Saturday, 13 June 2026
Hard News Team

"ราเมศ" ย้ำ "ทวี" บิดเบือนข้อมูล ความจริงจะตบหน้า ชี้หนังคนละม้วน

นายราเมศ รัตนะเชวงโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ได้กล่าวถึงกรณีการอภิปรายของนายทวี สอดส่อง ส.ส.พรรคประชาชาติในส่วนที่มีการอภิปรายนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่า

เป็นการเปิดการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ล้วนแล้วแต่เป็นข้อมูลที่บิดเบือนทั้งสิ้นไม่ว่าจะเป็นข้อกฎหมาย ระเบียบ มติคณะรัฐมนตรี กระบวนการระบายยางพาราครั้งที่ 3 ซึ่งยืนยันว่าเป็นการดำเนินการที่ชอบด้วยกระบวนการทางกฎหมายทั้งหมด ไม่มีการทุจริตเชิงนโยบายและรัฐไม่ได้เสียประโยชน์แต่ประการใด 

ที่สำคัญที่กล่าวหาว่ามีแผนประทุษกรรมนั้นก็ไม่เป็นความจริงเพราะไม่มีใครที่จะคิดแผนประทุษกรรมงบประมาณของแผ่นดินและยืนยันว่าไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้กับบุคคลใดๆทั้งสิ้น

ซึ่งนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะได้ชี้แจงในวาระที่มีการอภิปรายตนต่อไป และจะขอชี้แจงเมื่อได้มีการฟังสมาชิกที่จะอภิปรายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ครบทั้งหมดทีเดียว แล้วจะตอบชี้แจงในทุกประเด็น 

มั่นใจเมื่อประชาชนได้ฟังความจริงจะทราบทันทีว่าเป็นหนังคนละม้วนกับข้อมูลของนายทวี สอดส่อง

นายราเมศ กล่าวตอนท้ายว่าผิดหวังกับการทำหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของนายทวีสอดส่อง ที่เป็นถึงอดีตข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ แต่สิ่งที่ออกมาพูดไม่น่าเชื่อว่าจะมีการบิดเบือนข้อมูลไม่ตรงกับความเป็นจริง นายเฉลิมชัย ไม่มีความคิดที่จะเป็นอาชญากรเหมือนที่นายทวีกล่าวหา

แต่นายทวีอาจเคยเห็นนักการเมืองในรัฐบาลชุดที่ผ่านๆ มาที่นายทวีคุ้นเคย ที่มีการทุจริตจนจำฝังใจแล้วมาบิดเบือนข้อมูลโจมตีทำลายความน่าเชื่อถือของนายเฉลิมชัยจะชี้แจงความจริงในสภาต่อไป

สหภาพยุโรปเห็นพ้องถอดสหรัฐฯ และอีก 5 ชาติ ออกจากบัญชีเดินทางปลอดภัย เหตุหวั่นการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19

บรรดารัฐบาลในสหภาพยุโรปเห็นพ้องกันในวันจันทร์ (30 ส.ค.) ถอดสหรัฐฯ ออกจากบัญชีเดินทางปลอดภัยของอียู ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดที่น่ากังวลของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หมายความว่าผู้มาเยือนจากสหรัฐฯ และประเทศอื่น ๆ อีก 5 ชาติ อาจเจอมาตรการควบคุมเข้มงวดขึ้น อย่างเช่น ตรวจเชื้อโควิด-19 และกักกันโรค

นอกจากสหรัฐฯ แล้ว อิสราเอล โคโซโว เลบานอน มอนเตเนโกร และนอร์ท มาเซโดเนีย ก็ถูกปลดพ้นจากรายชื่อประเทศเดินทางปลอดภัยของสหภาพยุโรปเช่นกัน โดยบัญชีดังกล่าวจัดทำขึ้นเพื่อแสวงหากฎระเบียบด้านการเดินทางร่วมกันทั่วอียู แต่มันไม่มีผลผูกพัน และแต่ละชาติสมาชิกมีอิสระในการกำหนดนโยบายพรมแดนของตนเอง

ที่ผ่านมา สมาชิกอียูบางประเทศ เช่น เยอรมนีและเบลเยียม จัดให้สหรัฐฯ อยู่ในกลุ่มประเทศสีแดง บังคับตรวจเชื้อและกันกันโรค ผิดกับฝรั่งเศสและเนเธอร์แลนด์ ที่จัดให้สหรัฐฯ อยู่ในกลุ่มประเทศที่มีความปลอดภัย

บัญชีนี้ส่วนใหญ่แล้วจำแนกกลุ่มต่าง ๆ บนพื้นฐานของสถานการณ์โควิด-19 ในแต่ละประเทศ แต่ประเด็นการพึ่งพาอาศัยกันก็เป็นปัจจัยหนึ่งในการพิจารณาเช่นกัน

เคสผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายวันของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นมากกว่า 450 คนต่อประชากร 1 ล้านคน ในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 28 สิงหาคม จากที่เคยต่ำกว่า 40 คนต่อประชาชร 1 ล้านคน ในช่วงกลางเดือนมิถุนายน ซึ่งเป็นครั้งที่สหภาพยุโรปเพิ่มชื่อสหรัฐฯ เข้าไปในบัญชีเดินทางปลอดภัย

อัตราการติดเชื้อในอิสราเอล โคโซโว และมอนเตเนโกร ก็เพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน

เวลานี้บัญชีเดินทางปลอดภัยของอียูมีอยู่ 17 ประเทศ ในนั้นรวมถึงแคนาดา ญี่ปุ่น และนิวซีแลนด์

แม้ทางกลุ่มอนุญาตให้นักเดินทางจากประเทศต่าง ๆ นอกอียูที่ฉีดวัคซีนครบแล้วเดินทางเข้ามาเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็ยังสามารถใช้มาตรการตรวจเชื้อและกักกันโรค ขึ้นอยู่กับประเทศที่นักเดินทางเหล่านั้นเดินทางเข้ามา

อียูมีความเห็นแตกแยกกันเกี่ยวกับท่าทีของสหรัฐฯ และเคสผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นในสหรัฐอเมริกา หลังจากก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ ไม่อนุญาตให้พลเมืองยุโรปเดินทางเข้าประเทศโดยเสรี แม้อียูส่งเสียงวิงวอนก็ตาม

รัฐสมาชิกบางประเทศแสดงความกังวลเกี่ยวกับจุดยืนไม่ถ้อยทีถ้อยอาศัยของสหรัฐฯ และเคสผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นในอเมริกา แต่ก็มีบางส่วนซึ่งต้องพึ่งพิงภาคการท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก ลังเลที่จะกำหนดข้อจำกัดนักเดินทางจากสหรัฐฯ


(ที่มา : รอยเตอร์)
https://mgronline.com/around/detail/9640000085880


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก???? https://lin.ee/vfTXud9

สภาเกษตรฯ ชงรัฐเยียวยาผู้เลี้ยงหมูหลังเจอโรคระบาดหนัก

นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะทำงานแก้ไขปัญหาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคในสุกร ว่า ได้จัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายโครงการฟื้นฟูเยียวยาและปรับโครงสร้างการเลี้ยงสุกรของเกษตรกรรายกลางถึงรายย่อยทั้งประเทศ โดยขอให้รัฐออกมาตรการเร่งด่วน ทั้ง การเร่งจ่ายเงินเยียวยาเพื่อชดเชยความเสียหายจากโรคระบาดกับเกษตรกร รายกลาง รายเล็ก รายย่อย ซึ่งทำลายซากสุกรไปแล้ว การจัดหาแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำหรือปลอดดอกเบี้ย เพื่อฟื้นฟูอาชีพเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ โดยรัฐบาลชดเชยดอกเบี้ยให้เพื่อให้เกษตรกรรายย่อยและรายกลาง

รวมทั้งเสนอให้นำนำระบบ Zoning มาใช้ในการควบคุมและป้องกันโรคระบาดสัตว์ การขึ้นทะเบียนคนกลางรับซื้อสุกรทุกรายทุกขนาด การปรับปรุงแก้ไข กฎหมาย ประกาศกระทรวง  และระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อพัฒนาวงการสุกรทุกระดับ พร้อมทั้งเสนอแนะให้จัดตั้งกองทุนสุกร ให้เป็นรูปธรรม เพื่อนำเงินกองทุนมาดูแลปัญหา ทั้งโรคระบาดรุนแรง การแทรกแซงราคาตลาด ได้อย่างทันท่วงทีผ่านกองทุนก่อนที่รัฐบาลจะเข้ามาช่วยเหลือ รวมทั้งขอให้นำระบบเศรษฐกิจใหม่ BCG Model มาใช้ในวงการปศุสัตว์ด้วย

นายประพัฒน์ กล่าวว่า หลังจากเกิดปัญหาโรคระบาดในสุกร ขึ้น ได้สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างร้ายแรง เกษตรกรต้องสูญเสียสุกร ป่วยตายจากโรคถึง 30% และไม่สามารถเลี้ยงสุกรต่อไปได้ เนื่องจากเชื้อโรคยังสะสมอยู่ในพื้นที่ ทำให้เกิดโรคซ้ำในคอกหรือฟาร์มจนเกษตรกรรายย่อยหมดตัวไปแล้วหลายราย  อนาคตอาจถึงขั้นต้องสูญเสียอาชีพการเลี้ยงสุกร กระทบต่อภาคอุตสาหกรรมต่อเนื่อง คิดเป็นมูลค่าความเสียหายโดยรวมไม่ต่ำกว่า 150,000 ล้านบาท 

แบงก์ชาติรอปรับตัวเลขเศรษฐกิจใหม่หลังโควิดยืดเยื้อ

น.ส.ชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่าเศรษฐกิจไทยในเดือนก.ค. 2564 ได้รับผลกระทบมากขึ้นจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยเครื่องชี้การบริโภคภาคเอกชนลดลงตามกำลังซื้อที่อ่อนแอและมาตรการควบคุมการระบาดที่เข้มงวดขึ้น โดยในวันที่ 29 ก.ย.64 ธปท. ประเมินผลกระทบว่าเป็นอย่างไร จากนั้นจึงมาจะปรับประมาณการเศรษฐกิจอีกครั้ง จากเดิมที่คาดว่าเศรษฐกิจไทยในปีนี้จากขยายตัว 0.7% 

สำหรับเศรษฐกิจไทยในเดือนก.ค.ที่ผ่านมา พบว่า เครื่องชี้การบริโภคภาคเอกชนลดลงจากเดือนก่อนในทุกหมวดการใช้จ่าย จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่รุนแรงและมาตรการควบคุมการระบาดที่เข้มงวดขึ้น 
ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวม รายได้ครัวเรือน และความเชื่อมั่นของผู้บริโภคปรับลดลง โดยมาตรการภาครัฐช่วยพยุงกำลังซื้อได้เพียงบางส่วน 

ขณะที่มูลค่าการส่งออกสินค้าที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลแล้วลดลงเล็กน้อยจากเดือนก่อน โดยเป็นผลจาก อุปสงค์ประเทศคู่ค้าที่ชะลอตัวจากการแพร่ระบาดที่รุนแรงขึ้นในบางประเทศที่รุนแรงขึ้น และ  การขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งกระทบต่อการส่งออกเครื่องใช้ไฟฟ้า และการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในโรงงาน ซึ่งกระทบต่อการส่งออกอาหารแปรรูป อย่างไรก็ดี การส่งออกสินค้าบางหมวดยังเพิ่มขึ้น อาทิ สินค้าเกษตร สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ และโลหะ 

อย่างไรก็ดีหากดูการใช้จ่ายภาครัฐ ถือว่า ขยายตัวเมื่อเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อน แต่หากไม่รวมเงินโอน การใช้จ่ายภาครัฐทรงตัว โดยรายจ่ายประจำขยายตัวจากทั้งรายจ่ายค่าตอบแทนบุคลากร และรายจ่ายเพื่อซื้อสินค้าและบริการ ขณะที่รายจ่ายลงทุนหดตัว โดยเฉพาะการเบิกจ่ายของรัฐบาลกลาง จากผลของฐานสูงที่มีการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณในปีก่อน

ญี่ปุ่นตรวจพบสิ่งแปลกปลอมในวัคซีน Pfizer สั่งหยุดใช้ล็อตที่เป็นปัญหา หลังฉีดไปแล้วกว่า 304 คน

เมื่อวันที่ 29 ส.ค. ที่ผ่านมามีการค้นพบสารแปลกปลอมในวัคซีนของ Pfizer ที่เมือง Yaese จังหวัดโอกินาว่า และได้ทำการหยุดใช้วัคซีนที่มีหมายเลขล็อตเดียวกันแล้ว 

อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ ยังไม่ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับอันตรายต่อสุขภาพ

สำหรับการตรวจพบ ดังกล่าว เกิดจากการสังเกตเห็นขณะแยกวัคซีนจากขวด เป็น 6 หลอดฉีดยา โดยยังไม่พบรายงานปัญหาสุขภาพ จากผู้ที่รับวัคซีน 304 รายในล็อตเดียวกับที่พบสิ่งเจือปน

บริษัทในเครือ Pfizer ของญี่ปุ่นอธิบายว่า สิ่งแปลกปลอมส่วนใหญ่หล่นลงไปจากการที่เข็มฉีดยาขูดจุกยางที่ขวด ดังนั้นทางเมือง Yaese จึงส่งขวดที่พบ และให้รายละเอียดกลับไปยังบริษัท Pfizer


ที่มา : https://www3.nhk.or.jp/news/html/20210830/k10013233191000.html
https://www.facebook.com/967714813368587/posts/2536996656440387/


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก???? https://lin.ee/vfTXud9

P&G ประเทศไทย สนับสนุนโครงการ “ต้องรอด” โดยกลุ่ม Up for Thai ในโครงการเฉพาะกิจ #missionบุษราคัม75 ด้วยการร่วมบริจาคผลิตภัณฑ์เพื่อสุขอนามัย มูลค่า 646,824 บาท เพื่อสนับสนุนบุคลากรการแพทย์และผู้ป่วย ณ โรงพยาบาลสนามบุษราคัม 

อาสาสมัครโครงการ “ต้องรอด” โดยกลุ่ม Up for Thai เดินทางไปโรงพยาบาลสนามบุษราคัมเพื่อนำสิ่งของบริจาคไปมอบแก่บุคลากรทางการแพทย์และโรงพยาบาลอีกครั้ง โดยครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนสิ่งของเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขอนามัยจากแบรนด์ของ P&G  ได้แก่ น้ำยาซักผ้า Downy ขนาด 150 มล. จำนวน 6,720 ขวด ยาสระผม Pantene 180 มล. รวม 9,000 ขวด และมีดโกนหนวด Gillette Vector รวม 1,080 อัน มูลค่าทั้งสิ้น 646,824 บาท 

ในการนี้ นายแพทย์จรัล ปันกองงาม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลสนามบุษราคัม เป็นผู้รับมอบสิ่งของบริจาคจากหม่อมราชวงศ์เฉลิมชาตรี ยุคล ผู้ร่วมก่อตั้งโครงการ “ต้องรอด” และอาสาสมัครตัวแทนกลุ่ม Up for Thai เพื่อนำไปแจกจ่ายให้แก่ผู้ป่วย อาสาสมัคร และบุคลากรทางการแพทย์ที่ปฏิบัติงานอยู่ในภายในโรงพยาบาล 

โรงพยาบาลสนามบุษราคัมเป็นโรงพยาบาลสนามภายใต้กระทรวงสาธารณสุขมีเตียงรองรับผู้ป่วย 4,000 เตียง และมีผู้ป่วยรวมถึงบุคลากรปฏิบัติงานอยู่ภายในโรงพยาบาลนับ 5,000 ชีวิต ทั้งนี้ P&G ประเทศไทยและกลุ่ม Up for Thai พร้อมยืนหยัดที่จะสู้ไปกับคุณ ขอให้คุณมีสุขภาพที่แข็งแรงและปลอดภัย

สำหรับโครงการเฉพาะกิจ #missionบุษราคัม75 และโครงการ “ต้องรอด” เกิดจากกลุ่ม Up for Thai และพันธมิตรภาคประชาสังคม ภาคเอกชน และภาคสื่อสารมวลชนร่วมกันจัดตั้งโครงการเฉพาะกิจ #missionบุษราคัม75 ขึ้นเพื่อจัดหาเครื่องอุปโภคบริโภคให้แก่ผู้ป่วยที่เข้าพักรักษาในโรงพยาบาลสนามบุษราคัมเป็นระยะเวลา 75 วัน ก่อนจะมีการย้ายไปยังสถานที่ใหม่ ทั้งนี้เพื่อให้ผู้ป่วย บุคลากรทางการแพทย์ทุกคนได้รับปัจจัยเพียงพอและให้การดำเนินการของโรงพยาบาลเป็นไปอย่างราบรื่น

กลุ่ม Up for Thai ยังคงปฏิบัติภารกิจหลักควบคู่กันไป ทั้งการนำส่งอาหารปรุงสุกและเครื่องอุปโภคบริโภคให้แก่ชุมชน โรงครัวชุมชน ผู้กักตัว ผู้ป่วยติดเตียง ผู้พิการ คนชรา ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ผู้ป่วยรอเตียง ส่งมอบอุปกรณ์ป้องกันสำหรับด่านหน้า โรงพยาบาล โรงพยาบาลสนาม อสม. ศูนย์พักคอย สถานีอนามัย มูลนิธิและอาสากลุ่มอื่น ๆ ทุกท่าน

ร่วมส่งต่อความช่วยเหลือกับ "ต้องรอด" ได้ที่ :
สถานที่ปฎิบัติงานและรับบริจาค :
ศูนย์อาสาต้องรอด Up For Thai วัดเทวสุนทร https://goo.gl/maps/X6VJJXWgD7FxVM6X6

ที่อยู่ในการจัดส่งสิ่งของบริจาค :
กองอำนวยการ Up For Thai ต้องรอด วัดเทวสุนทร
เลขที่ 1 ม.19 ถ.กำแพงเพชร 6 ลาดยาว จตุจักร กทม. 10900

สมทบทุนเป็นเงินสดที่
กสิกรไทย 096-3-23974-2
(ม.ร.ว.เฉลิมชาตรี ยุคล และนางสมใจ พุ่มสมบัติ)

ติดต่อสอบถาม โทร 080-000-4566 (ทีมงานต้องรอด) หรือที่ LINE @upforthai
เพราะเรา #ต้องรอด ไปด้วยกัน
#upforthai


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก???? https://lin.ee/vfTXud9

“สงคราม” ชี้ฝ่ายใช้เวทีสภาเปิดแผลเน่าเฟะ”บิ๊กตู่” ไร้ความสามารถแก้ปัญหาโควิดทำประชาชนตายเกิน10,000 คน 

นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อชาติ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การที่พรรคร่วมฝ่ายค้านเตรียมอภิปรายไม่ไว้วางใจ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีร่วมคณะ เป็นไปตามความต้องการของประชาชน เพราะรัฐบาลล้มเหลวในการบริหารราชการรวมทั้งสร้างความลำบากให้กับประชาชนทั้งแผ่นดิน 

การบริหารงานของพลเอกประยุทธ์ ขาดความรู้ ไร้ความสามารถ อย่างร้ายแรง ถือเป็นบุคคลไร้ภูมิปัญญา ไร้จิตสำนึกรับผิดชอบ ไร้คุณธรรม และไร้ความสามารถเป็นหัวหน้ารัฐบาล บริหารราชการแผ่นดิน ล้มเหลว ผิดพลาดบกพร่องเสียหายร้ายแรงทุกด้าน ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม 
 
นายสงคราม กล่าวด้วยว่า พลเอกประยุทธ์บ้ารวบอำนาจการแก้ปัญหาการระบาดไวรัสโควิดไว้แต่ผู้เดียว แต่ไม่มีความสามารถไม่ฟังใคร ปล่อย ปละละเลยมาตรการป้องกันควบคุมการระบาดของโรค กระจายไปยังพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศอย่างรวดเร็ว มีผู้ติดเชื้อเกือบ เกิน 1 ล้านคน และประชาชนเสียชีวิตมากกว่า 10,000 คนระบบสาธารณสุขไทยล้มเหลวเกินขีดความสามารถการบริการประชาชน ปล่อยให้ผู้ป่วยรักษาตัวที่บ้าน บางรายตายกลางถนน ตายในรถ ตายคาบ้าน ตายยกครอบครัว 

“หากปล่อยให้พลเอกประยุทธ์ บริหารประเทศต่อไป บ้านเมืองจะไร้ความสงบสุขร่มเย็น นำมาซึ่งความหายนะของประเทศ ตามที่กล่าวกันว่า “ผู้นำโง่ เราจะตายกันหมด” เพราะคนโง่คือภัยอันตรายร้ายแรง เมื่อได้กลายเป็นผู้มีอำนาจ” การทุจริตกระจายวัคซีนโดยเลือกปฏิบัติ พล.อ.ประยุทธ์มีลักษณไม่ต่างจากการ“ค้าความตาย” เห็นวัคซีนเป็นสินค้าสาธารณะ สร้างกำไรจากวัคซีน หวังการกอบโกยผลประโยชน์บนซากศพและคราบน้ำตาประชาชน ดังนั้นพรรคฝ่ายค้านจะใช้เวทีนี้ชำแหละความเน่าเฟะของพลเอกประยุทธ์ที่อ้างว่าตัวเองเป็นคนดี” นายสงคราม กล่าว

‘เกศปรียา’ ชี้ ประเทศไทยเสียเวลา 7 ปีเพื่อพิสูจน์ว่าทหารเกษียณบริหารประเทศสู้ทักษิณไม่ได้เลย

เกศปรียา แก้วแสนเมือง รองเลขาธิการพรรคเพื่อชาติ เผยว่า ตนไม่เคยลืมในวลี "อย่าคิดว่าทักษิณ จะเก่งอยู่คนเดียว ลองให้ทหารได้บริหารประเทศชาติดูบ้าง" เมื่อ 7 ปีที่แล้ว เพราะตนมองเหมือนคนรุ่นใหม่ทุกคนในเวลานั้นว่าม๊อบผู้สนับสนุนทหารเข้ามายึดอำนาจ และทหารแก่หรือทหารเกษียณเป็นผู้ที่วิสัยทัศน์ล้าหลังเกินจะมาบริหารประเทศในเวลาที่ไม่ใช่ยุคของคนวัยเบบี้บลูม ที่ตามไม่ทันการเปลี่ยนแปลงของโลก มาบริหารประเทศแบบเชื่องช้าเอาประเทศเป็นที่ฝึกงานคนสูงอายุให้ลองผิดลองถูกบริหารแบบรัฐราชการ  7 ปี ผ่านมาพิสูจน์แล้วว่า รัฐบาลทหารเกษียณและผู้สนับสนุน คือผู้ขโมยอนาคตประเทศและจับประเทศเป็นตัวประกันจากความต้องการอยู่ในอำนาจของตนเอง

เกศปรียาเผยต่อว่า ตนเคยนำเสนอมาหลายปีที่แล้วก่อนการเลือกตั้งรัฐบาลจากรัฐธรรมนูญสืบทอดอำนาจหลายครั้งว่ารัฐบาลทหารของคุณประยุทธ์ทำเศรษฐกิจฐานรากพัง เพิ่มปริมาณคนจนมากกว่าวิกฤติเศรษฐกิจโลกครั้งก่อนๆ ซึ่งผู้สนับสนุนรัฐบาลในเวลานั้นยังนิ่งเฉย แต่เมื่อมีวิกฤติโรคระบาดไวรัสโคโรน่า ทุกคนได้ประจักษ์ในความสามารถรัฐบาลประยุทธ์ว่าจริงอย่างที่คนรุ่นใหม่ปรามาสไว้ว่า ‘รัฐบาลเผด็จการทหารมาขโมยเวลาและอนาคตของประเทศไทยไป’

ความผิดพลาดจากการตัดสินใจแก้ปัญหาโดยมีพื้นฐานการตัดสินใจหลักยึดโยงกับการรักษาอำนาจตนเอง การตัดสินใจแบบนี้ในสถานการณ์ปกติคนที่ไม่ใช่กลุ่มได้รับผลกระทบอาจไม่รู้สึก แต่ในสถานการณ์วิกฤติที่เกี่ยวข้องกับความเป็นความตายและชีวิต ทุกคนรับรู้ได้ว่าการตัดสินใจล็อคดาวน์ประเทศระยะยาวครั้งแรกเพื่อหนีม๊อบเยาวชน ทำคนฐานรากตายทั้งเป็นเพราะไร้อาชีพและรายได้ ทำลายอนาคตเยาวชนรุ่นนี้ที่พลาดโอกาสทางการศึกษาและอาชีพ คนจบการศึกษา 2 - 3 ปีที่ผ่านมาแทบไม่มีงานทำ

เกศปรียา แสดงความคิดเห็นต่อว่า การตัดสินใจบริหารจัดการวัคซีนผิดพลาดเพราะความด้อยวิสัยทัศน์และตัดสินใจบนผลประโยชน์แห่งอำนาจของรัฐบาล ทำให้ประชาชนไทยเสียชีวิตถึง 10,000 กว่าราย สถิติถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2564 จนมาถึงการตัดสินใจล็อคดาวน์รอบล่าสุดนี้ เป็นการตัดสินใจผิดพลาดอย่างมหันต์ ทั้งที่อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตรออกมาเตือนให้คำแนะนำตั้งแต่ต้นปีแล้ว ว่าการล็อคดาวน์จะทำให้เศรษฐกิจพัง รวมทั้งไม่สามารถยุติการระบาดของไวรัสโคโรน่าได้ ต้องบริหารจัดการวัคซีนให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่อย่างรวดเร็ว ควบคู่ไปกับการเดินหน้าเศรษฐกิจ แต่รัฐบาลนี้ไม่นำพา เพราะเวลานั้นม๊อบเยาวชนเริ่มออกมาเรียกหาวัคซีน การล็อคดาวน์รอบล่าสุดจึงเกิดขึ้นมาซ้ำเติมให้ประชาชนฐานราก ประชาชนระดับกลางล่างล้มระเนระนาด ประชาชนระดับกลางบนก็เริ่มเดือดร้อน ยอดผู้ติดเชื้อที่เข้าสู่ระบบสาธารณสุขพุ่งไปกว่าหนึ่งล้านราย ยอดผู้ติดเชื้อจริงที่ภาคีสาธารณสุขประเมินเกือบร้อยละ 50 ของประชากร ซึ่งสรุปได้ว่าการล็อคดาวน์ไม่เกิดประโยชน์กับการควบคุมโรคระบาด แต่เกิดผลร้ายต่อระบบเศรษฐกิจไทย 

แม้แต่ฝ่ายรัฐบาลเองช่วงนี้ก็รับรู้ถึงความผิดพลาดในการตัดสินใจล็อกดาวน์ ถึงได้ออกมาค่อยๆ ประกาศทยอยปลดล็อคแบบลักลั่น แต่ตนอยากถามแทนประชาชนว่า ความรับผิดชอบในการบริหารราชการผิดพลาดร้ายแรงสำหรับผู้ที่ชอบคุยโม้ว่าเป็นชายชาติทหารมีไหม การขอโทษประชาชนไทยที่ขโมยโอกาสไป 7 ปี เคยมีจิตสำนึกบ้างหรือเปล่า แล้วที่วลีที่ว่า “อย่าคิดว่าทักษิณ จะเก่งอยู่คนเดียว ลองให้ทหารได้บริหารประเทศชาติดูบ้าง" จำได้ไหม ขอโทษประชาชนและอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร หรือยัง 

เกศปรียา ชี้ต่อว่า รัฐบาลนี้ผิดพลาดบริหารประเทศจนประเทศไทยคือผู้ป่วยหนักในอาเซียน แค่การบริหารจัดการวัคซีนเรื่องเดียวก็แพ้ประเทศเพื่อนบ้าน อย่างลาวและกัมพูชา ตัวอย่างที่สะท้อนใจคุณภาพชีวิตคนไทยที่รัฐบาลทหารบริหารจัดการผิดพลาดคือ นายจ้างจะพาแรงงานต่างด้าวชาวลาวและกัมพูชาไปฉีดวัคซีน พวกเค้าระบุเลยว่าต้องการฉีดเพียงวัคซีนอเมริกาเช่นเดียวกับในประเทศเค้าจัดหาให้ประชาชน เรียกว่า ความต้องการที่บริสุทธิ์ของเค้าตบหน้าทั้งนายจ้างไทยและรัฐบาลไทย ในขณะที่สมัยอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณทุกประเทศในโลกยอมรับและรับทราบในความสามารถ แม้แต่จีนที่เป็นพี่เบิ้มแห่งเอเชียที่รัฐบาลนี้พยายามอ้างอิงยังชื่นชมและยอมรับความสามารถในการบริหารจัดการในสถานการณ์โรคระบาดอย่างไข้หวัดนกในเวลานั้นที่จบลงอย่างรวดเร็ว และแทบไม่มีผลกระทบทางเศรษฐกิจ 

ไม่ต้องไปเทียบระดับทฤษฎีใหม่อย่าง ‘เอเชียบอนด์’ ที่อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณนำเสนอเมื่อ 20 ปีที่ผ่านมาชนิดจีนปรบมือให้ และนำไปต่อยอดในเวลาต่อมา หรือการแก้ไขปัญหาเข้าถึงระบบสาธารณสุขพื้นฐานของประชาชนไทยให้มีความเท่าเทียมใน ‘โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค’ ที่เป็นต้นแบบลดความเหลื่อมล้ำทางสาธารณสุขชองทั่วโลก เมื่อหันมาเทียบกับภาวะระบบสาธารณสุขที่เข้าใกล้การล้มเหลวในการรับมือผู้ป่วยไม่ไหวในระหว่างเดือน กรกฎาคม - สิงหาคม 2564 ในยุคหัวหน้ารัฐบาลเป็นทหารเกษียณบริหาร ทำให้ประชาชนไทยป่วยตายคาบ้าน ตายตามท้องถนน เตียงในโรงพยาบาลขาดแคลนไม่เพียงพอที่จะรับประชาชนเข้าทำการรักษา  

ประเทศไทยเสียเวลา 7 ปีเพื่อพิสูจน์ว่า ‘ความสามารถในการบริหารบ้านเมืองของทหารเกษียณว่าสู้อดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ไม่ได้เลย’ เปรียบได้ว่าเป็นการลงทุนที่สูญเปล่าและติดลบ ทำลายโอกาสและอนาคตของประชาชนและประเทศชาติพอหรือยังคะ ทหารแก่ทหารเกษียณและผู้สนับสนุนเบบี้บลูมทั้งหลาย พวกคุณเหลือเวลาไม่กี่ปีจะจากโลกนี้ไปแล้ว ปล่อยวางละกิเลสบ้าง อย่าเอาความเห็นแก่ตัว ยึดติดกับอำนาจมาขโมยเวลาและอนาคตของเยาวชนคนรุ่นใหม่และทำลายโอกาสประเทศไทยอีกต่อไปเลย เกศปรียา ทิ้งท้าย

'จีน' ออกกฎคุมเข้ม จัดระเบียบอุตสาหกรรมบันเทิงในประเทศ เพื่อลดการมัวเมาเยาวชน ล้างวัฒนธรรมผิดเพี้ยน

รศ.ดร.อักษรศรี พานิชสาส์น อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อดีตผู้อำนวยการศูนย์วิจัยยุทธศาสตร์ไทย-จีน แห่ง วช. ได้โพสต์ลงเฟซบุ๊กว่า... 

#เยาวชนจีน ผู้นำจีนตระหนักดีว่า #เยาวชนคืออนาคตของชาติ จึงไม่ปล่อยปละละเลยให้เยาวชนในชาติบ้านเมืองของเขาต้องถูกมอมเมาถูกจูงจมูกหรือปั่นหัวด้วยค่านิยมผิด ๆ ในวัฒนธรรมเพี้ยน ๆ #จัดระเบียบแบบจีน ก็เลยต้องลงดาบจัดการที่สาเหตุของปัญหาแบบนี้ #ตัดไฟแต่ต้นลม #จีนเฉียบขาด more to come, please stay tuned !!

หน่วยงานสุดเฉียบขาดของจีน #CAC คือ สำนักงานคณะกรรมการกิจการไซเบอร์สเปซ เพิ่งตั้งขึ้นในยุคสีจิ้นผิง ปี 2014 แต่ผลงานมีตรึมเลยยยยยย

#มือปราบสื่อขยะบนอินเทอร์เน็ตของจีน 
The Cyberspace Administration of China (CAC; Chinese: 国家互联网信息办公室; lit. 'State Internet Information Office'), also known as the Office of the Central Cyberspace Affairs Commission (Chinese: 中央网络安全和信息化委员会办公室),is the central Internet regulator, censor, oversight, and control agency for the People's Republic of China.

ล่าสุด CAC ประกาศมาตรการใหม่ ควบคุมเหล่าดาราเซเล็ปคนดังรวมถึงแฟนคลับให้มีคุณภาพ ดำเนินกิจกรรมการตลาด กิจกรรมของแฟนคลับอย่างเหมาะสม #เพื่อปกป้องเยาวชน และมีกฎที่เข้มงวดมากขึ้น เช่น...

- ห้ามเยาวชนตั้งกลุ่มแฟนคลับหรือเข้าร่วมกิจกรรมของคนดังที่มีค่าใช้จ่ายสูง 
- ห้ามเยาวชนร่วมการโหวตในการแข่งขันของคนดัง
- คนดังสามารถจัดงานพบปะทางออนไลน์สำหรับกลุ่มแฟนคลับของตนได้ แต่ไม่มุ่งเป้าไปที่เยาวชน
- ยกเลิกการจัดอับดันคนดังทางออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นรายบุคคลหรือแบบกลุ่ม แต่จะอนุญาตให้จัดอันดับเฉพาะ ‘ผลงาน’ เท่านั้น เช่น เพลง ละคร ภาพยนตร์
- บริษัทตัวแทนคนดังจะถูกกำกับดูแลเข้มงวดขึ้น
- ในโลกออนไลน์ ทุกแพลตฟอร์มในโซเชียล จะมีกฎระเบียบชัดเจนสำหรับบริษัทตัวแทนในการทำการตลาด ประชาสัมพันธ์ บริหารจัดการแฟนคลับ
- เนื้อหา/กิจกรรมใดที่ก่อให้เกิดการทะเลาะวิวาท สร้างความขัดแย้ง สร้างความเกลียดชัง โดยบริษัทตัวแทนไม่ระมัดระวังและควบคุมไม่ได้ จะถูกลงโทษตามกฎ
- บทลงโทษ มีตั้งแต่เบาไปถึงหนัก บัญชีผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์จะถูกจำกัดการเข้าชม งดเผยแพร่เนื้อหาชั่วคราว หรือบทลงโทษหนักที่สุด ‘ปิดบัญชีผู้ใช้งาน’ ทั้งของคนดังและของแฟนคลับ
- กิจกรรมของกลุ่มแฟนคลับที่จะจัด จะต้องได้รับอนุญาตจากบริษัทตัวแทนของคนดัง และบริษัทต้องเข้ามากำกับดูแล
- ห้ามจัดกิจกรรมใด ๆ​ ที่เป็นการหลอกล่อแฟนคลับให้จ่ายเงิน เพื่อสนับสนุนหรือเพื่อโหวตคนดัง 

สรุปคือ จีนจัดระเบียบ #อุตสาหกรรมบันเทิง เพื่อจัดการกวาดล้างวัฒนธรรมแฟนคลับที่ผิดเพี้ยน - Sick Parts of Fan Circle Culture โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชน ต้องเตือนสติเยาวชนและบรรดาแฟนคลับด้วยมาตรการของรัฐบาล 

ปัญหาเกิดจาก #กระแสแฟนคลับคนดังในจีน ส่วนใหญ่เป็นเยาวชน มักจะบ้าคลั่งติดตามคนดังไม่ลืมหูลืมตา ใช้จ่ายเงินไปกับคนดังจนเกินเหตุ เช่น โหวต ซื้อของให้ หรือร่วมกิจกรรมที่ต้องจ่ายค่าบัตรแพง ๆ เรื่องเหล่านี้กำลังสร้างค่านิยมที่ผิดเพี้ยนบิดเบี้ยว และอาจจะสร้างความเสียหายในระยะยาวต่อสังคม

ที่น่าสนใจ คือ #ไม่มีการงอแงโวยวายกับมาตรการเข้มงวดของรัฐ และได้รับความร่วมมืออย่างดี บรรดาแพลตฟอร์มดัง ๆ​ ของจีน เช่น Weibo / Baidu / 360 #ขานรับนโยบายของรัฐบาล นำคอนเทนต์ประเภท ‘โหวตคนดัง’ (Star Power List / Stars Influencers) ออก เพราะกิจกรรมเหล่านี้เหล่าแฟนคลับต้องตามโหวต ทุ่มแรงกายแรงใจและแรงเงิน เพื่อให้คนดังที่ตนรักอยู่ในอันดับต้น ๆ ให้ได้

Credit : ภาพและข้อมูล จาก...Global Times | China ups rectification of ‘fan circle’ culture which distorts minors’ values, endangers social governance | www.globaltimes.cn/page/202108/1232642.shtml | ภาพโดย VCG

Credit : China Report ASEAN - Thailand https://www.facebook.com/ChinaReportAseanThailand/photos/a.178908446162840/878239349563076/?type=3


ที่มา: https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=10223871373505716&id=1037140385


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก???? https://lin.ee/vfTXud9

สภากาชาดจีน ส่งวัคซีนซิโนฟาร์ม 1 แสนโดส ถวายฯ กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ให้สภากาชาดไทยนำไปฉีดป้องกันการแพร่ระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19

วันที่ 30 สิงหาคม 2564 ที่เฟซบุ๊ก The Thai Red Cross Society เผยแพร่ข้อความระบุว่า สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย

พระราชทานพระราชวโรกาสให้ นายเตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย นำนายหยาง ซิน อัครราชทูตที่ปรึกษา สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย เป็นผู้แทนสภากาชาดจีน เฝ้าทูลละอองพระบาท น้อมเกล้าน้อมกระหม่อม ถวายวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ซิโนฟาร์ม จำนวน 100,000 โดส ณ วังสระปทุม เพื่อให้สภากาชาดไทยนำไปใช้ในการป้องกันการแพร่ระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19 ต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 29 ส.ค. 64 ศูนย์ข้อมูลราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ระบุว่า วัคซีน ซิโนฟาร์ม ลอตที่ 7 จำนวน 2 ล้านโดส เดินทางมาถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ประเทศไทย รวมจำนวนวัคซีนซิโนฟาร์มที่เข้ามาในประเทศไทยแล้วตั้งแต่ 20 มิถุนายน - 29 สิงหาคม 2564 เป็นจำนวน 9 ล้านโดส


ที่มา : https://www.facebook.com/ThaiRedCross/posts/4651742401526053
https://www.facebook.com/CRAVaccineinfoCenter/posts/123010183415166


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก???? https://lin.ee/vfTXud9


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top