Monday, 29 June 2026
Hard News Team

เปิดประวัติ 'เจ้าสัวจุน' เจ้าของพัดลมฮาตาริ ผู้อุทิศตนเพื่อสังคมไทยอย่างต่อเนื่อง กว่า 50 ปี

หลังจากที่ บริษัท ฮาตาริ อิเลคทริค จำกัด โดย คุณจุน-คุณสุนทรี วนวิทย์ และครอบครัว บริจาคเงิน 900,000,000 บาท แก่มูลนิธิรามาธิบดีฯ

โดยมี ศาสตราจารย์ นายแพทย์ปิยะมิตร ศรีธรา คณบดี คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.พูลสุข เจนพานิชย์ วิสุทธิพันธ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนพยาบาลรามาธิบดี และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์ภาวิทย์ เพียรวิจิตร รองคณบดีฝ่ายสื่อสารองค์กร เป็นตัวแทนร่วมรับมอบ

ทั้งนี้ บริจาคสมทบทุนเพื่อโครงการปรับปรุงอาคารโรงเรียนพยาบาลรามาธิบดี เป็นเงินจำนวน 160,000,000 บาท บริจาคสมทบทุนโครงการศูนย์การแพทย์รามาธิบดีศรีอยุธยา เป็นจำนวนเงิน 300,000,000 บาท และบริจาคสมทบทุนโครงการอาคารโรงพยาบาลรามาธิบดี และย่านนวัตกรรมโยธี เป็นจำนวนเงิน 440,000,000 บาท เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2565

วันนี้จะพาไปดูประวัติ เจ้าสัวจุน วนวิทย์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ฮาตาริ อิเลคทริค จำกัด บริจาคเงินจำนวน 900 ล้านบาท ให้มูลนิธิรามาธิบดี จนกลายเป็นที่ฮือฮาบนโลกโซเชียล

จุน วนวิทย์ หรือ อากงจุน ผู้ก่อตั้งฮาตาริ ปัจจุบันอายุ 86 ปี ชีวิตวัยเด็กยากจน ต้องดิ้นรนสู้ชีวิต จบการศึกษาแค่ ป.2

เริ่มต้นการทำงานในวัย 17 ปี ด้วยการขับแท็กซี่ แล้วเริ่มต้นมาเป็นลูกจ้างร้านทอง เป็นช่างทำโมล ทำของเล่น และอะไหล่พัดลม เป็นผู้มีพรสวรรค์ในด้านงานช่าง ก่อนจะตัดสินใจทำพัดลมทั้งตัว เมื่อปี 2528 โดยเริ่มต้นในแบรนด์ที่ชื่อ “k” และ “Tory” ตามลำดับ

ต่อมาเมื่ออายุ 52 ปี จึงได้ผลิตพัดลมยี่ห้อฮาตาริออกจำหน่ายเป็นครั้งแรก จนกลายเป็นธุรกิจที่แข็งแกร่ง จำหน่ายทั้งในประเทศและส่งออก ทำยอดขายได้ปีละหลายพันล้าน มีผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับพัดลมทุกประเภท รวมทั้งเครื่องฟอกอากาศ และเครื่องซักผ้าขนาดเล็กออกสู่ตลาด และแม้ว่าในบางช่วงจะประสบวิกฤตทางด้านการเงินเป็นอย่างมาก ก็ยังสามารถบริหารจัดการให้บริษัทผ่านพ้นมรสุมได้เป็นอย่างดี

เมื่อประสบความสำเร็จในอาชีพการงานแล้ว 'จุน วนวิทย์' ไม่เคยลืมตอบแทนสังคม แต่กลับคิดเสมอว่า จะต้องตอบแทนสิ่งที่ดีงามให้แก่สังคม ช่วยเหลือผู้อื่นที่เดือดร้อน หรือด้อยโอกาส ด้วยความบริสุทธิใจ โดยไม่แสดงตัว ได้บริจาคทรัพย์สิ่งของให้กับโรงพยาบาลต่าง ๆ สร้างศูนย์วิปัสสนา และมอบเงินอุดหนุนให้แก่ยุวพุทธิกสมาคม ช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสอยู่เป็นประจำ พร้อมทั้งให้การจุนเจือครอบครัวของพนักงาน ด้วยการให้ทุนการศึกษาแก่บุตร และมอบเครื่องอุปโภคให้เป็นประจำทุกปี จึงเป็นผลให้ได้รับพระมหากรุณาธิคุณ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ ชั้นสายสะพายปฐมดิเรกคุณาภรณ์ 

'เด็กเพื่อไทย' ซัด!! 'ประยุทธ์' อย่าสับสนเรื่องการท่องเที่ยว แนะ!! เร่งส่งเสริมเพิ่มนักท่องเที่ยวช่วยเหลือผู้ประกอบการ

นางสาววิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. เชียงราย เขตอำเภอพาน และคณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตามที่พรรคเพื่อไทย โดยนายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม รองเลขาธิการพรรค ได้อภิปรายไม่ไว้วางใจเรื่องการท่องเที่ยว แต่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กลับตอบสับสนและยังเข้าใจผิดคิดไปเองว่าบริหารการท่องเที่ยวได้ดี ทั้งที่ล้มเหลว ภูมิใจกับตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่ยังต่ำมาก โดยการท่องเที่ยวของประเทศไทยน่าจะต้องฟื้นมากกว่านี้ เห็นได้จากนักท่องเที่ยวในประเทศสิงคโปร์และประเทศในยุโรปที่นักท่องเที่ยวมากขึ้นอย่างชัดเจน โรงแรมถูกจองเต็มกันหมด ในขณะที่โรงแรมในประเทศไทยยังมีห้องว่างมาก ขนาดนายกสมาคมการท่องเที่ยวยังบ่นและเรียกร้องให้รัฐบาลต้องทำงานส่งเสริมการท่องเที่ยวหนักกว่านี้

ทั้งนี้ หากมองย้อนหลังจะพบว่ารัฐบาลพลเอกประยุทธ์ ดำเนินนโยบายท่องเที่ยวแบบสับสน ช่วงต้นปี 63 ขณะที่ท่องเที่ยวยังไม่แย่ รัฐบาลเสนอให้แจกเงินนักท่องเที่ยวต่างประเทศในโครงการ 'ชิมช้อปใช้ อินเตอร์' เพื่อเพิ่มนักท่องเที่ยวต่างประเทศ แต่ถูกประชาชนและสื่อมวลชนตำหนิกันมาก จนต้องล้มเลิกไป พอมาปี 2565 หลังจากวิกฤตการณ์โควิด การท่องเที่ยวยังไม่ฟื้นตัวดีนักนักท่องเที่ยวยังน้อย แต่รัฐบาลกลับมีแนวคิดย้อนแย้งที่จะเก็บค่าเหยียบแผ่นดินกับนักท่องเที่ยวต่างประเทศคนละ 300 บาท และก็ถูกตำหนิอย่างรุนแรงจากประชาชนและจากสื่อมวลชน จึงต้องเลื่อนมาเรื่อยๆ แต่ยังไม่ยกเลิก 

'สี จิ้นผิง' ออกเตือน 'ไบเดน' กำลังเล่นกับไฟ หลังข่าว 'ประธานรัฐสภาฯ' เยือนไต้หวันสะพัด

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน เตือนประธานาธิบดีไจ ไบเดน แห่งสหรัฐฯ ว่า 'กำลังเล่นกับไฟ' ระหว่างที่ทั้งสองพูดคุยทางโทรศัพท์กันในรอบที่ 5 ในช่วงเวลาที่โลกกำลังเผชิญความตึงเครียดทางเศรษฐกิจและทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยหนึ่งในนั้นประเด็นที่โหมกระพือความตึงเครียดคือ ความเป็นไปได้ที่ประธานรัฐสภาของอเมริกาจะเดินทางเยือนไต้หวัน

สื่อมวลชนแห่งรัฐของจีนรายงานว่า สี ได้บอกกับ ไบเดน ไปว่าสหรัฐฯ ยึดมั่นต่อ 'หลักการจีนเดียว' และเน้นย้ำอย่างหนักแน่นต่อจุดยืนของจีนที่คัดค้านความเป็นเอกราชของไต้หวันและการแทรกแซงจากกองกำลังภายนอก 'ใครที่เล่นกับไฟ รังแต่จะถูกไฟแผดเผา' สีบอกกับไบเดน "เราหวังว่าฝ่ายสหรัฐฯ จะสามารถเล็งเห็นเรื่องนี้อย่างชัดเจน"

ส่วนทำเนียบขาวระบุในถ้อยแถลง เผยว่าไบเดนได้บอกกับสี ไปว่านโนยายของสหรัฐฯ นั้นไม่เปลี่ยนแปลง และวอชิงตัน "คัดค้านอย่างหนักแน่นต่อความพยายามฝ่ายเดียวในการเปลี่ยนแปลงสถานภาพปัจจุบันหรือบ่อนทำลายสันติภาพและเสถียรภาพข้ามช่องแคบไต้หวัน" อ้างถึงน่านน้ำที่กั้นกลางระหว่างเกาะไต้หวันกับจีนแผ่นดินใหญ่

การพูดคุยทางโทรศัพท์ครั้งนี้ ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดี (28 ก.ค.) และกินเวลาราวๆ 2 ชั่วโมง มีขึ้นในขณะที่ ไบเดน กำลังเล็งหาหนทางใหม่ๆ ในการทำงานร่วมกับจีน ท่ามกลางการแข่งขันระดับนานาชาติระหว่าง 2 ฝ่ายที่หนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ และความตึงเครียดระหว่าง 2 ชาติเกี่ยวกับประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน สาธารณสุขโลกและนโยบายเศรษฐกิจ เช่นเดียวกับประเด็นอื่นๆ

ล่าสุด จีนประกาศเตือนด้วยถ้อยคำแข็งกร้าว เกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่นางแนนซี เพโลซี ประธานรัฐสภาอาจเดินทางเยือนไต้หวัน โดยระบุพวกเขาจะมองการเดินทางดังกล่าวว่าเป็นการยั่วยุ

เกาะปกครองตนเองแห่งนี้ได้รับแรงสนับสนุนด้านป้องกันตนเองอย่างไม่เป็นทางการจากสหรัฐฯ แต่ จีน มองเกาะแห่งนี้ในฐานะส่วนหนึ่งของดินแดน

"ถ้าสหรัฐฯ ยืนกรานจะเดินหน้าในแนวทางนี้และท้าทายเส้นใต้ที่จีนขีดไว้ มั่นใจได้เลยว่าจะต้องเผชิญกับการตอบโต้อย่างเต็มกำลัง" จ้าว ลี่เจียน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนบอกกับผู้สื่อข่าวเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ "รับประกันได้เลยว่าสหรัฐฯ ต้องแบกรับผลลัพธ์ที่ตามมาทั้งหมดทั้งมวล"

เพโลซี จะเป็นสมาชิกรัฐสภาสหรัฐฯ ระดับสูงสุดคนที่ 2 ที่เดินทางเยือนไต้หวัน พันธมิตรใกล้ชิดของอเมริกา ต่อจากประธานรัฐสภา นิวต์ กิงริช เมื่อ 25 ปีก่อน แต่ทางประธานาธิบดีไบเดน แสดงความกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว บอกกับผู้สื่อข่าวว่า กองทัพคิดว่าโปรแกรมเยือนไต้หวันของเธอในเวลานี้ "ไม่ใช่ความคิดที่ดี"

นายกห่วงใยประชาชน กำชับ!! สธ. ติดตามคัดกรอง หลังพบผู้ป่วยฝีดาษลิงรายที่ 2 วอนประชาชนอย่าตระหนก 'งด-เลี่ยง' พฤติกรรมเสี่ยง

เมื่อวันที่ 29 ก.ค. นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รับทราบรายงานจากทางสาธารณสุขยืนยันไทยพบผู้ป่วยฝีดาษวานรรายที่ 2 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร  ได้สั่งการให้กระทรวงสาธารณสุขจัดทีมเจ้าหน้าที่ติดตามและคัดกรองผู้มีความเสี่ยง เพื่อความปลอดภัยในพื้นที่ พร้อมเตือนประชาชนอย่าตื่นตระหนกเกินไปประชาชนทั่วไป สามารถดำเนินชีวิตตามปกติ แต่ขอให้งดหรือหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่เสี่ยง ทั้งนี้ โรคโควิด-19 และโรคฝีดาษวานร สามารถป้องกันการติดเชื้อ ด้วยการดูแลตนเองด้วยมาตรการสุขอนามัย

'แสนยากรณ์' ชื้ หากสภาเสียเวลาแก้ระบบเลือกตั้งนานไป จะทำให้ญัตติประชาชนแก้ รธน. ม.272 ห้าม ส.ว.เลือกนายกฯ ไม่ทันสมัยประชุมนี้

นายแสนยากรณ์ สิงห์วีรธรรม โฆษกพรรคกล้า กล่าวถึงความพยายามเปลี่ยนแปลงระบบเลือกตั้งจากระบบหาร 500 กลับไปใช้ระบบหาร 100 ว่า เสียงส่วนใหญ่ของที่ประชุมรัฐสภา เห็นชอบให้ใช้การคำนวณแบบหาร 500 ไปแล้ว เหลือเพียงขั้นตอนแก้ไขมาตราที่เกี่ยวข้อง แล้วลงมติวาระ 3 แต่บางฝ่ายที่อยากได้ระบบหาร 100 ส่งสัญญาณใช้แท็กติกทางการเมือง ยื้อเวลาให้การแก้ไข พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. พิจารณาไม่ทันกรอบ 180 วัน คือวันที่ 15 สิงหาคมนี้ ซึ่งวิธีนี้นอกจากจะทำให้รัฐสภาผ่านกฎหมายไม่ได้แล้ว ยังส่งผลกระทบทำให้ญัตติสำคัญหลายญัตติ โดยเฉพาะญัตติการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 272 อาจไม่ทันพิจารณาในสมัยประชุมนี้

แฟนบอลตุรกี ตะโกนชื่อ 'ปูติน' เย้ยทีมยูเครน ระหว่างศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบคัดเลือก

ทูตยูเครนประจำตุรกีเมื่อวันพฤหัสบดี (28 ก.ค.) แสดงความรู้สึก 'เศร้าใจเป็นอย่างยิ่ง' ต่อเหตุการณ์แฟนบอลของสโมสรเฟเนร์บาห์เชของตุรกี ตะโกนเรียกชื่อ 'วลาดิมีร์ ปูติน' ก้องสนาม เย้ยหยันทีมเยือน ระหว่างศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบคัดเลือก ระหว่างเจ้าถิ่นกับดีนาโม เคียฟ ของยูเครน ในอิสตันบูล

ในภาพที่ปรากฏบนสื่อสังคมออนไลน์ พบเห็นแฟนบอลบางส่วนที่อัดแน่นอยู่ในสนามเหย้าของเฟเนร์บาห์เช ตะโกนร้องเพลงเรียกชื่อประธานาธิบดีรัสเซีย ตอบโต้หลังถูกทีมเยือนยิงออกนำไปก่อนในเกมการแข่งขันเมื่อวันพุธ (27 ก.ค.) ก่อนเกมจบลงด้วยการที่ ดีนาโม เคียฟ เป็นฝ่ายเอาชนะไป 2-1 และผ่านเข้าสู่รอบต่อไป หลังจากนัดแรกที่ ดีนาโม เคียฟ เป็นเจ้าบ้าน แต่ต้องย้ายไปแข่งที่โปแลนด์ สืบเนื่องจากการรุกรานของรัสเซีย ลงเอยด้วยการเสมอกัน 0-0

ผลในนัดนี้ทำให้ ดีนาโม เคียฟ ผ่านเข้าสู่รอบ 3 ของศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ส่วน เฟเนร์บาห์เช ต้องจอดป้ายเพียงเท่านี้

"มันน่าเศร้าอย่างยิ่งที่ได้ยินถ้อยคำสนับสนุนฆาตกรรัสเซียและผู้รุกรานที่ทิ้งระเบิดใส่ประเทศของเรา จากแฟนบอลของเฟเนร์บาห์เช" วาซีล บอดนาร์ เอกอัครราชทูตยูเครนประจำตุรกีเขียนบนทวิตเตอร์ ส่วนทางสโมสรเฟเนร์บาห์เช เผยแพร่ถ้อยแถลงว่าพฤติกรรมของแฟนบอล "ไม่ได้เป็นตัวแทนของจุดยืนและค่านิยมของสโมสร"

อย่างไรก็ตาม ทางเฟเนร์บาห์เช โต้แย้งว่าแฟนบอลส่งเสียงตะโกนชื่อปูติน "เป็นเวลาแค่ 20 วินาที" และไม่เผยแพร่ถ้อยแถลงขอโทษอย่างเป็นทางการใดๆ

สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (UEFA) เปิดเผยว่าพวกเขากำลังแต่งตั้งคณะผู้สืบสวนด้านจริยธรรมและระเบียบวินัย เข้าตรวจสอบคำกล่าวหาแฟนบอลของเฟเนร์บาห์เชแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสม

ชื่อของ ปูติน มีความเกี่ยวข้องกับเคียฟ ทั้งในเรื่องการรุกรานที่ยืดเยื้อมานาน 5 เดือนและความขัดแย้งกับกบฏแบ่งแยกดินแดนที่เครมลินให้การสนับสนุน ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนในภาคตะวันออกเฉียงใต้ของยูเครน มากกว่า 14,000 คน นับตั้งแต่ปี 2014

มีร์เซีย ลูเชสคู ผู้จัดการทีมชาวโรมาเนียของดีนาโม ปฏิเสธเข้าร่วมแถลงข่าวหลังจบเกม เพื่อประท้วงเหตุตะโกนเรียกชื่อปูติน "ผมไม่คาดคิดเลยว่าจะมีการตะโกนแบบนี้ มันน่าเศร้ามาก" เขาระบุในถ้อยแถลงที่เผยแพร่ถึงสื่อมวลชนตุรกี

โดยทั่วไปแล้ว ตุรกี เป็นที่ชื่นชมในหมู่ประชาชนชาวยูเครนจำนวนมาก สืบเนื่องจากพวกเขาให้การสนับสนุนทางทหารแก่รัฐบาลเคียฟที่ได้รับการหนุนหลังจากตะวันตก

ตำรวจ PCT ร่วมกับ บูรพา 491 เปิดปฏิบัติการตัดวงจรขบวนการส่งคนไทยข้ามแดนไปทำแก๊งคอลเซ็นเตอร์

(28 ก.ค.65) เวลา 17.00 น. พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. ผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (ศปอส.ตร.) หรือ PCT เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์  ผบก.สส.ภ.2/หน.ชุดปฏิบัติการ PCT ชุดที่ 5 พร้อมกำลังร่วมกันสืบสวนและปฏิบัติการทลายเครือข่ายส่งคนไทยข้ามแดนไปทำแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยปฏิบัติการเชิงรุก ให้เจ้าพนักงานตำรวจอำพรางตัวเป็นสายลับสมัครทำงานประเทศเพื่อนบ้านเพื่อรู้วิธีกระทำความผิดของแก๊ง

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ ฯ กล่าวว่า พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ให้ความสำคัญกับการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์เป็นอันดับหนึ่ง เพราะปัจจุบันเป็นอาชญากรรมที่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนไทยมากที่สุด คดีนี้เมื่อวันที่ 28 ก.ค.65 ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.ภ.2 พ.ต.อ.สหัส ใจเย็น รอง ผบก.สส.บช.ภ.2  พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง ผกก.(สอบสวน) บก.สส.ภ.2 พ.ต.อ.จักราวุธ คล้ายนิล ผกก.สืบสวน ภ.จว.ระยอง พ.ต.อ.ธนเสฏฐ์ ประชาชัยศรี ผกก.สืบสวน 3 บก.สส.ภ.2 นำทีมตำรวจ ศปอส.ตร.ชุดที่ 5 ร่วมกับ กก.ปพ.บก.สส.ภ.2 หรือ “บูรพา491” เปิดปฏิบัติการตัดวงจรขบวนการส่งคนไทยข้ามแดนไปทำแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ใช้แผนให้สายลับอำพรางติดต่อเข้าสมัครไปเป็นพนักงานคอลเซ็นเตอร์ จากนั้นเฝ้าติดตามพฤติกรรมที่ขบวนการดังกล่าวมารับตัวสายลับพาไปข้ามแดนอย่างผิดกฏหมาย โดย กก.ปพ.บก.สส.ภ.2 หรือ “บูรพา491” ได้ขับรถไล่ติดตามรถคนร้ายและได้ใช้ยุทธวิธี “คาร์บล็อก” หยุดรถคนร้ายขณะกำลังนำพาตัวสายลับไปยังช่องทางธรรมชาติในพื้นที่ อ.โคกสูง จ.สระแก้ว

จากนั้นจึงได้แสดงตัวเข้าตรวจค้นพบ นายอรรถชัย มีโพธิ์ อายุ 30 ปี ที่อยู่ 199 ม.1 ต.ท่าข้าม อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เป็นผู้ขับขี่รถกระบะ อีซูสุ สีขาว หมายเลขทะเบียน บบ 7208 สระแก้ว จึงได้ทำการจับกุมตัวพร้อมแจ้งข้อหาว่า “ร่วมกันใช้อุบายหลอกลวง พาหรือส่งคนออกไปนอกราชอาณาจักร” บริเวณถนน สุวรรณศร มุ่งหน้าไปทางชายแดนไทย-กัมพูชา ต.อรัญประเทศ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ยึดรถที่ใช้ในการกระทำความผิดไว้เป็นของกลางในคดี ตรวจสอบประวัติพบ นายอรรถชัย ฯ เคยถูกดำเนินคดีมาแล้ว ดังนี้...

- 15 ก.ค.51 "มียาเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไว้ในความครอบครอง” สภ.คลองลึก จ.สระแก้ว

- 14 เม.ย.54 “ขับขี่รถยนต์สาธารณะ หรือจยย.สาธารณะ แล้วเสพ เมาสุรา ของมึนเมา หรือ ขับรถในขณะหย่อนความสามารถในอันที่จะขับ” สภ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว

- 17 พ.ค.65 ข้อหา “ร่วมกันมั่วสุมในลักษณะเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อ หรือกระทำการอันเป็นการฉวยโอกาสซ้ำเติมความเดือดร้อนของประชาชนหรือกลั่นแกล้งเพื่อแพร่เชื้อโรค ณ ที่ ใดๆทั่วราชอาญาจักร,ร่วมกันนำหรือพาคนต่างด้าวเข้ามาในรา” สภ.คลองลึก จ.สระแก้ว 

- 10 มิ.ย. 65 ถูกดำเนินคดีข้อหา “นำหรือพาคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักร หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการอุปการะหรือช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกแก่คนต่างด้าวให้เข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย” สภ.คลองน้ำใส จ.สระแก้ว

ในชั้นจับกุม นายอรรถชัยฯ ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาว่า “วันนี้ตนได้รับการประสานจากผู้ร่วมขบวนการที่อยู่ฝั่งประเทศกัมพูชา ให้มารับคนไทยพาข้ามไปประเทศกัมพูชาทางช่องทางธรรมชาติ ซึ่งเป็นลำคลองเล็กๆ เรียกว่า คลองบ้านตาโจ๊ย ใกล้กับวัดป่าหนองเอี่ยน โดยจะมีเรือพายพาข้ามแดนไปและจะมีคนจากกัมพูชามารับช่วงต่อ รับประสานส่งคนไปแบบนี้หลายแก๊งแล้ว เฉลี่ยเดือนละ 15-20 คน ได้ค่าจ้าง 6,000 บาท ต่อคน ล่าสุดพึ่งถูกจับกุมและอยู่ในระหว่างการประกันตัวสู้คดี แต่กลับมาทำอีกเพราะทำจนชินไม่รู้จะไปทำงานอะไร”

รอง ผบ.ตร. กล่าวต่อว่า จากการขยายผลพบพยานหลักฐานความเชื่อมโยงจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานส่งให้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองสมุทรปราการ ออกหมายจับไว้อีก 2 ราย คือ...

1.น.ส.รุ่งฤดี อุดมดี อายุ 38 ปี ที่อยู่ 33 ม.11 ต.กาบิน อ.กุดข้าวปุ้น จ.อุบลราชธานี 

2.นายพงษ์ธนา พิมพา อายุ 36 ปี ที่อยู่ 114 ม.2 ต.บ้านใหม่หนองไทร อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว

ตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรปราการ ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่น , ร่วมเป็นอั้งยี่ , ร่วมกันเป็นซ่องโจร , ร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ , ร่วมกันโดยทุจริตหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และร่วมกันฟอกเงิน” ซึ่งจะได้เร่งติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีต่อไป

ผช.ผบ.ตร (บิ๊กโจ๊ก) ตรวจประเมินโครงการสมาร์ท เซฟตี้ โซน 4.0 ของ สภ.เบตง พร้อมตรวจเยี่ยมพบปะกำลังพลหน่วยความมั่นคงในพื้นที่ อ.เบตง จ.ยะลา และมอบสิ่งของบำรุงขวัญ

28 ก.ค.65 ที่ สถานีตำรวจภูธรเบตง อ.เบตง จ.ยะลา พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร. พร้อม พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รอง ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.ศุภเศรษฐ์ โชคชัย รอง ผบช.ทท. คณะกรรมการและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเดินทางมาตรวจเยี่ยมติดตามประเมินการดำเนินการโครงการ Smart Safety Zone 4.0 ระยะที่ 2 ของ สภ.เบตง โดยมี พล.ต.ท.นันทเดช ย้อยนวล ผบช.9 พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ ผบก.ภ.จว.ยะลา พ.ต.อ.เอกชัย พราหมณกุล ผกก.สภ.เบตง ข้าราชการตำรวจ สภ.เบตง ผู้แทนภาคีเครือข่ายป้องกันอาชญากรรมเชิงรุกประจำสถานีตำรวจ (Big 6) ให้การต้อนรับ พร้อมร่วมรับฟังบรรยายสรุปผลการดำเนินการโครงการ และชมวีดิทัศน์การปฏิบัติการที่สำคัญในโครงการ ที่ห้องประชุม สภ.เบตง เพื่อประเมินความหวาดกลัวภัยอาชญากรรม และความพึงพอใจ ความเชื่อมั่นของประชาชนต่อการปฏิบัติงานของตำรวจ การพัฒนาเข้าสู่ยุคดิจิตัล การติดตั้งกล้องวงจรปิด การเชื่อมต่อสัญญาณกล้องวงจรปิดมายังห้อง CCOC การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการรับแจ้งเหตุ การประชาสัมพันธ์การดำเนินโครงการให้ประชาชนได้รับทราบผ่านช่องทางสื่อต่างๆ และความร่วมมือของภาคีเครือข่ายในการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนในพื้นที่ Smart Safety Zone

พ.ต.อ.เอกชัย พราหมณกุล ผกก.สภ.เบตง  กล่าวสรุปผลการปฏิบัติโดยละเอียดถึงทำงานของภาคีเครือข่ายป้องกันอาชญากรรม ในพื้นที่ หรือ ( Big Six) ตามโครงการ SMART SAFETY ZONE 4.0 ที่ได้ติดตั้งกล้องวงจรปิด 139 ตัว ศูนย์  CCOC กระทั่งกลุ่ม Line Official Account และกลุ่มไลน์ภาคีเครือข่ายในพื้นที่ ที่สามารถเชื่อมต่อถึงกันหากเกิดเหตุร้ายขึ้น  โดยใช้นวัตกรรม เทคโนโลยีสมัยใหม่ นำมาประยุกต์ใช้ในการป้องกันเหตุอาชญากรรมในพื้นที่ ซึ่งโครงการนี้มีสโลแกนว่า อยากเห็นผู้หญิงคนหนึ่งเดินในซอยเปลี่ยวในเวลากลางคืนได้อย่างปลอดภัย อย่างพื้นที่ใจกลางเมืองเบตง ที่นอกจากจะมีชุดสายตรวจแล้ว ยังมีจุดแจ้งเหตุฉุกเฉิน ยิ่งสร้างความเชื่อมั่น เรื่องความปลอดภัยให้ทั้งนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการณ์ในพื้นที่

จากนั้นพล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร. พร้อมคณะ ได้เดินดูห้อง CCOC ของ สภ.เบตง และเดินทางไปยังบริเวณหน้า ศูนย์ ตส.หอนาฬิกาเทศบาลเมืองเบตง ซึ่งอยู่ในเขตโครงการ Smart Safety Zone 4.0 พบปะตรวจเยี่ยม ให้กำลังใจ ขอบคุณ ภาคีเครือข่ายกองกำลังพิทักษ์เมืองเบตงที่ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลรักษาความสงบเมืองเบตง และมอบสิ่งของบำรุงขวัญ ให้กับกองกำลังพิทักษ์เมืองเบตง ซึ่งมีทั้ง ตำรวจ ตชด. ฝ่ายปกครอง กองกำลังภาคประชาชน ก่อนที่จะเดินทางกลับ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ได้เดินไปยังอุโมงค์เบตงมงคลฤทธิ์ ซึ่งอยู่ห่างไปประมาณ 300 เมตร ถ่ายรูปร่วมกับกับนายอำเภอ นายกเทศมนตรีเมืองเบตง และนายตำรวจ เก็บภาพไว้เป็นที่ระลึก

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร. กล่าวว่า ชื่นชม สภ.เบตง ที่ดำเนินโครงการ Smart Safety Zone 4.0 ได้เป็นอันดับต้นๆของประเทศ รู้สึกประทับใจในการดำเนินงานโครงการ Smart Safety Zone 4.0 ของ ผกก.สภ.เบตง หัวสถานีตำรวจ เพราะเห็นได้จากตัวเลขความหวาดกลัวภัยของประชาชนในพื้นที่เบตงต่ำมาก ซึ่งเป็นสิ่งที่บ่งชี้บอกถึงการดำเนินการตามขั้นตอนต่างๆในโครงการ Smart Safety Zone และที่สำคัญคือการที่หัวหน้าสถานีทำให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมเป็นเครือข่ายได้สูงมาก แสดงถึงความเชื่อถือเชื่อมั่นของประชาชน เบตงในวันนี้แทบจะประกาศได้ไว้เป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยที่สุดในภาคใต้ ซึ่งเบตงเป็นพื้นที่ที่พี่น้องไทยพุทธ มุสลิม อยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข นักท่องเที่ยวก็อยากเดินทางเข้ามาเที่ยว

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีย้ำการสื่อสารให้ประชาชนตระหนักถึงคุณค่าและประโยชน์ที่ไทยจะได้รับในการเป็นเจ้าภาพเอเปคในการประชุมคณะอนุกรรมการด้านประชาสัมพันธ์ฯ การประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ครั้งที่ ๒/๒๕๖๕

เมื่อวันที่ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๖๕ นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการด้านประชาสัมพันธ์เพื่อเตรียมการจัดการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคและการประชุมที่เกี่ยวข้อง ในช่วงที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเอเปค ปี พ.ศ. ๒๕๖๕ ครั้งที่ ๒/๒๕๖๕ ณ สัปปายะสภาสถาน รัฐสภา และผ่านระบบการประชุมทางไกล โดยมีนายธานี แสงรัตน์ อธิบดีกรมสารนิเทศ นางสุดฤทัย เลิศเกษม รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ และคณะอนุกรรมการด้านประชาสัมพันธ์จากหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจและภาคเอกชน เข้าร่วมกว่า ๕๑ หน่วยงานและองค์กร เข้าร่วม

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ย้ำความสำคัญของการสื่อสารกับประชาชนไทยและชาวต่างชาติให้เข้าใจถึงคุณค่าของการจัดประชุมเอเปค และตระหนักถึงประโยชน์ที่จะได้รับ โดยเฉพาะในมิติส่งเสริมการอำนวยความสะดวกด้านการค้าและการลงทุน การส่งเสริมความเชื่อมโยงอย่างไร้รอยต่อ และการสร้างสมดุลในการดำเนินธุรกิจเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในภูมิภาค

ที่ประชุมฯ รับทราบความคืบหน้าการเตรียมการจัดประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสเอเปค ครั้งที่ ๓ และความคืบหน้าการผลักดันด้านสารัตถะภายใต้ประเด็นสำคัญ อาทิ การอำนวยความสะดวกการค้าและการลงทุน โดยเฉพาะการผลักดันการทบทวนการหารือเรื่องเขตการค้าเสรีเอเชีย-แปซิฟิก หลังโควิด-๑๙ การฟื้นฟูความเชื่อมโยง โดยเฉพาะการเดินทางและการท่องเที่ยวผ่านการเดินทางที่สะดวกปลอดภัย (Safe Passage) และการส่งเสริมการเจริญเติบโตที่ยั่งยืนและครอบคลุม ซึ่งไทยมุ่งมั่นส่งเสริมการสร้าง “สมดุลในทุกด้าน” โดยนำแนวคิด BCG ของไทยไปแลกเปลี่ยนในเอเปค เพื่อให้ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ครอบคลุม ยั่งยืน และคำนึงถึงการรักษาสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน

กรมสารนิเทศ โดยกระทรวงการต่างประเทศ ได้ดำเนินการประชาสัมพันธ์เพื่อตอบสนองยุทธศาสตร์ “ตระหนัก เข้าใจ ใช้ประโยชน์ มีส่วนร่วม” ผ่านการจัดกิจกรรม APEC Media Focus Group (AMF) และ Informal Media Roundtable เพื่อให้ข้อมูลและสร้างความตระหนักรู้แก่สื่อมวลชนไทยและต่างประเทศ เพื่อสร้างความเข้าใจในประเด็นสำคัญต่างๆ เกี่ยวกับเอเปค แนวคิดหลักของการเป็นเจ้าภาพ และแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับแนวทางการสื่อสารประเด็นเกี่ยวกับเอเปคไปยังสาธารณชนและกลุ่มเป้าหมาย รวมถึงการจัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อเสริมสร้างการมีส่วนร่วมอย่างครอบคลุม และการสร้างความเป็นหุ้นส่วนหรือพันธมิตรด้านการสื่อสารและประชาสัมพันธ์ (APEC Communication Partners) กับภาคธุรกิจเอกชนหลากหลายสาขา

นอกจากนี้ ที่ประชุมฯ ยังได้รับทราบความคืบหน้าการจัดตั้งศูนย์สื่อมวลชน (Media Center) ในช่วงการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ในเดือนพฤศจิกายน ศกนี้ ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ศูนย์สื่อมวลชนจะใช้รับรองและอำนวยความสะดวกสื่อมวลชนจากทั่วโลกที่จะเดินทางมาทำข่าวในช่วงการประชุมเป็นจำนวนมากถึงประมาณ ๒,๐๐๐ - ๓,๐๐๐ คน โดยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เน้นย้ำเรื่องการอำนวยความสะดวกระบบโครงสร้างพื้นฐานให้มีความพร้อม และการดูแลเรื่องความปลอดภัยทางสาธารณสุขตามมาตรการโควิด-๑๙

ทส. เร่งรัดภารกิจแก้ปัญหาที่ทำกิน 'คนอยู่กับป่า' ภายใต้การดำเนินงาน คทช.

นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานการประชุมติดตามเร่งรัดการปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานอนุญาตใช้ประโยชน์พื้นที่ป่าไม้ โดยได้ดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลในการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยทำกินของประชาชนในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งเป็นการพัฒนาที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ตามนโยบายรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน เร่งดำเนินงานสนองตามความต้องการของประชาชน โดยทำงานบูรณาการร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ควบคู่กับชุมชนท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2561 คณะกรรมการนโยบายป่าไม้แห่งชาติ (คทช.) กำหนดแนวทางมาตรการในการบริหารจัดการที่ดิน อย่างเหมาะสม เพื่อให้ประชาชนสามารถอยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่ป่าตามกรอบมาตรการและแนวทางที่หน่วยงานภาครัฐเป็นผู้กำหนดโดยยึดถือแนวทางการปฏิบัติงานในการแก้ปัญหาให้คนกับป่าสามารถอยู่ร่วมกันได้ ซึ่งจำแนกราษฎรที่ถือครองทำกินในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติตาม

ช่วงระยะเวลาการเข้าครอบครองและการใช้ที่ดินตามชั้นคุณภาพลุ่มน้ำ และนำกรอบมาตรการ ลงไปปฏิบัติเพื่อแก้ไขปัญหาให้ราษฎรสามารถอยู่ร่วมกันกับป่าได้อย่างยั่งยืน จำนวน 4 กลุ่ม โดยสรุปผลการดำเนินงาน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top