Sunday, 21 June 2026
Hard News Team

‘หมอสันต์’ เปิดหลักฐานความรุนแรง ‘โอมิครอน’ ชี้ อัตราตายใกล้ศูนย์ - ต่ำกว่าเดลตา 9 เท่า

13 มกราคม 2565 นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์ ศัลยแพทย์หัวใจและผู้เชี่ยวชาญเวชศาสตร์ครอบครัว เปิดเผยผ่านเว็บไซต์ drsant.com โดยระบุถึง “หลักฐานวิทยาศาสตร์ชิ้นแรกเรื่องความรุนแรงของโอไมครอนในสหรัฐอเมริกา” มีเนื้อหาว่า ความกลัวโอไมครอนทั่วโลกส่วนหนึ่งเกิดจากการที่มีการแพร่ข่าวเรื่องความรุนแรงของโรคนี้ในประเทศสหรัฐอเมริกาในประเด็นต่างๆ เช่น การที่ยอดผู้ป่วยถูกแอดมิทไว้รักษาในโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น การตายเพิ่มขึ้น เด็กป่วยมากกว่าผู้ใหญ่และตายมากกว่าผู้ใหญ่ เป็นต้น ทั้งหมดนั้นเป็นเพียงแค่ข่าว ไม่ใช่หลักฐานวิทยาศาสตร์ แต่ตอนนี้หลักฐานวิทยาศาสตร์ของจริงออกมาแล้ว เป็นงานวิจัยที่แคลิฟอร์เนียซึ่งสปอนเซอร์โดยศูนย์ควบคุมโรคสหรัฐฯ (CDC) มีศูนย์ประสานงานการวิจัยอยู่ที่ยูซี.เบอร์คเลย์ ซึ่งผมขอสรุปผลให้ฟังดังนี้

งานวิจัยนี้ทำกับผู้ป่วยติดเชื้อโอไมครอนที่ยืนยันการตรวจด้วยเทคนิค SGTF (S gene target failure) ทำเฉพาะกับผู้ป่วยที่มาโรงพยาบาลจำนวนรวม 52,297 คน พบผลดังนี้

ผู้ป่วยทั้งหมด รวม 52,297 คน หากนับเฉพาะคนที่ติดตามได้อย่างน้อย 5.5 วัน รวมทั้งหมด 288,534 คน พบว่า

ผู้ป่วยถูกรับไว้ในโรงพยาบาล 88 คน (0.48%)

ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ 0 คน (0%)

ท้ายที่สุดแล้วมีตาย 1 คน (0.09%)

กลุ่มหนุนจะนะ บุกศาลากลาง แสดงจุดยืน เรียกร้องรัฐบาลเดินหน้านิคมจะนะ เพื่อการพัฒนาเมืองสงขลา และรองรับการทำงานของเด็กรุ่นใหม่ในอนาคต

กลุ่มผู้สนับสนุนนิคมอุตสาหกรรมจะนะจาก 3 ตำบล กว่า 500 คนเดินทางมายื่นหนังสือถึงพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ผ่านทางผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา  โดยมีนายไพโรจน์ และสูบ  ผู้อำนวยการกลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสงขลา เป็นตัวแทนรับหนังสือเรียกร้องจากตัวแทนกลุ่มสนับสนุนในอำเภอจะนะ ณ หน้าศาลากลางจังหวัดสงขลา (หลังเก่า) 

ทั้งนี้ตัวแทนภาคประชาชนจากผู้สนับสนุนจาก ตำบลตลิ่งชัน ตำบลนาทับ และตำบลสะกอม ได้กล่าวถึงเจตนารมณ์ในครั้งนี้ของชาวอำเภอจะนะ ที่เดินทางมายื่นหนังสือข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลว่า เพื่อต้องการที่จะพัฒนาบ้านตนเอง โดยการมีส่วนร่วมจากประชาชนใน 3 ตำบล และร่วมอีก 9 ตำบลของขอบเขตผังเมืองที่กำหนดไว้ จึงอยากสะท้อนปัญหาให้เห็นว่าคนจะนะ คิดกันเองว่าถึงเวลาแล้วที่ต้องบุกขึ้นมาบอกกับคนทั่วประเทศว่า วันนี้จังหวัดสงขลาพี่น้องอำเภอจะนะ ต้องการผลักดันโครงการนี้ เพราะเห็นว่าเป็นประโยชน์กับจังหวัดสงขลา โดยดูจากอัตราการเจริญของจังหวัดระยองที่เป็นหนึ่งในการพัฒนาประเทศไทย และ รายได้ถัวเฉลี่ย 1 คนต่อ 1 ล้านบาทต่อคนต่อปี แต่เมื่อมาดูจังหวัดสงขลา ที่อำเภอจะนะที่รับผิดชอบโดย ศอ.บต.วันนี้คนจะนะใน 4 อำเภอยังอยู่เหมือนเดิม เพราะถูกขัดขวางโดยกลุ่ม NGO ที่เห็นต่าง ดังนั้นจึงถึงเวลาแล้วที่จะลุกขึ้นมาเพื่อต้องการที่จะกำหนดทิศทางในการพัฒนาในครั้งนี้ให้เกิดขึ้น

ซึ่งวันนี้ ทุกคนพยายาม จะปฏิบัติตามตัวบทกฏหมาย แต่ ทุกฝ่ายก็ใช้ แรงกดดันรัฐบาล  และวันนี้รัฐบาลเองก็อยากให้มีการจ้างงานเกิดขึ้นในระบบเศรษฐกิจที่จะขับเคลื่อนไปได้ ดังนั้นพวกเราจึงขอเป็นส่วนหนึ่งในการที่จะช่วยรัฐบาล ในเรื่องของการสร้างงานในอำเภอจะนะ ดังนั้นจึงต้อง การขับเคลื่อนโครงการนี้ต้องให้เกิดขึ้น อย่าชะลอโครงการ วันนี้จึงต้องมาทวงถามรัฐบาลว่าทำไม เมื่อมติครม.ผ่านไปแล้ว พอถึงเวลาคนไปเพียง 50 คนท่านก็หยุด แล้วจะทำอย่างไร จึงต้องมาแสดงจุดยืนว่า เราอยากพัฒนาบ้านเราให้เหมือนกับจังหวัดที่เจริญแล้ว จึงมาเรียกร้องในวันนี้โดย

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมกับกรมการพัฒนาชุมชน มอบอาชีพ “สร้างชีวิต ” อย่างยั่งยืนแก่ครัวเรือนยากจนจังหวัดพะเยา และเชียงราย 

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดยนางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ เป็นประธานในพิธี  พร้อมด้วย นายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร กรรมการและรองเลขาธิการ และนางศิริพร กระจ่างหล้า รักษาการผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ / หัวหน้าแผนกสังคมสงเคราะห์ นำทีมแผนกสังคมสงเคราะห์ ลงพื้นที่มอบอุปกรณ์การประกอบอาชีพให้กับครัวเรือนยากจนในพื้นที่จังหวัดพะเยาจำนวน 8 ครัวเรือน โดยมี นายศักดิ์ฤทธิ์ สลักคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา และ นายอาทร พิมชะนก ผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย เป็นประธานร่วมในพิธี พร้อมด้วย นายนิวัฒน์ ฤทธิ์วิวัฒน์ นายกสมาคมพะเยาและคณะกรรมการ ร่วมในพิธี ณ  บริเวณศูนย์การเรียนรู้บ้านตุ่นใต้ อ.เมือง จ.พะเยา

และในวันเดียวกันนี้ มูลนิธิฯ ได้มอบอุปกรณ์การประกอบอาชีพให้กับครัวเรือนยากจนจังหวัดเชียงราย จำนวน 20 ครัวเรือน โดยมี นายอาทร พิมชะนก ผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย เป็นประธานร่วมในพิธี พร้อมด้วย นางอำไพ บัวระดก รักษาการแทนพัฒนาการจังหวัดเชียงราย และคณะกรรมการมูลนิธิสาธารณกุศลสงเคราะห์เชียงราย ร่วมในพิธี ณ บริเวณห้องประชุมคชสาร องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย อ.เมือง จ.เชียงราย รวมมอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพ 2 จังหวัด รวม 28 ครัวเรือน รวมงบประมาณทั้งสิ้น 558,800 บาท (ห้าแสนห้าหมื่นแปดพันแปดร้อยบาทถ้วน) เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนอาชีพแก่ครัวเรือนยากจนสามารถประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัว ดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ภายใต้ ”บันทึกข้อตกลงความร่วมมือการแก้ไขปัญหาความยากจนเชิงบูรณาการ” ร่วมกับกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย  โดยมี นางศิริวรรณ โอภาสวงศ์ และ นางศิริพร โอภาสวงศ์ อาสาสมัครกิตติมศักดิ์มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมในพิธี   

‘หมอเก่ง’ ชี้!! ข้อมูลวัคซีนเป็นความลับ ทั้งที่รัฐควรมีหน้าที่ป้องกันอย่างเข้มงวด 

‘วาโย - ก้าวไกล’ โต้!! ‘อนุทิน’ ข้อมูลวัคซีนและเลขบัตรประจำตัวประชาชนเป็นความลับ ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย รัฐไม่ควรปล่อยให้ใครก็ได้เข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของประชาชน

จากกรณีที่อนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ชี้แจงว่า ข้อมูลของประชาชนที่ฉีดวัคซีนไม่ได้รั่ว และข้อมูลดังกล่าวไม่ได้ถือว่าเป็นความลับ เมื่อกรอกหมายเลข 13 หลักในหมอพร้อมก็จะพบข้อมูลนี้นั้น ทาง นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้ออกมาแสดงความเห็นว่า ตนรู้สึกตกใจมากที่เจ้ากระทรวงที่ดูแลข้อมูลส่วนตัวของประชาชนทั้งประเทศ ไม่ให้ความสำคัญกับปกป้องข้อมูลของประชาชน

“ปัจจุบัน ข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลเป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่ามาก เพราะสามารถนำข้อมูลไปวิเคราะห์และคาดการณ์อะไรได้อีกมาก หลายประเทศที่เขาตระหนักเรื่องนี้ ตนถือว่ามันเป็นความมั่นคงของประชาชนเลยด้วยซ้ำ ทีนี้ของประเทศไทย ควรจะต้องมี พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล หรือ PDPA ออกมาใช้ตั้งนานแล้ว แต่มันก็ยังไม่มีผลบังคับใช้สักที แล้วพอผู้มีอำนาจออกมาบอกว่าข้อมูลเหล่านี้ไม่ได้เป็นความลับอะไร มันก็แสดงให้เห็นว่ารัฐไทยไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้แบบสุดๆ ไปเลย”

นพ.วาโย กล่าวต่อว่า แม้ PDPA จะยังไม่มีผลบังคับใช้ แต่ปัจจุบันก็มีกฎหมายเฉพาะคุ้มครองข้อมูลสุขภาพของประชาชนบังคับใช้อยู่แล้ว เขาชวนให้ทุกคนคิดตามโจทย์ทางกฎหมายว่า มาตรา 7 ของพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 ระบุว่า ข้อมูลด้านสุขภาพของบุคคลเป็นความลับส่วนบุคคล ใครจะนำไปเปิดเผยในลักษณะที่จะทำให้บุคคลนั้นเสียหายไม่ได้ เว้นแต่คนนั้นจะยินดีเปิดเผยเอง

“แล้วข้อมูลวัคซีนถือเป็นข้อมูลสุขภาพหรือไม่? ก็ต้องย้อนไปดู พ.ร.บ.วิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2525 มาตรา 4 ระบุว่า การประกอบวิชาชีพเวชกรรมมีการรักษา บำบัด หรือป้องกันโรค ดังนั้น การฉีดวัคซีนเพื่อการป้องกันโรค ก็ถือว่าเป็นข้อมูลการรักษา เป็นข้อมูลสุขภาพ ซึ่งเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ผู้ใดจะเปิดเผยไม่ได้”

รองเลขาฯ พท. ไม่เห็นด้วยรีดภาษีคริปโต ชี้ไม่ใช่ภัยคุกคาม แนะ ‘ตัดแต่ง’ ไม่ใช่ ‘ตัดตอน’

13 ม.ค. 65 - นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย และผู้อำนวยการศูนย์นโยบายพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีภาษีคริปโทเคอร์เรนซี (คริปโตฯ) ว่า ปัจจุบันการต่อสู้ทางความคิดระหว่างนโยบายการเงินแบบเดิม กับคริปโทเคอร์เรนซีนั้นยังไม่สะเด็ดน้ำ ธนาคารกลางจำเป็นต้องเรียนรู้อีกมากถึงความเป็นไปได้ของการผสานนโยบายการเงินแบบเดิม ควบคู่กับคริปโตฯ หรือแม้แต่การปล่อยให้คริปโตฯ เป็นส่วนหนึ่งของระบบการเงิน และคริปโตฯ ก็ยังต้องพิสูจน์ตัวเองอีกมาก ในการทำหน้าที่เป็นเงินตราดิจิทัล เป็นสื่อกลางแลกเปลี่ยน หรือแม้แต่มีการพูดกันไปไกลถึงการแทนที่ระบบธนาคารกลางเลย ซึ่งปัจจุบันยังเป็นเครื่องหมายคำถามที่ตัวใหญ่มากที่คริปโตฯ ต้องพยายามตอบ

วันนี้ยังไม่มีใครรู้ถึงทิศทางการพัฒนา วันนี้เรารู้แค่ว่าระบบการชำระเงินเดิมมีข้อจำกัด ธนาคารกลางเองก็ไม่สมบูรณ์แบบ แต่ก็ยังเร็วไปมากที่จะสรุปว่าคริปโตฯ เป็นคำตอบ และเร็วไปมากที่ภาครัฐจะตัดสินใจเชิงนโยบายบนความไม่รู้ว่า จะเปิดรับ ต่อต้าน ปิดกั้น หรือสนับสนุนอย่างไร จึงไม่เห็นด้วยกับการเร่งรีบกระโจนเข้าเก็บภาษีคริปโตฯ ของกรมสรรพากร ซึ่งถือเป็นมาตรการที่มีผลในเชิงต่อต้านการพัฒนาการของระบบการเงินรูปแบบใหม่นี้ ทั้งๆ ที่ในภาพใหญ่ในเชิงนโยบายยังไม่ได้ข้อสรุป สรรพากรข้ามไปคุยเรื่องเก็บภาษีอย่างไรแล้ว ทั้งที่ในภาพใหญ่เรายังไม่สะเด็ดน้ำเลยว่าควรจะเก็บหรือไม่ และเก็บเมื่อไหร่

นโยบายไม่ขายฝัน!! ‘ประกันรายได้’ ชุบชีวิตเกษตรกร 7.8 ล้านราย นโยบาย ปชป.ยุคใหม่ เน้นทำได้จริง

อย่างที่รับทราบกันดีว่า ประเทศไทย คือ ประเทศเกษตรกรรม เป็นแหล่งผลิตอาหารสำคัญของโลก ขณะที่อาชีพเกษตรกร คือ อาชีพหลักของคนไทยมาช้านาน เป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยสร้างผลผลิตให้กับคนไทยและอีกหลายล้านคนบนโลกได้มีอาหารดีๆ 

แต่ทว่า อาชีพเกษตรกร กลับเป็นอาชีพที่มีความเสี่ยงด้านรายได้เพื่อยังชีพและเลี้ยงครอบครัว นั่นเพราะการทำเกษตรมักจะไม่สามารถรับรู้ได้ว่า ผลผลิตที่ออกมานั้น จะมีราคาที่คุ้มกับที่ลงทุนไปหรือไม่ เนื่องจากมีตัวแปรจำนวนมากเข้ามาเกี่ยวข้อง 

ที่ผ่านมา พรรคการเมืองส่วนใหญ่ มักจะกำหนดนโยบายด้านราคาสินค้าเกษตรเป็นตัวชูโรง เพราะทราบดีว่า เกษตรกรเป็นฐานเสียงสำคัญ บางนโยบายสามารถจับต้องได้อย่างเป็นรูปธรรม ขณะที่นโยบายอีกจำนวนมากเป็นเพียงการขายฝัน สุดท้ายก็ทำไม่ได้ตามที่รับปากชาวบ้าน

แต่หนึ่งในนโยบายที่สำคัญของรัฐบาลชุดนี้ ที่อาจกล่าวได้ว่า โดนใจเกษตรกรไทยเต็มๆ คงหนีไม่พ้น ‘นโยบายประกันรายได้เกษตรกร’ นั่นเอง

สำหรับนโยบายประกันรายได้เกษตรกร ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นนโยบายหลักของพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งแต่เมื่อครั้งรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา และภายหลังได้เข้าร่วมรัฐบาล ทางจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ก็ได้ผลักดันนำเสนอต่อรัฐบาล เพื่อนำไปเป็นนโยบายหลักของรัฐบาล โดยเริ่มจากการประกันรายได้ของพืช 5 ชนิด คือ ข้าว มันสำปะหลัง ยางพารา ปาล์มน้ำมัน และข้าวโพด 

รอเลย “สุพัฒนพงษ์” ยันรัฐบาลพร้อมเลื่อน คนละครึ่ง เพส 4 เร็วขึ้น

นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน เปิดเผยว่า หลังจากมีกรณีของการจัดทำโครงการคนละครึ่ง เฟส 4 หลังจากกระทรวงการคลังกำลังดูแนวโน้มว่าอยากให้เร่งผลักดันโครงการออกมาเร็วขึ้นจากกำหนดเดิมจะเริ่มต้นในเดือนมี.ค.  – เม.ย.2565 นั้น เรื่องนี้มีแนวโน้มเป็นไปได้ว่าจะผลักดันโครงการออกมาให้เร็วขึ้น แต่คงต้องหารืออีกครั้ง และประเมินสถานการณ์ความเหมาะสม อีกทั้งยังกำลังพิจารณามาตรการอื่น ๆ ควบคู่ไปด้วย ส่วนจะมีการทำโครงการคนละครึ่งไปทั้งปีนี้เลยหรือไม่ คงต้องมาคุยกันก่อน 

ขณะที่สถานการณ์ราคาสินค้าแพงในปัจจุบัน ยืนยันว่า รัฐบาล และนายกรัฐมนตรีก็แสดงความห่วงใยถึงผลกระทบกับประชาชน โดยได้ติดตามสถานการณ์ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตลอด ซึ่งสถานการณ์ราคาสินค้าที่ปรับเพิ่มขึ้นในขณะนี้ เชื่อว่า น่าจะเป็นแค่ปัญหาระยะสั้น หลังจากพิจารณาอัตราเงินเฟ้อตอนนี้ยังอยู่ที่ประมาณ 2% ถือว่ายังอยู่ในกรอบเป้าหมายที่กำหนดไว้ 1-3% 

"อรรถวิชช์" ชูจุดเด่น "พรรคกล้า พรรคเศรษฐกิจ" เชื่อถ้าประชาชนออกมาใช้สิทธิ์กันเยอะ ซื้อเสียงเอาไม่อยู่ มั่นใจคนกรุงกล้าเปลี่ยน 

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อมหลักสี่ - จตุจักร เบอร์ 2 พรรคกล้า ลงพื้นที่หาเสียงตลาดและชุมชนย่านชินเขต เขตหลักสี่ ตั้งแต่ช่วงเช้า เดินทักทายพ่อค้าแม่ค้าและพี่น้องประชาชนที่ออกมาจับจ่ายใช้สอย พร้อมปราศรัยให้ความรู้ด้านเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นจุดเด่นของพรรคกล้า 

นายอรรถวิชช์ กล่าวว่า ภายใต้สถานการณ์โควิดระบาด กังวลเรื่องเดียวคือเรื่องคนอาจไม่ออกมาใช้สิทธิ์ ส่วนเรื่องอื่นก็ทำเต็มที่แล้ว โดยวันนี้มารณรงค์หาเสียงในพื้นที่ตลาดย่านชินเขต ก็มาพูดให้ความรู้กับพ่อค้าแม่ค้า เกี่ยวกับแนวทางการเสียภาษีที่ถูกต้อง ซึ่งโครงการคนละครึ่งเป็นโครงการที่ดีมากๆ ทำให้ประเทศไทยเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจดิจิทัล แต่พ่อค้าแม่ค้าที่ขายได้มากขึ้น ก็ต้องเสียภาษีเยอะขึ้น ก็เลยมาให้ความรู้เกี่ยวกับการทำบิลให้ถูกต้อง เพื่อหักลดหย่อนภาษี เพื่ออุดช่องว่างโครงการที่ดีอยู่แล้ว ถือเป็นการรณรงค์หาเสียงที่ได้ประโยชน์ในทางเศรษฐกิจและให้ความรู้ไปด้วย เพราะจุดเด่นพรรคกล้าเป็นพรรคเศรษฐกิจ 

ส่วนกระแสข่าวการซื้อสิทธิ์ขายเสียงในพื้นที่ นายอรรถวิชช์ กล่าวว่า ตลอดเวลา 17 ปี ของการทำงานการเมือง ไม่เคยได้ยินได้ฟังเรื่องการซื้อเสียงที่หนักเท่าครั้งนี้ จำนวนเม็ดเงินที่สูงและทั่วถึง แต่มั่นใจคนกรุงเทพว่า ไม่ว่าจะใช้วิธีการใดก็แล้วแต่ คนกรุงเทพมีวิจารณญาณ และต้องดูว่าวันที่ 30 มกราคมนี้ มีคนออกมาใช้สิทธิ์มากหรือน้อย ถ้าออกมาใช้สิทธิ์เกินกว่าร้อยละ 70 เชื่อว่าการซื้อเสียงเอาไม่อยู่

" นายสงครามและฝ่ายค้านทำอะไรไม่เป็น คงคิดแต่เรื่องอยากให้นายกฯลาออก อยากมาเป็นรัฐบาลมีอำนาจรัฐ เพื่อช่วยนายทักษิณและนางสาวยิ่งลักษณ์ พ้นคดี ประชาชนเขารู้ทันหมดแล้ว คงต้องฝันค้างกลางวันต่อไปเถอะ เพราะนายกฯไม่สนใจคำเห่าคำหอนของนักการเมืองคนไหนทั้งสิ้น นายกฯ

นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีที่นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อชาติ วิจารณ์การบริหารงานของนายกรัฐมนตรี ช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ส่งผลกระทบด้านเศรษฐกิจ และแนะนำให้นายกฯลาออก ว่า ก่อนที่นายสงครามจะกล่าวหาโจมตีการทำงานของนายกฯ ควรเข้าใจในเรื่องเศรษฐกิจ ว่า ขณะนี้สถานการณ์โควิด-19 ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลก หลายประเทศ ได้รับความเดือดร้อนเช่นเดียวกับประเทศไทย และนายกฯไม่เคยหนีปัญหา โดยพยายามแก้ไขทั้งเรื่องของการระบาด ควบคู่ไปกับการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจปากท้องของประชาชน และจะเห็นว่าที่ผ่านมาได้มีมาตรการและโครงการต่างๆออกมาช่วยเหลือประชาชนทุกกลุ่มทุกคนอยู่แล้วและทำจนถึงขณะนี้

“ขอให้เข้าใจว่าการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในสถานการณ์แบบนี้ไม่ได้ง่าย นายสงครามไม่เข้าใจการทำงานของรัฐบาล เพราะเป็นฝ่ายค้านวันๆ ไม่คิดอะไร มีแต่จะพูดกล่าวหา โจมตี นายกฯและรัฐบาล ทั้งนี้ก็เห็นอยู่แล้วว่านายกฯและรัฐบาลได้แก้ไขปัญหาอยู่ และทำงานหนักอย่างไรในสถานการณ์ประเทศเช่นนี้

นอกจากนี้ตนเองก็ขอให้นายสงครามและฝ่ายค้าน เลิกออกมาพูดให้นายกฯลาออกได้แล้ว งานการไม่ทำเรียกร้องแต่จะให้นายกฯลาออก แบบนี้ชาวบ้านเขาจะเบื่อเอาได้ ควรไปหาอะไรทำที่เป็นประโยชน์กับประเทศและประชาชนจะดีกว่า เป็นผู้แทนของประชาชน กินเงินเดือนภาษีของประชาชน หากไม่ทำอะไรก็อย่าอยู่สร้างภาระให้ประชาชนและประเทศชาติเลย

ค้าปลีกอังกฤษ เลิกใส่ ‘วันหมดอายุ’ บนขวดนม หากสงสัยให้ ‘ดมเอง’ หวังลดปริมาณนมถูกทิ้ง

แบรนด์นมอังกฤษ เปลี่ยนใช้ ‘ควรบริโภคก่อน’ แทน ‘หมดอายุ’ แนะหากสงสัยเสียแล้วหรือไม่ ให้ ‘ดมเอง’ หวังลดปริมาณนมถูกทิ้ง

เมื่อวันที่ 9 มกราคม สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า มอร์ริสันส์ ซูเปอร์มาเก็ตรายใหญ่ในอังกฤษ ประกาศเลิกใช้คำว่า ‘หมดอายุวันที่’ (use by) และใช้คำว่า ‘ควรบริโภคก่อน’ (best before) ในผลิตภัณฑ์นมจืดแบรนด์ของมอร์ริสันเอง เนื่องจากทางซูเปอร์มาเก็ตเชื่อว่าจะช่วยลดปริมาณนมที่ถูกเททิ้งได้หลายล้านลิตร

ซูเปอร์มาเก็ตแห่งนี้จะใช้คำว่า ‘ควรบริโภคก่อน’ กับ นมจืดยี่ห้อมอร์ริสัน ราว 90% และอยากให้ผู้บริโภคพิจารณาจากกลิ่นดูเองว่านมมีคุณภาพอย่างไร

แร็บ องค์กรการกุศลด้านการรีไซเคิล ระบุว่า มอร์ริสันส์เป็นซูเปอร์มาเก็ตแห่งแรกที่ทำเช่นนี้ โดยจะเริ่มทำภายในเดือนนี้


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top