Tuesday, 30 June 2026
Hard News Team

'จิรายุ' โวย รัฐบาลห่วยแตก ปล่อยข้าวของแพง ชี้!! ค่าไฟพุ่งเกิน 5 บาทต่อหน่วยก่อนสิ้นปีแน่นอน

หลังรัฐบาลบิ๊กตู่อยู่มา 8 ปี โอบอุ้มแต่นายทุนพลังงาน ล่าสุดกู้แสนล้านชดเชยต้นทุนค่าไฟให้ EGAT ไปแล้วแสนล้าน แต่กลับไม่เจรจากับเอกชนที่รัฐต้องจ่ายค่าความพร้อมอีกปีแปดหมื่นล้าน แต่ดันจะซื้อไฟเอกชนไทยในลาวอีก 5 แห่ง 3,800 เมกฯ ทั้ง ๆ ที่เศรษฐกิจถดถอย ความต้องการไฟโอเวอร์ซัปพลายสุดท้ายกรรมตกไปที่ประชาชนต้องรับเวรค่าน้ำค่าไฟค่าน้ำมันแพงไปแทน

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ คณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน เปิดเผยว่าคณะกรรมาธิการได้พิจารณากรณีต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นและแนวโน้มที่รัฐบาลจะพลักภาระที่เกิดจากความผิดพลาดในการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลไปให้กับประชาชน ด้วยการขึ้นค่าไฟเพิ่ม ซึ่งคาดว่าจะสูงขึ้นถึง 5 บาท/หน่วยก่อนสิ้นปีแน่นอน ถือเป็นความห่วยแตกในการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล กรรมาธิการส่วนใหญ่มีความเห็นว่า หากรัฐบาลยังทำเป็นทองไม่รู้ร้อน กรรมจะตกกับคนไทยทั้งแผ่นดิน

ทั้งนี้ตนขอให้รักษาการนายกรัฐมนตรี เร่งแก้ไขเป็นวาระเร่งด่วนเนื่องจากจะเกิดสึนามิทางพลังงานและค่าครองชีพที่แพงมหาโหดจะโถมเข้าใส่ประชาชนตั้งแต่เดือนตุลาคมนี้เป็นต้นไป โดยกรรมาธิการมีความเห็นว่า 

1.) ขอให้ยกเลิกการกู้เงินเพื่อมาชดเชยให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตซึ่งกู้เงินไปแล้ว 110,000 ล้านบาท และมีแนวโน้มที่จะขอกู้เพิ่มอีกเนื่องจากสถานการณ์พลังงานของประเทศและโลกจะเข้าสู่โหมดราคาสูงในช่วงหน้าหนาว

'อองซาน' ถูกจำคุกเพิ่มอีก 3 ปี ข้อหาโกงการเลือกตั้ง ฟากกองทัพพม่าเล็งแบนพรรค NLD จากการเลือกตั้งใหญ่

(2 ก.ย. 62) ศาลพม่าได้อ่านคำพิพากษาตัดสินโทษ นาง อองซาน ซูจีน ที่ปรึกษาแห่งรัฐของพม่าว่ามีความผิดในข้อหาโกงการเลือกตั้งใหญ่เมื่อปี 2020 ทำให้อองซาน ซูจี ต้องถูกจำคุกเพิ่มอีก 3 ปี หลังจากที่โดนตัดสินโทษในความผิดข้อหาอื่นๆ ก่อนหน้านี้มาแล้วหลายคดี ตั้งแต่การคอร์รัปชัน การใช้อำนาจในตำแหน่งมิชอบ การปลุกระดม และอื่นๆ ที่ทำให้อองซาน ซูจี มีโทษจำคุกสะสมแล้วกว่า 17 ปี 

และนอกเหนือจากโทษจำคุกแล้ว ยังมีระบุว่าต้องมีการบังคับใช้แรงงงานหนักในช่วงที่ถูกจองจำด้วย ซึ่งไม่ได้ระบุว่าโทษแรงงานมีรายละเอียดอย่างไร รวมถึง นาย วิน มินท์ ผู้นำพม่าของพรรค NLD ที่ชนะการเลือกตั้งปี 2020 ก็ถูกตัดสินรับโทษในข้อหาโกงการเลือกตั้งเช่นเดียวกับ นาง อองซาน ซูจี 

จากการเลือกตั้งใหญ่ของพม่า เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2020 พรรค NLD ของ อองซาน ซูจี ชนะเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย กวาดที่นั่งในสภาไปได้ถึง 315 จาก 440 ที่นั่ง สามารถจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างมากพรรคเดียวได้สบายๆ แต่กลับยังตั้งรัฐบาลไม่ได้สักที ด้วยข้อกล่าวหาเรื่องโกงการเลือกตั้ง และนำไปสู่การรัฐประหารในพม่าเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2021  

แม้ว่า The Asian Network for Free Elections องค์กรอิสระที่เข้ามาสังเกตการณ์ในคูหาเลือกตั้งในพม่ากว่า 400 แห่ง ในช่วงระหว่างมีการเลือกตั้ง ได้ยืนยันว่าไม่พบการกระทำผิดกฏหมายตามที่ฝ่ายกองทัพพม่ากล่าวอ้าง แต่สุดท้าย นายพล มิน อ่อง หล่าย ก็ประกาศว่าผลการเลือกตั้งครั้งนั้นเป็นโมฆะอยู่ดี เพราะขาดความยุติธรรม และเสรีภาพ

ดังนั้นข้อหาเรื่องการโกงการเลือกตั้ง จึงเป็นคดีหลักของอองซาน ซูจี มากกว่าคดียิบย่อย ที่โดนพิพากษาไปก่อนหน้านี้ และจะเป็นคดีที่ส่งผลต่อพรรค NLD ที่อาจถูกรัฐบาลทหารใช้เป็นเหตุผลที่จะแบนพรรค NLD ทั้งพรรคออกจากการเลือกตั้งใหญ่ ที่ทางนายพล มิน ออง หล่าย เคยสัญญาว่าจะจัดขึ้นแน่ๆในปี 2023 ที่จะถึงนี้

ศาลกาฬสินธุ์ติวเข้มผู้บังคับใช้กฎหมาย

ศาลกาฬสินธุ์จัดอบรมโครงการส่งเสริมการประสานความร่วมมือด้านการยุติธรรม ของหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม เพื่อเป็นกลไกหนึ่งในการเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลของกระบวนการยุติธรรมทุกภาคส่วน ติวเข้มผู้บังคับใช้กฎหมายทั้งระบบยุติธรรมที่โรงแรมชาร์ลองบูทรีค อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ นางสาวโกมลลดา ไกรสิงห์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล จ.กาฬสินธุ์ พร้อมด้วยนางวัฒนานันท์ ธรรมบุตร ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการประจำศาล จ.กาฬสินธุ์ นายพูนศักดิ์ นามเพ็ง ส่วนช่วยอำนวยการประจำศาล จ.กาฬสินธุ์ เปิดการอบรมตามโครงการส่งเสริมการประสานความร่วมมือด้านกระบวนการยุติธรรมของหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม โดยมีส่วนราชการที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรมทุกระบบ โดยมีนายณัชฐปกรณ์ เจริญรัตนวานนท์ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาล จ.กาฬสินธุ์ นายอัครรัฐ สูตรสุวรรณ ผู้พิพากษาศาล จ.กาฬสินธุ์ เป็นวิทยากรให้ความรู้ด้านกฎหมาย

นางสาวโกมลลดา ไกรสิงห์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า โครงการส่งเสริมการประสานความร่วมมือด้านการยุติธรรม ของหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมจัดขึ้นเพื่ออบรม ให้ความรู้เพิ่มเติมในด้านกฎหมาย เพื่อเป็นการสร้างความร่วมมือทุกภาคส่วนในกระบวนยุติธรรมภายใน จ.กาฬสินธุ์ทั้งระบบ ทั้งในส่วนประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญา ประมวลกฎหมายอาญา พระราชบัญญัติที่เกี่ยวกับยาเสพติดที่ให้โทษ นอกจากนี้ยังเกี่ยวกับกฎหมายที่แก้ไขฉบับใหม่ ซึ่งการประสานความร่วมมือในครั้งนี้ จะทำให้ระเบียบงานที่เกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมเป็นไปในแนวทางเดียวกัน อันจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนและสังคมใน จ.กาฬสินธุ์

ทั้งนี้ ศาลยุติธรรมเป็นสถาบันหลักในการอำนวยความยุติธรรม และคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน ตามแผนยุทธศาสตร์ศาลยุติธรรม พ.ศ. 2565-2568 เพื่อขับเคลื่อนนโยบาย  ในการประสานความร่วมมือด้านกระบวนการยุติธรรมกับหน่วยงานทุกภาคส่วน รวมถึงวางแนวทางแก้ไขปัญหาข้อขัดข้องที่เกิดขึ้นในการปฏิบัติหน้าที่ร่วมกันระหว่างหน่วยงาน เพื่อพัฒนากระบวนการยุติธรรมและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน ภายใต้ยุทธศาสตร์กระบวนการยุติธรรม เพื่อขับเคลื่อนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกระบวนการยุติธรรมทุกภาคส่วนให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผล ภายใต้ระบบนิติธรรม เพื่อพัฒนาเครือข่ายในการแก้ไขปัญหา การปฏิบัติงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และที่สำคัญเพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์ของสำนักงานศาลยุติธรรมและศาลกาฬสินธุ์

'ชวน' ย้ำเตือน อย่าทำให้การเมืองเป็นธุรกิจ แนะ!! ผู้กู้กยศ.ควรคืนเงิน เพื่อรุ่นต่อไป

'ชวน' เปิดงานโครงการส่งเสริมและปลูกฝังแนวคิดบ้านเมืองสุจริตไปสู่เยาวชน พร้อมบรรยายพิเศษ 'ประเทศรุ่งเรือง เมื่อบ้านเมืองสุจริต' ย้ำเตือนอย่าทำให้การเมืองเป็นธุรกิจ แนะผู้กู้กยศ.คืนเงิน เพื่อรุ่นต่อไป

(2 ก.ย.65) ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา เป็นประธานเปิดงานโครงการส่งเสริมและปลูกฝังแนวคิดบ้านเมืองสุจริตไปสู่เยาวชน เพื่อสร้างการเรียนรู้ และเกิดความตระหนักถึงความสำคัญของการประพฤติปฏิบัติตนเป็นสุจริตชนของนักเรียน นิสิต นักศึกษา และครูอาจารย์ พร้อมทั้งบรรยายพิเศษในหัวข้อ ‘ประเทศรุ่งเรือง เมื่อบ้านเมืองสุจริต’ โดยมีนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย, นิสิต, นักศึกษา และครูอาจารย์ในกทม. ภาคกลาง, ภาคใต้และภาคเหนือ ประมาณ 200 คนเข้าร่วมงาน

ทั้งนี้นายชวน กล่าวบรรยายพิเศษตอนหนึ่งว่า ตนเป็นนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง โดยได้รับการเลือกตั้งต่อเนื่องมาถึง 16 สมัย จึงได้เห็นบ้านเมืองด้วยตาตนเองและประจักษ์ว่าบ้านเมืองเป็นอย่างไร หรือการเมืองเป็นเช่นไร มิใช่การรู้จากคำบอกเล่าของผู้อื่น โดยเมื่อปี 2512 ตนได้รับการเลือกตั้งครั้งแรก ซึ่งสมัยนั้นเท่าที่ทราบยังไม่มีการใช้เงินเพื่อซื้อเสียงเลือกตั้ง แต่พบว่ามีผู้ลงสมัครเลือกตั้งบางคน บางจังหวัดแจกอาหารข้าวของให้ประชาชน

ในฐานะที่ตนอยู่บนเส้นทางการเมืองมานานกว่า 50 ปี เคยดำรงตำแหน่งทั้งฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ ตนจึงเป็นห่วงบ้านเมืองว่านักการเมืองทำการเมืองแบบไม่สุจริต โดยเฉพาะในลักษณะของธุรกิจการเมือง คือการใช้เงินปูทางขึ้นมาสู่อำนาจ ซึ่งถือเป็นการทุจริตอย่างหนึ่ง และการทุจริตในลักษณะเช่นนี้ ย่อมเอื้อต่อการทุจริตคอร์รัปชันในทุกระดับและในแทบทุกภาคส่วน เพราะนักการเมืองย่อมอาศัยกลไกในระบบบราชการและเครือข่ายในภาคส่วนธุรกิจ เป็นเครื่องมือสำคัญในการเข้ามาถอนทุน ผลเสียหายต่อบ้านเมืองและการพัฒนาประเทศย่อมมีมากมายมหาศาล

'เพื่อไทย' ชี้!! รัฐต้องหยุดจัดการน้ำแบบสะเปะสะปะ แนะควรเพิ่มบทบาท ‘ศูนย์เตือนภัยแห่งชาติ’ ให้มากขึ้น

เพื่อไทย ชี้รัฐบาล อยู่มา 8 ปี ‘ยิ่งแก้ น้ำยิ่งท่วม’ แนะเพิ่มบทบาท ‘ศูนย์เตือนภัยแห่งชาติ’ เตือน ปชช.ให้มีประสิทธิภาพ - ว่าที่ส.ส.กทม. ส.ก.เพื่อไทย จับมือสำรวจท่อรอบกรุง เปิดทางรอระบายน้ำ

ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี ประธานด้านนโยบายปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานด้านการจัดการน้ำ พรรคเพื่อไทย อดีตรองนายกรัฐมนตรีและอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า สถานการณ์น้ำในปี 2565 ภายใต้รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี บริหารประเทศมา 8 ปี ทำให้ประเทศตกอยู่ในสภาพ ‘ยิ่งแก้ น้ำยิ่งท่วม’ สาเหตุเป็นเพราะ 

1.) กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท เน้นสร้างถนนให้สูงขึ้น เพื่อหนีน้ำ ทำให้ถนนกลายเป็นเขื่อนกั้นน้ำ ป้องกันไม่ให้น้ำท่วมข้างล่าง แต่ด้านบนท่วมหมด เป็นการมองเพียงมิติวิศวกรรม ไม่ได้มองในเรื่องของการระบายน้ำ

2.) กรมโยธาธิการและผังเมือง เน้นทำกำแพงป้องกันตลิ่งจนเกิดปัญหา ‘ล้ำลำน้ำ’ ทำให้คลองมีความแคบลง การระบายน้ำทำได้ยากขึ้น ทำให้เกิดน้ำท่วมพื้นที่ท้ายน้ำ

3.) ฝ่ายทหารขยันขุดลอกคลอง เอาดินที่ขุดออกมาเสริมกั้นหรือแปะสองข้างตลิ่ง ทำให้ตลิ่งและคลองแคบลง การระบายน้ำจึงเป็นไปได้ยาก 

ดังนั้น รัฐบาลไม่ควรสร้างแหล่งน้ำและระบบชลประทานที่ไม่มีประสิทธิภาพ และต้องหยุดบริหารแบบ ‘สะเปะสะปะ’ เพราะจะทำให้เกิดสถานการณ์ ‘เดี๋ยวท่วมเดี๋ยวแล้ง’ ควรบริหารแต่ละลุ่มน้ำให้ดีก่อน และผันน้ำอย่างเป็นระบบ ขอให้ระมัดระวัง ‘น้ำฟ้า’ มากกว่า’ น้ำท่า’  เป็นหลัก เวลานี้สภาพอากาศแปรปรวนมาก ยากต่อการคาดคะเน จึงเลี่ยงไม่ได้ที่ประเทศไทยจะเสี่ยงวิกฤต ซึ่งการรับมือและการจัดการกับสถานการณ์ไม่ปกติแบบนี้ จะคิดแบบเดิมไม่ได้ เตือนไทยเตรียมรับมือสถานการณ์ขั้นเลวร้ายที่สุด เช่น ระเบิดฝน (Rain Bomb) แบบที่ขึ้นแล้วในเกาหลีและปากีสถาน สามารถเกิดในไทยได้ 

ดร.ปลอดประสพ กล่าวอีกว่า ขณะที่การรายงานและเตือนภัยของรัฐบาล ควรปรับปรุงอย่างเร่งด่วน เพราะที่ผ่านมาทำแบบ ‘ต่างคนต่างพูด’ การรายงานและการเตือนภัยเป็นไปคนละทิศคนละทาง กรมอุตุวิทยา พูดเรื่องอากาศ และน้ำฝน, กรมชลประทาน พูดเรื่องน้ำท่า, สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA พูดเรื่องภาพถ่ายทางอากาศ ทำให้ประชาชนเอาภาพมาต่อกันไม่ได้ 

ดังนั้น รัฐบาลมีความจำเป็นต้องเพิ่มบทบาทการรายงานและเตือนภัยให้กับ ‘ศูนย์เตือนภัยแห่งชาติ’ เพิ่มมากขึ้น เพื่อสร้างความเข้าใจให้กับประชาชนอย่างรอบด้าน หน่วยงานนี้ตนเองเป็นผู้ก่อตั้ง เพื่อทำหน้าที่สื่อสารให้ประชาชนเข้าใจ และจัดการมหาวิกฤต 2554 มาแล้ว  เสียดายที่หน่วยงานนี้ปัจจุบันไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร

'บิ๊กตู่' ขอโทษแฟนคลับอยุธยา เหตุไม่ได้แวะทักทาย เพราะเปิดกระจกรถไม่ได้ เนื่องจากเป็นรถกันกระสุน

(2 ก.ย. 65) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ชาวบ้าน จ.พระนครศรีอยุธยา ที่มารอต้อนรับและให้กำลังใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รมว.กลาโหม ที่หน้าวัดกษัตราธิราชวรวิหาร แสดงความไม่พอใจ เพราะไม่ได้พบพล.อ.ประยุทธ์ นั้น

ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ ได้ฝากเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ ขอโทษชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยาแทนตนเอง พร้อมบอกเปิดกระจกรถไม่ได้ เนื่องจากเป็นรถยนต์กันกระสุน อีกทั้งมาในนามรมว.กลาโหม จึงไม่อยากให้มีการบิดเบือนเปรียบเทียบ แต่ส่วนตัวรู้สึกดีใจที่ได้เห็นหน้าประชาชน และได้โบกมือทักทายในรถแล้ว

ปทุมธานี กัลฟ์มอบ55ล้านบาท รพ.ธรรมศาสตร์สนับสนุนสร้างศูนย์ไตเทียมเพิ่มช่องทางเข้าถึงการรักษา

เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2565 ที่อาคารม.ร.ว.สุวพรรณ สนิทวงศ์ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (GULF) นำโดย นายสารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มอบเงินสนับสนุนจำนวน 55 ล้านบาทให้แก่ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติเพื่อสนับสนุนการก่อสร้างศูนย์ไตเทียม โดยมี ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ ประธานคณะกรรมการบริหาร เป็นผู้รับมอบ โดยมี นางนลินี รัตนาวะดี ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ มูลนิธิพลังงานไทย , นายบุญชัย ถิราติ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GULF , นายสิตมน รัตนาวะดี และรศ.นพ.พฤหัส ต่ออุดม ผู้อำนวยการรพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ และ ผศ.นพ.ปรีดิ์ นิมมานนิตย์ ผู้ช่วยผู้อํานวยการฝ่ายวางแผนและงบประมาณ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เป็นสักขีพยาน  

เนื่องจากสถานการณ์ที่ประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคไตที่จําเป็นต้องได้รับการฟอกไตเพิ่มมากขึ้นทุกปี การได้เข้าถึงการรักษาพยาบาลที่เท่าเทียมและได้มาตรฐานจึงถือเป็นเรื่องที่สำคัญต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย โดยปัจจุบันหน่วยฟอกไตของรพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ มีความจําเป็นต้องเพิ่มรอบการให้บริการการฟอกไต เพื่อรองรับผู้ป่วยที่มีจำนวนมากขึ้น ซึ่งสำหรับพื้นที่ภาคกลางตอนบน รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติถือเป็นโรงพยาบาลที่สามารถให้บริการทางการแพทย์เฉพาะทางได้อย่างครบวงจรแห่งเดียว ทำให้คนในพื้นที่ในจังหวัดใกล้เคียงอย่าง จ.สระบุรี และ จ.พระนครศรีอยุธยา ไม่จำเป็นต้องเดินทางเข้ามาฟอกไตในกรุงเทพฯ รวมถึงเป็นรพ.ที่รับส่งต่อผู้ป่วยที่ยากไร้ ที่เกินศักยภาพการรักษาพยาบาลจากโรงพยาบาลต่าง ๆ ในบริเวณกรุงเทพตอนเหนือ ภาคกลางตอนบน ภาคเหนือตอนล่าง รวมถึงในพื้นที่ภาคอีสาน ทําให้ในปัจจุบันมีผู้ป่วยเข้ามาใช้บริการเป็นจํานวนมาก มีการขยายตัวอย่างรวดเร็วมากขึ้นทุกปีอย่างต่อเนื่อง

ส่งผลให้สถานที่และอุปกรณ์ทางการแพทย์ไม่เพียงพอต่อการให้บริการ บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (GULF) ตระหนักถึงความสำคัญของปัญหานี้ จึงมอบเงินจำนวน 55 ล้านบาทแก่รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เพื่อสนับสนุนการก่อสร้าง “ศูนย์ไตเทียม” ที่มีเครื่องฟอกไตประสิทธิภาพสูง (On-line Hemodiafiltration) จำนวน 30 เครื่อง เพื่อให้ผู้ป่วยยากไร้ที่เป็นโรคไตวายเรื้อรังได้เข้าถึงการรักษาที่ทั่วถึงและได้มาตรฐาน โดยมุ่งเป็น Center of Excellence ที่รองรับผู้ป่วยโรคไตและผู้ป่วยบำบัดทดแทนไตอย่างครบวงจร ทั้งการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมแบบเฉียบพลัน (Acute Hemodialysis) และแบบเรื้อรัง (Chronic Hemodialysis) การล้างไตผ่านทางช่องท้อง การผ่าตัดปลูกถ่ายไต และการให้บริการทำ Plasmapheresis เป็นต้น นอกจากนี้ศูนย์ฯ จะต่อยอดเป็นสถานที่การเรียนการสอนของนักศึกษาแพทย์ นักศึกษาพยาบาล และแพทย์ประจำบ้านด้านอายุรศาสตร์โรคไต สอดคล้องกับพันธกิจของ GULF ที่มุ่งส่งเสริมด้านสาธารณสุข ควบคู่ไปกับกับพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน

นายสารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ที่ผ่านมา GULF ได้มีการดำเนินโครงการด้านสาธารณสุขมาอย่างต่อเนื่อง โดยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่แพร่ระบาดมากว่า 2 ปี ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของผู้คนเป็นวงกว้าง ซึ่งผู้ป่วยโรคไตนั้นถือเป็นอีกกลุ่มที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ มีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อ เนื่องจากก่อนหน้านี้ หลายโรงพยาบาลจำเป็นต้องเลื่อนนัดผู้ป่วยออกไปเป็นจำนวนมาก จนส่งผลไปถึงผู้ป่วยที่จำเป็นต้องฟอกเลือดหรือปลูกถ่ายไต โดยทาง GULF ตระหนักว่าปัญหาของผู้ป่วยโรคไต และผู้ป่วยโรคเรื้อรังไม่ได้มีแค่เรื่องค่ารักษาพยาบาลเท่านั้น

แต่ยังพบปัญหาค่าใช้จ่ายของผู้ป่วยที่ต้องเดินทางไปฟอกเลือด และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ทาง GULF จึงมุ่งหวังว่าการมอบเงินสนับสนุนการก่อสร้างศูนย์ไตเทียมนี้จะช่วยส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโรคไต และเป็นศูนย์การแพทย์ที่เป็นประโยชน์ต่อทางโรงพยาบาลในระยะยาวต่อไป ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ ประธานคณะกรรมการบริหารรพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ กล่าวว่า งานการพยาบาลผู้ป่วยโรคไตและไตเทียมของทางโรงพยาบาล เป็นหน่วยงานที่มีผู้ป่วยเข้ารับการบริการเป็นจํานวนมากและเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีผู้ป่วยที่เป็นโรคที่ไตรุนแรงและซับซ้อนเพิ่มสูงขึ้น ทําให้โรงพยาบาลมีจํานวนผู้ป่วยไตวายเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ  แต่ด้วยปัญหาข้อจํากัดในเรื่องพื้นที่และอุปกรณ์ ทําให้ปัจจุบันหน่วยฟอกไตโรงพยาบาลจําเป็นต้องเพิ่มรอบการให้บริการเป็น 3 รอบต่อวัน

จับกุมผู้ต้องหาสำคัญเครือข่ายค้ามนุษย์ชาวโรฮินจา ปี 2558 ได้เพิ่มเติม 2 ราย

จากกรณีเมื่อประมาณเดือน พฤษภาคม 2558 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารพบศพผู้เสียชีวิตและศพที่ถูกฝังไว้รวมกันกว่า 30 ศพ บริเวณแคมป์คนงานกลางป่าบนเขาแก้ว ในพื้นที่หมู่ 8 บ้านตะโล๊ะ ต.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา จากการสืบสวนทราบว่า ทั้งหมดเป็นศพของชาวโรฮินจา ที่ลักลอบเข้ามาในราชอาณาจักร และหลบซ่อนบริเวณค่ายกักกันดังกล่าว เพื่อรอส่งต่อไปยังประเทศที่สาม ต่อมาสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ออกคำสั่งแต่งตั้งพนักงานสืบสวนสอบสวน เพื่อติดตามและจับกุมผู้ต้องหาซึ่งมีผู้ร่วมขบวนการทั้งทหาร ตำรวจ และนักการเมืองท้องถิ่นจำนวนมาก ตามที่สื่อมวลชนและสื่อโซเชียลนำเสนออย่างต่อเนื่องนั้น

กรณีดังกล่าว พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศพดส.ตร. และ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศพดส.ตร. เร่งติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับที่ยังหลบหนีอยู่ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาเพิ่มเติมได้จำนวนหลายราย ความคืบหน้าล่าสุด พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศพดส.ตร. ได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการ ศพดส.ตร. ออกติดตามจับกุมผู้ต้องหารายสำคัญ คือ นายหม่อง ถ่าน ทุน สัญชาติเมียนมา อายุ 55 ปี และนางราฮานา เจ๊ะสะมะแอ สัญชาติไทย คู่สามีภรรยา ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบทราบว่า ได้หลบหนีหมายจับโดยการเปลี่ยนชื่อ นามสกุล และใช้หนังสือเดินทางประเทศมาเลเซีย เดินทางเข้ามายังประเทศไทยอีกครั้ง จนเมื่อวันที่ 1 ก.ย.65 ชุดปฏิบัติการ ศพดส.ตร.สามารถยืนยันตัวตนของผู้ต้องหาทั้งสองได้อย่างแน่นอนแล้ว จึงแสดงตัวเข้าจับกุมผู้ต้องหาทั้งสองตามหมายจับศาลจังหวัดนาทวี มีรายละเอียดดังนี้ 

1. นายหม่อง ถ่าน ทุน สัญชาติเมียนมา หรือ นายซุลกิฟลี บิน อับดุลลาห์ (Zulkifli Bin Abdullah) สัญชาติมาเลเซีย ถูกจับกุมตามหมายจับศาลจังหวัดนาทวี ที่ 308/2558 ลง 22 มิ.ย.58 ความผิดฐาน สมคบและร่วมกันตั้งแต่สามคนขึ้นไป กระทำการอันเป็นการค้ามนุษย์โดยกระทำต่อบุคคลอายุไม่เกินสิบห้าปี ร่วมกันช่วยเหลือด้วยประการใดๆ แก่บุคคลต่างด้าวที่เข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย ร่วมกันหน่วงเหนี่ยว กักขัง ผู้อื่นโดยทำให้ปราศจากเสรีภาพในร่างกาย และร่วมกันเรียกค่าไถ่ และหมายจับศาลจังหวัดนาทวี ที่ 477/2558 ลง 27 ส.ค.58 ความผิดฐาน สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงิน

2. นางราฮานา  เจ๊ะสะมะแอ อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 39/12 ซ.สุมาลี ต.หาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา หรือ นาง Rohano Binti Mat said (โรฮานา บินติ มาต ซาอิด) ตามหมายจับของศาลจังหวัดนาทวี ที่ 307/2558 ลง 22 มิ.ย.58 โดยกล่าวหาว่า สมคบและร่วมกันตั้งแต่สามคนขึ้นไป กระทำการอันเป็นการค้ามนุษย์โดยกระทำต่อบุคคลอายุไม่เกินสิบห้าปี ร่วมกันช่วยเหลือด้วยประการใดๆ แก่บุคคลต่างด้าวที่เข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย ร่วมกันหน่วงเหนี่ยว กักขัง ผู้อื่นโดยทำให้ปราศจากเสรีภาพในร่างกาย และร่วมกันเรียกค่าไถ่  และ หมายจับศาลจังหวัดนาทวี ที่ 476/2558 ลง 27 ส.ค.58 โดยกล่าวหาว่า สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงิน

ผู้ต้องหาทั้งสองถูกจับกุมตัวได้ที่บริเวณร้านอาหารแห่งหนึ่ง ริมถนนพระรามเก้า แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร
 

'หนุ่ย พงศ์สุข' ยืดอก!! ขอโทษนักศึกษาฝึกงาน ยอมรับโพสต์แขวน ปม 'ไม่ทัก' ไม่เหมาะสม

(2 ก.ย. 65) จากกรณีที่ 'หนุ่ย พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์' พิธีกรด้านไอทีชื่อดัง โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว กล่าวถึงพฤติกรรมของนักศึกษาฝึกงานที่ไม่ทัก ไม่สื่อสารกับใครในออฟฟิศ แม้จะทำงานที่ตนเองรับผิดชอบได้ดี ซึ่งมองว่าเป็นการเสียโอกาสที่ไม่ได้สายสัมพันธ์ ออกสังคม สะสมคอนเน็คชั่น ตามคุณค่าที่คนทำงานทุกคนพึงได้รับ และเมื่อ COO (ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ) ของบริษัทฯ คุยกับอาจารย์ที่ปรึกษาพบว่า นักศึกษาฝึกงานมีพฤติกรรมสองบุคลิกกับที่สถาบันเช่นกัน ซึ่งทาง COO ก็กล่าวว่า ที่ผ่านมาไม่ได้ตัดสินในยุติการฝึกงาน เพราะเห็นว่าทำงานดี ไม่มีอะไรเสียหาย แต่มารยาททางสังคมสอบตก ปรากฎว่าโพสต์ดังกล่าวถูกทัวร์ลงอย่างหนัก เพราะเห็นว่าเป็นการเอานักศึกษาฝึกงานไปแขวนประจาน ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ทำอะไรผิดหรือเสียหาย และเห็นว่าควรพูดต่อหน้ากันตรง ๆ ดีกว่ามาโพสต์ลับหลังแบบนี้ จนภายหลังหนุ่ย ได้ลบโพสต์ดังกล่าวออกไป

ล่าสุด 'หนุ่ย พงศ์สุข' ได้โพสต์ข้อความขอโทษกับเรื่องที่เกิดขึ้น ระบุว่า...

แม้ “คุณค่าที่ยึดถือ” เป็นคนละแบบ แต่การแสดงออกของผมก็ผิด 

- ผิดที่เอาเรื่องนี้มาเล่า 
- ผิดที่เอาน้องไปแขวน 

แม้ไม่มีการระบุชื่อเสียงเรียงนาม แต่ผมก็ผิดอย่างมากที่ทำการสื่อสารเรื่องราวนี้อย่างไม่สมควรด้วยประการทั้งปวง

ตลอดสองคืนนี้ ผมได้อ่านความคิดเห็นของผู้คนมากมาย ทั้ง Gen Y, Z และย้อนกลับมาที่ Gen X ช่วงวัยผมด้วย ผมยอมรับความจริง ยอมรับความต่าง แล้วตกผลึกความคิดกับการเปลี่ยนผ่าน 

คนแต่ละเจนฯ โตมาในโลกที่มีโฉมหน้าต่างกัน เราจึงยอมรับในเนื้อหาและบริบทที่ต่างกันออกไป แล้วก็เป็นสิทธิที่ทุกคนจะคิดหรือปฏิบัติอย่างไรต่อกันก็ได้หากยังอยู่ภายใต้กฎหมาย 

ในนามบริษัท เราได้ขอพบน้องทั้งคู่เมื่อวาน และกล่าวคำขอโทษตรงหน้ากับการกระทำนี้ของผม ผมเขียนบันทึกภายในส่งในไลน์กลุ่มองค์กรที่มีพนักงานทุกคนอยู่พร้อมเพื่อแสดงความขอโทษ และความผิดพลาดแบบนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก ไม่ว่ากับใครหรือกับบุคคลสถานะไหน

ถอดบทเรียนเส้นทางค้ามนุษย์ เสริมเคี้ยวเล็บสร้างเครือข่ายข่าวกลุ่มประมงพื้นบ้าน

วันนี้ 2 กันยายน 2565 ทัพเรือภาคที่ 3 มอบหมายให้ น.ท.รัฐพล แก้วกระจาย ผู้บังคับหน่วยปฏิบัติการ หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่งที่ 452 จัดอบรมจัดโครงการสร้างเครือข่ายด้านการข่าวในกลุ่มประมงทะเลพื้นบ้าน เพื่อการแก้ไขปัญหา ป้องกันและสนับสนุนเจ้าหน้าที่รัฐในการปราบปรามการค้ามนุษย์ 

ทั้งนี้ความยากลำบากในการเฝ้าระวังตามแนวตะเข็บชายแดนทางทะเลของหน่วยรักษาความมั่นคง ด้วยพื้นที่อาณาเขตที่กว้าง ฝั่งทะเลอันดามันมีชายฝั่งทะเลยาวประมาณ 144.8 กิโลเมตร สามารถเดินทางได้ทั้งทางบกและทางทะเล จึงทำให้ยากต่อควบคุมผู้ที่ลักลอบนำพาแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายเข้ามาทำงาน หรือการนำแรงงานต่างด้าวส่งต่อให้กับประเทศเพื่อนบ้าน ส่งผลให้มีการเล็ดลอดรวมทั้งการอพยพเคลื่อนย้ายถิ่นฐานของแรงงาน โดยเฉพาะชาวโรฮิงญาที่เล็ดลอดเข้ามาได้ง่าย แม้จะเฝ้าระวังเข้มในการลาดตระเวนทั้งทางบก ทางทะเลและทางอากาศแล้วก็ตาม โดยบทเรียนในต้นเดือนมิถุนายน 2565 ที่ผ่านมา

พบชาวโรฮิงญา 59 คน หลบหนีเข้าประเทศบริเวณอ่าวกำนัน เกาะดง ในเขตอุทยานแห่งชาติตะรุเตา บริเวณเกาะดง (แยกเป็น ญ 23 ช 31 เด็ก 5) และยังพบว่าในห้วงเดือนเดียวกัน  มิ.ย. 2562  เรือขนชาวโรฮิงญาเคยถูกคลื่นซัดจนเรือแตกห่างไปเพียง 5 ไมล์ทะเลเท่านั้น จากสองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นส่วนหนึ่งในการทบทวนภารกิจของหน่วยความมั่นคง หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่งที่ 452 ได้จัดโครงการสร้างเครือข่ายด้านการข่าว (ในกลุ่มประมงทะเลพื้นบ้าน)  เพื่อการแก้ไขปัญหา ป้องกันและสนับสนุนเจ้าหน้าที่รัฐในการปราบปรามการค้ามนุษย์ จำนวน 50 คน ที่ห้องประชุมบารารีสอร์ท ตำบลปากน้ำ อำเภอละงู จังหวัดสตูล ในการประสานความร่วมมือนำชาวประมงทะเลพื้นบ้านในพื้นที่ตำบลแหลมสน  อำเภอละงู จังหวัดสตูล เพื่อควบคุมยับยั้งการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย ในพื้นที่เกาะแก่งต่าง ๆ และเขตพื้นที่ชายฝั่งภายในจังหวัดสตูลที่ติดกับทะเล ป้องกันการยับยั้งการทำประมงในทะเลที่ผิดกฎหมาย  , ควบคุมกำกับดูแลความมั่นคงของชาติทางทะเลในเขตพื้นที่จังหวัดสตูล ,ควบคุมและตรวจสอบมิให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์ , ควบคุมตรวจสอบและป้องกันการค้ามนุษย์ในภาคประมงทะเลในพื้นที่จังหวัดสตูล


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top