Sunday, 21 June 2026
Hard News Team

เริ่มแล้ว! มาตรการลดค่าจดทะเบียนโอน-จำนองอสังหาฯ เหลือ 0.01% มีผลบังคับใช้วันนี้ คลังประเมินช่วยกระตุ้นการซื้อขายที่อยู่อาศัยกว่า 2.91 แสนล้านบาท เพิ่มจีดีพี 0.58%    

น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า  เมื่อวันที่ 17 ม.ค. 2565 ที่ผ่านมา ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ ประกาศกระทรวงมหาดไทย รวม 4 ฉบับ  ซึ่งกำหนดให้มีการลดค่าการจดทะเบียนการโอนอสังหาริมทรัพย์จาก 2% และค่าจดทะเบียนจำนองจาก 1% เหลือ 0.01%  ซึ่งจะช่วยกระตุ้นและฟื้นฟูเศรษฐกิจปี 2565 รักษาระดับกิจกรรมทางเศรษฐกิจในภาคอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ตลอดจนสนับสนุนการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ช่วยเหลือให้ลูกหนี้มีสภาพคล่องและผู้ประกอบการกลับมาประกอบธุรกิจได้เร็วขึ้น

สำหรับการปรับลดค่าจดทะเบียนโอนและจดทะเบียนจำนองอสังหาริมทรัพย์นี้ เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจซึ่งผ่านการอนุมัติของที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อวันที่ 21 ธ.ค. 2564 ที่ผ่านมา โดยแบ่งการดำเนินการเป็น 2 กรณี  

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า  กรณีแรก เพื่อลดภาระให้กับประชาชนที่มีการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งกระทรวงมหาดไทยออกประกาศ 2 ฉบับ มีผลเป็นการลดค่าจดทะเบียนการโอนและค่าจดทะเบียนจำนองอสังหาริมทรัพย์ตามประมวลกฎหมายที่ดินกรณีอาคารที่อยู่อาศัย (บ้านเดี่ยว บ้านแฝดและบ้านแถว) หรืออาคารพาณิชย์ หรือที่ดินพร้อมอาคารดังกล่าว และห้องชุดในอาคารชุดซึ่งจดทะเบียนนิติบุคคลอาคารชุดตามกฎหมายว่าด้วยอาคารชุด โดยราคาซื้อขายและประเมินทุนทรัพย์ไม่เกิน 3 ล้านบาท วงเงินจำนองไม่เกิน 3 ล้านบาท และมีการโอนและจดจำนองในคราวเดียวกันโดยในส่วนนี้จะมีผลตั้งแต่วันที่ 18 ม.ค. – 31 ธ.ค. 2565 

“มาตรการในส่วนนี้จะช่วยบรรเทาภาระให้ผู้ที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองในระดับราคาที่ไม่สูงมาก รวมถึงช่วยรักษาระดับกิจกรรมทางเศรษฐกิจในภาคอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับภาคอสังหาฯ ในสถานการณ์โควิด-19 โดยกระทรวงการคลังได้ประเมินว่ามาตรการดังกล่าวจะช่วยกระตุ้นให้เกิดการซื้อขายอสังหาฯ มูลค่าประมาณ 2.91 แสนล้านบาท ซึ่งจะช่วยเพิ่มการบริโภคในประเทศได้ 7.4 หมื่นล้านบาท เพิ่มการลงทุนประมาณ 1.35 แสนล้านบาท และส่งผลให้จีดีพีเพิ่มขึ้น 0.58%” น.ส.ไตรศุลี กล่าว  

“รองโฆษกรัฐบาล” ชวนแรงงานอิสระ สมัครเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 40 -ออมเงินกับกองทุนการออมแห่งชาติ ชี้ ได้บำนาญ คุ้มครองอุบัติเหตุ

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเชิญชวนผู้ประกอบอาชีพอิสระ และผู้ประกันตนตามมาตรา 40(1)สมัครออมเงินควบคู่ไปกับกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.)เพื่อเติมเต็มเงินออมและสร้างความมั่นคงทางการเงิน สอดคล้องกับเป้าหมายของรัฐบาล โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่มุ่งมั่นลดความเหลื่อมล้ำในสังคม สร้างหลักประกันที่มั่นคงในชีวิตของประชากร ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561 - 2580)

โดยกอช. ร่วมกับสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน จัดคู่หูสวัสดิการเพื่อประชาชน เชิญชวนผู้ที่มีสิทธิสมัคร อายุ 15 – 60 ปี และเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 40(1) วางแผนเงินออมหลังอายุ 60 ปี ควบคู่กับ กอช. เพียงออมเงินขั้นต่ำ 50 บาท สูงสุด 13,200 บาทต่อปี ทั้งนี้ สมาชิกจะได้สวัสดิการจาก 2 หน่วยงานรวมกัน โดยจะได้รับเงินสมทบจากรัฐบาลเพิ่มตามช่วงอายุสมาชิก สูงสุด 100 เปอร์เซ็นต์ ไม่เกิน 1,200 บาทต่อปี นอกจากนี้ยังมีผลตอบแทนเพิ่มเติมจากการลงทุน ซึ่งได้รับความค้ำประกันผลตอบแทน รวมถึงสามารถลดหย่อนภาษีเงินได้ประจำปีได้เต็มจำนวนเงินออมสะสม และในระหว่างการทำงาน สมาชิกจะได้เงินทดแทนรายได้กรณีประสบอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วย เงินทดแทนการขาดรายได้กรณีทุพพลภาพ ค่าทำศพจากสำนักงานประกันสังคม และเมื่ออายุเกิน60 ปี จะได้บำนาญรายเดือนจาก กอช. และได้เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุตามเกณฑ์อีกด้วย โดยผู้ที่สนใจสามารถสมัครสมาชิก กอช. มีอายุตั้งแต่ 15 – 60 ปี ได้แก่ นักเรียน นิสิตและนักศึกษา พ่อค้าแม่ค้า เกษตรกร ผู้ที่ขับรถรับจ้างทั่วไป ผู้ประกอบอาชีพอิสระ เป็นต้น ซึ่งสามารถตรวจสอบสิทธิได้ที่แอปพลิเคชัน “กอช.” หรือ เว็บไซต์ กอช. www.nsf.or.th หรือสอบถาม สายด่วนเงินออม โทร.02-049-9000

‘สมเด็จพระนเรศวรมหาราช’ ทรงกระทำยุทธหัตถี และมีชัยชนะต่อ ‘พระมหาอุปราชา’ ของพม่า

สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงเป็นพระมหากษัตริย์ไทยลำดับที่ 18 แห่งราชอาณาจักรศรีอยุธยา เสด็จพระราชสมภพที่เมืองพิษณุโลก ปีเถาะ พ.ศ. 2098 ทรงมีสมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราชเจ้า ซึ่งเป็นพระเจ้าแผ่นดินราชวงศ์สุโขทัยองค์แรกที่ครองกรุงศรีอยุธยาเป็นพระบิดา และมีพระวิสุทธิกษัตรี เป็นพระราชธิดาของสมเด็จพระมหาจักรพรรดิอีกด้วย

ภายหลังการเสียกรุงศรีอยุธยาให้กับพม่า องค์พระนเรศวรได้ถูกนำเป็นองค์ประกัน ณ เมืองหงสา และได้ร่ำเรียนวิชาความรู้ ความสามารถต่างๆ เพื่อรอวันที่จะได้กลับมากู้ชาติกู้แผ่นดินอีกครั้ง แต่ด้วยความกตัญญูของสมเด็จพระนเรศวร ที่มีต่อพระเจ้าบุเรงนอง ที่ชุบเลี้ยงดูแลจนเติบใหญ่ จึงไม่ทำการขัดขืนใดๆ เมื่อพระเจ้าบุเรงนองยังมีชีวิตอยู่ แต่ภายหลังการสิ้นพระชนม์ของพระเจ้าบุเรงนอง สมเด็จพระนเรศวรได้กลับมาปกครองยังพระนครกรุงศรีอยุธยา และด้วยวิชาความรู้และความสามารถของพระองค์ ได้ทำการรบข้าศึกต่างๆ และชนะเรื่อยมา จนเป็นที่เกรงกลัวของข้าศึกเป็นอย่างมาก  
 

'จุรินทร์' ลั่นทุกเสียง ปชป. ไม่มีโกง เตือนแล้วพรรคร่วมแข่งกันเอง ได้ไม่คุ้มเสีย

17 ม.ค. 65 ที่กระทรวงพาณิชย์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวภายหลังพรรคประชาธิปัตย์ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งซ่อมส.ส. ทั้งที่เขต 1 จ.ชุมพร และเขต 6 จ.สงขลา ว่า ขอขอบคุณประชาชนทั้งสองจังหวัด รวมถึงผู้สนับสนุนจากหลายพื้นที่ทั่วประเทศที่เป็นกำลังใจให้พรรคประชาธิปัตย์ ส่วนปัจจัยที่ทำให้พรรคประสบความสำเร็จในครั้งนี้ ก็เพราะเสียงสวรรค์ของประชาชน เห็นชัดเจนเป็นรูปธรรมที่สุด ตนและพรรคขอบคุณด้วยความซาบซึ้งใจ จากนี้จะต้องทำงานหนักขึ้นต่อไป

เมื่อถามว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ระบุอาจมีการเลือกตั้งซ่อมอีกรอบ นายจุรินทร์ กล่าวว่า ไม่ขอวิจารณ์ แต่ขอเรียนเลยว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่โกง มั่นใจทุกคะแนนได้มาอย่างบริสุทธิ์ และมาจากเสียงสวรรค์ที่แท้จริง

‘สุพล - สันติ’ ยอมสิ้นสภาพ ส.ส. ควงคู่ ยื่นลาออกจากสมาชิก พปชร. 

พปชร. ส่อแววแตก หลัง 2 ส.ส.บัญชีรายชื่อ สุพล ฟองงาม และสันติ กีระนันทน์ ยื่นลาออกจากสมาชิกพรรค ยอมสิ้นสภาพส.ส. 

เมื่อวันที่ 17 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุพล ฟองงาม และนายสันติ กีระนันทน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ยื่นหนังสือลาออกจากสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ เป็นผลให้สิ้นสภาพส.ส. ทันที

ทั้งนี้ ยังมีรายงานข่าวเพิ่มเติมว่า ทั้งสองจะเข้าไปสังกัดพรรคสร้างอนาคตไทย ของ “กลุ่มสี่กุมาร” ภายใต้การนำของนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ และนายอุตตม สาวนายน ที่เตรียมเปิดตัวในวันที่ 19 ม.ค. นี้


ที่มา : https://www.matichon.co.th/politics/news_3136115

รัฐบาลรับทราบแผนขยายสนามบินสุวรรณภูมิ

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการพิจารณาแนวทางการเพิ่มขีดความสามารถของอาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ว่า ที่ประชุมได้รับทราบการก่อสร้างส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารหลักด้านทิศตะวันออก ซึ่งมีความพร้อม และเร่งทบทวนแผนแม่บทท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยให้สมาคมการขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) และองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ดำเนินการศึกษาความเหมาะสมแนวทางการพัฒนา 

ทั้งนี้ที่ประชุมฯ ได้พิจารณาความก้าวหน้าการดำเนินงานของ บมจ.ทอท. 3 เรื่อง ประกอบด้วย 1. ความก้าวหน้าการดำเนินงานจ้าง ICAO เพื่อศึกษาแนวทางการเพิ่มขีดความสามารถของอาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ล่าสุด ทอท. อยู่ระหว่างการประสานกับสำนักงานอัยการสูงสุดเพื่อพิจารณาร่างข้อตกลง เพื่อให้ ICAO ศึกษาแนวทางการเพิ่มขีดความสามารถของอาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยจะเริ่มดำเนินการได้ในเดือนม.ค. 2565 และแล้วเสร็จในเดือนต.ค.2565  

2. ผลการศึกษาแนวทางการเพิ่มขีดความสามารถของอาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดย IATA ซึ่งที่ประชุมรับทราบผลการศึกษาที่แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 18 ส.ค.2564 สรุปว่า การคาดการณ์ปริมาณผู้โดยสารของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จะฟื้นกลับมาในระดับเดียวกันกับช่วงก่อนเกิดการระบาดของโรคโควิด 19 ซึ่งมีผู้โดยสารปีละประมาณ 65 ล้านคน ในช่วงปี 2567 – 2568 โดยเสนอให้พัฒนาส่วนต่อขยายด้านทิศเหนือ เพื่อให้บริการผู้โดยสารภายในประเทศและผู้โดยสารระหว่างประเทศ 

บังกลาเทศ – จับตา!! อสังหาริมทรัพย์ในบังคลาเทศเติบโตอย่างต่อเนื่องจากแรงหนุนรอบด้าน

ธากา/บังกลาเทศ – ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในบังคลาเทศเติบโตอย่างโดดเด่นในช่วงสองปีที่ผ่านมาอันเนื่องมาจากการพัฒนาอย่างรวดเร็วของประเทศ ส่งผลให้รายได้ต่อหัวที่เพิ่มขึ้นครั้งล่าสุดและการขยายตัวของชนชั้นกลาง ความต้องการที่อยู่อาศัยก็เพิ่มขึ้น 

ทั้งนี้จากรายงานของสมาคมอสังหาริมทรัพย์และเคหะแห่งบังคลาเทศ (REHAB Real Estate & Housing Association of Bangladesh) เผยตัวเลขจากบริษัทที่เข้าร่วมสมาคมฯ ราว 879 แห่ง โดยพบกว่ามีอัตราเติบโตเฉลี่ยต่อปีราว 10% ในช่วงปี 2019-2020 

ขณะที่แนวคิดในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์โดยภาพรวม ก็ไม่ได้จำกัดอยู่แค่อพาร์ตเมนต์ แต่ยังรวมถึงเมืองจำลอง ห้างสรรพสินค้า และโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญในรูปแบบต่างๆ โดยผลการสำรวจสำมะโนประชากรครั้งล่าสุดระบุว่าความต้องการที่อยู่อาศัยทั้งหมดของประชากรอยู่ที่ 0.8 ล้านหน่วยในปี 2020 และจะเพิ่มเป็น 1.14 ล้านหน่วยในปี 2030และหากคิดเป็นสัดส่วนของภาคที่อยู่อาศัยต่อ GDP ในบังกลาเทศแล้วนั้น ปัจจุบันมีตัวเลขอยู่ที่ 7.96% ขณะที่อุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้าง เช่น เหล็ก, ปูน, อิฐ, ทราย, กระเบื้องเซรามิก, สี, และอุปกรณ์ตกแต่งและอุปกรณ์อื่นๆ อยู่ที่ราว 12%

สำหรับอีกจุดเปลี่ยนสำคัญของการเติบโตในครั้งนี้ ด้าน Kamal Mahmud รองประธาน REHEB ได้กล่าวว่า ภายใต้ลดภาษีในภาคอสังหาฯ แก่ผู้ประกอบกร โดยกระทรวงพาณิชย์ฯ นั้น ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้การขายอสังหาฯ ในรูปแบบต่างๆ เพิ่มมากขึ้น 

‘อุตตม’ ได้ฤกษ์เปิดตัวพรรคใหม่ 19 ม.ค.นี้ ชี้ ตอนนี้มีปัญหามากมาย ต้องร่วมกันแก้

วันที่ 17 ม.ค. 65 นายอุตตม สาวนายน อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และอดีตหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ถึงการแถลงเปิดตัวพรรคการเมืองใหม่วันที่ 19 ม.ค. พร้อมติดแฮชแท็ก #ความหวังสร้างได้ #สร้างอนาคตไทย โดยระบุว่า

ผ่านพ้นครึ่งเดือนแรกของปี 2565 ไปแล้ว หวังว่าทุกท่านจะได้เริ่มต้นชีวิตและการทำงานที่ดี มีพลังในการเดินตามเป้าหมายที่วางเอาไว้ในปีนี้ ก่อนหน้านี้ได้สัมผัสถึงความรู้สึกของพวกเราชาวไทย ที่มีความกังวลต่ออนาคตของประเทศ มองไม่เห็นว่าจะเดินไปต่อกันอย่างไร เพราะเรามีปัญหามากมาย หลายปัญหาฝังรากลึกทำร้ายประเทศมานานเกินควรแล้ว และหากเราปล่อยให้ความรู้สึกดังกล่าวเกาะกินใจทุกคนต่อไปเรื่อยๆ วันหนึ่งทุกคนก็จะรู้สึกหมดหวัง เมื่อถึงเวลานั้นประเทศคงไม่สามารถอยู่บนเส้นทางที่เจริญก้าวหน้าต่อไปได้

'บิ๊กโจ๊ก' เดินทางเยี่ยมผู้ได้รับบาดเจ็บกรณีถูกทำร้ายในเรือประมงที่ จ.ปัตตานี

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร. ได้เดินทางไปเยี่ยม นายวี เมือน อายุ 38 ปี สัญชาติกัมพูชา ลูกเรือที่ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ภ.จว.ปัตตานี ร่วมกับ กก.๗ บก.รน. ได้ร่วมกันจับกุม นายโบเฮียม เฮียง อายุ 23 ปี สัญชาติกัมพูชา เป็นลูกเรือประมงชื่อ เรือวรพงศ์นาวี ๒ ซึ่งได้ลงมือทำร้ายร่างกายโดยการใช้อาวุธมีดสปาต้าฟันนายวี เมือน อายุ 38 ปี เพื่อนลูกเรือภายในลำเดียวกันจนได้รับบาดเจ็บสาหัส เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ทราบเหตุจากการแจ้งเหตุผ่านทางวิทยุเพื่อขอความช่วยเหลือจากไต๋เรือ ก่อนจะนำเรือเข้าเทียบท่าที่ท่าเทียบเรือประมงปัตตานี อ.เมือง จ.ปัตตานี และเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกับเจ้าหน้าที่ PIPO ได้ดำเนินการจับกุมดังกล่าว สอบถามนายโบเฮียมฯ ผู้ก่อเหตุให้การรับว่า ตนก่อเหตุดังกล่าวเนื่องจากไม่พอใจผู้ถูกทำร้ายเนื่องจากชอบด่าพ่อแม่ของตน และชอบขโมยของของตน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ดำเนินการจับกุมส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองปัตตานี ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

‘บิ๊กตู่’ ตั้งข้อสังเกต หมูตายแค่ 20% แต่ทำไมขาดตลาด เชื่อมีขบวนการทำหมูแพง

‘บิ๊กตู่’ ตั้งข้อสังเกตทำไมหมูขาด ทั้งที่ตายไม่ถึง 20% ระบาดเป็นบางจุด เชื่อมีขบวนการทำให้หมูแพง ลั่นอย่าเห็นแก่ตัวขึ้นราคาสินค้าอ้างน้ำมันแพง

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 17 ม.ค. ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงปัญหาราคาสินค้าที่พุ่งสูง โดยเฉพาะเนื้อสุกรจะมีการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอย่างไร ว่า ขณะนี้ได้มีการสำรวจแล้วตั้งแต่ต้นทางว่าปัญหามันอยู่ที่ไหน อย่างไร วันนี้ปัญหาคือมีปริมาณเพียงพอหรือไม่ เมื่อไม่เพียงพอจะจัดหาเพิ่มเติมได้จากที่ไหน เช่น หมูถ้าจำเป็นก็ต้องนำเข้าและระงับการส่งออก ขณะเดียวกันหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ต้องไปผลิตลูกหมูออกมา ส่งเสริมผู้ค้าหมูรายย่อย วันนี้ก็ต้องไปสำรวจอีกกว่ามีหมูที่เก็บไว้ในสต็อกมีการแช่แข็งไว้เท่าไหร่ที่รอการส่งออกก็ต้องระงับการส่งออกทั้งหมด เพื่อให้ปริมาณหมูมีเพียงพอต่อการใช้ในประเทศ ต้องแก้ปัญหากันแบบนี้

"หมูตายก็สร้างหมูใหม่ขึ้นมา เพาะพันธุ์ใหม่ขึ้นมาให้เพียงพอปัญหาสำคัญที่สุด การแพร่ระบาดในครั้งนี้ มีการแพร่ระบาดในบางพื้นที่และเป็นจุดๆ ไป ไม่ได้แพร่ระบาดทั่วประเทศ ขอให้เข้าใจตรงนี้ด้วย และการตายมีประมาณไม่ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ แต่ทำไมหมูถึงขาด แสดงว่ามันเกิดอะไรขึ้นในกระบวนการ มีคนไปทำอะไรหรือเปล่า อีกทั้งหลายๆ อย่างก็พยายามขึ้นราคาตาม ขึ้นมาโดยไม่มีเหตุผลที่สมควร ผมจึงได้สั่งการให้กระทรวงพาณิชย์กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบ และถ้าไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ก็ให้ร้องเรียนมายังสคบ." พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top