Monday, 22 June 2026
Hard News Team

ล้วงลึก 'ท็อป จิรายุส' จากคนขี้กลัว ไม่กล้าพูดต่อหน้าสาธารณชน สู่ผู้เปี่ยมความมั่นใจ ใส่เต็มมากกว่า 1,000 เวที

ท็อป จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ซีอีโอของบริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (Bitkub) ผู้เชี่ยวชาญด้านเงินดิจิทัล (คริปโทเคอร์เรนซี) และบล็อกเชนเทคโนโลยี โพสต์เฟซบุ๊ก ท๊อป จิรายุส - Topp Jirayut ว่า วันเกิดไม่ได้หมายถึงตัวเลขอายุที่เพิ่มมากขึ้นแต่มันคือ 1 ขวบปีที่ผ่านไปกับบทเรียนและประสบการณ์ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต

เชื่อมั้ยครับว่าผมเคยเป็นคนที่กลัวการพูดต่อหน้าที่สาธารณชนมากๆ

รูปนี้ถ่ายขึ้นจากการออนสเตจครั้งแรกของผมครับ ครั้งนั้นคือตอนที่ผมตัดสินใจเอาชนะความกลัว แล้วพาตัวเองขึ้นไปพูดเวทีต่อหน้าคนเยอะๆ เป็นครั้งแรก

ก่อนหน้าวันงาน ผมต้องซ้อมหน้ากระจกมากกว่า 20 รอบ เพื่อท่องและจดจำทุกคำ ทุกประโยคจากในกระดาษที่ผมได้ทำโน้ตไว้ (กระดาษที่ผมถือในรูปนั่นแหละครับ)

'บิ๊กป้อม' ย้ำ!! ไม่ทิ้งพรรคพลังประชารัฐ การันตีชู 'บิ๊กตู่' แคนดิเดตนายกฯ

"บิ๊กป้อม" ย้ำไม่ทิ้ง พปชร. การันตีชู "บิ๊กตู่" แคนดิเดตนายกฯ ไม่ไปไหน ยันไม่แย่งเก้าอี้ "มท.1" จาก "บิ๊กป๊อก" น้องตัวเอง เลี่ยงตอบ "เศรษฐกิจไทย-รวมไทยสร้างชาติ" เป็นพรรคพันธมิตรกัน

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2565 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อย่างอารมณ์ดี ถึงสถานการณ์ภายในพรรคพลังประชารัฐ ว่า ไม่มีอะไร ก็บอกแล้วทุกครั้ง มีแต่สื่อไปเขียนกันเอง

ผู้สื่อข่าวถามว่า ตอนนี้สบายใจขึ้นหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า สบายใจทุกที เมื่อถามว่า ที่ระบุจะมีคนมาร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐเพิ่มขึ้น ตอนนี้มีใครบ้าง พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่บอก เอาไว้ใกล้ๆ เวลาก่อน เมื่อถามย้ำว่า มั่นใจจะได้ ส.ส. 150 เสียง ในการเลือกตั้งครั้งต่อไปตามที่ประกาศไว้หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ก็คิดไว้อย่างนั้น

ผู้สื่อข่าวถามถึงการขอร้อง ส.ส. ในที่ประชุมพรรคพลังประชารัฐให้เข้าร่วมประชุมสภาฯ จะทำให้ทิศทางการประชุมสภาฯ หลังจากนี้ดีขึ้นหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เรียบร้อย ความจริง ส.ส. พรรคพลังประชารัฐก็เข้าประชุมกว่า 80 คนทุกครั้ง แต่ก็ขอร้องพรรคอื่นๆ ด้วยให้เข้าร่วมประชุม

เมื่อถามว่า ยืนยันจะอยู่กับพรรคพลังประชารัฐไม่ไปไหนใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวย้ำว่า "ไม่ไปไหน ไม่ไปไหน มีแต่พวกสื่อจะไล่ผมให้ไป และขอยืนยันว่า พรรคพลังประชารัฐไม่ใช่พรรคเฉพาะกิจ"

เมื่อถามว่า คนนอกเริ่มมองว่าพรรคพลังประชารัฐกำลังจะแตกแล้ว พล.อ.ประวิตร ยิ้ม พร้อมกับกล่าวว่า จะแตกอะไรเล่า จะแตกได้อย่างไรก็ตนยังอยู่ ทุกคนก็อยู่กันหลายคน ทั้งนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมว.คลัง ในฐานะรักษาการเลขาฯ พรรค, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม ในฐานะรองหัวหน้าพรรค และนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ก็ยังอยู่กันทั้งนั้น ยืนยันพรรคยังรักกันเหมือนเดิมไม่มีอะไร

สำรวจที่ดิน 'แม่ปอง' พบเป็น ส.ป.ก. แค่ 7 ไร่ ที่เหลือคาดอยู่ในเขตป่าสงวน

จากกรณีที่มีการนำเสนอข่าวในสังคมออนไลน์ และสื่อต่างๆ เกี่ยวกับกรณีอดีตพระมหาสมปอง ตาลปุตโต หรือนายสมปอง นครไธสง กว้านซื้อที่ดิน ส.ป.ก. ในท้องที่อำเภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิ กว่า 300 ไร่ เพื่อปลูกยางพารา หรือให้ญาติถือครองที่ดินแทนนั้น 

สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ขอเรียนชี้แจงว่า #พื้นที่ที่เป็นข่าวเดิมเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าภูซำผักหนาม (E) ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ ๕๓๘ ประกาศราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๙๐ ตอนที่ ๘๑ วันที่ ๑๐ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๑๖ โดย ส.ป.ก. ได้รับที่ดินมาและมีพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดิน ในท้องที่อำเภอคอนสาร อำเภอหนองบัวแดง กิ่งอำเภอภักดีชุมพล อำเภอหนองบัวแดง อำเภอเกษตรสมบูรณ์ อำเภอแก้งคร้อ และอำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ ให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน พ.ศ. ๒๕๓๑ ประกาศราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๕ ตอนที่ ๒๔๑ ลงวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๓๑ ซึ่งเป็นการประกาศให้อำเภอคอนสารเป็นเขตปฏิรูปที่ดินทั้งอำเภอ

จากนั้นสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดชัยภูมิ (ส.ป.ก.ชัยภูมิ) จึงได้เข้าดำเนินการสำรวจรังวัดที่ดินเมื่อปี ๒๕๓๒ และ ๒๕๓๗ เพื่อให้ได้ขอบเขตเนื้อที่ของแปลงที่ดินแต่ละแปลงและรายชื่อผู้ครอบครองที่ดิน ต่อมาในปี ๒๕๓๙ ส.ป.ก. และกรมป่าไม้ ได้ร่วมกันดำเนินการตรวจสอบกันพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าภูซำผักหนาม (E) จังหวัดชัยภูมิ ในส่วนที่ยังเป็นป่าออกจากเขตปฏิรูปที่ดินตามบันทึกข้อตกลงเพื่อกันคืนพื้นที่ป่าออกจากเขตปฏิรูปที่ดิน (RF) พ.ศ. ๒๕๓๘ ออกมาได้เป็น ๒ แปลง คือ RF แปลงที่ ๑๕ เนื้อที่ประมาณ ๑๐,๙๙๗ ไร่และ RF แปลงที่ ๒๐ เนื้อที่ประมาณ ๔,๒๒๓ ไร่ เมื่อทราบข่าว ส.ป.ก. ได้มอบหมายให้ ส.ป.ก.ชัยภูมิลงพื้นที่ทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงในทันที

สหรัฐฯ อนุมัติอัปเกรด ‘ขีปนาวุธแพทริออต’ ให้ไต้หวัน คาดฟันมูลค่าเหนาะๆ ร่วม 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สหรัฐฯ อนุมัติโครงการจำหน่ายยุทโธปกรณ์และบริการให้แก่ไต้หวันเพื่อบำรุงรักษาและปรับปรุงระบบขีปนาวุธแพทริออต โดยคาดว่าจะมีมูลค่าประมาณ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3,300 ล้านบาท

สำนักงานความร่วมมือด้านความมั่นคงกลาโหมแห่งสหรัฐอเมริกา (U.S. Defense Security Cooperation Agency - DSCA) แถลงวานนี้ (7 ก.พ.) ว่า กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ อนุมัติการจำหน่ายยุทโธปกรณ์และบริการตามที่ไต้หวันร้องขอมา และ DSCA ได้แจ้งให้สภาคองเกรสรับทราบแล้ว

ทั้งนี้ การอัปเกรดระบบแพทริออตซึ่งเป็นขีปนาวุธชนิดยิงจากพื้นสู่อากาศ “จะช่วยเพิ่มความมั่นคงให้แก่ประเทศผู้รับ และช่วยธำรงไว้ซึ่งเสถียรภาพทางการเมือง ดุลอำนาจทางทหาร ตลอดจนเศรษฐกิจและความเจริญก้าวหน้าในภูมิภาค” DSCA ระบุในถ้อยแถลง

“การจำหน่ายยุทโธปกรณ์และบริการครั้งนี้ยังเอื้อต่อผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ทั้งในแง่เศรษฐกิจและความมั่นคง โดยการสนับสนุนให้ประเทศผู้รับสามารถยกระดับกองกำลังให้มีความทันสมัย และคงไว้ซึ่งศักยภาพในการป้องกันตนเองที่เชื่อถือได้”

'อัศวิน' ปรับภูมิทัศน์คลองผดุงกรุงเกษมคืบหน้า 58% พร้อมเปิดตลาดนัดผดุงศิลป์พื้นที่เพื่อคนรุ่นใหม่

พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า กรุงเทพมหานครดำเนินโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์คลอง เพื่อพลิกฟื้นวิถีชีวิตประชาชนริมคลองควบคู่ไปกับการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่ ปรับปรุงภูมิทัศน์คูคลองให้มีความสะอาด สวยงาม และปลอดภัย เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาแหล่งน้ำให้สวยงามสะอาดอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมและแนวทางการอนุรักษ์และส่งเสริมอัตลักษณ์ของชุมชน สามารถใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย อาทิ เป็นเส้นทางสัญจร สถานที่พักผ่อน สถานที่ออกกำลังกาย เป็นต้น 

สำหรับโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์คลองผดุงกรุงเกษม ระยะทางรวม 4,480 ม. แบ่งเป็น 6 โซน ได้แก่ 
โซนที่ 1 ตลาดน้อย ระยะทาง 680 ม. 
โซนที่ 2 หัวลำโพง ระยะทาง 1,250 ม. 
โซนที่ 3 โบเบ๊ ระยะทาง 450 ม. 
โซนที่ 4 นางเลิ้ง ระยะทาง 700 ม. 
โซนที่ 5 สถานที่ราชการ ระยะทาง 700 ม. 
และโซนที่ 6 เทเวศร์ ระยะทาง 700 ม. 

โดยในระยะแรกเป็นการนำร่องโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์คลองผดุงกรุงเกษม โซนที่ 2 หัวลำโพง (ช่วงจากสะพานเจริญสวัสดิ์ถึงสะพานกษัตริย์ศึก) เริ่มสัญญาวันที่ 1 ต.ค. 64 สิ้นสุดสัญญาวันที่ 29 มี.ค. 65 ระยะเวลาก่อสร้าง 180 วัน ปัจจุบันผลงานที่ทำได้ 58% ประกอบด้วย 

1.) รื้อราวกันตกเดิม 
2.) รื้อคันหินทางเท้าเดิม 
3.) สร้างคันหินทางเท้าใหม่ 
4.) ทุบรื้อพื้นทางเท้าเดิม 
5.) สร้างพื้นฐานทางเท้าใหม่ หนา 10 ซม. 
6.) ติดตั้งเสาไฟฟ้าส่องสว่าง 
และ 7.) งานสร้างท่าน้ำ 1 แห่ง

โรบินฮู้ด เชือดไรเดอร์กร่าง ทำร้ายร่างกายปชช. พบใช้ไอดีเพื่อนมาวิ่งงาน จ่อเอาผิดทั้งเพื่อน-คนทำ

สืบเนื่องจาก มีการเผยแพร่คลิปบนโซเชียลมีเดีย กรณีไรเดอร์ในเครื่องแบบ Robinhood ก่อเหตุขับรถจักรยานยนต์บนทางเท้า บริเวณซอยสายไหม 78 เขตสายไหม กทม. และเฉี่ยวชนประชาชนที่กำลังใช้ทางเท้า ก่อนก่อเหตุทะเลาะวิวาททำร้ายร่างกายนั้น

ล่าสุด ทาง Robinhood ได้ออกแถลงการณ์ถึงกรณีดังกล่าว โดยระบุว่า ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อมูลโดยทันทีที่ทราบเรื่อง และพบว่าไรเดอร์ที่ก่อเหตุ มิได้เป็นไรเดอร์ในระบบของ Robinhood แต่มีการนำไอดีของเพื่อนที่เป็นไรเดอร์ Robinhood มารับงานในช่วงเวลาเกิดเหตุ ซึ่งทางบริษัทได้ดำเนินการปิดระบบถาวรคนขับผู้ให้ยืมไอดีทันที เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายอีกในอนาคต 

'นายกฯ' ขอ ทุกคนยกการ์ดสูง แม้ไทยติดโควิด-19 หลักหมื่น แต่ยอดผู้เสียชีวิตยังต่ำ - โฆษกรัฐบาล เตือน ซื้อไม้ สวอป หวังเคลมเงินประกัน ผิดอาญา พบผิด ให้บังคับใช้กฎหมาย เคร่งครัด 

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ระบุสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ขณะนี้ถึงแม้ว่าผู้ติดเชื้อจะเพิ่มจำนวนขึ้นถึงหลักหมื่นต่อเนื่อง แต่อัตราของผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง และอัตราการเสียชีวิตยังถือได้ว่าค่อนข้างต่ำ นายกรัฐมนตรียังขอประชาชนพยายามระวังตัวเอง โดยเฉพาะจากการสังสรรค์และรวมตัวคนหมู่มาก เนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนสามารถแพร่ระบาดได้รวดเร็วมาก การป้องกันตนเองที่ดีที่สุดในขณะนี้คือการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น เพื่อเพิ่มภูมิต้านโรค โดยเฉพาะผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยง

นายธนกร กล่าวว่า ที่มีกระแสข่าวการซื้อไม้สวอปจากผู้ที่ติดโควิด-19 หวังติดเชื้อเพื่อเคลมประกันนั้น ไม่ควรทำอย่างยิ่ง เนื่องจากจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพแล้ว หากจงใจทำเพื่อหวังเคลมเงินประกัน ยังถือว่ามีความผิดฐานฉ้อฉลประกันภัย เป็นความผิดทางอาญา มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากพบว่ามีการกระทำความผิดจริง หากมีความจำเป็น ภาคธุรกิจประกันภัย ก็สามารถใช้เวลาในการตรวจสอบข้อเท็จจริงได้โดยจะไม่ถือเป็นการประวิงการจ่ายสินไหมฯ ทั้งนี้เพื่อป้องกันการฉ้อฉลประกันภัย 

‘น้องอ้อม’ บัณฑิตพิการสายตาคนแรกของไทย เรียนภาษาจีนด้วยอักษรเบรลล์จนจบหลักสูตร

ชื่นชม ‘ว่าที่คุณครู’ น้องอ้อม ‘นันทพร ก้อนรัมย์’ บัณฑิตพิการสายตาคนแรกของไทย เรียนภาษาจีนด้วยอักษรเบรลล์จนจบหลักสูตร

วันที่ 7 ก.พ. 65 เพจเฟซบุ๊ก หน่วยให้บริการสนับสนุนนักศึกษาพิเศษ DSS มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เปิดเผยว่า น.ส.นันทพร ก้อนรัมย์ หรือ ‘น้องอ้อม’ จากสำนักวิชาจีนวิทยา สาขาวิชาการสอนภาษาจีน เป็นบัณฑิตพิการทางการมองเห็นคนแรกของไทย ที่เรียนภาษาจีนโดยใช้อักษรเบรลล์ภาษาจีน เป็นสื่อหลักในการเรียนการสอนตลอดหลักสูตร

ภาคเอกชนญี่ปุ่น เอ็นเอ็มบี-มินีแบ ขอบคุณ “บิ๊กตู่” ดำเนินโครงการfactory Sandbox พร้อมเดินหน้าลงทุนต่อเนื่องมั่นใจในนโยบายของรัฐบาล

ที่ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นำนายเท็ตสึ ชิโอซากิ ประธานและกรรมการบริษัท เอ็นเอ็มบี-มินีแบ จำกัด (Minebea Mitsumi Inc.) และผู้บริหารบริษัทฯ เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

นายสุชาติ กล่าวว่า เอ็นเอ็มบี-มินีแบ เป็นบริษัทใหญ่ที่มีการลงทุนในประเทศไทยยาวนานต่อเนื่อง และผู้บริหารบริษัทฯ ขอเข้าพบนายกรัฐมนตรีในวันนี้เพื่อขอบคุณการดำเนินนโยบายของรัฐบาลที่ส่งผลให้บริษัทยังดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง 

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไทยและญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันมายาวนาน ทั้งในระดับราชวงศ์ รัฐบาล และประชาชน อีกทั้งมีความร่วมมือระหว่างกันในทุกมิติ ซึ่งนายกรัฐมนตรีระบุว่า รัฐบาลให้ความสำคัญและคำนึงถึงภาคอุตสาหกรรม ซึ่งมีความสำคัญต่อภาคเศรษฐกิจไทยเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 รัฐบาลจึงได้ดำเนินโครงการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดในโรงงาน (Factory Sandbox) เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรม ทั้งขนาดเล็ก และขนาดใหญ่สามารถดำเนินการผลิตได้อย่างต่อเนื่อง สนับสนุนให้เศรษฐกิจของประเทศไทยสามารถกลับมาฟื้นตัวได้

รวมทั้งยังมีนโยบายที่มีเป้าหมายมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2593 และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Greenhouse Gas Emission) ภายในปี 2608 โดยรัฐสนับสนุนให้เอกชนมุ่งสู่การเป็นสังคมคาร์บอนต่ำ (Low carbon society)

ด้านนายเท็ตสึกล่าวขอบคุณรัฐบาลที่ให้การดูแลและอำนวยความสะดวกภาคเอกชนให้สามารถดำเนินธุรกิจได้ รวมทั้งมีนโยบายเพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนภาคเอกชนต่างประเทศในไทย แม้ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 มาโดยตลอด โดยเฉพาะการดำเนินโครงการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดในโรงงาน (Factory Sandbox) ทำให้พนักงานทุกคนได้รับการฉีดวัคซีน จนบริษัทสามารถดำเนินการได้เต็มกำลังการผลิต

สามารถจัดส่งชิ้นส่วนที่สำคัญของอุตสาหกรรม ซึ่งรวมถึงอุปกรณ์การแพทย์ จากประเทศไทยไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลกได้อย่างเต็มที่และต่อเนื่อง บริษัทฯ เชื่อมั่นการลงทุนในประเทศไทย ด้วยการดำเนินนโยบายของรัฐบาล และศักยภาพของประเทศไทยที่มีภาคอุตสาหกรรมที่มั่นคง มี Supply Chain ที่มีความยืดหยุ่นและเข้มแข็ง แม้ยังคงต้องเผชิญกับโควิด-19

“รัชดา” เผย รัฐบาลเดินหน้าส่งเสริมออมรายย่อย ผ่านกอช. วันละ30บาท สะสมบำนาญ 3พัน แจง สมาชิกที่หยุดส่งเงินจากเหตุโควิด -19 ไม่เสียสิทธิ

ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กำหนดให้การออมเป็นวาระแห่งชาติ เพื่อให้ประชาชนมีความมั่นคงในบั้นปลายชีวิต สร้างวินัยการออมในทุกช่วงวัย โดยมีกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) เป็นกลไกส่งเสริมการออมของประชาชนรายย่อย ผ่านการสมัครเป็นสมาชิก ซึ่งจะได้บำนาญเมื่อสมาชิกมีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ รัฐบาลจะจ่ายเงินสมทบให้กับผู้ที่นำส่งเงินออมตามระดับอายุของผู้เป็นสมาชิก และเป็นอัตราส่วนกับจำนวนเงินสะสม  ซึ่งในช่วงปี 2561 จนถึงก่อนการแพร่ระบาดโควิด-19 มีอัตราการเติบโตของสมาชิกและการนำเงินส่งออมเข้ากองทุนฯเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2561 จาก 6.1 แสนคน ปัจจุบัน  2ล้านกว่าคน แต่ด้วยผลกระทบจากการแพร่ระบาดโควิด-19 ทำให้สมาชิกมีรายได้ลดลง ประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ หยุดการนำส่งเงินเข้ากองทุน ทั้งนี้  รัฐบาลขอย้ำให้ประชาชนสบายใจว่า หากสมาชิกไม่สามารถส่งเงินออมสะสมทุกเดือน หรือไม่สามารถส่งได้เท่ากันในทุกเดือน กอช.จะคงสิทธิความเป็นสมาชิก เพียงแต่จะไม่ได้รับเงินสมทบจากรัฐ และเมื่อมีรายได้เพียงพอต่อการออมขอให้กลับมาส่งเงินสะสม เพื่อชดเชยส่วนที่ได้ขาดส่งไป เพราะหากมีเงินออมน้อยจะทำให้ได้รับเงินบำนาญน้อย

น.ส.รัชดา กล่าวว่า ในปี 2565 กอช. จะเดินหน้าขับเคลื่อนวาระการออมแห่งชาติ ผ่านการแก้กฎหมายเพื่อจูงใจให้สมาชิกเข้ามาออมเพิ่ม โดยประเด็นสำคัญคือ การขยายอายุให้สมาชิกเข้ามาออมได้จาก 60 ปี เป็น 65 ปี และแก้กฎหมายให้ผู้ที่อยู่ในระบบประกันสังคม มาตรา 40 สามารถเข้ามาเป็นสมาชิกกอช. ได้ เพื่อให้คนไทยเข้าถึงการออมได้มากขึ้น และรองรับสังคมสูงวัยอีกด้วย โดยขณะนี้ได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการกอช.แล้ว อยู่ระหว่างการพิจารณาในระดับนโยบายต่อไป นอกจากนี้ ยังจะมีการแก้กฎหมายให้สมาชิกที่เกษียณอายุและเกิดการเจ็บป่วยระยะสุดท้าย สามารถเลือกรับบำเหน็จได้ จากเดิมกฎหมายระบุให้รับบำนาญได้อย่างเดียว

น.ส.รัชดา กล่าวว่า สำหรับประชาชนผู้ประกอบการอาชีพอิสระ หรือเยาวชนอายุ 15 ปีขึ้นไป ที่ยังไม่ได้เริ่มต้นการออม รัฐบาลขอเชิญชวนให้มาเริ่มต้นการออมกับกอช.ตัวอย่างผลตอบแทนที่น่าสนใจ อาทิ วัยทำงานเริ่มออมเมื่ออายุ 30 ปี วันละ 30 บาท จะมีเงินออมรวมประมาณปีละ 10,800 บาท พร้อมได้รับเงินสมทบจาก กอช. เพิ่มตามช่วงอายุ 600 บาท สูงสุด 1,200 บาทต่อปี หากคิดเงินสมทบเป็นผลตอบแทนเฉลี่ยได้รับเพิ่มโดยประมาณ 3.5% ต่อปี  เมื่ออายุ 60 ปีบริบูรณ์ จะได้รับบำนาญตลอดชีพประมาณเดือนละ 3,000 บาท  


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top