Wednesday, 1 July 2026
Hard News Team

'ผู้นำฝ่ายบริหาร' ตอกย้ำทัศนคติ 'ข้าราชการ' เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของปชช. 

บทความจากหนังสือพิมพ์มติชน วันที่ 3 กันยายน 2565 ได้นำเสนอหัวข้อ 'ไม่ใช่นายประชาชน' ซึ่งเขียนถึงการทำงานของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หลังเข้ารับตำแหน่งรักษาการนายกรัฐมนตรีมาตั้งแต่วันที่ 24 ส.ค. 65 โดยระบุว่า...

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้ทำหน้าที่รักษาการรองนายกรัฐมนตรีมาตั้งแต่วันที่ 24 ส.ค. หลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งพักการทำหน้าที่นายกฯ ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จนกว่าจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น หลังจาก พล.อ.ประวิตรเข้าทำหน้าที่รักษาการนายกฯ ได้ทำหน้าที่ประธานการประชุม ครม. การเสนอความช่วยเหลือแก่ กทม.ในการป้องกันน้ำท่วม การสั่งการในปัญหาที่ประชาชนสนใจ อาทิ กรณีครูลืมเด็กนักเรียนไว้ในรถตู้จนเสียชีวิต 

และล่าสุด ได้ลงพื้นที่ฉะเชิงเทรา มอบนโยบายสถานการณ์น้ำลุ่มน้ำบางปะกง การเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนเพื่อการผลิตน้ำประปาเพื่อการอุปโภคและบริโภค ตามแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี

รักษาการนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงปัญหาของฉะเชิงเทราคือน้ำเค็มที่เข้าพื้นที่ และป้องกันไม่ให้น้ำเค็มเข้า จ.ปราจีนบุรี โดยจะอนุมัติงบ 100 กว่าล้านบาท เพื่อศึกษาการทำประตูน้ำป้องกันน้ำเค็ม รวมถึงสำรองน้ำดิบไว้ผลิตถึงปี 2580 และกล่าวด้วยว่า ถ้าประชาชนไม่มีน้ำก็จะด่ารัฐบาล ประชาชนมีอย่างเดียวคือต้องด่ารัฐบาล แต่ขอความเห็นใจให้ข้าราชการทุกคนที่พยายามทำงานให้พวกเราได้อยู่ดีกินดีขึ้นเพื่อความเป็นอยู่ที่ดี และเข้าใจน้ำเค็มที่ทะลักเข้ามาจะมีผล โดยเฉพาะน้ำประปาเพื่อการอุปโภคบริโภคของประชาชนในฉะเชิงเทรา จำเป็นอย่างยิ่งที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องเร่งหาแนวทางเพื่อให้เป็นระบบในระยะยาวเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาทุกปี 

8 ปี 'ภาคเหนือ' รัฐบาล 'ลุงตู่' จัดให้!!

ตั้งแต่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้ามาบริหารประเทศ เกิดการพัฒนาทั่วทุกภาคของประเทศ ในส่วนการพัฒนาภาคเหนือ มีการกำหนดให้พื้นที่จังหวัดเชียงราย จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดลำพูน และจังหวัดลำปาง เป็นระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคเหนือเพื่อยกระดับให้เป็นพื้นที่ลงทุนด้านการพัฒนาให้เป็นฐานเศรษฐกิจสร้างสรรค์หลักของประเทศอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษชายแดน 

การพัฒนาและผลงานที่เป็นรูปธรรมและเอื้อประโยชน์ให้แก่พี่น้องชาวภาคเหนือมีมากมายหลายโครงการ ขอยกตัวอย่างมาให้เห็นคร่าวๆ ดังนี้

1.) พัฒนาศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งสินค้าเชียงของ ที่เชียงราย

2.) เชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวอารยธรรมล้านนา การท่องเที่ยวธรรมชาติและสุขภาพ ตามเส้นทางเมืองเก่าลำพูน ลำปาง เชียงใหม่และแม่ฮ่องสอน

3.) ปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพทางหลวงหมายเลข 11 ตอนแยกภาคเหนือ-ขุนตาล จาก 4 ช่องจราจรเป็น 8 ช่องจราจร

4.) พัฒนาทางหลวงหมายเลข 116 ตอนป่าสัก-สะปุ๋ง-บ้านเรือน-สันป่าตอง จาก 2 ช่องจราจรเป็น 4 ช่องจราจร ระยะทาง 19 กม.

5.) พัฒนาทางหลวงหมายเลข 10.35 ตอนวังหม้อพัฒนา-แจ้ห่ม ระยะทาง 19 กม.

6.) ก่อสร้างส่วนขยายสะพานข้ามทางแยกต่างระดับ แยกภาคเหนือ จุดตัดทางหลวงหมายเลข 1 ตอนเกาะคา-สามัคคี กับทางหลวงหมายเลข 11 ตอนแยกภาคเหนือ-ขุนตาน

7.) ก่อสร้างสะพานข้ามทางรถไฟ ทางหลวงหมายเลข 1136 ตอนเหมืองง่า-ลำพูน เพื่อเชื่อมทางเลี่ยงเมืองลำพูน สายเหมืองง่า-ท่าจักร และเชื่อมโยงจังหวัดเชียงใหม่

8.) ก่อสร้างทางเลี่ยงเมืองแม่ริม เมืองสันกำแพง

9.) สร้างสถานีขนส่งสินค้าจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเป็นศูนย์รวบรวมและกระจายสินค้าในภูมิภาค

10.) ปรับปรุงภูมิทัศน์พื้นที่มรดกทางวัฒนธรรม 'เมืองเก่าลำพูน'

11.) พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานบริเวณถนนนิมมานเหมินทร์ ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวชั้นนำ

12.) ขยายท่าอากาศยานฯ และการศึกษาความเหมาะสมการขยายระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อ (Logistic) เชื่อมต่อจากจังหวัดลำปาง-จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อส่งเสริมการค้าการลงทุน และลดต้นทุนการขนส่งน้ำมัน

ผอ. PCT เตือนภัย คนร้ายเหยื่ออ้างเป็นสรรพากร ส่งลิงค์ปลอม คลิ๊กเดียวสูญเงินหมดบัญชี

วันนี้ (3 ก.ย. 65) เวลา 09.30 น. ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. ผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) หรือ PCT เปิดเผย คนร้ายใช้วิธีโทรศัพท์หาผู้เสียหายอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่สรรพากร หลอกส่งลิงค์เว็บไซต์ปลอม ถอนเงินจากบัญชีผู้เสียหาย

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ฯ กล่าวว่า วิธีการของคนร้ายจะอ้างเป็นเจ้าหน้าที่สรรพากร บอกเหยื่อว่าไม่ได้ยื่นชำระภาษีประจำปี 2564 เมื่อพูดคุยสอบถามรายละเอียด ถ้าเหยื่อมีรายได้ไม่ถึงหนึ่งแสนห้าหมื่นบาท สรรพากรจะดำเนินการคืนภาษีให้ โดยได้ส่งลิงค์ http://acgd6.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์ปลอมที่มีหน้าตาเหมือนเว็บไซต์ของสรรพากรจริงๆ ให้ผู้เสียหายเข้าไปลงทะเบียน และเมื่อผู้เสียหายกดขอคืนเงินภาษีในเว็บไซต์ดังกล่าว จะส่งเลขรหัส OTP 6 ตัวแจ้งเข้ามาในเครื่องโทรศัพท์ของเหยื่อ จากนั้นคนร้ายจะขอรหัสไป และจะสามารถเข้าควบคุมเครื่องโทรศัพท์ของผู้เสียหาย และถอนเงินจากบัญชีผู้เสียหายไปจนหมดบัญชี   นอกจากนั้นยังได้ข่มขู่เอาเงินเพิ่มจากผู้เสียหาย โดยอ้างว่ามีภาพหรือข้อมูลลับที่ได้จากเครื่องผู้เสียหายไป

หลักสูตร สสสส.12 สถาบันพระปกเกล้า จัดเวทีสาธารณะเสวนา 'สันติภาพเชิงสร้างสรรค์ สัมพันธภาพใหม่ ที่ยั่งยืน' หนุนวิชาการสู่การปฏิบัติจริง

เมื่อวันศุกร์ที่ 2 กันยายน 2565 นักศึกษาหลักสูตรการเสริมสร้างสังคมสันติสุข รุ่นที่ 12 (สสสส.12) สถาบันพระปกเกล้า ได้จัดการเผยแพร่ผลงานวิชาการในรูปแบบเวทีสาธารณะภายใต้หัวข้อ 'สันติภาพเชิงสร้างสรรค์ สัมพันธภาพใหม่ ที่ยั่งยืน' (Sustainability in Inventive Peace and Brand-New Relationships) เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับจากการอบรมหลักสูตรประกาศนียบัตรชั้นสูงการเสริมสร้างสังคมสันติสุข การปฏิบัติงานในพื้นที่จริง และการเรียนรู้อย่างมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนทั้งจากนักวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิ ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ตลอด 9 เดือนสังเคราะห์เป็นองค์ความรู้ที่ครอบคลุมมิติซึ่งมีผลต่อการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งและเสริมสร้างสังคมสันติสุขอย่างยั่งยืน

โดยได้รับเกียรติจาก นายศุภณัฐ เพิ่มพูนวิวัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า เป็นผู้กล่าวเปิดงาน และรับฟังปาฐกถาพิเศษเรื่อง 'สัมพันธภาพใหม่ของการพัฒนาคน เพื่อสันติภาพที่ยั่งยืน' โดย ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร นายกสภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จากนั้นเป็นการเสวนานำเสนอผลงานวิชาการของนักศึกษาหลักสูตร สสสส.12 'เสียงสะท้อนจากผู้คน งานและการเดินทาง สู่ข้อเสนอเพื่อสันติภาพอย่างยั้งยืน' โดยผู้แทนนักศึกษา 5 ท่าน ซึ่งประกอบด้วยกลุ่มการเมือง 1,2 กลุ่มภาคใต้ กลุ่มสิ่งแวดล้อม และกลุ่มพหุวัฒนธรรม

'เทนนิส' ผงาดคว้าเหรียญทองเทควันโด ในศึก 'ปารีส เวิลด์ เทควันโด กรังด์ปรีซ์ 2022'

'เทนนิส' พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม แม้ต้องเหนื่อยในรอบ 4 คนสุดท้าย แต่ยังดีพอที่จะผ่านเข้ารอบชิงฯ ก่อนเอาชนะจอมเตะจากตุรกี คว้าเหรียญทองเทควันโด รายการ 'ปารีส เวิลด์ เทควันโด กรังด์ปรีซ์ 2022' ได้สำเร็จ

การแข่งขันกีฬาเทควันโดระดับเวิลด์ กรังด์ปรีซ์ รายการ 'ปารีส เวิลด์ เทควันโด กรังด์ปรีซ์ 2022' ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันศุกร์ที่ 2 กันยายน 2565 มีจอมเตะจากไทยลงแข่งขันกันทั้งหมด 2 รุ่น ในรุ่น 49 กิโลกรัมหญิง และรุ่น 57 กิโลกรัมหญิง

ไฮไลท์สำคัญอยู่ที่ประเภท 49 กิโลกรัมหญิง 'เทนนิส' พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ จอมเตะฮีโร่เหรียญทองโอลิมปิก 2020 ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น มือวางอันดับ 1 ของรุ่น ลงทำการแข่งขัน และได้ชนะบายในรอบแรก

ขณะที่ในรอบสอง หรือรอบ 16 คนสุดท้าย พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ เอาชนะอูไมมา เอล บูห์ติ จากโมร็อคโก ไป 2-0 ยก ต่อด้วยรอบ 8 คนสุดท้าย ยังทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมเอาชนะ เลนา สโตโควิค จากโครเอเชีย ไปได้ 2-0 ยก ตบเท้าเข้ารอบ 4 คนสุดท้าย

อัปเดตราคา 'หมู-เนื้อ-ไก่' ประจำวันที่ 3 กันยายน 2565

อัปเดตราคาอาหารสดวันนี้ มาดูกันว่าตามท้องตลาด ราคาอาหารสด ประจำวันที่ 3 กันยายน 2565 จะเพิ่มขึ้นหรือลดลงแค่ไหน ไม่ว่าจะเป็น ราคาหมู ราคาไก่ ราคาไข่ไก่ รวมไปถึงราคาผักสด เช็กกันเลย...

'ดร.สมเกียรติ' เทียบชัดๆ 50 ปีก่อน 50 ปีหลัง แม้คุณจะไม่เปลี่ยน แต่โลกเปลี่ยนไปแล้ว

ดร.สมเกียรติ โอสถสภา อดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก มีเนื้อหาดังนี้...

50-50 คุณไม่เปลี่ยน | โลกเปลี่ยนไปแล้ว

50 ปีก่อน..ผู้คนอยากมีลูก
50 ปีหลัง..ผู้คนกลัวการมีลูก

50 ปีก่อน..ชายตามจีบหญิง
50 ปีหลัง..หญิงตามจีบชาย

50 ปีก่อน..แต่งงานง่าย หย่าร้างยาก
50 ปีหลัง..แต่งงานยาก หย่าร้างง่าย

50 ปีก่อน..ไม่มีเพื่อนบ้านที่ไม่รู้จักใคร
50 ปีหลัง..ไม่รู้จักเพื่อนบ้านสักคน

50 ปีก่อน..ลูกจ้างต้องคอยดูสีหน้าเถ้าแก่
50 ปีหลัง..เถ้าแก่ต้องคอยดูสีหน้าลูกจ้าง

50 ปีก่อน..กลางคืนสามารถเปิดหน้าต่างนอนได้
50 ปีหลัง..กลางวันแสกๆ ยังต้องล็อกประตูแน่นหนา

50 ปีก่อน..มีเงิน แสร้งทำเป็นไม่มี
50 ปีหลัง..ไม่มีเงิน แสร้งทำเป็นมีเงิน

50 ปีก่อน..เรียนพิมพ์ดีดทำงานแบงก์ แสนมั่นคง
50 ปีหลัง..งานแบงค์เป็นหนึ่งในงานที่ไม่มั่นคง

50 ปีก่อน..พ่อแม่ค้าขาย ส่งลูกเรียนสูงๆ
50 ปีหลัง..ลูกจบสูงๆ ออกมาค้าขาย

'พงศ์พรหม' ดึงสติ!! สังคมปลื้มกระแส 'รวยทิพย์' อย่าหลง!! เพราะทุกการถ่ายอวด ก็เพื่อโกงคนอื่นต่อ

ถือเป็นอีกมุมมองในการเตือนสติสังคมนิยมความรวยด้วยความไม่พยายามที่น่าสนใจ เมื่อนายพงศ์พรหม ยามะรัต รองโฆษกพรรคสร้างอนาคตไทย ได้โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า...

จากกระแส 'รวยทิพย์' ที่ผมคุยกับคนรอบตัวมานาน ว่ามันคือระเบิดเวลาที่จะทะยอยระเบิดมาเรื่อยๆ

ดูง่ายๆ ครับ
เศรษฐกิจไทยดีขึ้น หรือเลวลง?

แล้วในวันที่เศรษฐกิจเลวลง ทำไมอยู่ๆ มีคนกลุ่มหนึ่งว่างปาร์ตี้ ว่างถ่ายรูปกับรถ

ว่างโพสต์รูปเงินกับธุรกิจที่ไม่เห็นว่าจะมี 'นวัตกรรม' อะไร?

ผมนั่งดูรายละเอียดสินค้า
ขายคอลลาเจน ทำบริษัทอีเว้นท์

ธุรกิจเหล่านี้กำลังอยู่ในกระแสลงทั้งสิ้น

คำถามคือเอาเงินจากไหนมาอวดสังคม?

เอาแค่ 2 อาทิตย์ที่ผ่านมา ยอดเงินที่ระเบิดจากนักรวยทิพย์ก็จะเกิน 5,000 ล้านบาทแล้ว

จริงๆ แล้วมันคือกระแส 'ถ่ายอวดปอร์เช่' เพื่อโกงเงินคนอื่น แต่ไม่มีกระแสเงินอยู่จริงตั้งแต่เริ่ม

ใครสังเกต ผมมักโพสต์วิธีการคิดการเป็นอยู่อย่างมีสติ มีเหตุผล เก็บออม และใช้ในสิ่งที่เป็นประโยชน์ตามลำดับความสำคัญเสมอ

เกริ่นมายาว

วันนี้มาแชร์ความคิด 1 ในคนที่มีอิทธิพลต่อความคิดผมสูงมาก คือ แม่ผมเอง

อาทิตย์ก่อนพาแม่ไปหาหมอ ได้นั่งรถกับแม่ 2 คน
อยู่ๆ แม่เปรยว่า...

กำลังคิดจะเปลี่ยนรถใหม่
จากรถคันเดิมที่แม่ใช้มา 15 ปี

รถคันเดิมแม่เป็นรถที่ราคาถูกที่สุดในบ้าน

เป็นรถญี่ปุ่น C-segment คันเล็กๆ ที่แม่พูดเสมอว่า ค่าดูแลต่ำ ไม่จุกจิก ให้คนขับรถขับง่าย และดีที่ “ไม่ต้องให้ใครมาสนใจฉัน”

'ความพอเพียง' ที่แม่มีนี่แหละ ที่แม่พูดเสมอว่า ดูเอาไว้ แล้วชีวิตจะมีความสุข

การจัดการเงินนั้น แม่จะพูดเสมอว่าอย่าตามกระแส เพราะกระแสจะหลอกเรา

เงินมี ก็ให้เก็บซัก 30% ของรายได้ แล้วแบ่งเป็นเงินสด และเงินลงทุนในสินทรัพย์ที่ปลอดภัยเสมอ เช่นหุ้น กองทุน อสังหาริมทรัพย์ จากนั้นคือค่าใช้จ่ายจำเป็น เหลือเท่าไหร่ ค่อยเอาไปใช้กับความฟุ่มเฟือย

ความฟุ่มเฟือย ไม่ผิด เพราะมันทำให้ชีวิตสนุก แต่เงินที่ใช้กับความฟุ่มเฟือย ต้องมาทีหลังการสร้างทรัพย์สิน ตรงนี้สำคัญ!!

จะซื้อของฟุ่มเฟือย จำไว้ ให้มีเงิน 10-20 เท่าของของสิ่งนั้น

จะซื้อกระเป๋า 300,000 บาทได้ แต่ต้องมี 3-6 ล้านบาทที่งอกเพิ่มขึ้นมา จึงจะเอามาซื้อกระเป๋าใหม่ 1 ใบ

แม่จึงเป็นคนใช้รถเก่า มีกระเป๋าแบรนด์เนมน้อยกว่าเพื่อนๆในรุ่นเดียวกัน

แต่รักษาของทุกอย่างเป็นอย่างดี
อยากทานอะไรพิเศษ ก็ไป ไม่ต้องบ่อย แต่ไป

ในวัย 78 ด้วยสภาพคล่องที่ดีของแม่ จากการที่ธนาคารต่างๆชอบประเคนบัตรเครดิตจำพวก 'Premier' มาให้แม่โดยไม่ต้องไปขวนขวายขอ แปลว่าแม่น่าจะซื้อรถประมาณ Mercedes S-class หรือ Land Rover Discovery สบายๆ

ครบรอบปีที่ 85 “วันเรือดำน้ำ” กองเรือดำน้ำ กองเรือยุทธการ จัดงานวันเรือดำน้ำ ประจำปี 2565

(2 ก.ย.65) พลเรือเอกสมประสงค์ นิลสมัย ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้มอบหมายให้ พลเรือเอก สุวิน แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ เป็นผู้แทนในการเป็นประธานในงาน “วันเรือดำน้ำ” ประจำปี 2565 วันที่ 4 ก.ย.65 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติ ให้แก่อดีตทหารเรือที่เป็นนักดำเรือดำน้ำ และรำลึกถึงอดีตนักดำเรือดำน้ำผู้ล่วงลับไปแล้ว ตลอดจนรำลึกประวัติศาสตร์การมีเรือดำน้ำของกองทัพเรือ รวมทั้งเพื่อเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับบทบาทความสำคัญของเรือดำน้ำ และแนวคิดในการดำเนินงานเกี่ยวกับการพัฒนาขีดความสามารถเรือดำน้ำของ ทร.ในปัจจุบัน

เมื่อวันที่ 4 กันยายน พ.ศ.2480 หรือเมื่อ 85 ปีที่แล้ว เป็นวันที่สำคัญยิ่งอีกหน้าหนึ่งที่ต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ของกองทัพเรือไทย ที่กองทัพเรือได้ประกอบพิธีรับมอบเรือดำน้ำ คือ เรือหลวงมัจฉาณุ และเรือหลวงวิรุณ ณ อู่ต่อเรือ มิตซูบิชิ เมืองโกเบ ประเทศญี่ปุ่น ธงราชนาวีไทยได้โบกสะบัดอย่างสง่างามบนยอดเสาเรือดำน้ำ ณ บริเวณท้ายเรือหลวงมัจฉาณุ และเรือหลวงวิรุณเป็นครั้งแรกซึ่งนับได้ว่าเป็นเรือดำน้ำ 2 ลำแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

จากนั้น ในปี พ.ศ.2481 บริษัท มิตซูบิชิ ได้ต่อเรือดำน้ำจนครบทั้ง 4 ลำ ตามสัญญาการว่าจ้างจากกองทัพเรือเสร็จสมบูรณ์ ประกอบด้วย เรือหลวงมัจฉาณุ เรือหลวงวิรุณ เรือหลวงสินสมุทร และเรือหลวงพลายชุมพล โดยเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ.2481 เรือดำน้ำทั้ง 4 ลำ ได้ออกเดินทางจากประเทศญี่ปุ่นและเดินทางถึงประเทศไทยเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ.2481 ตามลำพัง โดยปราศจากเรือพี่เลี้ยงซึ่งยังความประหลาดใจแก่ชาวญี่ปุ่นรวมทั้งชาวอเมริกันเป็นอันมากเนื่องด้วยเรือดำน้ำขนาดเล็กเช่นนี้ การออกทะเลหลวงในยามปกติ มักมีเรือพี่เลี้ยงคอยติดตามอยู่ใกล้ๆ ในระยะปลอดภัยทั้งสิ้น นับเป็นการแสดงถึงความกล้าหาญและความสามารถของกำลังพลประจำเรือดำน้ำของกองทัพเรือ ที่ได้ปรากฏแก่สายตาอารยะประเทศ นอกจากนี้ ระหว่างที่เรือดำน้ำทั้ง 4 ลำ ประจำการมีภารกิจที่สำคัญที่ต้องจารึกไว้คือ เมื่อกรณีพิพาทอินโดจีนฝรั่งเศส แม้ว่าเรือหลวงธนบุรี และเรือตอร์ปิโดของไทยถูกเรือรบฝรั่งเศสยิงจมลงแต่ทว่าเรือหลวงมัจฉาณุ เรือหลวงวิรุณ เรือหลวงสินสมุทร และเรือหลวงพลายชุมพลก็มิได้เสียขวัญยังคงปฏิบัติภารกิจที่ได้รับมอบอย่างสุดความสามารถ โดยได้วางกำลังลาดตระเวนอยู่บริเวณหน้าฐานทัพเรือเรียมของอินโดจีน-ฝรั่งเศส โดยในเวลากลางวันจะทำการดำอยู่ใต้น้ำ  ส่วนกลางคืนแล่นลาดตระเวนบนผิวน้ำเพื่อประจุแบตเตอรี่ นับเป็นปฏิบัติการใต้น้ำเพื่อเป็นการปกป้องอธิปไตยในยามสงครามครั้งแรกของเรือดำน้ำไทยโดยภายหลัง จดหมายเหตุฝ่ายฝรั่งเศสจารึกยุทธนาวีที่เกาะช้างไว้ว่าฝรั่งเศสมีความหวั่นเกรงเรือดำน้ำทั้ง 4 ลำ ของไทย เป็นอย่างมาก จึงตัดสินใจหลีกเลี่ยงการเข้ามาปฏิบัติการในอ่าวไทยหากมีความจำเป็นอย่างยิ่งยวด จะเข้าพื้นที่ปฏิบัติการเพื่อปฏิบัติภารกิจ ที่ได้รับมอบในช่วงระยะเวลาอันสั้น และเมื่อปฏิบัติการแล้วเสร็จจะถอนกำลังกลับทันที เนื่องด้วยเกรงว่าจะถูกโจมตีจากเรือดำน้ำ

ในวาระที่วันเรือดำน้ำเวียนมาบรรจบครบรอบปีที่ 85 ในวันที่ 4 กันยายน พ.ศ.2565 นี้ ขอเชิญชวนท่านทั้งหลายน้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ และจอมพลเรือ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ที่ได้ทรงวางรากฐานกิจการเรือดำน้ำให้แก่กองทัพเรือ และพร้อมใจกันร่วมเชิดชูเกียรติประวัติ ของกำลังพลประจำเรือดำน้ำแห่งราชนาวีไทยในอดีต ที่ปฏิบัติหน้าที่โดยกล้าหาญ ทุ่มเทกำลังกาย กำลังใจ กำลังสติปัญญาสละเลือดเนื้อและชีวิตให้กับกองทัพเรือและอธิปไตยของประเทศชาติ

ปัจจุบัน ประเทศไทยมีผลประโยชน์ทางทะเล นับเป็นหลายล้านล้านบาทต่อปี และนับวันจะทวีมูลค่ามากขึ้นในอนาคต ดังนั้น การปกป้องผลประโยชน์ของชาติทางทะเล โดยการเสริมสร้างกำลังทางเรือจึงเป็นความจำเป็น เพื่อให้มีกำลังทางเรือที่สมดุลทัดเทียมกันในภูมิภาค หรือ เพื่อให้มีศักยภาพในการรบที่ใกล้เคียงกันหรือเหนือกว่า ทั้งนี้ในปัจจุบันประเทศต่างๆ ในภูมิภาคได้เสริมสร้างกำลังทางเรือเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะกำลังเรือดำน้ำ ทำให้เมื่อเปรียบเทียบขีดความสามารถของกำลังทางเรือแล้ว กองทัพเรือมีความเสียเปรียบอย่างยิ่ง จึงมีความจำเป็นต้องจัดหาเรือดำน้ำเข้าประจำการ จึงจะรักษาสมดุลย์กำลังทางเรือในการรักษาความมั่นคงทางทะเลในปัจจุบันได้ โดยเรือดำน้ำ ถือเป็นเรือรบที่มีศักยภาพสูงที่สุดในบรรดาเรือรบด้วยกัน เป็นอาวุธที่มองไม่เห็น ตรวจจับยาก ปฏิบัติการได้ไกล และมีอำนาจการทำลายรุนแรง สามารถสร้างความยำเกรงให้กับฝ่ายตรงข้ามที่มีกำลังทางเรือเหนือกว่าอย่างมากได้ เรือดำน้ำจึงจะเข้ามาเสริมเติมเต็ม ให้กองทัพเรือมีขีดความสามารถครบทุกมิติ คือ ผิวน้ำ ใต้น้ำ และ ในอากาศ ซึ่งจะเป็นหลักประกันในการรักษาอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติอย่างมั่นคงสืบไป

​​​

ศรชล.จัดการฝึกปฏิบัติการร่วม ประจำปี 65 เพื่อเตรียมความพร้อมในการแก้ไขวิกฤตของชาติทางทะเล เป็นหลักประกันที่มอบให้กับชาติและประชาชาชน

(2 ก.ย.) พลเรือเอก เถลิงศักดิ์ ศิริสวัสดิ์ เสนาธิการทหารเรือในฐานะเลขาธิการ ศรชล.ตรวจเยี่ยมการฝึกปฏิบัติการร่วม ศรชล. ประจำปี 2565  ใน 2 หัวข้อ “1.การต่อต้านการก่อการร้ายทางทะเล และ 2.การปราบปรามการลักลอบขนอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงทางทะเล" โดยมี พลเรือโท ประวิณ  จิตตินันท์ รองเลขาธิการ ศรชล. พลเรือโท พิชัย  ล้อชูสกุล ผู้อำนวยการ ศรชล.ภาค 1 ผู้บริหารจากสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ และหน่วยงานหลักทั้ง 7 หน่วยงานใน ศรชล. ประกอบด้วย กองทัพเรือ กรมเจ้าท่า กรมประมง กรมศุลกากร กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กองบังคับการตำรวจน้ำ และกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ร่วมชมการฝึก ณ เรือหลวงจักรีนฤเบศร ท่าเรือจุกเสม็ด อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี

พลเรือตรี อิทธิพัทธ์ กวินเฟื่องฟูกุล โฆษก ศรชล. กล่าวว่า การฝึกปฏิบัติการร่วม ศรชล. ประจำปี 2565 ภายใต้หัวข้อ “การฝึกการต่อต้านการก่อการร้ายทางทะเล และการปราบปรามการลักลอบขนอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง สินค้าทางทะเลที่ผิดกฎหมายหรือสินค้าต้องห้ามตามพันธกรณีระหว่างประเทศ” โดยใช้กำลังหลักของ ศรชล.ภาค 1 ดำเนินการฝึก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการฝึกบริหารวิกฤตการณ์ระดับชาติ ประจำปี 2565 เป็นการบูรณาการปฏิบัติการร่วมกับกำลังทางเรือของหน่วยงานหลักใน ศรชล. โดยมีเรือจากกองทัพเรือ ประกอบด้วยเรือหลวงจักรีนฤเบศร, เรือหลวงสิมิลัน,  เรือหลวงตากใบ กรมศุลกากร กองบังคับการตำรวจน้ำ เฮลิคอปเตอร์จากกองทัพเรือ 3 ลำ ชุดปฏิบัติการพิเศษ จากหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ พร้อมนำเรือปฏิบัติการพิเศษแบบใหม่ หรือที่เรียกกันว่า เรือยางท้องแข็งทางยุทธวิธี จำนวน 2 ลำ มาร่วมฝึกด้วย รวมทั้งได้จัดชุดแพทย์ฉุกเฉิน จากโรงพยาบาลอาภากรเกียรติวงศ์ ฐานทัพเรือสัตหีบ ชุดถอดทำลายอมภัณฑ์ จากกรมสรรพาวุธทหารเรือ และชุดตรวจอาวุธที่มีอำนาจทำลายล้างสูง จากกรมวิทยาศาสตร์ทหารเรือ และสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top