Tuesday, 30 June 2026
Hard News Team

วธ. เผยยอดสั่งซื้อผ้าไทย งาน “ภูษาศิลป์ จากท้องถิ่นสู่สากล” ทะลุเป้า 463 ล้านบาท

ผู้ประกอบการพอใจการจัดงานเตรียมเดินหน้าลุยงานจับคู่เจรจา Business Matching ในทุกงานแสดงสินค้าผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทย (CPOT) 

กระทรวงวัฒนธรรม ปลื้มงาน “ภูษาศิลป์ จากท้องถิ่นสู่สากล” สร้างมูลค่าเจรจาการค้าในงานพุ่งทะลุ 463 ล้านบาท เกินจากเป้าหมายที่ตั้งไว้ 200 ล้านบาท พร้อมเผยผู้ประกอบการและผู้ชมงานต่างชื่นชมจัดงาน ทั้งการจัดโซนคูหาแสดงสินค้า การนำเสนอนวัตกรรมผ้าไทย รวมถึงการผลักดันการเจรจาธุรกิจกับผู้ประกอบการทั้งในและต่างประเทศ

นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เปิดเผยว่า การจัดงานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา 12 สิงหาคม 2565 “ภูษาศิลป์ จากท้องถิ่นสู่สากล” ซึ่งเป็นงานแสดงและจัดจำหน่ายสุดยอดผ้าไทยครั้งยิ่งใหญ่แห่งปี โดยในปีนี้มีความพิเศษเป็นครั้งแรกที่ได้จัดให้มีกิจกรรมการจัดงานที่มีการค้าและการเจรจาธุรกิจ ในรูปแบบ B2B (Buiness to Business) ภายในงาน เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการหัตถอุตสาหกรรมผ้าไทยได้ใช้เป็นเวทีทางการค้า ขยายช่องทางการตลาด โดยกลุ่มผู้ประกอบการหลักที่ให้ความสนใจเข้าร่วมงานครั้งนี้แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มผู้ประกอบการในประเทศ อาทิ กลุ่มอุตสาหกรรมหัตถกรรมสร้างสรรค์ สภาอุตสาหกรรม สมาคมสตรีเพื่อสตรี สโมสรซอนต้ากรุงเทพ ห้องเสื้อผ้าไทย ร้านค้าปลีกผ้าไทยชั้นนำ และกลุ่มนักออกแบบ เป็นต้น” 

สำหรับกลุ่มผู้ประกอบการต่างประเทศ กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับสมาคมการค้าส่งเสริมหัตถกรรมไทย (THTA) และสมาคมส่งเสริมและพัฒนาหัตถกรรมอาเซียน (AHPADA) จัดกิจกรรม “Thai Traditional Textiles Hybrid Presentation” เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2565 ที่ผ่านมานั้น ซึ่งเป็นกิจกรรมการเจรจาธุรกิจกับกลุ่มเป้าหมายในต่างประเทศในรูปแบบออนไลน์ โดยมีองค์กรและผู้ทรงอิทธิพลในแวดวงการหัตถรรมโลกเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวมากมาย อาทิ ผู้แทนจากสภาหัตถกรรมโลกภาคพื้นเอเชีย-แปซิฟิค (World Craft Council Asia Pacific Region), กรรมการบริหารจากสภาหัตถกรรมกรุงเดลี ประเทศอินเดีย Delhi Crafts Council, ประธานจาก Craft Revival Trust รวมถึงกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจและกลุ่มนักออกแบบจากประเทศต่างๆ อาทิ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เป็นต้น” 

“ในภาพรวมของการเจรจาการค้าประสบความสำเร็จเกินความคาดหมาย เกิดการเจรจาการค้า 347 คู่ มีเงินสะพัดจากคาดการณ์ซื้อขายภายใน 1 ปีกว่า 463 ล้านบาท ในมูลค่านี้มียอดซื้อขายทันทีภายในกว่า 9 ล้านบาท จากกลุ่มผู้ซื้อที่เป็นทั้งนักธุรกิจไทยและต่างประเทศ โดยมีสินค้าที่ได้รับความสนใจ ได้แก่ ผ้าผืน เสื้อผ้าสำเร็จรูป กระเป๋า รองเท้า และเครื่องประดับ เป็นต้น นอกจากนี้ในคู่เจรจาได้มีการเซ็นสัญญาออเดอร์สินค้าภายในงาน รวมถึงได้มีการนัดหมายเพื่อตรวจดูแหล่งผลิตสินค้าอีกด้วย” 

พม. จับมือประธานรัฐสภา เร่งช่วยกลุ่มเปราะบางเดือดร้อนจากน้ำท่วมชุมชนริมชายฝั่งย่านบางปูใหม่ จ.สมุทรปราการ

วันนี้ (16 ส.ค. 65) เวลา 17.00 "นายชวน หลีกภัย" ประธานรัฐสภา พร้อมด้วย "นางพัชรี อาระยะกุล" ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์   และ "นางวรรณภา สุขคง"  พมจ.สมุทรปราการ ลงพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อเยี่ยมบ้านให้กำลังใจและช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ชุมชนวัดศรีจันทร์ประดิษฐ์ ตำบลบางปูใหม่ อำเภอเมืองสมุทรปราการ หลังประตูระบายน้ำของชุมชนขัดข้องไม่สามารถปิดระบายน้ำได้ ทำให้น้ำทะเลที่กำลังหนุนสูงไหลเข้าท่วมบ้านเรือนในชุมชน ทั้งนี้ มีคณะผู้บริหารกระทรวง พม.  "นายชัยพจน์  จรูญพงศ์  รองผู้ว่าราชการ" จังหวัดสมุทรปราการ และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่ช่วยเหลือ

นางพัชรี กล่าวว่า นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา พร้อมด้วยหน่วยงานสังกัดกระทรวง พม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนในชุมชนวัดศรีจันทร์ประดิษฐ์ โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางทั้งเด็ก ผู้สูงอายุ และคนพิการ รวมทั้งผู้ป่วยติดเตียง ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ ซึ่งขณะนี้ ระดับน้ำในชุมชนได้กลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว แต่ยังมีความเสียหายของบ้านเรือนที่ถูกน้ำท่วม  โดยวันนี้ ได้ลงพื้นที่ร่วมกัน เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจพี่น้องประชาชน และเร่งช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อน อาทิ มอบถุงยังชีพให้ครัวเรือนกลุ่มเปราะบาง จำนวน 30 ครอบครัว

'ชนินทร์' ชี้ 'วทันยา' ลาออกจาก พปชร.ควรไปอย่างสง่างาม ไม่กล่าวร้ายทางการเมือง ย้ำ ส.ส.ไม่เป็นองค์ประชุมทำได้ตามรัฐธรรมนูญ

นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย และว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุรินทร์ กล่างถึงกรณีที่นางสาววทันยา บุนนาค ลาออกจากจาก ส.ส. ระบบบัญชีรายชื่อและสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) โดยอ้างเหตุผลว่า การประชุมร่วมรัฐสภาเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2565 ไม่สามารถตอบสนองเจตนารมณ์ของประชาชนที่ฝากความหวังให้ ส.ส.ปฏิบัติหน้าที่ได้นั้น  อยากให้นางสาววทันยา ทำความเข้าใจกับระเบียบการประชุมรัฐสภา และการทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญให้ถี่ถ้วน เพราะการไม่กดปุ่มแสดงตนเป็นองค์ประชุมในการประชุมใดๆ เป็นสิทธิ์ที่สมาชิกสามารถทำได้  ซึ่งแตกต่างกันกับการขาดประชุม หรือไม่มาลงชื่อเข้าประชุมที่หน้าห้อง 

โดยในอดีตเสียงข้างน้อยในการประชุมรัฐสภา หรือสภาผู้แทนราษฎรเอง ก็มีการแสดงเจตจำนงไม่ร่วมเป็นองค์ประชุมอยู่ในหลายครั้ง โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะยับยั้งกระบวนการที่อาจไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือไม่ถูกต้องตามกระบวนการ แต่หากเสียงข้างมากยังยึดมั่นและยืนยันในความถูกต้องของตน ก็ต้องย่อมมาเป็นองค์ประชุมและผลักดันจนการพิจารณาจบไปได้ จึงจัดเป็นกลไกตรวจสอบถ่วงดุล หรือเป็นการปฏิบัติหน้าที่ในลักษณะหนึ่ง

สหรัฐฯ ยึกยัก!! ไม่ปล่อยเงินสำรองคืนให้อัฟกานิสถาน ตราบใดที่รัฐบาลยังเป็นกลุ่มตอลิบาน

โจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐฯ ยังคงยืนกรานที่จะยึดเงินสำรองต่างประเทศมูลค่า 7 พันล้านเหรียญของอัฟกานิสถาน ที่ฝากไว้ในธนาคารกลางสหรัฐฯ รวมถึงหยุดการเจรจากับรัฐบาลตอลิบานเกี่ยวกับการขอคืนเงินสำรองด้วย หลังจากที่สหรัฐฯ ได้ส่งโดรนพิฆาตลอบสังหารปลิดชีพ อัยมัน อัซเซาะวาฮิรี ผู้นำกลุ่มอัลกออิดะห์ ถึงกลางกรุงคาบูล ในอัฟกานิสถาน

แต่ทั้งนี้ รัฐบาลสหรัฐฯ ยินดีที่จะมอบเงินช่วยเหลือให้แก่ชาวอัฟกานิสถานอีก 150 ล้านเหรียญผ่านกองทุน USAID (หน่วยงานเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐ) ซึ่งจากข้อมูลของ USAID แถลงว่า สหรัฐอเมริกาเป็นชาติที่ให้เงินช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่อัฟกานิสถานมากที่สุด โดยรายงานตัวเลขที่ 782 ล้านเหรียญ นับตั้งแต่ตุลาคม 2020 เป็นต้นมา แต่ก็จะไม่ยอมคุยเรื่องการคืนเงินสำรองต่างประเทศ 7 พันล้านเหรียญให้แก่อัฟกานิสถานตามที่รัฐบาลตอลิบานร้องขอต่อไป 

เมื่อถามถึงเหตุผล ทางรัฐบาลสหรัฐฯ ได้อ้างว่ามีคนในของรัฐบาลตอลิบานให้ที่พักพิงแก่ อัยมัน อัซเซาะวาฮิรี ผู้นำกลุ่มอัลกออิดะห์ ที่ทางสหรัฐฯ ขึ้นบัญชีเป็นกลุ่มก่อการร้าย และต้องการตัว เพราะเชื่อว่า อัยมัน คือ ผู้อยู่เบื้องหลังในการวางแผนก่อวินาศกรรม 11 กันยาฯ ที่ตึกเวิล์ดเทรด เซ็นเตอร์ ในปี 2001 เท่ากับว่ารัฐบาลตอลิบาน ยังให้การสนับสนุนกลุ่มก่อการร้าย ทางสหรัฐฯ จึงไม่อาจปล่อยเงินสำรองต่างประเทศของอัฟกานิสถานคืนให้ได้

'หนุ่ม' โดนขู่ หลังเปิดปมทหารหญิงรับใช้ ถูกสาวอ้างเป็นเมีย ส.ว.ดังทำร้าย

(18 ส.ค. 65) จากกรณี นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ กัน จอมพลัง ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุข้อความว่า...เวลา 15.00 น. ผมจะพา ทหารหญิงรับใช้ ถูกเมีย ส.ว.ดัง ซึ่งเป็นเจ้านายทำร้ายทารุณ เข้าแจ้งความพร้อมกับสอบปากคำที่ สภ.เมืองราชบุรี 

ล่าสุด กัน จอมพลัง พาทหารหญิงคนดังกล่าว มาพูดคุยกันในรายการโหนกระแส เล่าเหตุการณ์ถูกทำร้ายทรมาน โดยเธอเล่าว่า รู้จักกับผู้หญิงรายนี้มาก่อน เพราะตัวเองไปเป็นลูกจ้างร้านกาแฟของเขา เขาอ้างว่าตัวเองเป็นตำรวจยศ ส.ต.อ. เป็นภรรยาของ ส.ว. อ้างว่าสามารถฝากให้ตนเข้ารับราชการทหารได้ แต่ต้องสัญญาว่าจะอยู่ดูแลรับใช้เขาไปตลอด ซึ่งเขาก็ฝากให้เข้ารับราชการทหารได้จริง ๆ โดยอ้างว่าจ่ายเงินไปเป็นจำนวนมากในการฝากเข้า

หลังตนฝึกเป็นทหารแล้ว ปัจจุบันยศสิบโท เขาก็ทำเรื่องย้ายตนมารับใช้ที่บ้าน อยู่ปีแรก ๆ ก็ดีไม่มีปัญหาอะไร แต่อยู่ไปสักพัก เขาเริ่มใช้ความรุนแรง ผู้หญิงรายนี้ยึดเอาเงินเดือนทหารไปทั้งหมด บางเดือนไม่พอก็ต้องขอเงินครอบครัวมาให้  เวลาตนทำอะไรผิด พูดจาไม่มีหางเสียง เขาจะลงโทษสารพัด ตบตี ปรับเงิน 

ที่เคยโดนทำร้ายหนัก ๆ เคยถูกเอาเครื่องหนีบผมไฟฟ้าร้อน ๆ มาหนีบจนมือไหม้ แผลเหวอะ เคยถูกเอาเครื่องช็อตไฟฟ้า มาช็อตตามร่างกาย ตามในร่มผ้า ช็อตศีรษะ ช็อตปาก เขาอ้างว่าตนชอบโกหก ชอบแถ เขายังเคยเอาสเปรย์แอลกอฮอล์มาฉีดผมตน แล้วเอาไฟจุด

ตนทนอยู่แบบนี้มาเกือบ 2 ปี ช่วงหลัง ๆ โดนแทบทุกวัน เจ็บปวดทนไม่ไหวจนคิดจะจบชีวิตตัวเอง ไม่อยากให้คนที่บ้านต้องเดือดร้อน แต่คนที่บ้านเห็นความผิดสังเกต เพราะตนทักไปบอกรักเหมือนร่ำลา แม่จึงมาหาที่บ้านโดยไม่บอกก่อน จึงเห็นสภาพของตนถูกทรมานสารพัด แล้วให้ตำรวจช่วยตนออกมาจากบ้าน

'เท่าพิภพ' แนะ!! ทุ่มงบ 20 ล้านจ้างยูทูบเบอร์ดีกว่า เชื่อ!! ก.ท่องเที่ยวทำวิดีโอเอง คนดูไม่ถึงหมื่นแน่

เท่าพิภพ อภิปรายขอตัดงบ กระทรวงการท่องเที่ยวฯ 20 ล้านทุ่มสร้างแพลตฟอร์มวิดีโอและไลฟ์สตรีมเอง ชี้แค่ทำเซิฟเวอร์ก็ไม่พอแล้ว มั่นใจคนดูไม่ถึงหมื่นแน่นอน แนะจ้างยูทูบเบอร์ยังจะได้ผลมากกว่า

เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ส.ส. กรุงเทพฯ พรรคก้าวไกล อภิปรายสงวนคำแปรญัตติ การพิจารณาร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2566 วาระ 2 ในมาตรา 11 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยขอตัด 5% ในส่วนของสำนักปลัดการท่องเที่ยวและกีฬา

โดยเท่าพิภพ ระบุว่าโครงการที่มีปัญหา คือโครงการยกระดับภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทย ในส่วนงบรายจ่ายวีดีโอออนดีมานด์และไลฟ์สตรีมมิ่ง ที่มีการตั้งงบประมาณไว้ที่ 20.4 ล้านบาท ซึ่งแม้ว่าทางกรรมาธิการจะได้ตัดออกไป 5 ล้านบาทแล้ว ก็ยังไม่สมเหตุสมผล

เนื่องจากโครงการดังกล่าว ไม่ต่างอะไรกับการสร้างแพลตฟอร์มวีดีโอขึ้นมาเป็นของตัวเอง ใช้ในการโปรโมตการท่องเที่ยวด้วยวีดีโอของตัวเอง แล้วหวังว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาดู ซึ่งเพียงการตั้งโครงการด้วยวิธีคิดเช่นนี้ก็ผิดตั้งแต่ต้นแล้ว เช่น ในการทำเซิฟเวอร์ขึ้นมาเองด้วยงบประมาณเพียง 20 ล้านบาท ย่อมไม่เพียงพอที่จะทำให้แพลตฟอร์มมีประสิทธิภาพได้แน่นอน

‘อนุทิน’ ปลื้ม!! ‘ภูมิใจไทย’ เนื้อหอม แนวโน้มดี มีแต่คนแห่เข้าร่วมพรรค

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2565 เวลา 13.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล  รองนายกฯ และ รมว.สาธาณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์กรณี ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าด้วยการใช้ทรัพยากรของรัฐหรือบุคลากรของรัฐเพื่อกระทำการใดซึ่งจะมีผลต่อการเลือกตั้ง พ.ศ.2563 ทำให้หลายฝ่ายมองว่าเป็นการเข้าโหมดเลือกตั้งพรรคภูมิใจไทยจะเตรียมพร้อมอย่างไร ว่า ประกาศที่ออกมาเป็นสิ่งย้ำเตือนให้พวกเราตระหนักว่าจะเข้าสู่ฤดูเลือกตั้งแล้ว จะมีข้อกำหนดออกมาว่าอะไรทำได้ไม่ได้ เป็นสิ่งที่ดีออกมาตอกย้ำให้ว่าที่ผู้สมัครส.ส.ของพรรค ระมัดระวัง แม้กระทั่งในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลก็ต้องทราบว่าทำอะไรได้บ้างหรือทำอะไรไม่ได้ในช่วงใกล้ฤดูเลือกตั้ง เมื่อถามว่าระยะเวลา 6-7 เดือนที่เหลือในการเตรียมตัวเลือกตั้งถือว่ามากหรือน้อยไปหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า “กำลังดี”

เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทยเพิ่งประกาศ 93 ว่าที่ผู้สมัครในภาคอีสาน พรรคภูมิใจไทยจะสู้ในพื้นที่ดังกล่าวได้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า อย่าไปพูดถึงคำว่าต่อสู้เลย เราก็นำเสนอนโยบายของเราด้วยรูปแบบการเลือกตั้ง ยิ่งถ้าสมมุติใช้สูตรเลือกตั้งบัญชีรายชื่อหาร 100 พรรคการเมืองต่าง ๆ ก็ส่งผู้สมัครให้มากที่สุดเท่ากับความสามารถที่มีอยู่เพราะมันก็ชัดเจนว่าจะต้องได้ส.ส.บัญชีรายชื่อด้วย ถ้าเราส่งผู้สมัครส.ส.เขตที่คุ้นเคยกับพื้นที่โอกาสได้ส.ส.บัญชีรายชื่อก็เพิ่มขึ้น ก็ถือเป็นเรื่องปกติที่พรรคการเมืองทุกพรรคจะส่งผู้สมัครที่ดีที่สุดเพื่อให้ได้ส.ส.

โลกใบที่สอง ค้นพบวิธีผลิตออกซิเจนจากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ อาจเปลี่ยนดาวอังคารให้เป็นที่อยู่อาศัยได้

ทีมนักวิทยาศาสตร์ค้นพบวิธีผลิตก๊าซออกซิเจนจากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ งานวิจัยนี้อาจเปลี่ยนดาวอังคารให้เป็นสถานที่ที่สิ่งมีชีวิตจากโลกสามารถอาศัยอยู่ได้ และอาจนำไปสู่การแก้ไขปัญหาภาวะโลกร้อน

ทีมนักวิทยาศาสตร์นานาชาติจากมหาวิทยาลัยลิสบอน (University of Lisbon), สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (Massachusetts Institute of Technology), มหาวิทยาลัยซอร์บอน (Sorbonne University), มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีไอนด์โฮเวน (Eindhoven University of Technology) และสถาบันดัตช์เพื่อการวิจัยพลังงานขั้นพื้นฐาน (Dutch Institute for Fundamental Energy Research) ได้ตีพิมพ์งานวิจัยชื่อ “พลาสมาสำหรับการใช้ทรัพยากรในแหล่งกำเนิดบนดาวอังคาร” ลงบนวารสารเอไอพี พับลิชชิ่ง (AIP Publishing) ซึ่งเป็นวารสารสำหรับงานวิจัยด้านฟิสิกส์

รายงานวิจัยนำเสนอวิธีผลิตก๊าซออกซิเจนจากชั้นบรรยากาศของดาวอังคารด้วยพลาสมา ซึ่งพลาสมาในทางฟิสิกส์นั้นหมายถึงเป็นสภาวะธรรมชาติลำดับที่สี่ของสสาร และประกอบด้วยอนุภาคที่มีประจุอิสระ เช่น อิเล็กตรอนและไอออน โดยนักวิจัยได้ใช้เครื่องให้กำเนิดพลาสมาในการทดลอง เพื่อไปกระทำกับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) เพื่อแยกออกซิเจนออกจากคาร์บอน จึงทำให้ได้ C และ O2 ซึ่ง O2 ก็คือก๊าซออกซิเจน

'เพื่อไทย' ห่วง 'ประยุทธ์' อยู่เกิน 8 ปี แสดงถึงการยึดติดอำนาจ  จะพาเศรษฐกิจชาติล่มจม ชี้ ความน่าเชื่อถือทางกฎหมาย เป็นเรื่องสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ แนะ มีจิตสำนึกเห็นชาติสำคัญกว่าตัวบุคคล

 

นายพชร นริพทะพันธุ์  กรรมการบริหาร และ คณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตามที่พรรคร่วมฝ่ายค้านได้ยื่นหนังสือถึงประธานสภาฯ เพื่อพิจารณาส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยในประเด็นครบกำหนด 8 ปีในการดำรงตำแหน่งของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชานั้น พลเอกประยุทธ์น่าจะต้องรู้ดีว่า การออกแบบจำกัดเวลาให้ ผู้มีอำนาจ อยู่จำกัดไว้ที่ 8 ปีก็เพื่อ เสถียรภาพ และ ดุลยภาพของประเทศ เกินจากนี้ ระบบราชการจะถดถอย จะยึดติดตัวบุคคล ไม่มีการพัฒนา ลดทอนขีดความสามารถในการแข่งขันซึ่งปรากฏให้เห็นแล้วจากการจัดลำดับความสามารถแข่งขันของ IMD สวิตเซอร์แลนด์ 

อีกทั้ง การออกแบบให้ผู้บริหารในระบบราชการเองก็มีระเบียบวาระในการดำรงตำแหน่ง เช่นปลัดกระทรวง และ อธิบดีก็มีวาระ ที่จำกัดไว้เพื่อไม่ให้เกิดการฝังราก การที่ นายก ยิ่งลักษณ์ ต่อวาระ ผบ ทบ ในช่วง พลเอก ประยุทธ์ เป็น ผบ ทบ เองก็ได้เห็น การปฎิวัติ รัฐประหาร เป็นตัวอย่าง ของผลลัพท์ ที่เกิดจาก การบิดกฎ เพื่อสนองความต้องการ ของบุคคล ทั้งที่สามารถโยกย้ายและควรจะโยกย้ายแล้ว และถ้าทำตอนนั้น ก็จะไม่เกิดการปฏิวัติรัฐประหารแล้ว 

ดังนั้น การที่จะให้ พลเอก ประยุทธ์ อยู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อ ทั้งๆที่ รัฐธรรมนูญเขียน ไว้ชัดเจน ลึกไปถึง เจตนารมณ์ของ ประธาน กรธ และ สมาชิก ก็บันทึกไว้ชัดเจน ผมเองก็อยู่ในเหตุการณ์ตอนอาจารย์เธียรชัย ณ นคร หนึ่งในคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญมาเล่านายพิชัย นริพทะพันธุ์ เรื่องเจตนาของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญที่ไม่ต้องการให้พลเอกประยุทธ์อยู่เกิน 8 ปี เมื่อกว่า 2 ปีที่แล้ว แต่ก็ยังจะมีความพยายามการกดดันให้ศาลตัดสิน ตามความต้องการของตนนั้น ย่อมส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กับการดึงดูดการลงทุนรายใหม่ เพราะกระบวนการยุติธรรม คือรากฐานของความน่าเชื่อถือ เป็น rule of law  ต่างชาติต้องเชื่อได้ว่า ทุกธุรกรรม และ ทุกการลงทุน ต้องได้รับความยุติธรรมจากระบบยุติธรรมในประเทศ แม้กระทั่งนักท่องเที่ยวเองก็ต้องผูกความศิวิไลซ์ของประเทศ กับระบบยุติธรรมของแต่ละประเทศ การกดดันศาลและความพยายามเช่นนี้ย่อมส่งผลกระทบ ความเจริญของประเทศอย่างแน่นอน

ชมรมแพทย์ชนบท ออกโรงให้ประยุทธ์พอได้แล้ว พร้อมชวนสังคมสร้างกระแส ‘8 ปี พอแล้ว’ ให้กระหึ่ม

ชมรมแพทย์ชนบท ออกแถลงการณ์ให้ประยุทธ์พอได้แล้วในเก้าอี้นายกรัฐมนตรี 8 ปี พร้อมชวนใช้เวลาที่เหลือ 1 สัปดาห์ปลุกทุกองค์กรสร้างกระแส 8 ปีให้กระหึ่ม

(18 ส.ค. 2565) ชมรมแพทย์ชนบท ได้โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า แถลงการณ์ชมรมแพทย์ชนบท “8 ปีแล้ว พอเถอะนะ” มีเนื้อหาว่า กติกาทางสังคมเรื่องการดำรงตำแหน่งของนายกรัฐมนตรีรวมกันต้องไม่เกิน 8 ปี เป็นเจตนารมณ์ที่ก้าวหน้าของทั้งรัฐธรรมนูญ 2550 และ 2560

วันที่ 23 สิงหาคม 2565 นับว่าครบ 8 ปีการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา อย่างชัดเจน ท่านรับเงินเดือนนายกรัฐมนตรีมาแล้ว 8 ปีแล้ว ท่านใช้อำนาจนายกรัฐมนตรีมา 8 ปีแล้ว ท่านรับสวัสดิการจากภาษีประชาชนในฐานะนายกรัฐมนตรีมา 8 ปีแล้ว นี่คือข้อเท็จจริงที่ตรงไปตรงมาว่าท่านเป็นนายกรัฐมนตรีมา 8 ปีแล้ว จึงถึงเวลาที่นายกรัฐมนตรีจะก้าวลงจากตำแหน่งอย่างมีศักดิ์ศรีตามเจตนารมณ์แห่งรัฐธรรมนูญ 2560


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top