Friday, 26 June 2026
Hard News Team

นายกฯ พบภาคเอกชนสหรัฐฯ ผลักดัน 3R พา 'ศก.อาเซียน-สหรัฐฯ' ก้าวหน้ายุค Next Normal

'บิ๊กตู่' เผย ไทยเดินหน้า ผลักดัน ความเชื่อมโยงของห่วงโซ่อุปทาน เศรษฐกิจดิจิทัล การเติบโตทางเศรษฐกิจควบคู่ไปกับ การรักษาสิ่งแวดล้อม

(13 พ.ค. 65) ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวว่า เมื่อวันที่ 12 พ.ค. 2565 เวลา 14.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐอเมริกา ณ โรงแรม Willard InterContinental กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมผู้นำและผู้แทนชาติสมาชิกอาเซียนพบปะผู้นำภาคเอกชนสหรัฐอเมริกา โดยมี นางจีน่า เรมอนโด (Gina M. Raimondo) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์สหรัฐอเมริกา และนางแคทเธอรีน ไท่ (Katherine Tai) ผู้แทนการค้าสหรัฐอเมริกา เข้าร่วมด้วย 

นายธนกร สรุปคำกล่าวของนายกรัฐมนตรี ไว้ดังนี้ นายกรัฐมนตรียินดีที่ได้มาพบหารือ ซึ่งที่ผ่านมามีโอกาสพบปะและพูดคุยกับสภาธุรกิจสหรัฐฯ-อาเซียน (USABC) ในหลายโอกาส พร้อมชื่นชมภาคเอกชนสหรัฐฯ ที่สนับสนุน และมีส่วนร่วมที่แข็งขันในการเติบโตทางเศรษฐกิจของอาเซียน โดยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา นอกจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 แล้ว สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วน จึงทำให้ต้องกลับมาทบทวนเพื่อก้าวเดินไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง โดยไทยให้ความสำคัญกับการสร้าง “พลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพื่ออนาคต” เพื่อให้ภูมิภาคมีการเติบโตที่เข้มแข็งและยั่งยืนในยุค Next Normal ต่อไป ซึ่งประเด็นหลักที่อาเซียนกับสหรัฐฯ สามารถร่วมกันผลักดันมี 3 เรื่อง หรือ “3R” ได้แก่

“Reconnect” ส่งเสริมความเชื่อมโยงของห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งภาคเอกชนสหรัฐฯ สามารถมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการเชื่อมโยงนี้ ผ่านการลงทุนขยายฐานการผลิตในภูมิภาค โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมใหม่ๆ ที่อาเซียนมีศักยภาพและทรัพยากรรองรับ ซึ่งไทยมีพื้นที่ EEC ที่พร้อมเปิดโอกาส ให้ภาคเอกชนสหรัฐฯ เข้ามาร่วมลงทุน เพื่อสร้างความหลากหลายให้แก่ห่วงโซ่อุปทานของสหรัฐฯ รวมถึงจัดตั้งสำนักงานภูมิภาคในไทยเพื่อใช้เป็นฐานในการเชื่อมโยงธุรกิจกับประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาค โดยสาขาอุตสาหกรรมที่สามารถร่วมมือกันได้ คือ อุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์และบริการทางการแพทย์ โลจิสติกส์อัจฉริยะ และอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ

สำหรับสาขาอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ ไทยมีศักยภาพในการเป็นฐานการผลิตของอุตสาหกรรมกลางน้ำ และปลายน้ำที่แข็งแกร่ง และมีบริษัทเอกชนสหรัฐฯ เข้ามาลงทุนแล้วหลายราย จึงขอเชิญชวนให้ภาคเอกชนสหรัฐฯ พิจารณาลงทุนเพิ่มเติมในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง และมีความสำคัญต่อห่วงโซ่อุปทาน อาทิ ต้นน้ำของเซมิคอนดัคเตอร์ และอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งไทยมีนโยบายมุ่งสู่การเป็นฐานการผลิต EV ระดับโลก โดยการให้สิทธิประโยชน์แก่ผู้ผลิต EV และผู้พัฒนาระบบนิเวศที่เกี่ยวข้อง อาทิ แบตเตอรี่ ชิ้นส่วนสำคัญ และสถานีชาร์จ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านและสร้างการเติบโตให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ของสหรัฐฯ ได้ด้วย

R ที่สอง คือ “Rebuild” ในยุค 4IR ควรมุ่งพัฒนาและประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลในภูมิภาค ซึ่งมีศักยภาพในการขยายตัวได้ถึงกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี ค.ศ. 2030 พร้อมกล่าวเชิญชวนภาคเอกชนสหรัฐฯ ร่วมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในอาเซียน เช่น โครงข่ายอินเทอร์เน็ต เทคโนโลยีคลาวด์ในอุตสาหกรรมการผลิต ดาต้าเซ็นเตอร์ และการให้บริการคอนเทนต์ ตลอดจนการสนับสนุนการพัฒนาและบ่มเพาะธุรกิจดิจิทัลสตาร์ตอัป ทั้งนี้ ไทยมีไทยแลนด์ดิจิทัลวัลเลย์ ซึ่งอยู่ในพื้นที่ EECi ที่ภาคเอกชนสหรัฐฯ สามารถเข้ามาร่วมพัฒนาธุรกิจดิจิทัล และขยายไปสู่ภูมิภาคได้

สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ สร้างการรับรู้ ยับยั้งและรู้เท่าทันข่าวปลอม (Stop Fake,Spread Facts)

(12 พ.ค.65) สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ จัดกิจกรรมเชิงวิชาการประชุม ระดมความคิดเห็น  ร่วมกับผู้แทนภาคสื่อมวลชน และผู้แทนภาคประชาชน ทุกเจนเนอเรชั่น ณ โรงแรมเดอะไทด์ รีสอร์ท บางแสน จังหวัดชลบุรี

นับเป็นกิจกรรมแรก ในการสร้างเครือข่ายและร่วมกันหาแนวทาง การรณรงค์ต้านข่าวปลอม ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของสังคมไทย ด้วยทีมนักวิชาการ นำโดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศรัญญ์ทิตา ชนะชัยภูวพัฒน์ หัวหน้าโครงการ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พิทักษ์ศักดิ์ ทิศาภาคย์ และอาจารย์สุดถนอม รอดสว่าง ซึ่งได้รับความร่วมมือจากผู้แทนทุกภาคส่วนใน จังหวัดชลบุรี เป็นอย่างดี

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าว สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ได้รับทุนสนับสนุนจาก กองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) มีวัตถุประสงค์ เพื่อกระตุ้นให้สังคมได้ตระหนักรู้ในปัญหาข่าวปลอม ที่เป็น Soft Crisis ซึ่งมีผลกระทบต่อระบบความคิด (Mindset) และพฤติกรรมการแสดงออกเชิงลบและที่สำคัญ เพื่อสร้างเครือข่ายการมีส่วนร่วม ในการรณรงค์กับภาคสื่อมวลชนและภาคประชาชน ทั่วประเทศ โดยใช้กลยุทธ์ ประสานความร่วมมือ (Collaborative Strategy) กับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมสื่อสารและแพร่กระจายข่าวสาร ข้อเท็จจริงเชิงสร้างสรรค์ ลดข่าวปลอมและข้อมูลเท็จ โดยเริ่มจากการวิจัยวิเคราะห์สภาพปัญหาทั้งในและต่างประเทศ ด้วยการจัดประชุมระดมความคิดเห็นศึกษาแนวทาง ในการกำกับดูแลกลไก การขับเคลื่อนที่เป็นรูปธรรม

จากนั้น ได้นำผลการศึกษามาสังเคราะห์เป็นคู่มือ สำหรับภาคสื่อมวลชนและภาคประชาชน ด้วยการนำแนวคิดที่ได้มาสร้างสรรค์เป็นภาพยนตร์โฆษณา ซึ่งจะเป็นเครื่องมือในการสื่อสารควบคู่กับกิจกรรมการรณรงค์ ที่ใช้ชื่องานว่า “Fact-Story Festival” ที่จะจัดให้กับสื่อมวลชนและประชาชน ผู้รับข่าวสารในจังหวัด ที่เป็นตัวแทนของทุกภูมิภาค

ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ รับเยี่ยมคำนับจาก เจ้ากรมยุทธการทหารเรือ สาธารณรัฐสิงคโปร์ พร้อมคณะฯ ในโอกาสที่เดินทางมาเยือนประเทศไทย

(12 พ.ค.65) พลเรือเอกสุวิน แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ รับเยี่ยมคำนับ พลเรือตรี Seah Poh Yeen เจ้ากรมยุทธการทหารเรือสาธารณรัฐสิงคโปร์ พร้อมคณะ ในโอกาสที่เดินทางมาเยือนประเทศไทย ระหว่างวันที่ 10-13 พฤษภาคม 2565 เพื่อเข้าร่วมประชุม RSN-RTN Navy to Navy Staff Talks (NTNST) ระหว่างกองทัพเรือ – กองทัพเรือสิงคโปร์ ครั้งที่ 4 โดยขอเข้าเยี่ยมคำนับ ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ เพื่อแนะนำตัว ณ กองบัญชาการกองเรือยุทธการ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี การนี้ ทั้งสองฝ่ายยืนยันความสัมพันธ์อันดีระหว่างกัน ซึ่งเห็นว่าการฝึกผสม SINGSIAM ที่ได้ร่วมการฝึกมามากกว่า 40 ปี เป็นเครื่องหมายยืนยันความเป็นพันธมิตรที่มั่นคงและยั่งยืนของทั้งสองประเทศ 

‘หมอปลา’ ไม่หวั่นทัวร์ลงปมแฉ ‘หลวงปู่แสง’ ยัน!! ไม่มีหลักฐานคงไม่กล้าทำแน่นอน

จากกรณีที่นายจีระพันธ์ เพชรขาว หรือ ‘หมอปลา’ มือปราบสัมภเวสี ได้รับการร้องเรียนจากหญิงสาวรายหนึ่งว่าให้ตรวจสอบ ‘หลวงปู่แสง’ หรือ ‘หลวงปู่แสงญาณวโร’ พระเกจิชื่อดัง จ.ยโสธร โดยมีการแอบถ่ายคลิปไว้เป็นหลักฐาน 

ซึ่งจากคลิปดังกล่าวจะเห็นว่า หลวงปู่แสง พร้อมลูกศิษย์ชาย 3 คนนั่งประกบ เมื่อโยมผู้หญิงเข้ามากราบไหว้จะถูกเรียกให้เข้าไปใกล้ๆ หลวงปู่ พร้อมระบุว่ามีการลวนลามทั้งลูบหัว โอบกอด และพยายามดึงเข้าไปหอมแก้ม กระทั่งลูกศิษย์ของหลวงปู่แสงได้ออกมาชี้แจงว่าหลวงปู่ที่มีอายุถึง 100 ปีแล้วป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์ ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

จนกระแสตีกลับมาที่ ‘หมอปลา’ ชาวโซเชียลต่างรุมประณามการกระทำของหมอปลาว่าหากินกับพระเกจิ กลั่นแกล้งหลวงปู่ซึ่งมีอายุมากแล้ว แถมยังป่วยเป็นอัลไซเมอร์ด้วย ขณะที่ส่วนหนึ่งต่างตั้งคำถามว่าเป็นการจัดฉากล่อซื้อหรือไม่อย่างไร

‘กรณ์’ รับรางวัล ‘ผู้นำพรรคการเมืองผู้รักสัตว์’ พร้อมฝากฝังสวัสดิภาพสัตว์ให้ว่าที่พ่อเมืองใหม่

(12 พ.ค. 65) สมาคมพิทักษ์สัตว์ไทย และ Royal Society for the prevention of cruelty to Animals/RSPCA ประเทศอังกฤษ นำโดยคุณโศรยา บุนนาค นายกสมาคมพิทักษ์สัตว์ไทย คุณโรเจอร์ โลหะนันท์ นางสาวบงกช ศรีมังคละ และคุณมาตรา อัชาวกุล มอบโล่ประกาศเกียรติคุณแก่ นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า ในฐานะที่เป็นผู้นำพรรคการเมืองผู้รักสัตว์ 

นายโรเจอร์ กล่าวว่า สมาคมพิทักษ์สัตว์ไทยเห็นว่า นายกรณ์ เป็นนักการเมืองที่มีบทบาทเด่นล้ำในการผลักดันพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557 ร่วมกับสมาคม และเครือข่ายคนรักสัตว์หลายองค์กร และยังมีบทบาทสำคัญในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฯ รวมถึงสนับสนุนการออกอนุบัญญัติที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยเหลือกิจกรรมเพื่อสวัสดิภาพสัตว์โดยไม่หวังผลประโยชน์อีกด้วย

Bitcoin ร่วงหนักในรอบ 10 เดือน ราคาหลุดต่ำล้านบาทไทยแล้ว

Reuters รายงานว่า เมื่อวันอังคาร (10 พ.ค.) Bitcoin สกุลเงินดิจิทัลอันดับหนึ่งของโลกร่วงลงต่ำกว่า 30,000 เหรียญสหรัฐ เป็นครั้งแรกในรอบ 10 เดือน ขณะที่ในภาพรวมมูลค่าในตลาดของ Cryptocurrency หายไปเกือบ 800,000 ล้านเหรียญสหรัฐในเดือนที่ผ่านมาตามข้อมูลของ CoinMarketCap เนื่องจากนักลงทุนกังวลกับนโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้น 

เมื่อเทียบกับการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดรอบล่าสุด ที่เริ่มตั้งแต่ปี 2016 Cryptocurrency เป็นตลาดที่ใหญ่กว่ามาก ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับความเชื่อมโยงระหว่างกันกับระบบการเงินอื่น

>> ตลาด Cryptocurrency ใหญ่แค่ไหน?
จากข้อมูลของ CoinGecko เมื่อเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา สกุลเงินดิจิทัลที่นิยมมากที่สุดอย่าง Bitcoin ทะยานสู่ระดับออลไทม์ไฮ ที่กว่า 68,000 เหรียญสหรัฐ ดันให้มูลค่าของตลาด Cryptocurrency ขยับขึ้นไปที่ 3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ แต่เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาตัวเลขนั้นลงมาอยู่ที่ 1.51 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ในจำนวนนี้เป็นมูลค่าของ Bitcoin เกือบ 600,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ตามด้วย Ethereum ที่ 285,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

แม้ว่า Cryptocurrency จะเติบโตแบบระเบิดระเบ้อ แต่ตลาดยังค่อนข้างเล็ก ขณะที่ตลาดทุนของสหรัฐฯ มีมูลค่าถึง 49 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนสมาคมอุตสาหกรรมหลักทรัพย์และตลาดการเงินระบุว่ามูลค่าคงค้างของตลาดตราสารหนี้สหรัฐอยู่ที่ 52.9 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ณ สิ้นปี 2021

>> ใครครอบครองและซื้อขาย Cryptocurrency?
Cryptocurrency เริ่มจากการซื้อขายของรายย่อย แต่ความสนใจของสถาบันอย่าง บริษัทแลกเปลี่ยนเงินตรา บริษัทต่างๆ ธนาคาร เฮดจ์ฟันด์ และกองทุนรวมเติบโตอย่างรวดเร็ว

แม้ว่าข้อมูลเกี่ยวกับสัดส่วนนักลงทุนรายย่อยและนักลงทุนสถาบันในตลาด Cryptocurrency ค่อนข้างหายาก แต่ CoinBase ผู้ซื้อขาย Cryptocurrency รายใหญ่ที่สุดในโลกระบุว่า นักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายย่อยคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 50% ของสินทรัพย์บนแพลตฟอร์มของบริษัทในไตรมาสที่ 4

ลูกค้าสถาบันของ CoinBase ซื้อขาย Cryptocurrency มูลค่า 1.14 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2021 เพิ่มจากปี 2020 ที่อยู่ที่ 120,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

Bitcoin และ Ethereum ที่หมุนเวียนอยู่ในมือของคนไม่กี่คนเท่านั้น รายงานของเดือน ต.ค. ของสำนักวิจัยเศรษฐกิจแห่งชาติ (NBER) พบว่า นักลงทุน Bitcoin 10,000 คนทั้งบุคคลและนิติบุคคลควบคุม 1 ใน 3 ของตลาด Bitcoin และนักลงทุน 1,000 คนครอบครองเหรียญ Bitcoin ราว 3 ล้านเหรียญ โดยจากการวิจัยของมหาวิทยาลัยชิคาโกพบว่า จนถึงปี 2021 ราว 14% ของชาวอเมริกันลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล

>> การล่มสลายของคริปโตจะกระทบระบบการเงินไหม?
แม้ว่าในภาพรวมแล้วตลาด Cryptocurrency จะค่อนข้างเล็ก แต่ธนาคารกลางสหรัฐฯ กระทรวงการคลัง และคณะกรรมการเสถียรภาพการเงิน (FSB) ระบุว่า Stablecoin หรือเหรียญดิจิทัลที่ตรึงมูลค่าไว้กับมูลค่าของทรัพย์สินจริงๆ เป็นภัยคุกคามต่อเสถียรภาพการเงิน

Stablecoins ส่วนใหญ่จะใช้เพื่ออำนวยความสะดวกในการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลอื่นๆ โดยได้รับการหนุนหลังจากสินทรัพย์ที่อาจสูญเสียมูลค่าหรือขาดสภาพคล่องในช่วงเวลาที่ตลาดตึงเครียด ในขณะที่กฎและการเปิดเผยเกี่ยวกับทรัพย์สินเหล่านั้นและสิทธิ์ในการไถ่ถอนของนักลงทุนยังคลุมเครือ

เปิดแนวทางแก้หนี้ 'รถไฟฟ้าสายสีเขียว' ใต้ไอเดีย ผู้สมัคร ผู้ว่าฯ กทม.

ดูจะเป็นความท้าทายไม่น้อย สำหรับแนวทางในการแก้หนี้และหาทางหั่นค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียวจากผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ซึ่งเรื่องนี้ทาง ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ‘ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ - Dr.Samart Ratchapolsitte’ เปรียบเทียบแนวทางและปัญหาจากแนวนโยบายแก้หนี้รถไฟฟ้าสายสีเขียวที่คาดว่าจะเกิดขึ้นหลังได้พ่อเมืองกรุงคนใหม่ ไว้ว่า…

น่าสนใจยิ่งนักที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หลายคนประกาศก้องว่าจะทำให้ค่าโดยสารรถไฟฟ้าสีเขียวถูกลง ซึ่งผมก็ปรารถนาเช่นนั้น แต่จะทำได้หรือขายฝัน ต้องใช้วิจารณญาณ คนกรุงเทพฯ อย่าหลงเชื่อโดยไม่ไตร่ตรอง

1.) ค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียวในปัจจุบัน
1.1.) รถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนหลัก
ประกอบด้วยช่วงหมอชิต-อ่อนนุช ระยะทาง 17 กิโลเมตร และช่วงสนามกีฬาแห่งชาติ-สะพานตากสิน ระยะทาง 6.5 กิโลเมตร ค่าโดยสาร 16-44 บาท กทม. ได้ให้สัมปทานแก่บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีทีเอส เป็นเวลา 30 ปี ตั้งแต่ปี 2542-2572 โดยบีทีเอสเป็นผู้ลงทุนเองทั้งหมด 100% ทั้งงานโยธาและงานระบบไฟฟ้าและเครื่องกล 

1.2.) รถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย
- 1.2.1 ส่วนต่อขยายที่ 1 ประกอบด้วยช่วงสะพานตากสิน-บางหว้า ระยะทาง 7.5 กิโลเมตร ค่าโดยสาร 16-31 บาท และช่วงอ่อนนุช-แบริ่ง ระยะทาง 5.3 กิโลเมตร ค่าโดยสาร 15 บาทตลอดสาย กทม. จ้างบีทีเอสให้เดินรถตั้งแต่ปี 2555-2585
- 1.2.2 ส่วนต่อขยายที่ 2 ประกอบด้วยช่วงแบริ่ง-เคหะสมุทรปราการ ระยะทาง 12.6 กิโลเมตร และช่วงหมอชิต-คูคต ระยะทาง 17.8 กิโลเมตร ยังไม่เก็บค่าโดยสาร กทม. จ้างบีทีเอสให้เดินรถตั้งแต่ปี 2559-2585 ส่วนต่อขยายที่ 2 นี้ กทม. รับโอนมาจากการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) พร้อมหนี้งานโยธาประมาณ 5.5 หมื่นล้านบาท

2.) ค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียวในอนาคต
จากข้อมูลของ กทม. พบว่าหาก กทม. ต่อสัญญาให้บีทีเอสเป็นเวลา 30 ปี ตั้งปี 2573-2602 โดยจะต้องพ่วงส่วนต่อขยายให้บีทีเอสรับผิดชอบด้วยตั้งแต่วันที่จะลงนามสัญญาจนถึงปี 2602 ทั้งนี้ มีเงื่อนไขให้บีทีเอสเก็บค่าโดยสารในอัตรา 15-65 บาท (สูงสุดไม่เกิน 65 บาท) และจะต้องแบ่งรายได้ให้ กทม.ไม่น้อยกว่า 2 แสนล้านบาท ถ้าได้ผลตอบแทนเกิน 9.6% จะต้องแบ่งรายได้ให้ กทม. เพิ่มเติมอีก โดยบีทีเอสจะต้องรับภาระหนี้แทน กทม. ถึงปี 2572 ประมาณ 1.3 แสนล้านบาท และจะต้องรับภาระความเสี่ยงเองทั้งหมด

จากข้อมูลของ กทม. เช่นเดียวกัน พบว่าถ้าไม่ต่อสัญญาให้บีทีเอสค่าโดยสารสูงสุดจะเพิ่มขึ้นเป็นไม่เกิน 158 บาท และ กทม. จะต้องแบกรับภาระหนี้เองทั้งหมด

‘สมศักดิ์’ แจงชัด ไม่มีโควต้าสลาก 5 หมื่นเล่ม โวยถูกอ้างชื่อ เตือน!! ประชาชนอย่าหลงเชื่อ

‘สมศักดิ์’ แจงชัด ไม่มีโควต้าสลาก 5 หมื่นเล่ม หลังถูกอ้างชื่อ ไปหลอกประชาชน เตือน อย่าหลงเชื่อ รัฐบาลไม่มีโควต้า มอบฝ่ายกฎหมายดำเนินคดี ปิดช่องผู้ค้าสลากรายย่อยถูกหลอก

วันที่ 12 พฤษภาคม 2565 นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีถูกแอบอ้างชื่อว่ามีโควต้าสลากกินแบ่งรัฐบาลว่า ตนได้รับเรื่องร้องเรียนจากกลุ่มผู้ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาลรายย่อยว่า มีกลุ่มบุคคลนำชื่อตนไปแอบอ้างว่า มีโควต้าสลากกินแบ่งรัฐบาล จำนวน 5 หมื่นเล่ม พร้อมนำไปหลอกขายผู้ค้าสลากรายย่อย ซึ่งมีการอ้างว่า เป็นโควต้าที่เพิ่งมีการอนุมัติ ตนขอชี้แจงว่า ไม่มีโควต้าสลากกินแบ่งรัฐบาล ตามที่มีกลุ่มบุคคลแอบอ้าง เพราะตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว 

'โฆษกพรรคกล้า' ย้ำจุดยืนพรรค เสนอ 'กรณ์' เป็นนายกฯ เดินหน้าแก้ปัญหาปากท้อง พร้อมร่วมงานกับพรรคที่มีแนวทางเดียวกัน

นายแสนยากรณ์ สิงห์วีรธรรม โฆษกพรรคกล้า กล่าวย้ำจุดยืนพรรคกล้าว่า ในการเลือกตั้งทั่วไปในอนาคต พรรคกล้าเสนอชื่อหัวหน้าพรรคคือนายกรณ์ จาติกวณิช เป็นนายกรัฐมนตรี ไม่มีการเสนอชื่อบุคคลภายนอกในบัญชีของพรรคกล้าแน่นอน ตามที่มีสื่อหัวใหญ่บางฉบับนำเสนอข่าว

โฆษกพรรคกล้า กล่าวว่า สถานการณ์เศรษฐกิจตอนนี้เต็มไปด้วยปัญหา ทั้งที่กระทบจากโควิดมา 2 ปีกว่า หลายกิจการต้องปิดตัว ไม่ได้มีนักท่องเที่ยวกลับมาเหมือนเดิม ราคาพลังงานสูงขึ้น ค่าครองชีพเพิ่มสูงตาม หนี้ครัวเรือนก็ทะลุ 90% ของจีดีพี และอีกหลายปัญหาจากผลกระทบทางภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งต้องแก้ไขด้วยการสร้างรายได้ให้ประเทศ สร้างรายได้ให้ประชาชน ดังนั้น ผู้บริหารประเทศควรต้องมีความเชี่ยวชาญทางเศรษฐกิจ และมีประสบการณ์การแก้วิกฤติเศรษฐกิจมาก่อน

โซเชียลตั้งข้อสังเกต จัดฉากถ่ายหลวงปู่แสง ขยี้เหตุเหมือนเกิดในที่ลับ ทั้งที่อยู่ในที่แจ้ง

เพจ ‘ข่าวสารงานพระพุทธศาสนา’ ได้โพสต์ข้อความตั้งสังเกตกรณีดราม่าสังคมตั้งข้อสงสัย ‘หลวงปู่แสง’ ลวนลามสีกา ไว้ว่า…

คลิปนี้เป็นคลิปที่อีกฝ่ายอ้างว่าเป็นหลักฐาน เดี๋ยวเรามาคิดตามนี้ดูน่ะครับ

1.) ทำไมถึงต้องถ่ายคลิปไว้ตั้งแต่ไปหาท่าน มีเจตนาอะไร?
(เพราะว่ามีคนไปหาท่านตลอดไม่ใช่ที่ลับหูลับตาอะไรท่านเมตตานั่งรับโยมที่มากราบตลอดวัน ท่านแทบไม่ได้ลุกไปไหนคุณมีเจตนาอะไร?)

2.) ผู้หญิงอีกคนบอกให้เข้าไปใกล้ๆ หลวงปู่อีกเพื่ออะไร?
(ทั้งที่ลูกศิษย์ที่คอยดูแลหลวงปู่อยู่ก็บอกแล้วว่าให้ถอยออกเข้าใกล้แค่นี้พอแล้ว แต่คุณก็ยังขยับไปใกล้ท่านแทบจะกราบตักท่าน ท่านก็เมตตาลูบบ่าลูบหัวให้อีกต่างหาก)

3.) ถ้าจะบอกว่าพระไม่ควรโดนตัวสีกา แล้วคุณไปใกล้ท่านเพื่ออะไร?
(คุณบอกว่าท่านจับตัวสีกาพระไม่ควรจับตัวสีกา แต่ให้ดูในคลิปคนที่เข้าหาท่านคือผู้หญิงคนนี้ ท่านนั่งของท่านที่เดิม คุณเข้าไปใกล้ท่านจนลูกศิษย์ที่ดูแลต้องบอกให้ถอยออกหลายครั้งเพราะคุณเข้าไปใกล้ท่านมากเกินไป)

4.) คุณบอกไม่ควรที่พระจะอยู่ในกุฏิกับสีกา?
(ต้องถามว่าคนที่พูดวิจารณ์เคยไปที่นี่หรือยัง เพราะถ้าคุณเคยไปกราบหลวงปู่คุณจะไม่สงสัยเรื่องนี้ เพราะที่นี่เป็นสถานที่เปิดเพราะมีคนไปกราบหลวงปู่อยู่ตลอดเวลา และมีลูกศิษย์ที่เป็นฆราวาสคอยดูแลหลวงปู่อยู่ด้วยตลอดเวลาไม่น้อยกว่า 2 คน และที่เป็นพระอีกหลายรูป)

5.) ในคลิปผู้หญิงคนด้านหลังมีการเบลอหน้าลบหน้าตั้งแต่ต้นเพื่ออะไร?
(มีการจัดฉากจงใจถ่ายหรือเปล่า เพราะคลิปนี้เป็นคลิปเหมือนแอบถ่าย ถ้าจะถ่ายจริงๆ จะแอบทำไม เพราะมีคนถ่ายรูปถ่ายคลิปท่านอยู่ตลอดอยู่แล้ว จะกลัวอะไร? เจตนาเช่นนี้คุณมีการวางแผนมาก่อนหรือไม่?)

6.) ทำไมคุณถึงเอามาเผยแพร่คุณต้องการอะไร?
(คุณรู้ได้อย่างไรว่าจะมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น คุณถึงถ่ายคลิปช่วงนี้และเจาะจงถ่ายไปที่หลวงปู่ และที่ไปมีแต่ผู้หญิงทั้งนั้น แปลกๆ ไปหรือเปล่า?)


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top