Saturday, 20 June 2026
Hard News Team

6 พนง.หญิง ฟ้อง ‘เทสลา’ คดีคุกคามทางเพศ พร้อมแฉ ‘อีลอน มัสก์’ ชอบให้ท้ายชายโฉด

ผู้หญิง 6 คนยื่นฟ้อง ‘เทสลา’ สนับสนุนส่งเสริมวัฒนธรรมการคุกคามทางเพศในโรงงานที่แคลิฟอร์เนียและสถานที่อื่นๆ ซึ่งรวมถึงการแตะเนื้อต้องตัวโดยไม่พึงประสงค์ การพูดจาแทะโลมดูหมิ่น และการตอบโต้ผู้ร้องเรียน ขณะที่โจทก์บางคนบอกว่า ‘มัสก์’ เอง ก็ชอบทวิตยั่วยุส่งเสริมพฤติกรรมดังกล่าวในที่ทำงาน 

ก่อนการฟ้องร้องล่าสุดที่เกิดขึ้นเมื่อวันอังคาร (14 ธ.ค.) มีผู้หญิงอีก 2 คนยื่นฟ้องเทสลาไปก่อนแล้วตั้งแต่หลายสัปดาห์ก่อน ตอกย้ำปัญหาในโรงงานผลิตรถไฟฟ้าเทสลาในเมืองฟรีมอนต์ ย่านซานฟรานซิสโกเบย์ ที่รวมถึงคดีฟ้องร้องข้อหาเหยียดผิวที่อดีตพนักงานผิวดำเป็นฝ่ายชนะ และได้ค่าเสียหายไปกว่า 100 ล้านดอลลาร์

คำฟ้องระบุว่า โรงงานเทสลามีสภาพเหมือนสถานที่ก่อสร้างหรือสถานที่อาศัยหรือสังสรรค์ของผู้ชายที่เต็มไปด้วยความหยาบคายและพฤติกรรมคร่ำครึ มากกว่าจะเป็นบริษัทที่มีเทคโนโลยีล้ำสมัยและเป็นหัวใจสำคัญของความก้าวหน้าของซานฟรานซิสโกเบย์

เทสลายังไม่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคดีฟ้องร้องนี้ แต่มีบางส่วนพาดพิงถึง ‘อีลอน มัสก์’ ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ว่า ชอบทวีตยั่วยุส่งเสริมพฤติกรรมดังกล่าวในที่ทำงาน...

คดีฟ้องร้องทั้ง 6 คดีที่ยื่นต่อศาลในรัฐแคลิฟอร์เนีย ครอบคลุมผู้หญิง 5 คนที่ทำงานหรือเคยทำงานในโรงงานที่ฟรีมอนต์ ส่วนอีกคนเคยทำงานในศูนย์บริการทางใต้ของรัฐ

‘มิคาลา เคอร์แรน’ เล่าว่า ตอนที่เริ่มทำงานในโรงงานฟรีมอนต์ เธออายุเพียง 18 ปี และหลังจากทำงานได้ไม่กี่สัปดาห์ หัวหน้างานและเพื่อนร่วมงานเริ่มวิจารณ์หุ่นของเธอต่อหน้า เพื่อนร่วมงานคนหนึ่งชวนเธอมีเซ็กซ์โดยบอกว่า พนักงานหลายคนในโรงงานมักชวนกันไปหลับนอนในที่จอดรถ

เคอร์แรน บอกว่า เธอตัดสินใจลาออกหลังจากถูกคุกคามแบบนี้เกือบ 2 เดือน โดยงานที่เทสลาคือการทำงานครั้งแรกนับจากเรียนจบมัธยมปลาย ในคำฟ้อง เธอยังกล่าวหาว่า มีการคุกคามทางเพศอย่างแพร่หลายในเทสลา สเปซเอ็กซ์ไม่แตกต่าง 

'มิชลิน ไกด์' ประกาศรางวัลร้านอาหารในไทย ได้ดาวมิชลิน ปี 65 

นายเกว็นดัล ปูลเล็นเนค ผู้อำนวยการฝ่ายจัดทำคู่มือมิชลิน ไกด์ ทั่วโลก เปิดเผยว่า มิชลิน ไกด์ ได้ประกาศรางวัล และเปิดตัวคู่มือ มิชลิน ไกด์ กรุงเทพมหานคร พระนครศรีอยุธยา เชียงใหม่ ภูเก็ตและพังงา 2565 ซึ่งเป็นคู่มือแนะนำร้านอาหารและที่พัก ฉบับที่ 5 ของประเทศไทย โดยคู่มือฉบับล่าสุดนี้ มีร้านที่ได้รับรางวัล 2 ดาวมิชลิน มีทั้งหมด 6 ร้าน ทุกร้านเป็นร้านที่รักษาสถานะ 2 ดาวมิชลินเอาไว้ได้ คือ ร้าน Chef’s Table (เชฟส์เทเบิล), Le Normandie (เลอ นอร์มังดี), Mezzaluna (เมซซาลูน่า), R-Haan, Sorn (ศรณ์) และ Sühring

ส่วนร้านที่ได้รางวัล 1 ดาวมิชลิน มีทั้งหมด 26 ร้าน เช่นเดียวกับร้านเจ๊ไฝ ที่ยังคงได้ดางมิชลินอีกปี โดยในจำนวนนี้เป็นร้านที่ได้รางวัลนี้ครั้งแรก 6 ร้าน ซึ่งทุกร้านอยู่ในกรุงเทพฯ ทั้งหมด ได้แก่ ร้านอักษร เป็นร้านอาหารไทยที่นำเสนอเมนูอาหารที่ได้รับแรงบันดาลใจจากตำราอาหารไทยยุคปี 2480-2515 ซึ่งรวมถึงเมนูเด่นที่หารับประทานที่อื่นไม่ได้ เช่น ขนมครกหน้าหมูเค็ม และหลนเต้าหู้ยี้เสิร์ฟกับใบมะตูมแขกและใบมะกอก 

รวมทั้งร้าน Côte by Mauro Colagreco ร้านอาหารฝรั่งเศสร่วมสมัยที่นำเสนอตำรับอาหารร่วมสมัยซึ่งได้รับอิทธิพลจากอาหารประจำถิ่นเฟรนช์ริเวียรา, ร้าน Gaa ร้านอาหารสไตล์นวัตกรรมซึ่งนำเสนอจานเด็ดอินเดียต้นตำรับที่ปรุงด้วยเทคนิคใหม่ ๆ และจัดแต่งอย่างทันสมัย, ร้าน IGNIV ร้านอาหารยุโรปร่วมสมัยที่นำเสนออาหารยุโรปสมัยใหม่ มีอาหารขึ้นชื่อ คือ นักเก็ตไก่ที่กรอบนอกแต่ด้านในชุ่มฉ่ำ เสิร์ฟมาพร้อมซอสบาร์บีคิวสูตรพิเศษของร้าน, ร้าน Savelberg (ซาเวลเบิร์ก) ถือเป็นร้านติดอันดับครั้งแรกเนื่องจากย้ายสถานที่ตั้งใหม่ เป็นร้านอาหารฝรั่งเศสร่วมสมัย และ ร้าน Yu Ting Yuan ร้านอาหารจีนกวางตุ้ง เมนูที่ไม่ควรพลาดคือเป็ดปักกิ่งหนังกรอบ และติ่มซำรสเยี่ยม 

นับถอยหลัง! โครงการช่วย SMEs ปิดลงทะเบียน รอบ 2 วันที่ 20 ธ.ค. 64

กระทรวงแรงงาน ชวนสถานประกอบการขนาดเล็ก-กลาง ลงทะเบียนร่วมโครงการช่วย  SMEs  รอบ 2 ภายใน 20 ธ.ค. 64 หากไม่สะดวกลงทะเบียนผ่านเว็บ “ส่งเสริมการจ้างงานเอสเอ็มอี.doe.go.th”  เจ้าหน้าที่ยินดีให้บริการ ณ สำนักงานจัดหางาน

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า กระทรวงแรงงาน โดยกรมการจัดหางาน ได้เปิดให้นายจ้าง สถานประกอบการภาคเอกชน ขนาดเล็ก – กลาง ลงทะเบียนร่วมโครงการส่งเสริมและรักษาระดับการจ้างงานในธุรกิจ SMEs รอบที่ 2 ระหว่างวันที่ 23 พ.ย. – 20 ธ.ค. 64 ขณะนี้ใกล้สิ้นสุดระยะเวลาแล้ว หากสถานประกอบการใดประสงค์รับเงินอุดหนุนตามโครงการฯจากรัฐ ขอให้เร่งลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ “ส่งเสริมการจ้างงานเอสเอ็มอี.doe.go.th” ภายในกำหนด หรือหากไม่สามารถดำเนินการด้วยตนเองได้ ให้นำเอกสารที่เกี่ยวข้องติดต่อสำนักงานจัดหางานจังหวัดซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานประกอบการ เพื่อมีสิทธิรับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลในเดือนธันวาคม 64 และเดือนมกราคม 65 ในอัตรา 3,000 บาท ต่อลูกจ้างสัญชาติไทย 1 คน โดยมีเงื่อนไขการจ่ายเงินอุดหนุนเช่นเดียวกับนายจ้างที่ลงทะเบียนรอบแรก

“พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำกับดูแลกระทรวงแรงงาน มีความห่วงใยสถานประกอบการขนาดเล็ก – กลางที่ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด 19 (COVID-19)  ท่านกำชับผมในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ดูแลให้สถานประกอบการที่ได้รับความเดือดร้อน ได้รับการช่วยเหลือเยียวยาอย่างครอบคลุมและทั่วถึงที่สุด ผมขอฝากถึงนายจ้างที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนร่วมโครงการฯ มาลงทะเบียนรับสิทธิ เพื่อประโยชน์ของท่าน หากท่านติดปัญหาการใช้งานระบบ เจ้าหน้าที่ของเรายินดีช่วยดำเนินการให้” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าว

ด้านนายไพโรจน์ โชติกเสถียร อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 23 พ.ย. – 16 ธ.ค. 64 มีสถานประกอบการลงทะเบียนร่วมโครงการส่งเสริมและรักษาระดับการจ้างงานในธุรกิจ SMEs รอบที่ 2 จำนวน 14,829 แห่ง มีลูกจ้างสัญชาติไทย จำนวน 118,087 คน สำหรับนายจ้าง/สถานประกอบการที่ไม่สามารถลงทะเบียนร่วมโครงการฯ ผ่านระบบด้วยตนเอง สามารถนำเอกสารซึ่งประกอบด้วย หนังสือมอบอำนาจติดอากรแสตมป์ 30 บาท สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ สำเนาหน้าสมุดบัญชีธนาคาร (กรณีใช้บัญชีกระแสรายวัน ให้ใช้สมุดหน้าเช็คที่มีชื่อนายจ้างและเลขบัญชี) และสำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล

'หมอยง' เผย!! 'โอมิครอน' ติดต่อง่าย ต้องเคร่ง ‘วินัย-ฉีดเข็ม 3’ ให้มากที่สุด

ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า... 

โควิด-19 โอมิครอน สายพันธุ์ที่ติดต่อง่ายแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว

จากข้อมูลที่ผ่านมาแสดงให้เห็นชัดเจนแล้วว่า โควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน มีการระบาด และติดต่อกันง่ายกว่าทุกสายพันธุ์ในอดีต ไม่ว่าจะเป็นสายพันธุ์เดลตาที่แพร่กระจายได้ง่าย และพบเป็นสายพันธุ์หลัก 

ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา โอมิครอน แพร่กระจายได้เร็วกว่าสายพันธุ์เดลตา เห็นได้จากการกระจายไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว และคงจะเข้ามาแทนที่ สายพันธุ์เดลตาในที่สุด

‘ดร.เสรี’ เผยกลศึก Strategic vote เริ่มทำงาน!! หลังไซเบอร์เริ่มขุดแผล เหล่าผู้สมัครขั้วตรงข้าม

เมื่อ 15 ธ.ค. 64 ดร.เสรี วงษ์มณฑา แสดงความคิดเห็นผ่านเฟซบุ๊ก ภายหลังเริ่มมีการเปิดตัวผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่ากรุงเทพมหานคร ว่า ‘Strategic vote’ คือ ประชาชนร่วมมือร่วมใจกันลงคะแนนเลือกคนบางคนที่พวกเขาคิดว่าจะสามารถเอาชนะคนที่เขาไม่ต้องการให้ชนะการเลือกตั้งตอนนี้ ทั้งๆ ที่เวลานี้ยังไม่รู้ว่าคนที่จะลงเลือกตั้งเป็นผู้ว่า กทม. จะมีใครบ้าง แต่ใน FB เริ่มมีคนแสดงเจตนาที่จะลงคะแนนแบบ Strategic vote กันแล้ว

มันน่าแปลกใจว่าทำไมจึงเป็นเช่นนั้น และมันก็น่าสนใจว่าส้มจะหล่นไปที่ใคร คนที่จะได้คะแนน Strategic vote เพื่อ ‘กัน’ คนบางคนชนะจะเป็นใคร มาดูกันว่าการเลือกตั้งผู้ว่า กทม. ครั้งนี้ ประชาชนจะเลือกพรรค หรือเลือกคน และการเลือกผู้ว่ากับการเลือก ส.ก. จะมีความสัมพันธ์กันหรือไม่

บางพรรคตัดสินใจไม่ส่ง คงรู้ว่าคะแนนเสียงใน กทม. ของพรรคนั้นคงตกต่ำถึงขีดสุด เพราะประชาชนรู้เช่นเห็นชาติ เป้าหมายทางการเมืองกันแล้ว

ยังไม่ทันอะไร วาทกรรมที่แสดงการแยกว่าใครเป็นฝ่ายประชาธิปไตย ใครไม่ใช่ฝ่ายประชาธิปไตยก็เกิดขึ้นแล้ว มันเป็นตลกขมขื่นจริงๆ นะ เขาอ้างตนเป็นฝ่ายประชาธิปไตย แล้วพวกเขามีเสรีภาพในการทำงานการเมืองในพรรคกันมากน้อยแค่ไหน อำนาจในพรรคเป็นของใคร ประชาชนเขารู้นะ

สมุทรปราการ-น้ำใจที่ยิ่งใหญ่ “สส.ยงยุทธ” จับมือ “นายก.อรัญญา” เดินหน้าโครงการ แพรกษา ปันสุข ช่วยเหลือพี่น้องประชาชน

ภายในบ้านเอื้ออาทร 14 ต.แพรกษา อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ดร.ยงยุทธ สุวรรณบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรปราการ เขต 2 พรรคพลังประชารัฐ พร้อมด้วย นางอรัญญา สุวรรณบุตร นายกเทศมนตรีตำบลแพรกษา มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนและผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนในเขตพื้นที่เทศบาลตำบลแพรกษา จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จึงได้นำคณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ สมาชิกสภาเทศบาลตำบลแพรกษา ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพ จำนวนกว่า 700 ถุง ภายใต้โครงการ ”แพรกษา ปันสุข” ณ บริเวณลานกิจกรรมชุมชนบ้านเอื้ออาทร 14 เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน

โดยการจัดกิจกรรมในครั้งนี้เป็นการมอบสิ่งของใช้ที่จำเป็น ประกอบด้วย ข้าวสาร อาหารแห้ง เจลแอลกอฮอล์ น้ำยาฆ่าเชื้อ เงินสด จำนวน 200 บาท และสิ่งของอื่นๆ อีกหลายรายการ โดยกิจกรรม ”แพรกษา ปันสุข” ในวันนี้ มีประชาชนจำนวนมากต่างทะยอยเดินทางมารับมอบถุงยังชีพ ภายใต้การจัดระเบียบแบบ New normal  ประชาชนที่เดินทางมารับมอบถุงยังชีพต่างขอบคุณทางคณะผู้ดำเนินการจัดกิจกรรม”แพรกษาปันสุข” ที่มีความห่วงใยประชาชนในชุมชนบ้านเอื้ออาทร 14

ด้าน ดร.ยงยุทธ สุวรรณบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฏร จังหวัดสมุทรปราการ กล่าวว่า ในวันนี้ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และตัวแทนพี่น้องประชาชนจังหวัดสมุทรปราการ พร้อมด้วย นางอรัญญา สุวรรณบุตร นายกเทศมนตรีตำบลแพรกษา มีความเป็นห่วงพี่น้องประชาชนที่ขาดรายได้ และประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จึงได้ร่วมกันจัดกิจกรรม”แพรกษาปันสุข” เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน และกิจกรรม “แพรกษา ปันสุข” จะดำเนินการต่อไปจนกว่าจะครบทุกชุมชนครบทุกพื้นที่ในเขตเทศบาลตำบลแพรกษา

‘บลิงเคน’ ยกเลิกเยือนไทย (ผู้ร่วมคณะติดเชื้อ) ไม่สะเทือน!! ความสนใจ ‘สยาม - อาเซียน’

เฟซบุ๊ก U.S. Embassy Bangkok ของสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย โพสต์ข้อความ ระบุว่า นายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐฯ ได้พูดคุยกับนายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศของไทย แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง ที่นายบลิงเคนจะไม่สามารถมาเยี่ยมเยียนกรุงเทพในสัปดาห์นี้ 

โดยนายบลิงเคน อธิบายว่า เพื่อลดความเสี่ยงของการแพร่เชื้อโควิด-19 และจัดลำดับความสำคัญด้านสุขภาพ รวมทั้งความปลอดภัยของผู้ร่วมคณะ โดยนายบลิงเคนจะนำคณะเดินทางกลับกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ทันที ทั้งนี้ นายบลิงเคน ได้ใช้โอกาสนี้เชิญนายดอน เยือนกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. โดยเร็วที่สุด และเขายังคงตั้งตารอการเดินทางกลับมายังประเทศไทย

ผลไม้จีนทะลัก ‘ด่านหนองคาย’ ไม่จริง!! ยัน!! ไม่เคยให้นำเข้าจากจีน แม้แต่ตู้เดียว 

‘เฉลิมชัย’ สั่งการทูตเกษตรเร่งหารือจีน แก้ปัญหาด่านส่งออกผลไม้ติดขัดเพราะมาตรการซีโร่โควิดของจีน ด้าน ‘อลงกรณ์’ ประชุมสมาพันธ์โลจิสติกส์เดินหน้าประสานจีนส่งออกกล้วยไม้และยางพาราใช้เส้นทางรถไฟไทย-ลาว-จีน ส่วนผลไม้รอหลังตรุษจีน ‘ด่านหนองคาย’ ยืนยันไม่มีผลไม้จีนเข้าไทยเพราะยังไม่ให้นำเข้า

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยวันนี้ว่า จากมาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ที่เข้มงวดของด่านนำเข้าจีน ส่งผลต่อการส่งออกผลไม้ของไทยเป็นอย่างมาก ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.กษ. ในฐานะประธานคณะกรรมการและบริหารการจัดการผลไม้ (Fruit Board) ได้สั่งการทูตเกษตร เร่งติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและหารือฝ่ายจีนเพื่อแก้ไขปัญหาและอำนวยความสะดวกการขนส่งผลไม้ไทย

นายอลงกรณ์ฯ กล่าวว่า ล่าสุดได้รับรายงานจากกงสุล (ฝ่ายเกษตร) ประจำนครกว่างโจว ว่าจากการที่ด่านของจีนมีมาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดโควิด (Zero Covid) ที่อาจติดมากับการขนส่งสินค้าผ่านห่วงโซ่ความเย็นที่เข้มงวด ส่งผลต่อการบริหารจัดการรถบรรทุกสินค้านำเข้าและส่งออกผ่านด่านโหย่วอี้กวน และด่านตงซิง เขตฯ กว่างซีจ้วง ทำให้ปริมาณรถผ่านเข้าออกลดลงจากเดิมมาก และมีรถติดสะสมหน้าด่านจำนวนมาก ทั้งนี้ จากมาตรการของด่านทำให้ต้องใช้ระยะเวลาในการผ่านด่านมากกว่าช่วงปกติ ส่งผลให้ปริมาณรถเข้า-ออกด่านลดลงจากช่วงปกติกว่า 50% 

นอกจากนี้ฝ่ายเกษตรฯ กว่างโจว ได้ประสานงานด่านรถไฟผิงเสียงในการเร่งกลับมาเปิดบริการ เพื่อช่วยในการกระจายสินค้าผลไม้ไทยจากด่านโหย่อี้กวนและด่านตงซิง ซึ่งปัจจุบันมีปัญหารถติดสะสมจำนวนมาก และได้นัดหมายประชุมหารือกับนายกเทศมนตรีเมืองตงซิงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมืองตงซิงในวันที่ 16 ธันวาคมนี้ เพื่อหารือแนวทางการแก้ไขปัญหารถติดที่ด่านตงซิง และการอำนวยความสะดวกการขนส่งสินค้าผ่านด่านตงซิง 

สำหรับด่านโม่ฮาน มณฑลยูนนาน ฝ่ายเกษตรฯ กว่างโจว ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พบว่า ปัจจุบันอยู่ในช่วงทดลองการเดินรถ โดยด่านบ่อเต็น ฝั่งสปป.ลาว อนุญาตให้ทดลองปล่อยรถขนส่งผลไม้ไทยเข้าจีนได้วันละ 5 คัน หากไม่พบปัญหาการตรวจพบเชื้อโควิด-19 ด่านโม่ฮานจะกลับมาเปิดให้บริการตามปกติ

“เท่าพิภพ” เหน็บแรง คนกทม.ไม่อยากได้ “ไอน์สไตน์” เพราะไอจะตายแล้ว จากฝุ่นpm2.5

ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม โดยการเข้าสู่วาระการประชุมได้เปิดให้สมาชิกได้หารือปัญหาความเดือดร้อนในพื้นที่ โดยนายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ส.ส.กทม.พรรคก้าวไกล ขอหารือเรื่องปัญหาฝุ่น PM 2.5 ในกทม. ว่า วันนี้กทม.เราเจอวิกฤตินี้อีกแล้ว วันนี้ตนขี่รถจักรยานยนต์ตามหลังรถเมล์สาย 68 มาทางถนนจรัญสนิทวงศ์ มีฝุ่นควันหนัก แต่พอตนขี่รถข้ามสะพานซังฮี้ เส้นทางที่มารัฐสภา ฝุ่นหนาจนแทบจะมองไม่เห็นเครื่องยอดของรัฐสภาอยู่แล้ว จึงฝากรัฐบาลกำชับ กทม.ดูแลเรื่องฝุ่นควัน จากรถยนต์ จากการก่อสร้างโครงการใหญ่ให้ปฏิบัติตามกฎระเบียบสิ่งแวดล้อมด้วย 

“ผมคิดว่า สิ่งที่คนกรุงเทพฯมี ไม่ใช่ไอน์สไตน์นะครับ เพราะตอนนี้ไอจะตายแล้วครับ”นายเท่าพิภพ กล่าว 

'ราเมศ' เผย 'ปชป' ลุย แก้กฎหมาย ทบทวนลดโทษ คดีทุจริต ให้ศาลร่วมกำหนดระยะเวลาปลอดภัยให้สังคม

นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้กล่าวถึง กรณีการพักโทษ ลดโทษในคดีทุจริตตามพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 ที่เป็นประเด็นให้มีการวิพากวิจารณ์กันอย่างกว้างขวางว่า

ที่ประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาธิปัตย์ได้มีมติให้ยื่นร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 ต่อสภา เพื่อให้มีการแก้ไขในประเด็นที่สำคัญเช่นรูปแบบโครงสร้างของคณะกรรมการราชทัณฑ์ที่มีความจำเป็นจะต้องแก้ไขเพิ่มเติมให้เป็นคณะกรรมการที่มีความอิสระโปร่งใสและมีความเชี่ยวชาญอย่างแท้จริง หลักเกณฑ์การลดวันต้องโทษจำคุก โดยเฉพาะคดีทุจริตจะมีการกำหนดความสำคัญไว้ให้มีกระบวนการที่รัดกุมและให้มีคณะกรรมการพิจารณาลดวันต้องโทษจำคุกคดีทุจริต โดยมีกระบวนสรรหาคณะกรรมการเช่นเดียวกับองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ให้มีความอิสระที่ทำหน้าที่ในการพิจารณาขั้นต้น หากคดีที่มีคำพิพากษาให้ต้องโทษจำคุก 15 ปีขึ้นไป ต้องส่งไปให้ศาลที่คดีถึงที่สุดพิจารณาการลดวันต้องโทษจำคุก

โดยจะกำหนดหลักเกณฑ์ให้มีการรับโทษมาแล้วกึ่งหนึ่งของโทษที่ศาลได้มีคำพิพากษา เมื่อเข้าหลักเกณฑ์ดังกล่าวแล้ว ถึงจะมีสิทธิ์ได้รับการพิจารณาลดโทษ เช่นเดียวกับคดียาเสพติดที่ร้ายแรง และคดีอื่น ๆ ที่เป็นภัยต่อสังคมอย่างร้ายแรง
นายราเมศ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ได้มีการยกร่างแก้ไขกฎหมายดังกล่าวไว้แล้ว รอการพิจารณาร่วมกันของคณะกรรมการกฎหมายพรรคเพื่อที่จะให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ลงลายมือชื่อเพื่อยื่นต่อสภาต่อไป

ในเรื่องนี้ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรคได้มีคำสั่งให้คณะกรรมการกฎหมายของพรรครวบรวมข้อมูลข้อเท็จจริงมาได้สักระยะหนึ่งแล้ว เพราะเป็นเรื่องสำคัญ ตั้งแต่ที่มีข่าวเรื่องการลดวันต้องโทษจำคุกของจำเลยในคดีจำนำข้าว ซึ่งถือได้ว่าเป็นคดีที่สร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติเป็นอย่างมากสูญเสียงบประมาณแผ่นดินไปหลายแสนล้านบาท และศาลได้มีคำพิพากษาให้จำคุกบางราย ศาลตัดสินจำคุก 48 ปี ในปี 2560


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top