Saturday, 20 June 2026
Hard News Team

"สุเทพ"  มั่นใจใช้ข้อเท็จจริงสู้คดีทุจริตโรงพัก 396 แห่ง มั่นใจ ทำตามมติ ครม.ยันไม่ได้ยุ่งการจัดซื้อจัดจ้าง ตั้งข้อสังเกตเหตุใด ป.ป.ช.ฟ้องเอง เพราะอัยการสั่งไม่ฟ้อง

ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงแหน่งทางการเมือง   นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ได้เดินมาศาลฏีกาแผนกอาญาผู้ดำรงตำแหน่งการเมือง สนามหลวง ตามนัด ที่ป.ป.ช.ส่งตัวฟ้องศาล  กรณียื่นฟ้องในคดีทุจริตสร้างสถานีตำรวจ 396 แห่งทั่วประเทศ และแฟลตตำรวจ 163 หลัง  รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 5,200 ล้านบาท 

โดยนายสุเทพยืนยันต่อสู้คดีด้วยข้อเท็จจริง และชี้ว่าถือเป็นโอกาสดีที่จะได้ชี้แจงข้อกล่าวหาการทุจริตโครงการก่อสร้างสถานีตำรวจ หลัง ป.ป.ช.สอบสวนคดีมานายนับ 10 ปี ส่งผลต่อชื่อเสียง ทั้งที่ได้ต่อสู้เรื่องต้านการทุจริตมาตลอด แต่มาถูกกล่าวหาการทุจริตเสียเอง  และยืนยันข้อต่อสู้คดีว่าไม่ได้กระทำการใดที่ผิดจากมติ ครม. 

และการสั่ง การและ พิจารณาต่างๆ อยู่บนพื้นฐานของข้อกฎหมายระเบียบปฏิบัติ ในฐานะที่กำกับดูแล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ตัดสินใจในแง่ของนโยบาย การปฎิบัติตามอำนาจหน้าที่ และไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง โดยอนุมัติตามที่มีการเสนอได้ในราคาต่ำกว่าราคากลางกว่า 500 ล้านบาท ซึ่งเจ้าหน้าที่แต้งง่าผ่านการประมูลชอบตามกฎหมายแล้วจึงได้ลงนาม ซึ่งพิสูจน์ได้ว่าไม่ได้เอื้อประโยชน์อะไรกับบริษัท การสร้างสถานีตำรวจไม่แล้วเสร็จเป็นเรื่องของการบริหารจัดการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

จับตาครม. เคาะโครงการประกันรายได้พืชเกษตรแสนล้าน

การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)  มีวาระที่เกี่ยวข้องกับทางด้านเศรษฐกิจเสนอให้กับที่ประชุมพิจารณา โดยเฉพาะโครงการประกันรายได้เกษตรพืชเกษตรตามนโยบายรัฐบาล โดยกระทรวงพาณิชย์ เสนอโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว เพิ่มเติม หลังจากได้เสนอครม.ขออนุมัติการจ่ายเงินแล้วในงวดแรก รวมทั้งยังเสนอโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิต เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2564/2565 ขณะที่กระทรวงเกษตรฯ เสนอโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยางระยะที่ 3 คิดเป็นวงเงินรวมกว่า 1.4 แสนล้านบาท 

ทั้งนี้ภายหลังจากผ่านการเห็นชอบแล้ว ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จะเร่งจ่ายเงินลงไปยังบัญชีเกษตรกรทันที เพราะที่ผ่านมาการดำเนินโครงการนี้ คณะกรรมการนโยบายการเงินการคลังของรัฐ  เห็นชอบให้ขยายเพดานก่อหนี้ตาม พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง มาตรา 28 จาก 30% เป็น 35% ชั่วคราว 1 ปี ทำให้รัฐบาลมีวงเงินกู้เพิ่มขึ้น 1.55  แสนล้านบาท เพื่อนำมาใช้กับโครงการได้ต่อเนื่อง


 

'สาธิต' เผย สธ. ชง ครม. แก้มติศบค. กลับไปใช้วิธีตรวจแบบ RT-PCR นทท.เข้าประเทศ ป้องโอไมครอน ชี้ ไฟเขียว ขยายเยียวยา อสม. อีก 6 เดือน 

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า เนื่องจากปัญหาการระบาดของสายพันธุ์โอไมครอน ในการประชุมครม. วันเดียวกันนี้ กระทรวงสาธารณสุขจะนำเสนอให้ที่ประชุมครม. ทบทวนมติศบค. เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน ที่ให้มีการตรวจหาเชื้อโควิด- 19 จาก RT-PCR เหลือเพียงการตรวจแบบ ATK ซึ่งจะเริ่มในวันที่ 16 ธันวาคม โดยกระทรวงสาธารณสุขจะขอให้กลับไปใช้วิธีแบบ RT-PCR เหมือนเดิม โดยเป็นการใช้มติครม. แก้ไขมติศบค. เพื่อให้มีคัดกรองอย่างเข้มข้น สำหรับผู้ที่เดินทางมาจาก 63 ประเทศ และจะไม่มีการพิจารณาให้มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเพิ่มนอกจาก 63 ประเทศนี้ 

นายสาธิต กล่าวว่า ส่วนการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ในประเทศไทยในปัจจุบันเรายังไม่พบโอไมครอน ยังคงใช้การตรวจแบบ ATK เช่นเดิม แต่กรณีที่เดินทางมาจากต่างประเทศ จำเป็นต้องตรวจแบบ RT-PCR  ซึ่งหากพบว่าเป็นบวก ก็จะต้องไปตรวจว่าเป็นโอไมครอน หรือไม่ ส่วนนักท่องเที่ยวที่การเข้าประเทศแบบวิธี Test&Go ยังยึดวิธีแบบเดิม ที่จะต้องรอผลตรวจ RT-PCR ให้เป็นลบก่อน 

 

'ไบเดน' รับหวั่น!! Omicron​ แต่ยังไงก็ไม่ล็อกดาวน์ แนะ!! ปชช.สหรัฐฯ​ อย่าตื่นตระหนกเกินเหตุ 

ประธานาธิบดีโจ ไบเดน แห่งสหรัฐฯ เผย​ ตัวกลายพันธุ์ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ Omicron​ เป็นบ่อเกิดแห่งความกังวล แต่แนะพลเมืองอเมริกาอย่าได้ตื่นตระหนก และเผยว่าอเมริกากำลังจัดทำแผนฉุกเฉินกับบริษัทยาทั้งหลายหากว่าวัคซีนใหม่มีความจำเป็น

ไบเดนระบุว่าสหรัฐฯ​ จะไม่กลับเข้าสู่มาตรการล็อกดาวน์เพื่อหยุดการแพร่ระบาดของ​ Omicron​ และจะเปิดตัวกรอบยุทธศาสตร์ในวันพฤหัสบดี​ (2 ธ.ค. 64) สำหรับต่อสู้กับโรคระบาดใหญ่ในช่วงฤดูหนาว พร้อมเรียกร้องประชาชนเข้ารับวัคซีน ฉีดเข็มกระตุ้นและสวมหน้ากาก

"ตัวกลายพันธุ์นี้เป็นบ่อเกิดแห่งความกังวล แต่ไม่ได้ก่อความตื่นตระหนก" ไบเดนกล่าวที่ทำเนียบขาว หลังประชุมร่วมกับคณะทำงานด้านโควิด-19 ของเขา "เรากำลังจะสู้และเอาชนะตัวกลายพันธุ์ใหม่นี้" ไบเดนระบุ

ทั้งนี้​ Omicron​ กำลังกระตุ้นให้ประเทศต่าง ๆ​ ทั่วโลก รวมถึงสหรัฐฯ จำกัดการเดินทางจากภูมิภาคทางใต้ของทวีปแอฟริกา หลังจากพบไวรัสตัวดังกล่าว ผนวกกับในวันจันทร์​ (29 พ.ย.) องค์การอนามัยโลกเตือนว่า​ Omicron​ มีความเสี่ยงสูงมากที่จะทำให้เกิดการติดเชื้อพุ่งพรวดขึ้นในหมู่นานาประเทศ แม้จนถึงตอนนี้จะยังไม่พบผู้เสียชีวิตที่เชื่อมโยงกับตัวกลายพันธุ์ล่าสุดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ดังกล่าวก็ตาม

ทั้งนี้ ประธานาธิบดีไบเดน​ ยอมรับว่า​ เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เคสผู้ติดเชื้อ​ Omicron​ จะเกิดขึ้นในสหรัฐฯ แต่ เจน ซากี โฆษกทำเนียบขาวยืนยันว่าตัวกลายพันธุ์นี้ไม่ควรเป็นสาเหตุให้ชาวอเมริกันชนเปลี่ยนแผนการเดินทางช่วงวันหยุดยาว ตราบใดที่พวกเขาฉีดวัคซีนแล้วและสวมหน้ากาก

ไบเดนเชื่อว่าวัคซีนที่มีอยู่ในปัจจุบันจะยังคงปกป้องการติดเชื้ออาการรุนแรง แต่ระบุรัฐบาลของเขากำลังทำงานร่วมกับบรรดาผู้ผลิตวัคซีน ไม่ว่าจะเป็นไฟเซอร์, โมเดอร์นา​ และจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน เพื่อร่างแผนฉุกเฉิน

"ในกรณีที่...ซึ่งหวังว่าจะไม่เป็นเช่นนั้น วัคซีนรุ่นอัปเดตหรือเข็มกระตุ้นมีความจำเป็นสำหรับตอบโต้ตัวกลายพันธุ์ใหม่นี้ เราจะเร่งพัฒนามันและใช้งานมันร่วมกับทุกเครื่องไม้เครื่องมือที่สามารถหยิบหาได้" เขากล่าว พร้อมระบุว่าเขาจะสั่งการไปยังสำนักงานอาหารและยาแห่งสหรัฐฯ​ (เอฟดีเอ) และศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติสหรัฐฯ​ (ซีดีซี) เพื่อให้วัคซีนเหล่านี้หยิบหาได้โดยเร็วที่สุด

“บิ๊กตู่”สั่งผลักดันการท่องเที่ยว Wellness Tourism และ Medical Tourism รองรับการท่องเที่ยวในยุคโควิด-19

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า หนึ่งในแนวนโยบายของรัฐบาลภายใต้การกำกับดูแลของพล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 คือ การส่งเสริมภาคการท่องเที่ยว โดยสั่งการให้ต้องดำเนินควบคู่ไปกับการปรับกลยุทธ์ของภาคการท่องเที่ยว เพื่อให้สอดรับกับความปลอดภัยทางมาตรการสาธารณสุข การลดลงของจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาประเทศไทย และความต้องการของนักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพ 

“โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) รับลูกจากการสั่งการของนายกรัฐมนตรี เตรียมส่งเสริมและการขยายการท่องเที่ยวในรูปแบบ Medical Tourism (การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์) และ Wellness Tourism (การท่องเที่ยวเชิงส่งเสริมสุขภาพ) เพื่อเป็นการปรับกลยุทธ์การท่องเที่ยวในปี 2565 ให้สอดรับกับสถานการณ์ในปัจจุบัน จากที่ให้ความสำคัญกับปริมาณนักท่องเที่ยวเป็นหลัก เปลี่ยนมาให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวที่สร้างมูลค่าสูง หรือมีค่าใช้จ่ายต่อหัวของนักท่องเที่ยวที่สูงแทน อาทิ การท่องเที่ยวในรูปแบบ Medical Tourism และ Wellness Tourism ที่มีค่าใช้จ่ายต่อหัวอยู่ที่ 80,000-120,000 บาท

รวมถึงให้ความสำคัญกับคุณภาพของการท่องเที่ยวที่จะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value added) ให้กับสินค้าและบริการ ในขณะเดียวกัน กระทรวงสาธารณสุขพร้อมตอบรับเตรียมดำเนินการคู่ขนานตาม ยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (Medial Hub) พ.ศ. 2560-2569 สนับสนุนการใช้สมุนไพรไทย เพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมสุขภาพ (Wellness) ให้กับนักท่องเที่ยวให้ได้รับความผ่อนคลายจากผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยในแต่ละท้องถิ่น อาทิ บริการนวดไทยเพื่อสุขภาพ ซึ่งยังช่วยสร้างรายได้ให้กับชุมชนในพื้นที่การท่องเที่ยวต่างๆ ด้วย “ นายธนกรกล่าว

 

‘จีน’ ยัน มาถูกทาง ตั้งการ์ดสูงคุมโควิด ชี้ หากรีบเปิดพรมแดน เสี่ยงติดเชื้อ 6 แสนคน/วัน

คิดถูกแล้วที่ยังไม่เปิดประเทศ จีนยันนโยบาย Zero-Covid มาถูกทางแล้ว หากรีบเปิดพรมแดนมีสิทธิ์เจอการระบาดระลอกใหญ่มากกว่า 6 แสนคนต่อวัน 

นักคณิตศาสตร์ แห่งมหาวิทยาลัยปักกิ่งเตือนว่า จีนยังไม่พร้อมที่จะเปิดประเทศในเวลานี้ หากฝืนเปิดพรมแดนอาจเสี่ยงที่จะเจอการระบาดระลอกยักษ์ ที่มีผู้ติดเชื้อสูงถึง 6.3 แสนคนต่อวันได้

ข้อสันนิษฐานนี้ มีการรับรองและตีพิมพ์ในวารสาร China CDC Weekly โดยกรมควบคุมโรคของจีน จากการศึกษาข้อมูลของทีมอาจารย์ภาควิชาคณิตศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยปักกิ่ง ที่ไม่เห็นด้วยกับการเริ่มผ่อนคลายมาตรการสกัดการระบาด Covid-19 ให้เป็นศูนย์ หรือ Zero-Covid Policy และพิจารณาแผนการเปิดเมือง เปิดประเทศตามชาติตะวันตก

หากจีนจะเปิดประเทศได้อีกครั้ง ต้องแน่ใจว่าฉีดวัคซีนครบโดส ครอบคลุมประชากรเป้าหมายเรียบร้อย และมีการเตรียมพร้อมด้านการแพทย์อย่างเหมาะสมแล้วเท่านั้น เพื่อรับมือหากเกิดคลื่นการระบาดระลอกใหม่หลังเปิดประเทศอย่างในสหรัฐอเมริกา อังกฤษ สเปน หรือฝรั่งเศส

เป็นเวลาเกือบ 2 ปีแล้ว ตั้งแต่จีนพบการระบาดของเชื้อ Covid-19 เป็นที่แรกของโลกที่เมืองอู่ฮั่น ก็ได้ใช้นโยบาย Zero-Covid Policy ปิดเมืองเข้มทุกที่ที่พบการระบาดมาตลอด จนสามารถสกัดการระบาดได้สำเร็จภายในระยะเวลาเพียงแค่ 3 เดือน ก็กลับมาเปิดเมืองได้อีกครั้ง และเชื่อมั่นว่าเป็นวิธีที่ได้ผลที่สุดในการสกัดการระบาดเพิ่มเป็นวงกว้างได้ 

แต่โมเดลการควบคุมโรคของจีน ไม่สามารถใช้ได้กับทุกที่ในโลก อย่างกลุ่มประเทศเสรีนิยมตะวันตก ที่การจำกัดการเดินทาง หรือกักบริเวณถือเป็นการลิดรอนสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของมนุษย์ จึงมักพบข่าวการประท้วงอย่างรุนแรงเมื่อรัฐบาลใช้มาตรการล็อกดาวน์อยู่บ่อย ๆ

‘ก้าวไกล’ ยินดี ‘คณะก้าวหน้า’ ชนะใจชาวบ้าน หลังคว้าชัยเลือกตั้ง อบต. 38 แห่ง ทั่วประเทศ

ชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวแสดงความยินดีต่อชัยชนะของคณะก้าวหน้า หลังมีการประกาศผลการเลือกตั้ง อบต.ทั่วประเทศ โดยคณะก้าวหน้าคว้าชัยชนะทั้งหมด 38 แห่งทั่วประเทศ 

ชัยธวัช ระบุว่า นี่คือปรากฏการณ์ความตื่นตัวของการเมืองท้องถิ่น ที่พี่น้องประชาชนต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลงในท้องถิ่นตนเอง ซึ่งการเมืองระดับท้องถิ่นเป็นการเมืองที่ตัวแทนของพี่น้องประชาชนสามารถใช้ความรู้ ความสามารถและงบประมาณในการพัฒนาได้อย่างเต็มที่

บังกลาเทศ - ปลาฮิลซ่า สมบัติของชาติและสัญลักษณ์ของบังกลาเทศ

Chandpur/บังกลาเทศ - Hilsa (ชื่อวิทยาศาสตร์: Tenualosa Hilsa) เป็นปลาประจำชาติของบังคลาเทศ เป็นปลาทะเลที่มาถึงแม่น้ำของบังคลาเทศและอินเดียตะวันออกเพื่อวางไข่

​​​

Hilsa เป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่ชาวเบงกาลีและในหลายพื้นที่ของอินเดีย เช่น เบงกอลตะวันตก โอริสสา ตริปุระ และอัสสัม

ในปี 2017 ปลา Hilsa ของบังกลาเทศได้รับการยอมรับว่าเป็นตัวบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์หรือผลิตภัณฑ์ GI Md. Anisur Rahman หัวหน้าเจ้าหน้าที่วิทยาศาสตร์ของ Md. Anisur Rahman กล่าว

ปลาชนิดนี้มีรสชาติและกลิ่นที่ยอดเยี่ยมและยังอุดมไปด้วยคุณภาพอาหาร ประกอบด้วยคาร์โบไฮเดรต ไขมัน วิตามิน และแร่ธาตุในระดับสูง รวมทั้งกรดไขมันอิสระโอเมก้า 3 กรดอะมิโนที่จำเป็น แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก และวิตามิน A, D และ B

ปัจจุบัน Hilsa พบในแม่น้ำประมาณ 100 แห่งของบังกลาเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แม่น้ำสายหลักของแอ่งปัทมาและเมกห์นา แม่น้ำสาขา ปากแม่น้ำ และพื้นที่ชายฝั่งทะเลของอ่าวเบงกอลมักแวะเวียนมาที่ฮิลซาด้วย นอกจากนั้นก็จับจากทะเลแต่ปลาทะเลไม่อร่อยเท่าปลาแม่น้ำ

ชาวประมงและพ่อค้ามองว่า Padma Hilsa มีราคาสูงเนื่องจากมีความต้องการซื้อสูง โดยอ้างว่า Chandpur Hilsa “ดีที่สุดในบังกลาเทศ” และมีรสชาติดีกว่าภูมิภาคอื่นๆ
ถึงกระนั้นผู้ซื้อจากภูมิภาคต่าง ๆ ก็แห่กันไปที่เมืองเพื่อซื้อปลาประจำชาติของฮิลซาเท่านั้น บางคนต้องเดินทางไกลจากซิลเหตไปยังเมือง Chandpur เป็นระยะทางกว่า 300 กิโลเมตร เพื่อเอาปลาที่อร่อยนี้ไปส่งที่บ้านของพวกเขา

“เราได้ยินมาเสมอว่ารสชาติของ Chandpur Hilsa นั้นแตกต่างออกไป ฉันซื้อปลา 5 กก. เพื่อส่งไปที่บ้านของฉัน ฉันซื้อปลาขนาด 1 กิโลกรัมในราคา 1,000 รูปีต่อกิโลกรัม” Sahidul Islam บอกกับสำนักข่าว A24

‘ก้าวไกล’ ชวนจับตากม. ล้างมรดกบาปคสช. หลังฉบับประชาชน บรรจุเข้าสภา 1 ธ.ค. นี้

‘ก้าวไกล’ ชวนติดตาม ร่างกฎหมาย ‘ล้างมรดก คสช.’ ฉบับประชาชน เข้าสภา ‘โรม’ จี้ ‘ประธานสภา’ อย่าดอง ร่างฯ อนค. ให้บรรจุเข้าพิจารณาพร้อมกันด้วย ยืนยันพรรคก้าวไกลพร้อมโหวตรับหลักการการล้างมรดกบาป คสช.

รังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองเลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวว่า สัปดาห์นี้ถือเป็นอีกหมุดหมายสำคัญในการล้างมรดก คสช. เนื่องจากทางไอลอว์ในฐานะผู้ประสานงานเครือข่ายภาคประชาชนที่ต้องการ ‘รื้อมรดกคสช.’ ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรว่า ร่างพ.ร.บ.ยกเลิกประกาศและคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย พ.ศ. ....ที่ เข้าชื่อเสนอโดยประชาชน 13,409 คน ให้ยกเลิกประกาศและคำสั่งของ คสช. รวม 35 ฉบับ ได้ถึงคิวการพิจารณาและจะบรรจุในวาระการประชุมของสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2564 นี้ 

โดย รังสิมันต์ กล่าวต่อไปว่า ตนและพรรคก้าวไกลขอสนับสนุนร่างกฎหมายของประชาชนและการอภิปรายที่กำลังจะมีขึ้นในครั้งนี้อย่างเต็มที่ พร้อมกันนี้อยากเชิญชวนให้สื่อมวลชนและพี่น้องประชาชนติดตามการอภิปราย เพื่อช่วยกันส่งเสียงไปให้ถึง ส.ส. ในสภาทุกคน ให้มาร่วมกับประชาชนในการปลดอาวุธ คสช. ที่ยังคงอยู่ ถึงแม้ว่าตอนนี้ คสช. จะหมดสถานะไปแล้วในทางกายภาพ แต่ในความเป็นจริงยังมีวิญญาณร้ายสิงอยู่ผ่านประกาศคำสั่งทั้งหลายที่ได้รับการรับรองโดยรัฐธรรมนูญ มาตรา 279 ทำให้มีผลบังคับใช้ตลอดไปจนกว่าจะถูกยกเลิก ซึ่งช่องทางการยกเลิกในระบบประชาธิปไตยก็คือ การเสนอให้รัฐสภาออกพระราชบัญญัติมายกเลิก

“หากมรดกบาปเหล่านี้ยังอยู่ ประเทศไทยจะไม่อาจกลับคืนสู่สภาวะปกติ เป็นประชาธิปไตยที่ยืนอยู่บนหลักนิติรัฐได้เลย ด้วยเหตุนี้ อดีตพรรคอนาคตใหม่จึงประกาศนโยบายเรื่องจัดการ ‘มรดกบาปคสช.’ ไว้เป็นหนึ่งในนโยบายการเลือกตั้ง 24 มี.ค. 62 และได้ดำเนินการตามนโยบายดังกล่าวผ่านกลไกของสภาผู้แทนราษฎร มีการร่างพ.ร.บ.ยกเลิกประกาศคำสั่งของหัวหน้า คสช. และได้เสนอเข้าสู่สภา โดยอาจารย์ปิยบุตร แสงกนกกุล ตั้งแต่วันที่ 6 ก.ย. 62 เนื้อหาหลักใหญ่ใจความคือ ยกเลิกประกาศคำสั่งหัวหน้า คสช. ทั้งสิ้น 17 ฉบับ เนื่องจากหลายฉบับมีเนื้อหาที่กระทบสิทธิมนุษยชน ขัดหลักการความยุติธรรม ขาดหลักนิติรัฐนิติธรรม และเป็นประกาศที่ออกมาช่วง คสช. ครองอำนาจ ที่ขาดการมีส่วนร่วมประชาชน”

‘ดีพร้อม’ ยกระดับกาแฟภาคเหนือตอนบนไทย ปั้น ‘แลนด์มาร์กอาราบิก้า’ ชิงแชร์ 4 หมื่นล้าน 

ดีพร้อม ติดสปีดผู้ประกอบการ “กาแฟอาราบิก้าภาคเหนือตอนบน” โตทะลุ 5 พันล้าน พร้อมปรับแนวทางธุรกิจรับยุคชีวิตวิถีใหม่ (New Normal) - เทรนด์โลกกับคาเฟ่ครบวงจร 

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม ต้อนรับเปิดประเทศ และสอดรับนโยบายกระทรวงอุตสาหกรรมในการยกระดับกาแฟอาราบิก้าอย่างครบวงจรจากต้นสู่แก้ว (Coffee to Cup : C2C) ภายใต้อัตลักษณ์กาแฟภาคเหนือ โดยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2562 - ปัจจุบัน ได้ทำให้มูลค่าของตลาดกาแฟในภาคเหนือตอนบนเติบโตมากขึ้นถึง 5,000 ล้านบาท พร้อมเผยแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมดังกล่าว รับการเติบโตของธุรกิจร้านเครื่องดื่ม (คาเฟ่) รวมถึงพฤติกรรมการเว้นระยะห่าง และการปรับรูปแบบการเลือกซื้อสินค้า อาทิ การพัฒนาคุณภาพมาตรฐานเมล็ดกาแฟ การเพิ่มโอกาสในการขยายตลาด พร้อมยกระดับกาแฟอาราบิก้าภาคเหนือตอนบนให้มีมาตรฐาน และเป็นแหล่งเพาะปลูกสำคัญในระดับโลก

นายณัฐพล รังสิตพล อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลได้ขับเคลื่อนนโยบายเปิดประเทศ และในช่วงที่ประเทศไทยเริ่มกลับมาดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้มากขึ้น นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม จึงได้มอบนโยบายให้ดีพร้อมเร่งฟื้นฟูภาคส่วนสำคัญทั้งด้านเกษตรกรรม อุตสาหกรรม การท่องเที่ยว รวมทั้งการเข้าถึงวิสาหกิจชุมชนในหลาย ๆ พื้นที่ โดยนโยบายที่สำคัญด้านหนึ่งคือการยกระดับกาแฟอาราบิก้าให้เกิดขึ้นอย่างครบวงจร ภายใต้อัตลักษณ์กาแฟภาคเหนือ เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์กาแฟที่มีคุณภาพและทำให้ภาคเหนือตอนบนเป็นแหล่งผลิตเมล็ดกาแฟที่มีชื่อเสียง ทั้งนี้ ตั้งแต่เริ่มพัฒนาอุตสาหกรรมดังกล่าวในปี 2562 จนถึงปัจจุบันได้ผลักดันทักษะของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมกาแฟในภาคการผลิตและภาคบริการให้ก้าวสู่ทิศทางที่ดีขึ้น

การพัฒนาดังกล่าว ยังเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้มูลค่าของตลาดกาแฟของภาคเหนือตอนบน เติบโตมากขึ้นถึง 5,000 ล้านบาท พร้อมทั้งเป็นแรงผลักดันให้การเติบโตของอุตสาหกรรมกาแฟในประเทศไทยเฉลี่ยปีละ 10-15% โดยตลาดกาแฟในประเทศไทยปี 2562 มีมูลค่าตลาดอยู่ที่ราว 37,000 - 38,000 ล้านบาท ส่วนในปี 2563 ที่ผ่านมา มูลค่าของตลาดกาแฟในประเทศไทยอยู่ที่ 42,537 ล้านบาท แบ่งเป็นกาแฟสด 4,119 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 9.7 อัตราขยายตัวเฉลี่ยอยู่ที่ 5.8% ต่อปี ส่วนกาแฟสำเร็จรูปอยู่ที่ 38,418 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 90.3 และมีอัตราขยายตัวเฉลี่ยอยู่ที่ 3.8% ต่อปี นอกจากนี้ เมื่อศึกษามูลค่าในระดับโลกยังมีการคาดการณ์ว่าตลาดกาแฟในช่วงระหว่างปี 2564 - 2566 จะมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องปีละ 9% และมีมูลค่าที่สูงมากถึง 191.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

นายณัฐพล กล่าวเพิ่มเติมว่า ดีพร้อมยังได้มีการศึกษาภาพรวมในตลาดกาแฟซึ่งพบว่ามีหลายปัจจัยที่เป็นตัวเร่งให้ผู้ประกอบการต้องปรับรูปแบบในการดำเนินธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการเติบโตของธุรกิจร้านเครื่องดื่ม (คาเฟ่) ที่เพิ่มขึ้นในพื้นที่ต่าง ๆ การลดบริโภคเครื่องดื่มนอกบ้านจากมาตรการล็อกดาวน์ ภายใต้สถานการณ์การระบาดโควิด-19 และเปลี่ยนพฤติกรรมมาสู่ยุคชีวิตวิถีใหม่ (New Normal) การดื่มกาแฟสด - เลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากช่องทางออนไลน์และดิลิเวอรี่เพิ่มมากขึ้น จากปัจจัยดังกล่าว ดีพร้อมจึงได้มีแนวทางเพิ่มโอกาสการเติบโตของผู้ผลิตกาแฟในพื้นที่ภาคเหนือผ่านโครงการยกระดับศูนย์กลางการพัฒนาอัตลักษณ์กาแฟอะราบิก้าภาคเหนือ ด้วยแนวทางที่สำคัญดังนี้...


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top