Saturday, 20 June 2026
Hard News Team

‘บิ๊กตู่’ เปิดโครงการ ‘รพ.อัจฉริยะระดับโลก’! ใช้ ‘5G-AI’ ช่วยหมอ พร้อมขยายต่อรพ. ทั่วประเทศ!

นายกฯ เปิดโครงการ "ศิริราชต้นแบบโรงพยาบาลอัจฉริยะระดับโลก" แห่งแรกของไทย ดึงเทคโนโลยีเครือข่าย 5G - ระบบปัญญาประดิษฐ์ ประยุกต์ใช้เพิ่มประสิทธิภาพทางการแพทย์ เตรียมขยายต่อทั่วประเทศ ระบุรับใส่เกล้าพระราโชบายในหลวง ทำให้ปชช. มีความสุขมากที่สุด

16 ธ.ค. 64 ที่ห้องประชุมราชปนัดดาสิรินธร อาคารศรีสวรินทิรา โรงพยาบาลศิริราช เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานในพิธีเปิดงานโครงการ “ต้นแบบโรงพยาบาลอัจฉริยะระดับโลกด้วยเทคโนโลยีเครือข่าย 5G และระบบปัญญาประดิษฐ์” โดยมี นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ดร.นที ศุกลรัตน์ รองประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม นายหาน จื้อเฉียง เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย นายอาเบล เติ้ง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมงาน

โดยพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ทุกคนทราบดีอยู่แล้วว่าเทคโนโลยีเป็นสิ่งสำคัญมากในการพัฒนาประสิทธิภาพทุกมิติ รวมถึงด้านสุขภาพและทางการแพทย์ รัฐบาลจึงเล็งเห็นความจำเป็นในการนำมาพัฒนาประเทศ จึงมีนโยบายนำเทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพภาครัฐ และตอบสนองความต้องการประชาชนได้ทั่วถึง โดยการนำมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ทุกมิติ จึงได้กำหนดเป็นยุทธศาสตร์ ซึ่งตั้งแต่ตนเองเข้ามาก็เดินหน้ามาตลอดตั้งแต่ 3G 4G จนมาถึง 5G ต้องเดินหน้าทุกอย่างให้เร็วทันการเปลี่ยนแปลงของโลก

ทั้งนี้ได้เน้นคุณภาพบริการและรักษาพยาบาลตั้งแต่ระบบปฐมภูมิ ทุติยภูมิ และตติยภูมิ เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มเข้าถึงระบบบริการรักษาพยาบาลอย่างเพียงพอทั่วถึง สร้างความเท่าเทียมในด้านโอกาสและเป็นธรรม โดยขยายการดำเนินการไปสู่โรงพยาบาลอื่น ๆ ต่อไปด้วย

ชำแหละข้อผิดพลาด ‘อนาคตใหม่ถึงก้าวไกล’ มองข้าม ‘คนรุ่นเก่า’ ผู้ทรงอำนาจทางการเมือง

ดร.เฉลิมพล ไวทยางกูร นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กประเด็น จากพรรคอนาคตใหม่…ถึงก้าวไกล…ไปต่ออย่างไร ว่าสมัยที่เริ่มตั้งพรรคอนาคตใหม่ สนใจมากเหมือนกัน เพราะเข้ากับแนวโน้มของโลกที่คนรุ่นใหม่อายุน้อยเริ่มเข้ามามีบทบาททางการเมืองในหลายประเทศ โดยเฉพาะประเทศแถบตะวันตกไม่ว่า แคนาดา, นิวซีแลนด์, ฟินแลนด์, ฝรั่งเศส, ออสเตรีย

ในขณะเดียวกัน ก็เขียนถึงพรรคอนาคตใหม่ว่ามีจุดอ่อนอะไรบ้างที่ต้องป้องกัน เมื่อเข้าสู่การเป็นพรรคการเมืองแบบไทย ๆ อย่างเต็มรูปแบบ

1.) พรรคและสมาชิกพรรค ตั้งแต่หัวหน้าพรรค รองหัวหน้าพรรค คณะกรรมการบริหารพรรค ทั้งหลายต้องเตรียมตัวเตรียมการที่จะตกในสถานะตั้งรับมากกว่ารุกหลังการเลือกตั้ง เพราะก่อนเลือกตั้งนั้นเป็นการโจมตีคนอื่น พรรคอื่น นักการเมืองอื่น รวมทั้งคนที่อยู่ในอำนาจ ไม่ว่ารัฐบาลทหาร คนรักสถาบัน อะไร ๆ ที่พรรคอนาคตใหม่เห็นต่าง แต่หลังการเลือกตั้ง พรรคจะกลับเป็นฝ่ายถูกโจมตีจากคนหรือฝ่ายที่เคยถูกพรรคอนาคตใหม่โจมตี เพราะคนในพรรคอนาคตใหม่กลายเป็นบุคคลสาธารณะ เป็นนักการเมืองเริ่มมีบทบาทอำนาจในทางการเมือง ถนนทุกสายจะมุ่งหน้ามาที่พรรค พรรคจะรับมืออย่างไร

2.) พรรคอนาคตใหม่มีนักบริหารและนักสื่อสารองค์กรด้วยเทคโนโลยีและวิธีการสื่อสารแบบใหม่เข้าถึงคนรุ่นใหม่ แต่ไม่มีบุคลากรที่เข้าถึงคนรุ่นเก่าที่ยังมีอำนาจและอิทธิพลในทางการเมือง สื่อเหล่านี้เข้าไม่ถึง พรรคอนาคตใหม่ไม่มีการเตรียมการในเรื่องเหล่านี้เลย มุ่งเน้นจับกลุ่มคนรุ่นใหม่ ผู้บริหารพรรคไม่มีการผสมผสานคนรุ่นเก่าที่เข้าใจการเมืองแบบไทย ๆ มีประสบการณ์

3.) พรรคอนาคตใหม่ขาดนักกฎหมายระดับหัวกะทิ ประสบการณ์เชิงเทคนิคมากกว่าคนสอนกฎหมาย พรรคไม่ได้มองปัญหานี้ คิดว่าถ้าได้ทำตามกฎระเบียบแล้วเป็นอันใช้ได้ แต่ในทางกฎหมายจะมีเทคนิคการใช้กฎหมายที่ไม่มีสอนในมหาวิทยาลัย นักกฎหมายของพรรคขึ้นอยู่กับสองสามคนระดับรองหัวหน้าและเลขาธิการพรรค ซึ่งไม่พอ พรรคอนาคตใหม่ต้องมี war room ระดมกำลังจากนักกฎหมายฝีมือดีป้องกันปัญหา ไม่ใช่คอยตามแก้ปัญหา ซึ่งสายเกินไป

สิ่งที่เกิดกับพรรคอนาคตใหม่นี้ เป็นเรื่องของการเตรียมการอย่างฉุกละหุกในการตั้งพรรค แก้ปัญหารายวัน ปัญหาเฉพาะหน้า การทำงานแบบนี้ขาดความรอบคอบอย่างมาก เกิดช่องโหว่ให้ถูกโจมตีจากทุกทิศทางโดยไม่สามารถตั้งรับได้ทั้งหมด การถูกถาโถมรอบทิศ ทำให้พรรคอนาคตใหม่เปรียบเสมือนหมาบ้านหลงฝูงเข้ามาสู่วงหมาวัด ที่ไม่รู้ว่าจะมาไม้ไหนบ้าง ตั้งรับไม่ถูก และไม่สามารถรุกได้

รู้จัก 'ทเวตส์' ธารน้ำแข็งแห่งวันสิ้นโลก กับการละลายที่ 'โลก-ไทย' ต้องหวั่นเกรง

ทีมวิจัยจากสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร ซึ่งทำการศึกษาการเปลี่ยนแปลงของธารน้ำแข็งทเวตส์ ธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในทวีปแอนตาร์กติกา แถลงในการประชุมประจำปีของ American Geophysical Union (AGU) โดยเตือนว่าธารน้ำแข็งกำลังละลายลงอย่างรวดเร็วกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ และละลายเร็วขึ้นถึง 2 เท่าในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา ซึ่งอาจพังทลายลงในไม่กี่ปีข้างหน้า

รายงานระบุว่า ธารน้ำแข็งทเวตส์ ซึ่งมีขนาดใหญ่พอ ๆ กับสหราชอาณาจักรหรือฟลอริดา มีความยาวประมาณ 120 กิโลเมตร และลึกประมาณ 800 ถึง 1,200 เมตร บางครั้งถูกเรียกว่า "ธารน้ำแข็งแห่งวันสิ้นโลก" (Doomsday Glacier) เพราะการพังทลายของมันอาจทำให้ธารน้ำแข็งอื่น ๆ ในแอนตาร์กติกาพังทลายไปด้วย ซึ่งจะทำให้ระดับน้ำทะเลทั่วโลกสูงขึ้น 3 เมตร!! 

“ทเวตส์” สูญเสียน้ำแข็งไปประมาณ 595,000 ล้านตัน (540,000 ล้านเมตริกตัน) ตั้งแต่ปี 1980 ซึ่งส่งผลให้ระดับน้ำทะเลทั่วโลกเพิ่มขึ้น 4% นับแต่นั้นเป็นต้นมา

การศึกษาที่ตีพิมพ์ลงในวารสาร The Cryosphere ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 25 มี.ค. ระบุว่าธารน้ำแข็งทเวตส์และธารน้ำแข็งเกาะไพน์มีส่วนประมาณ 10% ของการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลทั่วโลก

ขณะนี้ น้ำทะเลที่มีอุณหภูมิสูงขึ้นไม่เพียงแต่จะทำให้ธารน้ำแข็งทเวตส์ละลายเท่านั้น แต่ยังทำให้การยึดเกาะของธารน้ำแข็งใต้ทะเลสั่นคลอนยิ่งขึ้นไปอีก เมื่อธารน้ำแข็งอ่อนตัวลงก็มีแนวโน้มที่จะมีน้ำแข็งแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ หรือหลุดออกจากแนวสันดอนภายใน 3 ปีข้างหน้านี้ โดยภาพถ่ายจากดาวเทียมแสดงให้เห็นรอยแยกใหม่บนพื้นผิวของน้ำแข็ง

การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในแอนตาร์กติกาอาจเกิดขึ้นภายใน 5 ถึง 10 ปีข้างหน้า โดย ดร.เอริน เพตติต จากมหาวิทยาลัย Oregon State University อธิบายว่ารอยแตกของน้ำแข็งคล้ายกับรอยร้าวบนกระจกรถ ซึ่งรอยร้าวจะค่อย ๆ ขยายขึ้นเรื่อย ๆ และหากได้รับการกระทบกระเทือนมันก็จะแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ

>> สะเทือนถึงไทยไหม?
อย่างที่ทราบกันว่ากรุงเทพมหานคร เมืองหลวงของเรา อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลเพียง 1.5 ถึง 2 เมตร ดังนั้นหากถึงวันที่ธารน้ำแข็งทเวตส์พังทลายลง ซึ่งนักวิจัยชี้ว่าจะทำให้ระดับน้ำทะเลทั่วโลกสูงขึ้น 3 เมตร ก็มีความเป็นไปได้ที่กรุงเทพมหานครจะได้รับผลกระทบไปด้วย

นอกจากระดับน้ำทะเลที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว แผ่นดินก็กำลังทรุดตัวลงทุกปี ๆ ซึ่งนอกจากการเสื่อมสภาพตามธรรมชาติเองแล้ว การสูบน้ำบาดาล และการเติบโตของเมืองยิ่งส่งผลให้แผ่นดินกรุงเทพทรุดตัวเร็วขึ้น ประกอบกับพื้นดินซึ่งเป็นดินเหนียวที่มีความหนาแน่น ทำให้มีแนวโน้มที่จะเกิดน้ำท่วมมากขึ้น

อบรมปฐมนิเทศ กำลังพล ศรชล.ภาค 1 ประจำปี งป.65 

พลเรือโท พิชัย ล้อชูสกุล ผอ.ศรชล.ภาค 1/ผบ.ทรภ.1 เป็นประธานในพิธี เปิดการอบรมปฐมนิเทศกำลังพล ศรชล.ภาค 1 ประจำปี งป.65 

โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้กำลังพลที่ปฏิบัติราชการใน ศรชล.ภาค 1 มีความรู้ ความเข้าใจ บทบาท หน้าที่โครงสร้าง กฎหมาย พระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้อง ประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมาและแนวทางการปฏิบัติงานของ ศรชล.ภาค 1 ประจำปี งป.65 และสามารถนำไปเป็นแนวทางการปฏิบัติงานได้ทันที โดยผ่านการบรรยายถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์ จากข้าราชการในฝ่ายอำนวยการ ศรชล.จังหวัด ศูนย์ควบคุมความมั่นคงท่าเรือจังหวัด  ตลอดจนวิทยากร จากหน่วยงานภาครัฐ มาบรรยายให้ความรู้ เพื่อเสริมสร้างและเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานให้กับกำลังพลของ ศรชล.ภาค 1

โดยมีผู้เข้ารับการอบรมเป็นกำลังพล สังกัดสำนักงานฝ่ายอำนวยการ บก.ศรชล.ภาค 1 สังกัด ศรชล.จังหวัดต่างๆ 11 จังหวัด และสังกัดศูนย์ควบคุมความมั่นคงท่าเรือจังหวัด ใช้ระยะเวลาอบรม 2 วัน ระหว่างวันที่ 16-17 ธ.ค.64 ณ รร.เฮลท์แลนด์ รีสอร์ท แอนด์ สปา เมืองพัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี 

ม.หอการค้าฯ เปิด 10 ธุรกิจเด่น - ดาวร่วง ประจำปี 65 

นายวชิร คูณทวีเทพ ผู้อำนวยการสถาบันยุทธศาสตร์การค้า มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผย 10 ธุรกิจเด่นปี 2565 ว่า ธุรกิจที่โดดเด่นอันดับ 1 ในปีหน้า คือ ธุรกิจการแพทย์ความงามและอีคอมเมิร์ซ ซึ่งเป็นไปตามการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภค รองลงมา คือธุรกิจแพลตฟอร์มออนไลน์ ตลาดกลางทางอิเล็กทรอนิกส์ ที่เป็นตัวกลางเชื่อมต่อระหว่างผู้บริโภคกับผู้ให้บริการ ธุรกิจโลจิสติกส์ คลังสินค้า เดลิเวอรี่และธุรกิจfintech จากนั้นจะเป็นธุรกิจประกันภัยประกันชีวิตการผลิตเวชภัณฑ์ การขายผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ ธุรกิจอาหารเสริม ธุรกิจแปรรูปยางพารา ธุรกิจจัดทำContent ธุรกิจบรรจุภัณฑ์ โมเดิร์นเทรด ธุรกิจให้ความบันเทิง ธุรกิจยานยนต์ และอสังหาริมทรัพย์แนวราบ

นอกจากนี้ยังมองธุรกิจเด่นอีกอย่าง คือ ธุรกิจท่องเที่ยวและบริการต่อเนื่อง ซึ่งสามารถกลับมาเป็นธุรกิจเด่นอีกครั้งหลังจากรัฐบาลมีการเปิดประเทศและผ่อนคลายให้มีการเดินทางภายในประเทศมากขึ้น รวมถึงการเปิดรับนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ ทำให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องทั้งหมด สามารถกลับมาฟื้นตัวได้ในปีหน้า แต่อย่างไรก็ตามปัจจัยเสี่ยงของธุรกิจดังกล่าว คือการแพร่ระบาดของโควิด-19 และการปิดประเทศหรือการใช้มาตรการต่าง ๆ ที่ยังมีความไม่แน่นอนในอนาคต

กรุงไทยประเมินเศรษฐกิจไทยปีหน้า อาจโตสูงขึ้นที่ 3.8% 

 นายพชรพจน์ นันทรามาศ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยปี 2565 จะกลับเข้าสู่เส้นทางของการฟื้นตัวชัดเจนขึ้น หลังการฉีดวัคซีนที่ครอบคลุมประชากรในสัดส่วนที่สูงขึ้นในหลายประเทศ รวมถึงการปรับพฤติกรรมของคนให้สามารถอยู่ร่วมกับโควิด-19 จะช่วยรักษาโมเมนตัมการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ทำให้ส่งออกไทยโตได้ต่อเนื่อง ด้านอุปสงค์ในประเทศของไทยคาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นเช่นกัน ตามกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวมที่ฟื้นตัวเป็นลำดับนับตั้งแต่ไตรมาสที่สี่ของปี 2564 โดยมีหลายปัจจัยท้าทายที่ทำให้การกลับเข้าสู่ระดับก่อนเกิดโควิด-19 ของเศรษฐกิจไทยต้องล่าช้าไปเป็นปี 2566

ทั้งนี้ประเมินว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2565 เติบโต 3.8% สูงกว่าปี 2564 ที่โตเพียง 1.0% โดยคาดว่าการแพร่ระบาดโควิด-19 สายพันธุ์ “โอมิครอน” จะไม่กระทบกับการเติบโตของเศรษฐกิจโลกและไทยมากนัก ประเมินส่งออกยังโตได้ภายใต้ภาวะต้นทุนแพงและการขาดแคลนวัตถุดิบ ชี้เศรษฐกิจในประเทศมีแนวโน้มดีขึ้นหลังภาครัฐผ่อนคลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาด และเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ มองปี 2565 เป็นจุดเปลี่ยนเข้าสู่กระแสการพัฒนาในโลกยุค New Normal

เพชรบูรณ์-เปิดค่ายปรับเปลี่ยนพฤติกรรมศูนย์ขวัญแห่งแผ่นดิน

นายกฤษณ์ คงเมือง ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ มอบหมายให้ นายสืบพงษ์ นิ่มพูลสวัสดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธานในพิธีเปิด โครงการแก้ไขปัญหาผู้เสพยาเสพติด ในรูปแบบค่ายปรับเปลี่ยนพฤติกรรม (ศูนย์ขวัญแผ่นดินจังหวัดเพชรบูรณ์) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ณ ไร่ศรีวรรณ ตำบลนายม  อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์

ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ให้ความสำคัญกับการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดโดยกำหนดให้เป็นวาระแห่งชาติ ที่องค์กรทุกภาคส่วนต้องเข้ามามีบทบาทและส่วนร่วมในการขับเคลื่อนให้ปัญหายาเสพติดลดน้อยลง ไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตและความเดือดร้อนในสังคมของประชาชน

สุโขทัย-อบจ.สุโขทัยมอบรางวัลประกวดภาพถ่าย “สุขใจ ลอยกระทงสุโขทัย” 

นายมนู พุกประเสริฐ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุโขทัย ได้รับความร่วมมือจากสมาคมสื่อสารมวลชนจังหวัดสุโขทัย มาร่วมประชาสัมพันธ์การจัดกิจกรรม และร่วมรับลงทะเบียน จากนักท่องเที่ยว ที่เข้ามาเที่ยวงานลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ วิถีใหม่ สุโขทัย และมีความสนใจจะส่งภาพถ่าย ที่ถ่ายด้วยกล้องจากมือถือ Smart Phone ตามโครงการขับเคลื่อนเมืองสุโขทัยเป็นเครือข่ายเมืองวัฒนธรรม สร้างสรรค์ UNESCO (สาขาหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน : Sukhothai Creative Craft and Folk Art) ประจำปี 2565 เพื่อดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับเป้าหมายของการเป็นสมาชิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์  มุ่งเน้นการส่งเสริม การสร้างเครือข่ายร่วมกับสมาชิกเมืองสร้างสรรค์ขององค์การยูเนสโก การสร้างความเข้าใจถึงการเป็นเมืองสร้างสรรค์  

โดยการจัดกิจกรรมประกวดภาพถ่ายเชิงสร้างสรรค์ แบบวิถี New normal หัวข้อ “สุขใจ ลอยกระทงสุโขทัย” เพื่อเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีและเกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดสุโขทัยให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง ซึ่งในงานลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ วิถีใหม่ สุโขทัยที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวลงทะเบียนส่งภาพถ่ายเข้าประกวดได้ทางระบบ On line ในระหว่างการจัดงานประเพณีลอยกระทงฯ  วันที่ 18-20 พฤศจิกายน 2564  ซึ่งในแต่ละวันจะรับลงทะเบียนวันละ 400 ภาพ เท่านั้น และเมื่อเสร็จสิ้นการจัดงาน  ได้นำภาพที่ส่งเข้าประกวดวันละ 400 ภาพ จำนวน 3 วัน รวม 1,200 ภาพ มาทำการคัดเลือกและตัดสิน โดยกรรมการผู้มีความรู้ความสามารถด้านการถ่ายภาพที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุโขทัย ได้เรียนเชิญมาทำการตัดสินและประกาศผลให้ได้รับทราบทั่วไป จัดขึ้น เมื่อ 30 พฤศจิกายน 2564 ณ ห้องประชุมทะเลหลวง 2 องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุโขทัย โดยแบ่งการตัดสินออกเป็น 3 รอบ ดังนี้  รอบที่ 1 คัดภาพถ่ายที่มีความโดดเด่น และสร้างสรรค์เพื่อให้เข้ารอบถัดไป ได้จำนวน 300 ภาพ  

รอบที่ 2  คัดภาพถ่ายที่มีความโดดเด่น และสร้างสรรค์เพื่อให้เข้ารอบถัดไป ได้จำนวน 100 ภาพ  รอบที่ 3 คัดเลือกภาพถ่ายที่มีความโดดเด่น และสร้างสรรค์ที่สุด จากนั้นตรวจสอบภาพถ่ายที่มีชื่อผู้ส่งเข้าประกวดซ้ำกันออก เพื่อให้ผู้เข้ารอบตัดสินมีเพียง 1 คน ต่อ 1 ผลงานเท่านั้น โดยรอบนี้มีภาพถ่ายที่ได้รับการคัดเลือก จำนวน 13 ภาพ และมีการมอบรางวัลให้แก่ผู้เข้าประกวดในวันนี้ 16 ธันวาคม 2564 โดยนายมนู  พุกประเสริฐ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุโขทัย ให้เกียรติเป็นผู้มอบรางวัล และกล่าวชื่นชม ให้กำลังใจผู้ที่ถ่ายภาพส่งเข้าประกวด นอกจากจะเป็นการจัดกิจกรรมตอบแทนนักท่องเที่ยวแล้ว ยังเป็นการเผยแพร่กิจกรรมดีๆของสุโขทัย สู่สายคนทั่วไปผ่านช่องทางโลกโซเชียล ว่ามีความสวยสด งดงาม ในการจัดกิจกรรม สุขใจ ลอยกระทงสุโขทัย ของจังหวัดสุโขทัย 
 

ข่าวดี!! ยูเนสโกขึ้นทะเบียน 'โนรา' เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม

การแสดงโนรา หรือ มโนราห์ ที่เป็นศิลปะการแสดงเก่าแก่จากภาคใต้ของไทย ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น ‘มรดกโลกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้’ หรือ ICH (Intangible Cultural Heritage) โดยองค์การยูเนสโกอย่างเป็นทางการแล้ว เมื่อวันพุธที่ผ่านมา!! 

รายงานจากเอเอฟพี เมื่อวันพุธที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2564 เผยว่า องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ประกาศให้การแสดงโนราจากภาคใต้ของไทยเป็น ‘มรดกโลกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้’ อย่างเป็นทางการ ซึ่งเรื่องนี้น่าจะทำให้ศิลปวัฒนธรรมจากภาคใต้ของไทยที่สืบทอดมานานหลายร้อยปี เป็นที่รู้จักมากขึ้นในระดับโลก!! 

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดูแลรักษา - เยียวยาสวัสดิการ ตำรวจบาดเจ็บ - สูญเสีย จากการปฏิบัติหน้าที่ พร้อมแจ้งข้อมูลผ่านแอปพลิเคชัน “แทนใจ”

พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เผยว่า ในห้วงเวลาที่ผ่านมา มีข้าราชการตำรวจได้ปฏิบัติหน้าที่เพื่อพี่น้องประชาชน ด้วยความตั้งใจ เสียสละ จนถึงขั้นได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต หลายเหตุการณ์ที่ผ่านมา เช่น การก่อเหตุกราดยิงประชาชนผู้บริสุทธิ์ การจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติด เหตุการณ์ลอบวางระเบิดจากผู้ก่อความไม่สงบ  และล่าสุดการจับกุมคนร้ายก่อเหตุใช้อาวุธปืนขู่ฆ่าผู้อื่น ซึ่งส่งผลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิตในขณะปฏิบัติหน้าที่

พล.ต.ต.ยิ่งยศฯ กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีการดูแลรักษา เยียวยา พร้อมมีสวัสดิการให้กับเจ้าหน้าที่เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้เสียสละ ได้มีกำลังใจปฏิบัติหน้าที่เพื่อพี่น้องประชาชนต่อไป 

- กรณีเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ จะได้รับเงินสวัสดิการ 250,000 – 500,000 บาท
- กรณีบาดเจ็บสาหัสจากการปฏิบัติหน้าที่ จะได้รับเงินสวัสดิการ 100,000 – 200,000 บาท
- กรณีบาดเจ็บไม่สาหัสจากการปฏิบัติหน้าที่ จะได้รับเงินสวัสดิการ 5,000 – 40,000 บาท
- กรณีสูญเสียอวัยวะ สูญเสียสมรรถภาพ จากการปฏิบัติหน้าที่ จะได้รับเงินสวัสดิการ 10,000 – 100,000 บาท
นอกเหนือจากนี้ สูญเสีย / เสื่อม 100% ช่วยเหลือ 400,000 บาท
- ตรวจเยี่ยม รายละ 5,000 บาท ต่อเดือน จนกว่าจะออกจากโรงพยาบาล

 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top