Saturday, 20 June 2026
Hard News Team

‘จีน’ สุดล้ำ สร้างบ้านยุคใหม่ ใช้เครื่องพิมพ์ 3 มิติ เข้าอยู่ได้ใน 14 วัน

สำนักข่าวซินหัว สื่อทางการจีน รายงานว่า นายสวี เว่ยกั๋ว ศาสตราจารย์คณะสถาปัตยกรรมจากมหาวิทยาลัยชิงหัว สร้างบ้านในหมู่บ้านอู่เจียจวง นครจางเจียโข่ว มณฑลเหอเป่ยด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ

รายงานระบุว่า บ้านดังกล่าวครอบคลุมพื้นที่ 106 ตารางเมตร มี 3 ห้องนอน 1 ห้องครัว และ 1 ห้องน้ำ โครงสร้างเพดานมีลักษณะโค้ง ขณะผนังด้านนอกตกแต่งด้วยลวดลายถักทอ

บ้านดังกล่าวใช้แรงงานกดปุ่มแค่ 2 คน เพื่อควบคุมให้แขนหุ่นยนต์สร้างวัสดุคอนกรีตขึ้นทีละชั้นเพื่อก่อฐานรากและผนังในจุดก่อสร้างก่อนใช้แม่แรงติดตั้งหลังคาที่แยกพิมพ์จนเสร็จแล้วลงไปบนผนัง โดยขั้นตอนการสร้างทั้งหมดนี้เสร็จสมบูรณ์ภายใน 14 วัน

ในช่วงแรก ชาวหมู่บ้านต่างกังวลต่อความปลอดภัยของบ้านดังกล่าว อย่างไรก็ดี เมื่อบ้านสร้างเสร็จแล้วทุกคนก็สบายและทึ่งกับความก้าวหน้าของเทคโนโลยี

โชห่วยยังครองใจรากหญ้านิยมซื้อของคู่ร้านสะดวกซื้อ

นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน ในช่วงเดือนต.ค.2564 จากจำนวนตัวอย่าง 8,428 คน ทุกอำเภอทั่วประเทศ เกี่ยวกับความจำเป็นของร้านจำหน่ายสินค้า ทั้งร้านโชห่วย ร้านสะดวกซื้อ ห้างค้าปลีกค้าส่งและซุปเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ พบว่า ร้านสะดวกซื้อและร้านโชห่วยยังมีความจำเป็นต่อบริโภคในระดับใกล้เคียงกัน โดย 88.02% เห็นว่าร้านสะดวกซื้อมีความจำเป็นมากที่สุด 

ขณะที่อีก 87.53% ได้เลือกร้านโชห่วย โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อย โดยเฉพาะกลุ่มที่มีรายได้ต่ำกว่าเดือนละ 20,000 บาท และอาชีพเกษตรกร ยังนิยมซื้อสินค้าที่ร้านโชห่วย โดยระบุว่า ร้านโชห่วยมีความจำเป็นมาก ส่วนอีก 77.65% เลือกซุปเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ ส่วนระดับภูมิภาคที่นิยมซื้อสินค้าจากร้านโชห่วยมากที่สุด คือ ภาคเหนือ ขณะที่กรุงเทพฯและปริมณฑล ได้รับความนิยมน้อยที่สุด

‘โรม’ จี้สภา รับร่างกม. ปลดอาวุธคสช. ช่วยถอดสลักโซ่ตรวนฉุดรั้งการเมืองไทย

‘รังสิมันต์ โรม’ เรียกร้อง สภา ส.ส. ต้องให้ความสำคัญ ร่างยกเลิกคำสั่ง คสช. ชี้ชัด หากร่างกฎหมายผ่าน จะเป็นการถอดสลัก โซ่ตรวนที่ฉุดรั้งการเมืองไทย เพื่อให้ประเทศผ่านวิกฤต

เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2564 ที่อาคารรัฐสภา รังสิมันต์ โรม ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ในฐานะรองเลขาธิการพรรคก้าวไกล แถลงต่อสื่อมวลชน ถึงประเด็นเรียกร้องให้สภาผู้แทนราษฎร นำร่างกฎหมายยกเลิกประกาศคำสั่ง คสช. ที่เสนอโดย รศ.ดร. ปิยบุตร แสงกนกกุล และคณะ เร่งขึ้นมาพิจารณาพร้อมกับร่างของประชาชนในสมัยประชุมนี้

รังสิมันต์ กล่าวว่า ในวันนี้เป็นวันแรกที่จะมีการพิจารณากฎหมายที่เสนอต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรอย่างจริงจัง ก่อนหน้านี้ เราได้พิจารณากฎหมายส่วนใหญ่ที่เสนอโดยคณะรัฐมนตรี (ครม.) แต่วันนี้เป็นวันแรกที่มีกฎหมายที่เสนอโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และบางส่วนเป็นร่างกฎหมายที่เสนอโดยภาคประชาชน ที่เฝ้ารอว่า สภาผู้แทนราษฎรจะมีความชัดเจนอย่างไร ซึ่งเป็นนิมิตหมายที่ดี

“ก่อนหน้านี้ เรามีหลายเรื่องที่เสนอโดย ส.ส. อย่างเรื่องข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่อาจไม่ได้เกี่ยวข้องกับประชาชน แต่ต้องบอกว่าร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งนี้ บางส่วนจะเกี่ยวข้องกับการทำประชามติ ที่จะเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถเป็นผู้ริเริ่มเสนอเรื่องต่าง ๆ เป็นประเด็นที่สำคัญต่อสังคมได้ ต่อไปนี้ความสำคัญ การริเริ่มเรื่องราวต่าง ๆ จะไม่ได้อยู่แค่ในสภา และประชาชนจะมีส่วนเป็นผู้กำหนดทิศทางในการเดินหน้าของประเทศไทยได้ด้วย”

รังสิมันต์ กล่าวต่อว่า บางประเด็นที่เกี่ยวข้องกับข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรที่ถูกเสนอโดย ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ที่จะทำให้การพิจารณากฎหมายของสภา จะมีโอกาสที่พิจารณาร่างกฎหมายที่ถูกเสนอโดย ส.ส. ได้มากขึ้น หรือในประเด็นของ ธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ที่เสนอให้มีการแก้ไขเพื่อให้มีการตีความร่างกฎหมายดำเนินต่อไปได้ ไม่ใช่มีการเปลี่ยนแปลงผลโหวตในสภาผู้แทนราษฎร ในช่วงองค์ประชุมของตนมีไม่พอ เป็นการเตะถ่วง ฉุดรั้งประเทศ

'อัษฎางค์' งัด 7 ปี รัฐบาลลุง ล้าหลัง ไม่พัฒนา แต่ 5G เชิงพาณิชย์ล้ำอาเซียนไปไกลเฉย

อัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระ โพสต์เฟซบุ๊ก ว่า...

รัฐบาลลุงห่วย ทำประเทศล้าหลัง ไม่พัฒนา แต่ปัจจุบันไทยเปิดให้บริการ 5G เต็มรูปแบบในพื้นที่อีอีซีแล้ว ภายใต้แผนปฏิบัติการว่าด้วยการส่งเสริมการใช้ประโยชน์เทคโนโลยี 5G ระยะที่ 1 ทำให้การขับเคลื่อน 5G ในไทยเร็วกว่าประเทศอื่น ๆ ในอาเซียนถึง 5 ปี

ทำให้ไทยเป็นประเทศแรกในอาเซียนที่เปิดบริการ 5G เชิงพาณิชย์ เพื่อเพิ่มจุดขายดึงดูดนักลงทุนพัฒนาเทคโนโลยีในรูปแบบใหม่ ตั้งเป้ามีโครงข่าย 5G ครอบคลุม 98% ภายในปี 2570

นายกฯ พอใจ ผลการจัดซื้อจัดจ้างปี 64 หลังประหยัดงบฯ ได้กว่า 7.8 หมื่นล้านบาท 

โฆษกรัฐบาลเผย นายกฯ พอใจ ผลการจัดซื้อจัดจ้างปี’64 ประหยัดงบฯ กว่า 7.8 หมื่นล้านบาท ย้ำเน้นความโปร่งใส ตรวจสอบได้ เพื่อให้เกิดการแข่งขัน อย่างเป็นธรรม

เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. 64 นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พอใจผลการดำเนินงานจัดซื้อจัดจ้างในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 (ตุลาคม 2563 - กันยายน 2564) ซึ่งกรมบัญชีกลางได้รายงานความคืบหน้า หน่วยงานของรัฐที่ได้ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างและก่อหนี้แล้วจำนวนทั้งสิ้น 5,247,846 โครงการ คิดเป็นร้อยละ 98.34 ของจำนวนโครงการจัดซื้อจัดจ้างทั้งหมด โดยมีมูลค่าที่จัดหาได้คิดเป็น 1,333,622.22 ล้านบาท ทำให้รัฐสามารถประหยัดงบประมาณได้ 78,667.29 ล้านบาท หรือประหยัดได้ร้อยละ 5.57 ของวงเงินงบประมาณในการจัดหา 

ซึ่งเป็นผลจากวิธีการจัดซื้อจัดจ้างที่นำเอาเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้ส่งผลให้ผู้ประกอบการและบุคคลทั่วไปเข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว เกิดการแข่งขันอย่างเท่าเทียม และสามารถตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน ส่งผลให้ขั้นตอนการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้เกิดความคุ้มค่าการใช้จ่ายงบประมาณ รวมทั้งเป็นต้นแบบการบูรณาการระบบฐานข้อมูลภาครัฐ

ผช.รมว.แรงงาน เปิดสัมมนาจัดทำกรอบร่างวิธีการทดสอบ พิจารณาและปรับปรุงร่างคู่มือวิธีการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ

นายสุรชัย ชัยตระกูลทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน เป็นประธานเปิดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการจัดทำกรอบร่างวิธีการทดสอบ พิจารณาและปรับปรุงร่างคู่มือวิธีการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ ระหว่างวันที่ 1 – 3 ธันวาคม 2564 โดยมี นายธวัชชัย ศรีทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ร่วมเป็นเกียรติในงานเปิดการสัมมนา ณ โรงแรมโนโวเทลมารีน่า ศรีราชา แอนด์ เกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี โดยกล่าวว่า กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน มีภารกิจหลักคือ การพัฒนาฝีมือแรงงาน โดยมีมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการดำเนินการ มีความเชื่อมโยงกับการพัฒนาประเทศอย่างชัดเจน

ตามยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี ยุทธศาสตร์ที่ 3 ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคน แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ประเด็นที่ 4 อุตสาหกรรมและบริการแห่งอนาคต มาตรฐานฝีมือแรงงานได้มีการปรับเปลี่ยนเพื่อให้มีความทันสมัย ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศเสมอมา ซึ่งการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดเจนคือ การส่งเสริมการพัฒนา 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ของรัฐบาล

การจัดทำมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ จึงเป็นภารกิจที่สำคัญของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ที่จะเตรียมพร้อมทักษะฝีมือแรงงานให้มีคุณภาพสอดรับกับยุทธศาสตร์ของประเทศ นอกจากนี้ ยังเป็นการปรับเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานให้สอดคล้องกับทิศทางการเปลี่ยนแปลงของโลก ซึ่งในการจัดทำมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ มีขั้นตอนในการจัดทำคู่มือวิธีการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ เพื่อใช้เป็นคู่มือสำหรับผู้ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานและใช้ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานให้กับแรงงานที่อยู่ในระบบการจ้างงาน และแรงงานนอกระบบ ซึ่งต้องสอดคล้องกับเทคโนโลยี สภาพการจ้างงาน และปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ ที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงการกำหนดอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือ นายสุรชัยฯ กล่าวในท้ายสุด

นอกจากนี้ นายสุรชัยฯ ได้เยี่ยมชม บูธสาขาช่างเชื่อมท่อพอลิเอทีลีนความหนาแน่นสูง (HDPE) สาธิตการเชื่อมชิ้นงาน โดยบริษัท วีบี เวลดิ้ง เทคโนโลยี่ จำกัด บูธเครื่องมือวัดทางอุตสาหกรรม แสดงระบบการวัดด้วยการประมวลผลทางคอมพิวเตอร์ โดยบริษัท มิตูโยโย (ประเทศไทย) จำกัด บูธเยาวชนแข่งขันฝีมือแรงงานนานาชาติ สาขาช่างควบคุมเครื่องจักรกล CNC แสดงชิ้นงานที่เป็นผลงานการเก็บตัวฝึกซ้อมเยาวชน โดยบริษัท เด็นโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด และบูธสาขาที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีชั้นสูง แสดงหุ่นยนต์อุตสาหกรรม และระบบ PLC โดยสถาบันพัฒนาบุคลากรสาขาเทคโนโลยีอัตโนมัติและหุ่นยนต์ (MARA)

เปิดเซฟ ‘นฤมล’ หลังพ้น ‘รมช.แรงงาน’ เงินฝากสามี 42 ล้าน พร้อมบ้านอีก 2 หลัง!!

วันนี้ 1 ธ.ค. 64 ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สำนักงาน ป.ป.ช. ดำเนินการเปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน ของนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ กรณีพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงาน เมื่อวันที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2564 พร้อม นายจุมพล ภิญโญสินวัฒน์ คู่สมรส ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ 2 คน 

โดยนางนฤมลและคู่สมรส มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 112,110,485 บาท โดยเป็นทรัพย์สินของนางนฤมล 53,643,104 บาท และเป็นทรัพย์สินของนายจุมพล 58,467,381 บาท มีหนี้สินทั้งสิ้น 163,333 บาท โดยเป็นหนี้สินของนางนฤมล 162,797 บาท เป็นหนี้สินของนายจุมพล 536 บาท ซึ่งเป็นหนี้สินจากเงินเบิกเกินบัญชี 

สำหรับทรัพย์สินของนางนฤมลและนายจุมพล ได้แก่ เงินสดรวมกัน 400,000 บาท เงินฝากรวมกัน 46,570,251 บาท เงินลงทุนรวมกัน 16,170,233 บาท ที่ดินรวมกัน 16,220,000 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างรวมกัน 27,500,000 บาท ยานพาหนะรวมกัน 2 คัน มูลค่า 2,850,000 บาท ทรัพย์สินอื่นรวมกัน 1,800,000 บาท 

เครือข่ายเยาวชน ยื่นหนังสือประธานสภาฯ ค้านตั้งบ่อนคาสิโน แนะ กมธ.ศึกษาฯ พิจารณารอบคอบ

เครือข่ายเด็กรุ่นใหม่ไม่พนัน สภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย สถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทย เครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง และเครือข่ายสื่อเพื่อการขับเคลื่อนสังคม นำโดย นายณัฐพงศ์ สำเภาแก้ว ผู้ประสานงานเครือข่ายเด็กรุ่นใหม่ไม่พนัน เป็นตัวแทนยื่นหนังสือถึงนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ผ่านนายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เลขานุการประธานสภาฯ เพื่อแสดงจุดยืน และข้อเสนอต่อสภา กรณีส.ส.หลายคน ผลักดันให้มีบ่อนคาสิโน และพนันออนไลน์ถูกกฎหมายในประเทศ

โดย นายณัฐพงศ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากการประชุมสภาฯ เมื่อวันที่ 25 พ.ย.ที่ผ่านมา ที่ประชุมได้พิจารณาญัตติด่วนเรื่องการเสนอตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาเปิดสถานบันเทิงครบวงจร รวมถึงบ่อนคาสิโน ซึ่งส.ส.ส่วนใหญ่เห็นไปในทิศทางเดียวกันคือการตั้งบ่อนคาสิโน ทางเครือข่ายเห็นว่า แม้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่จุดยืนเราไม่สนับสนุนให้ประเทศไทยมีบ่อนคาสิโน และพนันออนไลน์ อย่างไรก็ตาม เราไม่ขัดขวางการตั้งคณะกมธ. เพราะเป็นกลไกสภา แต่เราไม่อยากให้การตั้งคณะกมธ.ครั้งนี้ เป็นการปูทางไปสู่การตั้งบ่อนคาสิโน แต่อยากให้เป็นไปเพื่อศึกษาการแก้ปัญหาการพนันในประเทศไทย 
 

“ก้าวไกล” เอาบ้าง!! เดิมรอยตามวิปรัฐบาล เสนอเลื่อนวาระการประชุมพรุ่งนี้ นำญัตติขบวนเสด็จมาพิจารณา หลังจบ ญัตติ สถานบันเทิงแบบครบวงจร ด้านส.ส.ฝั่งรัฐบาลลุกขึ้นค้านสกัด จน “ชวน” ต้องสั่งพักประชุม ก่อนลงมติด้วยการขานชื่อ ผลปรากฎส.ส.ไม่เห็นด้วยเลื่อนญัตติ 246

ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 11 สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง โดยมีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม ทั้งนี้ภายหลังจากที่ประธานที่ประชุมได้เปิดโอกาสให้ส.ส.ลุกขึ้นหารือนำเสนอเรื่องปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนไปยังรัฐบาล เพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาแล้วเสร็จนั้น ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมได้เกิดความวุ่นวายขึ้นตั้งแต่ช่วงเช้า จากกรณีที่ น.ส.วรรณวรี ตะล่อมสิน ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล ขอเสนอญัตติด้วยวาจา โดยอาศัยข้อบังคับการประชุมข้อที่ 54 เสนอให้เลื่อนญัตติด่วน

เรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาข้อเท็จจริงในข้อบกพร่องการกำหนดเส้นทางเสด็จ และการถวายความปลอดภัยของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เมื่อวันที่ 14 ต.ค. 2563 ที่เสนอโดยพล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล และคณะเสนอ ซึ่งกำหนดไว้ในการประชุมวันที่ 2 ธ.ค. 64  หลังการลงมติในญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการเปิดสถานบันเทิงแบบครบวงจร (Entertainment Complex) เพื่อหาแหล่งรายได้ใหม่จากนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าประเทศ  และก่อนเรื่องรับทราบรายงานของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตศึกษาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก

จากนั้นนายอรรถกร ศิริลัทธยากร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า กรณีที่มีการเสนอเปลี่ยนระเบียบวาระการประชุมสำหรับวันที่ 2 ธ.ค. หากย้อนกลับไปสัปดาห์ที่แล้วตนคิดว่าเรื่องนี้เราพิจารณากันจบแล้ว คือการเลื่อนพิจารณาญัตติการศึกษาการเปิดสถานบันเทิงแบบครบวงจรมาพิจารณา และตนได้อภิปรายในสภาฯชัดเจนว่าไม่เห็นด้วยที่จะนำเรื่องขอให้สภาฯพิจารณาแต่งตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาข้อเท็จจริงในข้อบกพร่องการกำหนดเส้นทางเสด็จ และการถวายความปลอดภัยของสมเด็จพระบรมราชินี เมื่อวันที่ 14 ต.ค. 63 มาพิจารณา และตนเชื่อว่าส.ส.ส่วนใหญ่ก็ไม่เห็นด้วย

ต่อมานายชวน กล่าวว่า ดังนั้นต้องขอมติที่ประชุมว่าจะเห็นด้วยกับการให้เลื่อนระเบียบวาระการประชุมหรือไม่

ขณะที่นายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ลุกขึ้นถามประธานที่ประชุมว่า เมื่อมีการลงมติเลื่อนการเปลี่ยนระเบียบวาระประชุมไปแล้วเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเรียบร้อยแล้วยังสามารถเปลี่ยนระเบียบกลับมาได้อีกหรือ มันเป็นเรื่องเดียวกันหรือไม่ และเป็นเรื่องที่พิจารณาเสร็จไปแล้วหรือไม่ ถ้าเป็นญัตติเรื่องเดียวกันคือการยกเรื่องนี้ขึ้นมาถือเป็นญัตติที่เราได้เสนอไปแล้ว และการเสนอญัตติซ้ำกันในการประชุมในสมัยประชุมเดียวกันนั้นทำได้หรือไม่

ด้านนายชวน ชี้แจงที่ประชุมว่า ครั้งที่แล้วเป็นการเลื่อนระเบียบวาระเรื่องญัตติการศึกษาการเปิดสถานบันเทิงแบบครบวงจร ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้ลงมติ วันนั้นมีการอภิปรายจบไปแล้วแต่ยังไม่มีสรุปผล ดังนั้นกรณีนั้นเมื่อมีการสรุปแล้วถือว่าจบเรื่องที่เลื่อนไป  ดังนั้นวันนี้ก็เลื่อนเรื่องอื่นได้ ทั้งนี้ขอให้ผู้ควบคุมเสียงทั้งสองฝ่ายคือส.ส.ฝ่ายรัฐบาลไปส.ส.ฝ่ายค้านไปหารือกัน เพราะปกติปัญหาพวกนี้ไม่ค่อยมีปัญหาว่าสามารถเลื่อนเรื่องใดขึ้นมาพิจารณา หากเราเจรจากัน

ทั้งนี้ นายอรรถกร ในฐานะตัวแทนวิปรัฐบาล ขอให้พักการประชุม 15 นาที เพื่อตกลงร่วมกันและไม่เสียเวลาที่ประชุม ซึ่งนายชวน อนุญาตให้พักประชุม 10 นาที หลังจากที่เริ่มเข้าสู่การประชุมได้เพียง 9 นาที เท่านั้น อย่างไรก็ตามหลังพักการประชุมแล้วไม่สามารถตกลงร่วมกันได้ ทำให้ต้องใช้การลงมติเพื่อตัดสิน

อย่างไรก็ตามในส่วนของส.ส.พรรคก้าวไกลยืนยันขอให้อภิปรายเพื่อแสดงความเห็นก่อนการลงมติ โดยน.ส.วรรณวรี  ชี้แจงว่า สภาฯ ต้องร่วมสืบหาข้อเท็จจริงพื่อให้ความยุติธรรมกับประชาชนที่ถูกดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 111 รวมถึงต้องถอดบทเรียนเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้น อีกทั้งหากญัตติดังกล่าวไม่ได้รับการพิจารณาจะทำให้ญัตติด่วนอื่นๆที่สำคัญไม่สามาถพิจารณาได้ แม้จะเลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อน จะเท่ากับว่าไม่ให้ความสำคัญกับญัตติดังกล่าว

ขณะที่นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะวิปรัฐบาล อภิปรายว่า ขอให้ฝ่ายค้านใช้กลไกของวิป เพื่อหารือร่วมกัน และยอมรับกลไกของข้อบังคับการประชุมสภาฯ ไม่ใช่เสนอเลื่อนโดยไม่บอก หรือใช้กลไกนับองค์ประชุม หรือลงมติเพื่อทำให้ที่ประชุมเสียเวลา ทั้งนี้ตนขอให้ดำเนินการตามระเบียบวาระ ส่วนประเด็นที่ฝ่ายค้านต้องการควรใช้กลไกของวิปเพื่อทำงานร่วมกัน  และเป็นไปตามข้อตกลง

ทั้งนี้ก่อนการลงมติในญัตติที่จะขอเปลี่ยนแปลงระเบียบวาระประชุม นายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานวิปรัฐบาล เสนอญัตติให้เปลี่ยนการลงมติจากเดิมที่ต้องกดบัตรออกเสียง เป็นการลงมติโดยเปิดเผยด้วยการขานชื่อ ทำให้ที่ประชุมต้องตรวจสอบองค์ประชุมและขอมติในญัตติที่จะเปลี่ยนแปลงการลงมติดังกล่าวก่อน  

รัฐตั้งกองทุนคุ้มครองแรงงานนอกระบบ-เพิ่มสิทธิ ม.40

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ขณะนี้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ได้มีมติเห็นชอบจัดตั้งกองทุนส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิตและคุ้มครองแรงงานนอกระบบ มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นทุนหมุนเวียนสำหรับใช้จ่ายเกี่ยวกับการส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิตและการคุ้มครองแรงงานนอกระบบ เช่น การรณรงค์ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงานนอกระบบ การช่วยเหลือกลุ่มแรงงานนอกระบบหรือองค์กรแรงงานนอกระบบ 

รวมถึงการให้แรงงานนอกระบบสามารถกู้ยืมเงินจากกองทุนทั้งแบบรายบุคคลและรายกลุ่ม เพื่อเป็นทุนประกอบอาชีพและยกระดับคุณภาพชีวิต และมีหลักประกันทางสังคมสามารถเข้าถึงสิทธิประโยชน์ เช่น ประกันทรัพย์สิน ประกันชีวิต ซึ่งเป็นสิทธิประโยชน์นอกเหนือจากที่ผู้ประกันตนมาตรา 40 ได้รับจากกองทุนประกันสังคม สำหรับแหล่งรายได้ของกองทุนส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิตและคุ้มครองแรงงานนอกระบบมาจาก เช่น ค่าสมาชิกรายปีคนละ 360 บาท ทุนประเดิมที่รัฐบาลจัดสรรให้ครั้งเดียววงเงิน 100 ล้านบาท และเงินดอกผลของกองทุน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top