Monday, 29 June 2026
Hard News Team

สั่ง ก.ล.ต.ไล่เช็กผู้บริการสินทรัพย์ดิจิทัล หวั่นสร้างความเสียหายซ้ำรอย Zipmex

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้กระทรวงการคลัง ได้สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ สำนักงาน ก.ล.ต. เข้าไปตรวจสอบบริษัทผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัล ทุกราย มีการซื้อขายแลกเปลี่ยนตามใบอนุญาตอย่างไรบ้าง เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายกับนักลงทุน

ส่วนกรณีปัญหา Zipmex สำนักงาน ก.ล.ต. ประสานกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และประสานไปยัง ก.ล.ต.ของสิงคโปร์ เพื่อดูแลความเสียหายนักลงทุน โดยกระทรวงการคลัง ได้ติดตามปัญหาบริษัท Zipmex ผู้ให้บริการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ทรัพย์ดิจิทัลและคริบโตเคอร์เรนซี อย่างใกล้ชิด

ศรชล.สายด่วน 1465 จับมือ สพฉ.สายด่วน 1669 เพิ่มประสิทธิภาพ ในการช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินในทะเล

ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) และสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ลงนามบันทึกความร่วมมือการคุ้มครองสิทธิในการเข้าถึงระบบการแพทย์ฉุกเฉินทางทะเล เพื่อพัฒนาการแพทย์ฉุกเฉินในทะเล โดยผู้เจ็บป่วยฉุกเฉินทางทะเล จะได้รับการช่วยเหลือในเบื้องต้น อย่างทันท่วงทีและเป็นไปตามมาตรฐานทางการแพทย์ที่กฎหมายกำหนด สอดคล้องกับหน้าที่ อำนาจ และความรับผิดชอบของ ศรชล.

วันนี้ (1 สิงหาคม 2565) เวลา 14.30 น. พลเรือเอก เถลิงศักดิ์  ศิริสวัสดิ์ เสนาธิการทหารเรือ ในฐานะเลขาธิการ ศรชล. และเรืออากาศเอก อัจฉริยะ แพงมา เลขาธิการ สพฉ. ได้ร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือการคุ้มครองสิทธิ ในการเข้าถึงระบบการแพทย์ฉุกเฉินทางทะเล ณ ห้องรับรอง ชั้น 2 อาคารกองบัญชาการกองทัพเรือ พื้นที่วังนันทอุทยาน โดยมี พลเรือโท ประวิณ จิตตินันทน์ รอง เลขาธิการ ศรชล. พลอากาศตรี เฉลิมพร บุญสิริ กรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน นายไพรฑูรย์ รัตนพรวารีสกุล กรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน นาวาเอก พิสิทธิ์ เจริญยิ่ง รอง เลขาธิการ สพฉ. นายแพทย์ธงชัย กีรติหัตถยา รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข พลเรือโท สุพพัต ยุทธวงศ์ เจ้ากรมยุทธการทหารเรือ เป็นผู้แทนกองทัพเรือ และผู้แทนต่าง ๆ จากหน่วยงานหลักของ ศรชล. รวมทั้งผู้บริหารระดับสูงของ สพฉ. เข้าร่วมพิธีการลงนามบันทึกความร่วมมือฯ ในวันนี้

พลเรือตรี อิทธิพัทธ์ กวินเฟื่องฟูกุล โฆษก ศรชล. กล่าวว่า ศรชล. เป็นหน่วยงานรูปแบบเฉพาะถูกจัดตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติ

การรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล พ.ศ.2562 ได้บูรณาการหน่วยงานหลัก 7 หน่วยงาน ประกอบด้วย กองทัพเรือ กรมเจ้าท่า กรมประมง กรมศุลกากร กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กองบังคับการตำรวจน้ำ และกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ทำหน้าที่รักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ซึ่งเกิดจากกิจกรรมทางทะเลต่าง ๆ อาทิ การพาณิชยนาวี การประมง การท่องเที่ยว การแสวงประโยชน์จากทรัพยากรทางทะเล การวางสายเคเบิลหรือท่อใต้ทะเล การอนุรักษ์ การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทางทะเลบริเวณชายฝั่ง การสำรวจและวิจัยวิทยาศาสตร์ทางทะเล รวมถึงการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยทางทะเล

เริ่มแล้ววันนี้!! กทม. ขยายเวลาเปิด-ปิด 3 สวนสาธารณะ ตอบสนองความต้องการของคนกรุง

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า กทม. ได้เปลี่ยนแปลงเวลาเปิด-ปิด 'สวนสาธารณะ' จำนวน 3 แห่ง ให้เปิดบริการทุกวันตั้งแต่เวลา 04.30 - 22.00 น. ซึ่งขยายเวลาจากเดิมที่เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 05.00 - 21.00 น. โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. 65 เป็นวันแรก เพื่อให้ประชาชนกรุงเทพมหานครได้มาใช้สวนสาธารณะกันมากขึ้น จำนวน 3 สวน ได้แก่ สวนลุมพินี สวนจตุจักร และอุทยานเบญจสิริ ซึ่งเป็นการทดลองเปิดเพียง 3 สวนก่อน

ทั้งนี้เนื่องจากเป็นสวนที่มีคนใช้บริการเป็นจำนวนมาก สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้ตรงจุด โดยในวันนี้ จากการลงพื้นที่อุทยานเบญจสิริพบว่ามีความพร้อมในส่วนของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ไฟฟ้าส่องสว่าง และห้องน้ำที่จะเปิดให้ประชาชนได้ใช้บริการตามที่ได้ขยายเวลา

สำนักงานตำรวจแห่งชาติเรียนชี้แจงกรณีเกิดเหตุเผายางและพ่นสีหลายจุด ในพื้นที่จังหวัดยะลา

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ขอเรียนชี้แจงถึงกรณี เกิดเหตุเผายางและพ่นสี หลายจุดในพื้นที่จังหวัดยะลา ดังนี้
 
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2565 โดยเริ่มตั้งแต่ช่วงเวลา 04.30 น. สภ.รามัน ได้รับแจ้งเหตุเผายางรถยนต์ 3 จุด ได้แก่บนถนนหมายเลข 4066 2 จุด และบนถนนหมายเลข 4067 1 จุด โดยในจุดแรงบนถนนหมายเลย 4066 ก็ได้ตรงจพบวัตถุต้องสงสัย แต่จากการตรวจสอบพบว่าไม่ใช่วัตถุระเบิดจริง ต่อมาเวลาประมาณ 05.00 น. สภ.กรงปินัง ได้รับแจ้งเหตุเผายางรถยนต์ บนนถนนสาย 401 อ.กรงปินัง จ.ยะลา จำนวน 2 จุด จากนั้นเวลา 07.45 น. สภ.ลำใหม่ ได้รับแจ้งเหตุพ่นสีก่อกวน 2 จุด บริเวณถนนหมายเลข 409  อ.เมือง จ.ยะลา และบริเวณ ถ.สายทางลัดลำใหม่ อ.เมือง จ.ยะลา โดยบริเวณจุดเกิดเหตุได้พบร่องรอยการเผายางรถยนต์ และมีวัตถุต้องสงสัยลักษณะคล้ายวัตถุระเบิด แต่จากการตรวจสอบก็พบว่าไม่ใช่วัตถุระเบิดจริง และเมื่อเวลา 19.00 น. สภ.บันนังสตา ได้รับแจ้งเหตุว่าคนร้ายลอบทำลายกล้องวงจรปิด จำนวน 2 ตัว และมีการพ่นสีก่อกวนที่บริเวณหน้าบ้านหลังหนึ่งใน ต.บาเจาะ อ.บันนังสตา จ.ยะลา ซึ่งจากเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต

โดยรายละเอียดของเหตุการณ์ทั้งหมด พนักงานสอบสวนในพื้นที่รับผิดชอบได้ทำการตรวจสถานที่เกิดเหตุร่วมกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ  พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี(ฝ่ายความมั่นคง) ได้มีนโยบายในการรักษาความสงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยอาศัยความร่วมมือระหว่างเจ้าหน้าที่ภาครัฐและประชาชน ในการสอดส่องดูแลพื้นที่ชุมชนและสร้างเกราะป้องกันให้กับชุมชน รวมถึงหาข้อมูลในเชิงรุกเพื่อเป็นการป้องกันเหตุไปพร้อมกัน หากเกิดสถานการณ์ขึ้นก็ให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อติดตามตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดี และเพื่อรักษาความสงบในพื้นที่ต่อไป

'พงศ์พรหม' แฉ!! วิถีลวงโลกแห่งโซเชียลมีเดีย สร้างสังคม 'เกินตัว - อ่อนแอ - เปราะบาง

นายพงศ์พรหม ยามะรัต รองโฆษกพรรคสร้างอนาคตไทย ได้โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊ก ระบุว่า...

"... มีคนรู้จักมาปรึกษาปัญหาที่บ้านมากขึ้นเรื่อย ๆ

เช่น บ้านนึงมีถึงรถเบนซ์ใช้ สภาพใหม่เอี่ยม แม้แต่ไมล์ยังแค่ 3-4 หมื่น กม. 

แต่ภรรยาให้ขาย ไปซื้อรถใหม่ เพียงแค่เพราะมัน “ตกรุ่นแล้ว”

ขายรถเบนซ์ใหม่ที่ตกรุ่น ไปซื้อรถใหม่ ก็ต้องโปะเงินอีก 2 ล้านบาท ในสภาพเศรษฐกิจแสนฝืดเคือง

ผมถามว่าทำไปทำไม?

คำตอบคือการมีหน้ามีตาในสังคม ซึ่งผมเดาแต่แรกว่าคงเป็นคำตอบนี้

เหมือนอีกรายที่ขายที่ดินเล็ก ๆ ได้ 5 ล้านบาท แล้วเอาเงินไปซื้อรถ 4.7 ล้านบาท แต่ในบ้านทะเลาะกันเละ เพราะสมาชิกคนอื่นอยากให้เอาเงินไปเก็บ เตรียมสภาพคล่องไว้เผื่อวิกฤติเศรษฐกิจมากกว่า

และอีกราย ที่เอาเงินเก็บอันน้อยนิด ไปซื้อ Porsche, Hermès แต่พอเจอวิกฤติเศรษฐกิจแล้วขาดสภาพคล่อง

ตอนนี้ต้องปิดบริษัทไปแล้ว

นี่ยังไม่พูดถึงคนที่ผมเคยโพสต์ว่าฝากผมขาย Porsche Cayenne เพียงเพราะขาดสภาพคล่องกับเงินแค่ 3 ล้านบาท

‘บิ๊กตู่’ สั่งคมนาคม เร่งสอบ 2 อุบัติเหตุ คานสะพานกลับรถหล่น – นกแอร์ไถลตกรันเวย์

‘บิ๊กตู่’ สั่งคมนาคม สอบเหตุคานสะพานกลับรถหล่นทับรถยนต์-นกแอร์ไถลออกนอกรันเวย์

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รับทราบกรณีอุบัติเหตุคานสะพานลอยกลับรถ กม. 34 ทางหลวงหมายเลข 35 (ถนนพระราม 2) ใกล้กับโรงพยาบาลวิภาราม อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร หล่นทับรถยนต์จนทำให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ โดยกำชับกระทรวงคมนาคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบรายละเอียดข้อเท็จจริง วิเคราะห์หาสาเหตุเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และย้ำให้ใช้มาตรการความปลอดภัยระหว่างการก่อสร้างอย่างสูงสุด 

พร้อมทั้งให้มีการตรวจสอบความปลอดภัยทุกพื้นที่ของโครงการปรับปรุงสะพาน หรือในบริเวณพื้นที่ที่มีการก่อสร้างเส้นทางคมนาคมต่าง ๆ ทั่วประเทศ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุและเหตุการณ์ดังกล่าว ที่ส่งผลกระทบด้านความปลอดภัยต่อประชาชนผู้ใช้ทางและถนนนำมาซึ่งความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนขึ้นอีก ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ พร้อมสั่งการให้มีการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบเหตุตามระเบียบกฎหมายที่มีอยู่

ลบทิ้งด่วน!! 13 แอป อันตราย!! ร้ายสุดถึงขั้น ดูดเงินหมดบัญชี

เพจเฟซบุ๊ค Anti-Fake News Center Thailand หรือ ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย ภายใต้สังกัด กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งเป็นเพจคอยตรวจสอบ เตือน "อันตราย" จากข่าวปลอมต่าง ๆ และแจ้งข้อเท็จจริงแก่ประชาชน ว่าข่าวหรือกระแสใดในโซเชียลเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องเท็จ

โดยเพจได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กมีเนื้อหาระบุว่า มีรายงานจาก Kaspersky บริษัทรักษาความปลอดภัยด้านไอทีว่า พบแอปพลิเคชัน Joker หรือ แอปฯ ที่มีโฮสต์มัลแวร์ "อันตราย" ที่สามารถ ขโมยเงินสดของผู้ใช้ อ่านข้อความ และสอดแนมการทำงานต่าง ๆ ภายในเครื่องได้ โดยมีทั้งสิ้น 13 แอปฯ และแนะนำให้ผู้ใช้ลบทิ้งทันที มีแอปฯอะไรบ้างไปเช็กกันเลย...

หนุ่มจีน โอดครวญหางานทำไม่ได้ เหตุหน้าเหมือนเด็ก 10 ขวบ ทั้งที่อายุ 27 ปี

กลายเป็นคลิปไวรัลในสื่อโซเชียลจีน เมื่อชายวัย 27 ปีคนหนึ่งโอดครวญว่าหางานทำไม่ได้ เพราะหน้าตาที่ดูเหมือนเด็ก 10 ขวบ ทำให้พวกนายจ้างไม่กล้ารับเข้าทำงาน

เรื่องราวของ เหมา เซิง (Mao Sheng) กลายเป็นที่สนใจเมื่อช่วงสัปดาห์ที่แล้ว หลัง Dongguan Fan Ge พนักงานฝ่ายบุคคลของบริษัทแห่งหนึ่งบังเอิญไปเจอ เหมา กำลังเดินหางานทำบนถนนในเมืองตงกว่าน มณฑลกวางตุ้ง และได้ถ่ายคลิปสั้น ๆ เอามาแชร์บนแพลตฟอร์มโต่วอิน (douyin)

เหมา โชว์บัตรประชาชนว่าเขาเกิดในปี 1995 และเล่าว่าตนเองพยายามหางานทำเพื่อนำเงินมาดูแลพ่อที่ป่วยด้วยโรคหลอดเลือดสมอง (stroke) แต่หน้าตาที่ดูเด็กเกินไปกลับกลายเป็นอุปสรรค เนื่องจากนายจ้างส่วนใหญ่ไม่เชื่อว่าเขาอายุ 27 ปีแล้ว และเกรงว่าถ้ายอมรับเข้าทำงานก็อาจจะโดนตำรวจจับข้อหาใช้แรงงานเด็ก

หลังจากที่คลิปนี้แพร่ออกไปก็มีชาวเน็ตจีนเข้ามาให้กำลังใจหนุ่มกตัญญูรายนี้อย่างล้นหลาม แถมยังมีบริษัทหลายแห่งที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ

‘บิ๊กน้อย’ เปิดใจนำทัพพรรครวมแผ่นดิน ยัน!! ไม่ใช่พรรคอะไหล่-แตกแบงก์พัน

(1 ส.ค. 65) ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ พลเอกวิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา อดีตหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย ให้สัมภาษณ์เปิดใจก่อนเข้าร่วมประชุมวิสามัญพรรคพลังชาติไทย ครั้งที่1/2565 ก่อนที่จะมีการเปลี่ยนชื่อพรรคเป็นพรรครวมแผ่นดิน ว่า…

“เหตุผลจริง ๆ แล้ว ตนทำการเมืองได้มาระยะหนึ่ง และไปเจอกับสิ่งที่เราได้เห็น และยังมีสิ่งที่เราไม่ได้ทำ ซึ่งคิดว่า หากปล่อยทิ้งไปก็จะไม่ดี อีกทั้งยังมีคนที่เราพาเข้ามาในการเมือง และตอนนี้เขาไม่มีที่พึ่ง ตนจึงต้องกลับมา หาบ้านให้เขาอยู่ให้เรียบร้อยนี่คือเหตุผล ส่วนคนที่จะมาร่วมงานด้วยนั้น ส่วนใหญ่เป็นสมาชิกพรรคเดิมที่ตามมาด้วย ซึ่งก็มีหลายคนที่เขาอยากเล่นการเมือง จึงมาอยู่ร่วมกันในพรรคนี้ และต้องการหาพรรคการเมืองใหม่ที่ให้ตนเป็นผู้นำ จึงขอกลับมาอีกครั้ง เพราะเราไม่ได้ทำอะไรในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง”

เมื่อถามว่า จะมีกลุ่ม ส.ส.พรรคเศรษฐกิจไทยและกลุ่มพรรคเล็ก โดยเฉพาะกลุ่ม 16 เข้ามาร่วมงานด้วยหรือไม่ พลเอกวิชญ์ กล่าวว่า ตนไม่เคยคุยกับใครทั้งสิ้น แต่ในส่วนของพรรคพลังชาติไทย มี ส.ส.คนเดียว คือ นางบุญญาพร นาตะธนภัทร ก็ได้คุยกันอยู่แค่นั้น ยังไม่เคยคุยกับคนอื่น พร้อมยืนยันว่าไม่มีการดีล กับพรรคเล็กตามกระแสข่าวที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ส่วนที่สื่อนำข้อมูลเหล่านั้นไปลง ก็ไม่ทราบว่ามาจากใคร แต่ยืนยันว่า ไม่เคยคุยกับใครแน่นอน 

เมื่อถามว่าพรรครวมแผ่นดินจะเป็นพรรคอะไหล่ พรรคแตกแบงค์พันหรือไม่ พลเอกวิชญ์ กล่าวว่า “ไม่จริง เพราะตนมาทำทุกอย่างก็เพื่อสมาชิกพรรคเดิม ที่มีอุดมการณ์เดียวกัน และสุดท้ายเขาไม่มีที่ไป และเมื่อไม่มีที่ไปก็ต้องหาบ้านให้เขาอยู่ และไหน ๆ มาแล้วก็จะต้องทำเพื่อบ้านเมืองและประชาชนต่อ”

เมื่อถามว่าได้พูดคุยกับพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ก่อนมาตั้งพรรคหรือไม่ พลเอกวิชญ์ กล่าวว่า “พลเอกประวิตร ไม่เกี่ยว ที่ตนทำตรงนี้ ทำเพื่อสมาชิกพรรคเก่า ที่เขาเดินตามตนมา เมื่อถึงเวลาจะทิ้งเขาไม่ได้ มันดูไม่ดีจึงต้องกลับมาดูแลเขาต่อ

“ส่วนเรื่องสูตรคำนวณ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พลเอกวิชญ์ ยืนยันว่า ไม่มีปัญหา ต้องทำในส่วนของเรา ให้ดีที่สุด ส่วนสูตรจะเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับสภา จะพิจารณา เราไม่มีสิทธิ์ไปก้าวล่วง”

เมื่อถามว่า การเลือกตั้งครั้งหน้าจะเป็นโจทย์ยาก เพราะพรรคยังไม่มีบิ๊กเนม พลเอกวิชญ์ กล่าวว่า “การเมืองเป็นเรื่องยากมาก สำหรับคนใหม่อย่างเรา แต่ตอนนี้ก็เริ่มชินแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือการทำงานให้ประชาชน เราควรต้องทำให้มากที่สุด และช่วงเวลานี้ประชาชนกำลังเดือดร้อนหลายเรื่อง ดังนั้น หากเราไม่ช่วยกัน ก็อยู่ที่ประชาชนว่าจะเห็นชอบกับเราหรือไม่”

‘วิษณุ’ เผย ‘บิ๊กตู่’ ไม่เคยถาม ปมบัตรเลือกตั้ง ย้ำชัด ไม่ควรกลับไปใช้บัตรใบเดียว เหตุต้องแก้รธน.อีกรอบ

‘วิษณุ’ เผย ‘บิ๊กตู่’ ไม่เคยถาม ปมบัตรเลือกตั้ง ชี้ หวนใช้บัตรใบเดียวไม่ควรเกิด แจง แก้กฎหมายลูกต้องให้ทัน 15 ส.ค. นี้ ลั่น หากไม่ทัน ถือเป็นความบกพร่องสภาฯ ต้องขุดร่างกกต.มาใช้ทุกมาตรา 

เมื่อเวลา 10.35 น.วันที่ 1ส.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงข้อถกเถียงเรื่องของการใช้บัตรเลือกตั้งหนึ่งใบ กับสองใบ ในอนาคตจะสามารถกลับไปใช้หนึ่งใบ ได้หรือไม่ ว่า ไม่เคยได้ยิน แต่เห็นจากข่าวและไม่รู้ว่าจะกลับไปใช้บัตรใบเดียวได้อย่างไร เพราะเดิมมีการใช้บัตรใบเดียว ต่อมาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไปใช้บัตรเลือกตั้งสองใบ ดังนั้นหากจะกลับไปใช้บัตรใบเดียวอีก ก็ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญอีกครั้ง และไม่รู้ว่าจะทำอย่างนั้นทำไม 

ผู้สื่อข่าวถามว่าในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เคยพูดถึงเรื่องนี้หรือไม่นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่เคยพูดถึง ไม่เคยมีการถามทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ และไม่เคยมีใครมาคุยกับตนเรื่องนี้เช่นกัน 

เมื่อถามว่าแสดงว่าแนวทางที่จะกลับไปใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียวไม่ควรเกิดขึ้นใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า  ใช่ 

ผู้สื่อข่าวถามว่าขณะนี้ยังมีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการใช้สูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ จะใช้หาร 500 หรือ 100 นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ทราบ แต่เห็นเถียงกันนานหลายเดือนแล้ว ว่าจะใช้สูตรหารด้วย 500 หรือ 100 

เมื่อถามว่าหากดึงเวลาให้ผ่านวันที่ 15 ส.ค.นี้ จะต้องกลับไปใช้ร่างของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า เมื่อถึงวันที่ 15 ส.ค. แล้วการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบและธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส ยังไม่เสร็จ ก็จะถือว่าทำเสร็จไม่ทันตามกรอบเวลา 180 วัน ต้องกลับไปใช้ร่างเดิมที่กกต.เสนอมาทุกมาตรา 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top