Monday, 29 June 2026
Hard News Team

'บิ๊กตู่' สวนแรง!! 'หมอชลน่าน' ฉลาดกว่า แต่โชคดีที่ไม่เคยรักษาด้วย เพราะเหมือนพิการทางสมอง

ท่านเป็นบุคลากรทางการแพทย์อยู่แล้ว (นพ.ชลน่าน) ฉลาดกว่าผมอยู่แล้ว โชคดีที่ผมไม่ได้ไปรักษาอะไรกับท่าน เพราะท่านว่าผมมีอาการพิการทางสมอง ผมก็โชคดีถ้าผมเป็น ผมก็รักษากับท่านไม่ได้

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม
กล่าวโต้ตอบ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ผู้นำฝ่ายค้าน

นายกฯ ไม่ได้รู้ทุกเรื่อง เก่งทุกเรื่อง ไม่ได้ฉลาดที่สุด เหมือนบางคนที่ท่านบอกฉลาดที่สุด ตอนนี้อยู่ที่ไหนก็ไม่รู้

นายกฯ ไม่ได้รู้ทุกเรื่อง เก่งทุกเรื่อง ไม่ได้ฉลาดที่สุด เหมือนบางคนที่ท่านบอกฉลาดที่สุด ตอนนี้อยู่ที่ไหนก็ไม่รู้

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม
กล่าวเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2565

‘แอนโทนี่’ รุดเยี่ยม ให้กำลังใจ ครอบครัว ‘ปานเพชร’ หัวหน้าค่าย เผยนักชกฝรั่งเศส ช็อกถึงขั้นร้องไห้คนเดียว

‘แอนโทนี่’ รุดเยี่ยม ให้กำลังใจ ครอบครัว ‘ปานเพชร’ หัวหน้าค่ายเผย นักชกชาวฝรั่งเศส ช็อกหนัก ซึมเศร้า-ร้องไห้คนเดียว หลัง ‘ปานเพชร’ สมองตาย อาการโคม่า

จากกรณีช็อกในวงการมวย ในการชก “ศึกมวยไฟเตอร์ X” เมื่อวันที่ 15 ก.ค.ที่ผ่านมา ที่เวทีมวยเยาวชนกองทัพอากาศ ในคู่ระหว่าง ปานเพชร ผดุงชัยมวยไทย ชกกับ แอนโทนี่ ทีเอฟซี มวยไทย นักชกชาวฝรั่งเศส

ผลปรากฏว่า ปานเพชร โดนศอกกลับแพ้น็อกไป ซึ่งจังหวะดังกล่าว ปานเพชร หลับกลางอากาศหัวฟาดพื้นอย่างแรงจนเลือดคั่งในสมอง ซึ่งขณะนี้ ปานเพชร ยังอยู่ในอาการโคม่าจากภาวะสมองตาย

ล่าสุด วันที่ 19 ก.ค. 65 เพจ TFC Muaythai Gym ทีเอฟซีมวยไทยยิม ได้โพสต์ข้อความว่า จากเหตุการณ์สะเทือนขวัญ (15 กรกฎาคม) ปานเพชร ผดุงชัยมวยไทยยิม พลาดท่าโดนศอกกลับของ แอนโทนี่ ทีเอฟซีมวยไทยยิม เป็นเหตุทำให้ปานเพชรหมดสติและล้มลงหัวฟาดพื้น ซึ่ง ณ ขณะนี้ น้องปานเพชรยังโคม่า และมีแพทย์ดูแลอย่างใกล้ชิด

ทางค่ายติดตามข่าวสารอาการของปานเพชรอย่างต่อเนื่อง รวมถึงพยายามหาช่องทางการติดต่อไปยังภรรยาของปานเพชร

ทางหัวหน้าค่ายมวยทีเอฟซี และทุกคนในค่ายรวมทั้ง แอนโทนี่ รู้สึกไม่สบายใจเป็นอย่างยิ่ง

แอนโทนี่ มีอาการซึมเศร้า ร้องไห้คนเดียว ทุกคนในค่ายรู้สึกเเย่กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรวมถึงตัวผมด้วย

'อัษฎางค์' เปิดถ้อยคำทูตสหรัฐฯ คนใหม่ "สหรัฐฯ เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ของไทย"

(19 ก.ค. 2565) อัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระ โพสต์เฟซบุ๊ก เอ็ดดี้ อัษฎางค์ ยมนาค ระบุว่า “ความพยายามในการทำให้การละเมิดกฎหมาย เป็นเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น” ของฝ่ายที่เรียกตนเองว่า ฝ่ายปฏิรูป

ข่าวที่นายโรเบิร์ต เอฟ. โกเดค Robert F. Godec เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยคนใหม่ ชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการต่างประเทศ วุฒิสภาสหรัฐ

ไม่มีประเด็น ม.112 แต่อย่างใด

แต่ที่เกิดประเด็นขึ้นนั้น เกิดมาจากการตีไข่ใส่ซีอิ๊วน้ำปลาของพวกที่ต่อต้าน ม.112 และเป็นปฏิปักษ์ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์เท่านั้น

อย่าตกเป็นเครื่องมือของผู้ไม่หวังดี ที่ยิงปืนนัดเดียวได้นก 2 ตัว

กล่าวคือ ฝ่ายที่ต่อต้าน 112 และสถาบันพระมหากษัตริย์ก็ตีปีกฮึกเหิมว่าอเมริกาแสดงท่าทีเข้าข้างพวกตน ส่วนฝ่ายที่จงรักภักดีก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ว่าสหรัฐฯ ก้าวก่าย

ซึ่งข่าวนี้ได้รับการยืนยันจากวงในว่า ไม่มีอะไรในกอไผ่ มีแต่การบิดเบือนสาระสำคัญจากถ้อยคำของเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ของฝ่ายปฏิกษัตริย์นิยมเท่านั้น

ท่านทูตโกเดคกล่าวเพียงว่า

“The United States respects the institution of the Thai monarchy and we understand the esteem with which the Thai people hold the royal family.

สหรัฐฯ เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ของไทย และเรา (สหรัฐฯ) เข้าใจดีว่าคนไทยเทิดทูนราชวงศ์

Freedom of expression is critical.

เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นนั้นเป็นเรื่องสำคัญ

and I would emphasize both publicly and privately the importance of allowing people to freely express their ideas without threat of arrest.”

และผมเน้นย้ำทั้งต่อสาธารณะและโดยส่วนตัวถึงความสำคัญในการให้ประชาชนได้แสดงความคิดเห็นอย่างเสรี โดยปราศจากการข่มขู่ว่าจะจับกุม

จะเห็นได้ว่า ท่านทูต เกริ่นมาตั้งแต่ต้นว่า

สหรัฐฯ เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ของไทย และสหรัฐฯ เข้าใจดีว่าคนไทยเทิดทูนราชวงศ์

ดังนั้น ในเมื่อคนไทยเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ แล้วจะมีเหตุผลใดที่คนไทยจะใช้ความมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นเพื่อทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์

ในทางเดียวกัน จะมีเหตุผลใดที่รัฐหรือสถาบันพระมหากษัตริย์จะข่มขู่ว่าจะจับกุมคนไทยซึ่งเทิดทูนสถาบันฯ

ยิ่งไปกว่านั้น สหรัฐอเมริกาได้ชื่อว่าเป็นประเทศผู้นำของโลกเสรีนิยม ซึ่งสนับสนุนให้ประชาชนได้แสดงความคิดเห็นอย่างเสรี “ภายใต้กรอบของกฎหมาย” โดยปราศจากการข่มขู่ว่าจะจับกุม

ผ่านครึ่งปี 65 "เสือดุ" พรากคนบันเทิง

ปีเสือดุของจริง!!
ปี 2565 เรียกได้ว่าเป็นปีที่วงการบันเทิงสุดเศร้า เพราะสูญเสียศิลปิน ทั้ง นักร้อง และนักแสดง ไปแล้วหลายราย ระยะเวลาเพียงแค่ครึ่งปี แต่ได้พรากชีวิตคนในวงการบันเทิง ไปแล้วถึง 13 คน 

ย้อนรำลึกถึงดาวแต่ละดวงที่ต้องจากไปชั่วนิรันดร์มีใครบ้าง

‘วิษณุ’ ฟันธงศึกซักฟอกรอบนี้ผ่านฉลุย เหตุ รมต. แต่ละคนล้วนชำนาญการอภิปราย

(19 ก.ค. 2565) นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมตรี ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าร่วมประชุมสภาเพื่อร่วมรับฟังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่า ในวันนี้ตนเองเป็นเพียงเพื่อนเจ้าบ่าว ตนไม่ได้ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ อย่างไรก็ตามในฐานะที่เป็นฝ่ายกฎหมายไม่ได้มีความเป็นห่วงรัฐมนตรีที่ไม่เคยถูกอภิปรายแต่อย่างใด เพราะในฐานะที่เป็น ส.ส.ย่อมเคยอภิปรายคนอื่นมาบ้างแล้ว วิปได้จัดสรรเวลาแล้วก็ไม่น่าจะมีปัญหา ส่วนกรณีที่ต่างฝ่ายต่างโปรโมทด้วยอินโฟร์กราฟฟิกเหมือนโปรโมทภาพยนตร์นั้นตนไม่ทราบเรื่อง ไม่ได้เห็นจึงไม่ทราบ

ผู้สื่อข่าวถามว่าอยากให้คำแนะนำในเรื่องของข้อมูลหรือเทคนิคในการอภิปรายและชี้แจงอย่างไรหรือไม่ รองนายกฯเผยว่า ไม่มีอะไรแนะนำ ตนไม่กล้าแนะนำเพราะแต่ละคนเก่งแล้ว ซึ่งการพูดคุยหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 18 ก.ค.ที่ผ่านมาเป็นเพียงการพูดคุยและสอบถามตนถึงเรื่องราวในอดีต ตนไม่ได้ไปติวอะไรให้ใคร จะมีปัญญากล้าไปติวได้อย่างไร ก็ได้แต่เล่าเรื่องราวในอดีตให้ฟังเท่านั้นเอง พูดให้ฟังว่าในอดีตเกิดอะไรขึ้นบ้างเนื่องจากตนอยู่ในเหตุการณ์อภิปรายไม่ไว้วางใจมาแล้ว 10 กว่าครั้ง อย่างไรก็ตามการอภิปรายในครั้งนี้เชื่อว่าจะผ่านไปด้วยดี และได้ทราบว่ารัฐมนตรีแต่ละคนเตรียมตัวเตรียมข้อมูลกันเอง จึงไม่ทราบว่าแต่ละคนมีความพร้อมอย่างไร

'กระทรวงดิจิทัลฯ' กร้าว!! ดำเนินการอย่างเข้มงวด 'สื่อลามก-ยาเสพติด-ความรุนแรง' บนโลกออนไลน์

นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส) กล่าวว่า กระทรวงดิจิทัลฯ รับข้อสั่งการของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ซึ่งมีความห่วงใยต่อเด็กและเยาวชน กรณีที่ปรากฏเป็นข่าวว่าในขณะนี้มีการจำหน่ายสื่อลามกอนาจารผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์กันอย่างแพร่หลาย

ทั้งนี้ กระทรวงดิจิทัลฯ ได้มีการติดตามความเคลื่อนไหวบนโลกออนไลน์มาโดยตลอด และได้ดำเนินมาตรการในการป้องกันด้วยการสร้างการตระหนักรู้ในการใช้สื่อออนไลน์อย่างสร้างสรรค์ ชี้ให้เห็นถึงอันตรายและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นเมื่อเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมและวิธีการในการรับมือแต่ละสถานการณ์ 

รวมทั้งจัดให้มีหน่วยงานรับแจ้งเบาะแสและให้คำปรึกษาเมื่อประชาชนพบเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมบนโลกออนไลน์ ควบคู่ไปกับเข้มงวดในการปราบปรามด้วยการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ภายใต้หลักสิทธิเสรีภาพในการเข้าถึงสื่อบนโลกออนไลน์

'พิชัย' ชี้ 'ประยุทธ์' จะล้มเหลวรับมือปัญหาเศรษฐกิจ จี้ แก้ปัญหาไฟฟ้าแพง แก้ข้อพิพาทของก๊าซในอ่าวไทย

'พิชัย' ชี้ 'ประยุทธ์' จะล้มเหลวรับมือปัญหาเศรษฐกิจ เงินเฟ้อ ดอกเบี้ย ค่าบาทอ่อน จี้ แก้ปัญหาไฟฟ้าแพง แก้ข้อพิพาทของก๊าซในอ่าวไทย และ ค่าความพร้อมสูงถึงปีละแสนล้านบาท แนะ แม้ปัจจุบันจะยังไม่แย่เท่าศรีลังกา แต่ทิศทางกำลังเหมือน 

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว. พลังงาน รองประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทยด้านเศรษฐกิจ กล่าวว่า เงินเฟ้อของสหรัฐเดือนมิถุนายนสูงถึง 9.1% สูงที่สุดในรอบ 40 ปี ทั้งที่สหรัฐเพิ่งขึ้นดอกเบี้ย 0.75% แต่ก็ยังคุมเงินเฟ้อไม่อยู่ ดังนั้นมีความเป็นไปได้สูงที่สหรัฐจะต้องขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นอีกอาจสูงถึง 1% ในการประชุมธนาคารกลางสหรัฐในเร็วๆนี้  ซึ่งจะส่งผลกระทบมาถึงเศรษฐกิจไทยอย่างมาก เพราะอัตราดอกเบี้ยที่ต่างกันจะทำให้เงินตราต่างประเทศไหลออก ซึ่งเป็นเรื่องธรรมชาติที่เงินทุนต่างประเทศจะออกไปเพื่อไปหาผลตอบแทนที่สูงกว่า และจะยิ่งทำให้ค่าเงินบาทยิ่งอ่อนลง และจะทำให้เงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้นอีกได้ อีกทั้งการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยในหลายเดือนที่ผ่านมายิ่งทำให้สถานการณ์แย่ลง 

โดยล่าสุดในเดือนมิถุนายน ไทยขาดดุลการค้า 1.2 พันล้านเหรียญ หรือ 4 หมื่นล้านบาท ซ้ำเติมหลังจากที่ 5 เดือนแรก ไทยขาดดุลการค้าแล้ว 4,726 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเงินทุนได้ไหลออกไปกว่า 30,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (กว่า 1 ล้านล้านบาท) แล้วตั้งแต่ต้นปี และยังมีแนวโน้มที่จะไหลออกเพิ่มอีก จนภาคเอกชนกังวลกันว่าเงินบาทที่อ่อนจะทะลุ 37 บาทต่อดอลล่าร์ในอีกไม่นานนี้ อาจจะทะลุไปถึง 40 บาทต่อดอลลาร์ได้และอาจทำให้เงินเฟ้อของไทยที่กำลังจะทะลุ 8% อาจจะพุ่งทะลุไปถึง 10% ได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากังวลมาก ในขณะเดียวกัน หากไทยจะขึ้นดอกเบี้ยก็จะส่งผลกระทบต่อหนี้ครัวเรือนที่สูงถึงเกือบ 15 ล้านล้านบาท หรือ กว่า 90% ของจีดีพี อีกทั้งหนี้สาธารณะมากกว่า 10 ล้านล้านบาท หรือ ทะลุ  60% ของจีดีพีแล้ว ซึ่งหากขึ้นดอกเบี้ยก็จะยิ่งเพิ่มภาระขึ้นไปอีกมาก ดังนั้น ความกังวลเรื่องการระเบิดของหนี้ต่างๆในไทยเริ่มมีมากขึ้นเรื่อยๆ จากการบริหารเศรษฐกิจที่ผิดพลาดของพลเอกประยุทธ์ ดังนั้น ปัญหาเงินเฟ้อ ปัญหาดอกเบี้ย ปัญหาค่าเงินบาทที่อ่อน และปัญหาการระเบิดของหนี้ จะเป็นปัญหาใหญ่ที่พลเอกประยุทธ์ต้องรับมือ ซึ่งพลเอกประยุทธ์แทบจะไม่มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องเหล่านี้เลย ซึ่งจะให้ปัญหาทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นไปอีกเรื่อยๆ 

ทั้งนี้แม้ว่าราคาน้ำมันในตลาดโลกอาจจะลดลงบ้าง แต่ก็ยังผลิกผันได้ตลอด เรื่องที่น่ากังวลคือปัญหาการปรับราคาค่าไฟฟ้าที่จะพุ่งสูงขึ้นมากจากหน่วยละ 4 บาทเป็นหน่วยละ 5 บาท สร้างความสั่นสะเทือนและความกังวลไปทั่ว ทั้งค่าใช้จ่ายของประชาชนที่จะเพิ่มขึ้นและความสามารถแข่งขันของไทยที่จะลดลง เพราะคงไม่มีใครอยากจะมาลงทุนในประเทศที่ค่าไฟฟ้าแพงมหาโหด แนวทางที่จะแก้ไขก็ต้องเข้าไปแก้กันที่สาเหตุของปัญหาคือ การหาข้อยุติในข้อพิพาทระหว่างบริษัทที่รับสัมปทานเดิม เชฟรอน และ บริษัทที่รับสัมปทานใหม่ ปตท. สผ. และ มูตาบารา ในการส่งมอบสัมปทาน และ ใครจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบในการรื้อถอนแท่นขุดเจาะก๊าซในทะเลที่ต้องมีค่าใช้จ่ายที่สูงและอาจถูกฟ้องร้องได้ในกรณีที่การรื้อถอนอาจจะทำให้เกิดมลภาวะในทะเลและชายฝั่งได้ ทั้งนี้เพื่อที่นำก๊าซจากอ่าวไทยขึ้นมาได้ หลังจากที่ไม่สามารถนำก๊าซธรรมชาติจำนวนมากขึ้นมาได้จากปัญหาข้อพิพาทดังกล่าว จึงต้องทำให้ไทยต้องนำเข้า ก๊าซ LNG ที่มีราคาแพงกว่า 30 เหรียญต่อหน่วยเข้ามาทดแทน และทำให้ราคาค่า FT ของค่าไฟฟ้าพุ่งขึ้นสูงมาก 

นอกจากนี้ การผลิตไฟฟ้าที่ล้นเกินถึง 50% ของความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด ทำให้ต้องจ่ายค่าความพร้อมให้กับโรงงานผลิตไฟฟ้าแต่ไม่ได้ส่งไฟฟ้ามียอดถึงเดือนละกว่า 8,000 ล้านบาท หรือ ปีละประมาณแสนล้านบาทซึ่งสูงมาก เป็นความผิดพลาดในนโยบายการผลิตไฟฟ้าของพลเอกประยุทธ์ และ ปัจจุบันยังมีการให้ใบอนุญาตผลิตไฟฟ้ากันอยู่เลย แม้กำลังผลิตจะยังล้นเกินนี้ดังนั้น พลเอกประยุทธ์จะต้องหาทางเจรจาลดค่าความพร้อมนี้ และ หยุดการให้ใบอนุญาตผลิตไฟฟ้าไว้ก่อนชั่วคราวได้แล้ว จนกว่าความต้องการใช้ไฟฟ้าจะมีเพิ่มขึ้น นั่นหมายถึงต้องทำเศรษฐกิจไทยให้ขยายตัวเพิ่มขึ้น

ปธ.ชมรมแม่บ้าน บช.น. พร้อมคณะ นำถุงยังชีพและเงินช่วยเหลือ มอบให้ข้าราชการตำรวจและครอบครัวที่เป็นผู้ป่วยติดเตียง

ปธ.ชมรมแม่บ้าน บช.น. พร้อม ปธ.กต.ตร.กทม.(ภาคประชาชน), ปธ.กต.ตร.บก.น.1 พร้อมคณะ นำถุงยังชีพและเงินช่วยเหลือ มอบให้ข้าราชการตำรวจและครอบครัวที่เป็นผู้ป่วยติดเตียง เพื่อเป็นการบำรุงขวัญกำลังใจให้แก่ข้าราชการตำรวจ ในสังกัด บช.น. ตามโครงการ “ครอบครัวตำรวจ เราไม่ทิ้งกัน”

18 ก.ค.65 เวลา 15.00 น. คุณศิริเพ็ญ ตั้งทวีสุโข นวลมา ประธานชมรมแม่บ้าน บช.น. พร้อมด้วย พ.ต.อ. เอกลักษณ์ เปาอินทร์ รอง ผบก.น.1, พ.ต.อ.สนอง แสงมณี ผกก.สน.ชนะสงคราม, พ.ต.อ.สมยศ อุดมรักษาทรัพย์ ผกก.สน.นางเลิ้ง, ดร.พีรวัฒน์ สุรเศรษฐ ประธาน กต.ตร.กทม.(ภาคประชาชน) และประธาน กต.ตร.สน.ชนะสงคราม, ดร.ธัชวิน สุรเศรษฐ ประธาน กต.ตร.บก.น.1 และ บก.สปพ.191, ข้าราชการตำรวจและคณะแม่บ้าน บช.น. ร่วมนำถุงยังชีพและเงินบำรุงขวัญ ไปมอบให้กับ ร.ต.ต.สาธิต สังข์ทอง รอง สว. (จร.สน.ชนะสงคราม, ต.ต.อัศวิน อินทร์ภิรมย์ ผบ.หมู่ (จร.)สน.ชนะสงคราม และ ต.ช.ยงยศ สมสันต์ บุตรของ ต.ต.ศรุต สมสันต์ ผบ.หมู่ (จร.) สน.นางเลิ้ง ซึ่งเป็นผู้ป่วยติดเตียง เพื่อเป็นการบำรุงขวัญกำลังใจให้แก่ข้าราชการตำรวจ ในสังกัด บช.น. ตามโครงการ “ครอบครัวตำรวจ เราไม่ทิ้งกัน”

ศย.กลางปฎิบัติภารกิจสำคัญ ช่วยเหลือและติดตามเยาวชน “คืนเด็กดีสู่สังคม”

วันที่18 กรกฎาคม 2565 เวลา 9.30 น. นายประกอบ ลีนะเปสนันท์ อธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง มอบหมายให้ นางวิรา ยากะจิ ณ พิกุล รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวกลางพร้อมนางณัฐา อินทวงศ์ รองประธานผู้พิพากษาสมทบฝ่ายติดตามเด็กเเละเยาวชน นำผู้พิพากษาสมทบคณะทำงานโครงการติดตามแนะนำช่วยเหลือเด็กและเยาวชนชุดที่2 ออกเยี่ยมเยียน ให้คำปรึกษา เเนะนำช่วยเหลือ เด็กและเยาวชนที่ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง และศาลเยาวชนและครอบครัวจากทั่วประเทศมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้ส่งตัว ไปควบคุมเพื่อฝึกอบรม ณ สถานแรกรับและศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนบ้านปรานี  และศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนบ้านมุทิตา อำเภอคลองโยง จังหวัด นครปฐม อันเป็นภารกิจของศูนย์ติดตามแนะนำช่วยเหลือเด็กและเยาวชนที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมทางอาญาของศาลให้ปรับเปลี่ยนพฤตินิสัยกลับตนเป็นคนดีมีความประพฤติที่ดีสามารถอยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างไม่หวนกลับมากระทำความผิดซ้ำอีก


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top