Saturday, 20 June 2026
Hard News Team

“อานนท์ แสนน่าน”และชาวอุดรธานีเป็นปลื้ม“ลุงตู่”ควง“ลุงป้อม”เปรียบเสมือนช้างเหยียบนาพญาเหยียบเมือง นำงบประมาณและความเจริญมาสู่จังหวัดเพื่อพัฒนาชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้น หวังให้มีการนำเป็นโมเดลสลายสีเสื้อสู่การรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

นายอานนท์ แสนน่าน ผู้ริเริ่มก่อตั้งหมู่บ้านเสื้อแดง และ อดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า พวกเราชาวอดีตหมู่บ้านเสื้อแดง 20 จังหวัดภาคอีสาน และ ประชาชนชาวจังหวัดอุดรธานี ปลื้มใจและดีใจเป็นอย่างยิ่งที่ทาง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หรือ “ลุงตู่” นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ หรือ “ลุงป้อม” รองนายกรัฐมนตรี ที่เดินทางมาตรวจราชการในพื้นที่ของ “จังหวัดอุดรธานี” เปรียบเสมือน “ช้างเหยียบนา พญาเหยียบเมือง” ที่จะนำเอางบประมาณและความเจริญมาสู่จังหวัดอุดรธานี และ จังหวัดใกล้เคียง เพื่อพัฒนาชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้น เพราะที่ผ่านมาอุดรธานีต้องการพัฒนาในด้านต่าง ๆ หลายด้าน

โดยฉพาะแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมะที่มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศมาเยี่ยมชมกราบไหว้ขอพรกันเป็นจำนวนมาก เมื่อนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีได้เดินทางลงพื้นที่ก็จะทำให้ทราบถึงความต้องการในการพัฒนาด้านต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี และที่สำคัญการลงพื้นที่ทั้ง 3 จุดของนายกรัฐมนตรีฯ ในครั้งนี้ทำให้ประชาชนที่เดินทางมาต้อนรับดีใจมากที่ท่านนายกฯเป็นกันเองพูดคุย ทักทาย จับมือ ถ่ายรูป และ ให้ชาวบ้านผูกผ้าขาวม้ากอดเอวได้ เป็นภาพที่น่ารักของท่านนายกฯ จึงทำให้หลายๆ คน “รักนายกฯลุงตู่มากขึ้นกว่าเดิม” นอกจากนั้นแล้วทางท่าน พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ หรือ “ลุงป้อม” รองนายกรัฐมนตรี ก็กันเองกับประชาชนที่เดินทางมาต้อนรับเดินมาทักทาย พูดคุย และ ขอบคุณประชาชนแทน “ลุงตู่” 

นายอานนท์ กล่าวอีกว่า และสำคัญคนที่เชิญ “ลุงตู่” และ “ลุงป้อม” 2 ป ลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดอุดรธานีในครั้งนี้ ตนต้องยกความดีและขอขอบคุณ ดร.เสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกฯ (พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา) ที่ประสานงานและเลือกจังหวัดอุดรธานีเป็นจุดลงตรวจงานของนายกฯพร้อมคณะ ที่อยากจะให้มาพบกับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่เคยเป็นอดีตหมู่บ้านเสื้อแดง และเปลี่ยนมาเป็นหมู่บ้านวิสาหกิจชุมชน จนสร้างงาน สร้างอาชีพภายในกลุ่มได้เป็นอย่างดี และตนหวังอย่างยิ่งว่าอยากจะให้จังหวัดอุดรธานีเป็นโมเดลในการสลายสีเสื้อ ไม่ต้องมีสีแดง สีเหลือง หรือ สีอื่น ๆ แต่พวกเราต้องการที่จะให้มีอย่างเดียวคือ การรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ตามปณิธานและความต้องการของ “นายกลุงตู่” เพราะท่านเป็นชายชาติทหารมีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ไม่เคยคิดคดทรยศ หรือ โก่งกินบ้านเมืองแต่อย่างใด

“องอาจ” จี้ รบ.เคาะเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ตามไทม์ไลน์ มี.ค.ปีหน้า ยันปชป.ส่งแข่งแน่นอน 

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ดูแลกทม. กล่าวถึงกรณีที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีระบุว่า การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จะมาหลังเลือกตั้งองค์การบริหารปกครองส่วนตำบล (อบต.) ว่า ถ้าดูตามไทม์ไลน์ของการเลือกตั้งท้องถิ่น จะเห็นว่ามีการเลือกตั้งมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เลือก อบจ. เมื่อเดือน ธ.ค. ปีที่แล้ว จากนั้นก็เลือกเทศบาล เมื่อเดือนมี.ค. 64 เว้นว่างช่วงโควิดระบาดหนักระลอกล่าสุด เมื่อโควิดคลี่คลายก็เลือก อบต. ไปเมื่อวันที่ 28 พ.ย.ที่ผ่านมา และเดือนมกราคมปีหน้าก็น่าจะเข้าสู่โหมดของการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ซึ่งตนเชื่อว่าทุกอย่างจะเป็นไปตามไทม์ไลน์ที่จะเลือกผู้ว่าฯ กทม. ได้ภายในเดือนมี.ค.ปีหน้า ไม่น่าจะดีเลย์ออกไปนานกว่านี้ ยกเว้นว่าจะมีโควิดระบาดระลอกใหม่จนถึงขั้นล็อคดาวน์ 

“ขณะนี้พี่น้องชาว กทม. รอเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และเลือกตั้ง สก. เพราะเรามีผู้ว่าฯ กทม. จากการแต่งตั้งของ คสช. มาตั้งแต่วันที่ 18 ต.ค.59 นานกว่า 5 ปี และมี สก. จากการแต่งตั้งของ คสช. มาตั้งแต่เดือน ก.ย.57 นานกว่า 7 ปี  ดังนั้นรัฐบาลจึงควรเคาะให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ สก. ได้แล้ว ไม่ควรยืดเวลาออกไปเรื่อยๆ โดยไม่มีสาเหตุที่สมควร ซึ่งตามไทม์ไลน์ รัฐบาลโดยมติ ครม. น่าจะมีมติให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ สก. ได้ในเดือน มี.ค.65”นายองอาจ กล่าว

 เผย “บิ๊กตู่” พอใจภาพรวมการฉีดวัคซีนโควิด-19 เข้าใกล้เป้าหมาย 100 ล้านโดส กำชับเร่งติดตามนักท่องเที่ยวจากประเทศเสี่ยง สกัดไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอน

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พอใจภาพรวมการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 โดยยอดรวมการให้บริการวัคซีนสะสมอยู่ที่   93,929,601 โดส  เข็มที่ 1 สะสม 48,594,537 โดส เข็มที่ 2 สะสม 41,827,020 โดส เข็มที่ 3 สะสม 3,490,779 โดส และเข็มที่ 4 สะสม 17,265 โดส ซึ่งเป็นการดำเนินการตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 1 ธันวาคม 2564   ซึ่งเข้าใกล้เป้าหมายของรัฐบาลที่วางไว้ให้มีการฉีดวัคซีน 100 ล้านโดส ภายในปี 2564 นี้   ขณะเดียวกัน ความคืบหน้าในการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้แก่กลุ่มนักเรียน นักศึกษา ที่มีอายุ 12 – 18 ปี ตั้งแต่วันที่ 4 ตุลาคม – 30 พฤศจิกายน 2564 แล้ว กว่า  5,836,791 โดส มากกว่าจำนวนที่เคยได้แจ้งความสมัครใจไว้

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกรัฐมนตรียังได้เตรียมจัดหาวัคซีนเพิ่มเติมสำหรับปี 2565  โดยมอบหมายให้กระทรวงสาธารณสุข ติดตามการพัฒนาวัคซีนเพื่อเจรจาเพิ่มเติมกับบริษัทผู้ผลิตวัคซีนเพื่อให้ไทยสามารถเปลี่ยนสูตรวัคซีนและนำเข้าเป็นวัคซีน Gen ใหม่ ได้  ควบคู่ไปกับการพันาและผลิตวัคซีนเองภายในประเทศ อาทิ วัคซีน ChulaCov19 และ วัคซีนใบยา (Baiya) เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการป้องกันไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ๆ  ที่มีการกลายพันธุ์ ได้รวมทั้ง โอไมครอน

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดโครงการอุปสมบทหมู่ข้าราชการตำรวจเฉลิมพระเกียรติ เพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมอุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9

พ.ต.อ.หญิง วิชญ์ชยากร  ณิชาบวร รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า 
ตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้จัดโครงการ “อุปสมบทหมู่เฉลิมพระเกียรติ เพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมอุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพและวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2564” ณ วัดเทพศิรินทราวาส ระหว่างวันที่ 26 พ.ย.ถึง 15 ธ.ค.64 นั้น

วันพุธที่ 1 ธ.ค.64 พล.ต.อ.ปิยะ อุทาโย รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธาน
ในพิธีอุปสมบทหมู่เฉลิมพระเกียรติฯ ณ วัดเทพศิรินทราวาส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร 

โดยมีผู้บังคับบัญชาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และข้าราชการตำรวจเข้าร่วมพิธีฯ ซึ่งมีกำหนดการ ดังนี้... 

• เวลา 16.30 น. พิธีถวายราชสักการะและเจริญพระพุทธมนต์สมโภชนาค ณ มณฑลพิธีลานพระศรีมหาโพธิ์ วัดเทพศิรินทราวาส
• เวลา 17.30 น. - พิธีมอบบาตรและผ้าไตร ณ มณฑลพิธีลานพระศรีมหาโพธิ์ วัดเทพศิรินทราวาส
• เวลา 18.00 น. - พิธีบรรพชาและอุปสมบท ณ พระอุโบสถวัดเทพศิริน
ทราวาส

รวบแล้ว..!! "ผบช.ภ.7" แถลง #รวบสาวมือเผาโกดังเก็บน้ำมัน สารภาพสิ้นหลังสอบเค้น พบพิรุธ อ้างเหตุแค้นนายจ้างด่า

1 ธันวาคม 2564 สภ.โพธิ์แก้ว ต.ท่าตลาด อ.สามพราน จ.นครปฐม พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ 

ผบช.ภ.7 พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมตัวผู้ต้องหา นางสาวสิราสินี หรือแอน ศรียา อายุ 38 ปี ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน​ "วางเพลิงเผาทรัพย์ของผู้อื่น ซึ่งทรัพย์นั้นเป็นโรงเรือนที่เก็บสินค้า, แจ้งความเท็จ (รู้ว่ามิได้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้น แจ้งข้อความแก่พนักงานสอบสวนหรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญาว่าได้มีการกระทำ และแจ้งความเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาแก่พนักงานสอบสวน ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย"

พล.ต.ท.ธนายุตม์ กล่าวว่า คดีนี้เหตุเกิด เมื่อวันที่ 24 พ.ย.2564 เวลาประมาณ 12.15 น. ได้มีเหตุเพลิงไหม้โกดังสำหรับเก็บน้ำมันของบริษัท ประภากรออยล์ จำกัด เลขที่ 26/15 หมู่ที่ 2 ต.อ้อมใหญ่ อ.สามพราน จ.นครปฐม    ซึ่งต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โพธิ์แก้ว พร้อมด้วยฝ่ายปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันบริหารเหตุการณ์ฉุกเฉิน โดยใช้รถดับเพลิงประมาณ 40 คัน และสามารถดับเพลิงได้ ในเวลาประมาณ 16.00 น. (รวมประมาณ 4 ชม.) 

ซึ่งตรวจสอบพบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ครั้งนี้ จำนวน 1 คน คือ น.ส.สิราสินี หรือแอน ศรียา ซึ่งเป็นพนักงานของบริษัทฯ ตำแหน่งหัวหน้าแผนกคลังสินค้า ให้การว่าขณะที่ตนเองทำหน้าที่ตรวจนับคลังสินค้าอยู่ ได้พบกับคนร้ายเป็นชาย 2 คนที่เข้ามาก่อเหตุวางเพลิง และถูกทำร้าย ก่อนจะหลบหนีไป

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ ประกอบการซักถามผู้ต้องหา พบมีพิรุธ จึงได้ทำการสอบสวนจนรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุวางเพลิงโกดังเก็บน้ำมันจริง โดยใช้ไฟแช็คจุดกระดาษแล้ววางไว้ในกล่องกระดาษบรรจุน้ำมันหล่อลื่นจำนวน 2 จุด จนเกิดเพลิงไหม้ดังกล่าว ไม่ได้มีคนร้ายเป็นชาย 2 คนตามที่ได้ให้การในครั้งแรกแต่อย่างใด สาเหตุเกิดจากความคับแค้นที่ถูกนายจ้างดุด่า จึงได้ทำการจับกุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

'โฆษก ตร.'​ ยัน!! ไฟล์ร่างยกฐานะสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นกระทรวงฯ​ แชร์ว่อนทางไลน์ เป็นเฟกนิวส์

1 ธ.ค.2564 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ​ (ตร.) พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษก ตร. ได้เปิดเผยว่า จากที่ปรากฏมีการแชร์ ไฟล์ข้อความ ร่าง ฯ ยกฐานะสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นกระทรวงตำรวจ นั้น  ขอยืนยันว่า ข้อมูลในไฟล์ ดังกล่าว มิได้เป็นข้อมูลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่วนจะเป็นข้อมูลจากที่ใด และมีการแชร์ข้อมูลดังกล่าวทางสื่อสังคมออนไลน์ ด้วยเหตุผลอันใดนั้นอยู่ระหว่างการตรวจสอบ 

ตร.เตือน รหัส OTP กุญแจดอกสุดท้าย ความลับที่ห้ามบอกใคร

1 ธ.ค.2564 พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ตามที่ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้มีนโยบายให้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แจ้งเตือนและประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนรู้เท่าทันถึงอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการสืบสวนจับกุมผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอดนั้น

ปัจจุบันพบพี่น้องประชาชนจำนวนมาก ยังขาดความเข้าใจและความระมัดระวังในการรักษาความปลอดภัยบัญชีของตน ทั้งบัญชีธนาคาร บัญชีสื่อสังคมออนไลน์ ตลอดจนบัญชีออนไลน์อื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นเรื่องของรหัสใช้ครั้งเดียว (OTP)หรือ One Time Password ทำให้พี่น้องประชาชนถูกคนร้ายฉวยโอกาสหลอกลวง เพื่อขอรหัส OTP และนำไปใช้ในการเข้าถึงข้อมูลหรือทำธุรกรรมทางการเงิน เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายจำนวนมาก เช่นที่ปรากฏเป็นข่าวว่า มีคนร้ายแอบอ้างตัวเป็นคอลเซ็นเตอร์ ผู้ให้บริการสกุลเงินดิจิทัลรายหนึ่ง โทรศัพท์เข้ามาหาเหยื่ออ้างว่าบัญชีของเหยื่อมีปัญหา จากนั้นได้สอบถามข้อมูลส่วนบุคคล และแจ้งว่าให้เหยื่อบอกรหัส OTP ที่ส่งไปให้ เพื่อยืนยันตัวตน จากนั้นคนร้ายจะนำ OTP ที่ได้รับไปใช้ในการทำธุรกรรม เอาเงินออกจากบัญชีผู้เสียหาย

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอประชาสัมพันธ์ให้ความรู้กับพี่น้องประชาชน เกี่ยวกับรหัส OTP เพื่อสร้างเกราะป้องกันให้กับพี่น้องประชาชน โดยรหัส OTP นั้นเป็นชุดรหัสผ่านใช้ครั้งเดียวที่ระบบสร้างขึ้นมาเพื่อความปลอดภัยในการทำธุรกรรมทางอินเตอร์เน็ต โดยเป็นชุดตัวเลขหรือตัวอักษรจำนวนหนึ่ง ที่ระบบจะสุ่มขึ้นมาและส่งไปให้กับเจ้าของบัญชี ทางอีเมล หรือโทรศัพท์มือถือ เพื่อใช้ในการตรวจสอบและยืนยันตัวตนผู้ใช้งาน นอกเหนือจากบัญชีผู้ใช้และรหัสผ่านตามปกติ ซึ่งจะช่วยรักษาความปลอดภัยให้กับบัญชีของพี่น้องประชาชน ถือได้ว่าเป็นปราการด่านสุดท้ายก่อนที่จะเข้าถึงข้อมูล จึงไม่ควรอย่างยิ่งที่จะบอกรหัส OTP ให้กับบุคคลอื่น เพราะอาจทำให้ถูกคนร้ายนำไปใช้โดยมิชอบได้

‘ประวิตร -โบว์’ ค้าน กลุ่มสามนิ้วแบนลูกหนัง ชี้ เกลียดพ่อแต่ลามไปลูก เป็นแนวคิดที่ล้าหลัง 

นักข่าวอาวุโสข่าวสด ชี้กรณีแบน ‘ลูกหนัง’ คือความเกลียด ตั้ว ศรัณยู ไปลงที่ลูกสาวแทน ย้ำไม่ใช่ความยุติธรรม แต่ล้างแค้นแบบไม่ถูกต้อง ด้านโบว์ ณัฏฐา ชี้ การโจมตีถึงขั้นอยากทำลายอนาคตลูกหลานคือวัฒนธรรมศาลเตี้ยที่ล้าหลัง ไม่เกิดพลังอะไรนอกจากผู้มีอำนาจนั่งยิ้ม

จากกรณีที่ในโซเชียลมีเดียวิพากษ์วิจารณ์กรณีที่ ลูกหนัง ศีตลา วงษ์กระจ่าง ลูกสาวของ ตั้ว ศรัณยู และ เปิ้ล หัทยา วงษ์กระจ่าง มีกำหนดเดบิวต์อย่างเป็นทางการที่ประเทศเกาหลีใต้ ในวันที่ 5 ม.ค. เป็นหนึ่งในสมาชิกของเกิร์ลกรุ๊ปใหม่ เอชวันคีย์ (H1-KEY) จากค่ายจีแอลจี หรือ GLG (Grandline Group) ซึ่งเปิดตัวไปเมื่อวันที่ 29 พ.ย. ที่ผ่านมา แต่กลับมีกระแสต่อต้านจากกลุ่มผู้สนับสนุนม็อบราษฎร หรือม็อบสามนิ้ว และผู้สนับสนุนนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำคณะก้าวหน้า กล่าวหาว่าบิดา คือ ตั้ว ศรัณยู ผู้ล่วงลับ เคลื่อนไหวการเมืองกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ทำให้เกิดรัฐประหารถึง 2 ครั้ง และได้นายกรัฐมนตรีที่ชื่อ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ระบุว่าเป็นสัญลักษณ์ของระบอบเผด็จการทหาร พร้อมติดแฮชแท็ก #แบนลูกหนัง และ #BANSITALA เพื่อไม่ให้มีที่ยืนในสังคมนั้น

เฟซบุ๊ก Pravit Rojanaphruk ของนายประวิตร โรจนพฤกษ์ ผู้สื่อข่าวอาวุโส เครือหนังสือพิมพ์ข่าวสด โพสต์ข้อความระบุว่า “ศาลตัดสินลงโทษ ยังลงโทษลูกเมียแทนมิได้ เราจึงมิสมควรลงโทษและบอยคอตหญิงคนหนึ่งเพราะสิ่งที่พ่อเธอก่อ (เธอเป็นเพียงตัวประกอบในการชุมนุมที่ไม่มีใครสนใจ จนกระทั่งจะเดบิวต์กับวง K Pop แล้วพบว่าเป็นลูกตั้ว ศรัณยู - และถามจริงว่าถ้าลูกหนังมิใช่ลูกของตั้ว ศรัณยู จะมีใครสนใจประเด็นนี้ไหม? เกลียดชังขนาดนี้ไหม? ยอมรับเถอะครับมันคือความเกลียดตั้ว ศรัณยู ที่ไปลงที่ลูกสาวแทน เพราะลำพังลูกสาวไปร่วมชุมนุม มิได้มีใครสนใจหรือจดจำ) ผมไม่เห็นด้วยกับการกดดันลูกหนังเพื่อลงโทษกับกรรมที่ตั้ว ศรัณยูทำ นี่มิใช่ความยุติธรรม แต่มันคือการล้างแค้นอย่างไม่ถูกต้อง เราควรจะมองไปในอนาคต มิใช่จมปลักอยู่กับความเกลียดชังในอดีต”

สำรวจซีอีโอ ส.อ.ท. กังวลต้นทุนพลังงานพุ่ง คาดกดรายได้ลง 20% วอนรัฐลดค่าน้ำ-ไฟ 

นายวิรัตน์ เอื้อนฤมิต รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยผลการสำรวจ FTI Poll จากผู้บริหาร ส.อ.ท. 160 ท่าน ครอบคลุมผู้บริหารจาก 45 กลุ่มอุตสาหกรรม และ 76 สภาอุตสาหกรรมจังหวัด หัวข้อ “สินค้าแพง ต้นทุนพุ่ง กระทบเศรษฐกิจไทยแค่ไหน?” พบว่า ผู้บริหาร ส.อ.ท. มองว่า ปัจจัยที่ทำให้ต้นทุนการผลิตปรับตัวสูงขึ้นจนส่งผลกระทบต่อราคาสินค้านั้น มาจากราคาน้ำมันและพลังงานโลกปรับตัวสูงขึ้น รวมทั้ง ปัญหาขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และค่าระวางเรือที่อยู่ในระดับสูง ทำให้รายได้ผู้ประกอบการลดลง 10-20% และคาดการณ์ว่าแนวโน้มต้นทุนการผลิตของภาคอุตสาหกรรมใน 3-6 เดือนข้างหน้า จะยังคงปรับเพิ่มขึ้นอีก 10-20%

‘อีลอน มัสก์’ วีนแตกทีมพัฒนาจรวด Starship หลังผลิตได้ล่าช้า จนอาจเสียงานในปีหน้า

อีลอน มัสก์ ผู้ก่อตั้งบริษัท SpaceX ออกอาการเหวี่ยงแรง เมื่อทราบข่าวการผลิตยานขับเคลื่อนยนต์ขับเคลื่อนจรวดรุ่นใหม่ที่ชื่อว่า ‘Raptor’ ไม่คืบหน้าอย่างที่ตั้งใจ และอาจเสี่ยงต่ออนาคตของ SpaceX ถึงขั้นล้มละลายได้ 

โดย อีลอน มัสก์ ได้ส่งอีเมลไปหาทีมงานฝ่ายการผลิต และเรียกปัญหาที่เกิดขึ้นว่าเป็น “The Raptor production crisis” - วิกฤติการผลิตเครื่องยนต์แร็ปเตอร์ และย้ำให้ทีมงานทราบถึงปัญหาใหญ่นี้ว่า “บริษัทเสี่ยงมากที่จะล้มละลายได้เลยถ้าพวกเราไม่สามารถบรรลุเป้าหมายที่จะพายานอวกาศ Starship ขึ้นบินได้จริงอย่างน้อย 2 สัปดาห์ต่อเที่ยวได้ในปีหน้า”

ยาน Starship เป็นโครงการระดับมหึมา และล้ำสมัยที่สุดของ SpaceX ที่จะให้ในการขนส่งในเชิงพาณิชย์ไปสู่ดวงจันทร์ และมุ่งมั่นที่จะพิชิตดาวอังคารให้ได้ มีการทดสอบ Prototype มาแล้วหลายรุ่นในฐานที่รัฐเท็กซัส แต่หากต้องการส่งยานให้ไกลถึงวงโคจรรอบโลก ต้องอาศัยเครื่องยนต์ขับเคลื่อนตัวใหม่ คือรุ่น Raptor ที่ต้องใช้ถึง 39 เครื่องยนต์ต่อยาน 1 ลำ 

สำหรับความล่าช้าของสายการผลิต และพัฒนายานขับเคลื่อนรุ่นใหม่ กลายเป็นปัญหาภายในบริษัท SpaceX ที่มีข่าวลือถึงความไม่พอใจของ อีลอน มัสก์ มาหลายเดือนแล้ว ตามมาด้วยข่าวการลาออกของ วิล เฮลสเลย์ รองประธานฝ่ายยานขับเคลื่อน และ ลี โรเซน รองประธานฝ่ายภารกิจการปล่อยยานสำรวจ 2 คีย์แมนหลักที่ทำงานให้กับ SpaceX มานานเกือบ 10 ปี ซึ่งคาดว่าน่าจะเกิดจากความล่าช้าของการพัฒนาเครื่องยนต์ Raptor นี่เอง

หลังจากปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้น ตัวอีลอน มัสก์ ที่มีแผนจะพักผ่อนยาวในช่วงเทศกาลวันขอบคุณพระเจ้า ก็จำเป็นต้องยกเลิกทริปพักผ่อน กลับมาจี้งานผลิตเครื่องยนต์ Raptor ด้วยตัวเอง ซึ่งเรื่องนี้น่าจะจริง เพราะมีอีเมลยืนยันว่า อีลอน มัสก์ ร้อนใจกับโครงการพัฒนายานอวกาศของเขาขนาดไหน หลุดถึงสำนักข่าว CNBC ของสหรัฐอเมริกากันเลยทีเดียว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top