Sunday, 8 November 2026
Hard News Team

📌ผู้ประกอบการต้องรู้!! ✨ 9 กลยุทธ์ยกระดับแบรนด์ ต่อยอดธุรกิจสู่การเติบโต

📌ผู้ประกอบต้องรู้!! ✨ 9 กลยุทธ์ยกระดับแบรนด์ ต่อยอดธุรกิจสู่การเติบโต

1.) Product Improvitization เป็นการพัฒนาปรับปรุงสินค้าอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาฐานลูกค้าเก่า
2.) Untapped market การหากลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ และกลุ่มตลาดใหม่
3.) Associate Storyline สร้างเรื่องราวเชื่อมโยงกับลูกค้า สร้างความแตกต่างและจุดยืนของแบรนด์
4.) Collaboration การเสริมสร้างความแข็งแกร่งของแบรนด์ผ่านการร่วมมือทางด้านธุรกิจ
5.) Distribution and Technology Transformation การนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาใช้เพื่อดึงดูดกลุ่มเป้าหมายให้กว้างขึ้น
6.) 6. Differentiation with Product and Process Innovation การสร้างความแตกต่างด้วยนวัตกรรมหรือการพัฒนาสินค้าใหม่
7.) Price Point การวิเคราะห์ราคาที่เหมาะสม
8.) Redefining Brand Identity ยกระดับคุณค่าและประสบการณ์ของลูกค้าผ่านแบรนด์ สร้างความประทับใจ
9.) Rename พิจารณาการเปลี่ยนชื่อแบรนด์

แม่ค้า-พ่อค้าไทย เซ็ง!! เจอชาวจีนไลฟ์ขายของแข่ง โปรฯ ลดแลก-แจกแถมเพียบ!! บ่นอุบ เริ่มอยู่ยาก

อีกขั้นของแม่ค้าสาวชาวจีน ไลฟ์ขายกระเป๋าผ่าน TikTok ในราคาแสนถูก แถมโปรโมชันอีกเพียบ พ่อค้า-แม่ค้าไทย สู้ไหวไหมบอกมา!?

งานนี้เริ่มอยู่ยาก ล่าสุดโลกออนไลน์ได้มีการพูดถึงคลิป TikTok ของสาวจีนรายหนึ่ง ที่ออกมาไลฟ์สดขายกระเป๋า แข่งกับแม่ค้าคนไทยที่รับของมาจากจีน

ที่น่าจับตามองอย่างมากคือ วิธีขายที่พัฒนาไปอีกขั้นของเธอ คือนอกจากตั้งโกดังขายแล้ว ตอนนี้อัปเกรดมาเป็นไลฟ์ขายของแข่งกับคนไทย ด้วยราคาที่ถูกแสนถูกกว่าทุกร้านที่เคยขาย จนรายอื่นต้องร้องจ๊าก!!

โดยในคลิปขายของของเธอ สะท้อนให้เห็นภาพลักษณ์ แม่ค้าชาวจีนหน้าตาน่ารัก พูดไทยไม่ชัดมาก แต่พร้อมงัดไม้เด็ดโปรโมชั่นลดแลก-แจกแถม จัดหนักจัดเต็มให้ลูกค้าคุ้มเงิน

แถมยังมีการอำนวยความสะดวกเก็บเงินปลายทาง ทำให้งานนี้มีสาวกคนแห่กดติดตามกว่า 75,000 คนในเวลาอันรวดเร็ว ในขณะเดียวกัน บรรดาพ่อค้าแม่ขายออนไลน์ชาวไทย ต่างบ่นระงมกันในโซเชียลฯ ว่า อยู่ยากขึ้นทุกวัน

'มดดำ' แฉ!! พิษแชร์ลูกโซ่ Forex-3D ดาราซูเปอร์สตาร์ เสียหายกันเยอะกับคดีนี้

‘มดดำ’ อ่านข่าว ‘พิ้งกี้’ แล้วพูดไม่ออก ไม่รู้จะเป็นยังไงต่อ เพราะพิ้งกี้รับละครอยู่ 4 เรื่อง แต่บอกดาราโดนเพียบ พิษแชร์ลูกโซ่ Forex-3D ไล่ชื่อจะตกใจ มีดาราที่น่าสงสารที่สุด

กรณีศาลอาญาไม่ให้ประกันตัวนางเอกชื่อดัง ‘พิ้งกี้ สาวิกา ไชยเดช’ กับแม่ ฐานฉ้อโกงประชาชนคดี Forex-3D ส่งตัวเข้าเรือนจำทันที พร้อมพวกอีก 16 คน ซึ่งกลายเป็นข่าวช็อกของวงการบันเทิงในวันนี้ (18 ส.ค.)

รายการแฉ วันที่ 18 ส.ค. มดดำ คชาภา ตันเจริญ ก็ได้พูดถึงประเด็นนี้ โดยเผยว่า ถ้ายังจำกันได้ เป็นคดีที่ ‘จ๊ะ นงผณี มหาดไทย’ โดนคนเดียว 20 ล้าน ช่างแต่งหน้าทำผมในวงการบันเทิงโดนกันหมด รวมทั้งช่างแต่งหน้าของ ‘เอมมี่ มรกต แสงทวีป’ ก็โดนไปหนึ่งแสน

พร้อมเผยว่าแรกๆ ได้เงินจริง จุดเริ่มต้นใช้นายแบบหลายๆ คน มีดารานักแสดงเข้าไปเกี่ยวข้องมากมาย Forex-3D กลายเป็นที่พูดถึง จนวันนึงทุกอย่างค่อยล่มสลาย เจ้าของบริษัทโดนจับไปแล้ว ตลอดระยะเวลา มีคนพูดถึงว่าพิ้งกี้อาจโดนจับด้วย เพราะพี่ชายพิ้งกี้เคยทำงานกับ Forex-3D แต่ไม่รู้ว่าพิ้งกี้น่าจะเป็นผู้ลงทุน ไปหาคนมาร่วมลงทุนแล้วจะได้เงินนี้คืน แรกๆ ลงทุน 100 ได้คืน 120 บาท ซึ่ง Forex คือการกินส่วนต่างของอัตราแลกเปลี่ยนเงิน

พร้อมเผยว่าเป็นข่าวที่ช็อกและตกใจ ครั้งหนึ่งพิ้งกี้เคยมาตอบประเด็นนี้ในรายการแฉ และตนก็ถามว่าจากที่มีเงินเก็บ อยู่ดีๆ ไม่เหลืออะไรเลย รู้สึกยังไง ตอนนั้นพิ้งกี้ตอบว่าไม่รู้สึกอะไรเลย เพราะเหมือนล้มไปถึงจุดต่ำสุด แล้วเดี๋ยวจะดีขึ้นมา เหมือนลูกบาส เด้งไป ยิ่งแรงก็กระเด้งขึ้นสูง ไม่ได้หมายถึงเราต้องสำเร็จแต่คือเรื่องที่มนุษย์ต้องเผชิญ มองเป็นเรื่องธรรมดา

อัปเดตราคา 'หมู-เนื้อ-ไก่'

อัปเดตราคาอาหารสดวันนี้ มาดูกันว่าตามท้องตลาด ราคาอาหารสด ประจำวันที่ 19 สิงหาคม 2565 จะเพิ่มขึ้นหรือลดลงแค่ไหน ไม่ว่าจะเป็น ราคาหมู ราคาไก่ ราคาไข่ไก่ รวมไปถึงราคาผักสด เช็กกันเลย..

ล้างหนี้ กยศ. ไม่ใช่การแก้ปัญหาหนี้ แต่ยิ่งทำให้ผู้กู้ขาดวินัยทางการเงิน

สนง.คณะกรรมการกฤษฎีกา ระบุ ล้างหนี้ กยศ. ไม่ใช่การแก้ปัญหาหนี้ แต่ทำให้ผู้กู้ขาดวินัยทางการเงิน

จากกรณีที่ #ล้างหนี้กยศ ขึ้นเทรนด์ทวิตเตอร์ เนื่องมาจากมีการออกมาล่ารายชื่อ 10,000 รายชื่อ เพื่อยื่นแก้ไขกฎหมายกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) โดยให้รัฐบาลเป็นลูกหนี้แทนผู้กู้ โดยมีการลงชื่อผ่านเว็บไซต์ “ศูนย์วิจัยรัฐสวัสดิการ”

ระบุไว้ว่า ปัจจุบันหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ของ กยศ. สูงมากกว่า 60% และก่อหนี้โดยเฉลี่ย 150,000-200,000 บาทต่อคน ใช้เวลาผ่อนชำระถึง 15 ปี และส่วนที่ชำระสูงสุดอาจถึง 50% ของค่าจ้างขั้นต่ำ หรือ 30% ของเงินเดือนปริญญาตรีเริ่มต้น สภาพหนี้สินได้ลดแรงจูงใจในการเริ่มชีวิตประกอบธุรกิจ รวมถึงการเข้าแหล่งทุนเพื่อการลงทุนต่าง ๆ ในช่วงเวลาสำคัญที่สุดของชีวิต แถมยังระบุด้วยว่า เป็นการละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐาน และละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ซึ่งขัดกับในรัฐธรรมนูญมาตรา 4 แห่งราชอาณาจักรไทย สมควรปรับปรุง พ.ร.บ.กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา โดยแก้ไข มาตรา 44 เพิ่มเติม วรรคที่ 5 ให้ผู้ทำการกู้ที่สำเร็จการศึกษาเกิน 2 ปี และยังคงมียอดกู้คงเหลือให้ถือว่าสิ้นสุดสัญญาเงินกู้ โดยให้กองทุนเก็บยอดหนี้คงค้างจากรัฐบาลต่อไป

19 สิงหาคม พ.ศ. 2489 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เสด็จสู่สวิตเซอร์แลนด์ เพื่อทรงศึกษาต่อ

วันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2489 เป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เสด็จจากสยามสู่สวิตเซอร์แลนด์ เพื่อทรงศึกษาต่อ

ท่ามกลางเสียงโห่ร้องถวายพระพร ระหว่างที่รถพระที่นั่งแล่นผ่าน ฝูงชนส่งเสด็จเดินทางจากสยามประเทศเพื่อไปศึกษาต่อ ณ สวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2489 ได้มีเสียงหนึ่งตะโกนแทรกมาเข้าพระกรรณว่า "ในหลวงอย่าทิ้งประชาชน" ในขณะนั้น ทรงนึกตอบในพระทัยว่า "ถ้าประชาชนไม่ทิ้งข้าพเจ้าแล้วข้าพเจ้าจะทิ้งประชาชนได้อย่างไร" 

นับเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่อยู่ในพระทัยของในหลวง ร.9 มาโดยตลอด พร้อมกับได้ทรงพระราชนิพนธ์บันทึกประจำวัน "เมื่อข้าพเจ้าจากสยาม สู่สวิตเซอร์แลนด์" พระราชทานแก่หนังสือวงวรรณคดีไทย เพื่อถ่ายทอดความรู้สึกซาบซึ้งพระราชหฤทัยถึงน้ำใจของประชาชน ที่พร้อมใจกันมาส่งเสด็จอย่างมืดฟ้ามัวดินในครั้งนั้น

ในช่วงนั้น บรรยากาศแห่งความเศร้าสลดครอบคลุมชาติไทย มองไปทางไหนมีแต่สีแห่งความทุกข์ คือสีดำเต็มไปหมด ความมหาวิปโยคเพิ่งเกิดขึ้นกับทวยราษฎร์ข้าแผ่นดิน เพราะเพิ่งสูญเสียพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล พระปิยราชบรมราชกษัตริย์ไปอย่างไม่มีวันกลับ เหลือเพียงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช "พระเจ้าอยู่หัวพระองค์ใหม่" เพียงองค์เดียวเท่านั้นที่จะเป็นความหวังและที่พึ่งของไพร่ฟ้าข้าแผ่นดิน ประชาชนได้ทุ่มเทความรัก ความหวงแหนยิ่งถวายแด่พระองค์จนหมดสิ้น

'อลงกรณ์' นำทัพ ก้าวใหม่ “เกษตร-ศึกษา” จับมือขับเคลื่อนเกษตรกรรมยั่งยืนในโรงเรียนและวิทยาลัย

วันนี้ (18 ส.ค. 65) นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในเมือง ได้ให้เกียรติเป็นประธานในงานปิดกิจกรรมโครงการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในเมือง ในพื้นที่โรงเรียนและในพื้นที่วิทยาลัย (Green School & Green College) รุ่นที่ 1 จาก 10 โรงเรียนต้นแบบนำร่อง เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม ที่ผ่านมา

โดยนายอลงกรณ์ ได้กล่าวถึงความสำคัญของการขับเคลื่อนโครงการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในเมือง ในพื้นที่โรงเรียนและในพื้นที่วิทยาลัย (Green School & Green College) ซึ่งถือเป็นกิจกรรมที่เน้นการสร้างจิตสำนึกให้เยาวชนให้ความสำคัญกับ ดิน น้ำ ป่า และสิ่งแวดล้อม โดยนำแนวคิดที่ได้กลับไปลงมือทำเพื่อสร้างพื้นที่สีเขียวและการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนภายในโรงเรียนและวิทยาลัย รวมถึงขยายผลไปยังโรงเรียนและวิทยาลัยต่าง ๆ มากขึ้น

สำหรับรุ่นที่ 1 โรงเรียนนำร่อง มีโรงเรียนชั้นนำเข้าร่วมโครงการ จำนวน 10 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา โรงเรียนวัดนางสาว (ถาวรราษฎร์บำรุง) โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย โรงเรียนเกษมพิทยา โรงเรียนไทยคริสเตียน โรงเรียนอัสสัมชัญศึกษา โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย และโรงเรียนเศรษฐเสถียรในพระราชูปถัมภ์ ซึ่งเป็นโรงเรียนสำหรับผู้พิการทางการได้ยิน

‘บิ๊กตู่’ เซ็นตั้ง 'อนุชา' พีอาร์ผลงานรัฐ หวนนั่งโฆษกรัฐบาลแทน ‘ธนกร’

(18 ส.ค. 2565) ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า จากกรณีนายธนกร วังบุญคงชนะ ได้เลื่อนขึ้นเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ และได้ลาออกจากตำแหน่ง โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นั้น วันเดียวกันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 204/2565 เรื่อง มอบหมายให้ข้าราชการการเมืองปฏิบัติหน้าที่ อีกหน้าที่หนึ่ง เพื่อให้การประชาสัมพันธ์ของรัฐบาลเป็นไปด้วยความเรียบร้อยต่อเนื่อง เหมาะสม และที่ประสิทธิภาพ 

นายกฯจึงมีคำสั่งมอบหมายให้นายอนุชา บูรพชัยศรี ข้าราชการการเมือง ตำแหน่งรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อีกหน้าที่หนึ่ง ตั้งแต่วันที่ 18 ส.ค. เป็นต้นไปจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง 

นายอนุชา บูรพชัยศรี เคยดำรงตำแหน่ง โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระหว่างวันที่ 18 ส.ค. 2563 – 24 ส.ค. 2564 ก่อนจะเข้ารับตำแหน่งรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง

วธ. เผยยอดสั่งซื้อผ้าไทย งาน “ภูษาศิลป์ จากท้องถิ่นสู่สากล” ทะลุเป้า 463 ล้านบาท

ผู้ประกอบการพอใจการจัดงานเตรียมเดินหน้าลุยงานจับคู่เจรจา Business Matching ในทุกงานแสดงสินค้าผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทย (CPOT) 

กระทรวงวัฒนธรรม ปลื้มงาน “ภูษาศิลป์ จากท้องถิ่นสู่สากล” สร้างมูลค่าเจรจาการค้าในงานพุ่งทะลุ 463 ล้านบาท เกินจากเป้าหมายที่ตั้งไว้ 200 ล้านบาท พร้อมเผยผู้ประกอบการและผู้ชมงานต่างชื่นชมจัดงาน ทั้งการจัดโซนคูหาแสดงสินค้า การนำเสนอนวัตกรรมผ้าไทย รวมถึงการผลักดันการเจรจาธุรกิจกับผู้ประกอบการทั้งในและต่างประเทศ

นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เปิดเผยว่า การจัดงานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา 12 สิงหาคม 2565 “ภูษาศิลป์ จากท้องถิ่นสู่สากล” ซึ่งเป็นงานแสดงและจัดจำหน่ายสุดยอดผ้าไทยครั้งยิ่งใหญ่แห่งปี โดยในปีนี้มีความพิเศษเป็นครั้งแรกที่ได้จัดให้มีกิจกรรมการจัดงานที่มีการค้าและการเจรจาธุรกิจ ในรูปแบบ B2B (Buiness to Business) ภายในงาน เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการหัตถอุตสาหกรรมผ้าไทยได้ใช้เป็นเวทีทางการค้า ขยายช่องทางการตลาด โดยกลุ่มผู้ประกอบการหลักที่ให้ความสนใจเข้าร่วมงานครั้งนี้แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มผู้ประกอบการในประเทศ อาทิ กลุ่มอุตสาหกรรมหัตถกรรมสร้างสรรค์ สภาอุตสาหกรรม สมาคมสตรีเพื่อสตรี สโมสรซอนต้ากรุงเทพ ห้องเสื้อผ้าไทย ร้านค้าปลีกผ้าไทยชั้นนำ และกลุ่มนักออกแบบ เป็นต้น” 

สำหรับกลุ่มผู้ประกอบการต่างประเทศ กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับสมาคมการค้าส่งเสริมหัตถกรรมไทย (THTA) และสมาคมส่งเสริมและพัฒนาหัตถกรรมอาเซียน (AHPADA) จัดกิจกรรม “Thai Traditional Textiles Hybrid Presentation” เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2565 ที่ผ่านมานั้น ซึ่งเป็นกิจกรรมการเจรจาธุรกิจกับกลุ่มเป้าหมายในต่างประเทศในรูปแบบออนไลน์ โดยมีองค์กรและผู้ทรงอิทธิพลในแวดวงการหัตถรรมโลกเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวมากมาย อาทิ ผู้แทนจากสภาหัตถกรรมโลกภาคพื้นเอเชีย-แปซิฟิค (World Craft Council Asia Pacific Region), กรรมการบริหารจากสภาหัตถกรรมกรุงเดลี ประเทศอินเดีย Delhi Crafts Council, ประธานจาก Craft Revival Trust รวมถึงกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจและกลุ่มนักออกแบบจากประเทศต่างๆ อาทิ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เป็นต้น” 

“ในภาพรวมของการเจรจาการค้าประสบความสำเร็จเกินความคาดหมาย เกิดการเจรจาการค้า 347 คู่ มีเงินสะพัดจากคาดการณ์ซื้อขายภายใน 1 ปีกว่า 463 ล้านบาท ในมูลค่านี้มียอดซื้อขายทันทีภายในกว่า 9 ล้านบาท จากกลุ่มผู้ซื้อที่เป็นทั้งนักธุรกิจไทยและต่างประเทศ โดยมีสินค้าที่ได้รับความสนใจ ได้แก่ ผ้าผืน เสื้อผ้าสำเร็จรูป กระเป๋า รองเท้า และเครื่องประดับ เป็นต้น นอกจากนี้ในคู่เจรจาได้มีการเซ็นสัญญาออเดอร์สินค้าภายในงาน รวมถึงได้มีการนัดหมายเพื่อตรวจดูแหล่งผลิตสินค้าอีกด้วย” 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top