Monday, 22 June 2026
Hard News Team

'กากัน มาลิค' พระเอกหนัง 'พระพุทธเจ้า' ซึ้งรสพระธรรม!! เตรียมบินมาอุปสมบท ณ พระอารามหลวงไทย

“กากัน มาลิค” พระเอกบอลลีวูด ผู้รับบท “เจ้าชายสิทธัตถะ” ในภาพยนตร์ “Sri Siddhartha Gautama” ซึ้งรสพระธรรม เตรียมบินมาอุปสมบท ณ วัดธาตุทอง พระอารามหลวง ประเทศเมืองไทย

หลังจากพระเอกหนุ่มชาวอินเดีย กากัน มาลิค มารับบทเป็น “เจ้าชายสิทธัตถะ” ในภาพยนตร์  “Sri Siddhartha Gautama (ศรีสิทธัตถะ โคตมะ)” ซึ่งเป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงเป็นประวัติการณ์ในประเทศศรีลังกา และได้รับรางวัลในเวทีระดับนานาชาติอีกมากมาย รวมทั้งยังทำให้เจ้าตัวซาบซึ้งในรสพระธรรม ล่าสุดหนุ่ม กากัน มาลิค เตรียมจ่อบินมาประเทศไทย ศูนย์กลางทางพระพุทธศาสนาอีกครั้ง เพื่อเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ ศึกษาหลักธรรมคำสอนของ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ข้อวัตรปฏิบัติของนักบวช และเรียนรู้วิถีสันติภายใน ณ วัดธาตุทอง พระอารามหลวง ที่ตนเคยปวารณาตนเป็นศิษย์วัดไว้ ซึ่งนับว่าเป็นการบินมาประเทศไทยครั้งสำคัญที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิตจริงๆ!

กากัน มาลิค เผยความรู้สึกในช่องทางส่วนตัวว่า “การเล่นบทบาทของ เจ้าชายสิทธัตถะ ในเรื่องศรีสิทธัตถะ โคตมะ (Sri Siddhartha Gautama) เปลี่ยนชีวิตและทัศนคติของเขาอย่างสิ้นเชิง ส่งผลให้เกิดโครงการดีๆ ขึ้นมากมาย ซึ่งเร็วๆ นี้จะมีอีกหลายโครงการและกิจกรรมสำหรับชาวพุทธในเมืองไทยและทั่วโลกกับชมรมไตรรัตนภูมิ โดยผมเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้ง ความสุขที่ได้รับจากการทำอะไรบางอย่าง เพื่อเป็นการรับใช้เพื่อนมนุษย์ คือสิ่งที่กระตุ้นให้ผมใช้ชีวิตอย่างมีความหมายในทุกวันนี้”

ก่อนหน้านี้ กากัน มาลิค ได้เดินทางมาเมืองไทย และทุกครั้งจะทำกิจกรรมเพื่อส่งเสริมศาสนา พร้อมกับประกาศตัวเป็นพุทธศาสนิกชน ด้วยการเผยแพร่คำสอนผ่านช่องทางโซเชียลของตัวเองสม่ำเสมอ โดยครั้งนี้ กากัน มาลิค ตัดสินใจมาบวชที่เมืองไทย พร้อมสานต่อกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาที่ได้เคยเริ่มไว้ ในนาม “ชมรมไตรรัตนภูมิ” ที่ก่อตั้งร่วมกับ ว่าที่ร้อยเอกณัฏฐกิตติ์ ชัยเฉลิมมงคล และนางสาวฐิติรัตน์ เฮงสกุล มิตรสหาย เครือข่ายสหายธรรมในประเทศไทยที่มีแนวคิดและความมุ่งมั่นเดียวกัน โดยกิจกรรมจะมุ่งเน้นไปในด้านการส่งเสริมให้พุทธศาสนิกชนได้ตระหนักถึงหลักการแนวคิดและแก่นแท้ของพระพุทธศาสนา รวมถึงการเข้ามามีส่วนร่วมในการฟื้นฟูพระพุทธศาสนาให้กลับมารุ่งเรืองและยั่งยืนทั้งในและต่างประเทศ 

'พิมรี่พาย' แจงดรามา ด่า 'อายตา' ทั้งที่ยังไม่ดูคลิป รับหน้าแตกยับ!! 'แต่ไม่ขอโทษ - ขอยาลดความมั่น'

“พิมรี่พาย” เอิ๊กอ๊ากแจงดรามา “อายตา” รับหน้าแตกด่าเขาซะแรงทั้งที่ไม่ได้ดูคลิป บอกฟีลเหมือนถูกเพื่อนฟ้อง เข้าใจที่โดนด่าสาป เหมือนปาขี้เขา เขาก็สมควรถีบหน้ากลับ พร้อมฝากอย่ารักตนแบบผิดๆ พร้อมเผยขอโทษนะคะที่ไม่ได้พูดขอโทษ!

กรณี “พิมรี่พาย พิมรดาภรณ์ เบญจวัฒนะพัชร์” ไลฟ์ด่า “อายตา” ศรสวรรค์ ใจมั่น” ยูทูบเบอร์ และบิวตี้บล็อกเกอร์ที่มีผู้ติดตามกว่า 1 ล้าน ซึ่งซื้อสินค้าแป้งพัฟของพิมรี่พายมารีวิว ระบุตัวแป้งมีความปกปิดผิวหน้าที่ดูหนาเกินไป แม้จะดีกว่าที่คิด แต่ไม่ถึงขั้นประทับใจ จนทำให้พิมรี่พายฟาดแรงอีกฝ่ายว่าว่าโง่ เป็นบิวตี้บล็อกเกอร์ 10 ปีถึงไม่ดังสักที เรียกทัวร์จากความมั่นจนทำให้ขึ้นเทรนด์ทวิตเตอร์

ล่าสุดวันนี้ (7 ก.พ.) พิมรี่พายก็ได้เปิดใจผ่านเพจ “พิมรี่พายขายทุกอย่าง” โดยเผยถึงประเด็นนี้ ซึ่งตลอดทั้งคลิปเจ้าตัวทั้งทำท่าเขินอายเกินเบอร์ มีจริตเอิ๊กอ๊าก พร้อมยอมรับว่าหน้าแตกยับ เหตุไปด่าเขาซะแรงทั้งที่ไม่ได้ดูคลิป แต่ก็ประกาศไม่ขอโทษ

“แขวนหลวงปู่มั่นมาตั้งแต่เกิดค่า ความมั่นร้อยแรงม้า เมื่อวานพิมก็พูดเรื่องขายแป้ง ก็พูดไป แล้วก็จริงๆ ด้วย ก็โดนด่าเยอะมากเลย โดนด่านี่คือไม่ใช่เรื่องใหม่ โดนอยู่ตลอด เราทำงานทั้งวัน ทำงานหลายหน้ามาก เราทำทั้งวันเราไม่ได้นอน ไม่มีเวลาดูอินฟูฯ ทุกคนหรอก

แต่เพื่อนของเราได้ทักข้อความเรามา ทักไลน์มา เพื่อนกูก็โลกสวย ใครด่าอีพิมรี่ไม่ได้ เสร็จแล้วก็แคปมา มาบ่นให้ฟังในไลน์ คือเพื่อนสาว อย่าว่าเพื่อน (อ่านแชตให้ดู) เพื่อนส่งไลน์มา กูก็ตอบไปว่า เออ! แล้วกูก็มาพูดในไลฟ์ ยังไม่ได้ดู (ยิ้มเขินบิด) ฟีลเพื่อนฟ้อง กูก็ใส่เลย แต่ก็พูดนะเมื่อวานว่ายังไม่ได้ดู พึ่งดูเมื่อกี้

เออ เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าเพื่อนส่งอะไรมาให้ดูก่อน (ทำท่าอาย) ขอยาลดความมั่นหน่อย มั่นเกินร้อย ความมั่น 200 มั่นเกินร้อยสาวน้อยคนเก่ง ไปว่าเขาซะแรงเลย โดเรมอน ย้อนเวลาหน่อยได้ไหม ไม่รู้จะว่ายังไง (เปิดเพลงเต้นยับ) ฟีลแบบเพื่อนผิดก็เข้าข้างเปล่า เฮ้อ ช็อตดิ ไม่เคยคิดจะดูด้วยนะ เพราะเขาทำรีวิวกันเยอะ เขาก็รีวิวกันไป เราโดนด่ามาตลอดอยู่แล้ว เราอยู่กับคำด่าและคำชมมาตลอด แต่อันนี้เพื่อนใส่มา โหย จริงเหรอวะเพื่อน ขนาดนั้นเลยเหรอวะ ไม่ได้ล่ะ สั-ว์ แป๊บเดียวเลย (หัวเราะ) แล้วเพื่อนกูก็คือเขาต้องชมอย่างเดียว เขาด่าไม่ได้ เกิดมาไม่เคยขี้ ไม่เคยเยี่ยว ไม่เคยตด โลกสวยไม่ไหว แตกเลย แอนตาซิลไม่แจกเลย แตกของจริง แอนตาซิลจ่ายไม่ถูกเลย”

'พาณิชย์' ยัน! ภาพรวมราคาสินค้ายังทรงตัว

นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวภายหลังประชุมคณะทำงานกำกับติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าว่า ภาพรวมราคาสินค้าส่วนใหญ่ทรงตัวเมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเฉพาะเนื้อหมู ปรับลดลงชัดเจน ราคาหมูเนื้อแดง เฉลี่ยทั่วประเทศอยู่ที่กิโลกรัมละ 175 บาท และในห้างต่างๆ เหลือเพียงกิโลกรัมละ 164-170 บาท จากสัปดาห์ที่แล้วเฉลี่ยถึงกิโลกรัมละ 187 บาท เพราะผู้บริโภคเปลี่ยนไปบริโภคเนื้อไก่แทน ขณะที่เนื้อไก่ ยังอยู่ในการกำกับดูแล ราคาน่องติดสะโพก มาห้างเฉลี่ยกิโลกรัมละ 65 บาท ส่วนในตลาดเฉลี่ยกิโลกรัมละ 70-75 บาท

ส่วนราคาผักแตกต่างกันไปแต่ละจังหวัด เนื่องจากแหล่งเพาะปลูกเฉพาะพื้นที่ ทำให้บางพื้นที่ต้องมีต้นทุนขนส่ง แต่คาดว่าจะไม่ปรับสูงขึ้นไปกว่านี้แล้ว เช่นเดียวกับราคาน้ำมันปาล์มบรรจุขวด เริ่มเห็นมีการปรับลดลงเล็กน้อย ในห้างค้าปลีก เหลือขวดละ 61-62 บาท ร้านสะดวกซื้อ ขวดละ 64-65 บาท โดยราคาน่าจะทรงตัวไปอีกประมาณ 2 สัปดาห์ จากสตอกเก่า ก่อนจะทยอยปรับลดลง เพราะผลปาล์มเริ่มออกสู่ตลาด จะมีการเก็บเกี่ยวมากขึ้นในเดือนมีนาคม ทำให้ราคาน้ำมันปาล์มน่าจะลดลงชัดเจนในเดือนมีนาคมนี้ รวมไปถึงสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป ราคายังทรงตัว โดยภาคใต้จะสูงกว่าภาคอื่นเล็กน้อยจากการขนส่งที่ไกลกว่า

นอกจากนี้กระทรวงพาณิชย์มีชุดสายตรวจเฉพาะกิจในส่วนกลาง และมีทีมพาณิชย์จังหวัดออกตรวจสอบทั่วประเทศ เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า และกำกับดูแลให้ปิดป้ายแสดงราคาให้ชัดเจน เพื่อเป็นทางเลือกให้ผู้บริโภคตัดสินใจก่อนซื้อ ส่วนความคืบหน้าการตรวจสอบห้องเย็นสินค้าปศุสัตว์ ตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ หรือ กกร. ที่ให้ห้องเย็นรายใหญ่ ที่มีสตอกเกิน 5,000 กิโลกรัม ให้แจ้งปริมาณ และราคาจำหน่ายทุกสัปดาห์นั้น กระทรวงพาณิชย์ ได้ตรวจสอบห้องเย็นทั้งหมด ไม่เฉพาะรายใหญ่เท่านั้นตามที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น จำนวนทั้งหมด 616 ราย พบปริมาณเนื้อหมูในสตอก รวมกันกว่า 19 ล้าน 5 แสนกิโลกรัม 

ครม.เห็นชอบ แผนที่One Map ใน11 จ.ให้ใช้อัตราส่วนเดียว แก้ปัญหาที่ดินทับซ้อน มอบหน่วยงานเกี่ยวข้องแก้กฎหมายให้สอดคล้อง 

ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.รัชดาทำงานอยู่ที่รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีแถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรี ว่า ครม.เห็นชอบการจัดทำแผนแนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ (ONE MAP)ตามที่สำนักงานคณะกรรมการที่ดินแห่งชาติ เสนอ ในกลุ่มที่1 จำนวน 11จังหวัด ประกอบด้วย จ.นนทบุรี นครปฐมอ่างทอง สิงห์บุรีสมุทรสงครามสมุทรสาคร สุพรรณบุรี อยุธยาสมุทรปราการ ปทุมธานี และกทม.โดยให้ใช้อัตราส่วนเดียวกันทั้งหมดกับส่วนราชการคือ1ต่อ 4000 เพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องที่ดินทับซ้อนของหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่ดิน เช่น กรมที่ดิน กรมธนารักษ์ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

ครม. อนุมัติงบกลาง 3.1 พันล้านบาท  เพิ่มเงินให้ “อสม.” เดือนละ 500 บาท  นาน 6 เดือน เป็นขวัญกำลังใจทำงานช่วงโควิด-19

วันที่ 8 กุมภาพันธ์ ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ไตรศุลี  ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ว่า ครม.อนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 งบกลาง รายการค่าใช้จ่ายในการบรรเทา แก้ไขปัญหา และเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ภายใต้โครงการค่าตอบแทน เยียวยา ชดเชย และเสี่ยงภัย สำหรับการปฏิบัติงานของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน(อสม.) ในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคโควิด -19 ในชุมชน วงเงินจำนวน 3,150 ล้านบาท โดยจะนำไปจ่ายเป็นค่าตอบแทนเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้แก่อสม.จำนวน 1,039,729 คน และอาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร(อสส.)จำนวน 10,577 คน รวมทั้งสิ้นจำนวน 1,050,306 คน ในอัตราเดือนละ 500 บาท ต่อคนระยะเวลา 6 เดือน ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2564 – มีนาคม 2565 เพิ่มเติมจากเดิมที่ได้รับเดือนละ 1,000 บาทจากภาระงานปกติ

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า สำหรับกิจกรรมที่อสม.จะดำเนินการในส่วนภาระงานที่เพิ่มขึ้นประกอบด้วย อสม.เคาะประตูบ้าน แจ้งสถานการณ์โรค ให้ความรู้เกี่ยวกับวัคซีนป้องกันโควิด-19 และให้คำแนะนำในการปฏิบัติตัวที่ถูกต้องแก่ประชาชน, อสม.สำรวจ และลงทะเบียนกลุ่มเป้าหมายในชุมชนให้ได้รับการฉีดวัคซีน ติดตามอาการกลุ่มเสี่ยงหลังฉีดวัคซีนที่บ้านในชุมชน ส่งต่อผู้ที่มีอาการไม่พึงประสงค์และติดตามกลุ่มเป้าหมายจนกว่าจะได้รับวัคซีนเข็มที่ 2, สำรวจ เฝ้าระวัง คัดกรองและติดตามกลุ่มเสี่ยงในชุมชนอย่างต่อเนื่อง,ร่วมสนับสนุนการทำงานของทีมแพทย์และบุคลากรสาธารณสุขในการติดตามผู้ป่วยกักตัวที่บ้าน หรือเข้ารับการแยกกักในชุมชน, ดูแลให้คำแนะนำและประเมินคัดกรองสุขภาพจิตเบื้องต้น ทั้งสำรวจ คัดกรองความเครียด สำรวจคัดกรองโรคซึมเศร้า และประเมินภาวะซึมเศร้า รวมถึงกิจกรรมอื่นๆที่ส่งผลกระทบต่อการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในชุมชน

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า ส่วนประโยชน์ที่จะได้รับประกอบด้วย ประชาชนในชุมชนได้รับการเฝ้าระวัง คัดกรอง ป้องกันโรคโควิด-19 ในชุมชน, ประชาชนได้รับความรู้ ความเข้าใจ และปฏิบัติตัวถูกต้องในการป้องกันตนเองและครอบครัวจากการติดเชื้อโควิด-19 , ประชาชนกลุ่มเสี่ยงที่ต้องกักกัน หรือแยกตัวเพื่อสังเกตอาการ ได้รับการดูแลที่ถูกต้องจากอสม. ลดการแพร่กระจายของเชื้อไปสู่ผู้อื่น และสร้างขวัญและกำลังใจให้กับอสม.ในการปฏิบัติหน้าที่ ตลอดจนเป็นแรงจูงใจที่สามารถผลักดันให้เกิดการดูแลสุขภาพประชาชนในพื้นที่ ทำให้เกิดสุขภาวะที่ดีกับประชาชน

 

'นายกฯ' แจง ปัญหาน้ำมันแพง ไม่ใช่แค่ประเทศไทยที่เดือดร้อน ยัน รัฐบาลต้องบริหารจัดการโดยคำนึงถึงงบประมาณ​

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีตอบคำถามสื่อมวลชนตามที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม มอบหมายกรณีมาตรการเพิ่มเติมที่จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนจากปัญหาราคานำมันแพง จนทำให้กลุ่มรถสิบล้อออกมาประท้วงขับไล่รัฐมนตรีว่า นายกรัฐมนตรีชี้แจงว่า ได้มีการชี้แจงเหตุผลความจำเป็นไปแล้ว ประเทศชาติและประชาชนเดือดร้อน และคงไม่ใช่แค่ประเทศไทยประเทศเดียว หลายประเทศก็เกิดปัญหาเช่นเดียวกัน รัฐบาลจำเป็นต้องบริหารจัดการให้เดือดร้อนน้อยที่สุดโดยคำนึงถึงงบประมาณที่มีอยู่ 

 

“บิ๊กตู่” ยันยังอยู่กับพรรคพลังประชารัฐ ยังไม่คิดสังกัดพรรคไหน ขอบคุณทุกพรรคที่สนับสนุน ชี้เป็นเรื่องต้องตัดสินใจเองเมื่อการเลือกตั้งมาถึง

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ตอบคำถามสื่อมวลชนตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม มอบหมาย โดยเมื่อถามถึงกรณีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ยืนยันว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะไม่ไปสังกัดพรรครวมไทยสร้างชาติ แสดงว่ามีการพูดคุยกันแล้วและถือเป็นคำตอบของนายกรัฐมนตรีเองใช่หรือไม่ นายธนกร กล่าวว่า เรื่องนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ชี้แจงว่าขณะนี้นายกรัฐมนตรียังคงอยู่กับพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เนื่องจากเป็นพรรคที่สนับสนุนนายกรัฐมนตรีในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา

'บิ๊กตู่' ย้ำไทม์ไลน์เลือกผู้ว่าฯกทม. พ.ค. 65 ระบุยังไม่เข้าครม.วันนี้ ยังอยู่ในขั้นตอน กกต.-มท.

ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงไทม์ไลน์เลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมีข้อสรุปอย่างไร ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่าวันนี้ไม่ได้นำเรื่องดังกล่าวเข้าหารือในที่ประชุม ครม.ในวันนี้ ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการดำเนินการของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และกระทรวงมหาดไทยในการจัดเตรียมการเลือกตั้งตามกำหนดการในประมาณเดือนพ.ค. 2565

ภูมิใจไทยเฮลั่น! 'ลุงป้อม' เผย ครม.แตะเบรก!! ประเด็นสัมปทานสายสีเขียว อ้างกลัวเจอ ม.157

จากกรณีในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ รัฐมนตรีในสังกัดพรรคภูมิใจไทย จำนวน 7 คน ประกอบด้วย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข, นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม, นายทรงศักดิ์ ทรงศรี รมช.มหาดไทย, นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา, นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ และ นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ ได้ยื่นหนังสือขอลาการประชุม ครม. อ้างว่าติดภารกิจ

นอกจากนี้ยังแสดงออกถึงความเห็น ที่ไม่เห็นด้วยกรณีกระทรวงมหาดไทย เสนอวาระเพื่อพิจารณา ขอความเห็นชอบร่างสัญญาร่วมลงทุนโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ของกรุงเทพมหานคร (กทม.) เพื่อขยายสัญญาสัมปทานให้กับ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTSC บริษัทในเครือ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS ออกไปอีก 30 ปี

จากเดิมที่จะสิ้นสุดสัญญาสัมปทานในปี 2572 ออกไปเป็นปี 2602 แลกกับเก็บค่าโดยสาร 65 บาทตลอดสาย ให้ ครม.พิจารณาอนุมัติ ประกอบกับมองว่ากระทรวงมหาดไทยไม่ดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบกฎหมาย และหลักธรรมาภิบาล หากมีการอนุมัติวาระดังกล่าวจะส่งผลทางด้านกฎหมายในอนาคตได้

มีรายงานว่ารัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทยทั้งหมดจะไม่เข้าร่วมประชุมครม. ในวันนี้ โดย รมต.พรรคภูมิใจไทยได้ยื่นใบลาประชุม ครม.ต่อเลขาธิการคณะรัฐมนตรีแล้วเมื่อค่ำวานนี้ (7 ก.พ. 65) โดยระบุเหตุผลว่าไม่สะดวกที่จะพิจารณาเรื่องนี้

สำหรับเรื่องดังกล่าวทาง กระทรวงคมนาคม ได้แสดงความเห็นคัดค้านต่อการขยายสัญญาสัมปทานมาโดยตลอด พร้อมเสนอความเห็นเพิ่มเติม เข้า ครม. ทุกครั้งที่จะมีการเสนอ โดยเฉพาะใน 4 ประเด็นหลัก คือ... 

1.) ประเด็นความครบถ้วนตามหลักการของพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562

2.) ประเด็นการคิดค่าโดยสารที่เหมาะสมและเป็นธรรมแก่ผู้ใช้บริการเพื่อส่งเสริมให้ผู้มีรายได้น้อยมาใช้บริการ รวมทั้งรถไฟฟ้าสายสีเขียวที่สามารถกำหนดอัตราค่าโดยสารสูงสุดได้ต่ำกว่า 65 บาท

3.) ประเด็นการใช้สินทรัพย์ของรัฐที่ได้รับโอนจากเอกชนให้เกิดประโยชน์สูงสุด ควรพิจารณาให้เกิดความถ่องแท้ถึงการใช้สินทรัพย์ว่ารัฐควรได้ประโยชน์จากการขยายสัญญาสัมปทานเป็นจำนวนเท่าไร อย่างไร จนกว่าจะครบอายุสัญญา

4.) ประเด็นข้อพิพาททางกฎหมาย ซึ่งเกิดขึ้นจากกรณี กทม. ได้ทำสัญญาจ้าง BTSC เดินรถส่วนต่อขยายที่ 1 และ ส่วนต่อขยายที่ 2 ไปจนถึงปี 2585 และได้มีการไต่สวนข้อเท็จจริงของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ดังนั้นจึงสมควรรอผลการไต่สวนข้อเท็จจริงก่อนเพื่อให้เกิดความชัดเจน

‘เฉลิมชัย’ เร่งพลิกโฉมกระทรวงเกษตรฯ ย้ำชัด พอใจผลพัฒนา-การบริหารภาครัฐคืบหน้า

‘เฉลิมชัย ศรีอ่อน’ เร่งปฏิรูปพลิกโฉมกระทรวงเกษตรฯ พอใจผลการพัฒนาการบริหารและการบริการภาครัฐด้วยระบบดิจิทัลคืบหน้า 70% 

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายเทคโนโลยีเกษตร 4.0 และประธานคณะกรรมการบริหารศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม (Agritech and Innovation Center : AIC)เปิดเผยวันนี้ (7 ก.พ.) ถึงผลงานความคืบหน้าของการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เทคโนโลยีเกษตร 4.0 ประจำเดือนมกราคม 2565 ซึ่งเป็น 1 ใน 5 ยุทธศาสตร์การปฏิรูปภาคเกษตรกรรมของดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่า จากผลการปฏิรูปการบริการและการบริหารภาครัฐของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่และการดำเนินงานของศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม (AIC : Agritech and Innovation Center) มีความก้าวหน้าอย่างมีนัยสำคัญและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ พอใจต่อผลการทำงานล่าสุดโดยเฉพาะการดำเนินงานด้านระบบบริการภาครัฐด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล (Gov Tech) ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีความคืบหน้าถึง 70% จากพัฒนาบริการภาครัฐทั้งหมด 176 ระบบเปลี่ยนเป็นการบริการภาครัฐด้วยดิจิทัล (Digital Service) แล้ว 156 ระบบ ซึ่งในส่วนนี้ดำเนินการเสร็จสิ้นและให้บริการแล้ว 109 ระบบหรือคิดเป็น 70% 

ส่วนการพัฒนา NSW (National Single Window) 54 ระบบ อยู่ระหว่างการพัฒนาปรับปรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ 47 ระบบ ในขณะที่ด้านระบบฐานข้อมูลดิจิทัล (Big Data) โดยศูนย์ข้อมูลเกษตรแห่งชาติได้เชื่อมโยงข้อมูลสู่ภูมิภาคกับศูนย์ AIC เช่นศูนย์ AIC เพชรบุรี (มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี) ในการพัฒนาฐานข้อมูลเพื่อการวิจัยและพัฒนาเกลือทะเลไทยเชิงบูรณาการ การวิจัยและพัฒนาต้นแบบด้าน IT เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการด้านเกษตรกรรม และศูนย์ AIC จังหวัดเชียงราย ในการดำเนินโครงการ Flagship ร่วมกับ สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดเชียงราย เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมกาแฟอาราบิกา การใช้งานระบบ CKAN เพื่อจัดทำ Data Catalog เป็นต้นทั้งนี้ นายอลงกรณ์ ได้สั่งการให้มีการจัดประชุมเรื่อง NSW เป็นการเฉพาะในเดือนกุมภาพันธ์ เพื่อสนับสนุนการค้าระหว่างประเทศและการพยากรณ์ข้อมูลราคาและตลาดสินค้าเกษตรในต่างประเทศ

สำหรับด้านเกษตรอัจฉริยะ ได้มีการรายงานการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการเกษตรอัจฉริยะ ปี พ.ศ. 2565 - 2566 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และการขับเคลื่อนการบูรณาการด้านเกษตรอัจฉริยะ ร่วมกับ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยดำเนินโครงการเกษตรแม่นยำ 2 ล้านไร่ จับคู่เกษตรแปลงใหญ่ (Big Farm) กับบริษัทอุตสาหกรรมเกษตรขนาดใหญ่ (Big Brother) โครงการความร่วมมือด้าน Smart Farming กับบริษัท ล็อกซ์เล่ย์ จำกัด (มหาชน) เพื่อขับเคลื่อนแปลงใหญ่เกษตรอัจฉริยะข้าว และระบบช่วยการตรวจประเมินระยะไกล (Remote Audit) หรือการตรวจผ่านระบบออนไลน์ แปลง GAP และเกษตรอินทรีย์ (Organic) (แอปพลิเคชัน Kasettrack) 

สำหรับด้าน E-Commerce ได้มีการขับเคลื่อนเรื่องแผนการกระจายผลไม้ในประเทศ และความร่วมมือด้านการเกษตรและการค้าไทย-บาห์เรน รวมทั้งโครงการ Thailand E-Commerce Village 

ส่วนงานด้านธุรกิจเกษตร (Agribusiness) มีการนำเสนอผลการดำเนินงานโครงการพัฒนาแบรนด์ธุรกิจ SMEs ด้วยการสร้างสรรค์คาแรคเตอร์ให้โดนใจกลุ่มผู้บริโภค และการประชาสัมพันธ์การจัดงานตลาดนัด Local CIP Fair และ Character Walking Street โดยความร่วมมือของภาคีเครือข่าย ในระหว่างวันที่ 11-13 กุมภาพันธ์ 2565

นอกจากนี้นายอลงกรณ์ได้มอบนโยบายให้คณะอนุกรรมการด้านธุรกิจเกษตร ศึกษาจุดอ่อนจุดแข็งในเรื่องของระบบธุรกิจเกษตรแบบ Contract Farming ภายใต้กฎหมายปัจจุบันว่ามีจุดอ่อนจุดแข็งที่จะต้องดำเนินการแก้ไขพัฒนาอย่างไร และการขับเคลื่อนการทำงานในพื้นที่ด้วยคณะทำงานของ AIC ในการพัฒนาธุรกิจเกษตร 

ทางด้านผลการดำเนินงานการขับเคลื่อนการทำงานของ AIC ที่ผ่านมา มีการนำเสนอความก้าวหน้าในเรื่องของการเชื่อมโยงศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) กับศูนย์ AIC โดย กรมส่งเสริมการเกษตร ซึ่งในปัจจุบันมีการทำโครงการเชื่อมโยงองค์ความรู้ของศูนย์ AIC ผ่าน ศพก. ใน 6 เขตพื้นที่ โดยเกษตรกรสามารถนำความรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และเทคโนโลยีการผลิต ที่เป็นองค์ความรู้จาก AIC ไปใช้ในแปลงเกษตรได้เป็นอย่างมาก และมีการสนับสนุนงบประมาณในกิจกรรมต่างๆ เพื่อการพัฒนาเกษตรกรครบรอบด้านผ่านการดำเนินงานของศูนย์ ศพก. และเครือข่าย การนำ (INNOVATION CATALOG) มาใช้ประโยชน์กับเกษตรกรของศูนย์ AIC จังหวัดระยอง ร่วมกับศูนย์ ศพก. หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และเกษตรกรในพื้นที่ 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top