชาชนตลอดไป

'เป๊ก-สัณณ์ชัย' ฉีดวัคซีนเข็มที่ 5 ในสหรัฐอเมริกา เหล่าแฟนคลับ คนดังแห่แสดงความคิดเห็น

ฉีดวัคซีนโควิด-19 แบบรัว ๆ จนมีคนยกให้เป็นซุปเปอร์ฮีโร่ สำหรับ "เป๊ก สัณณ์ชัย" โดยหลังจากที่ฉีดซิโนแวคที่ไทยไปแล้ว 2 เข็ม ก็บินไปบูสเตอร์ โมเดอร์นาต่อที่อเมริกาทันที ล่าสุด ปาไปแล้วเป็นเข็มที่ 5 จนแฟนคลับเป็นห่วง ด้านเจ้าตัวโพสต์ เหมือนไม่มั่นใจ

ด้วยความที่เหลือปอดเพียงข้างเดียว "เป๊ก-สัณณ์ชัย เองตระกูล" สามี “ธัญญ่า ธัญญาเรศ” จึงตัดสินใจบินไปฉีดวัคซีนไกลถึงอเมริกา และถือเป็นการพักผ่อนไปในตัว แต่การฉีดวัคซีนต่อเนื่องเป็นเข็มที่ 5 ในรอบ 3 เดือน ก็มีแฟนคลับที่ติดตามอดเป็นห่วงไม่ได้ว่า ถี่ไปหรือเปล่า เกรงว่าจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพ แทนที่จะเป็นการป้องกัน ขณะที่เจ้าตัวได้ออกมาโพสต์รีวิวการฉีดครั้งนี้ แบบทั้งขำ ทั้งระแวงเหมือนกัน 

โดยล่าสุด "เป๊ก สัณณ์ชัย" โพสต์ภาพขณะกำลังถูกฉีดวัคซีนที่แขนข้างซ้าย ส่วนมือขวากางนิ้วออกมาทั้ง 5 นิ้ว พร้อมระบุข้อความว่า “บูสเตอร์ เข็ม 5 เอาแ-งทุกยี่ห้อ จะตายมั้ย คอยติดตาม”

ทั้งนี้ มีแฟนคลับ และคนในวงการ เข้ามาแสดงความคิดเห็นมากมาย อาทิ เอมี่ กลิ่นประทุม บอกว่า “พี่เป๊กกกกกกกก! 55555555 สรุปกลายพันธุ์จ้ะ เป็น superhero จ้ะ” ด้าน ลีเดีย ศรัณย์รัชต์ ก็คอมเมนต์ว่า "5555 ไม่ตายๆๆๆๆ" ส่วน จ๊ะ อาร์สยาม ก็ส่งสติ๊กเกอร์ หัวเราะรัว ๆ

นอกจากนี้ยังมีแฟนคลับที่อดเป็นห่วงไม่ได้ ส่งข้อความถามสงสัยว่าเยอะไปมั้ย และมีทั้งตามมาให้กำลังใจอีกเพียบ เช่น พี่เป็กกก ไม่เยอะไปใช่มั้ยยค่ะ, ยิงรัวปาน M16, 5 เลยเหรอพี่ อย่างโหด, รอพี่กลับมา อยากกอดพี่ คิดถึงมากมากค่ะ, จะดีเหรอ คุณหมอไม่ว่าอะไรหรือเธอ, โห มาอีกกี่สายพันธุ์ก็ทำอะไรไม่ได้ค่ะ 555, เป็นนอสตราดามุสเหรอ, ซุปเปอร์แมนป่าวเนี่ย เป็นต้น 

สำหรับประวัติการฉีดวัคซีนแบบมาราธอนของ "เป๊ก สัณณ์ชัย” เริ่มตั้งแต่การฉีดวัคซีน Sinovac ที่เมืองไทยครบทั้ง 2 เข็ม ก็บินไปอเมริกาทันที เพื่อฉีดวัคซีนโมเดอร์นาต่ออีก 2 เข็ม โดยเข็มที่ 3 ห่างจากฉีดซิโนแวคเข็มที่ 2 ประมาณ 1 เดือน ก่อนที่จะมาฉีด โมเดอร์นา เข็ม 4 ในวันที่ 22 ก.ค.ที่ผ่านมา และล่าสุด วันนี้ เจ้าตัวได้โพสต์การฉีดวัคซีนอีกครั้ง โดยเช็กอินที่เมืองซานดิเอโก สหรัฐอเมริกา


ที่มา : https://www.komchadluek.net/entertainment/480040
https://www.instagram.com/pegliyah/?hl=th


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

"เสกสกล"สวน"ย่ิงลักษณ์"โทษรัฐประหาร ฉุดประเทศถอยหลัง10 สติดีอยู่หรือไม่ ย้อนให้บริหารต่อยิ่งทำประเทศดิ่งจากทุจริตเชิงนโยบาย-เอื้อประโยชน์วงศ์ตระกูล แจง วิกฤตโควิด-19 ทำรัฐบาลตู่ ชะลอพัฒนาประเทศ

นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์รำลึกถึงวันที่23 ส.ค.เป็นวันแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ที่สัญญาว่าจะทำให้ประชาชนอยู่ดีกินดี แต่มาถูกรัฐประหารเสียก่อน และผ่านมา10 ปีประเทศชาติกลับแย่ลง ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังสติสัมปชัญญะดีอยู่หรือไม่ หรือเป็นเพราะหนีคดีไปนาน เกิดอาการความจำเสื่อมกำเริบ จนจำความอะไรไม่ได้ รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ มีคนในตระกูลคอยสั่งการ โดยมีน.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นนอมินี หรือหุ่นเชิดของนายทักษิณ ชินวัตร ฉะนั้นอย่าบอกว่ามีสติปัญญาในการบริหารประเทศ คิดเองทำเองเป็น เพราะ ไม่มีใครเชื่อ และตอนเป็นพนักงานของ บ.ชินวัตรคอมพิวเตอร์ ทำหน้าที่เป็นเซลล์ขายสมุดหน้าเหลือง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังขายไม่ได้สักเล่ม แล้วจะขี้โม้ขี้คุยว่าหาเสียงไม่ถึง 50 วันก็ขึ้นมาเป็นนายกฯ ทุกอย่างนายทักษิณ เป็นคนวางแผนสั่งการให้ทั้งนั้นมิใช่หรือ
 
นายเสกสกล กล่าวว่า โครงการจำนำข้าว ก็มาจากแนวคิดของนายทักษิณ ที่มีข่าวว่าเรียกพ่อค้าไปพบวางแผนที่ดูไบ และพ่อค้าคนดังกล่าวก็ติดคุก ซึ่ง เป็นการทุจริตเชิงนโยบายที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ทำให้ชาวนาขาดทุนจนต้องฆ่าตัวตาย รัฐบาลเสียหายมหาศาล จนทุกวันนี้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐบาลต้องตามล้างตามเช็ดใช้หนี้ในสิ่งที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ทำเอาไว้คือ หนี้จำนำข้าวร่วม9แสนล้านบาท
 
"อย่ามาบอกว่าตั้งใจจะทำให้ประชาชนอยู่ดีกินดี ความอยู่ดีกินดี คือคนของพรรคน.ส.ยิ่งลักษณ์ และตระกูลชินวัตร ที่อยู่ดีกินดี มีกินไปจนไม่รู้กี่ชาติ แต่ประชาชน ยังยากจนยิ่งกว่าเดิม เอาชาวนามาบังหน้า ทำมาหากินโกงกันจนไม่อายฟ้าดินไม่มีสติปัญญาจะบริหารประเทศ พอไม่รู้จะโทษใคร ก็มาโทษว่าพล.อ.ประยุทธ์ ทำรัฐประหารประเทศจึงถอยหลัง10ปี ไม่เป็นธรรม ที่จริงน่าจะมองว่า ตนเองบริหารผิดพลาดล้มเหลวอย่างไรบ้าง แค่ออกกฎหมายนิรโทษกรรมสุดซอยให้นายทักษิณ และคอร์รัปชั่นโครงการจำนำข้าว ขืนปล่อยให้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ บริหารไปแค่วันเดียว ประเทศชาติเสียหายพังพินาศย่อยยับแน่นอน จนประชาชนออกมาขับไล่ และคณะคสช.ต้องเข้ามาระงับความเสียหายที่จะเกิดกับประเทศชาติที่จะตามมา ถ้าคสช.ไม่ออกมา จะมีเงินทอนจากโครงการอภิมหาโปรเจ็ค2.2ล้านบาทเข้ากระเป๋าคนใกล้ชิดน.ส.ยิ่งลักษณ์ อีกมากมายมหาศาล”
 
นายเสกสกล กล่าวว่า อยากให้นายทักษิณ และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ลืมตาดู จะได้หูตาสว่างว่าตลอด7ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยพัฒนาไปถึงไหน มีรถไฟฟ้าเกือบครบทุกเส้นทาง โครงการอีอีซี ถนนมอเตอร์เวย์จากบางปะอินไปโคราชกำลังจะเปิดใช้ รถไฟความเร็วสูงอีกสองเส้นทาง ราคาพืชผลทางการเกษตร ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ดีขึ้นกว่ารัฐบาลยิ่งลักษณ์ เหมือนฟ้ากับเหว เพียงแต่รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ มาเจอวิกฤตโรคโควิด-19 จึงทำให้การพัฒนาประเทศชะลอตัวเพราะต้องใช้สรรพกำลังทั้งคนและงบประมาณมาแก้ปัญหาสุขภาพอนามัยให้กับประชาชน อันเป็นวาระสำคัญลำดับแรก ถ้าน.ส.ยิ่งลักษณ์ อยู่ในช่วงที่มีการระบาดของเชื้อโควิดในขณะนี้ คงจะหัวหมุนทำอะไรไม่ถูก และอาจทิ้งปัญหาลาออกไปดื้อๆก็ได้ เพราะตอนเจอปัญหาน้ำท่วมใหญ่ช่วงปี 54 ยังมึนทำอะไรไม่ค่อยถูก โชคยังดีที่มีพล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งผบ.ทบ.คอยช่วยเหลือทุกอย่าง น่าจะวัดความสามารถ วัดกึ๋นการบริหารประเทศกันได้แล้วว่าใครมีฝีมือกันแน่

นายเสกสกล กล่าวว่า อยากให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ หยุดพูดมาก หยุดเล่าเรื่องราวในอดีตจะดีกว่า ยิ่งพูดมากยิ่งเข้าตัวเอง คนไทยไม่ได้โง่ และยังจดจำเรื่องราวในอดีตได้ดี อย่าแสดงความโง่แล้วอวดฉลาดเลย อยู่นิ่งๆเงียบๆเฉยๆ เอาเวลาไปเดินห้างหรู เดินช้อปปิ้งหาซื้อของแบรนด์เนม จิบไวน์ราคาแพง จะดีกว่ามารำพึงฟาดงวงฟาดงาคนอื่นรายวัน เพราะยิ่งเป็นการซ้ำเติมทำลายตัวเองมากกว่า

วายจี เอนเตอร์เทนเมนท์ ปล่อยภาพโปสเตอร์โซโล่เดี่ยว 'ลิซ่า' ติดเทรนด์โลกอันดับ 1

ข่าวดีให้​ 'ชาวบลิ้งค์'​ ได้ชื่นใจกันทั่วโลก เมื่อล่าสุดทาง YG ENTERTAINMENT ค่ายเพลงยักษ์ใหญ่แห่งแดนกิมจิ ได้ปล่อยภาพโปสเตอร์โซโล่เดี่ยวของ “ลิซ่า ลลิษา มโนบาล” หรือ “ลิซ่า BLACKPINK” ที่ทำเอาสะเทือนกันไปทั้งโลก

โดยภายในโปสเตอร์เป็นภาพเงาของสาวลิซ่า พร้อมกับประโยคชวนติดตามกับคำว่า Coming Soon LISA บอกเลยว่าแค่เงาก็สะท้าน!!! ดันแฮชแท็ก #ArtisteLalisa พุ่งขึ้นติดเทรนด์ทวิตเตอร์ อันดับ 1 ของโลก ใน 12 ประเทศภายในพริบตาเดียว!

เรียกได้ว่าเป็นผู้มีอิทธิพลกับวงการเพลงระดับโลกกันไปแล้วกับสาวลิซ่าที่ทำเอาทั้งแฟน ๆ และคนบันเทิงไม่น้อย ตั้งตารอกับการฉายเดี่ยวครั้งนี้ของสาว “ลิซ่า Blackpink”


ที่มา : https://www.komchadluek.net/entertainment/480041


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

ส่งออกโต! สวนโควิด เดือนก.ค.พุ่ง 20.27% สูงสุดรอบ 11 ปี

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ เปิดเผยตัวเลขการส่งออกของประเทศในเดือนก.ค. 2564 ว่า การส่งออกในเดือนนี้ขยายตัวเป็นเดือนที่ 10 ถือว่าสูงสุดในรอบ 11 ปี โดยอยู่ที่ 20.27% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นมูลค่ากว่า 22,650.84 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยการส่งออกเดือนนี้แม้ว่าจะลดลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อน เนื่องจากปัญหาการแพร่ระบาดโควิดในหลายประเทศทั่วโลกกลับมาอีกครั้ง จึงทำให้การส่งออกได้รับผลกระทบไปบ้าง ส่วนทั้งปี ยังคงเป้าหมายการส่งออกของไทยจะขยายตัวไม่ต่ำกว่า 4% หรือคิดเป็นมูลค่า 240,727 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

ขณะที่ตัวเลขการนำเข้าสินค้า อยู่ที่ 22,467.37 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนเป็นบวก 45.94% โดยไทยยังได้ดุลการค้าในเดือนกรกฎาคม 64 อยู่ที่ 183.46 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้ตัวเลขการส่งออกและนำเข้าในช่วง 7 เดือนของปี 2564 ตั้งแต่เดือนม.ค. – ก.ค. 2564 โดยเป็นยอดส่งออกทั้งสิ้น 154,985.48 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 16.20% ส่วนการนำเข้ามียอดอยู่ที่ 152,362.86 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 28.73% ทำให้ไทยเกินดุลการค้าช่วง 7 เดือนอยู่ที่ 2,622.63 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 

สำหรับสินค้าส่งออกที่ยังขยายตัวได้ดียังคงเป็นสินค้าในกลุ่มอาหารสด ผลไม้ไทยของไทยหลายตัวยังมีความต้องการของตลาดโลกสูงขึ้น รวมถึงสินค้าที่เกี่ยวกับการป้องกันการติดเชื้อและลดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เช่น ถุงมือยางที่ยังคงมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องทำให้ความต้องการยางพาราในตลาดโลกเพิ่มสูงขึ้นส่งผลดีกับราคายางพาราของไทยในช่วงนี้ดีขึ้นด้วย รวมถึงกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าของไทยเริ่มส่งออกได้มากขึ้น

“บิ๊กตู่” เข้าทำเนียบฯ เช้าประชุมข้าว บ่าย นั่งหัวโต๊ะหารือสถานการณ์เศรษฐกิจในและต่างประเทศรวมถึงแผนการจัดซื้อวัคซีนให้เป็นไปตามเป้าหมาย

ผู้สื่อข่าวรายงาน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เดินทางเข้าปฏิบัติภารกิจที่ทำเนียบรัฐบาล โดยช่วงเช้านายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ ครั้งที่ 2/2564 ผ่านระบบ Video Conference

จากนั้นในช่วงบ่าย  มีรายงานว่า นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย  (ธปท.) เข้าหารือนายกรัฐมนตรี ถึงสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและในประเทศไทย

ก่อนที่นายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุมหารือเรื่องวัคซีน  ที่ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เพื่อหารือแนวทางการจัดหาวัคซีนป้องกัน โควิด-19 ในประเทศไทยให้เป็นไปตามเป้าหมาย ในปีนี้ 100 ล้านโดส

สำหรับ การประชุม ศบค. ครั้งล่าสุด นายกรัฐมนตรีได้รับทราบแผนความก้าวหน้าในการจัดหาวัคซีน โควิด-19   แอสตราเซเนกา สั่งจอง 61 ล้านโดส  ซึ่งผู้ผลิตส่งมอบแล้ว 14.7 ล้านโดส แผนการส่งมอบเพิ่มเดือนละ 5 ล้านโดสขึ้นไปจนครบ 61 ล้านโดส  โดยมีการรับวัคซีนบริจาคแล้ว 1.46 ล้านโดส , สำหรับวัคซีนซิโนแวค (โคโรนาแวค) สั่งซื้อตามสถานการณ์ระบาด ผู้ผลิตส่งมอบแล้ว 13.4 ล้านโดส  แผนการส่งมอบเพิ่ม เหลือรับเพิ่ม 5.7 ล้านโดส 

สำหรับในเดือนส.ค.-ก.ย.64 มีการรับวัคซีนบริจาคแล้ว 1 ล้านโดส , ในส่วนของวัคซีนไฟเซอร์ สั่งจอง 20 ล้านโดส และมีแผนได้รับบริจาคอีก 1 ล้านโดส  แผนการส่งมอบกำหนดส่งไตรมาส 4 รับวัคซีนบริจาคแล้ว 1.5 ล้านโดส , ในส่วนของจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ( J&J ) บริษัทขอเลื่อนลงนามสัญญาเนื่องจากพบปัญหาการผลิต , Sputnik รอขึ้นทะเบียนองค์การอาหารและยา (อย. ) , ชิโนฟาร์ม ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์นำเข้า ผู้ผลิตส่งมอบแล้ว 5 ล้านโดส  แผนการส่งมอบเพิ่ม 5 ล้านโดส  และโมเดอร์นา องค์การเภสัชกรรม สภากาชาดไทย มีแผนนำเข้า โดยแผนการส่งมอบ 5 ล้านโดส กำหนดส่งมอบปลายปี 2564 

ส่วนแผนการจัดหาวัคซีนโควิด-19 ประเทศไทย พ.ศ.2564 โดยชิโนแวค ในเดือนส.ค.จำนวน 4 ล้านโดส  แอสตราเซเนกา 5.8 ล้านโดส และไฟเซอร์ 1.5 ล้านโดส รวม 11.3 ล้านโดส ทั้งนี้ในเดือนส.ค.มีการรับวัคซีนแล้วบางส่วนจากผู้ผลิต ขณะที่ในเดือนก.ย.-ธ.ค. รอรับจากผู้ผลิต  โดยเดือนก.ย.มีแผนการจัดหาซิโนแวค  4 ล้านโดส  แอสตราเซเนกา 6 ล้านโดส  และไฟเซอร์ 1 ล้านโดส รวม 11 ล้านโดส ,เดือนต.ค.แอสตราเซเนกา 6 ล้านโดส  และไฟเซอร์ 6 ล้านโดส รวม 12 ล้านโดส ,เดือนพ.ย. แอสตราเซเนกา 6 ล้านโดส ไฟเซอร์ 6 ล้านโดส รวม 12 ล้านโดส ,เดือนธ.ค.  แอสตราเซเนกา 6 ล้านโดส ไฟเซอร์ 7 ล้านโดส รวม 13 ล้านโดส ทั้งนี้ เพิ่มการใช้ชิโนแวค เนื่องจากมีการปรับสูตรการฉีด เป็นชิโนแวค-  แอสตราเซเนกา โดยจำนวนวัคซีนที่จะนำเข้ามานั้นขึ้นอยู่กับการส่งมอบวัคซีนจากบริษัทผู้ผลิต

อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษ โทนี่ แบลร์ วิจารณ์การถอนทหารออกจากอัฟกานิสถาน ช่าง 'ปัญญาอ่อน' ขณะที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ชี้!! นี่ไม่ใช่การถอนทหาร แต่ชัดเจนว่ามันเป็นการยอมแพ้ หากเป็นเขาจะไม่พบจุดจบเช่นนี้

โทนี่ แบลร์ อดีตนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร โพสต์บนเว็บไซต์ส่วนตัวของเขาวิพากษ์วิจารณ์การถอนทหารออกจากอัฟกานิสถาน ของรัฐบาลโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ ว่า เป็นการทอดทิ้งอัฟกานิสถานและชาวอัฟกัน ที่น่าสลดใจ อันตราย และไม่จำเป็นเลย

แบลร์ เป็นผู้นำสหราชอาณาจักรในช่วงที่สหราชอาณาจักรตัดสินใจร่วมกับสหรัฐฯ บุกเข้าไปในอัฟกานิสถานในปี 2001 หลังเหตุวินาศกรรม 11 กันยายน แต่เขาวิจารณ์ว่า การถอนทหารของสหรัฐฯ กลับทำให้กลุ่มติดอาวุธตอลิบานฮึกเหิมยิ่งกว่าเดิม พร้อมกล่าวว่า สหราชอาณาจักรมีพันธะที่ต้องอยู่ในอัฟกานิสถาน จนว่าประชาชนกลุ่มเสี่ยงจะอพยพออกมาจนหมด เพราะชาวอัฟกันเคยช่วยเหลือและยืดหยัดเคียงข้างเรา พวกเขามีสิทธิขอให้เรายืนหยัดเคียงข้างเขาเช่นกัน

โทนี่ แบลร์ ยังใช้ภาษาที่ค่อนข้างแรง วิจารณ์การถอนทหารอเมริกันว่า การถอนทหารออกจากอัฟกานิสถาน ไม่ใช่ยุทธศาสตร์ชั้นสูงอะไรเลย แต่เป็นเหตุผลทางการเมืองล้วน ๆ มันเป็นสโลแกนการเมืองที่ 'ปัญญาอ่อน' กับการยุติสงครามชั่วนิรันดร์ ทั้งนี้ แบลร์ยอมรับว่าตัดสินใจผิดพลาด กับการนำกำลังร่วมกับสหรัฐฯ บุกเข้าไปในอัฟกานิสถานเมื่อ 20 ปีก่อน

ด้าน อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ก็ได้ออกมาโจมตีอย่างต่อเนื่องต่อแนวทางบริหารจัดการของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ในการถอนทหารสหรัฐฯ ออกจากอัฟกานิสถาน ซึ่งเขาเรียกมันว่าเป็น 'ความน่าอับอายด้านนโยบายต่างประเทศ' ครั้งใหญ่หลวงที่สุดในประวัติศาสตร์ของสหรัฐฯ

ทรัมป์ จากรีพับลิกัน ซึ่งแย้มว่าอาจลงชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีอีกครั้งในศึกเลือกตั้ง 2024 ออกมากล่าวโทษ ไบเดน จากเดโมแครต อย่างต่อเนื่อง ต่อกรณีที่อัฟกานิสถานตกไปอยู่ในเงื้อมมือของตอลิบาน 

"การออกจากอัฟกานิสถานแบบลวก ๆ ของไบเดน คือ การตีแผ่ให้เห็นถึงการไร้ความสามารถโดยสิ้นเชิงของผู้นำประเทศ" ทรัมป์กล่าว ณ ที่ชุมนุมหนึ่งซึ่งอัดแน่นไปด้วยผู้สนับสนุนของเขา ใกล้กับเมืองคัลล์แมน รัฐแอละแบมา

ก่อนหน้านี้ ไบเดน ได้วิพากษ์วิจารณ์และกล่าวโทษกองทัพอัฟกานิสถานว่าไม่คิดต่อสู้ รวมถึงตำหนิรัฐบาลอัฟกันที่เพิ่งถูกโค่นอำนาจ นอกจากนี้แล้ว โจ ไบเดน ยังโยนบาปด้วยว่าเขาต้องมารับมรดกสืบทอดข้อตกลงถอนตัวแย่ ๆ จากทรัมป์

ทาง ทรัมป์ จึงตอบโต้ โดยกล่าวโทษไบเดนต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ไบเดนไม่ดำเนินการตามแผนที่รัฐบาลของเขาวางเอาไว้ และคร่ำครวญต่อกรณีที่บุคลากรสหรัฐฯ และอาวุธยุทโธปกรณ์ถูกทิ้งไว้เบื้องหลังระหว่างที่ทหารถอนทัพ

"นี่ไม่ใช่การถอนทหาร แต่ชัดเจนว่ามันเป็นการยอมแพ้" เขากล่าว

ทรัมป์ระบุอีกว่า กลุ่มตอลิบาน ที่เขาเจรจาด้วยให้ความเคารพเขาเป็นอย่างดี พร้อมบ่งชี้ว่าการเข้ายึดครองอัฟกานิสถานอย่างรวดเร็วจะไม่เกิดขึ้นหากเขายังคงนั่งเก้าอี้ประธานาธิบดี "เราจะออกมาอย่างมีเกียรติ" ทรัมป์กล่าว "เราควรออกมาด้วยความภาคภูมิ แต่เรากลับออกมาในทางตรงกันข้ามกับคำว่ามีเกียรติโดยสิ้นเชิง"

อย่างไรก็ตาม ณ ขณะนี้ ทางด้าน มุลลาห์ อับดุล กานี บาราดาร์ ผู้ร่วมก่อตั้งตอลิบานเดินทางเข้ากรุงคาบูลของอัฟกานิสถานแล้ว เพื่อเจรจากับแกนนำกลุ่มต่าง ๆ เรื่องการจัดตั้งรัฐบาลปกครองประเทศ หลังจากยึดการปกครองได้เมื่อสัปดาห์ก่อน และคาดว่า นายบาราดาร์จะพบหารือกับผู้บัญชาการกลุ่มติดอาวุธ อดีตแกนนำและผู้กำหนดนโยบายรัฐบาล นักวิชาการทางศาสนาและอีกหลายกลุ่ม ตอลิบานเตรียมจัดทำรูปแบบใหม่ในการปกครองอัฟกานิสถานในเร็ว ๆ นี้ 

โดยแยกทีมดูแลเรื่องความมั่นคงในประเทศกับทีมดูแลเรื่องการเงิน และจะเชิญผู้เชี่ยวชาญในรัฐบาลชุดก่อนมาร่วมจัดการวิกฤตประเทศ โครงสร้างรัฐบาลใหม่จะไม่ใช่ประชาธิปไตยตามคำนิยามของโลกตะวันตก แต่จะปกป้องสิทธิของทุกคน

ส่วนเรื่องที่ชาวอัฟกันและกลุ่มบรรเทาทุกข์สากลร้องเรียนว่า มีการใช้กำลังแก้แค้นผู้ประท้วงและจับกุมคนในรัฐบาลชุดก่อน คนวิจารณ์ตอลิบานหรือคนที่ทำงานกับกองกำลังนำโดยสหรัฐฯ นั้น เจ้าหน้าที่ตอลิบานเผยว่า ทางกลุ่มได้รับทราบแล้วและจะดำเนินการสอบสวน หากสมาชิกตอลิบานก่อปัญหาด้านกฎหมายและความสงบเรียบร้อย


ที่มา : https://www.naewna.com/inter/596809

https://mgronline.com/around/detail/9640000082840


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

“บิ๊กตู่” ถก คกก.ข้าว “กำชับ” ทุกฝ่าย ดูแลประชาชนให้ดีที่สุดหลังประสบผลกระทบจากโควิด-19 

ที่ห้อง PMOC ชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ ครั้งที่ 2/2564 ผ่านระบบ Video Conference โดยนายกรัฐมนตรึกล่าวในช่วงต้นการประชุมว่า  ทุกคนทราบดีว่าปัจจุบันสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัส โควิด-19 ส่งผลกระทบในด้านต่างๆโดยเฉพาะในเรื่องของเศรษฐกิจ จึงขอให้ทุกคนได้ช่วยกันดูแลประชาชนให้ดีที่สุด

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าการประชุมวันเดียวกันนี้ นาย จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เสนอมติความเห็นชอบของคณะอนุกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติด้านการตลาดในการเดินหน้านโยบายประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปีที่ 3 โดยใช้หลักเกณฑ์เช่นเดียวกับการประกันรายได้ปีที่ผ่านมาทุกประการ นอกจากนี้มยังได้เสนอมาตรการคู่ขนานที่จะเข้ามาช่วยเสริมเกษตรเกษตรผู้ปลูกข้าว 3 มาตรการประกอบด้วย การสนับสนุนให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวชะลอการขาย ในช่วงที่ข้าวออกสู่ตลาดมากเพื่อป้องกันไม่ให้ข้าวราคาตกจนเกินไป โดยเกษตรกรที่ชะลอขายข้าวจะได้รับเงินช่วยเหลือตันละ 1,500 บาท ,การช่วยเหลือดอกเบี้ยเงินกู้ให้กับสหกรณ์หรือสีโรงสีที่เก็บสต๊อกข้าวและไม่ปล่อยออกสู่ตลาด โดยชดเชยดอกเบี้ย 3% และ เร่งรัดส่งเสริมการส่งออกข้าว เพื่อระบายข้าวในประเทศเพราะฤดูการผลิตหน้าจะมีเข้าออกสู่ตลาดมากกว่าปีที่ผ่านมาถึงประมาณ 5% จึงมีมาตรการช่วยเหลือให้มีการส่งออกข้าวโดยช่วยดอกเบี้ย  3% เป็นเวลา 6 เดือน ในเดือนต.ค.64-มี.ค.65


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top