Tuesday, 30 June 2026
Hard News Team

สถาบันพระปกเกล้า ระดมสมอง จัดระเบียบการค้าออนไลน์ มุ่งปกป้อง สร้างภูมิคุ้มกัน เยียวยาผู้บริโภค

วันที่ 17 สิงหาคม ที่ห้องประชุมสัตมรามาธิราช สถาบันพระปกเกล้า นายถนัด มานะพันธุ์นิยม เลขานุการ คณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนฯ และรองประธานคณะอนุกรรมาธิการด้านการคุ้มครองผู้บริโภค คนที่หนึ่ง กล่าวเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ การจัดระเบียบการค้าออนไลน์ :ความท้าทายในยุค Digital โดยกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ร่วมกับ สถาบันพระปกเกล้า

ภายในกิจกรรม ผู้เข้าร่วมประชุมได้รับฟังการบรรยาย เรื่อง การจัดระเบียบการค้าออนไลน์ : ความท้าทายในยุค Digital โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปิยะบุตร บุญอร่ามเรือง อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

พร้อมทั้งผู้เข้าร่วมการประชุม ได้ระดมความคิดเห็นเชิงปฏิบัติการ แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ระดมความเห็นใน 3 ประเด็นสำคัญ

1. การเสริมสร้างกลไก มาตรการ และแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการค้าจดทะเบียนพาณิชย์

2. แนวทางการบูรณาการความร่วมมือเพื่อปกป้องคุ้มครอง และเยียวยาช่วยเหลือผู้บริโภคจากการซื้อสินค้าออนไลน์

และ3. การสร้างการรับรู้ ความเชื่อมั่นและเสริมภูมิคุ้มกันให้ประชาชนเกี่ยวกับการค้าออนไลน์

'อัษฎางค์ ' ฉะ 'ชัชชาติ' แก้น้ำท่วมแบบนี้ก็ได้เหรอ ไหนว่าศึกษามาถึง 2 ปีก่อนเลือกตั้ง

(18 ส.ค. 2565) นายอัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก "เอ็ดดี้ อัษฎางค์ ยมนาค" ว่า “ความสามารถพิเศษในแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ที่ถูกนำมาใช้แก้ปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี ของท่านผู้ว่าฯชัชชาติ

ท่านผู้ว่าฯ : น้ำท่วมทุกปีมั้ย
ชาวบ้าน : ปี 54 กับปีนี้ครับ

ปี 54 คือปีที่ยิ่งลักษณ์เป็นนายกฯ และท่านผู้ว่าฯชัชชาติเป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลยิ่งลักษณ์
ปีนี้ 65 ท่านชัชชาติเป็นผู้ว่าฯ กทม.

สถิตินี้ไม่ได้บ่งบอกว่า รัฐบาลยิ่งลักษณ์และตัวท่านผู้ว่าฯ ชัชชาติดวงซวย ที่มาบริหารราชการในปีที่มีน้ำเยอะ แต่สถิตินี้บ่งบอกว่า ท่านมีความพร้อมและมีความสามารถในการจัดการกับปัญหาเรื่องน้ำมากน้อยแค่ไหน

ชาวบ้านอีกคนถาม: ทำไมคราวนี้ ฝนตกแค่ 2 ชั่วโมง น้ำก็ท่วมแล้ว
ท่านผู้ว่าฯ : เป็นเพราะภาวะโลกร้อน

ภาวะโลกร้อนคืออะไร ? ภาวะโลกร้อน (Global warming) หมายถึงการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยของอากาศใกล้พื้นผิวโลกและน้ำในมหาสมุทรตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของคริสต์ศตวรรษที่ 20 และมีการคาดการณ์ว่าอุณหภูมิเฉลี่ยจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ภาวะโลกร้อน ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น แต่เริ่มมีการเฝ้าสังเกตมานับ 100 ปีแล้ว และเริ่มต้นศึกษาอย่างจริงจังโดยการสังเกตการณ์การเพิ่มอุณหภูมิโดยเฉลี่ยของโลกที่เกิดขึ้นตั้งแต่กลางคริสต์ศตวรรษที่ 20 (ประมาณตั้งแต่ พ.ศ. 2490) ซึ่งผลจากการศึกษาพบว่าเกิดจากการ “เพิ่มความเข้มของแก๊สเรือนกระจก” ที่เกิดขึ้นโดยกิจกรรมของมนุษย์ที่เป็นผลในรูปของปรากฏการณ์เรือนกระจก

ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมธรรมชาติและต่อการดำเนินชีวิตของมนุษย์ มีหลายอย่าง หนึ่งในนั้นคือ การเปลี่ยนแปลงของหยาดน้ำฟ้าทั้งปริมาณและรูปแบบอาจทำให้เกิดน้ำท่วมและความแห้งแล้ง นอกจากนี้ยังเกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งความถี่และความรุนแรงของลมฟ้าอากาศสุดโต่ง

แผนตะวันตกโดดเดี่ยว 'รัสเซีย' ใน UN เริ่มกร่อย หลายชาติถอดใจไม่อยากเป็นศัตรูกับรัสเซีย

นับวันความพยายามของตะวันตกในการโดดเดี่ยวรัสเซียในยูเอ็นก็อยู่ในอาการกร่อยลงเรื่อย ๆ หลายประเทศกำลังตั้งคำถามว่า การร่วมมือต่อต้านรัสเซียเป็นการกระทำที่ฉลาดจริงหรือ รวมทั้งยังสงสัยว่า ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในขณะนี้มีสาระสำคัญอย่างแท้จริงถึงขั้นที่ต้องให้การสนับสนุนแบบไม่มีที่สิ้นสุด โดยที่ตะวันตกจัดหาอาวุธให้เคียฟ ขณะที่ไม่มีการเจรจาอย่างสันติที่แท้จริงเพื่อยุติความขัดแย้งกระนั้นหรือ

รอยเตอร์รายงานว่า คืนหนึ่งในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ภายใต้โคมระย้าของรัสเซียในที่ประชุมสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ในนิวยอร์ก เอกอัครราชทูตนับสิบคนจากแอฟริกา ตะวันออกกลาง ละตินอเมริกา และเอเชีย ร่วมงานสังสรรค์เนื่องในโอกาสวันชาติของรัสเซีย ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากกองทัพแดนหมีขาวบุกยูเครนไม่ถึง 4 เดือน

วาสสิลี เนเบนเซีย เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำยูเอ็น กล่าวขอบคุณทูตเหล่านั้นสำหรับการสนับสนุนและจุดยืนในการคัดค้านสงครามที่มุ่งต่อต้านรัสเซีย หลังจากกล่าวหาหลายประเทศโดยไม่เอ่ยชื่อว่าพยายาม 'ล้มล้าง' รัสเซียและวัฒนธรรมรัสเซีย

การไปร่วมงานเลี้ยงคราวนี้ของเอกอัครราชทูตเหล่านี้ สะท้อนให้เห็นความยากลำบากที่พวกนักการทูตตะวันตกต้องเผชิญ ในการพยายามธำรงรักษามาตรการแข็งกร้าวของนานาชาติมุ่งโดดเดี่ยวรัสเซียเอาไว้ หลังจากที่ระยะแรก ๆ สามารถผลักดันยูเอ็นออกมาประณามการรุกรานยูเครนได้หลายครั้ง

ขณะที่รับรู้ถึงความสับสนและความกังวลของบางชาติที่ว่า สงครามยูเครนเรียกร้องต้องการความสนใจของทั่วโลกมากเกินไป เป็นระยะเวลาเกือบ 6 เดือนแล้ว โดยยังไม่มีแนวโน้มว่ายูเอ็นจะทำอะไรได้นั้น พวกนักการทูตตะวันตกก็ยอมรับว่า นอกเหนือจากการพยายยามเรียกประชุมนานาชาติแล้ว วิธีการอื่น ๆ ซึ่งสามารถพุ่งเป้าจัดการกับรัสเซียก็ดูจำกัดเหลือเกิน

ริชาร์ด โกแวน ผู้อำนวยการฝ่ายยูเอ็นของกลุ่มคลังสมอง อินเตอร์เนชันแนล ไครซิส กรุ๊ป เป็นผู้หนึ่งซึ่งยอมรับว่า การหาวิธีที่มีความหมายในการลงโทษรัสเซีย กำลังทำได้ยากขึ้นทุกที ขณะที่สงครามยังคงยืดเยื้อต่อไป

พวกนักการทูตและผู้สังเกตการณ์หลายคนสำทับว่า ในบางกรณีชาติตะวันตกต้องหลีกเลี่ยงการดำเนินการเฉพาะเจาะจงบางอย่าง เนื่องจากกลัวว่า จะได้รับการตอบรับอย่างเฉยชา ขณะที่มีประเทศมากขึ้นงดออกเสียงในการลงมติซึ่งส่งสัญญาณถึงความไม่ยินดีต่อต้านมอสโกอย่างเปิดเผย

เมื่อเดือนมิถุนายน สหภาพยุโรป (อียู) ต้องพิจารณาทบทวนแผนการที่จะให้แต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญยูเอ็นทำหน้าที่ตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนในรัสเซีย และสุดท้ายก็ตัดสินใจระงับเพราะกลัวว่า สมาชิกคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนเกือบครึ่งจากทั้งหมด 47 ชาติอาจคัดค้าน

โอลาฟ วินต์เซค ผู้อำนวยการมูลนิธิคอนราด อาเดนาวร์ของเยอรมนีประจำเจนีวา ชี้ว่า หลายประเทศกำลังตั้งคำถามว่า การร่วมมือกันต่อต้านรัสเซียเป็นการกระทำที่ฉลาดจริงหรือ

ด้านนักการทูตรัสเซียประจำยูเอ็นในเจนีวา สำทับว่า ประเทศตะวันตกรู้ดีว่า เป็นไปไม่ได้ที่จะโดดเดี่ยวรัสเซียซึ่งเป็นหนึ่งในมหาอำนาจโลก

'เพื่อไทย' ซัด!! งบกลาโหม 8.5 หมื่นล้านบาท ประเคนกองทัพซื้ออาวุธ แบบไม่เห็นหัวประชาชน

ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ส.ส. พรรคเพื่อไทย ระดมพลอภิปรายขอให้สภาผู้แทนราษฎรปรับลดงบประมาณในส่วนที่เกี่ยวข้องกับงานด้านความมั่นคงในส่วนของหน่วยงานภายใต้กำกับของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งมีแนวโน้มในการคุกคามและแทรกแซงประชาชน รวมไปถึงขอให้ปรับลดงบประมาณในส่วนของกระทรวงกลาโหม ที่ยังคงมุ่งหน้าในการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์จำนวนมหาศาล ซึ่งขัดแย้งกับสถานการณ์ประเทศที่กำลังวิกฤต ประชาชนต้องเผชิญกับปัญหาเศรษฐกิจปากท้องอย่างหนักในขณะนี้

[+พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ส.ส.เชียงราย]

ในมาตราที่ 7 ซึ่งเป็นงบประมาณรายจ่ายของสำนักนายกรัฐมนตรีและหน่วยงานในกำกับ จะต้องปรับลดลง เนื่องจากนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีหน่วยงานในกำกับอยู่ถึง 27 หน่วยงาน มีงบประมาณรวมถึง 2.2 หมื่นล้านบาท รวมกับงบกลางเงินสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉินจำเป็น สำรองจ่ายได้อีก 9.2 หมื่นล้านบาท เป็น 1.1 แสนล้านบาท นอกจากนี้ยังรวมถึงหน่วยงานของ กอ.รมน. ที่เข้าไปล้วงลูกสั่งการหน่วยราชการในอีก 77 จังหวัดอีกด้วย ซึ่งใน 27 หน่วยงานนี้ก็มีบางหน่วยงานที่น่าจะตัดงบประมาณทั้งหมด เช่น สำนักงานคณะกรรมการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ และสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์กรมหาชน) เพราะทุกวันนี้ประชาชนก็ถูกหน่วยงานเหล่านี้คุกคามทางไซเบอร์อยู่ ยังไม่นับที่หน่วยราชการต่าง ๆ ที่ถูกล้วงลูกแทรกแซงอีก

[+ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส. มหาสารคาม] 

ในงบประมาณ มาตรา 8 ในส่วนของกระทรวงกลาโหม ได้รับงบประมาณทั้งสิ้น 8.5 หมื่นล้านบาท โดยได้ระบุว่ามีความจำเป็นต้องปรับลด 10% ที่ได้ไปนำไปจัดซื้อเรือดำน้ำจากประเทศจีน แต่ภาวะวิกฤตเศรษฐกิจขนาดนี้ไม่สอดคล้องกับการซื้อเรือดำน้ำที่ไม่มีเครื่องยนต์ นอกจากนี้เครื่องยนต์ที่ทางการจีนต้องไปจัดหาสำหรับเรือดำน้ำที่ไทยตั้งใจจะซื้อต่อนั้น ยังเป็นเครื่องยนต์ที่ไม่มีทหารคนไหนบนโลกเคยใช้มาก่อน

นอกจากนี้ กระทรวงกลาโหมยังมีความพยายามจะจัดซื้อเครื่องบินรบ F-35A เป็นเครื่องบินใหม่ล่าสุดที่มีนวัตกรรมทางทหารและทางอวกาศที่ล้ำสมัย อย่างไรก็ตามการจัดซื้อเครื่องบินรบที่มียุทโธปกรณ์สูงเช่นนั้นไม่เหมาะสมกับวิกฤตเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน อีกทั้งยังไม่สอดคล้องกับงบประมาณแผ่นดินในเวลานี้ที่ต้องจำกัดจำเขี่ย ยิ่งไปกว่านั้น ยังเป็นการตั้งงบประมาณไว้ลอยๆ อย่างไม่จำเป็น เพราะการจะซื้อเครื่องบินรบ F-35A นั้นจำเป็นต้องได้รับการอนุมัติจากสภาคองเกรส สหรัฐอเมริกาเสียก่อน ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีวี่แววใดๆ ว่าทางสหรัฐฯ​ จะอนุมัติขายให้

[+ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ ส.ส. เชียงใหม่]
ขอปรับลดงบประมาณกระทรวงกลาโหม 10% โดยเฉพาะงบที่จะใช้ในการเช่ารถหรูประจำตำแหน่ง Mercedes-Benz S500 ถึง 30 คัน ประเทศไทยมีนายพลจำนวนที่เยอะเกินกว่าที่จำเป็น หากนับย้อนไป 2561-2563 มีนายพลแต่งตั้งโยกย้ายมากกว่า 10,000 คน เท่ากับ 1 ต่อ 166 นาย ส่งผลให้งบประมาณรายจ่ายสูง อีกทั้งสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมยังมีงบลับจำนวนมาก ที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ อีกทั้งการตั้งงบประมาณที่ไม่เกี่ยวข้องกับสายงานและไม่มีความจำเป็น เช่น การตั้งงบไอโอเพื่อโจมตีประชาชนที่มีความเห็นต่าง เป็นต้น

“ตั้งงบซื้ออาวุธทุกปี ถ้าไม่ซื้ออาวุธสักปี ประเทศไทยจะเสียเอกราชให้ใครหรือเปล่าคะ? หรือถ้าไม่ซื้อ ท่านนายกฯ จะตายหรือเปล่า ถ้าท่านนายกฯ จะเป็นจะตาย ดิฉันก็ยอมให้ท่านแล้วค่ะ จะได้เป็นบุญ แต่นี่ไม่ใช่ เพราะงบประมาณเป็นเงินภาษีประชาชน กองทัพที่ใหญ่โต งบประมาณที่เลอะเทอะ ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจที่ประชาชนกำลังหิวโหย ตั้งงบประมาณไม่เห็นหัวประชาชน จึงขอลดงบประมาณกระทรวงกลาโหม 10% เพื่อไปเพิ่มสวัสดิการและแก้เศรษฐกิจให้แก่ประชาชน”

[+วิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส. เชียงราย]
ขอปรับลดงบประมาณกระทรวงกลาโหมลง 9% ด้วยเหตุผล 2 ประการ

1.) ประเทศไทยมีโครงการทุนพัฒนาศักยภาพนักวิจัยด้านยุทโธปกรณ์เพื่อเพิ่มศักยภาพของกองทัพและการป้องกันประเทศ แต่กองทัพกลับไม่สนับสนุน กองทัพมุ่งแต่จะซื้ออาวุธทำให้เกิดปัญหาเงินไหลออก และประเทศขาดโอกาสในการพัฒนาด้านเศรษฐกิจและเทคโนโลยีอาวุธยุทโธปกรณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในปัจจุบันการซื้อขายอาวุธระหว่างประเทศได้มีนโยบายการซื้อสินค้าระหว่างประเทศที่ระบุให้ผู้ซื้อและผู้ขายอาวุธจะต้องมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านอาวุธ มีการลงทุนร่วมกันทั้งในภาครัฐและเอกชน เพื่อพัฒนาทักษะและพัฒนาอาวุธ ซึ่งประเทศเพื่อนบ้านเราต่างใช้นโยบายนี้ แต่ไม่ทราบว่ากองทัพไทยได้ดำเนินการในเรื่องนี้หรือไม่

'แก๊งเด็กมะกัน' รุมทำร้ายหญิงชราชาวเอเชีย สุดช็อก!! 1 ในแก๊งมีอายุเพียง 11 ปี

เด็ก 3 คน อายุ 11, 13 และ 14 ปี กับชายอายุ 18 ปีรายหนึ่ง ก่อเหตุรุมทำร้ายและปล้นหญิงชราชาวเอเชียวัย 70 ปี ภายในอพาร์ตเมนต์ที่เธอพักอาศัย ในซานฟรานซิสโก สหรัฐฯ เมื่อเดือนที่แล้ว และเวลานี้ 2 คนอยู่ภายใต้การควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่ จากการเปิดเผยของตำรวจในช่วงต้นสัปดาห์ ในเหตุการณ์ที่ตำรวจถึงขั้นเอ่ยปากว่าน่าเศร้าและเป็นเรื่องช็อกอย่างยิ่ง

บิล สกอตต์ ผู้บัญชาการตำรวจซานฟรานซิสโก เปิดเผยว่าผู้หญิงรายดังกล่าวกำลังอยู่นอกอาคารที่พักอาศัยของเธอในย่านไชนาทาวน์เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม ระหว่างนั้นพวกผู้ต้องสงสัยเดินเข้ามาหาและพูดคุยกับเธอ

ด้วยที่ไม่เข้าใจในสิ่งที่พวกผู้ต้องสงสัยพูด เนื่องจากอุปสรรคทางภาษา เธอจึงหลบเข้าไปในบริเวณล็อบบี้ของตัวอาคาร แต่พวกผู้ต้องสงสัยยังเดินตามเธอไป จากนั้นพวกผู้ต้องสงสัยลงมือทุบตีทำร้ายและปล้นสะดมเธอ ก่อนหลบหนีไป อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ทั้งหมดทั้งมวลนี้ถูกกล้องวงจรปิดจับภาพเอาไว้ได้

"เหยื่อถูกพาตัวส่งโรงพยาบาลท้องถิ่นแห่งหนึ่ง และขอบคุณพระเจ้า อาการบาดเจ็บของเธอไม่อันตรายถึงขั้นเสี่ยงต่อการเสียชีวิต" สกอตต์กล่าว แต่เขาไม่ได้เปิดเผยชื่อผู้หญิงรายนี้

นายปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์ เลขาฯ ศอ.บต. เผย เหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่จชต.ส่งผลกระทบด้านเศรษฐกิจ ยัน! รัฐบาลเดินหน้าพัฒนาทุกมิติ พร้อม! เร่งช่วยเหลือภาคเอกชน และปชช. ที่ได้รับผลกระทบ

พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เข้าเยี่ยมนางประทุม นักทอง อายุ 55 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากเหตุการณ์คนร้ายลอบวางระเบิด ที่บริเวณสวนยางพาราของประชาชนในพื้นที่บ้านโคกโก ตำบลโต๊ะเด็ก อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส ขณะที่กำลังเข้าไปกรีดยางในสวนของตนเองจนทำให้ขาทั้ง 2 ข้างขาดและแพทย์ได้ทำการตกแต่งบาดแผลเรียบร้อยแล้วขณะนี้รู้สึกตัวดีแต่จะต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด พร้อมกันนี้ยังได้เข้าเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ชุด EOD ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าวระหว่างเข้าตรวจสอบพื้นที่จนทำให้มีเจ้าหน้าที่ทหารพรานเสียชีวิต 1 ราย และได้บาดเจ็บอีก 10 ราย เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2565 ที่ผ่านมา

ในการนี้พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต. เปิดเผยว่าวันนี้เป็นการลงพื้นที่เยี่ยม และให้กำลังใจผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในพื้นที่อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2565 ที่ผ่านมา ซึ่งไม่อยากกล่าวคำว่าเสียใจ แต่จำเป็นต้องกล่าวให้กับผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ รวมถึงผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนทุกคน ซึ่งขณะนี้นายกรัฐมนตรี และรองนายกรัฐมนตรีเอง ได้สั่งการและเน้นย้ำให้ดูแลอย่างดีไม่เพียงแค่เยี่ยมให้กำลังใจมอบเงินช่วยเหลือเยียวยาเท่านั้น แต่ต้องดูแลผู้ได้รับบาดเจ็บรวมถึงครอบครัวของผู้เสียหายให้ดีที่สุด ขณะที่ในส่วนของเจ้าหน้าที่ที่ได้รับบาดเจ็บนั้นเชื่อว่า..ไม่ได้เกิดจากความประมาทเลินเล่อแต่คาดว่าเกิดจากการดัดแปลงและวิธีการทำลายล้าง ดังนั้นจึงขอให้ทุกส่วนร่วมกันผนึกกำลังช่วยกันแก้ไขปัญหาความรุนแรงที่เกิดนี้ เชื่อว่าหากทุกคนช่วยกันเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดจะสามารถคลี่คลายลงตามลำดับ และในนามรัฐบาลขอโดยให้คำมั่นสัญญาว่า จะไม่ทิ้งและจะช่วยดูแลกันต่อไป

'วรภพ' ซัด!! ธุรกิจพาณิชย์กองทัพไม่โปร่งใส แนะ!! ตัดงบ 1 หมื่นลบ. สร้างสวัสดิการให้ปชช.

วรภพ วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) แบบบัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล ร่วมอภิปรายในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 มาตรา 8 งบประมาณกระทรวงกลาโหม มูลค่ากว่า 1.97 แสนล้านบาท โดยเสนอตัดงบ 10 % ในส่วนของเงินนอกงบประมาณที่ไม่อาจตรวจสอบได้ โดยระบุว่า เงินนอกงบประมาณของกองทัพนี้ ถ้าจะเรียกให้ถูกต้องคือ เงินนอกของนอกงบประมาณ เพราะไม่อยู่ในงบการเงินของกระทรวง เป็นธุรกิจกองทัพพาณิชย์ที่ไม่มีการรายงานและการตรวจสอบใด ๆ เช่น บ่อน้ำมัน สนามกอล์ฟ สนาม้า สนามมวย โรงแรม ปั๊มต่าง ๆ ซึ่งรายได้เหล่านี้ มีแต่คำอ้างว่าเอามาเป็นสวัสดิการกองทัพ แต่คำถามคือเป็นสวัสดิการของใคร นายพล ขุนศึก ศักดินาหรือไม่ และไม่ใช่แค่สภาผู้แทนราษฎรเท่านั้นที่ตรวจสอบไม่ได้ แม้แต่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง.ก็ตรวจสอบไม่ได้เช่นกัน และที่ตลกร้ายก็คือ ในการให้คะแนนความโปร่งใสของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ปรากฏว่ากระทรวงกลาโหมทุกหน่วยงานได้คะแนนความโปร่งใสผ่านแบบ 100 %

วรภพ กล่าวว่า สำหรับเงินนอกของนอกงบประมาณ ที่ตรวจสอบพบและมีรายงาน อาทิ บ่อน้ำมัน อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ซึ่งกองทัพขุดกลั่นได้ 86,000 ลิตรต่อวัน ซึ่งต่อให้เป็นน้ำมันเกรดไม่ดีก็จะมีรายได้ 600 ล้านบาทต่อปี, ในส่วนสนามกอล์ฟ ของกองทัพบกมีจำนวน 36 แห่ง จากการเปิดเผยช่วงที่มีเหตุการณ์กราดยิงที่ จ.นครราชสีมา แล้ว ผบ.ทบ.บอกจะมีการปฏิรูปกองทัพ แต่วันนี้ 3 ปียังไม่มีความคืบหน้า ขณะที่สนามกอล์ฟของกองทัพเรือและกองทัพอากาศ ยังไม่มีรายงาน อย่างไรก็ตาม จากจำนวนที่มีนี้ก็ทำให้น่าตั้งคำถามอย่างยิ่งว่านี่คือกระทรวงกลาโหมหรือกลุ่มทุนอสังหาริมทรัพย์ เพราะที่ที่มีอยู่ใจกลางเมืองทั้งนั้น แต่พอมาดูรายได้ที่แจ้ง สนามกอล์ฟตรงถนนรามอินทรา ที่ 500 ไร่ แจ้งรายได้เพียง 150 ล้านบาทต่อปี ซึ่งเมื่อคำนวนออกมาพบว่าสร้างรายได้เพียง 3 แสนบาท ต่อไร่ต่อปีเท่านั้น น้อยมากเมื่อเทียบกับศักยภาพของที่ดิน นอกจากนี้ กองทัพยังมีโรงแรม 5 แห่ง สนามม้า 1 แห่ง สนามมวย 1 แห่ง ซึ่งรายได้รวม ๆ 300 ล้านบาทต่อปี ปั๊มน้ำมันอีกจำนวนมาก รวมถึงที่ดินราชพัสดุซึ่งทั้งประเทศมี 12 ล้านไร่ แต่อยู่ในครอบครองของกองทัพแล้วกว่าครึ่งหนึ่ง ลองคิดง่ายๆ ถ้าให้เกษตรกรที่ขาดแคลนที่ทำกินเช่า ไร่ละ 1,000 บาท ก็น่าจะมีรายได้กว่า 5,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งนี่คือมูลค่าที่จะเกิดขึ้นจากที่ดินกองทัพที่ไม่ถูกใช้ประโยชน์

'สันติ' ถามรัฐบาลออก พ.ร.ก.ค้ำเงินกู้กองทุนน้ำมัน เพิ่มหนี้สาธารณะ จำเป็นจริงหรือ? คาใจ 3 ปม แก้พลังงานแพงไร้คำตอบ ซัด ไร้ความสามารถบริหารประเทศ ปชช.ต้องทนรับสภาพอีกนานเท่าไหร่?

วันที่ 18 ส.ค. 65 ดร.สันติ กีระนันทน์ รองหัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความคิดเห็นที่คาใจต่อกรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันอังคารที่ 16 ส.ค. ที่ผ่านมา มีการพิจารณาวาระลับที่มุ่งแก้ปัญหาฐานะกองทุนน้ำมัน ที่มีหนี้สินมากกว่าสินทรัพย์รวมไปถึง 117,394 ล้านบาท (รายงานเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2565) โดยมีมติอนุมัติการออก พ.ร.ก. เพื่อค้ำประกันการกู้ยืมของกองทุนน้ำมัน วงเงิน 1.5 แสนล้านบาท และยังอนุมัติงบกลาง 5 หมื่นล้านบาท เพื่อบริหารสภาพคล่องกองทุนน้ำมัน ในระหว่างรอการออก พ.ร.ก. ฉบับดังกล่าว

โดยระบุว่า เป็นที่เข้าใจได้ว่า ฐานะกองทุนน้ำมันมีปัญหาอย่างหนักในขณะนี้ จำเป็นต้องได้รับการแก้ไข แต่การออก พรก. ซึ่งจะสร้างภาระให้หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นอันเนื่องมาจากการค้ำประกันการกู้เงินดังกล่าวนั้น เป็นการกระทำที่เหมาะสมหรือไม่ และหากประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ต้องนำพระราชกำหนดฉบับดังกล่าว เข้าพิจารณาเพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรให้ความเห็นชอบ หากสภาผู้แทนราษฎรไม่ให้ความเห็นชอบ รัฐบาลต้องแสดงความรับผิดชอบในการออกพระราชกำหนด อย่างไรหรือไม่

การแก้ไขปัญหาราคาพลังงานที่ผ่านมานั้น มีคำถามที่ยังค้างคาในสังคมอีกมาก ที่รัฐบาลไม่เคยอธิบายให้เกิดความชัดเจนได้ เช่น

1. โครงสร้างราคาน้ำมันบิดเบี้ยว เพราะค่าการกลั่นที่ประหลาดมหัศจรรย์ อย่างน้อยที่สุด ถ้ายอมรับว่าต้องอ้างอิงราคาหน้าโรงกลั่นที่สิงคโปร์ เพราะเป็นตลาดซื้อขายที่มีสภาพคล่องสูง (ซึ่งผมก็ยังไม่เห็นด้วยอย่างหมดใจ) แต่การบวก FIL (freight, insurance and loss) ซึ่งไม่เกิดขึ้นจริง เพราะไม่มีการขนส่งจากต่างประเทศ ทำไมไม่ลบออก ซึ่งสามารถทำได้ในระยะสั้น

2. กำไรโรงกลั่นที่เกิดขึ้นอย่างมากมายมหาศาลในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ (ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย) ชี้ให้เห็นได้ชัดเจนว่า การกำหนดราคาน้ำมันสำเร็จรูปที่เป็นผลผลิตจากโรงกลั่น เป็นการสร้างภาระให้แก่ประชาชนผู้บริโภคอย่างมากเกินกว่าสมควร ซึ่งประเด็นดังกล่าวนี้ รัฐบาลก็ไม่ได้ให้ความสนใจในการแก้ปัญหา แต่กลับไปอ้อนวอนขอร้องให้โรงกลั่นเสียสละกำไรบางส่วน (ซึ่งเล็กน้อยมาก) เพื่อมาช่วยชดเชยการขาดดุลของกองทุนน้ำมัน

‘สมบัติ เมทะนี’ พระเอกตลอดกาล เสียชีวิตแล้ว ในวัย 85 ปี

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม รอง เค้ามูลคดี ได้โพสต์เฟซบุ๊กอาลัยต่อการจากไปของนักแสดงรุ่นใหญ่ 'สมบัติ เมทะนี' หรือพี่แอ๊ด น้าแอ๊ด ของคนในวงการบันเทิง ในวัย 85 ปี

โดยระบุว่า “ขอให้พี่ไปสู่ภพภูมิที่ดีนะครับ” “ข่าวน่าเสียใจอย่างยิ่ง กับการจากไปของพี่แอ๊ด สมบัติ เมทะนี เช้านี้ครับ หลับไปเฉยๆ ครับ ขอพี่แอ๊ดสู่สุคติบนสรวงสวรรค์ด้วยครับ”

ทั้งนี้ สมบัติ เมทะนี หรือ แอ๊ด เกิดเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง ประจำปี 2559 ถือเป็นนักแสดง และผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดัง โดย กินเนสบุ๊คยังบันทึกไว้ว่าเป็นนักแสดงที่รับบทเป็นพระเอกมากที่สุดในโลก โดยแสดงเป็นพระเอกถึง 617 เรื่อง

สมบัติ จบการศึกษาจาก โรงเรียนเทพศิรินทร์ ก่อนเข้าศึกษาต่อ ระดับอนุปริญญาที่โรงเรียนช่างก่อสร้างอุเทนถวาย

ชีวิตส่วนตัว สมรสกับ กาญจนา เมทะนี มีบุตรด้วยกัน 5 คน


ที่มา : https://www.matichon.co.th/entertainment/thai-entertainment/news_3513279

4 ปี EEC มีอะไรคืบหน้า?

เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2565 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.)  ครั้งที่ 4/2565 โดยที่ประชุมได้รับทราบความก้าวหน้าผลการดำเนินงานของEEC ในช่วง 4 ปีแรก (2561 – 2565) ซึ่งเกิดการเติบโตที่ดีครบทุกมิติ และเกิดผลประโยชน์ตรงถึงประชาชนทุกกลุ่ม ได้แก่ 

1) เกิดการอนุมัติงบลงทุนสูงถึง 1.8 ล้านล้านบาท เกินเป้าหมาย 1.7 ล้านล้านบาทใน 5 ปีที่เป็นแผนแรกของEEC 

2) สามารถดึงเทคโนโลยีใหม่ผ่านการลงทุน โดย 4 ปีที่ผ่านมา การอนุมัติการลงทุนอุตสาหกรรมเป้าหมาย 10 S-curve มีสัดส่วน 70% ของการส่งเสริมการลงทุนทั้งหมด และ 5 New S-Curve มีสัดส่วนการลงทุน 36% และเพิ่มขึ้นเป็น 49% ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2565 นี้ 

3) สร้างระบบการพัฒนาบุคลากรตามความต้องการของตลาด (Demand Driven) แก้ปัญหาขาดแคลนบุคลากรที่ทำงานกับนวัตกรรมใหม่ อบรมไปได้แล้ว 16,114 คน สิ้นปี 66 จะดำเนินการได้ 100,000 คน และ 

4) ผลประโยชน์ตกถึงประชาชน และมีระบบดูแลอย่างยั่งยืน ได้แก่ 
(1) ผลประโยชน์ทางตรง โครงสร้างพื้นฐานระดับโลก ระบบสาธารณสุขทันสมัย สาธารณูปโภค (น้ำ ไฟฟ้า ขยะ) ทันสมัยเพียงพอ มีโอกาสมีงานทำ รายได้ดี 
(2) การพัฒนาตรงถึงประชาชน พัฒนาเศรษฐกิจชุมชน ยกระดับคุณภาพชีวิต บูรณาการการลงทุนในชุมชน ผ่านแผนเกษตร แผนพัฒนาเชิงพื้นที่ Neo Pattaya-บ้านฉาง-บ้านอำเภอ-มาบตาพุด-ระยอง 
(3) โครงการลงถึงระดับชุมชน เกิดการมีส่วนร่วมทั้งพลังสตรีดูแลสิ่งแวดล้อม EECสแควร์ บัณฑิตอาสา เยาวชนต้นแบบ โครงการต้นแบบสวนภาษาอังกฤษ และจีน หลักสูตรEECกับการบริหาร อปท. 
(4) โครงการสินเชื่อพ่อค้า-แม่ขาย และ SMEs หลังสถานการณ์โควิด กับ 9 สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ (ปล่อยไปแล้ว 51,420 ราย เป็นสินเชื่อ 34,548 ล้านบาท)


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top