Sunday, 21 June 2026
Hard News Team

“นายกฯ” ห่วง “ผู้สูงวัย-ป่วยติดเตียง" เสี่ยงป่วยโควิด-19 แนะ ฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นเพื่อป้องกัน

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหมเป็นห่วงครอบครัวที่มีคนอยู่ร่วมกันหลายวัย ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง ขอให้เพิ่มความระวังสูงสุด แยกส่วนที่ใช้พื้นที่ร่วมกัน ลดการติดเชื้อในครอบครัว หากมีบุคคลที่มีความเสี่ยง สูงอายุ ติดเตียง อาจป่วยและเสียชีวิตได้  และแสดงความเสียใจกับครอบครัวและญาติผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็นหญิงไทย อายุ 86 ปี เป็นผู้ป่วยติดเตียงและอัลไซเมอร์ ที่เสียชีวิตจากโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน รายแรกของจ.สงขลา ยืนยันว่าวัคซีนทุกสูตรพบมีประสิทธิผลป้องกันการป่วยหนักและเสียชีวิตจากแต่ละสายพันธุ์สูง แต่เนื่องจากประสิทธิผลของวัคซีนในส่วนการป้องกันการติดเชื้อมีสูง จะลดลงเมื่อเวลาผ่านไป  

นายธนกร กล่าวว่า สำหรับจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่วันที่ 17 ม.ค.รวม 6,929 ราย จำแนกเป็น
ผู้ป่วยจากในประเทศ 6,720 ราย มาจากต่างประเทศ 209 ราย ผู้ป่วยสะสม 107,979 ราย
หายป่วยกลับบ้าน 5,255 ราย
หายป่วยสะสม 58,772 ราย 
ผู้ป่วยกำลังรักษา 82,210 ราย
เสียชีวิต 13 ราย

'โฆษกรัฐบาล' ลั่น รัฐบาลพร้อมแจงศึกซักฟอก  ดักคอ ฝ่ายค้าน ใช้ข้อเท็จจริง อย่าจินตนาการ - ตัดแปะข่าวมาพูด

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา และเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ระบุคาดว่าน่าจะได้อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลไม่เกินกลางเดือนกุมภาพันธ์ และไม่อยากให้รัฐบาลยื้อวันอภิปรายออกไปจนถึงใกล้วันปิดสมัยประชุมสภาในวันที่ 28 ก.พ.ว่า เป็นสิทธิที่ฝ่ายค้านสามารถดำเนินการได้ แต่ขอให้ใช้ข้อมูลและข้อเท็จจริงในการอภิปราย ไม่ใช่ใช้จินตนาการหรือข่าวจากสื่อมวลชนมาตัดแปะ เพราะแบบนั้นประชาชนจะไม่ได้ประโยชน์อะไร นอกจากได้เห็นการอภิปรายแบบเลอะเทอะของฝ่ายค้าน เสียเวลานั่งฟังอยู่หลายวันโดยเปล่าประโยชน์

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลจะใช้โอกาสนี้ในการอธิบายข้อเท็จจริงให้ประชาชนได้เข้าใจว่า การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมนั้น ไม่ได้ล้มเหลวอย่างที่ฝ่ายค้านมักสร้างความสับสนให้กับประชาชน และการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 นั้น ก็สามารถบริหารจัดการได้ดีจนนานาชาติต่างให้การยอมรับ

‘พล.ท.นันทเดช’ วิเคราะห์เลือกตั้งซ่อม ชี้ คนใต้สอน 'พปชร.' ให้รู้จักคำว่า 'พ่ายแพ้'

เมื่อวันที่ 17 ม.ค. พลโทนันทเดช เมฆสวัสดิ์ อดีตกรรมการบริหารพรรครวมพลังประชาชาติไทย และอดีตหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ (ศรภ.) โพสต์เฟซบุ๊กถึงผลการเลือกตั้งซ่อมส.ส. จังหวัดชุมพรและสงขลา ว่า ในที่สุดประชาชนภาคใต้ก็สอนพรรค พลังประชารัฐ ให้รู้จักคำว่า "พ่ายแพ้" เสียบ้าง แพ้อย่างไรนั้น เราลองมาดูเหตุผลง่ายๆ กันหน่อย 

1.) คราวนี้พรรคพลังประชารัฐ ไม่ชูพลเอก ประยุทธ์ ขึ้นมาหาเสียงเหมือนเดิม เพราะหลายคนในพลังประชารัฐไม่เชื่อว่า ในปัจจุบันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จะยังมีคนชอบอยู่มากมายเหมือนเดิมอีก 

2.) การปรากฏตัวถี่ขึ้นของคุณทักษิณ และการเคลื่อนไหวของเด็ก 3 กีบ ที่นับวันจะเลยเถิดมากขึ้น ทำให้คนส่วนใหญ่ของประเทศ ต้องหันกลับมาพึ่งพา พล.อ.ประยุทธ์อีกครั้งหนึ่ง แม้จะเบื่อในความเฉื่อยชา ของลุงตู่ก็ตาม 

สรุปผลเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ชุมพร-สงขลา ‘ประชาธิปัตย์’ ยังขลัง คว้าทั้ง 2 เก้าอี้

17 ม.ค. 65 - ผู้สื่อข่าวรายงานผลการนับคะแนน เลือกตั้งส.ส. จังหวัดชุมพร เขตเลือกตั้งที่ 1 (แทนตำแหน่งที่ว่าง) และเลือกตั้งส.ส. จังหวัดสงขลา เขตเลือกตั้งที่ 6 (แทนตำแหน่งที่ว่าง) ซึ่งนับแล้วเสร็จประมาณเวลา 20.00 น. ของวันที่ 16 ม.ค. ที่ผ่านมา

โดยผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการของ ส.ส. จังหวัดชุมพร เขตเลือกตั้งที่ 1 ดังนี้

หมายเลข 1 นายอิสรพงษ์ มากอำไพ พรรคประชาธิปัตย์ ได้ 48,981 คะแนน
หมายเลข 2 ร.ต.ท.สมชาย แพ่งยงยุทธ พรรคไทยศิวิไลย์ ได้ 502 คะแนน
หมายเลข 3 นายวรพล อนันตศักดิ์ พรรคก้าวไกล ได้ 3,520 คะแนน
หมายเลข 4 นายชวลิต อาจหาญ พรรคพลังประชารัฐ ได้ 32,229 คะแนน
หมายเลข 5 พ.ต.อ.ทศพล โชติคุตร์ พรรคกล้า ได้ 7,591 คะแนน (อันดับ 3)

ขณะที่ ผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการของ จ.สงขลา เขตเลือกตั้งที่ 6 ดังนี้

หมายเลข 1 น.ส.สุภาพร กำเนิดผล พรรคประชาธิปัตย์ ได้ 45,576 คะแนน
หมายเลข 2 นายธิวัชร์ ดำแก้ว พรรคก้าวไกล ได้ 5,427 คะแนน
หมายเลข 3 นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ พรรคพลังประชารัฐ ได้ 40,531 คะแนน
หมายเลข 4 นายพงษธร สุวรรณรักษา พรรคกล้า ได้ 1,350 คะแนน
หมายเลข 5 นางภัทรวี ศรีศักดา พรรคพลังสังคม ได้ 123 คะแนน

189 ปี การค้นพบครั้งสำคัญของไทย เมื่อ ‘รัชกาลที่ 4’ ทรงค้นพบ ‘ศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหง’ ซึ่งถูกยกย่องให้เป็น ‘มรดกแห่งความทรงจำของโลก’

จารึกพ่อขุนรามคำแหง หรือ จารึกหลักที่ 1 เป็นศิลาจารึกที่บันทึกเหตุการณ์ประวัติศาสตร์สมัยกรุงสุโขทัย ศิลาจารึกนี้ เจ้าฟ้ามงกุฎฯ ต่อมาคือพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 เป็นผู้ทรงค้นพบขณะผนวชอยู่ เมื่อวันศุกร์ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2376 ณ เนินปราสาทเมืองเก่าสุโขทัย อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย มีลักษณะเป็นหลักสี่เหลี่ยมด้านเท่า ทรงกระโจม สูง 111 เซนติเมตร หนา 35 เซนติเมตร เป็นหินทรายแป้งเนื้อละเอียด มีจารึกทั้งสี่ด้าน ปัจจุบันเก็บอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร กรุงเทพมหานคร

เนื้อหาของจารึกแบ่งได้เป็นสามตอน ตอนที่ 1 บรรทัดที่ 1 ถึง 18 เป็นการเล่าพระราชประวัติพ่อขุนรามคำแหงมหาราชตั้งแต่ประสูติจนเสวยราชย์ ใช้คำว่า "กู" เป็นหลัก ตอนที่ 2 ไม่ใช้คำว่า "กู" แต่ใช้ว่า "พ่อขุนรามคำแหง" เล่าถึงเหตุการณ์และธรรมเนียมในกรุงสุโขทัย และตอนที่ 3 ตั้งแต่ด้านที่ 4 บรรทัดที่ 12 ถึงบรรทัดสุดท้าย มีตัวหนังสือต่างจากตอนที่ 1 และ 2 จึงน่าจะจารึกขึ้นภายหลัง เป็นการสรรเสริญและยอพระเกียรติพ่อขุนรามคำแหง และกล่าวถึงอาณาเขตราชอาณาจักรสุโขทัย

จารึกได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกความทรงจำแห่งโลกเมื่อปี พ.ศ. 2546 โดยยูเนสโกบรรยายว่า "[จารึกนี้] นับเป็นมรดกเอกสารชิ้นหลักซึ่งมีความสำคัญระดับโลก เพราะให้ข้อมูลอันทรงค่าว่าด้วยแก่นหลักหลายประการเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมโลก ไม่เพียงแต่บันทึกการประดิษฐ์อักษรไทยซึ่งเป็นรากฐานแห่งอักษรที่ผู้คนหกสิบล้านคนใช้อยู่ในประเทศไทยปัจจุบัน การพรรณนาสุโขทัยรัฐไทยสมัยศตวรรษที่ 13 ไว้โดยละเอียดและหาได้ยากนั้นยังสะท้อนถึงคุณค่าสากลที่รัฐทั้งหลายในโลกทุกวันนี้ร่วมยึดถือ”
 

ข่าวดี ส่งออกผลไม้ไทย !! “อลงกรณ์” เผยจีนเปิด 4 ด่านนำเข้าผลไม้ไทยแล้วหลังลงพื้นที่เชียงรายเตรียมความพร้อมล่วงหน้ารับมือการส่งออกผลไม้ฤดูการผลิตปี 2565

ชี้ ปี 2564 ส่งออกผลไม้ไปจีนสูงสุดเป็นประวัติการณ์เตรียมประชุมความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรไทย-จีนปลายเดือนนี้ หวังปี 65 ส่งออกมากขึ้นหากปัญหาด่านคลี่คลาย 

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยวันนี้ว่า ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการและบริหารการจัดการผลไม้ (Fruit Board) มีความเป็นห่วงสถานการณ์ปัญหาด่านจีนและได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งคลี่คลายปัญหาเพื่อไม่ให้กระทบต่อการส่งออกสินค้าเกษตรของไทย จึงได้มอบหมายให้ 

ตนในฐานะประธานคณะทำงานจัดทำแผนการแก้ไขปัญหาผลไม้เศรษฐกิจล่วงหน้าทั้งระบบ ลงพื้นที่ภาคเหนือ3จังหวัด ได้แก่เชียงใหม่ ลำพูนและเชียงรายระหว่างวันที่ 11-15ม.ค.โดยประชุมเตรียมความพร้อมในการการบริหารจัดการผลไม้ของภาคเหนือ ฤดูการผลิตปี 2565 และตรวจเยี่ยมด่านเชียงแสนซึ่งเป็นด่านนำเข้าส่งออกสินค้าเกษตรทางลำน้ำโขงรวมทั้งการเพิ่มความเข้มข้นสำหรับมาตรการ SPS และโควิดฟรี (Covid Free) โดยเฉพาะการประชุมทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งผ่านด่านบ่อเตนและด่านโมฮ่านเพื่อเตรียมรับมือฤดูการผลิตผลไม้ปี 2565 ซึ่งจะเริ่มต้นในเดือนมีนาคมนี้

สกพอ. เดินหน้าสร้างการมีส่วนร่วมผ่านคนทุกช่วงวัยใน อีอีซี พัฒนาเยาวชน อีอีซี สแควร์ สู่การเป็นแกนนำ EEC2 Young Leader Camp 2022

เมื่อวันที่ 15-16 มกราคม 2565 สกพอ. จัดกิจกรรมค่ายพัฒนาศักยภาพเยาวชนจากโครงการเสริมศักยภาพเครือข่ายเยาวชนสิ่งแวดล้อมเพื่อ อีอีซี หรือ อีอีซี สแควร์ พัฒนาเยาวชนสู่การเป็นแกนนำ EEC2 Young Leader Camp 2022 เพื่อเสริมสร้างทักษะและศักยภาพในการเป็น “เยาวชนแกนนำ” ซึ่งจะนำไปสู่การขยายเครือข่ายการดำเนินงานในระดับพื้นที่ เยาวชนได้เรียนรู้เกี่ยวกับทักษะการเป็นผู้นำ เทคนิคการผลิตสื่อเพื่อเป็นเครื่องมือสื่อสารข้อมูลและขยายเครือข่ายทั้งประเด็นการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาพื้นที่อีอีซี อย่างยั่งยืน 

โดยนางสาวทัศนีย์ เกียรติภัทราภรณ์ ที่ปรึกษาพิเศษ ด้านพื้นที่และชุมชน ได้บรรยายภาพรวมการพัฒนาอีอีซี และการเชื่อมโยงโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของ อีอีซี กับพื้นที่พัฒนาอุตสาหกรรมของจังหวัดระยอง รวมทั้งได้นำเยาวชนศึกษาดูงานการพัฒนาในพื้นที่ ณ ท่าเรืออุตสาหกรรม มาบตาพุด 

‘บิ๊กตู่’ ดัน ‘แก้หนี้’ เป็นพันธกิจหลักปี 65 สั่งลุยแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน - หนี้สิน ขรก.

จากสถิติตัวเลขหนี้ภาคครัวเรือนต่อ GDP ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในช่วง 2 ปี ที่ประเทศไทยเผชิญวิกฤตโรคโควิด-19 ระบาด ที่ซ้ำเติมให้ ‘ปัญหาหนี้สินครัวเรือน’ มีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น

ข้อมูลล่าสุดจากของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า ณ ไตรมาส 3/2564 (30 ก.ย. 64) ครัวเรือนไทยมีหนี้สินทั้งสิ้น 14.34 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 89.3% ต่อ GDP ซึ่งอยู่ในระดับสูงสุดในรอบ 18 ปีเลยทีเดียว

การที่หนี้ครัวเรือนอยู่ในอัตราที่สูงในขณะนี้ จะสะท้อนไปถึงภาวะความเปราะบางของภาคครัวเรือนไทย และนำไปสู่ปัญหาในการดำรงชีวิตและเสถียรภาพเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศได้ในอนาคต

แน่นอนว่า ปัญหานี้ นับเป็นอีกหนึ่งในโจทย์ใหญ่ที่รัฐบาลคงไม่สามารถเพิกเฉยต่อไปได้ 

ในขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะผู้นำรัฐบาล ประกาศชัดว่า จะผลักดันให้ปี 2565 นี้ เป็น “ปีแห่งการแก้หนี้ภาคครัวเรือน” ให้สำเร็จให้ได้ พร้อมกับให้คำมั่นว่า จะเดินหน้าทุกวิถีทาง เพื่อช่วยบรรเทาภาระและความเดือดร้อนของทุกกลุ่มลูกหนี้ 

ล่าสุดได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2564 ผลักดันร่างพ.ร.บ. กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. เข้าสู่รัฐสภาพิจารณา โดยหวังจะได้รับความร่วมมือสมาชิกรัฐสภาผ่านร่างพ.ร.บ. โดยเร็ว ซึ่งจะส่งผลต่อการแก้หนี้นักเรียน นักศึกษา และผู้ค้ำประกันที่คาดว่าจะมีอยู่กว่า 5 ล้านคน ได้หายใจได้คล่องขึ้น 

ไม่เพียงเท่านั้น นายกรัฐมนตรี ยังได้ประกาศแนวทางหลักๆ 8 แนวทาง ในการแก้หนี้ เพื่อให้ทุกภาคส่วนขับเคลื่อนไปพร้อมๆ กัน โดย 8 แนวทางที่หยิบยกขึ้นมาจัดการก่อนประกอบด้วย

- การแก้ปัญหาหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) 
- การกำหนดให้การไกล่เกลี่ยและการปรับโครงสร้างหนี้เป็นวาระของประเทศ 
- การแก้ปัญหาหนี้เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ 
- การแก้ปัญหาหนี้สินข้าราชการโดยเฉพาะข้าราชการครูและข้าราชการตำรวจ 
- การปรับลดและทบทวนโครงสร้างและเพดานอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียม และการออกมาตรการคุ้มครองสิทธิ์ของลูกหนี้ 
- การแก้ปัญหาหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล 
- การแก้ปัญหาการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของประชาชนรายย่อย และ SMEs 
- การปรับปรุงขั้นตอนในกระบวนการยุติธรรม

ภายหลังจากที่นายกรัฐมนตรีได้สั่งการ ก็ได้เริ่มเห็นแนวทางที่หน่วยงานผู้รับผิดชอบ ได้จัดทำแผนไปบ้างแล้ว เช่น จากแนวทางส่วนการแก้ปัญหาหนี้สินข้าราชการ ที่แบ่งการขับเคลื่อนแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ บุคลากรครู และเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยกระทรวงศึกษาธิการได้จัดตั้งคณะกรรมการแก้ไขหนี้สินบุคลากรครู โดยวาง 4 แนวทางแก้ไขปัญหา 

1.) ยุบยอดหนี้ โดยใช้ทรัพย์สินและรายได้ในอนาคตของครู เพื่อให้ยอดหนี้ลดลง และสามารถชำระคืนได้จากเงินเดือน เช่น ใช้เงินบำเหน็จตกทอดมาชำระหนี้บางส่วน

2.) ปรับดอกเบี้ยเงินกู้ให้ลดลงเหลือไม่เกิน 5% เพื่อให้สอดคล้องกับสินเชื่อ หักเงินเดือนข้าราชการที่มีความเสี่ยงต่ำ

3.) ปรับลดค่าธรรมเนียมทำประกันชีวิตและการค้ำประกันโดยบุคคลที่ไม่จำเป็น 

4.) ยกระดับระบบการตัดเงินเดือนข้าราชการให้มีประสิทธิภาพและเป็นธรรมมากขึ้น ซึ่งขณะนี้ มีสหกรณ์ครูจำนวน 20 แห่ง ครอบคลุมครูทั่วประเทศ กว่า 2 แสนคน สมัครเข้าร่วมดำเนินการตามแนวทางที่กระทรวงฯกำหนด และคาดว่าจะมีเพิ่มในระยะต่อไป

วัคซีนครบ 3 เข็ม เที่ยวชมสวนนงนุชพัทยา ฟรี!! บัตรผ่านประตู

สวนนงนุชพัทยานำโดย นายกัมพล ตันสัจจาทำ  ประธานสวนนงนุช กล่าวถึงความพร้อมในการรับนักท่องเที่ยว โดยให้พนักงานของสวนนงนุชพัทยา  เข้ารับการฉีดวัคซีดกระตุ้น เข็ม 3 ครบทุกคน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการให้บริการ กระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว รวมทั้งยังสร้างบรรยากาศในรูปแบบไทยเที่ยวไทยให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง 

นายกัมพล กล่าวว่า สวนนงนุชพัทยา เพื่อเป็นการให้ประชาชนได้กระตุ้นการฉีดวัคซีน เข็ม 3 ทางสวนนงนุช จึงได้มอบสิทธิ์พิเศษ ให้ "เข้าชมสวนฟรี" สำหรับผู้ฉีดวัคซีนโควิด-19 ครบ 3 เข็มแล้วเพียงแสดงหลักฐานการฉีดวัคซีนครบ 3 เข็ม ที่จุดบริการก่อนเข้าชม ใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่ วันที่ 19 มกราคม ถึง 3 กุมภาพันธ์ 2565 สำหรับผู้ที่ฉีดไม่ครบ 3 เข็มยังคงใช้โปรโมชั่นตอนรับปีใหม่ 2565 ซื้อบัตรผ่านประตู 1 ท่าน ฟรี 1 ท่าน ใช้สิทธิได้ถึงวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2565 

ทั้งนี้สวนนงนุชพัทยา ตอบสนองตามนโยบายของภาครัฐ เรื่องมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัยได้รับเครื่องหมายมาตรฐาน SHA Plus เพราะพนักงานของสวนนงนุชพัทยา และพนักงานหน้าด่าน (Frontline) ที่ต้องพบเจอแขกทุกวัน ได้รับการฉีดกระตุ้น เข็ม 3 ครบ 100 %

5 สิ่ง พ่อแม่ผู้ปกครองควรปฏิบัติ "บล็อกภัยออนไลน์" ด้วยความห่วงใยจาก โฆษก ตร.

16 ม.ค. 65 พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เผยว่า ในสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ยังคงแพร่ระบาด เด็ก ๆ ยังต้องเรียนหนังสือ ซึ่งส่วนใหญ่จะเรียนผ่านทางออนไลน์อยู่ที่บ้าน ทำให้เวลาที่เด็ก ๆ เหล่านั้นจะต้องอยู่กับหน้าจออุปกรณ์สื่อสาร ไม่ว่าจะเป็น คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ หรือแท็บเล็ต มากขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ถึงแม้ว่าช่องทางออนไลน์ จะเป็นช่องทางที่ดี ในการแสวงหาความรู้ การเข้าถึงข่าวสาร สร้างความสัมพันธ์กับเพื่อน ๆ หรือสร้างความบันเทิง แต่ก็ยังแฝงมาด้วยภัยหลาย ๆ อย่าง ทำให้ผู้ปกครองต้องเอาใจใส่การใช้งานอินเทอร์เน็ตของบุตรหลานอย่างใกล้ชิด 

พล.ต.ต.ยิ่งยศฯ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า แม้ว่าเด็ก ๆ จะต้องเรียนหนังสือ ผ่านทางออนไลน์อยู่ที่บ้าน ผู้ปกครองก็ไม่ควรปล่อยปละละเลย ควรดูแลเอาใจใส่การใช้อินเทอร์เน็ตของบุตรหลานให้ดี เพราะอาจจะมีภัยร้ายต่าง ๆ ที่เด็ก ๆ พบเจอในโลกออนไลน์ อาทิเช่น การล่วงละเมิดทางเพศออนไลน์  การระรานทางไซเบอร์ (Cyberbullying) พฤติกรรมเสี่ยงที่เด็ก ๆ อาจทำในโลกออนไลน์ เนื้อหาที่อาจเกิดอันตราย การรับหรือส่งต่อข่าวสารหรือข้อมูลที่ผิดหรือบิดเบือนไปจากความจริง และความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัวจากการเข้าสู่ระบบใช้งานแอปพลิเคชันต่าง ๆ 

ทั้งนี้ คู่มือผู้ปกครองและผู้ดูแลปกป้องเด็กให้ปลอดภัยบนโลกออนไลน์ ในช่วงแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยองค์การยูนิเซฟ ได้นำเสนอสิ่งที่พ่อแม่ผู้ปกครองควรปฏิบัติ เพื่อที่จะได้เข้าไปมีส่วนร่วมสร้างทักษะการใช้สื่อ หรือรับรู้การใช้แพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ ของบุตรหลาน โดยการเข้าไปช่วยดูแลในโลกออนไลน์ เพื่อบล็อกภัยออนไลน์ ด้วย 5 สิ่งที่ต้องทำ ดังต่อไปนี้


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top