Sunday, 21 June 2026
Hard News Team

‘ทีมกฎหมายพรรคกล้า’ ร้อง กกต. สอบ ‘เจ๊หลี’ หากปมดราม่ากระทบพรรค ฝ่ายกม. พร้อมลุย

ไม่นานมานี้ นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อม จตุจักร-หลักสี่ เบอร์ 2 พรรคกล้า ได้ลงพื้นที่เดินพบปะพี่น้องประชาชนตั้งแต่ช่วงเช้าในตลาดย่านหลักสี่ เดินหน้าหาเสียงให้ความรู้กับประชาชนเรื่องเศรษฐกิจและการจัดการภาษีกับพ่อค้าแม่ค้า รวมถึงรับฟังปัญหาต้นทุนสินค้าราคาแพง ทั้งหมู ไก่ ไข่ และเป็ด ซึ่งได้รับผลกระทบทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย 

ขณะเดียวกัน ก็ได้มอบหมายให้นายณัฐนันท์ กัลยาศิริ ทีมกฎหมายพรรคกล้า เป็นผู้แทนยื่นเรื่องร้องเรียนต่อผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร ให้ตรวจสอบการกระทำของนางสรัลรัศมิ์ เจนจาคะ ผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อม หมายเลข 7 พรรคพลังประชารัฐ ว่ามีพฤติกรรมเข้าข่ายกระทำผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 73(5) กรณีใส่ร้ายด้วยความเท็จ หรือจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมหรือไม่

โดยนายณัฐนันท์ กล่าวว่า ผู้สมัครจากพรรคพลังประชารัฐ มีการพูดพาดพิง นายอรรถวิชช์ ผู้สมัครพรรคกล้า ที่มีข้อความไม่ตรงกับความจริง กล่าวหาว่าดูถูกเพศแม่ มีพฤติกรรมที่ดูถูกผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ซึ่งไม่เป็นความจริง จึงจำเป็นต้องมายื่นเรื่องให้ผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานครตรวจสอบ ส่วนประเด็นที่ระบุว่าผู้สมัครของเรามีการดูหมิ่นนั้น ทีมกฎหมายได้มีการตรวจสอบอย่างละเอียด และไม่พบข้อความลักษณะดังกล่าว รวมถึงเนื้อหาอื่นๆ ก็ไม่พบว่ามีการกระทำความผิดใด แต่ในทางตรงข้าม การขยายความต่อเรื่องนี้ มีการนำข้อเท็จจริงขยายความไปเกินความจริง ซึ่งเมื่อไม่ตรงกับความจริง เราต้องยื่นเรื่องให้ กกต. ตรวจสอบ 

'รมว.เฮ้ง' ลุยสงขลา เช็คความพร้อมจุดฉีดวัคซีนผู้ประกันตนบูสต์เข็ม 3 ที่ศูนย์อาเซียนพลาซ่าหาดใหญ่ 

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมจุดฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 เข็ม 3 (Booster Dose) แก่ผู้ประกันตนมาตรา 33 ของ บริษัท เซฟสกิน เมดดิคอล แอนด์ ไซเอนทิฟิก (ประเทศไทย) จำกัด ณ ศูนย์การค้าอาเซียนพลาซ่า หาดใหญ่ ถ.กาญจนวนิช ต.หาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยมี นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม นายเจษฎา จิตรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พร้อมด้วยผู้บริหารโรงพยาบาลศิครินทร์ สาขาหาดใหญ่ และบริษัท หาดใหญ่นครินทร์ จำกัด เข้าร่วม นายสุชาติ กล่าวว่า

รัฐบาลภายใต้การนำของท่าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และท่านพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำกับดูแลกระทรวงแรงงาน มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนและผู้ได้รับผลกระทบกระทบจากโควิด-19 และได้สั่งการให้กระทรวงแรงงานดำเนินมาตรการเพื่อช่วยเหลือแรงงานและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบดังกล่าว ที่ผ่านมา กระทรวงแรงงานดำเนินมาตรการที่สำคัญต่าง ๆ ได้แก่ ตรวจคัดกรองเชิงรุก RT-PCT 100% ภายใต้โครงการ “แรงงานเราสู้ด้วยกัน ” ตั้งศูนย์ฉีดวัคซีนเพื่อผู้ประกันตน มาตรา 33 ดำเนินโครงการ Factory Sandbox เพื่อรักษาการจ้างเยียวยาผู้ประกันตนมาตรา 33 39 และ 40 ในพื้นที่ 29 จังหวัด ลดเงินสมทบและเพิ่มสิทธิประโยชน์กรณีว่างงาน และโครงการส่งเสริมและรักษาระดับการจ้างงานในธุรกิจ SMEs 

นายสุชาติ กล่าวต่อว่า จังหวัดสงขลาถือเป็นจังหวัดหนึ่งที่มีความสำคัญต่อภาคเศรษฐกิจของประเทศ โดยที่ผ่านมาสำนักงานประกันสังคมสงขลาร่วมกับโรงพยาบาลศิครินทร์ หาดใหญ่ ดำเนินการฉีดวัคซีนโควิด-19 จำนวน 11,960 โดส แบ่งเป็น เข็ม 1 จำนวน 6,375 โดส และเข็ม 2 จำนวน 5,585 โดส จากการระบาดของโรคโควิด -19 ซึ่งมีการกลายพันธุ์ตลอดเวลา การฉีดวัคซีนจึงถือเป็นมาตรการที่สำคัญในการสร้างภูมิคุมกันและลดความรุนแรงของโรค กระผมจึงมอบหมายสำนักงานประกันสังคม ประสานนายจ้างสำรวจความต้องการฉีดวัคซีนโควิด – 19 เข็ม 3 ผ่านระบบ web – service และจัดตั้งจุดฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ในกลุ่มผู้ประตนมาตรา 33 เข็ม 3 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และพื้นที่เศรษฐกิจที่สำคัญ 10 จังหวัด (สงขลา ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา สมุทรปราการ นนทบุรี ปทุมธานี นครปฐม สมุทรสาคร และพระนครศรีอยุธยา) รวมทั้งสิ้น 13 จุดฉีด โดยจะเริ่มดำเนินการพร้อมกันในวันที่ 17 มกราคมนี้เป็นต้นไป

สำหรับจังหวัดสงขลา ปัจจุบันมีสถานประกอบการทั้งหมด จำนวน 9,400 แห่ง มีผู้ประกันตนประมาณ 188,000 ราย ซึ่งการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 เข็ม 3 (Booster Dose) แก่ผู้ประกันตนมาตรา 33 ในครั้งนี้เป็นลูกจ้าง/ผู้ประกันตน ของบริษัท เซฟสกิน เมดดิคอล แอนด์ ไซเอนทิฟิก (ประเทศไทย) มีผู้ข้ารับการฉีดวัคซีนจำนวน ประมาณ 200 คน 

โฆษกรัฐบาลเผย "นายกฯ"  เรียก อธ. กรมปศุสัตว์พบด่วน ติดตามความคืบหน้าแก้โรคระบาดหมูและราคาหมูแพง แนะตั้งวอร์รูม สื่อสาร ชี้แจงประชาชนได้ทราบการทำงาน/แก้ปัญหา ในทุกวันด้วย

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ให้นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์  เข้าพบ เพื่อติดตามการแก้ปัญหาโรคระบาดในสุกร หลังจากที่ไทยมีการประกาศพบเชื้อโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF)  ในประเทศไทย โดยนายกรัฐมนตรีได้มอบแนวทางการแก้ปัญหาหมู โดยขอให้เร่งตรวจสอบการขึ้นทะเบียนเกษตรเจ้าของฟาร์มผู้เสียหายให้ครอบคลุมทั้งรายย่อยและรายใหญ่  

โดยให้ประสานความร่วมมือไปยังกระทรวงมหาดไทย  องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น  กำนันผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่  และให้กรมปศุสัตว์ลงพื้นที่ตรวจสอบคุณภาพการเลี้ยงสุกร ทั้งโรงฆ่าสัตว์ และเขียงหมูโดยเร็ว รวมทั้งให้ปศุสัตว์จังหวัดและสัตวแพทย์ ติดตามพื้นที่ที่มีการระบาดของโรค เพื่อสอบสวนสาเหตุและเร่งรักษาตามสาเหตุอาการตั้งแต่แรก ขณะเดียวกันก็ให้ความรู้ผู้เลี้ยงหมู ในการป้องกันเบื้องต้น ระหว่างที่ยังต้องรอผลการวิจัยและพัฒนาวัคซีน  รวมทั้ง เปิดรับช่องทางแจ้งการเกิดโรคให้ได้โดยเร็ว เพื่อแก้ไขและลดความเสียหายเกษตรกรผู้เลี้ยงหมู อีกทั้งจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเยียวยาด้วย

“นายกฯ” ลงนามตั้ง “รมต.อนุชา” นั่งปธ.แก้ปัญหาสลากเกินราคา

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ติดตามและต้องการแก้ไขปัญหาสลากกินแบ่งรัฐบาลราคาแพงอย่างจริงจัง ได้ลงนามในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 8/2565 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการเสนอขายหรือขายสลากกินแบ่งรัฐบาลในราคาเกินกว่าที่กำหนดในสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยมีนายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นรองประธานกรรมการ มีอำนาจ หน้าที่ ดังนี้  

1.ตรวจสอบข้อมูล ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับปัญหาการเสนอขายหรือขายสลากกินแบ่งรัฐบาลในราคาเกินกว่าที่กำหนดในสลากกินแบ่งรัฐบาล

2.เสนอแนะแนวทางและมาตรการในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนจากการเสนอขาย หรือขายสลากกินแบ่งรัฐบาลในราคาเกินกว่าที่กำหนดในสลากกินแบ่ง

3. รายงานผลการดำเนินการ ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะต่อนายกรัฐมนตรี หรือคณะรัฐมนตรี  

4. เชิญผู้แทนส่วนราชการ หรือหน่วยงานของรัฐและบุคคล เข้าร่วมประชุมชี้แจงข้อเท็จจริง ให้ข้อมูล รวมทั้งจัดส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องเพื่อใช้ประกอบการพิจารณาแก้ไขปัญหา

5. แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ หรือคณะทำงานเพื่อช่วยเหลือการปฏิบัติงานได้ตามความเหมาะสม 

“แรมโบ้” สวน "ณัฐวุฒิ" ไม่สมควรออกมาโหนกระแสเรื่องหมูแพง กลายเป็นหาเรื่องเข้าตัว อาจถูกย้อนสมัยเป็นอดีตรมช.พาณิชย์ปี 56 ตอบคำถามสื่อในโครงการรับจำนำข้าวที่ขาดทุน 2.6 แสนล้านบาทไม่ได้

นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำเครือข่ายไล่ประยุทธ์ (อ.ห.ต.) กล่าวถึงสถานการณ์โรคระบาดอหิวาต์แอฟริกาในสุกร ที่ส่งผลกระทบทำให้หมูขาดตลาดและราคาหมูแพงเข้าขั้นวิกฤต ซึ่งเรื่องเกิดตั้งแต่ปี 2561 มีการระบาดแพร่กระจายในหลายประเทศ จนเมื่อเดือนเมษายน 2562 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของไทยเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีขอความเห็นชอบประกาศการเฝ้าระวังป้องกันโรคอหิวาต์หมูเป็นวาระแห่งชาติ จากวันนั้นจนถึงวันนี้มีการขอความเห็นชอบที่ประชุม ครม.อนุมัติงบประมาณดำเนินการเรื่องนี้รวมทั้งสิ้น 5 ครั้ง ในวงเงินกว่า 1,500 ล้านบาท เป็นการทำกันเอง รู้กันเอง อนุมัติกันเอง ระหว่างส่วนราชการและฝ่ายบริหารเท่านั้น

ประชาชนคนไทยพึ่งทราบเป็นทางการจากหน่วยงานรัฐวันที่ 11 มกราคมนี้เองว่าตรวจพบเชื้ออหิวาต์หมูในประเทศไทย โดยนายเสกสกล ระบุว่า เรื่องนี้รัฐบาลภายใต้การนำของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไม่ได้นิ่งนอนใจ รับทราบดีถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนดี และในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีก็ได้อนุมัติงบประมาณ 574 ล้านบาทเพื่อแก้ปัญหาหมูแพงไปแล้ว และยังได้กำชับให้รัฐมนตรีและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการแก้ปัญหาให้เร็วที่สุด 

นายเสกสกล กล่าวว่า นายณัฐวุฒิ ไม่ควรจะมาโหนกระแสเอากับเรื่องนี้ ให้เรื่องมันเข้าตัวเปล่าๆ นายณัฐวุฒิเคยมีโอกาสเป็นเสนาบดี จากการเป็นแกนนำม็อบที่เชิญชวนคนออกมาทำร้ายบ้านเมืองก็ถือเป็นเรื่องตลกร้ายอยู่แล้ว แต่พอได้ดีเป็นเสนาบดีก็ยังแอบลุ้นว่าจะทำงานได้หรือไม่ ในที่สุดก็พบว่าฮากว่า และเชื่อว่านายณัฐวุฒิคงยังจำได้ดี เมื่อครั้งเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ตอนปี 56 ที่ไม่สามารถตอบคำถามสื่อมวลชนได้กรณีที่ถูกตั้งคำถามเกี่ยวกับโครงการจำนำข้าว ที่ขาดทุนถึง 2.6 แสนล้าน จนท้ายที่สุดต้องยิ้มหน้าเจื่อนเพราะขำไม่ออก ที่ไม่สามารถชี้แจงข้อมูลได้ ดื่มแต่น้ำเปล่าจนหมดไปหลายแก้ว  ถือเป็นอดีตที่ฝังใจนายณัฐวุฒิ ที่อยากจะลืมแต่ก็คงลืมไม่ลง

‘อ.ไชยันต์’ งัดเอกสารโต้ ปม ‘เสรีไทย’ ใส่ร้าย ร.9 กรณี ร.8 สวรรคต แต่ ‘ณัฐพล ใจจริง’ จงใจแปลบิดเบือน!

“อ.ไชยันต์” เปิดเอกสารชี้ชัด “จอมพลผิน ชุณหะวัณ” เผยว่า “เสรีไทยวางแผนใส่ร้าย ในหลวง ร.9 ว่า สังหารพี่ชาย เพื่อให้ประชาชนยอมรับสาธารณรัฐ” แต่ “ณัฐพล ใจจริง” ที่อ้างอิงเอกสารดังกล่าว กลับจงใจไม่พูดถึงเลย แล้วยังแปลบิดเบือนเป็นว่า “เสรีไทยมีแผนการจะประกาศว่าใครคือบุคคลที่สังหารรัชกาลที่ 8” จนเกิดการเอาไปขยายผลแบบผิดเพี้ยน สร้างความเสียหายอย่างมหาศาล

วันที่ 13 ม.ค. 65 ศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร อาจารย์ประจำภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊ก ว่า ...

อีกแล้วครับ ท่าน !

“ทุ่นดำ-ทุ่นแดง” กับ “กรณีจอมพลผิน ชุณหะวัณ รัฐประหาร พ.ศ. 2490 ตัดหน้า เพราะเสรีไทยกลุ่มปรีดีที่มีแผนจะประกาศว่าใครสังหารรัชกาลที่ 8 และจะประกาศตั้งสาธารณรัฐขึ้น” ในงาน ของ ณัฐพล ใจจริง

กรณีที่พวกเรา ทุ่นดำ-ทุ่นแดง จะกล่าวถึงต่อไปนี้ คือ

เหตุการณ์ช่วงเกิดการรัฐประหาร พ.ศ. 2490 โดยคณะรัฐประหารที่นำโดยกลุ่มราชครู ที่มี จอมพลผิน ชุณหะวัณ เป็นแกนนำ

ซึ่งหนึ่งในข้ออ้างในการทำการรัฐประหารดังกล่าว คือ กรณีสวรรคตของรัชกาลที่ 8 ที่รัฐบาลเก่าของหลวงธำรงฯ มิอาจสามารถคลี่คลายได้ (และไม่ปรากฏความคืบหน้าใดๆ หากยึดตามเอกสารต่างประเทศที่พอจะพูดถึงไว้บ้าง)

อย่างไรก็ดี จากการตรวจสอบเอกสารย้อนหลัง พวกเรากลับพบเจอกับความ “ไม่ซื่อสัตย์ทางด้านวิชาการ” ของ ณัฐพล ใจจริง อีกครั้งโดยบังเอิญ

ซึ่งในครั้งนี้เป็นประเด็นสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นการใช้เอกสารชั้นต้นที่ ณัฐพล “จงใจบิดเบือน” หรือ “แปลงสาส์น”

ข้อความต่อไปนี้คือข้อความที่ณัฐพลได้บรรยายไว้ทั้งในวิทยานิพนธ์ และ หนังสือ ขุนศึกฯ

1.) ข้อความที่เกี่ยวข้อง
ข้อความที่ปรากฏในวิทยานิพนธ์ของ ณัฐพล ใจจริง ในวิทยานิพนธ์หน้า 65 ณัฐพลได้ระบุข้อความไว้ว่า “ราว 1 สัปดาห์หลังการรัฐประหาร จอมพลผิน ชุณหะวัณ แกนนำคนสำคัญในคณะรัฐประหารได้กล่าวอ้างว่า เขาได้ทำรัฐประหารตัดหน้าเสรีไทย “กลุ่มปรีดี” ที่มีแผนการจะประกาศว่า ใครคือบุคคลที่สังหารพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกฐ [รัชกาลที่ 8/ ทุ่นดำทุ่นแดง] และจะทำการสถาปนาสาธารณรัฐขึ้น”

ข้อความที่ปรากฏใน ขุนศึก ศักดินา และพญาอินทรี และในหนังสือก็ปรากฏข้อความนี้เช่นเดียวกันในหน้า 61 ดังข้อความว่า

“ราวหนึ่งสัปดาห์หลังการรัฐประหาร พล.ท.ผิน ชุณหะวัณ แกนนำคนสำคัญในคณะรัฐประหาร กล่าวว่า เขาได้ทำรัฐประหารตัดหน้าเสรีไทยกลุ่มปรีดี ที่มีแผนการจะประกาศว่าใครคือบุคคลที่สังหารสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ และจะทำการสถาปนาสาธารณรัฐขึ้น”

ข้อความทั้ง 2 ส่วนนี้ ณัฐพลอ้างเอกสารฉบับเดียว คือ NARA, RG 59 Central Decimal file 1945-1949 Box 7250, Stanton to Secretary of State, 16 November 1947 (16 พฤศจิกายน พ.ศ.2490) ซึ่งพวกเรา ทุ่นดำ-ทุ่นแดง ได้มีโอกาสถือครองสำเนาของเอกสารดังกล่าวเช่นกัน

2.) ข้อค้นพบ
จากการตรวจสอบเอกสารฉบับดังกล่าวอย่างละเอียด อาจกล่าวได้ว่าเนื้อหาในเอกสารจริงๆ ที่ผู้เขียน คือ Edwin Stanton ทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ที่มีไปถึงกระทรวงการต่างประเทศอเมริกา อาจถือได้ว่าเนื้อความที่ณัฐพลยกมานั้นเป็นการ “พลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ” เลยก็ว่าได้ เนื่องจากข้อความเหล่านั้นปรากฏเนื้อหาคนละแบบ อีกทั้ง ณัฐพล ยังอาจจะจงใจแปลไม่ครบถ้วนอีกด้วย

ทั้งนี้ เอกสารระบุเนื้อความเพียงว่า

“เหตุการณ์ทางการเมืองที่ยังคงมีความสับสนในปัจจุบัน... ‘การเปิดเผยที่น่าตกใจ’ ของพลโท ผิน ชุณหะวัณ ผู้เป็นแกนหลักของฝ่ายหลวงพิบูล ซึ่งทางกองทัพได้ทำการรวบรวมรายชื่อ (rounding up) ของผู้เกี่ยวข้องกับการปลงพระชนม์รัชกาลที่ 8 ผินเล่าว่า ... เขา ทางกองทัพได้ทำการสกัดกั้นคำสั่งจากโทรเลขลับถึง ... ชี้ว่า พวกเสรีไทยกำลังวางแผนสมคบคิดจะล้มรัฐบาลหลวงธำรงนาวาสวัสดิ์ในวันที่ 30 พฤศจิกายน ... ซึ่งจะทำการยึดอำนาจแล้วประกาศจัดตั้งสาธารณรัฐ ยิ่งกว่านั้น การที่จะทำให้ประชาชนยอมรับสาธารณรัฐ บรรดาเหล่าผู้สมรู้ร่วมคิดได้วางแผนที่จะดิสเครดิต (discredit) ในหลวงองค์ปัจจุบัน โดยกล่าวหาว่าพระองค์คือผู้ที่สังหารพี่ชายของพระองค์เอง ทั้งนี้ ผินได้เล่าสืบไปว่า พล็อตเช่นนี้ (เรื่องที่ใส่ร้าย ร.9/ทุ่นดำ-ทุ่นแดง) เพิ่งจะเกิดขึ้นก่อนการรัฐประหารนี้เอง...”

ข้อความต้นฉบับ คือ “Confused political situation still further … “startling revelation” made yesterday General Pin Chunhavan, who is Phibun’s principal lieutenant chat Army policy rounding up those who participated in ‘assassination’ late King.

Pin told … Army intercepted orders issued by secret radio to secret … all … country indicating Free Thai conspiracy overthrow Thamrong Government November 30, seize power declare republic. Further that in order make people accept republic, conspirators planned discredit present King by alleging he killed his brother. According … Pin, this plot hatched before present coup.”

และเมื่อได้ทำการเปรียบเทียบข้อความของณัฐพลทั้ง 2 แห่ง (ทั้งในวิทยานิพนธ์และหนังสือ) กับ เอกสารต้นฉบับของ E. Stanton ทูตสหรัฐ

หากผู้อ่านมีใจที่เป็นกลางและเป็นธรรม จะพบข้อเท็จจริงเพียงว่า
1.) รายงานฉบับวันที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490 นี้ Stanton ทูตสหรัฐ ได้รายงานเพียงความเห็นของจอมพลผินในฐานะหัวหน้ารัฐประหารเท่านั้น โดยเฉพาะความเชื่อที่ว่าพวกเสรีไทย (กับจีนคอมมิวนิสต์) ได้สุมหัวกันเพื่อจะยึดอำนาจจากรัฐบาลหลวงธำรงฯ แล้วจะประกาศตั้งสาธารณรัฐไทยขึ้นมาแทน และเพื่อให้การสถาปนาสาธารณรัฐเป็นไปได้ พวกเขาจึงต้องวางแผนที่จะถอดพระมหากษัตริย์ออกด้วยการ “ดิสเครดิต” โดยกล่าวหาว่า รัชกาลที่ 9 เป็นผู้ปลงพระชนม์รัชกาลที่ 8

อย่างไรก็ดี Stanton ได้กล่าวถึงกองกำลังเสรีไทยเท่านั้น และไม่มีข้อความในส่วนใดกล่าวถึง “เสรีไทยกลุ่มปรีดี” ตามที่ณัฐพลระบุเลย

'บลูเทค ซิตี้' ร่วมสนับสนุนโครงการสร้างเสริมสุขภาพและตรวจคัดกรองโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในกลุ่มผู้สูงอายุ

ที่ศาลาการเปรียญวัดท่าสะอ้าน อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ทีมงานฝ่ายความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) โครงการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรม ฉะเชิงเทรา บลูเทค ซิตี้ ลงพื้นที่ร่วมกิจกรรมพร้อมสนับสนุน น้ำดื่ม 50 แพ็ค ,หน้ากากอนามัย จำนวน 50 กล่อง ,แผ่นรองซับ จำนวน 20 แพ็ค ให้แก่กลุ่มผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง

มรดกแห่งธากา รู้จัก ‘เมราเดีย’ ตลาดเก่าแก่แห่งบังกลาเทศ หล่อเลี้ยงชีพชนถิ่นมากว่า 200 ปี

ธากา/บังกลาเทศ - ตลาดเมราเดีย ซึ่งตั้งอยู่ในกรุงธากา ประเทศบังกลาเทศ เป็นตลาดที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 200 ปี 

ภาพจำของตลาดดังกล่าวในอดีต คือ ร่มเงาภายใต้ ‘ต้นไทรขนาดใหญ่’ ที่เติบโตแต่เก่าก่อนมากมาย ซึ่งได้รับความนิยมต่อลูกค้าที่ได้พบเห็นในแต่ละวัน ถึงแม้ในปัจจุบันภาพเหล่านั้นจะเริ่มจางหายไปตามกาลเวลาก็ตาม

อย่างไรก็ตาม ความคลาสสิกของตลาดเมราเดีย คือ เส้นทางสู่ตลาดแห่งนี้ ผ่านทาง ‘แม่น้ำนารายณ์’ (คลองรามปุระ) ซึ่งสมัยก่อนเคยเป็นทางเดียวที่จะมาที่แห่งนี้ และลูกค้าหลายๆ คนต่างก็ยืนยันว่าพวกเขาเคยไปเดินทางมายังตลาดนี้ทางเรือกันด้วย

สำหรับ ตลาดเมราเดีย นั้น ถือว่าเป็นตลาดโบราณของธากา ที่เรียกว่ารวมไว้ด้วยทุกสิ่งที่มีความจำเป็นต่อชีวิตประจำวันของผู้คน 

“ฉันคิดว่าที่นี่เป็นสถานที่ที่ยอดเยี่ยมสำหรับสินค้าประจำวัน อาหาร หรือเสื้อผ้า มีทุกอย่างที่คุณต้องการในตลาดนี้ อีกหนึ่งความงามของสถานที่แห่งนี้คือบรรยากาศรื่นเริงและผู้คนจากทุกระดับชั้นสามารถมาที่นี่เพื่อซื้อของได้ เป็นความรู้สึกที่ยอดเยี่ยม” ลูกค้าท่านหนึ่งได้กล่าว

'อดีตบิ๊กข่าวกรอง' เตือนนักศึกษา มช. ระวังกระแสตีกลับ หากไม่รับพระราชทานปริญญา

'นันทิวัฒน์' สลดใจสโมสรนักศึกษา ม.เชียงใหม่ ไม่ประสงค์จะรับพระราชทานปริญญาฯ เตือน เมื่อตั้งใจจะแสดงปฏิปักษ์ต่อสถาบัน ก็คงต้องยอมรับ หากมีกระแสตีกลับจากสังคมและคนรอบข้าง

14 ม.ค. 65 - นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์เฟซบุ๊กมีข้อความว่า
ปฏิปักษ์สถาบัน ?

สลดใจที่สโมสรนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ออกแถลงการณ์ ไม่ขอร่วมรับเสด็จกรมสมเด็จพระเทพรัตนฯ ในการพระราชทานปริญญาบัตรบัณฑิตมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ในอดีตการถวายการรับเสด็จเป็นเรื่องของสภามหาวิทยาลัยและผู้บริหารมหาวิทยาลัย แต่สโมสรนักศึกษาเองที่ขอเข้าร่วมในการถวายการรับเสด็จ แต่เมื่อกรรมการสโมสรฯ ไม่ประสงค์จะเข้าร่วม มหาวิทยาลัยก็คงต้องทำหน้าที่ฝ่ายเดียวร่วมกับบัณฑิตผู้ประสงค์จะรับพระราชทานปริญญาฯ ก็เท่านั้น

จะไปยากอะไร นักศึกษาก็บอกผู้บริหารมหาวิทยาลัย ไม่ต้องกราบบังคมทูลเชิญ พระองค์ก็จะได้ไม่ต้องเสด็จ แต่เมื่อบัณฑิตมีความประสงค์จะขอรับพระราชทานปริญญา คนอื่นคนที่ไม่อยากรับก็ไม่เกี่ยว

แรงงานคนบันเทิงกลางคืน วันนี้วันสุดท้าย! รีบสมัคร ม.40 ด่วน! ก่อนชวดเงินเยียวยา 5,000 บาท

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึง มาตรการเยียวยาประกันสังคม คนบันเทิงกลางคืน หลังจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 21 ธ.ค.64 เห็นชอบอนุมัติโครงการเยียวยาผู้ประกันตน ในกิจการสถานบันเทิง คลับ ผับ บาร์ คาราโอเกะ และผู้ประกอบอาชีพอิสระที่ทำงานเกี่ยวข้องกับสถานบันเทิงที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการของรัฐ ของสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน ให้ได้รับเงินเยียวยาคนละ 5,000 บาท เป็นระยะเวลา 1 เดือน ว่า ท่าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และกระทรวงแรงงานซึ่งกำกับดูแลของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้ฝากความห่วงใย พี่น้องแรงงานกลุ่มคนทำงานกลางคืน หรือกลุ่มตกหล่น ที่ยังไม่ได้สมัครเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ตามคุณสมบัติมีสิทธิรับเงินเยียวยา 5,000 บาท ให้รีบสมัครพร้อมชำระเงินสมทบให้ทันภายในวันนี้ 14 มกราคม 2565 เป็นวันสุดท้าย เท่านั้น หลังจากนั้นให้ทางสมาคมดนตรีแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมถ์ หรือสมาพันธ์เครือข่ายคนบันเทิงที่จดทะเบียนกับกระทรวงมหาดไทยหรือกรมพัฒนาธุรกิจการค้า รับรองว่าทำงานในสถานบันเทิงกลางคืนจริง ภายในวันที่ 28 มกราคม 2565 ที่จะถึงนี้ พร้อมย้ำ ไปยังกลุ่มคนทำงานกลางคืนที่ตกหล่น ซึ่งยังมีปัญหาไม่ได้รับเงินช่วยเหลือเยียวยา ให้เร่งตรวจสอบบัญชีธนาคารดังกล่าว ว่า ผูกพร้อมเพย์เลขบัตรประชาชนไว้หรือไม่ หรือบัญชีธนาคาร ได้ปิดไปแล้ว หากยังขอให้รีบดำเนินการโดยด่วน! จึงขอให้ผู้ประกอบอาชีพอิสระ คนทำงานกลางคืน จะได้รับได้รับสิทธิเยียวยาอย่างครบถ้วน ทั่วถึง โดยรัฐบาลจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังอย่างแน่นอน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top