Tuesday, 30 June 2026
Hard News Team

‘นายกฯ’ ตั้งเป้า!! ไทยขึ้นเทียร์ 1 เดินหน้าแก้ปัญหาค้ามนุษย์ให้สิ้น

(10 ส.ค. 65) รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผย ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รับทราบรายงานผลการดำเนินงานป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ของประเทศไทย ประจำปี 2564 และชื่นชมทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องที่ร่วมกันแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ จนทำให้สถานะการค้ามนุษย์ (TIP) ประจำปี 2022 ของไทย ที่รายงานโดยกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ อยู่ในระดับ เทียร์ 2 ดีขึ้นกว่าสองปีที่ผ่านมา และเป็นกำลังใจให้ผู้ปฏิบัติงานทุกภาคส่วนสำเร็จเป้าหมาย เลื่อนสถานะสู่ เทียร์ 1 และขจัดการค้ามนุษย์ให้หมดไปในที่สุด

น.ส.รัชดา กล่าวว่า กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เสนอ (พม.) รายงาน ผลดำเนินงาน ว่า สามารถจับกุมและเริ่มการดำเนินคดีอาญา 188 คดี เพิ่มจากปี 2563 ร้อยละ 41.75 ในจำนวนนี้ เป็นคดีที่มาจากการสืบสวนสอบสวนช่องทางออนไลน์มากที่สุด จำนวน 107 คดี คิดเป็นร้อยละ 56.91 ของจำนวนคดีค้ามนุษย์ในชั้นสืบสวน และสามารถดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเพิ่มขึ้น 17 คน นอกจากนั้นยังช่วยเหลือและคุ้มครองผู้เสียหาย 414 คน เพิ่มขึ้นจากปี 2563 ร้อยละ 79.22 เช่น คุ้มครองช่วยเหลือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ และผู้เสียหายจากการบังคับใช้แรงงานหรือบริการที่เข้ารับการคุ้มครองในสถานคุ้มครอง 148 คน ลดระยะเวลาการคุ้มครองผู้เสียหายในสถานคุ้มครองจาก 158 วัน ในปี 2563 เป็น 143 วัน ในปี 2564 ทำให้ผู้เสียหายไม่ต้องอยู่ในสถานคุ้มครองนานเกินความจำเป็น และเตรียมความพร้อมให้กับผู้เสียหายเข้าสู่กระบวนการทางศาลอย่างเหมาะสม รวมทั้งสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการคุ้มครองพยาน เพิ่มขึ้นจากปี 2563 ถึงร้อยละ 153.02 และผู้เสียหายได้รับเงินเยียวยาชดเชยในฐานะผู้เสียหายและพยานในคดีอาญา เพิ่มขึ้นจากปี 2563 ร้อยละ 123.9 และดำเนินการพัฒนากฎหมายสำคัญที่เกี่ยวกับสิทธิคนต่างด้าวในการจัดตั้งสหภาพแรงงาน เพื่อยกระดับมาตรฐานด้านแรงงานสัมพันธ์ให้เหมาะสม

'บิ๊กตู่' อยู่ยาว 'สุพจน์' ออกโรงแจงย้ำบันทึกการประชุม กรธ.เป็นแค่ข้อหารือไม่ใช่มติทางการ บอกต้องดูหลายมาตรา ยกความเห็น 'ชูชาติ ศรีแสง' ที่ให้อยู่ยาวถึงปี 2570 เขียนชัดดี

10 ส.ค. 2565 นายสุพจน์ ไข่มุกด์ อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และอดีตรองประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญปี 2560 (กรธ.) ที่มีนายมีชัย ฤชุพันธ์ เป็นประธาน ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องปมปัญหาข้อกฎหมายเรื่องการตีความการนับวาระการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมว่า เรื่องดังกล่าวไม่อยากแสดงความเห็น เพราะควรเป็นเรื่องที่ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยดีที่สุด หากพูดไปก็จะต่อความยาวสาวความยืด เพราะตอนนี้ก็วางมือไม่ยุ่งเกี่ยวอะไรแล้ว

เมื่อถามถึงกรณีมีการเผยแพร่บันทึกการประชุมของ กรธ.ที่มีการแสดงความเห็นของนายสุพจน์ระบุตอนหนึ่งในช่วงการยกร่างรัฐธรรมนูญมาตรา 154 เรื่องการนับการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ที่บอกไว้ว่า การนับดังกล่าวให้นับรวมถึงการเป็นนายกรัฐมนตรี ก่อนการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันด้วย นายสุพจน์กล่าวทันทีว่า บันทึกการประชุมดังกล่าวเป็นเอกสารเปิดเผยไม่ใช่บันทึกลับอะไร มีการเก็บไว้ในสถานที่ต่าง ๆ เช่นห้องสมุดรัฐสภา ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ความเห็นดังกล่าวของตนก็เป็นแค่การพูดคุยปรึกษาหารือแบบไม่เป็นทางการของ กรธ.ตอนนั้น และในความเป็นจริงมีการพูดกันหลายคน แต่มีคนไปจับประเด็นที่บางกลุ่มต้องการ มีการไปดึงโค้ดคำพูดที่เขาต้องการให้มาประเด็นในตอนนี้เท่านั้นเอง ขอย้ำว่าบันทึกดังกล่าวไม่ใช่มติ เป็นการหารือทั่วไปของ กรธ. และไม่ได้คุยกันแค่สองคน ระหว่างตนเองกับประธาน กรธ. แต่คุยประเด็นนี้กันหลายคนในกรธ. 21 คน เป็นลักษณะการคุยกันทั่วไป แต่ที่มีการบันทึกไว้ในรายงานเป็นเอกสารดังกล่าว ก็เพราะตำแหน่งของตนเองเป็นรองประธาน กับประธานเท่านั้นเอง ซึ่งตอนที่คุย ก็มีความเห็นกันหลากหลายและตอนนี้ อะไรก็เปลี่ยนแปลงไปเยอะแล้ว อยากให้เรื่องนี้ศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดจะดีกว่า

ถามย้ำว่า ความเห็นดังกล่าวมีผลผูกพันจนนำมาเป็นเอกสารประกอบการพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญได้หรือไม่ นายสุพจน์ย้ำว่า ไม่ใช่มติ กรธ. เป็นแค่การหารือ เราต้องดูบริบทอื่น ๆ ด้วย ต้องดูหลายวรรค หลายตอนประกอบกัน ตอนที่ กรธ.คุยกันในมาตราอื่นด้วยที่เกี่ยวข้องกัน ไม่ใช่เอาข้อความเดียวแล้วยกมาพูดถึง แต่ต้องดูมาตราอื่นด้วย ต้องดูหลายอย่าง

"คุณต้องไปดูความเห็นที่ท่านชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกาที่ออกมาโพสต์เรื่องการตีความการนับการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีผู้เป็นนายกรัฐมนตรี ท่านให้ความเห็นดีมากเลย" นายสุพจน์ระบุ

เมื่อถามว่า ตอนนี้มีการเผยแพร่บันทึกการประชุมดังกล่าว โดยเฉพาะประเด็นที่นายสุพจน์ บอกว่า ให้นับระยะเวลาการเป็นนายกฯ ก่อนรัฐธรรมนูญปี 2560 ประกาศใช้ด้วย นายสุพจน์ตอบว่า ตนเองไม่ใช่ศาลรัฐธรรมนูญ และ กรธ.ก็มีถึง 21 คน และที่ปรึกษา กรธ.อีกจำนวนมาก ตรงนั้นแค่ความเห็นของตนเอง ไม่ใช่มติอย่างเป็นทางการของ กรธ. มติมันเป็นอีกเรื่องหนึ่ง อันนี้มันเป็นความเห็น คุยกันทั่วไป โดยตอนนั้นไม่ได้มีบริบทอื่นเลย

"ตอนนั้นมันเป็นการคุยกันเรื่องกรอบการยกร่างมาตรา 158 (บุคคลจะเป็นนายกรัฐมนตรีเกิน 8 ปีไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นติดต่อกันหรือไม่) ที่ตอนนั้นกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ยังไม่ได้ไปเขียนบทเฉพาะกาลในรัฐธรรมนูญเลย แล้วก็ยังไม่ได้มีการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ อีก ขอย้ำว่าที่กรรมการร่างรัฐธรรมนูญคุยกันตอนนั้นที่ปรากฏในเอกสาร มันแค่ขั้นตอนแรก ๆ ของการยกร่างรัฐธรรมนูญเท่านั้นเอง เราก็คุยกันทั่วไป เพราะหลังจากวันนั้น ก็ยังมีการยกร่างรัฐธรรมนูญอีกหลายมาตราหลายขั้นตอน แต่มีบางคนไปจับประเด็น เอาแค่ตรงนั้นที่ผมพูด เพื่อให้กลายเป็นประเด็นขึ้นมาในตอนนี้ ทั้งที่สิ่งที่คุยกัน ไม่ใช่มติของกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ การจะตีความเรื่องนี้ ขอบอกว่า จะต้องพิจารณารัฐธรรมนูญหลายมาตรา หลายวรรค หลายตอนในรัฐธรรมนูญมาประกอบกันด้วย ไม่ใช่มาดูกันแค่วรรคเดียวของบางมาตราในรัฐธรรมนูญแล้วนำมาพูดกัน แต่ต้องดูหลายมาตราประกอบ"นายสุพจน์ อดีตรองประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญระบุ

อนึ่ง เมื่อวันที่ 3 ส.ค. 2565 นายชูชาติ ศรีแสง โพสต์เฟซบุ๊กเกี่ยวกับการนับระยะเวลาการดำรงตำแหน่งนายกฯ ของ พล.อ.ประยุทธ์ ว่ารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับปัจจุบัน โดยมีการระบุตอนท้ายว่า การนับอายุการดำรงตำแหน่งนายกฯ ของ พล.อ.ประยุทธ์ให้นับหลังจากเข้ารับตำแหน่งนายกฯ รอบสอง หลังเลือกตั้งเมื่อเดือนมีนาคม ที่เข้าไปเป็นนายกฯ เมื่อ 9 มิถุนายน 2562 โดยมีข้อความ บางส่วนดังนี้

สหรัฐฯ ชื่นชม อิสราเอล ถล่มที่อยู่ชาวปาเลสไตน์ สังหารเด็ก 15 ผู้หญิง 4 ด้วยจรวดที่ทันสมัย

WorldUpdate เปิดเผยกรณีอิสราเอล สั่งกองทัพใช้เครื่องบินล้ำน่านฟ้าฉนวนกาซ่า แล้วยิงจรวดใส่อาคารที่อยู่อาศัยชาวปาเลสไตน์ที่อยู่กันอย่างหนาแน่นและยากจนราว 2 ล้านคน รวมทั้งระดมยิงขีปนาวุธภาคพื้นดินใส่ตามอาคารที่พักอาศัยของพลเรือนเหล่านั้น โดยอ้างดื้อ ๆ ว่าโจมตีสังหารผู้นำกองกำลังปาเลสไตน์ ที่ไม่ใช่พลเรือนอิสราเอล และไม่ใช่ดินแดนอิสราเอล แม้ว่าฝ่ายปาเลสไตน์ที่ด้อยกว่ามากจะยิงจรวดจริงปนจรวดปลอมป้องกันตนเองสวนไปใส่กรุงเทลอาวีฟราวเกือบ 1,000 ลูก แต่จรวดเหล่านั้นถูกสกัดด้วยระบบต่อต้านอากาศยาน Iron  drome ของอิสราเอลราว 70% หลุดรอดไป 30% ใส่กรุงเทลอาวีฟ และสนามบิน ในอิสราเอล แต่โดนส่วนไม่ค่อยสำคัญนัก

ล่าสุดมีชาวปาเลสไตน์เสียชีวิต 44 คน เป็นเด็กเล็ก 15 คน ผู้หญิง 4 คน ผู้บาดเจ็บสาหัส จำนวน 360 คนเด็กหลายคนถึงต้องตัดขาที่เละทิ้งทั้ง 2 ข้าง แม้อิสราเอล จะรับปากกับอียิปต์ว่าจะหยุดยิง แต่ภายหลังกำหนดก็ยังยิงขีปนาวุธมาลงตามตึกอาคารอีกเป็นระยะ 

>> ด้านประธานาธิบดีโจ ไบเดน แห่งสหรัฐฯ ได้แถลงชื่นชมรัฐบาลอิสราเอลที่ปกป้องประชาชนอิสราเอลจากชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา 3 วันของการโจมตีได้สังหารชาวปาเลสไตน์หลายสิบคนเสียชีวิตและบาดเจ็บ

"ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ อิสราเอลได้ปกป้องประชาชนของตนจากการโจมตีด้วยจรวดใส่กลุ่มปาเลสไตน์ สหรัฐฯ ภูมิใจที่ได้สนับสนุนระบบ Iron-Dome ของอิสราเอล ซึ่งสามารถสกัดกั้นจรวดหลายร้อยลูกและช่วยชีวิตผู้คนอิสราเอลนับไม่ถ้วน”

>> ส่วนรัฐบาลอังกฤษ และรัฐบาลยูเครน ก็แถลงชื่นชมอิสราเอล แนวทางเดียวกับสหรัฐฯ

ในข้อเท็จจริงแล้ว ชาวปาเลสไตน์บางส่วนเคยออกไปต่อสู้กับพวกกลุ่มก่อการร้าย ISIS ในซีเรีย อิรัก ที่สหรัฐฯ อิสราเอลหนุนหลัง ต่อมากลุ่มก่อการร้ายนี้พ่ายแพ้เหลือน้อยนิดจากการถล่มของรัสเซีย และสลายตัวไปหลบอยู่ตามค่ายทหารเถื่อนสหรัฐในตอนเหนือ ซีเรีย อิรัก

ชาวปาเลสไตน์ จึงไม่ใช่ทุกคนที่จะเป็นนักรบ แต่ทุกคนกลับถูกอิสราเอล สหรัฐฯ อังกฤษ เหมารวมคนหลายล้านคนว่าเป็นผู้ก่อการร้ายภัยคุกคาม เมื่ออยู่ในฉนวนกาซาพวกเขาก็เป็นชาวบ้านทำมาหากินธรรมดา แต่เมื่อใดที่ถูกอิสราเอล นำเครื่องบินมาทิ้งระเบิดใส่ก่อน และยิงขีปนาวุธใส่ พวกเขาก็ต้องยิงจรวดที่มีไม่มากนักตอบโต้ไปบ้าง จะให้ถูกยิงถล่มฝ่ายเดียวย่อมเป็นไปไม่ได้ แต่พวกเขากลับถูกเหมารวมว่าเป็นภัยต่อชาวยิวที่สุขสบาย มีอาวุธทันสมัยที่ไล่ล่าและสังหารเด็ก ๆ ที่ไม่สามารถจับอาวุธขึ้นมาต่อสู้ได้เลย

'ทิพานัน' โต้ 'เพื่อไทย' ปี 64/65 ไม่มีการประกาศภัยแล้ง ชี้!! 'บิ๊กป้อม' เดินหน้าแก้สำเร็จ พร้อมดันเป็นโมเดลระยะยาว

น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณี ที่ ส.ส.พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการ พล.อ.ประยุทธ์และพวกพ้องเข้ามายึดอำนาจบริหารประเทศ ทำให้ประชาชนยากจนลง รวยเฉพาะกลุ่มเจ้าสัวและกลุ่มที่ใกล้ชิดผู้มีอำนาจ นั้น เป็นการกล่าวหาแบบไร้หลักคิดที่น่าเชื่อถือ เพราะไม่ได้อยู่บนพื้นฐานข้อเท็จจริงที่ปรากฎ ซึ่งในภาวะวิกฤตโควิดและสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน พล.อ.ประยุทธ์ก็ยังขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ทำให้เกิดการลงทุน อัดฉีดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ทั้งเราชนะ คนละครึ่ง ช้อปดีมีคืน เราเที่ยวด้วยกันที่ครองใจประชาชน ที่สำคัญ ยังตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาคามยากจนแบบสั่งตัด เพื่อความยั่งยืน และไกล่เกลี่ยหนี้สินครัวเรือนไปแล้วมูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านบาท  ซึ่งรัฐบาลมีความตั้งใจแก้ปัญหาพัฒนาทุกมิติ

ส่วนที่มีการหยิบยกประเด็นการลงพื้นที่ทำกิจกรรมของพรรคพลังประชารัฐ จ.หนองคาย ที่ระบุถึง การปราศรัยเกี่ยวกับการแก้ปัญหาภัยแล้ง เป็นการพูดที่ขัดกับความเป็นจริง นั้น น.ส. ทิพานัน กล่าวว่า ที่ผ่านมารัฐบาลโดยกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ ภายใต้การกำกับดูแลโดย พล.อ.ประวิตร ได้วางแผนบริหารจัดการน้ำในเชิงป้องกันล่วงหน้า มีการกำหนดมาตรการรับรองสถานการณ์ขาดแคลนน้ำและวิเคราะห์พื้นที่เสี่ยงก่อนเข้าสู่ฤดูแล้ง เพื่อแจ้งเตือนทำความเข้าใจกับประชาชน ในการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูแล้งให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำต้นทุนโดยจัดลำดับความสำคัญที่ประชาชนต้องไม่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคก่อน และนำข้อมูลมาประเมินความเสี่ยงการขาดแคลนน้ำในกิจกรรมอื่น ๆ โดยเฉพาะภาคการเกษตร เพื่อออกมาตรการให้ความช่วยเหลือรายพื้นที่หรือบรรเทาผลกระทบให้เกิดน้อยที่สุด ทำให้ปี 64/65 ไม่มีการประกาศให้เป็นเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ภัยแล้ง) ตามประกาศกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)

'อนุสรณ์' ชี้!! 8 ปีผ่านมามีแต่ความล้มเหลว แนะ!! 'ประยุทธ์' อย่าดิ้นรนอยู่ในอำนาจต่อ

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พรรคการเมืองลงพื้นที่หาเสียงถี่ในช่วงปลายอายุรัฐบาล ว่า พรรคเพื่อไทยทยอยลงพื้นที่เปิดนโยบาย เปิดตัวผู้สมัคร ให้ความเชื่อมั่นกับประชาชนว่าพรรคเพื่อไทยพร้อมแล้วที่จะเข้ามาดูแลแก้ไขปัญหาของประเทศชาติและประชาชน 

สวนทางกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่แยกกันเดิน แยกกันขึ้นเวที แยกกันลงพื้นที่ เพื่อแก้ตัวกับประชาชน กลบความล้มเหลว ไร้ประสิทธิภาพใน 8 ปีของระบอบสืบทอดอำนาจ 

นิด้าโพลสะท้อนชัดประชาชน 64.25 เห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ ควรประกาศอยู่ในตำแหน่งนายกฯ 8 ปี ไม่เกิน 24 ส.ค. นี้ ขณะที่ 55.18% เชื่อหลังเลือกตั้งสมัยหน้า 3 ป. จะไม่มีบทบาทจัดตั้งรัฐบาล จะให้ประชาชนไว้วางใจ 3 ป.ได้อย่างไร ในเมื่ออยู่มา 8 ปี 3 ป.ยังไม่ไว้วางใจกันเองเลย

รับตัวครูแดนกลับไทยผู้กำกับคิวบู๊ภาพยนต์ชายแดนแม่สาย

เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2565 ที่ผ่านมา พันเอก สุทธิ์เขตต์ ศรีนิลทิน ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 3 กองกำลังผาเมืองในฐานะประธานฝ่ายไทยของคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่นไทย-เมียนมาร์พร้อมด้วยชุดประสานงานชายแดนไทย-เมียนมาร์ พันตำรวจเอก เขมชาติ วัฒนนภาเกษม ผู้กำกับด่านตรวจคนเข้าเมืองเชียงราย และเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เดินทางมายังด่านชายแดนมิตรภาพไทย-เมียนมาร์แห่งที่2

เพื่อเดินทางมารับมอบตัวนาย ระม้าย โมริพันธ์ หรือครูแดนผู้กำกับคิวบู๊ภาพยนต์ละครและครูสอนศิลปะการต่อสู้ให้กับดารานักแสดงหลังจากก่อนหน้านี้ได้ถูกคุมขังอยู่ในคุกเมืองโต๋นเมียนมาร์เขตปกครองพิเศษว้าโดยเจ้าหน้าที่รัฐว้าได้นำตัวครูแดนมาส่งให้กับทางเจ้าหน้าที่ทหารเมียนมาร์ที่จังหวัดท่าขี้เหล็กตรงกันข้ามด่านชายแดนอำเภอแม่สายจังหวัดเชียงรายตั้งแต่วันที่ 7สิงหาคม 2565 โดยทางเจ้าหน้าที่เมียนมาร์ได้สอบปากคำครูแดนแล้วเสร็จโดยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติดและใช้เวลาสอบปากคำประมาณ 1 วันก่อนติดต่อทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยผ่านทางคณะกรรมการชายแดนไทย-เมียนมาร์ระดับท้องถิ่นหรือชุดทีบีซีเพื่อขอส่งมอบตัวครูแดนกลับสู่ประเทศไทย

ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่าครูแดนถูกหลอกให้เข้าไปถ่ายทำละครในรัฐฉานประเทศเมียนมาร์แต่มีขบวนการค้ายาเสพติดกลุ่มหนึ่งหลอกให้ไปถูกคุมขังที่เมืองโต๋นเขต ปกครองพิเศษว้าแล้วมีการเรียกค่าไถ่จากญาติเป็นเงินจำนวน 24 ล้านบาทและปรากฎภาพครูแดนถูกใส่โซ่ตรวนและมีกองกำลังติดอาวุธดูแลอย่างเข็มงวดทำให้ นางคำ โมริพันธ์ มารดาของครูแดนขอความช่วยเหลือไปยังหลายหน่วยงานส่งผลทำให้ทางการไทยประสานไปยังรัฐบาลกลางเมียนมาร์และเขตปกครองพิเศษว้าจนมีการนำตัวมาส่งมอบให้กับเจ้าหน้าที่เมียนมาร์จังหวัดท่าขี้เหล็กโดยหลังจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ไทยจะได้สอบปากคำครูแดนอีกครั้งว่าข้อเท็จจริงของเรื่องนี้เป็นอย่างไรพร้อมกับจะดำเนินการตามขั้นตอนของกฏหมายต่อไป


สันติ วงศ์สุนันท์/ผู้สื่อข่าวเชียงราย

ผู้ปกครองจีนดูถูก ‘ครู’ ปั่นจักรยานมาโรงเรียน บอกครูยังจนแบบนี้ เด็กจะตั้งใจเรียนไปทำไม

กำลังเกิดกระแสการถกเถียงในโซเชียลมีเดียของจีน หลังจากมีแชตสนทนาหลุดระหว่างครูโรงเรียนแห่งหนึ่งและผู้ปกครองที่เขียนข้อความเชิงตำหนิครูรายดังกล่าวที่เดินทางมาโรงเรียนด้วยการปั่นจักรยาน ซึ่งอาจทำให้ลูกของเธอหมดความตั้งใจในการเรียน เพราะขนาดคนเป็นครูยังไม่มีปัญญาใช้รถยนต์หรู ๆ เลย

ภาพสกรีนช็อตของบทสนทนาดังกล่าวถูกแชร์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ โดยมีความคิดเห็นจำนวนมาก ระบุว่า แม่คนนี้เป็นพวกวัตถุนิยม หัวสูง และหยาบคาย

เหตุการณ์ดังกล่าวเริ่มขึ้นในเดือนมิถุนายนเมื่อครูแซ่หวังรายนี้กำลังปั่นจักรยานไปทำงาน และเจอกับเด็กนักเรียนชายคนหนึ่ง เว็บไซต์ข่าว qq.com รายงาน

ทั้งคู่ทักทายกันอย่างสุภาพและไปตามทางของตัวเอง แต่เมื่อหวังมาถึงห้องพักครูและเช็คกลุ่มวีแชตสำหรับครูและผู้ปกครอง เขากลับพบข้อความแปลก ๆ จากแม่ของเด็กคนดังกล่าว

หวังตอบกลับว่า "ขอบคุณสำหรับความเป็นห่วงนะครับคุณแม่น้องหยงหยงนะครับ แต่ผมสนุกกับการปั่นจักรยาน และบ้านผมก็อยู่ใกล้โรงเรียนนิดเดียวเอง"

แต่คุณแม่รายนี้ยังคงซักไซ้ต่อว่า "แล้วถ้าฝนตกล่ะ มันจะไม่สะดวกนะ คุณควรซื้อรถยนต์ดีกว่า

"ถ้าฝนตก ผมไม่ใช้จักรยานหรอกครับ ผมถือร่มเดินไปโรงเรียนก็ได้ ผมสะดวกจริง ๆ ครับ" ครูหวัง ตอบ 

มาถึงจุดนี้ คุณแม่ก็ยอมเปิดเผยเหตุผลจริง ๆ ที่อยากให้ครูหวังใช้รถยนต์ว่า "ลูกฉันนั่ง BMW มาตั้งแต่เกิด คนรอบ ๆ ตัวเขาก็ใช้รถยนต์หรูกันหมด แล้วถ้าคนเป็นครูอย่างคุณยังปั่นจักรยาน คุณคิดว่าเขาจะคิดยังไงล่ะ"

"แล้วเขาจะคิดยังไงหรอครับ" ครูหวัง ถามด้วยความงงงวย

คุณแม่จึงตอบกลับว่า "ฉันพร่ำบอกให้เขาตั้งใจเรียนทุกวัน แต่เขาเห็นว่าคุณปั่นจักรยานมาทำงาน เขาจะคิดยังไงล่ะ เขาคงคิดว่าคนเป็นครูยังหาเงินไม่ได้เลย เรียนไปก็คงไม่มีประโยชน์"

'ส.ส.ลพบุรี' ลั่น!! ไม่หนุนนโยบายปลูกกัญชา โว เลือกตั้งครั้งหน้าพท. กวาดส.ส.ทุกเขตแน่

เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม ที่รัฐสภา นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่เมื่อวานนี้ (8 สิงหาคม) มีนักการเมืองพรรคหนึ่งได้ไปกล่าวปราศรัยที่จังหวัดลพบุรีว่าจะส่งเสริมให้ชาวลพบุรีปลูกกัญชา ตนในฐานะผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ไม่มีนโยบายให้ประชาชนเสพยาเสพติด หรือยุยงส่งเสริมคนลพบุรี เพราะตนรู้ว่าคนลพบุรีฉลาดพอ คนลพบุรีตัดสินใจได้ว่าจะเลือกผู้แทนของเขาแบบมีคุณภาพ ท่านบอกจะเหมาหมดทั้งลพบุรี ท่านถามคนลพบุรีส่วนใหญ่หรือยัง 

ประเด็นต่อมาคือ นโยบายของพรรคเพื่อไทยยืนยันมาเสมอว่า น้ำคือชีวิต เราจะวางแผนบูรณาการน้ำทั้ง 2 ลุ่มน้ำ อย่างเป็นระบบ เพื่อให้มีน้ำใช้ตลอดปี นอกจากนี้ จังหวัดลพบุรีพื้นที่ส่วนใหญ่ทำนา ทำไร่ ตนในฐานะตัวแทนของพรรคเพื่อไทย เราได้เสนอกฎหมายเพื่อแก้ไขปัญหาให้พี่น้องเกษตรกรทั้งระบบที่ทำมาหากินอยู่โดยได้ยื่นญัตติต่อสภา โดยสภาได้ตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาศึกษาซึ่งตนได้รับมอบหมายให้ดูแลพื้นที่ภาคกลางทั้งหมด

ประเพณี ‘คุกเข่า’ ขอสาวแต่งงาน สัญญามั่น ‘รัก-ภักดี’ ชั่วนิจนิรันดร์

ช่วงนี้ซีนคุกเข่าขอแต่งงานปรากฏขึ้นบ่อยตามหน้าสื่อ แต่เคยสงสัยกันไหมว่า ทำไมถึงต้อง ‘คุกเข่า’ แล้วการคุกเข่าขอแต่งงาน มีจุดเริ่มมาจากอะไร?

สำหรับคุณสาว ๆ (อาจจะรวมถึงคุณหนุ่มๆ) แล้ว ช่วงเวลาสุดพิเศษที่มีใครสักคนมาคุกเข่า เพื่อแต่งงานนั้น คงเป็นอีกหนึ่งความฝันที่เฝ้าใฝ่หากันไม่มากก็น้อย เพียงแค่เขาคนนั้นค่อย ๆ หย่อนเข่าข้างหนึ่งลง หัวใจของคุณสาว ๆ ก็คงเต้นไม่เป็นจังหวะ ยิ่งอยู่ในสภาวะที่คนรอบข้างรายล้อมด้วยแล้ว คนโดน คือ ยิ้มแรง ส่วนคนรอบข้างแม้จะยินดี แต่ก็น่าจะแอบมองแรงด้วยแรงอิจพร้อม ๆ กัน 

ว่าแต่การคุกเข่าขอแต่งงาน มีความหมายอะไรงั้นหรือ?

หากมองอย่างผิวเผินแล้ว อาจจะเป็นประเพณีหนึ่งที่ทั่วโลกทำกัน ขณะที่อีกมุมหนึ่ง ก็ถูกมองว่าเป็นท่าที่มุมเหมาะสมสำหรับการสวมแหวนให้กับอีกฝ่ายได้อย่างพอดีและสวยงาม

แต่จากข้อมูลของ Engagement Ring Bible ได้อธิบายถึงที่มาของการคุกเข่าขอแต่งงานไว้ โดยระบุว่าจุดเริ่มต้นดังกล่าวต้องย้อนไปในยุคของอัศวินอันทรงเกียรติ ตั้งแต่ช่วงยุคกลาง (Medieval) ซึ่งผู้คนจะพบเห็นภาพปกติที่ผู้ชายนั้นมักจะคุกเข่า ‘หนึ่งข้าง’ ให้แก่ฝ่ายหญิงที่หมายตาไว้ ประหนึ่งอัศวินที่คุกเข่าต่อเจ้านาย ขุนขาง หรือผู้สูงศักดิ์ทั้งหลาย เพื่อเป็นการแสดงความเคารพ ความภักดี และยังมีความเกี่ยวเนื่องการศาสนาในสมัยนั้นอีกด้วย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top