Friday, 26 June 2026
Hard News Team

ส่อง ‘นิวสเปคทีฟ กรุ๊ป’ โชว์กึ๋นฝ่าวิกฤตโควิด ดัน BLUESKY ชูแกร่งโฆษณา ไม่แพ้ใคร

พลิกเกมธุรกิจสไตล์ ‘นิวสเปคทีฟ กรุ๊ป’ ย้ำเก่งที่สุดคือ ธุรกิจโฆษณา ดัน BLUESKY เชี่ยวชาญงานโฆษณาแบบ Activation และ Local Media ที่ไม่เหมือนใคร

นิวสเปคทีฟ กรุ๊ป (Newspective Group) ปรับแผนดัน BLUESKY แม่เหล็กใหม่ในการโฆษณา ลุย Activation และ Local Media ยึดสื่อในตลาดสด-ค้าส่งท้องถิ่นทั่วประเทศ พร้อมรุกเปิดตลาดสื่อภาคใต้ 3 จังหวัดชายแดนทำเลทองแห่งใหม่ หลัง 2 ปีโควิด พ่นพิษ จนธุรกิจอีเวนต์ซึม

ธุรกิจอีเวนต์ และโฆษณา ถือเป็นอีกหนึ่งในตลาดที่มีความคึกคักและเติบโตสูง ก่อนช่วงที่โควิด-19 จะระบาดหนักเมื่อ 2 ปีก่อน ซึ่งส่งผลให้ทั้งอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง 

นิวสเปคทีฟ กรุ๊ป อีกหนึ่งผู้เล่นในตลาดดังกล่าว ตกอยู่ในภาวะยากลำบากจากมาตรการล็อกดาวน์ ปิดสถานที่ งดจัดกิจกรรม ขณะที่แบรนด์ต่างๆ พับเก็บแคมเปญการตลาดและชะลอการใช้จ่ายอย่างมีนัยสำคัญ

นาย ณัฐภูมิ รัฐชยากร กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัท นิวสเปคทีฟ เปิดเผยว่า ปัจจุบัน นิวสเปคทีฟ มี 9 บริษัท ในมือ แต่สิ่งที่ นิวสเปคทีฟ กรุ๊ป เชี่ยวชาญมากที่สุดคือ ธุรกิจโฆษณา ซึ่งประกอบไปด้วย 3 บริษัทย่อย คือ Brand Square เน้นการสร้าง Branding, Strategy คิดสร้างอัตลักษณ์ให้กับตราสินค้า, NEWAGE ธุรกิจ Event Management & Digital Production House และ BLUESKY ดูแลการโฆษณาแบบ Activation และ Local Media

“ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาธุรกิจโฆษณาต้องใช้คำว่าเละเทะ เป็นช่วงที่ยากลำบากของทั้งวงการ โดยธุรกิจของเราที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด คือ NEWAGE ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในเรื่องของการจัดงานเลี้ยง แต่เมื่อตลาด Event ถูกล็อก งานเล็กงานใหญ่ไม่สามารถจัดได้ เราก็ต้องปรับตัวไปเป็น Digital Production House หรือหันมาทำคลิปวิดีโอ และ Live Streaming เสิร์ฟ Event ออนไลน์แก่ลูกค้าแทน

“อย่างไรก็ตาม ภาพรวมของธุรกิจอีเวนต์ในปีนี้ น่าจะขยับตัวเติบโตขึ้นได้มากขึ้น แต่จะมากน้อยแค่ไหน ก็ขึ้นกับภาพรวมของประเทศต่างๆ ภาพถึงรวมของเศรษฐกิจโลกกว่า จะเปิดหน้าหรือล่าถอยแค่ไหน ซึ่งหากไม่มีเหตุอันใดสะดุด คาดว่าปลายปีธุรกิจอีเวนต์จะกลับมาคึกคักแน่นอน”

ความน่าสนใจของ นิวสเปคทีฟ กรุ๊ป ที่ถือเป็นกรณีศึกษาของธุรกิจรายย่อยที่ ไม่ปล่อยให้ธุรกิจล้มครืนไปตามคลื่น Crisis คือ แม้ว่าธุรกิจอีเวนต์จะอยู่ในช่วงขาลง แต่ นิวสเปคทีฟ กรุ๊ป พยายามพัฒนายูนิตธุรกิจอื่นๆ ที่มี โดยเลือกความเป็นไปได้ที่สอดรับกับกระแสธารของตลาด เพื่อดันสวนขึ้นมา จนสามารถก้าวขึ้นมาเป็นสัดส่วนรายได้หลักกว่า 80% ของกรุ๊ป ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา

BLUESKY เป็นหนึ่งธุรกิจในเครือ ที่ถูกยกขึ้นมาเติมเต็มในช่วงที่ตลาด Event หดหาย โดย BLUESKY ดำเนินธุรกิจด้านการโฆษณาแบบ Activation และ Local Media มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี ทำงานแบบ Local Partnership หรือพัฒนาสื่อให้ตอบโจทย์กับเอเจนซี่โฆษณา นักการตลาด และเจ้าของสินค้าต่างๆ

“ข้อได้เปรียบของ BLUESKY โดยเฉพาะในด้าน Local Media นั้น มาจากการพัฒนาสื่อท้องถิ่น ให้เป็นประโยชน์ต่อเจ้าของพื้นที่ และสามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้ในเวลาเดียวกันมาอย่างต่อเนื่อง เรียกว่าได้คลุกคลีทั้งแบรนด์ใหญ่และคนท้องถิ่นมาตลอด ทำให้เราเข้าใจแบรนด์ หรือสินค้าแบบไหนควรสื่อสารอะไรกับคนในจังหวัดนั้นๆ หรือพื้นที่นั้นๆ อย่างไรได้เป็นอย่างดีซึ่งถ้าเป็นนักการตลาดทั่วไปก็จะเน้นซื้อบิลบอร์ดหรือสื่อวิทยุ หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น แต่การที่จะเข้าใจและเข้าไปอยู่ในใจเขา จำเป็นต้อง Customize คอนเทนต์ให้เข้ากับพื้นที่ พอ BLUESKY มีจุดแข็งแบบนี้เป็นพื้นฐาน เราก็นำธุรกิจนี้วิ่งเข้าหานักการตลาด นักโฆษณา เอเจนซี่ เจ้าของสินค้า ได้ทันที ภายใต้การทำงานที่ยืดหยุ่น ซึ่งลูกค้าชื่นชอบอย่างมาก” ณัฐภูมิ กล่าว

ด้าน นางสาวหนึ่งฤทัย บางนาชาด ผู้จัดการทั่วไป BLUESKY เผยเพิ่มเติมว่า ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาเป็นช่วงที่กิจกรรมทางการตลาดเงียบ ทั้งเอเจนซี่และแบรนด์ต่างๆ ลดงบในการทำโฆษณาลง หรือเทงบไปที่ออนไลน์เป็นส่วนใหญ่ แต่สื่อ Local Media ยังเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์สังคมอยู่ เพราะคนยังต้องใช้ชีวิตกันนอกบ้าน ในท้องถิ่น

“ในช่วงนั้น เรามีการสร้างสรรค์ สื่อ Local Media ขึ้นมาเอง และได้รับการตอบรับที่ดีมากจากลูกค้ามีการซื้อซ้ำจากลูกค้าหลายแคมเปญ นั่นคือ สื่อที่เหยียบเจลแอลกอฮอล์ ใช้จังหวะของโควิดพลิกมาเป็นโอกาสในการสร้างเสริมภาพลักษณ์แก่แบรนด์ โดยการ Tie In สินค้าเข้าไปตรงจุดที่เหยียบเจลแอลกอฮอล์ ซึ่งสามารถติดตั้งได้หลากหลายพื้นที่ ทั้งตลาดสด ร้านสะดวกซื้อขนาดใหญ่ หรือสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ทำให้ แคมเปญของลูกค้าที่ลงโฆษณาเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายท้องถิ่นได้ในวงกว้าง

“หรือกรณี Activation แคมเปญอย่าง แบรนด์น้ำปลาร้าแม่บุญล้ำ ที่ต้องการโปรโมตเพลงของตนให้เป็นที่รู้จักในกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าในตลาดและออนไลน์ทั่วไป เราก็สามารถสร้างสรรค์แคมเปญขึ้นมา เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างรอบด้าน มีการ Integrate ระหว่างสื่อ Online & On Ground โดยใช้ แฮปปี้ มาร์เก็ต ชาแนล สื่อวิทยุกระจายเสียงตามสายในตลาดของเราเองเป็นฐาน ในการโปรโมตเพลง เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายคนเดินตลาดโดยตรง เริ่มจากปล่อยเพลงแม่บุญล้ำของลูกค้าในวิทยุกระจายเสียงตามสายในตลาด เพื่อแทรกซึมให้คนในตลาดได้ยินบ่อยๆ พอคนเริ่มได้ฟังเพลงและเริ่มรู้จัก เราก็จัดกิจกรรมการแข่งขันที่มีส่วนร่วมกับเพลง และเติมเงินรางวัลเป็นตัวกระตุ้น ให้คนอยากร่วมสนุกกับกิจกรรม 

“พร้อมทั้งเปิดกว้างให้คอนซูเมอร์สามารถสร้างคลิป Style ของตัวเอง ได้แบบไม่จำกัดรูปแบบ เลือกใช้ Platform Tiktok ในการสร้างสรรค์คลิปเพราะผู้ร่วมกิจกรรม สามารถเข้าถึงได้ง่าย และ Tiktok เป็น Platform มี Engagement สูง เลือกใช้ Influencer ในรูปแบบที่แตกต่างกัน เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ได้หลากหลาย เช่น แนวตลก วาไรตี้ อย่างคุณพีท พามานา กลุ่มเด็กๆ ที่สร้างสรรค์คลิปเชิงบวกอย่างน้องๆ เด็กเซราะกราว กลุ่มคนทำกับข้าว อย่างพ่อตาพาแซ่บ หรือ Idol วัยรุ่นทั่วไปใน tiktok อย่างอายรดา หรือล็อตเต้ Etc.  

“หลังจากนั้นก็มีการลงพื้นที่ทำทรูปในตลาดเพื่อเชิญชวนพ่อค้า แม่ค้าและคนเดินตลาด ให้เข้ามาร่วมกิจกรรมใน Online ซึ่งผลตอบรับของกิจกรรมนี้ได้ผลตอบรับที่ดีมากๆ มีพ่อค้า แม่ค้าในตลาดและคนใน Online เข้าร่วมกิจกรรมกับเราเป็นจำนวนมากค่ะ

“ไม่เพียงเท่านี้ ในส่วนของ Local Media อีกชิ้นที่เรากำลังทำคือ เคสเครื่องดื่มชูกำลังฉลาม ซึ่งเราลุยในตลาดสดภาคใต้ รวมถึง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ 

“‘ตลาดสด’ นอกจากจะเป็นที่สำหรับจับจ่ายใช้สอยของกินของใช้แล้ว ยังเป็นสถานที่ ที่ทำให้เราได้มีโอกาสเรียนรู้วิถีชีวิต วัฒนธรรมการกินอยู่ ของคนท้องถิ่นในพื้นที่นั้นๆ ได้เป็นอย่างดี เรียกว่าเป็นสถานที่แสนจะธรรมดาและเรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของความแตกต่างหลากหลายในแต่ละท้องถิ่นนั้นๆ

“เราจึงแนะนำให้ลูกค้าสร้างแลนด์มาร์คที่ตลาดเลยค่ะ โดยการ Dominate พื้นที่ตลาดให้เป็นแบรนด์สินค้า โดดเด่น และดึงดูดสายตา สร้างความจดจำได้เป็นอย่างดี รวมถึงมีประโยชน์กับทางสถานที่ด้วยค่ะ”

กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 3 “จับขบวนการขนแรงงานหลบหนีเข้าเมือง หวิดแหกด่านจนท.ตามรวบได้ทัน”

ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เรื่องการควบคุมกำกับดูแลชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักอาศัยหรือเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม. ดำเนินการตรวจสอบชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ หรือกลุ่มคนร้ายข้ามชาติที่เข้ามาแฝงตัวอยู่ก่อเหตุกับคนไทยหรือชาวต่างชาติ โดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด 

สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ ผบช.สตม. มอบหมายให้ พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.มานัด ศรีวงษา ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.ทรงโปรด สิริสุขะ รอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.ไกลเขต บุรีรักษ์ รอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.รัชธพงศ์ เตี้ยสุด รอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.หฤษฎ์ เอกอุรุ รอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.อุกฤต กัลยาณมิตร ผกก.ตม.จว.กาญจนบุรี และ พ.ต.อ.จิรพงศ์ รุจิรดำรงค์ชัย ผกก.สส.บก.ตม.3 แถลงข่าวการจับกุมคดีที่น่าสนใจดังนี้

กล่าวคือก่อนทำการจับกุมเจ้าหน้าที่ ตม.จว.กาญจนบุรี ได้ทำการสืบสวนหาข่าวทราบว่า มีการลักลอบขนแรงงานผ่านถนนสายทล.323 ในห้วงเวลากลางวันที่เจ้าหน้าที่อาจชะล่าใจ จึงได้มีการประสานงานเพื่อแจ้งข่าวกับชุมชนให้ช่วยแจ้งเบาะแสะ ซึ่งต่อมาวันที่ 8 พ.ค. 65 เวลาช่วงกลางวัน ได้รับแจ้งเบาะแสว่าจะมีรถยนต์กระบะบรรทุกขนแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายลักษณะเป็นรถกระบะบรรทุกสีดำ และสีบรอนซ์ทอง ผ่านในเส้นทางถนนสายทล.323 ช่วงอำเภอทองผาภูมิจึงได้บูรณาการกำลังหลายภาคส่วนตั้งจุดสกัดบริเวณสามแยกทองผาภูมิ เมื่อถึงเวลาประมาณ 13.00 น. ปรากฏรถกระบะบรรทุกสีดำมีลักษณะคล้ายรถต้องสงสัย จึงได้เรียกตรวจสอบและพบว่าเป็นรถกระบะบรรทุก ทะเบียนจว.กาญจนบุรี มีนายสถาพร อายุ 32 ปี เป็นผู้ขับมีผู้โดยสารเป็นคนต่างด้าวสัญชาติเมียนจำนวน 18 คน ไม่มีเอกสารประจำตัวใดให้ตรวจสอบ ในระหว่างเรียกตรวจก็มีรถกระบะบรรทุกอีกคันซึ่งเป็นรถกระบะ สีบรอนซ์ทอง ขับตามมาในระยะเวลาใกล้กัน แต่เมื่อรถคันดังกล่าวเห็นว่ามีตั้งจุดสกัดก็มีการขับหลบหนี แต่เจ้าหน้าที่ได้ใช้รถยนต์ติดตามจับกุมไว้ได้และพบว่าเป็นรถกระบรรทุก สีบรอนซ์ทอง ทะเบียนจว.ประจวบคีรีขันธ์ มีนายอุดร เป็นผู้ขับมีผู้โดยสารเป็นคนต่างด้าวชาวเมียนมาจำนวน 21 คน ตรวจสอบแล้วไม่พบเอกสารประจำตัวใดให้ตรวจสอบ คนต่างด้าวทั้งหมดรับว่าลักลอบเข้ามาในประเทศ จึงจับกุมตัวทั้งหมดและยึดของกลางนำตัวส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย การแจ้งข้อกล่าวหา นาย สถาพรฯ และ นายอุดรฯ (คนขับ) แจ้งว่า   

คุณแม่สุดเซ็ง car seat ฉวยโอกาสขึ้นราคา หลังกม.ประกาศใช้ วอนรัฐออกมาตรการช่วยเหลือ

จากกรณีที่ราชกิจจานุเบกษาออกประกาศบังใช้กฎหมายให้เด็กอายุไม่เกิน 6 ขวบ สูงไม่เกิน 135 ซม. ต้องนั่งคาร์ซีทนั้น ล่าสุด เพจดัง “เลี้ยงลูกอย่างมีความสุข by mommy Arpan” ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก โดยระบุเกี่ยวกับเรื่องราคาคาร์ซีท ขึ้นราคาว่า

“เกินไปมากอ่ะ เราจะเปลี่ยน car seat ให้พสุเพราะโตแล้ว จะเปลี่ยนมาใช้เหมือนของพระพาย ซึ่งตอนนั้นเราซื้อของพระพายแค่ 5,400 เองของเด็กโตจะซื้อรุ่นเดียว สีเดียวกันเป๊ะๆเลย สองวันก่อน 6,3xxx วันนี้ 8,9xx  เพื่อ... เห็นด้วยกับกฎหมายนะ เราเองก็ใช้ตลอด แรกเกิด -8 ปีแล้วไม่เคยไม่ใช้

แต่รบ.ต้องออกมาตรการช่วยเหลือผู้ปกครองด้วย ของแพงขึ้นแบบนี้มันไม่แฟร์อ่ะ ควรลดภาษีนำเข้า ลดราคาของบ้างก็ดีนะ แคมเปญลด แลก เอาอันเก่ามาแลก ซื้อรถแถมคาร์ซีส หรือลงทะเบียนแจกให้คนที่ลงทะเบียนผ่านรัฐ เพื่อช่วยกันช่วงแรกๆ มันควรมีอ่ะ

กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 “จับกุมหนุ่มจีน ใช้ E-VISA ปลอม”

ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เรื่องการควบคุมกำกับดูแลชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักอาศัยหรือเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ดํารงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม. ดำเนินการตรวจสอบชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ หรือกลุ่มคนร้ายข้ามชาติที่เข้ามาแฝงตัวอยู่ก่อเหตุกับคนไทยหรือชาวต่างชาติ โดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด                     

สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ ผบช.สตม. มอบหมายให้ พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.วีรพล เจริญศิริ ผบก.ตม.2, พ.ต.อ.จีรวัฒน์ แนวจำปา รอง ผบก.ตม.2 และ พ.ต.อ.ชัยธนันท์ จิรปิยเศรษฐ์ ผกก.สส.ปป.บก.ตม.2 แถลงข่าวผลการจับกุม ดังนี้

เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.ปป.บก.ตม.2 ได้รับแจ้งจากฝ่ายตรวจคนเข้าเมืองขาเข้า ด่านตรวจคนเข้าเมืองท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ว่าพบบุคคลต่างด้าวสัญชาติจีนต้องสงสัย ใช้เอกสารรับรองการขอ E-VISA (ระบบตรวจลงตราทางอิเล็กทรอนิกส์) ปลอม เมื่อตำรวจชุดจับกุมไปถึงบริเวณฝ่ายตรวจคนเข้าเมืองขาเข้าฯ พบบุคคลสัญชาติจีนซึ่งเดินทางมาจากท่าอากาศยานนานาชาติมาเก๊า - ท่าอากาศยานนานาชาติชางงี สิงคโปร์ - ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ   

โดยสายการบินสกู๊ส เที่ยวบิน TR752 จึงขอทำการตรวจสอบ ผู้ต้องสงสัยได้นำเอกสารรับรองการขอ E-VISA ประเภทนักเรียน-นักศึกษา (NON-ED) ออกโดยสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปักกิ่ง เพื่อขอรับการตรวจลงตราเข้าราชอาณาจักรไทยมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ฯ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายตรวจคนเข้าเมืองขาเข้าฯ ได้นำหนังสือเดินทางของผู้ต้องสงสัยไปตรวจสอบด้วยระบบไบโอเมทริกซ์ (BIOMETRICS) ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ปรากฏว่าไม่พบข้อมูล E-VISA ตามเอกสารรับรองที่ผู้ต้องสงสัยนำมายื่นแสดงต่อเจ้าหน้าที่ฯ 

กองกำกับการสืบสวน ตม.1 จับกุมเครือข่ายโรแมนซ์ สแกม สมาชิกแก๊ง “Kong River” (โขงริเวอร์) ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ

รองนายกรัฐมนตรี เรื่องการควบคุมกำกับดูแลชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักอาศัยหรือเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม. ดำเนินการตรวจสอบชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ หรือกลุ่มคนร้ายข้ามชาติที่เข้ามาแฝงตัวอยู่ก่อเหตุกับคนไทยหรือชาวต่างชาติ โดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด

สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ ผบช.สตม. มอบหมายให้ พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ปิติ นิธินนทเศรษฐ์ ผบก.ตม.1, พ.ต.อ.ณรงค์เวทย์ โอนสูงเนิน รอง ผบก.ตม.1 และ พ.ต.อ.ระพีพัฒน์ อุตสาหะ ผกก.สส.บก.ตม.1 พร้อมชุดสืบสวนฯ แถลงข่าวการจับกุมคนร้ายมีรายละเอียด ดังนี้

สืบเนื่องจากการบูรณาการด้านการข่าวของ กองกำกับการสืบสวน กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 กับหน่วยงานด้านการข่าวของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ บช.ปส., ปปส., ศุลกากร และ ศรภ. มีการสืบทราบว่าจะมีสมาชิกแก๊งโขงริเวอร์ (กลุ่มคนผิวสีส่วนใหญ่เป็นคนสัญชาติไนจีเรีย ซึ่งจะรวมกลุ่มกันและเคลื่อนไหวกระทำความผิดเกี่ยวข้องกับยาเสพติด และหลอกลวงให้เหยื่อหรือผู้เสียหายหลงเชื่อว่า เป็นนักธุรกิจ หรือชาวต่างชาติที่มีหน้าตา และฐานะดี แล้วหลอกลวงให้โอนเงินให้ก่อนที่จะตัดขาดการติดต่อ (โรแมนซ์ สแกม) โดยมักจะเดินทางเข้า-ออก และก่อเหตุกับหญิงในประเทศกลุ่มลุ่มแม่น้ำโขง ได้แก่ ไทย ลาว และ เมียนมา) สำหรับในประเทศไทยแก๊งโขงริเวอร์ มีพฤติการณ์ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย มาเคลื่อนไหวเพื่อกระทำความผิดที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด และก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยี / อินเทอร์เน็ต (โรแมนซ์ สแกม) ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล

จากการบูรณาการด้านการข่าวกับ ป.ป.ส. และ บช.ปส. ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน บก.ตม.1 สืบทราบว่ามีสมาชิกแก๊งโขงริเวอร์ มาแฝงตัวพักอาศัยอยู่บริเวณที่พักย่านนวมินทร์ แขวงรามอินทรา เขตคันนายาว กรุงเทพฯ จึงได้วางแผนจัดกำลังเข้าทำการตรวจสอบ จนกระทั่งสามารถดำเนินการจับกุมบุคคลต่างด้าวเป็นชายชาวต่างชาติผิวสีได้ 2 ราย คือ 1. นายโจเอล อายุ 22 ปี สัญชาติแคมารูน และ 2. นายซิลลา อายุ 27 ปี สัญชาติ เซเนกัล จากการตรวจสอบเบื้องต้น ไม่พบเอกสารการเดินทางหรือหลักฐานการเข้าเมืองโดยถูกกฎหมาย จาากนั้นเจ้าหน้าที่ฯ ได้ทำการตรวจสอบห้องพักของผู้ถูกจับเพื่อค้นหาสิ่งผิดกฎหมายตามข้อมูลที่ได้รับแจ้ง ผลปรากฏว่าไม่พบ ยาเสพติดและสิ่งของผิดกฎหมาย แต่อย่างใด

กทพ. โชว์ ‘สะพานคู่ขนานสะพานพระราม 9’ แข็งแรงรองรับพายุทอร์นาโด เตรียมขอพระราชทานชื่อ

กทพ.เตรียมขอพระราชทานชื่อ ‘สะพานคู่ขนานสะพานพระราม 9’ สะพานขึงที่กว้างที่สุดในประเทศไทย ‘แลนด์มาร์กใหม่’ ออกแบบแข็งแรงรองรับพายุทอร์นาโด ปรับลดความลาดชัน แก้รถติดสะสมขาขึ้น

การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) แจ้งว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างสะพานคู่ขนานสะพานพระราม 9 ซึ่งเป็นสัญญาที่ 4 ของโครงการทางพิเศษสายพระราม 3-ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตก เพื่อเชื่อมโยงการเดินทางระหว่างกรุงเทพฯ กับพื้นที่ปริมณฑลทางด้านตะวันตก ช่วยลดเวลาในการเดินทางให้ผู้ใช้ทางพิเศษได้รับความสะดวกและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น โดยสะพานคู่ขนานแห่งใหม่นี้ ทางกระทรวงคมนาคมได้พิจารณาให้เป็นหนึ่งในโครงการเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดี พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๑๐ ซึ่งขณะนี้ กทพ.อยู่ระหว่างประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอพระราชทานชื่อสะพาน เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ กทพ. และเป็นความภูมิใจร่วมกันของประชาชนชาวไทยทุกคน

สะพานคู่ขนานสะพานพระราม 9 แห่งใหม่ เป็นการก่อสร้างสะพานคู่ขนานสะพานพระราม 9 เชื่อมต่อกับทางพิเศษศรีรัชและทางพิเศษเฉลิมมหานคร โดย บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) หรือ CK เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้าง มีระยะเวลาการก่อสร้าง 39 เดือน โดยมีกำหนดแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2566 มีระยะทางรวม 2 กิโลเมตร

กทพ.ได้ออกแบบสะพานคู่ขนานสะพานพระราม 9 โดยคำนึงถึงปัญหาด้านการจราจรติดขัดสะสมในช่วงขึ้นสะพาน จึงได้ออกแบบให้สะพานมีความลาดชันน้อยกว่าสะพานพระราม 9 เดิมที่เริ่มยกระดับจากพื้นดินขึ้นไป หากแต่สะพานแห่งนี้จะเริ่มยกระดับจากระดับชั้นที่ 2 ซึ่งสูงจากระดับพื้นดินประมาณ 10 เมตร ทำให้ผู้ใช้ทางสามารถวิ่งขึ้นและลงสะพานได้สะดวกมากขึ้น ทำให้ไม่เกิดการชะลอตัวสะสมในช่วงขาขึ้นสะพานดังกล่าว

'อีลอน มัสก์' เล็งปลดแบนบัญชีทวิตเตอร์ให้ 'ทรัมป์' หลังมองนโยบายระงับบัญชี 'ผิดศีลธรรม-โง่เขลา'

อีลอน มัสก์ เผย หากเป็นเจ้าของทวิตเตอร์เมื่อไร จะยกเลิกการแบนบัญชีผู้ใช้ของอดีตปธน.สหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์

เมื่อวานนี้ (10 พ.ค.) อีลอน มัสก์ เปิดเผยว่า หากเขาประสบความสำเร็จในการเป็นเจ้าของทวิตเตอร์ แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียชื่อดัง เขาจะยกเลิกคำสั่งแบนบัญชีผู้ใช้ของอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์

โดยเจ้าตัวบอกว่า การตัดสินใจบล็อกบัญชีของอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ อย่างไม่มีกำหนดนั้น ถือเป็นการกระทำที่ “ผิดศีลธรรมและโง่เขลา”

“การแบนทรัมป์จากทวิตเตอร์ไม่ได้หยุดเสียงของทรัมป์ แต่จะเป็นการขยายเสียงของเขาในกลุ่มฝ่ายขวา และนั่นเป็นเรื่องที่ผิดศีลธรรมและโง่เขลา” เขากล่าว

แม้จะยังไม่ได้เป็นเจ้าของทวิตเตอร์ แต่มัสก์กล่าวว่า เขา “จะยกเลิกคำสั่งแบนทรัมป์ถาวร” และเขายังวิพากษ์วิจารณ์นโยบายการระงับบัญชีแบบไม่มีกำหนดของทวิตเตอร์ด้วย

เมื่อเดือนที่แล้ว บอร์ดทวิตเตอร์ตกลงอย่างเป็นเอกฉันท์ ที่จะขายแพลตฟอร์มให้กับมัสก์ ในราคา 4.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.5 ล้านล้านบาท) โดยข้อตกลงซื้อขายยังอยู่ระหว่างการรออนุมัติจากผู้ถือหุ้น

พรรครีพับลิกันหลายคนเรียกร้องให้มัสก์คืนสถานะบัญชีผู้ใช้ของทรัมป์ ซึ่งถูกระงับไปอย่างไม่มีกำหนดหลังจากเหตุจลาจลวันที่ 6 มกราคม 2021 ที่มีผู้สนับสนุนทรัมป์บุกเข้าไปในรัฐสภาสหรัฐฯ โดยทวิตเตอร์ให้เหตุผล ณ เวลานั้นว่า บัญชีของทรัมป์มีความเสี่ยงที่จะยุยงทำให้เกิดความรุนแรง

อย่างไรก็ตาม ทรัมป์เคยกล่าวไว้ก่อนหน้านี้ว่า เขาจะไม่กลับมาใช้งานทวิตเตอร์อีกแม้ว่าคำสั่งแบนจะถูกยกเลิก และจะอยู่บนแพลตฟอร์ม Truth Social ของเขาแทน

“ผมคิดว่าเรื่องนี้อาจจบลงเลวร้ายยิ่งกว่าการมีพื้นที่เดียวที่ทุกคนสามารถอภิปรายได้” มัสก์กล่าว

“เฉลิมชัย”ผลักดันประจวบคีรีขันธ์ขึ้นชั้นเมืองหลวงสับปะรดโลก เร่งตั้งศูนย์พัฒนาสับปะรดภายในปีนี้

“อลงกรณ์”ประกาศขับเคลื่อน “5 ยุทธศาสตร์-15 นโยบายปฏิรูปภาคเกษตร” สู่เกษตรมูลค่าสูงจับมือสภาอุตสาหกรรมฯ เดินหน้าโครงการจัดตั้งเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมเกษตรเพื่อยกระดับรายได้เกษตรกรทั่วประเทศ

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยี เพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ Field Day 2565 ณ แปลงสับปะรดของ นายสมชาย ทองประเสริฐ ม.10 ต.หนองหญ้าปล้อง อ.หนองหญ้าปล้อง จ.เพชรบุรี ในวันนี้โดยมี นางกุลฤดี พัฒนะอิ่ม ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายนวนิตย์ พลเคน รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร นายอาณัติ หุ่นหลา เกษตรจังหวัดเพชรบุรี ผู้อำนวยการสำนักการส่งเสริมแบะพัฒนาการเกษตรที่ 2 นายอำเภอหนองหญ้าปล้อง หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ และเกษตรกรกว่า 200 คน เข้าร่วมงาน 



นายอลงกรณ์ กล่าวในระหว่างเปิดงานว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำโดย ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้วางนโยบาย “5 ยุทธศาสตร์เฉลิมชัย” ที่มุ่งกระตุ้นการสร้างเศรษฐกิจรากฐานให้กับประเทศ ตลอดจนมีความมุ่งมั่นที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคเกษตรกรรมจึงได้วางแนวทางการพัฒนาภาคเกษตรกรรม 5 ยุทธศาสตร์ เพื่อเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารให้บรรลุเป้าหมาย ได้แก่ ยุทธศาสตร์ตลาดนำการผลิต, เทคโนโลยีเกษตร 4.0, “3’s” (Safety-Security-Sustainability- เกษตรปลอดภัย เกษตรมั่นคงและเกษตรยั่งยืน), การบริหารเชิงรุกแบบบูรณาการกับทุกภาคส่วน และยุทธศาสตร์เกษตรกรรมยั่งยืนตามแนวทางศาสตร์พระราชา ภายใต้ 15 นโยบายหลัก เช่นนโยบายการส่งเสริมเกษตรพันธสัญญา (Contract Farming) เพื่อสร้างความไว้วางใจและความร่วมมือในการพัฒนาศักยภาพการผลิตอย่างยั่งยืน ระหว่างเกษตรกรกับ ผู้ประกอบการ 

โดยร่วมกันยกระดับคุณภาพผลผลิตมีราคาที่เป็นธรรมสำหรับเกษตรกร และนโยบายแปลงใหญ่เป็นตัวขับเคลื่อนเดินหน้าเกษตรมูลค่าสูงมุ่งเน้นการแปรรูปผลผลิตเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ควบคู่กับการใช้องค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ โดยเน้นย้ำให้เกษตรกร และหน่วยงานราชการให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยี ทั้งจากศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม (AIC) รวมถึงภูมิปัญญาท้องถิ่นและศาสตร์พระราชามาใช้ในกระบวนการผลิตทางการเกษตร เพื่อการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญ มุ่งหวังยกระดับรายได้เกษตรกรและสร้างความสามารถในการแข่งขันอย่างมั่นคง และยั่งยืน อีกทั้งให้หน่วยงานในพื้นที่ร่วมกันดำเนินงานใน 2 โครงการใหญ่ ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยร่วมกับขับเคลื่อน คือ โครงการพัฒนาเกษตรแม่นยำสู่ธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรม 2 ล้านไร่ และโครงการ 1 กลุ่มจังหวัด 1 นิคมอุตสาหกรรมเกษตรอาหาร

“เรากำลังเร่งขับเคลื่อน 5 ยุทธศาสตร์ 15 นโยบายปฏิรูปภาคเกษตรสู่เกษตรมูลค่าสูงโดยร่วมกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยเดินหน้าโครงการเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมเกษตรใน 18 กลุ่มจังหวัดครอบคลุมทุกจังหวัดเพื่อยกระดับรายได้เกษตรกรทั่วประเทศ”

สำหรับการจัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยี เพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ Field Day 2565 ในวันนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ความสำคัญกับพี่น้องเกษตรกรในการผลิตสินค้าเกษตรอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับความต้องการของตลาด และมีการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม โดยสร้างการรับรู้ให้กับเกษตรกรผ่านกิจกรรมต่างๆ เช่น งานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ ในพื้นที่ของเกษตรกร ซึ่งการถ่ายทอดความรู้ และเทคโนโลยี มีเป้าหมายสำคัญ 2 ระดับ คือ (1) การทำให้กลุ่มเป้าหมายรับรู้ถึงข้อมูลที่ต้องการเผยแพร่ และ (2) การทำให้กลุ่มเป้าหมายนำข้อมูลไปใช้และสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้สอดคล้องกับความรู้ที่ได้รับ 

เจ้าชายซาอุฯ ร่วมเปิดสนง.กองทุนพัฒนากีฬาชาติ ทรงโปรดมวยไทย พร้อมหนุนเข้าโอลิมปิก

เจ้าชายซาอุฯ จ้าชายฟาฮัด บิน จาลาวี บิน อับดุลลาซิซ อัล ซาอุด เลขาธิการคณะกรรมการโอลิมปิกซาอุดีอาระเบีย ทรงโปรดมวย ยืนยันพร้อมสนับสนุนกีฬามวยไทยเข้าโอลิมปิกเกมส์ และให้ครูมวยไทยไปสอนที่ซาอุฯ

เจ้าชายซาอุฯ เจ้าชายฟาฮัด บิน จาลาวี บิน อับดุลลาซิซ อัล ซาอุด เลขาธิการคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศซาอุดิอาระเบีย เป็นประธานเปิดสำนักงานกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ขณะที่ ดร.สุปราณี คุปตาสา ผู้จัดการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ เผยเจ้าชายฟาฮัด ชื่นชอบกีฬามวยไทยเป็นอย่างมาก พร้อมช่วยผลักดันมวยไทยที่เป็นกีฬาประจำชาติไทยให้บรรจุในมหกรรมกีฬา โอลิมปิกเกมส์ ในอนาคต

เมื่อวันที่ 9 พ.ค. ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษาชั้น 3 ได้มีพิธีเปิดสำนักงานกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ โดยเจ้าชายฟาฮัด บิน ยาลาวิ บิน อับดุลลาซิซ อัล ซาอุด เลขาธิการคณะกรรมการโอลิมปิกประเทศซาอุดีอาระเบีย ให้เกียรติเป็นประธานเปิดสำนักงานกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ

ภายในงานมี ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย ดร.สุปราณี คุปตาสา ผู้จัดการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ และนายประชุม บุญเทียม รองผู้ว่าการฝ่ายกีฬาเป็นเลิศและวิทยาศาสตร์การกีฬา และนายสตีเฟน ฟ็อกซ์ รองประธานสปอร์ต แอคคอร์ด เข้าร่วมพิธี

การเดินทางมาร่วมพิธีเปิดสำนักงานกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติของเจ้าชายฟาฮัด บิน ยาลาวิ บิน อับดุลลาซิซ อัล ซาอุด ครั้งนี้ ถือเป็นการสานสัมพันธ์ระหว่างองค์กรกีฬาของซาอุดีอาระเบีย และประเทศไทย ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

‘โทนี’ ออกคลับเฮาส์ ถวายความจงรักภักดี ในหลวง ร.10 เนื่องในวันฉัตรมงคล

เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม ‘โทนี’ ทักษิณ ชินวัตร พูดใน Clubhouse ร่วมกับกลุ่ม Care ในหัวข้อ Thaksin Regime in the Multiverse of Poorness

ก่อนอื่นผมต้องขอเริ่มต้นด้วยวันที่ 4 พฤษภาคม ที่ผ่านมาเป็นวันฉัตรมงคลของพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10

ผมขอกราบถวายความจงรักภักดีเนื่องในวันฉัตรมงคล ซึ่งบางคนอาจจะสับสนว่า เมื่อรัชกาลที่ 9 วันฉัตรมงคลตรงกับวันที่ 5 พฤษภาคม

แต่รัชกาลที่ 10 วันฉัตรมงคลตรงกับวันที่ 4 พฤษภาคม ที่เพิ่งผ่านไปก็ขอกราบถวายความจงรักภักดีครับ


ที่มา : https://www.matichon.co.th/politics/news_3337068


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top