Tuesday, 30 June 2026
Hard News Team

'ณัฐชา' แง้ม!! เตรียมส.ส. สู้ศึกเลือกตั้ง ชี้!! ฝ่ายประชาธิปไตยต้องร่วมมือกันพลิกขั้วอำนาจ

ณัฐชา ​บุญไชยอินสวัสดิ์​ ส.ส.เขตบางขุนเทียน​ พรรคก้าวไกล กล่าวถึงแคมเปญ​ก้าวไกล​ Next ว่านี่คือการปรับทัพครั้งใหญ่ของพรรคก้าวไกล เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเลือกตั้ง​ ตนในฐานะส.ส.เขต​ตอนนี้ได้มีการวางแผนเพื่อเตรียมความพร้อมว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขตทั่วประเทศ ให้พร้อมสำหรับการทำงานในพื้นที่​ โดยเป้าหมายใหญ่ของพรรคก้าวไกล​อย่างที่เลขาธิการพรรคได้กล่าวไปแล้วว่า​ พรรคก้าวไกลตั้งเป้าเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล​เพราะนี่คือ​ทางรอดเดียวของประเทศไทย​ตลอด 8 ปีที่ประเทศไทยอยู่ใต้ระบอบประยุทธ์ จันทร์โอชา​ พี่น้องประชาชนรับภาระทุกด้าน 

ดังนั้น ทางรอดทางเดียวสำหรับประเทศไทยในอนาคตตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไปก่อนที่จะเกินเยียวยา คือฝ่ายประชาธิปไตยเข้าไปพลิกขั้วระบอบประยุทธ์ให้ได้

'อีสานโพล' เผย!! ชาวอีสานชื่นชอบ 'ชัชชาติ' ยกให้เป็น 'นักการเมืองแห่งปี'

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ (8 ส.ค. 65) รศ.ดร.สุทิน เวียนวิวัฒน์ หัวหน้าโครงการสำรวจอีสานโพล ศูนย์วิจัยธุรกิจและเศรษฐกิจอีสาน คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแกน หรือ มข. ได้เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง 'เก็บคะแนนครึ่งปีแรกรางวัลแห่งปีของคนอีสาน ปี 2565' ซึ่งอีสานโพลได้ทำการสำรวจความคิดเห็นของคนอีสานเกี่ยวกับบุคคล องค์กร และผลงานที่มีความโดดเด่นที่สุดแห่งปี ในสาขาต่างๆ 12 รางวัล โดยทำการสำรวจระหว่างวันที่ (28 ก.ค. - 2 ส.ค. 65) จากกลุ่มตัวอย่างอายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 1,109 ราย ในเขตพื้นที่ภาคอีสาน 20 จังหวัด

รศ.ดร.สุทิน เวียนวิวัฒน์ หัวหน้าโครงการสำรวจอีสานโพล กล่าวว่า การสำรวจนี้ จะให้ชาวอีสานเสนอชื่อ บุคคลหรือองค์กรหรือผลงานที่สมควรได้รับรางวัลแห่งปีในสาขาต่าง ๆ 12 รางวัลแบบปลายเปิดไม่มีตัวเลือกให้ และจะมีการเก็บข้อมูลอีกครั้งช่วงปลายปีเพื่อสรุปคะแนนภาพรวมทั้งปี ซึ่งจากการประมวลผล พบว่า คะแนนสูงสุด 3 อันดับแรก แต่ละรางวัล ประกอบด้วย 

รางวัลนักการเมืองแห่งปี อันดับที่ 1 คือ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ คะแนนร้อยละ 20.2 รองลงมาคือ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย คะแนนร้อยละ 16.2 และนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล คะแนนร้อยละ 12.6 

รางวัลบริษัทฯ/หน่วยงาน/รัฐวิสาหกิจเพื่อสังคมแห่งปี อันดับที่ 1 คือเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ ซีพี คะแนนร้อยละ 10.8 รองลงมาคือ ปตท. คะแนนร้อยละ 10.6 และมูลนิธิกระจกเงา คะแนนร้อยละ 5.9

รางวัลนักเคลื่อนไหวเพื่อสังคมแห่งปี อันดับที่ 1 คือคุณบุ๋ม ปนัดดา วงษ์ผู้ดี คะแนนร้อยละ 7.4 รองลงมาคือ พิมรี่พาย คะแนนร้อยละ 5.1 และเพนกวิน พริษฐ์ ชีวารักษ์ คะแนนร้อยละ 4.8 

รางวัลสถานีโทรทัศน์แห่งปี ครึ่งปีแรก อับดับที่ 1 คือช่อง 3HD คะแนนร้อยละ 23.5 รองลงมาคือ ช่อง 7HD คะแนนร้อยละ 17.6 และช่อง ONE 31 คะแนนร้อยละ 13.1 

รางวัลหนังสือพิมพ์/เว็บไซต์ข่าวแห่งปี อันดับที่ 1 เป็นของไทยรัฐ คะแนนร้อยละ 19.5 รองลงมาคือ เดลินิวส์ คะแนนร้อยละ 11.8 และมติชน คะแนนร้อยละ 8.6 

รางวัลพระเอกแห่งปี อันดับ 1 เป็นของณเดชน์ คูกิมิยะ คะแนนร้อยละ 11.3 รองลงมาคือ โป๊บ ธนวรรธน์ คะแนนร้อยละ 8.4 

รางวัลนางเอกแห่งปี อันดับ 1 เป็นของเบลล่า ราณี คะแนนร้อยละ 15.9 รองลงมา คือญาญ่า อุรัสยา คะแนนร้อยละ 8.9 และใบเฟิร์น พิมพ์ชนก คะแนนร้อยละ 9.3

'โฆษกพท.' ยัน!! พรรคพร้อมแก้วิกฤติให้บ้านเมือง หลัง 'รัฐบาลประยุทธ์' ทำเละเป็นซากมา 8 ปีแล้ว

นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส.กทม. และโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กิจกรรม ‘ครอบครัวเพื่อไทย ระดมพลชาวเจียงฮาย เพื่อไทยมาเหนือสุด’ ที่ จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2565 พี่น้องประชาชนชาวเชียงรายและทั่วประเทศต่างเรียกร้องให้เพื่อไทยกลับมาแก้วิกฤตบ้านเมือง ด้วยความเชี่ยวชาญของพรรคเพื่อไทยที่มีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์ เราคิดได้และทำเป็น ซึ่งพรรคเพื่อไทยยืนยันว่า ‘พร้อมแล้ว’ ที่จะใช้เวลา 6 เดือนแรกหลังเป็นรัฐบาล รื้อถอนซากปรักหักพังของประเทศจากฝีมือการบริหารของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ได้สร้างเอาไว้ให้คนไทยจมทุกข์มาตลอดระยะเวลา 8 ปี

ส่วนกรณีที่นายธนกร หวังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มีความพยายามพูดย้ำ ซ้ำเรื่องเดิมว่าเพื่อไทยต้องการแลนด์สไลด์ เพื่อนำบุคคลสำคัญกลับมานั้น คงเป็นคำพูดที่ไม่มีราคามากนัก เพราะหากต้องการเพียงเท่านั้น พรรคเพื่อไทยคงไม่ต้องมีการวางแนวนโยบายแก้ปัญหาความยากจนให้กับประชาชน ไม่ละทิ้งคนรากหญ้า กระจายอำนาจมายังประชาชน ดึงศักยภาพคนไทยด้วยการใช้ Soft Power ใช้เทคโนโลยี AI เพื่อการเกษตร เพื่อให้เกิดการวิเคราะห์แม่นยำและผลผลิตสูง ปรับเปลี่ยนภาครัฐและภาคเอกชนด้วยระบบ Digital Transformation ครั้งใหญ่ และเตรียมคนไทยเข้าสู่โลกดิจิทัลอย่างแท้จริง ทั้งหมดเป็นแนวนโยบายเพียงบางส่วนเท่านั้นที่พรรคเพื่อไทยตั้งใจทำเพื่อแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการบริหารที่ผิดพลาดของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ 

‘บิ๊กป้อม’ ลงใต้แก้ปัญหาน้ำท่วม – ภัยแล้ง สั่งเร่งระบายน้ำตรัง รับมือก่อนเข้าฤดูฝน

‘บิ๊กป้อม’ ล่องใต้ ลุย ตรัง-พัทลุง ติดตามการแก้ปัญหาน้ำท่วม-ภัยแล้ง ก่อนเข้าช่วงมรสุม หวังสร้างความอยู่ดี กินดี ของประชาชนในพื้นที่

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะลงพื้นที่ จ.ตรัง และพัทลุง ติดตามสถานการณ์น้ำ และความพร้อมรับมือฤดูฝนภาคใต้ รวมถึงปัญหาพื้นที่ภัยแล้ง 

โดยรับฟังสรุปภาพรวม สถานการณ์น้ำภาคใต้ในจ.ตรัง มีลำน้ำย่อย 5 สาย มีปัญหาพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก 4 จุดสำคัญ คือ พื้นที่วัดท่าจีน อ.เมือง พื้นที่ตลาดนาโยง อ.นาโยง พื้นที่อนุสาวรีย์ฯ อ.เมือง และ พื้นที่ตลาดย่านตาขาว อ.ย่านตาขาว จากปัญหาแม่น้ำตรัง รับปริมาณน้ำสูงจากฝนตกในพื้นที่ รวมทั้งจากเทือกเขาบรรทัด และ อ.ทุ่งสง โดยอยู่ระหว่างดำเนินโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในแม่น้ำตรัง 

พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า แสดงความขอบคุณ และเป็นกำลังใจกับเจ้าหน้าที่ทุกคนในการทำงาน พร้อมทั้งย้ำว่า แม่น้ำตรัง มีความสำคัญกับการระบายน้ำและการเกษตรในพื้นที่ภาคใต้ จึงต้องให้ความสำคัญในการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ ไม่ให้เกิดภาวะน้ำท่วมและน้ำแล้ง โดยเฉพาะพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก เน้นการป้องกันเชิงรุก พร้อมทั้งสั่งการให้กรมชลประทาน เร่งรัดก่อสร้างโครงการระบายน้ำแม่น้ำตรังให้แล้วเสร็จภายใน ก.ย.65 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในฤดูฝนที่จะมาถึง และให้เร่งเตรียมความพร้อมโครงการประตูระบายน้ำแม่น้ำตรัง รวมถึงช่องลัด และคันกั้นน้ำ เพื่อให้สามารถสร้างได้ในปี 67 โดยให้ สทนช.ยกระดับเป็นโครงการสำคัญ เพื่อให้สามารถบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่ครอบคลุม 7 ตำบลใน 4 อำเภอ 

ตร. เตือน เล่นเฟซบุ๊กเจอโพสต์ชิงโชค พอได้รางวัลให้แอดไลน์คุยหลังไมค์ สุดท้ายเสียทรัพย์

วันที่ 8 ส.ค. 2565 พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ตามที่ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้มีนโยบายให้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แจ้งเตือนและประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนรู้เท่าทันถึงอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการสืบสวนจับกุมผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอดนั้น

ปัจจุบัน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบว่านอกจากการฉ้อโกงผ่านทาง SMS หรือการสุ่มโทรผ่านหมายเลขโทรศัพท์มือถือแล้ว ยังพบว่ากลุ่มคนร้ายได้ใช้วิธีการโพสต์ในสื่อสังคมออนไลน์ (เฟซบุ๊ก) อ้างว่าให้มาร่วมสนุกด้วยการตอบคำถามชิงรางวัล จากนั้นเมื่อเหยื่อหลงเชื่อร่วมกิจกรรมและตอบคำถามถูกต้อง คนร้ายจะส่งข้อความมาคุยหลังไมค์กับเหยื่อหรือให้เหยื่อแอดไลน์มาคุยกับคนร้าย จากนั้นคนร้ายก็จะใช้วิธีการต่าง ๆ ในการหลอกล่อให้เหยื่อส่งมอบเงิน หรือข้อมูลส่วนบุคคลต่าง ๆ ให้กับคนร้าย โดยวิธีการต่อไปนี้
1. อ้างว่าเหยื่อต้องโอนเงินจ่ายภาษีหรือค่าธรรมเนียมในการรับของรางวัลก่อน เพราะเป็นขั้นตอนตามกฎหมาย หรือขั้นตอนของบริษัทฯ จึงจะสามารถส่งของรางวัลให้กับเหยื่อได้ เมื่อเหยื่อโอนเงินแล้วจะบล็อก ไม่สามารถติดต่อคนร้ายได้
2. อ้างว่าเหยื่อต้องส่งข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ข้อมูลบัตรประชาชน วันเดือนปีเกิด เลขหลังบัตรประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ และข้อมูลบัญชีธนาคาร ให้กับคนร้าย เพื่อดำเนินการตรวจสอบก่อนมอบรางวัล ซึ่งอาจเกิดความเสียหายกับเจ้าของข้อมูลได้

สื่อมะกัน แฉ อาวุธที่ตะวันตกมอบให้ยูเครน พบถึงแนวหน้าแค่ 30% ที่เหลือลือถูกขายต่อตลาดมืด

แม้สหรัฐ อเมริกา และพันธมิตรให้สัญญามอบแรงสนับสนุนด้านการทหารแก่ยูเครนแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน แต่รายงานข่าวของสำนักข่าวซีบีเอสนิวส์เมื่อเร็ว ๆ นี้ บ่งชี้ว่าในบรรดาอาวุธที่ตะวันตกจัดหาให้นั้น มีเพียงแค่ราว ๆ 30% ที่ถูกส่งถึงมือแนวหน้า ท่ามกลางข่าวลือเกี่ยวกับการถูกทิ้งไว้โดยเปล่าประโยชน์ คอร์รัปชันและนำไปขายต่อทำกำไรในตลาดมืด

สหรัฐฯ อนุมัติความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจและทางทหารแก่ยูเครนไปแล้วมากกว่า 54,000 ล้านดอลลาร์นับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ส่วนสหราชอาณาจักรสัญญามอบความช่วยเหลือด้านการทหารเกือบ ๆ 3,000 ล้านดอลลาร์ และอียูส่งมอบอาวุธแก่ยูเครนอีก 2,500 ล้านดอลลาร์ โดยอาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ ไล่ตั้งแต่ปืนไรเฟิล ระเบิด ขีปนาวุธต่อต้านรถถัง ไปจนถึงระบบจรวดหลายลำกล้อง ถูกลำเลียงออกจากคลังแสงของตะวันตกมุ่งหน้าสู่ยูเครน เกือบทั้งหมดผ่านทางโปแลนด์

อย่างไรก็ตาม มีน้อยครั้งมากที่การส่งมอบจะเป็นไปอย่างราบรื่น รายงานของซีบีเอสนิวส์เปิดเผยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว "ทั้งหมดถูกลำเลียงข้ามชายแดน และจากนั้นมีบางอย่างเกิดขึ้น มีแค่ราว ๆ 30% ไปที่ถึงจุดหมายปลายทาง" โจนาส โอห์มาน ผู้ก่อตั้งองค์กรจัดหาเสบียงแก่ทหารยูเครน ที่มีฐานบัญชาการในลิทัวเนีย กล่าวกับซีบีเอสนิวส์ พร้อมระบุว่าการนำพาอาวุธไปมอบเหล่าทหารนั้น พัวพันกับเครือข่ายอันซับซ้อนของบรรดาผู้ทรงอิทธิพล ผู้มีอำนาจและผู้มีบทบาททางการเมือง

"ไม่มีข้อมูลจริง ๆ ว่าอาวุธกำลังถูกส่งไปที่ไหน" โดนาเคลลา โรเวรา ที่ปรึกษาอาวุโสขององค์การนิรโทษกรรมสากลบอกกับซีบีเอสนิวส์ "มีความกังวลอย่างแท้จริงในบางประเทศ ว่าการส่งมอบอาวุธไม่เป็นไปอย่างที่คิด และพวกเขามีหน้าที่รับผิดชอบต้องกำหนดกลไกกำกับดูแลที่แข็งขันอย่างยิ่งขึ้นมา"

ยูเครน ยืนกรานว่าพวกเขาติดตามอาวุธแต่ละชิ้นและทุกชิ้นที่ข้ามเข้าสู่ชายแดนของพวกเขา โดย ยูริ ซัค ที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม บอกกับหนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทม์สเมื่อเดือนที่แล้ว ว่า รายงานข่าวต่าง ๆ ที่ขัดแย้งกัน "อาจเป็นส่วนหนึ่งของสงครามข้อมูลข่าวสารของรัสเซีย เพื่อทำให้พันธมิตรนานาชาติท้อใจ ไม่อยากมอบอาวุธแก่ยูเครน"

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่บางส่วนในตะวันตกยังคงส่งเสียงแสดงความกังวล โดยแหล่งข่าวด้านข่าวกรองของสหรัฐฯ เปิดเผยกับซีเอ็นเอ็นในเดือนเมษายน ว่า วอชิงตันแทบไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นกับอาวุธเหล่านั้น และให้คำจำกัดความการส่งมอบอาวุธว่าเป็น "การหย่อนลงสู่หลุมดำขนาดใหญ่" ครั้งที่อาวุธเหล่านี้ถูกส่งเข้าไปในยูเครน ส่วนแหล่งข่าวแคนาดาก็ระบุเช่นกันเมื่อเดือนที่แล้ว ว่า พวกเขาไม่รู้ว่าอาวุธที่ส่งมอบไปนั้น แท้จริงแล้วไปจบลงที่ไหน

สำนักงานตำรวจสหภาพยุโรป (ยูโรโพล) อ้างว่าอาวุธบางส่วนไปจบลงในมือขององค์การอาชญากรรมกลุ่มต่าง ๆ ในอียู ส่วนรัฐบาลรัสเซียเตือนว่าพวกมันกำลังไปโผล่ที่ตะวันออกกลาง ทั้งนี้จากการตรวจสอบของสำนักข่าวอาร์ทีนิวส์เมื่อเดือนมิถุนายน พบตลาดออนไลน์หลายแห่งที่มีการนำยุทโธปกรณ์ล้ำสมัยของตะวันตก อย่างเช่นจรวดเจฟลิน และระบบต่อต้านรถถัง NLAW รวมถึงโดรนสวิตช์เบลด ออกวางจำหน่ายในราคาดอลลาร์

ยูเครนติดอันดับชาติที่มีการคอร์รัปชันมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลกต่อเนื่องมาหลายปี มีคะแนน 122 เต็ม 180 ใน "ดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption Perceptions Index : CPI)" ประจำปี 2021 ขององค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ โดย 180 เป็นตัวแทนของการคอร์รัปชันมากที่สุดและ 0 เป็นตัวแทนของการคอร์รัปชันน้อยที่สุด

'หมอปลาย' แสดงความเสียใจต่อเหตุไฟไหม้ ชาวเน็ตแชร์!! เป็นไปตามคำทำนายก่อนออกบวช

พระภิกษุณี สุทัสสนา หรือหมอปลาย พรายกระซิบ ส่งคลิปแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ไฟไหม้มีผู้เสียชีวิต แสดงความเสียใจ และเตือนสติ จงอยู่ด้วยความไม่ประมาท ทำตามกฏระเบียบ

จากกรณี ที่หมอปลายพรายกระซิบ ได้เคยทำนายก่อนจะไปบวชเป็นพระภิกษุณีที่ประเทศศรีลังกา ว่า ครึ่งปีนี้จะเกิดไฟไหม้กลุ่มควันจำนวนมาก และมีการสูญเสีย และก็เป็นไปตามคำทำนายไว้ จนเป็นกระแสข่าวดังกล่าว

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ (7 ส.ค. 65) พระภิกษุณีสุทัสสนา หรือหมอปลายพรายกระซิบ ได้อัดคลิปส่งต่อมายังผู้สื่อข่าว โดยได้เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ไฟไหม้ ทางตนเพิ่งได้ทราบเรื่องจากโยมทางเมืองไทยส่งเหตุการณ์มาให้ดูว่า มีคลิปที่พระเคยทำนายเอาไว้ตั้งแต่สมัยเป็นโยม และเหตุการณ์นี้ได้มีการสูญเสียค่อนข้างเยอะ และประเทศของเราก็มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องไฟก็หลายครั้งอยู่พอสมควร อย่างไรก็ตาม ภิกษุณีก็ขอแสดงความเสียใจและขออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้กับบุคคลที่เสียชีวิต และบุคคลที่ได้รับบาดเจ็บที่โน้น ก็ขอให้ร่างกายหายเร็วๆ ฟื้นฟูเร็วๆ ไม่อยากให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก เป็นอุบัติเหตุที่ต่างฝ่ายต่างไม่รู้ อย่าไปโทษสิ่งที่มองไม่เห็นแล้วกัน

ศ.สุชาติ! ไม่เห็นด้วยที่มีผู้เสนอให้ขึ้นดอกเบี้ยเยอะ ๆ​ เพื่อสกัดเงินเฟ้อ​ เพราะไทยยังอยู่ในวัฏจักร​เศรษฐกิจ​ที่เพิ่งเริ่มฟื้นตัว

ศ​าสตราจารย์​ ดร.สุชาติ​ ​ธา​ดา​ธำ​รง​เวช​ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง​ กล่าวว่า

1. เราต้องแยกแยะ​เงินเฟ้อที่เกิดขึ้นว่า​ เป็นด้านพิมพ์เงินมาใช้มากเกินไป​แบบสหรัฐ​ฯ (Demand​ pull inflation) หรือด้านต้นทุนนำเข้า (Cost push inflation) ออกจากกัน ประเทศไทยเป็น​ Cost push inflation หากขึ้นดอกเบี้ย​ ก็จะลดเงินเฟ้อได้น้อยมาก​ ราคาน้ำมัน, ราคาปุ๋ยก็คงไม่ลดลง​ แต่จะทำเศรษฐกิจ​ที่เพิ่งเริ่มฟื้นตัว​กลับไปถดถอย​ ทำให้ประชาชนยากจนลงเพราะต้องจ่ายดอกเบี้ยมากขึ้น​ เศรษฐกิจ​ไทยจะแย่ลง​ คนตกงานและรายได้ประชาชนลดลง​

2. รัฐบาลต้องดูแลประชาชนให้มีงานทำ​ มีรายได้​​เพิ่มขึ้นเร็วกว่าเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น​ การแนะนำให้ขึ้นดอกเบี้ยมากๆ​ เพื่อ (ก) เพิ่มต้นทุนการกู้ยืมของประชาชน​ ลดการบริโภค​ ลดการลงทุน​ ลดรายได้ภาษี​รัฐบาล​ (ข)​ เพื่อทำค่าเงินบาทให้แข็ง​ขึ้น เพื่อลดความสามารถในการส่งออกและในการดึงดูดคนต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยว​ ทั้ง​ 2 ประการจะทำให้​เศรษฐกิจ​จริง (GDP)​ ลดลง​ ทำให้ประเทศไม่พัฒนา​ ประชาชนไม่มีงานทำ ไม่มีรายได้​ และยากจนลงมากขึ้น

'ทิพานัน' แจ้งนายจ้างเร่งยื่น Name List เผยนายกให้ความสำคัญ ลดปัญหาขาดแรงงาน

'ทิพานัน' เตือนนายจ้าง-สถานประกอบการเร่งยื่น Name List จ้างแรงงานต่างด้าว 4 สัญชาติ ภายใน (15 ส.ค.) เผยนายกฯ เห็นความสำคัญแรงงานต่างด้าวถูกกฎหมาย ลดปัญหาขาดแคลนแรงงาน คุ้มครองสิทธิ-สวัสดิการ ชี้เป็นกลไกฟื้นฟูเศรษฐกิจ-ประเทศชาติ

ทิพานัน ศิริชนะ ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากกรณีที่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ (5 กรกฎาคม 2565) ที่ผ่านมา มีมติเห็นชอบ เรื่อง การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม เพื่อรองรับการฟื้นฟูประเทศภายหลังการผ่อนคลายมาตรการป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จึงขอให้นายจ้างและสถานประกอบการ ดำเนินการยื่นรายชื่อแจ้งความต้องการจ้างแรงงาน 4 สัญชาติ ถึงวันที่ 15 สิงหาคม 2565 นี้ ซึ่งเหลือเวลาอีกเพียง 7 วันเท่านั้น เพื่อให้แรงงานต่างด้าวสามารถอยู่และทำงานต่อในไทยได้อีกจนถึงวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2566 

น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า โดยเมื่อนายจ้างยื่นบัญชีรายชื่อแจ้งความต้องการจ้างแรงงานต่างด้าว หรือ Name list ต่อกรมการจัดหางานผ่านระบบอนุญาตทำงานคนต่างด้าวทางอิเล็กทรอนิกส์เว็บไซต์ e-workpermit.doe.go.th แล้ว ต้องยื่นคำขออนุญาตทำงานแทนคนต่างด้าวภายใน 60 วัน หลังยื่น Name List และชำระค่าธรรมเนียมค่ายื่นคำขอฉบับละ 100 บาท และค่าธรรมเนียมใบอนุญาตทำงานฉบับละ 900 บาท ให้คนต่างด้าวใช้ใบรับคำขอดังกล่าวคู่กับใบเสร็จรับเงิน เพื่อเป็นหลักฐานแสดงว่าคนต่างด้าวได้รับการผ่อนผันให้ทำงานได้จนกว่าจะได้รับใบอนุญาตทำงานตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว ซึ่งหลังดำเนินการตามขั้นตอนเสร็จสิ้นจะทำงานและอยู่ได้ถึง 13 กุมภาพันธ์ 2566 หากต้องการทำงานต่อไปให้ยื่นขอต่อใบอนุญาตทำงานและดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนด ก่อนใบอนุญาตเดิมสิ้นอายุ โดยนายทะเบียนจะอนุญาตให้ทำงานคราวละ 1 ปี รวม 2 ครั้ง ถึงวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2568 เช่นเดียวกัน
.

'นิพิฏฐ์' แซะ!! 'เต้น' หวังเพื่อไทยแลนด์สไลด์ ระวังซ้ำรอย 'ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์' หนีออกนอกประเทศ

วันที่ 8 ส.ค. 65 นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย โพสต์เฟซบุ๊กสวนกลับกรณีที่ นายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย กล่าวพาดพิง ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ดร.อุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคสร้างอนาคตไทย ในการปราศรัยที่ภาคเหนือ โดยระบุว่า แลนด์สไลด์หรือครับ ระวังมิดจมหัวนะ ตนได้ฟัง นายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ ไปพูดที่ภาคเหนือ บอกให้เลือกพรรคเพื่อไทยแบบแลนด์สไลด์ ถ้าพูดแค่นั้น ตนก็ไม่ว่าไร แต่นายณัฐวุฒิกลับพาดพิงไปถึง ดร.สมคิด, ดร.อุตตม และคุณสนธิรัตน์ ว่า ตอนบุคคลทั้งสามอยู่พรรคพลังประชารัฐ ท่านเหล่านี้เคยพูดว่า จะทำให้คนจนหมดไป ซึ่งที่เขาพูดนั้น ความหมายก็คือ จะทำให้คนไทยพ้นจากเส้นความยากจน และหากได้ทำอย่างจริงจัง ก็สามารถทำได้ แต่บุคคลทั้งสามพูดได้ไม่นานก็ต้องลาออกจากรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ เขาลาออกทำไม ทำไมไม่อยู่ทำนโยบายแก้ปัญหาความยากจนให้ถึงเวลาเลือกตั้งเถอะ ตนจะพูดให้ฟัง 

นายนิพิฏฐ์ ระบุอีกว่า เวลานี้ ดูเหมือนณัฐวุฒิจะ 'คึก' เป็นพิเศษ นั่งดีดลูกคิดรางแก้ว เหมือนว่าก่อนเลือกตั้ง พูดอย่างนี้ ปากอย่างนี้ ถูกใจเจ้านาย กำลังจะถูกรางวัลที่ 1 ยังไงยังงั้น ส่วนเรื่องแลนด์สไลด์ หรือ? เป็นไปได้ ตนไม่ดูแคลนหรอก แต่ณัฐวุฒิ อย่าลืมว่า เวลาฝนตกแล้วแลนด์สไลด์ มันจะมีน้ำ มีดิน มีโคลน ไหลลงมา เขาจึงเรียกว่า 'แลนด์สไลด์' ในทางธรณีวิทยา มวลดินจะฝังกลบทุกสิ่งทุกอย่างบนเส้นทางที่มันแลนด์สไลด์ลงไป 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top