Wednesday, 1 July 2026
Hard News Team

'ธนกร' ป้อง 'บิ๊กตู่' ปมจัดการงบ 2,000 ล้านบาท อัด!! ฝ่ายค้านไม่ฟังตอนชี้แจง แต่มาโวยวายทีหลัง

'ธนกร' ป้อง'บิ๊กตู่' ยันบริหารงบกลางโปร่งใส อัดฝ่ายค้าน ตอนเขาชี้แจงไม่เคยฟัง พอไม่รู้เรื่องก็โวยวายหาว่าปล่อยปละละเลย แนะเปิดใจรับฟังคนอื่นสักนิด แล้วมุมมองในโลกของความเป็นจริงจะได้กว้างขึ้น

นายธนกร วังบุญคงชนะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยตัวแทนพรรคร่วมฝ่ายค้าน ยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อเอาผิดพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กรณีอนุมัติงบกลางและเงินสำรองจ่ายฉุกเฉินผิดวัตถุประสงค์และหลักเกณฑ์ รวมทั้งปล่อยปละละเลยไม่ติดตามดำเนินการอายัดเงินจำนวน 2,000 ล้านบาท กรณีการจัดซื้อถุงมือยางของ อคส.ว่า เป็นแค่การยื่นแก้เกี้ยวไม่ให้เสียหน้า เพื่อแสดงให้เห็นว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านมา ฝ่ายค้านมีหลักฐานมากมาย ทั้งๆ ที่ผลลัพธ์ก็แสดงให้เห็นแล้วว่า มีแต่ข้อมูลเก่า และเมื่อรัฐบาลชี้แจงก็ยังไม่ยอมรับฟัง จนท้ายที่สุดที่ประชุมสภาฯ จึงโหวตไว้วางใจท่านนายกฯ และรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายทุกคน ดังนั้น เชื่อว่าเมื่อ ป.ป.ช.ได้รับฟังคำชี้แจงและได้เห็นเอกสารที่ถูกต้องทั้งหมดแล้ว จะให้ความยุติธรรมกับผู้ที่ถูกกล่าวหาทุกคนอย่างแน่นอน ยืนยันว่าทุกนโยบายของรัฐบาลชุดนี้ เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชนอย่างเต็มที่ การอนุมัติงบกลางทุกอย่างโปร่งใส

“การกล่าวหาว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่เคยติดตามแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะเรื่องถุงมือยาง 2,000 ล้านบาท ที่สามารถติดตามเส้นทางการเงินได้ แต่กลับไม่ได้สั่งการใด ๆ เพื่อระงับยับยั้งจนเกิดความเสียหายนั้น ฝ่ายค้านควรตื่นจากความฝันได้แล้ว เรื่องนี้ท่านนายกฯ และรมว.พาณิชย์ได้ชี้แจงไปหมดแล้วอย่างชัดเจนต่อที่ประชุมสภาฯ ว่ามีการดำเนินการติดตามเป็นขั้นเป็นตอนอย่างไรบ้าง แต่เพราะฝ่ายค้านไม่เคยฟังในสิ่งที่คนอื่นพูดนอกจากพวกตัวเอง จึงออกมาพูดด้วยชุดข้อมูลที่ผิด ๆ ว่ารัฐบาลปล่อยปละละเลย ไม่อยากให้ฝ่ายค้านทำตัวเหมือนเด็กนักเรียนที่เข้าห้องเรียนไปวัน ๆ แต่ไม่เคยฟังในสิ่งที่อาจารย์สอน แล้วก็ไปพูดต่อจนข้อมูลผิดเพี้ยน หัดเปิดใจรับฟังคนอื่นสักนิด แล้วมุมมองในโลกของความเป็นจริงจะได้กว้างขึ้น” นายธนกร กล่าว

‘NRPT’ บริษัทร่วมทุนของ NRF และ Innobic จับมือ ‘OR’ร่วมพัฒนาธุรกิจ Plant-based ผ่านธุรกิจค้าปลีกและสถานีบริการน้ำมัน เพื่อดันอาหารแห่งอนาคต เติมเต็มความต้องการของผู้บริโภค

(28 กันยายน 2565) บริษัท เอ็นอาร์พีที จำกัด (NRPT) และ บริษัท อินโนบิก (เอเซีย) จำกัด ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ร่วมกับ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาธุรกิจโปรตีนจากพืช (Plant-based) และอาหารแห่งอนาคต โดยมุ่งพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์และธุรกิจร้านค้าปลีกอาหารโปรตีนจากพืชที่เหมาะสมกับร้านค้าปลีกและสถานีบริการน้ำมันของโออาร์ เติมเต็มทุกความต้องการของผู้บริโภค ทำให้คนไทยสะดวกและมีทางเลือกในการบริโภคอาหารที่มีประโยชน์ต่อทั้งสุขภาพและสิ่งแวดล้อม

นายแดน ปฐมวาณิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็นอาร์ อินสแตนท์ โปรดิวซ์ จำกัด (มหาชน) (NRF) และกรรมการบริษัท เอ็นอาร์พีที จำกัด กล่าวว่า ด้วยความมุ่งมั่นในการใช้อาหารต่อสู้กับโลกร้อน อาหารโปรตีนทางเลือกจากพืช นับเป็นกลยุทธ์หลัก ด้วยกรรมวิธี และกระบวนการการผลิตที่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอน 1 ใน 10 ซึ่งน้อยกว่าเมื่อเทียบกับการทำปศุสัตว์ ทั้งยังส่งผลที่ดีต่อสุขภาพ สอดรับเทรนด์ผู้บริโภคที่เริ่มสรรหาและคัดสรรอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพและร่างกาย อีกทั้งอาหารที่จะรับประทานยังต้องส่งผลดีต่อโลกด้วย

นอกจากนี้เป้าหมาย คือการเดินหน้าพัฒนาและต่อยอดอาหารทางเลือกให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคให้มากยิ่งขึ้น โดยในปัจจุบันมี alt.Eatery สาขาต้นแบบอยู่ย่านสุขุมวิท 51 ซึ่งแผนการขยายสาขานั้น เรามีพันธมิตรที่เป็นผู้นำธุรกิจค้าปลีก ซึ่งมีความมั่นใจในความเชี่ยวชาญที่จะผนวกรวมกันเพื่อผลักดันให้อาหารโปรตีนจากพืช ที่มีรสชาติและสัมผัสที่คล้ายคลึงกับเนื้อสัตว์ และในอนาคต Plant-Based อาจมิใช่เพียงอาหารทางเลือก แต่จะเป็นอาหารเพื่อสุขภาพและโลกที่ยั่งยืน 

ความร่วมมือกันพัฒนารูปแบบธุรกิจของร้านค้าปลีกและเมนูอาหารโปรตีนจากพืช (Plant-based) ในครั้งนี้ จะมีการพัฒนาเมนูพิเศษ “ขนมปังไส้หมูแดงแพลนเบส” ที่จะวางขายกับ คาเฟ่ อเมซอน ในปีนี้ และเปิดร้านค้า Flagship นำร่องในสถานีบริการน้ำมันของ “โออาร์” ที่สาขาวิภาวดีรังสิต ในปี 2566

นางสาวจิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์ กล่าวว่า โออาร์ ดำเนินธุรกิจ ภายใต้วิสัยทัศน์ “Empowering All Toward Inclusive Growth” หรือ “เติมเต็มโอกาส เพื่อทุกการเติบโต ร่วมกัน” โดยมุ่งเน้นในการแสวงหาโอกาสใหม่ในการดำเนินธุรกิจ คิดค้น และพัฒนาคุณภาพของสินค้าและบริการ พร้อมทั้งส่งเสริมความแข็งแกร่งให้แก่ผู้ประกอบการรายย่อย เพื่อตอบโจทย์วิถีชีวิตผู้บริโภคในปัจจุบัน โดยหนึ่งในพันธกิจของ โออาร์ คือการสร้างทางเลือกสำหรับการดำเนินชีวิตแบบครบวงจรเพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตทุกรูปแบบ (All Lifestyles) และเติมเต็มทุกความต้องการของผู้บริโภค ซึ่งในปัจจุบันอาหารที่ไม่ใช่เนื้อสัตว์ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น ทั้งจากการที่มีผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยที่หันมาให้ความสำคัญกับการรับประทานที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้น ลดการบริโภคเนื้อสัตว์ รวมไปถึงกลุ่มคนที่ทานมังสวิรัติที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ความร่วมมือกับอินโนบิกและเอ็นอาร์พีทีในการพัฒนารูปแบบของร้าน alt.Eatery ให้เหมาะสมสำหรับการขยายธุรกิจใน พีทีที สเตชั่น รวมถึงพื้นที่เชิงพาณิชย์ของ โออาร์ จึงจะช่วยเพิ่มทางเลือกในการรับประทานอาหารใหม่ๆ ให้แก่ผู้บริโภคให้สามารถเข้าถึงอาหาร Plant-based ได้สะดวกยิ่งขึ้น พร้อมทั้งดึงดูดผู้บริโภคกลุ่มใหม่ๆ ให้เข้ามาใช้บริการใน พีทีที สเตชั่น หรือพื้นที่เชิงพาณิชย์ของ โออาร์ มากขึ้นอีกด้วย โดยจะเริ่มจากพื้นที่บริเวณ Flagship ในย่านชุมชนคนรุ่นใหม่ และขยายสู่พื้นที่อื่นๆ ต่อไปในอนาคต นอกจากนี้ ยังเป็นโอกาสในการพัฒนาเมนูอาหาร Plant-based หรือโปรตีนจากพืชสำหรับร้านอาหารในเครือของ โออาร์ ตลอดจนโอกาสในการดำเนินธุรกิจร่วมกันในรูปแบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ Plant-based ต่อไป 

ดร. บุรณิน รัตนสมบัติ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่นวัตกรรมและธุรกิจใหม่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และประธานกรรมการ บริษัท อินโนบิก (เอเซีย) จำกัด กล่าวว่า อินโนบิก (เอเชีย) ได้เดินหน้าต่อยอดธุรกิจโภชนาการและอาหารโปรตีนจากพืชแบบครบวงจรอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์ให้กับอุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคต ผ่านทางบริษัท“เอ็นอาร์พีที” (Nutra Regenerative Protein Co. Ltd : NRPT) ซึ่งเป็นผู้ดำเนินธุรกิจร้านค้าปลีกกึ่งร้านอาหาร

‘หมอเก่ง’ อัด ‘หมอหนู’ กัญชาเสรีทำเยาวชนเข้าถึงง่ายกว่าบุหรี่ ชี้!! อยากทำตัวเป็นหมอไปเรียนแพทย์มาก่อนออกนโยบายให้ปชช.

(28 ก.ย. 65) นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีที่มีคลิปเด็กนักเรียนสูบกัญชาในห้องเรียนเผยแพร่เป็นวงกว้างจนเกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์แสดงความไม่เห็นด้วยไปถึงนโยบายเสรีกัญชาของพรรคภูมิใจไทย ว่า...

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ซึ่งได้ออกมาตอบโต้กรณีดังกล่าวโดยให้ความเห็นว่า กฎหมายมีอยู่แล้ว ซึ่งห้ามไม่ให้เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี สูบกัญชา ดังนั้น จึงเป็นหน้าที่ของโรงเรียนรวมถึงตำรวจที่จะต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด

โดยนพ.วาโย ตอบโต้นายอนุทินว่า นี่เป็นภาพสะท้อนที่เห็นได้อย่างชัดเจนต่อนโยบายกัญชาเสรีของพรรคภูมิใจไทยว่าเป็นไปเพื่อการแพทย์หรือสันทนาการกันแน่ ในขณะที่ประชาชนที่ไม่ได้ปิดหูปิดตาได้เห็นกันตำตาว่ากัญชาถูกปลดล็อกเอามาใช้ทำอะไร แต่นายอนุทินกลับยังคงกล่าวอ้างอยู่ตลอดเวลาว่า ที่ทำไปนั้นก็เพื่อผลประโยชน์ทางการแพทย์ 

อันดับแรกเลยที่ต้องพิจารณา คือ ตอนนี้กัญชามีผลประโยชน์อะไรต่อวงการแพทย์ไทยบ้าง? เห็นมีแต่รายงานเคสจากกัญชาเพิ่มขึ้น คุณหมอออกมาบ่นกันรายวัน จนถึงขนาดลงชื่อกันเป็นพัน ๆ คนต่อต้านนโยบายดังกล่าว ก่อนที่จะอ้างว่าจะเอากัญชามาใช้เพื่อประโยชน์ในทางการแพทย์ จะต้องรู้ก่อนกว่าวงการแพทย์เขาต้องการอะไร เขาขาดแคลนยาหรือวิธีการรักษาอะไร และกัญชาสามารถนำมาใช้เป็นยารักษาโรคได้จริงหรือไม่ หรือรักษาโรคอะไรได้บ้าง การจะตอบคำถามนี้ได้ คนตอบควรจะต้องเป็นหมอ และการจะเป็นหมอได้ก็ต้องไปเรียนหมอให้จบและสอบใบอนุญาตให้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมให้ผ่านทั้ง 3 ขั้นตอนก่อน

นอกจากนี้ หมอวาโยยังให้ข้อมูลอีกว่า สถานการณ์กัญชาในประเทศไทยตอนนี้ถือว่ามีความเสรีมากที่สุดในโลก ประชาชนสามารถหาซื้อกัญชาได้ง่ายกว่าสุราและบุหรี่ เนื่องจากสุรายังมีช่วงเวลาที่ถูกจำกัดการขาย ส่วนบุหรี่นั้นก็ไม่สามารถวางแสดงผลิตภัณฑ์ได้ ณ จุดจำหน่าย

“แต่ที่น่าอนาถจิตอนาถใจที่สุด คือ เหล้ากับบุหรี่นี่คนขายไม่สามารถโฆษณาได้เลยนะ แต่ประเทศไทยตอนนี้นี่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขนำกระทรวงฯ ออกมาโปรโมตกัญชา นี่มันหนักกว่าเหล้าและบุหรี่อีก”

หนุ่มจีนเซ็ง!! ตั้งใจช่วยชีวิตเด็ก แต่กลับโดนทัวร์รุมจวกยับ หลังชาวเน็ตโฟกัสเรื่องอื่นมากกว่า 'การช่วยชีวิต'

ภาพจากกล้องวงจรปิดของห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งใน เซี่ยงไฮ้ ที่จับภาพวินาทีชีวิต เด็กหญิงคนหนึ่งโหนเกาะอยู่กับราวบันไดเลื่อน ขณะที่ลำตัวตัวห้อยอยู่ด้านนอก จนคนที่เห็นก็รู้ว่า เด็กอาจจะร่วงลงสู่ด้านล่างได้ตลอดเวลา

ขณะที่เด็กผู้ชายอีกคนที่อยู่บนบันไดเลื่อน น่าจะเป็นครอบครัวของเด็กหญิง รีบวิ่งไปตะโกนเรียกให้คนมาช่วยเด็ก และแล้วก็ได้มีชายสองคน วิ่งเข้ามาช่วยดึงร่างเด็กหญิงขึ้นมาได้อย่างปลอดภัย

เรื่องราวดังกล่าวนี้ได้กลายเป็นไวรัลในโลกออนไลน์ของประเทศจีนอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเสียงชื่นชมพลเมืองดีชายสองคนที่ช่วยชีวิตเด็กหญิงไว้ได้ทันท่วงที 

>> แต่ก็ไม่พ้นที่จะต้องมีอีกด้านที่แสดงความคิดเห็นจวกยับ จับผิดการกระทำ !!

โดยคนกลุ่มนี้ไปจับจ้องว่า ตอนที่ดึงร่างของเด็กขึ้นมา ชายพลเมืองดีใช้มือจับตรงบั้นท้ายและอาจจะถูกที่ลับของเด็กหญิง จนมีคนกล่าวหาว่าเขาเจตนาจะล่วงเกินเด็กหรือไม่ และกล่าวอีกด้วยว่านี่ไม่เหมาะสมอย่างมากต่อการกระทำที่สุ่มเสี่ยงต่อความเสียหายของตัวเด็กหญิงแบบนี้

'รัฐบาล' หนุนทุนวิจัย ผลิต 'เท้าเทียมไดนามิกส์' เตรียมดันให้ผู้พิการใช้ฟรีตามสิทธิรักษาพยาบาล

เมื่อวันที่ (28 ก.ย. 65) น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเห็นความสำคัญในการสร้างโอกาสให้กับผู้พิการ ลดความเหลื่อมล้ำในสังคม ต้องการให้ผู้พิการทุกคนสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างปกติ สามารถประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองได้ ตลอดจนใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมั่นใจ สามารถนำศักยภาพมาเป็นกำลังสำคัญในการร่วมพัฒนาประเทศ รัฐบาลโดย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้สนับสนุนทุนวิจัย ได้ให้ทุนสนับสนุนแก่ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ไพรัช ตั้งพรประเสริฐ และทีมวิจัย คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับโรงเรียนกายอุปกรณ์สิรินธร คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ในโครงการ 'ก้าวใหม่ด้วยวิจัยและนวัตกรรม' ภายใต้โครงการเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก โดยผลิตเท้าเทียมไดนามิกส์นำไปมอบให้กับผู้พิการขาขาดตามโรงพยาบาลกว่า 13 แห่ง จำนวน 67 ขา เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้พิการขาขาดให้ดีขึ้น และยังช่วยลดต้นทุนในการนำเข้าเท้าเทียมจากต่างประเทศที่มีราคาสูง

'นารา เครปกะเทย' ร่ำไห้แรง คดีอาหารเสริมฯ พ้อหนัก!! ชีวิตพังเพราะคดี "ไม่เหลืออะไรแล้วชีวิตนี้"

‘นารา เครปกะเทย’ ร้องไห้ ชีวิตพัง เพราะคดี "อาหารเสริม ผสมสารอันตราย" บอกไม่รู้ไม่เห็น แต่โดนคนเดียว เสียหายทั้งชื่อเสียง เงินทอง "ถ้ารู้โรงงานใส่สารนี้ หนูจะตบ หนูจะหลอกลวงผู้บริโภคทำไม" ขอความรับผิดชอบจากแบรนด์

ร้องไห้กลางไลฟ์สดแบบชุดใหญ่ สำหรับ ‘นารา เครปกะเทย’ หลัง กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง จับกุมเครือข่ายผลิตและจำหน่าย ผลิตภัณฑ์ "เสริมอาหาร" ผสมวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 1 (2-ไดเฟนิลเมทิลโพโรลิดีน) โดย จับกุม นายอนิวัต ประทุมถิ่น อายุ 23 ปี หรือ ‘นารา เครปกะเทย’ เน็ตไอดอลชื่อดัง ในข้อหา "ร่วมกันจำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 1 (2-ไดเฟนิลเมทิลโพโรลิดีน) โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำทางการค้า"

โดยหลังจากที่มีข่าวออกไปนั้น ‘นารา เครปกะเทย’ ออกมานั่งไลฟ์สด ร้องไห้ ตัดพ้อ ถึงคดี ที่ทำชีวิตพัง ว่า "คนที่ถามว่าขาวขึ้นจริงไหม หนูบอกแล้ว ว่าขึ้นอยู่กับผิวของแต่ละคนตลอด ในคลิปไลฟ์สดต่าง ๆ หาดูได้ ถ้าใครไม่อยู่จุดนี้ เจอคอมเมนต์มาก ๆ จะไม่เข้าใจ พอมีข่าวสารเสพติดแบบนี้ คนที่โดนคือหนูคนเดียว ทั้งที่เราไม่รู้เรื่องไม่เห็น เราทำแค่หน้าที่ สุดท้ายคนที่โดน คือหนูคนเดียว เสียหายทั้งชื่อเสียง เสียหายทั้งงาน ขอความรับผิดชอบจากแบรนด์

'สร้างอนาคตไทย' เรียกร้อง กกต.รีบแบ่งเขตเลือกตั้ง เพื่อความเท่าเทียมและพร้อมจะเข้ามาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจให้กลับมาลืมตาอ้าปากได้อีกครั้ง

วันพุธที่ 28 กันยายน 2565 นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ รองหัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย ในฐานะประธานภาคกรุงเทพฯ และนายสันติ กีระนันทน์ รองหัวหน้าพรรค เปิดศูนย์ประสานงานพรรค เขตยานนาวา บางคอแหลม ซึ่งมีนายพงศพัศ กตคุณวิสิทธิ์ เป็นผู้ประสานงานพรรคในพื้นที่

นายสุรนันทน์ ได้กล่าวว่า ศูนย์ประสานงานพรรค ไม่ใช่ศูนย์อำนวยการเลือกตั้ง ศูนย์ฯ จะต้องทำงานต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าจะไม่ได้รับการเลือกตั้ง เพราะเราตั้งใจเปิดศูนย์ฯ ขึ้นมาเพื่อเป็นตัวกลางในการแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ พรรคสร้างอนาคตไทยได้มีชุดความคิดใหม่ ๆ เพื่อนำมาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ แก้ปัญหาความไม่ยุติธรรมและความเหลื่อมล้ำทางการเมืองและสังคม และระหว่างพบปะประชาชน ก็ได้รับเรื่องร้องทุกข์เกี่ยวกับปัญหายาเสพติดในพื้นที่ ที่นับวันจะมีเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ รวมไปถึงปัญหาชุมชนที่อยู่อาศัยที่ยังไม่ได้รับการขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย พรรคฯ จะนำปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ เข้าที่ประชุมเพื่อร่วมกันพิจารณาหาทางแก้ไขต่อไป โดยเฉพาะปัญหายาเสพติด เรายืนยันว่า จะต่อต้านยาเสพติดทุกประเภท  และจะร่วมกันขจัดให้หมดสิ้นไปจากสังคมไทยทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย 

นายสุรนันทน์ ยังได้เรียกร้องไปยัง กกต. อีกด้วยว่า ถึงแม้จะออกกฎ ระเบียบ ข้อบังคับต่าง ๆ มามากมาย แต่สิ่งสำคัญที่สุด คือควรรีบแบ่งเขตพื้นที่การเลือกตั้งทั้ง 400 เขตให้ชัดเจน เพราะขณะนี้ผู้ที่ลงสมัครหน้าใหม่ก็จะเสียเปรียบเจ้าของพื้นที่เดิม เนื่องจากไม่สามารถรู้ได้ว่าพื้นที่ของตัวเองมีขอบเขตแค่ไหน เพราะฉะนั้น กกต. จะต้องเร่งในเรื่องนี้ เพื่อที่ทุกคนจะได้มีโอกาสในการแนะนำตัวให้ประชาชนรู้จักอย่างเท่าเทียมกัน

ครม.อนุมัติ 3.85 พันล้าน พัฒนา ‘สถานีศิริราช’ เป็นทั้งอาคารรักษาพยาบาลและสถานีรถไฟฟ้า

คณะรัฐมนตรี อนุมัติ 3.85 พันล้าน พัฒนาสถานีศิริราชเป็นอาคารรักษาพยาบาลและสถานีรถไฟฟ้าแห่งแรกของประเทศ เชื่อมรถไฟสายสีแดงอ่อน-รถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วยประชาชนเข้าถึงการรักษาพยาบาลอย่างรวดเร็ว

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2565 ว่า ครม.อนุมัติการดำเนินโครงการอาคารรักษาพยาบาลและสถานีศิริราช คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล งบประมาณรวมทั้งสิ้น 3,851.27 ล้านบาท แบ่งเป็นงบลงทุนค่าก่อสร้าง 2,338.27 ล้านบาท ครุภัณฑ์การแพทย์ 1,400 ล้านบาท และงบบุคลากร (หมวดเงินเดือน) 113.01 ล้านบาท โดยขออนุมัติงบประมาณตั้งแต่ปีงบประมาณ 2566 - 2569 จำนวน 2,552.50 ล้านบาท และเงินสมทบจากเงินนอกงบประมาณ จำนวน 1,298.77 ล้านบาท ในลักษณะเป็นเงินอุดหนุน

โครงการนี้เกิดขึ้นโดยคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ได้ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือเพื่อดำเนินโครงการก่อสร้างอาคารรักษาพยาบาลและสถานีศิริราช เพื่อให้เป็นสถานีขนส่งมวลชนเพื่อสุขภาพและสาธารณสุขแห่งแรกของประเทศไทย โดยพัฒนาจุดเชื่อมโยงการเดินทางโดยรถไฟฟ้าบริเวณโรงพยาบาลศิริราช จำนวน 2 สถานี คือ สถานีศิริราช รถไฟฟ้าสายสีส้มของ รฟม. และสถานีธนบุรี - ศิริราช รถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อนของ รฟท. และเพิ่มประโยชน์การใช้งานนอกเหนือจากสถานีรถไฟฟ้าด้วยการบริการรักษาพยาบาล เช่น งานบริการผู้ป่วยนอก งานบริการผู้ป่วยใน งานบริการตรวจผู้ป่วยที่ไม่จำเป็นต้องพักค้าง เป็นต้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาลได้อย่างรวดเร็ว ลดระยะเวลาการเดินทางและลดความแออัดของผู้ป่วยภายในโรงพยาบาลศิริราชด้วยการเป็น One Stop Service และ Best Integrated Care

นางสาวรัชดา กล่าวว่า โครงการนี้ตั้งอยู่บนพื้นที่ รฟท. ซึ่งต่อเนื่องกับคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล บริเวณสถานีรถไฟธนบุรี - ศิริราช ช่วงเชื่อมต่อสถานีรถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อน เลียบคลองบางกอกน้อย โดยเป็นการเช่าที่ดินของ รฟท. บนพื้นที่ 4.67 ไร่ (7,456 ตารางเมตร) ระยะเวลาเช่า 30 ปี สำหรับลักษณะของโครงการ เป็นการก่อสร้างอาคารสูง 15 ชั้น ชั้นใต้ดิน 3 ชั้น รวมความสูงของอาคารเท่ากับ 81 เมตร มีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 51,853 ตารางเมตร แบ่งเป็น 1. พื้นที่โรงพยาบาล 47,537 ตารางเมตร 2. พื้นที่รถไฟสายสีแดงอ่อน 3,410 ตารางเมตร และ3. พื้นที่รถไฟฟ้าสายสีส้ม 906 ตารางเมตร พร้อมพื้นที่จอดรถ 79 คัน ใช้ระยะเวลาก่อสร้าง 32 เดือน รวมระยะเวลาดำเนินโครงการ 4 ปี

'ผบช.ภ.7' จัดกองเกียรติยศ ให้ ผบ.ปั๊ด อำลาหน่วยอย่างยิ่งใหญ่ ลั่นจะยึดถือเป็นต้นแบบในการปฏิบัติงานในฐานะผู้นำองค์กร

เมื่อวันอังคารที่ 27 ก.ย. 2565 (เวลาประมาณ 10.00 น.) ที่ กองบัญชาการ ตำรวจภูธรภาค 7 ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมืองนครปฐม จว.นครปฐม พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผบช.ภ.7 เปิดเผยว่า ได้ให้การต้อนรับ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.เนื่องในโอกาสที่ ผบ.ตร.เดินทางมาเยี่ยมอำลาหน่วยตำรวจภูธรภาค 7 ในโอกาสที่เกษียณอายุราชการ

พร้อมด้วยพล.ต.ท.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์  ผู้ช่วย ผบ.ตร.,พล.ต.ท.รักษ์จิต  หม้อมงคล ผทค.พิเศษ ตร. รรท.รอง ผบช.ภ.7,พล.ต.ต.นัยวัฒน์ ผะเดิมชิต รอง ผบช.ภ.7,พล.ต.ต.อาทิชา  เปาอินทร์ รอง ผบช.ภ.7, พล.ต.ต.บุญญฤทธิ์ รอดมา รอง ผบช.ภ.7, พล.ต.ต.ปรัชญา ประสานสุข รอง ผบช.ภ.7, ผบก., ผกก. และ ข้าราชตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรภาค 7 เข้าร่วม ต้อนรับ

โดย ผบ.ตร.ได้ขึ้นรับการแสดงความเคารพจากกองเกียรติยศ พร้อมด้วยข้าราชการในสังกัดตำรวจภูธรภาค 7 ระดับผบก.ขึ้นไป และลงนามในสมุดตรวจเยี่ยมหน่วย

แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ขู่ลั่น!! ถ้า 'ประยุทธ์' ได้ไปต่อ ประชาชนเตรียมลงถนน

(28 ก.ย. 65) เฟซบุ๊กแฟนเพจ แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม - United Front of Thammasat and Demonstration โพสต์ข้อความว่า

ถ้าประยุทธ์ได้ไปต่อ ประชาชนเตรียมลงถนน

#ประยุทธ์ออกไป

ทั้งนี้ในวันศุกร์ที่ 30 ก.ย. ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ นัดอ่านคำวินิจฉัยการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 8 ปี ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งกลุ่มที่ต่อต้านพล.อ.ประยุทธ์ ประกาศว่าหากวินิจฉัยให้พล.อ.ประยุทธ์ ดำรงตำแหน่งต่อไป จะมีการชุมนุมกันมากขึ้น


ที่มา : https://www.thaipost.net/x-cite-news/231017/

https://www.facebook.com/photo.php?fbid=405924338392392&set=a.246480224336805&type=3


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top