Tuesday, 30 June 2026
Hard News Team

‘แกนนำเพื่อไทย’ ค้าน ‘กัญชาเสรี’ ถามผู้แทนราษฎร รู้หรือไม่กำลังมีส่วนในการปล่อยผีร้ายเข้าสู่สังคมไทย

เมื่อวันที่ (19 กรกฎาคม) นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล คณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองพรรคเพื่อไทย ในฐานะที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการแผนงานบูรณาการ 2  กล่าวว่า ขณะประชุมคณะอนุกรรมาธิการแผนงานบูรณาการ 2 ในคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 66 ช่วงการพิจารณางบประมาณแผนงานบูรณาการป้องกัน ปราบปราม และบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติด 

ซึ่งสำนักงานปราบปรามยาเสพติด (ปปส.) เข้าชี้แจง มีหลายคำถามคาใจที่กรรมาธิการ โดยเฉพาะเรื่องกัญชาที่ถูกทำให้ ไม่เป็นยาเสพติด ทั้งนี้ กรรมาธิการตั้งคำถามว่า เหตุใดรัฐแจกต้นกัญชาที่มี THC เกิน 0.2% ได้ หากประชาชนมีอยู่ที่บ้านแล้วลองเสพช่อดอกก็คือสารสกัดที่มี THC เกิน 0.2 % อยู่ดี ซึ่งตรงนี้ ปปส. ยืนยันว่า ถ้าเสพแล้วมึนเมา ก็คือ THC เกิน 0.2% ด้วย ขณะที่ผู้แทนราษฎรก็บอกว่ารู้เรื่องนี้ แต่ขวางไม่ได้ ทีดอกฝิ่นสกัดมาเป็นเฮโรอีน ท่านยังบอกว่าผิดแต่กลับให้ประชาชนครอบครองช่อดอกกัญชาที่มี THC เกิน 0.2% ท่านบอกว่า “ไม่รู้ ไม่รู้ ไม่รู้”

นายวรวัจน์ กล่าวว่า  นอกจากนี้ กรรมาธิการถาม ปปส. ว่า หากหลังเลือกตั้งมีรัฐบาลใหม่ เข้ามาบริหารประเทศ จะสาทารถยกเลิกกัญชาเสรีได้หรือไม่ ผลจะเป็นอย่างไร จะสามารถแก้ไขระเบียบต่างๆได้ทันหรือไม่ คำตอบที่ได่รับคือ คงทำได้ลำบาก เพราะเมื่อเสพติดไปแล้วมีผลร้ายแรงกว่าบุหรี่หลายเท่า และที่สำคัญที่สุดคือ มีผลต่อการทำลายจิตประสาท ทำลายสมอง ทำให้มีนงง เฉื่อยชา กลายเป็นคนขี้เกียจซึ่งแก้ไขได้ยาก

“ท่านผู้แทนราษฏร ท่านรู้หรือไม่ว่า ท่านกำลังจะมีส่วนร่วมในการปล่อย ผีร้าย เข้าสู่ สังคมไทย เงินตรา หรือมนต์ตราเพียงไหนที่มาจูงใจท่านให้เดินผิดทางไปได้ ท่านจะถึงวัน ที่ลูกหลานท่านเสพกัญชา มึนเมา ขับรถ จิตหลอนจนเกินอุบัติเหตุร้ายแรงก่อนแล้วค่อยคิดแก้ไขหรือ ผมขออนุญาต ร่วมเรียกร้องไปยังหน่วยงานการศึกษา สถาบันศาสนา ทุกศาสนา ชุมชนทุกชุมชนฯลฯ เพื่อลูกหลาน และสังคมไทย ร่วมต่อต้านกัญชาเสรี ผมเชื่อว่า ถ้าเราช่วยกันส่งเสียงจะสามารถสกัดเรื่องนี้ได้” นายวรวัจน์ กล่าว

'ชัยวุฒิ' โต้กลับ 'ศรัณย์' กรณีคนไทยถูกหลอกไปทำงานในต่างประเทศ

จากกรณีที่ นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ ส.ส.เลย พรรคเพื่อไทย ได้อภิปรายฯนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) โดยเนื้อหาส่วนใหญ่เป็นเรื่องแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่คนไทยถูกหลอกไปทำงานในต่างประเทศ เพื่อโทรศัพท์กลับมาหลอกคนไทย

โดย นายชัยวุฒิ ได้ชี้แจงว่า ทั้งหมดที่พูดมาเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งเป็อาชญากรรมที่เกิดขึ้นในโลกออนไลน์ จึงอยากให้เข้าใจทุกประเทศมีปัญหาเช่นนี้ ขณะที่ประเทศไทยที่มีปัญหาหนัก ส่วนหนึ่งเพราะมีระบบอินเทอร์เน็ตที่ดีมาก มีคนใช้อินเทอร์เน็ตแพร่หลายไม่ต่ำ 80% ของคนไทยทั้งประเทศ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากนโยบายนายกรัฐมนตรี เรื่องไทยแลนด์ 4.0 ในการนำเทคโนโลยีมาใช้พัฒนาประเทศ ถือเป็นผลงานของรัฐบาล แต่เมื่อมีคนดีก็มีคนร้ายเข้ามาเอาเปรียบหลอกลวงสร้างปัญหาให้กับสังคม แต่รัฐบาลได้ตั้งหน่วยงานมาแก้ปัญหาเรื่องนี้โดยเฉพาะ พร้อมการแก้ไขคดีออนไลน์ทุกรูปแบบ 

ส่วนระบบสปายแวร์ที่มีการเข้าไปติดตามหรือดักฟังโทรศัพท์อะไรต่างๆ นั้น ยอมรับว่า มีจริงและเคยศึกษาถึงเรื่องนี้ แต่ยืนยันว่า กระทรวงดีอีเอสไม่ได้เป็นคนทำเรื่องนี้ เพราะไม่มีอำนาจ โดยเท่าที่ทราบจะเป็นงานด้านความมั่นคงหรือด้านยาเสพติด เช่น ในกรณีต้องจับคนร้ายก็ต้องมีการดักฟังว่ามีการส่งยาที่ไหน เป็นต้น ซึ่งใช้ในเรื่องที่เป็นคดีพิเศษและคดีสำคัญ แต่ยืนยันว่าไม่ได้เกี่ยวกับหน่วยงานที่ตนกำกับดูแลและไม่มีอำนาจ

มีไหม? คุณสมบัติ '3 ดี' ที่ประชาชนจะได้จาก 'ฝ่ายค้าน' หนนี้!!

เพจเฟซบุ๊ก ‘ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha’ ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ได้โพสต์ข้อความว่า พี่น้องประชาชนชาวไทยที่รักทุกท่านครับ

ช่วงวันที่ 19-23 ก.ค. นี้ ผมมีภารกิจเข้าร่วมชี้แจงข้อเท็จจริง ตามญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ณ สัปปายะสภาสถาน (รัฐสภาแห่งใหม่) หมายถึง  "สถานที่ประกอบกรรมดี” ซึ่งการขึ้นอภิปรายของผมช่วงเช้านี้ มีสาระสำคัญดังนี้

1. ขอให้ช่วยกันขบคิด ถกแถลง ทำหน้าที่ตนให้ดีที่สุด ทั้งฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติ แก้ปัญหาไปด้วยกัน ละทิ้งทิฐิ อคติส่วนตน นึกถึงประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง

2. ช่วงวิกฤตโควิด 2 ปีที่ผ่านมา เราแก้ปัญหาไปได้ด้วยดี ทำงานแบบบูรณาการ เป็นตัวอย่างที่ดีให้หลายประเทศ จนสามารถเปิดประเทศได้มากขึ้นตามลำดับ ระบบเศรษฐกิจดีขึ้น โดยตัวเลขในด้านการท่องเที่ยวก็ดีขึ้น จำนวนนักท่องเที่ยวจากครึ่งปีที่ผ่านมา 2.2 ล้านคน เกิดรายได้ 1.25 ล้านบาท ไทยเที่ยวไทย 67.8 ล้านคน มีเงินหมุนเวียนในเศรษฐกิจทุกระดับ หลายรอบ มากกว่า 4.3 แสนล้านบาท

3. ประเทศในปี 2524 ยุคโชติช่วงชัชวาล จากการค้นพบแหล่งก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย แล้วขยายผลเป็นนิคมอุตสาหกรรม ท่าเรือน้ำลึก และโครงการอิสเทิร์นซีบอร์ด ต่อมาปี 2531 ไทยขับเคลื่อนด้วยนโยบาย "เปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า"  มีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานจำนวนมาก เปลี่ยนจาก Analogue สู่ Digital เป็นต้น เป็นยุคที่ไทยเติบโตอย่างก้าวกระโดด ...แต่น่าเสียดาย เพราะไม่มีนโยบายที่โดดเด่นมากพอ และ 10 กว่าปีมาแล้วที่มีแต่ความขัดแย้ง จึงไปไม่ถึงจุดหมาย

4. เมื่อผมเข้ามาบริหารประเทศ จึงต้องการพลิกโฉมประเทศไทย โดยผลักดัน 3 เรื่องสำคัญ 
(1) ประกาศวิสัยทัศน์ "มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน" 
(2)  ผลักดันยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และปฏิรูปในทุกมิติ 
(3) ขับเคลื่อนนโยบาย "ไทยแลนด์ 4.0" เพื่อปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจ ไปสู่เศรษฐกิจฐานนวัตกรรม พร้อมทั้งส่งเสริม 12 อุตสาหกรรมเป้าหมาย และสร้างเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ให้เป็นพื้นที่การลงทุนใหม่ๆ บ่มเพาะทรัพยากรมนุษย์ยุคใหม่ ๆ  และเป็นศูนย์กลางการขับเคลื่อนความเจริญประเทศในระยะต่อไป

อนุสรณ์ แนะ พล.อ.ประยุทธ์ เตรียมรับมือฝ่ายค้านให้ดี ไม่อย่างนั้นมีโอกาสเสียทรงสูง

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ตอบคำถามในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ท้าเอาคนดีกว่ากลับมาให้ได้ก็แล้วกัน ว่า น่าเสียดายที่พล.อ.ประยุทธ์ ไม่สามารถก้าวข้ามความเป็นตัวของตัวเอง แทบทุกครั้งของการอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น ไม่มีพัฒนาการ ละทิ้งโอกาสที่จะได้แสดงวุฒิภาวะทางอารมณ์ที่สามารถควบคุมได้ แสดงภาวะผู้นำ แทนที่จะตอบคำถามว่าจะแก้ไขวิกฤตของประเทศชาติและประชาชนอย่างไร

พล.อ.ประยุทธ์ กลับตอบตามแบบที่อยากตอบ ตอบไม่ตรงคำถาม ที่หนักกว่าและถือว่าเกินความจำเป็นไปมาก คือพอจวนตัวนอกสคริปต์จนเสียทรงก็ไปพาดพิงอดีตนายกรัฐมนตรี ที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แสดงว่าที่พล.อ.ประยุทธ์ เคยบอกจะทำงานเพื่อทุกคน ไม่เป็นศัตรูกับใคร ย้อนแย้ง คำพูดสวนทางกับการกระทำ หรือประชาชนเรียกร้องผิดให้ก้าวข้ามดร.ทักษิณ ก้าวข้ามความขัดแย้ง มุ่งแสวงหาความปรองดองสมานฉันท์ เพราะพล.อ.ประยุทธ์ไม่เคยทำได้ ทำเหมือนกับว่าดร.ทักษิณ ชินวัตร เป็นศูนย์กลางจักรวาลในใจของพล.อ.ประยุทธ์ตลอดเวลา พล.อ.ประยุทธ์ ไม่รู้สึกอะไรเลยหรือที่พรรคร่วมฝ่ายค้านพุ่งเป้าอภิปรายไม่ไว้วางใจ 

10 ประเทศมหาอำนาจ ที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก ประเทศไทยอยู่ตรงไหน?

ดร.วชิรศักดิ์ จึงสถาพร นักวิชาการอิสระ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงภาวะด้านเศรษฐกิจของประเทศไทย ว่า GDP โตเท่านี้ ใครโตกว่ากัน ใคร Growth มากกว่า คนนั้นเก่ง ข่าวเน้นแต่เรื่องโต หลายคนไม่ทราบว่า ขนาดของ GDP ก็สำคัญไม่น้อย ขนาดบ่งออกอะไร ได้บ้าง อาจจะบอกความสามารถในการค้าขาย ความสามารถในการพัฒนาประเทศหรือเปล่า คำว่า GDP คือรายได้ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยเท่านั้น

ขนาดของ GDP ล่าสุดออกมาแล้ว Top 50 มีประเทศไทยด้วย อันดับ 28 เลย คำถามต่อมาอันดับ 28 มันเป็นอย่างไร ตัวเลขก็ต้องเปรียบเทียบกัน ถ้าไม่เทียบกันก็ไม่รู้อะไร เหมือนดูประกวดนางงามไงครับ บ้านเราน่าจะเทียบกับ AEC เพราะอยู่กลุ่มเดียวกัน อินโดนิเซีย GDP ขนาดใหญ่กว่าไทยเท่านั้น นอกนั้นเราใหญ่กว่า ต้องยอมรับอินโดเขามี GDP ใหญ่ที่สุดแถวนี้แล้ว อาจจะเป็นเพราะเขามีประชากรมากที่สุด ก็เป็นได้ เราเคยใหญ่สุดปีเดียวช่วงปี 1996 ข้อมูลชุดที่สองมาจาก YouTube เปิดดูได้ ภาพสุดท้ายคือที่มา


GDP ขนาดใหญ่ หรือโตเร็ว อันไหนดีกว่า สำหรับคนมีอายุมากอย่างผมชอบแบบโตช้าและโตนาน มากกว่าโตเร็วแล้วร่วง การโตเร็วของ GDP มันดีสำหรับระยะสั้น แต่ถ้าระยะยาว ผมว่าโตแบบมั่นคงน่าจะดีกว่า จะรีบโตไปทำไม ถ้าโตแล้วตัน วันที่ไม่โตจะตอบคำถามยากมาก เหมือนจีนโตมากพอชะลอตัวข่าวออกเยอะ ความกังวลตามมาอีก ต้องหาเหตุผลมารองรับมากมายว่าแค่ปรับฐาน 

'ทักษิณ' โวย 'สมคิด' เคลมผลงาน 30 บาทรักษาทุกโรค แฉ!! คงยังติดใจหมอดูทักโหงวเฮ้งจะได้เป็นนายกฯ

'ทักษิณ' โวย 'สมคิด' เคลมผลงาน 30 บาทรักษาทุกโรค ฟาดกลับ เคยเป็นคนติดตามตนมาตลอด ถูกทักโหงวเฮ้งจะได้เป็นนายกฯ แต่ได้เป็นแค่รัฐมนตรีคลัง สงสัยตอนนี้เขายังติดใจคิดว่าจะได้เป็นนายกฯซักวันมั้ง

(20 ก.ค. 2565) เฟซบุ๊กเพจ "CARE คิด เคลื่อน ไทย" ได้เผยแพร่คำกล่าวของนายทักษิณ ชินวัตร ในรายการ CareTalk x Care ClubHouse "โลกป่วน ผู้นำเปลี่ยน ไทยจะรับมืออย่างไร " ตอนหนึ่งว่า

“...หมอดูเคยบอกสมคิดว่าจะได้เป็นนายกฯ แต่เป็นได้แค่รมต.คลัง สงสัยตอนนี้ยังคิดว่าจะได้เป็นนายกฯอยู่มั้ง...”

พอพูดถึงสมคิดนะ สมคิดเนี่ย เป็นคนที่ติดตามผมมาโดยตลอดตั้งแต่ทำธุรกิจ พอผมเป็นรมต.ต่างประเทศ ก็วิ่งเต้นขอเป็นที่ปรึกษาให้ผม พอผมกลับมาบริษัท เป็นรองนายกฯ ก็ขอตามมา จนสุดท้ายขอลาออกกับผม ไปทำงานกับทนง พิทยะ หลังจากนั้นผมตั้งพรรคก็ขอมาอยู่กับผม ผมบอกว่าให้มาช่วยทำงาน ส่วนใหญ่เป็นการตั้งประเด็น วางกรอบ

พอตั้งรัฐบาลได้ปุ๊บ เขาขอเป็นรัฐมนตรีสำนักนายกฯ หรือทบวงมหาวิทยาลัยก็ได้ ผมหารัฐมนตรีคลังไม่ได้ แต่เห็นสมคิดอยู่มาตลอด ก็เอาว่าเป็นรัฐมนตรีคลังเลยแล้วกัน เขารู้แล้วตกใจกลัวเลย ที่มาเคลมผลงานนะ สรุป 30 บาทไม่เกี่ยวกับสมคิดเลย นั่นเป็นของหมอสงวน หมอเลี้ยบ พี่อ้วนภูมิธรรม

ขอเล่าต่ออีกนิด มีอยู่วันหนึ่ง ผมจ้างทีมธรรมศาสตร์มาเขียนนโยบาย จ้างอาจารย์หนึ่งในนั้นมา แล้วเขาเป็นคนจีนที่ดูโหงวเฮ้ง จู่ๆ แกทักโหงวเฮ้งสมคิดว่าจะได้เป็นนายกฯ แต่ไม่ได้ทักผมว่าจะเป็นนายกฯ พอพรรคผมได้เป็นรัฐบาล สุดท้ายสมคิดได้เป็นแค่รัฐมนตรีคลัง สงสัยตอนนี้เขายังติดใจ คิดว่าจะได้เป็นนายกฯซักวันมั้ง

ทราบดีว่า ท่านชื่นชมคนทำงานมาก่อน ว่าดีกว่าผมโน่นนี่ ไม่เป็นไรครับ ก็เอากลับมาให้ได้ก็แล้วกัน

ทราบดีว่า ท่านชื่นชมคนทำงานมาก่อน ว่าดีกว่าผมโน่นนี่ ไม่เป็นไรครับ ก็เอากลับมาให้ได้ก็แล้วกัน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม
กล่าวชี้แจงในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ที่อาคารรัฐสภา
เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2565

กองเรือยุทธการร่วมมอบเงินสมทบทุนงานกาชาดคอนเสิร์ตครั้งที่ 48 พ.ศ 2565 “90 พรรษา สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ราชนาวีถวายพระพรชัยมงคล”

วันที่ (19 กรกฎาคม 2565) พลเรือเอก สมประสงค์ นิลสมัย ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานในการแถลงข่าว การจัดการแสดงกาชาดคอนเสิร์ต ครั้งที่ 48 ปี พ.ศ. 2565 “90 พรรษา สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ราชนาวีถวายพระพรชัยมงคล” ณ หอดุริยางค์ กองดุริยางค์ทหารเรือ ฐานทัพเรือกรุงเทพ โดยมี พลเรือโท ไพศาล มีศรี รองผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ เป็นผู้แทนผู้บัญชาการกองเรือยุทธการมอบเงินสมทบทุนงานกาชาดคอนเสิร์ตครั้งที่ 48 พ.ศ 2565  “90 พรรษา สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ราชนาวีถวายพระพรชัยมงคล”

กองทัพเรือ ร่วมกับสภากาชาดไทย กำหนดจัดการแสดงกาชาดคอนเสิร์ต ครั้งที่ 48 ประจำปีพุทธศักราช 2565 “90 พรรษา สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ราชนาวีถวายพระพรชัยมงคล” เพื่อหารายได้โดยไม่หักค่าใช้จ่ายทูลเกล้าถวาย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยเสด็จพระราชกุศลบำรุงสภากาชาดไทย อันเป็นการสนองในพระราชปณิธานของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง องค์สภานายิกาสภากาชาดไทย ที่จะให้การช่วยเหลือรักษาพยาบาลเพื่อนมนุษย์ผู้เจ็บป่วยทั้งมวลให้ได้อยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข อีกทั้งเป็นการเผยแพร่ดนตรีแนวคลาสสิกให้เป็นที่แพร่หลายในหมู่ประชาชนชาวไทย กองทัพเรือ ได้จัดให้มีการแสดงกาชาดคอนเสิร์ต ตั้งแต่ปี 2504 เป็นต้นมา และได้จัดแสดง เป็นประจำทุกปี จะมีเว้นบ้างตามสถานการณ์ที่ไม่เอื้ออำนวย โดย วงดุริยางค์ราชนาวีนับได้ว่าเป็นวงซิมโฟนีออเคสตร้าแนวคลาสสิกชั้นนำวงหนึ่งของประเทศไทยที่ได้รับความนิยมและประสบความสำเร็จอย่างสูง 

ได้มีโอกาสบรรเลงในงานพระราชพิธี รัฐพิธี ตลอดจนงานสำคัญต่าง ๆ อยู่เป็นประจำ ในช่วงสามปีที่ผ่านมา แม้ว่าจะเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (COVID-19) แต่กองทัพเรือก็ยังมีความมุ่งมั่นที่จะสนองพระราชปณิธาน ในการเผยแพร่ดนตรีแนวคลาสสิค และหารายได้บำรุงสภากาชาดไทย โดยเป็นการจัดการแสดงในรูปแบบการ Live สด ผ่านทางสื่อออนไลน์ สำหรับในปีนี้ สถานการณ์การแพร่ระบาดต่าง ๆ ได้คลี่คลายลงแล้ว การจัดการแสดงกาชาดคอนเสิร์ต จึงได้มาจัดอย่างเต็มรูปแบบอีกครั้ง 

โดยการจัดการแสดงทุกครั้งที่ผ่านมา บรรเลงโดยวงซิมโฟนีออเคสตร้า ดุริยางค์ราชนาวี จากกองทัพเรือ ร่วมด้วยศิลปินรับเชิญ ซึ่งได้รับความสนใจจากพี่น้องประชาชน ร่วมบริจาคเงินโดยเสด็จพระราชกุศลบำรุงสภากาชาดไทยเป็นประจำเสมอมา สำหรับปีนี้ ได้รับเกียรติจากศิลปินรับเชิญร่วมขับร้องหลายท่าน อาทิ เรือตรี สันติ  ลุนเผ่ ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง ร่วมด้วย วิชญาณี  เปียกลิ่น หรือ แก้ม เดอะสตาร์ โดม ปกรณ์ ลัม  อิสริยา  คูประเสริฐ และ ศรัณย์  คุ้งบรรพต โดยมี นาวาเอก พฤทธิธร   สุมิตร ผู้บังคับกองดุริยางค์ทหารเรือ ฐานทัพเรือกรุงเทพ เป็นผู้อำนวยการดนตรี นาวาเอก ศุภกร  แตงน้อย เป็นผู้อำนวยเพลง (ภาคแรก) และ เรือโท กฤษฎา  อยู่บรรยงค์ เป็นผู้อำนวยเพลง (ภาคหลัง)

สำหรับการแสดงแบ่งออกเป็น 2 ภาค ดังนี้ 
ภาคแรก เพลง Light Cavalry Overture และ Intermezzo Form Cavalleria Rusticana ขับร้องโดย จ่าเอกหญิง โสธิดา  ไชยฤทธิชัย 
เพลง Rhapsody In Blue บรรเลงเดี่ยวมาริมบาโดย พันจ่าเอก กุลธวัช  แก้วสมัคร เพลง Mission : Impossible  
และ Pomp and Circumstance Marches, Op.39 : March No.1 in D ขับร้องโดย นักร้องวงดุริยางค์ ราชนาวี และคณะนักร้องประสานเสียง กองดุริยางค์ทหารเรือ

ภาคหลัง เพลง รวมใจภักดิ์ รักษ์ชาติ ราษฎร์ศรัทธา ขับร้องโดย ศรัณย์  คุ้งบรรพต นักร้องวงดุริยางค์ราชนาวีชาย เพลงอยู่อย่างพอเพียง ขับร้องโดย ปกรณ์ ลัม เพลง ภาพที่งดงาม ขับร้องโดย อิสริยา  คูประเสริฐ และนักร้องวงดุริยางค์ราชนาวีหญิง เพลง ตับวิวาห์พระสมุทร ขับร้องโดย อิสริยา  คูประเสริฐ และ ศรัณย์ คุ้งบรรพต เมดเล่ย์เพลง ชม ยู ดี ที - ชมประดู่ ขับร้องโดย เรือตรี สันติ  ลุนเผ่ พันจ่าเอก อินทัช  ฤกษ์เย็น และคณะนักร้องประสานเสียง กองดุริยางค์ทหารเรือ เพลง คนดีไม่มีวันตาย ขับร้องโดย นักร้องวงดุริยางค์ราชนาวีชาย และคณะนักร้องประสานเสียง กองดุริยางค์ทหารเรือ เพลง We’re All in This Together และเพลง Part of Your World ขับร้องโดย วิชญาณี เปียกลิ่น เพลง ยิ่งรักเธอ ขับร้องโดย ปกรณ์ ลัม เพลง รักในซีเมเจอร์ ขับร้องโดย อิสริยา คูประเสริฐ เพลง A Million Dreams ขับร้องโดย พันจ่าเอกหญิง สราญรัตน์ ชูอำนาจ เพลง Anthem ขับร้องโดย ศรัณย์  คุ้งบรรพต และคณะนักร้องประสานเสียง กองดุริยางค์ทหารเรือ และเพลง แผ่นดินของเรา ร่วมขับร้องโดยศิลปินรับเชิญ นักร้องวงดุริยางค์ราชนาวี และคณะนักร้องประสานเสียง กองดุริยางค์ทหารเรือ กำหนดจัดการแสดงรอบประชาชน ในวันจันทร์ที่ 1 สิงหาคม 2565 และ รอบเสด็จพระราชดำเนิน วันอังคารที่ 2 สิงหาคม 2565 เวลา 19.30 น.

สำหรับผู้บริจาคเงินโดยเสด็จพระราชกุศลบำรุงสภากาชาดไทยในครั้งนี้ จะได้รับสิทธิประโยชน์จากสภากาชาดไทย โดยผู้บริจาคสามารถนำใบเสร็จรับเงินจากสภากาชาดไทยไปลดหย่อนภาษีได้ และผู้บริจาคเงินตั้งแต่ 4 หมื่นบาทขึ้นไป สามารถขอสิทธิ์การเป็นผู้มีอุปการคุณสภากาชาดไทย ซึ่งจะได้รับสิทธิประโยชน์ตามสัดส่วนของเงินบริจาค เมื่อเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และโรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา และได้รับสิทธิลดหย่อนเมื่อเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขตามที่ระเบียบกระทรวงสาธารณสุข กำหนด นอกจากนั้น ผู้ที่บริจาคตั้งแต่ 200,000 บาทขึ้นไป ยังจะได้รับ เข็มกลัดเหรียญที่ระลึกเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยด้านบนจะเป็นทับทิมสีแดงซึ่งสื่อถึงสภากาชาดไทยโอบล้อมด้วยดอกประดู่บานและตูมด้านล่างเป็นรูปสมอเรือซึ่งสื่อถึงกองทัพเรือ ด้านข้างของสมอเรือเป็นตัวโน๊ตดนตรี อันจะสื่อถึงการแสดงกาชาดคอนเสิร์ต โดยแบ่งออกเป็น 2 แบบคือแบบแรกสำหรับ

ผู้ที่บริจาคตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไปตัวเรือนทำจากทองคำ 18k ประดับเพชรแท้จำนวน 20 เม็ดเม็ดละ 0.5 กะรัต จัดทำจำนวน 8 ชิ้น และแบบที่ 2 สำหรับผู้ที่บริจาคตั้งแต่ 200,000 บาทขึ้นไปตัวเรือนทำด้วย silver 925 ระดับพลอยสังเคราะห์จำนวน 20 เม็ดเมตรละ 0.5 กะรัต จัดทำจำนวน 50 ชิ้น นอกจากนั้น
ยังจะได้รับหนังสือขอบคุณ และภาพถ่ายขณะเข้ารับของที่ระลึกพร้อมกรอบเป็นที่ระลึก  

ทั้งนี้ สภากาชาดไทย ขอเชิญชวนผู้มีจิตอันเป็นกุศล ร่วมบริจาคเงินตามช่องทางต่าง ๆ หรือโอนเงินเข้าธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) สาขา กองบัญชาการกองทัพเรือ บัญชีออมทรัพย์ ชื่อบัญชี “กาชาดคอนเสิร์ตกองทัพเรือ ครั้งที่ 48” เลขบัญชี 115 - 1 - 07533 - 8 หรือ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขา กองทัพเรือวังนันทอุทยาน บัญชีออมทรัพย์ ชื่อบัญชี “กาชาดคอนเสิร์ตกองทัพเรือ ครั้งที่ 48” เลขบัญชี 661 - 4 - 18987 - 5

ภาพ/ข่าว สมนึก เชื้อสนุก

กองเรือยุทธการร่วมมอบเงินสมทบทุนงานกาชาดคอนเสิร์ตครั้งที่ 48 พ.ศ 2565 '90 พรรษา สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ราชนาวีถวายพระพรชัยมงคล'

(19 ก.ค.65) พลเรือเอก สมประสงค์  นิลสมัย  ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานในการแถลงข่าว การจัดการแสดงกาชาดคอนเสิร์ต ครั้งที่ 48 ปี พ.ศ.2565 '90 พรรษา สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ราชนาวีถวายพระพรชัยมงคล' ณ หอดุริยางค์ กองดุริยางค์ทหารเรือฐานทัพเรือกรุงเทพ โดยมี พลเรือโท ไพศาล มีศรี รองผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ เป็นผู้แทนผู้บัญชาการกองเรือยุทธการมอบเงินสมทบทุนงานกาชาดคอนเสิร์ตครั้งที่ 48 พ.ศ 2565  '90 พรรษา สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ราชนาวีถวายพระพรชัยมงคล'

กองทัพเรือ ร่วมกับสภากาชาดไทย กำหนดจัดการแสดงกาชาดคอนเสิร์ต ครั้งที่ 48 ประจำปีพุทธศักราช 2565 '90 พรรษา สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ราชนาวีถวายพระพรชัยมงคล' เพื่อหารายได้โดยไม่หักค่าใช้จ่ายทูลเกล้าถวาย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยเสด็จพระราชกุศลบำรุงสภากาชาดไทย อันเป็นการสนองในพระราชปณิธานของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง องค์สภานายิกาสภากาชาดไทย ที่จะให้การช่วยเหลือรักษาพยาบาลเพื่อนมนุษย์ผู้เจ็บป่วยทั้งมวลให้ได้อยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข อีกทั้งเป็นการเผยแพร่ดนตรีแนวคลาสสิกให้เป็นที่แพร่หลายในหมู่ประชาชนชาวไทย กองทัพเรือ ได้จัดให้มีการแสดงกาชาดคอนเสิร์ต ตั้งแต่ปี 2504 เป็นต้นมา และได้จัดแสดง เป็นประจำทุกปี จะมีเว้นบ้างตามสถานการณ์ที่ไม่เอื้ออำนวย

โดยวงดุริยางค์ราชนาวีนับได้ว่าเป็นวงซิมโฟนีออเคสตร้าแนวคลาสสิกชั้นนำวงหนึ่งของประเทศไทยที่ได้รับความนิยมและประสบความสำเร็จอย่างสูง ได้มีโอกาสบรรเลงในงานพระราชพิธี รัฐพิธี ตลอดจนงานสำคัญต่างๆ อยู่เป็นประจำ ในช่วงสามปีที่ผ่านมา แม้ว่าจะเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (COVID-19) แต่กองทัพเรือก็ยังมีความมุ่งมั่นที่จะสนองพระราชปณิธาน ในการเผยแพร่ดนตรีแนวคลาสสิค และหารายได้บำรุงสภากาชาดไทย โดยเป็นการจัดการแสดงในรูปแบบการ Live สด ผ่านทางสื่อออนไลน์ 

สำหรับในปีนี้ สถานการณ์การแพร่ระบาดต่างๆ ได้คลี่คลายลงแล้ว การจัดการแสดงกาชาดคอนเสิร์ต จึงได้มาจัดอย่างเต็มรูปแบบอีกครั้ง โดยการจัดการแสดงทุกครั้งที่ผ่านมา บรรเลงโดยวงซิมโฟนีออเคสตร้า ดุริยางค์ราชนาวี จากกองทัพเรือ ร่วมด้วยศิลปินรับเชิญ ซึ่งได้รับความสนใจจากพี่น้องประชาชน ร่วมบริจาคเงินโดยเสด็จพระราชกุศลบำรุงสภากาชาดไทยเป็นประจำเสมอมา สำหรับปีนี้ ได้รับเกียรติจากศิลปินรับเชิญร่วมขับร้องหลายท่าน อาทิ เรือตรี สันติ ลุนเผ่ ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง ร่วมด้วย วิชญาณี เปียกลิ่น หรือ แก้ม เดอะสตาร์ โดม ปกรณ์ ลัม อิสริยา คูประเสริฐ และ ศรัณย์  คุ้งบรรพต โดยมี นาวาเอก พฤทธิธร สุมิตร ผู้บังคับกองดุริยางค์ทหารเรือ ฐานทัพเรือกรุงเทพ เป็นผู้อำนวยการดนตรี นาวาเอก ศุภกร แตงน้อย เป็นผู้อำนวยเพลง (ภาคแรก) และ เรือโท กฤษฎา อยู่บรรยงค์ เป็นผู้อำนวยเพลง (ภาคหลัง)

สำหรับการแสดงแบ่งออกเป็น 2 ภาค ดังนี้...

ภาคแรก เพลง Light Cavalry Overture และ Intermezzo Form Cavalleria Rusticana ขับร้องโดย จ่าเอกหญิง โสธิดา ไชยฤทธิชัย เพลง Rhapsody In Blue บรรเลงเดี่ยวมาริมบาโดย พันจ่าเอก กุลธวัช แก้วสมัคร เพลง Mission : Impossible  และ Pomp and Circumstance Marches, Op.39 : March No.1 in D ขับร้องโดย นักร้องวงดุริยางค์ ราชนาวี และคณะนักร้องประสานเสียง กองดุริยางค์ทหารเรือ 

ภาคหลัง เพลง รวมใจภักดิ์ รักษ์ชาติ ราษฎร์ศรัทธา ขับร้องโดย ศรัณย์  คุ้งบรรพต นักร้องวงดุริยางค์ราชนาวีชาย เพลงอยู่อย่างพอเพียง ขับร้องโดย ปกรณ์ ลัม เพลง ภาพที่งดงาม ขับร้องโดย อิสริยา  คูประเสริฐ และนักร้องวงดุริยางค์ราชนาวีหญิง เพลง ตับวิวาห์พระสมุทร ขับร้องโดย อิสริยา คูประเสริฐ และ ศรัณย์ คุ้งบรรพต เมดเล่ย์เพลง ชม ยู ดี ที - ชมประดู่ ขับร้องโดย เรือตรี สันติ ลุนเผ่ พันจ่าเอก อินทัช ฤกษ์เย็น และคณะนักร้องประสานเสียง กองดุริยางค์ทหารเรือ เพลง คนดีไม่มีวันตาย ขับร้องโดย นักร้องวงดุริยางค์ราชนาวีชาย และคณะนักร้องประสานเสียง กองดุริยางค์ทหารเรือ เพลง We’re All in This Together และเพลง Part of Your World ขับร้องโดย วิชญาณี เปียกลิ่น เพลง ยิ่งรักเธอ ขับร้องโดย ปกรณ์ ลัม เพลง รักในซีเมเจอร์ ขับร้องโดย อิสริยา คูประเสริฐ เพลง A Million Dreams ขับร้องโดย พันจ่าเอกหญิง สราญรัตน์ ชูอำนาจ เพลง Anthem ขับร้องโดย ศรัณย์ คุ้งบรรพต และคณะนักร้องประสานเสียง กองดุริยางค์ทหารเรือ และเพลง แผ่นดินของเรา ร่วมขับร้องโดยศิลปินรับเชิญ นักร้องวงดุริยางค์ราชนาวี และคณะนักร้องประสานเสียง กองดุริยางค์ทหารเรือ กำหนดจัดการแสดงรอบประชาชน ในวันจันทร์ที่ 1 สิงหาคม 2565 และรอบเสด็จพระราชดำเนิน วันอังคารที่ 2 สิงหาคม 2565 เวลา 19.30 น.

สำหรับผู้บริจาคเงินโดยเสด็จพระราชกุศลบำรุงสภากาชาดไทยในครั้งนี้ จะได้รับสิทธิประโยชน์จากสภากาชาดไทย โดยผู้บริจาคสามารถนำใบเสร็จรับเงินจากสภากาชาดไทยไปลดหย่อนภาษีได้ และผู้บริจาคเงินตั้งแต่ 4 หมื่นบาทขึ้นไป สามารถขอสิทธิ์การเป็นผู้มีอุปการคุณสภากาชาดไทย ซึ่งจะได้รับสิทธิประโยชน์ตามสัดส่วนของเงินบริจาค เมื่อเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และโรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา และได้รับสิทธิลดหย่อนเมื่อเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขตามที่ระเบียบกระทรวงสาธารณสุข กำหนด นอกจากนั้น ผู้ที่บริจาคตั้งแต่ 200,000 บาทขึ้นไป ยังจะได้รับเข็มกลัดเหรียญที่ระลึกเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยด้านบนจะเป็นทับทิมสีแดงซึ่งสื่อถึงสภากาชาดไทยโอบล้อมด้วยดอกประดู่บานและตูมด้านล่างเป็นรูปสมอเรือซึ่งสื่อถึงกองทัพเรือ ด้านข้างของสมอเรือเป็นตัวโน๊ตดนตรี อันจะสื่อถึงการแสดงกาชาดคอนเสิร์ต โดยแบ่งออกเป็น 2 แบบคือแบบแรกสำหรับ...

ผู้ที่บริจาคตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไปตัวเรือนทำจากทองคำ 18k ประดับเพชรแท้จำนวน 20 เม็ดเม็ดละ 0.5 กะรัต จัดทำจำนวน 8 ชิ้น และแบบที่ 2 สำหรับผู้ที่บริจาคตั้งแต่ 200,000 บาทขึ้นไปตัวเรือนทำด้วย silver 925 ระดับพลอยสังเคราะห์จำนวน 20 เม็ดเมตรละ 0.5 กะรัต จัดทำจำนวน 50 ชิ้น นอกจากนั้น ยังจะได้รับหนังสือขอบคุณ และภาพถ่ายขณะเข้ารับของที่ระลึกพร้อมกรอบเป็นที่ระลึก

‘เฉลิมชัย’ มั่นใจ ‘ปชป.’ เสียงไม่แตก โหวตหนุน ‘นายกฯ-รมต.’ เต็มที่

จากกรณีก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ (18 กรกฎาคม 2565) ในการประชุมสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อเตรียมความพร้อมในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายไชยยศ จิรเมธากร ส.ส.บัญชีราย พรรคประชาธิปัตย์ แจ้งต่อที่ประชุมให้ทราบว่าจะขอใช้สิทธิ์ลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีของพรรคบางคนนั้น 

ล่าสุด (19 ก.ค.65) ที่รัฐสภา นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงความมั่นใจของพรรคประชาธิปัตย์ในการลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่า “คะแนนเสียงไม่มีปัญหา”


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top