Wednesday, 1 July 2026
Hard News Team

ผบ.ตร.สอน นักเรียนนายสิบตำรวจทั่วประเทศ รับราชการอย่างมีความสุข มีคุณค่า ต้องมีความยุติธรรม เอื้อเฟื้อ เป็นที่พึ่งของประชาชน 

พล.ต.อ.สุวัฒน์ฯ บรรยายพิเศษ นสต. ทั่วประเทศ 'แนวทางการรับราชการ อย่างมีความสุข และมีคุณค่า' สอนวิชาชีวิต ครองตน ครองคน ครองงาน ต้องเลือกคบเพื่อนดี มีต้นแบบผู้บังคับบัญชาดี เปรียบงานตำรวจสร้างพีระมิด ต้องสามัคคี ย้ำสีกากีต้องทำหน้าที่ รักษาความยุติธรรม ค้ำยันสังคม เป็นที่พึ่งของทุกคน 

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 27 กันยายน 2565 ที่ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 1 (ศฝร.ภ.1) อ.เมือง จว.สระบุรี พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) บรรยายพิเศษ ในหัวข้อ 'แนวทางการรับราชการ อย่างมีความสุข และมีคุณค่า' โดยมี พล.ต.ท.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ข้าราชการตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรภาค 1, ศฝร.ภ.1 และนักเรียนนายสิบตำรวจ (นสต.) ทั่วประเทศ รับฟังผ่านระบบออนไลน์

พล.ต.อ.สุวัฒน์ บรรยายแนวทางการดำเนินชีวิต ครองงาน ครองคน ครองชีวิต อย่างมีคุณค่า และมีความสุข โดยบางช่วงบางตอน ผบ.ตร. ได้ถ่ายทอดประสบการณ์การทำงาน การตัดสินใจ ในช่วงของการดำรงตำแหน่งต่างๆ

พล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำลังปรับหลักสูตรนายสิบตำรวจ ให้เรียนภาคปฏิบัติเพิ่มขึ้น เรียนด้านวิชาการน้อยลง เน้นสอนขั้นตอนการทำงาน เช่น ขั้นตอน มาตรฐานการเข้าระงับเหตุ แล้วอธิบายด้วยกฎหมาย ต่างจากปัจจุบันที่สอนกฎหมาย แล้วให้ไปประยุกต์ใช้ เพื่อให้การปฏิบัติงานตำรวจ มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และมีนโยบายให้นักเรียนนายสิบตำรวจที่จบใหม่ ปฏิบัติหน้าที่ในงานด้านอารักขา และควบคุมฝูงชนก่อน เพื่อให้มีความชำนาญด้านยุทธวิธี จากนั้นจะย้ายไปปฏิบัติงานในสถานีตำรวจต่อไป

“ยอมรับว่าตำรวจยุคใหม่ มีพื้นฐานความคิดไม่เหมือนรุ่นเก่าๆ สิ่งที่ต้องฝากเมื่อนักเรียนนายสิบจบออกไป เจออะไรแปลกใหม่ ต้องเรียนรู้ รุ่นพี่บางคนชักจูงเราไปในทางไม่ปลอดภัยในชีวิตราชการ อย่างนี้ต้องระวัง จำไว้ว่าของสองอย่างอยู่ด้วยกันมักดึงดูดกัน จะเลือกเป็นตามสิ่งดี หรือถูกดึงดูดไปทางไม่ดี ต้องเลือกเอง โดยยึดความถูกต้อง ชอบธรรม การคบเพื่อนร่วมงาน ควรหาให้เจอว่าควรคบใครดี หาเจ้านายที่เป็นตัวแบบ มีเพื่อนร่วมงานที่จะพาเรารอดไปทั้งชีวิต หาตัวแบบผู้บังคับบัญชาที่ดี เราอยู่คนเดียวไม่ได้” ผบ.ตร. กล่าว

พล.ต.อ.สุวัฒน์ สอนเรื่องการดำรงชีวิต วางแผนการใช้เงิน ไม่สร้างหนี้ รวมถึงการสร้างครอบครัว ต้องเลือกคู่ชีวิตให้ดี โดยต้องวางแผนการเงินให้ดี หากวางแผนไม่ได้ อย่าก่อหนี้ เช่น เริ่มทำงานก็กู้ทันที ซื้อมอเตอร์ไซค์ ผ่อนบ้าน ใช้หนี้คนอื่น กู้ให้พ่อแม่ ต้องคิดดีๆ การก่อหนี้หากจำเป็นต้องทำอย่างรอบคอบ ต้องรู้จักการบริหารเงิน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พยายามลดดอกเบี้ยเงินกู้ให้ แต่ไม่สนับสนุนให้กู้ เรื่องการสร้างครอบครัว การมีคู่ชีวิตภรรยาดี เป็นกัลยาณมิตรในชีวิต ก็เป็นทรัพย์สินทางปัญญา ทรัพย์สินชีวิต หาคู่ชีวิตที่ช่วยกันส่งเสริมชีวิต  

พล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวด้วยว่า ความสำเร็จของชีวิต อยู่ในที่ลำบาก มนุษย์เราชอบอยู่ในคอมฟอร์ตโซน แต่หากอยากทำอะไรสำเร็จต้องออกไปข้างนอก ต้องเรียนรู้พัฒนาตนเอง สร้างยี่ห้อให้ตัวเอง พัฒนา ปรับตัว หาวิธีการทำงาน โลกมีไดนามิกต้องเอาตัวให้รอด ทำงานในหน้าที่ ทำตัวให้มีคุณค่าที่ใครก็อยากใช้งาน และตำรวจยุคใหม่ต้องเท่าทันเทคโนโลยี นำเทคโนโลยีมาใช้ให้งานมีประสิทธิภาพ ใช้โซเชียลมีเดียอย่างมีสติ ยับยั้งชั่งใจ

ผบ.ตร. กล่าวว่า ตำรวจต้องเคารพเอื้อเฟื้อต่อหน้าที่ ต้องทำหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ตั้งแต่วันแรก จนวันที่พ้นจากหน้าที่ราชการ อย่าเอาตัวไปเกลือก ไปเสี่ยง ดำรงตนด้วยความยุติธรรม กระทำการด้วยปัญญา รักษาความไม่ประมาทเสมอชีวิต ต้องพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง ให้มีความพร้อมปฏิบัติหน้าที่ มีความพร้อมยุทธวิธี ต้องมีความมั่นคงในความคิด ไม่ยอมให้ตนเองถูกชักจูงออกนอกเส้นทาง โดยพึงจำว่า ประสบการณ์ชีวิตเป็นบทเรียนที่มีค่ามากที่สุด

อัปเดตราคา 'หมู-เนื้อ-ไก่'

อัปเดตราคาอาหารสดวันนี้ มาดูกันว่าตามท้องตลาด ราคาอาหารสด ประจำวันที่ 28 กันยายน 2565 จะเพิ่มขึ้นหรือลดลงแค่ไหน ไม่ว่าจะเป็น ราคาหมู ราคาไก่ ราคาไข่ไก่ รวมไปถึงราคาผักสด เช็กกันเลย..

EA ผนึก CFM พันธมิตรใหญ่ในมาเลเซีย ลุยพัฒนาระบบขนส่งมวลชนไฟฟ้าเต็มรูปแบบ

EA ส่ง EA Mobility Holding จับมือพันธมิตร Computer Forms (Malaysia) Berhad (CFM) ลงนาม HOA (Head of Agreement) ลุยพัฒนามาเลเซียสู่การเป็นสังคมไร้คาร์บอน ยกระดับคุณภาพชีวิตคนเมืองในมาเลเซีย ปูทางสู่การใช้ยานยนต์ไฟฟ้าภายในตัวเมืองลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

เมื่อวันที่ (26 กันยายน 2565) ที่ผ่านมา ได้มีการจัดงานพิธีลงนามความร่วมมือเพื่อที่จะร่วมลงทุนในธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า และระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าแบบครบวงจรในประเทศมาเลเซียโดยมี Mr.Datuk Wira Justin Lim Hwa Tat กรรมการบริหาร, Computer Forms (Malaysia) Berhad (CFM) และนายสมโภชน์ อาหุนัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) ร่วมในพิธีลงนาม

ณ ปัจจุบันประเทศมาเลเซีย มีนโยบายด้านพลังงานในการลดการใช้พลังงานเชื้อเพลิงฟอสซิล มุ่งเน้นให้มีการใช้ยานยนต์ไฟฟ้ามากขึ้นถึง 37% ตามแผนนโยบายในปี 2022-2040 อีกทั้งการเข้าร่วม COP26 ของทางรัฐบาล เพื่อตอบสนองต่อนโยบายแห่งชาติในเวทีโลก เข้าสู่สังคมไร้มลพิษ จึงเป็นที่มาของการร่วมมือเพื่อลงทุนพัฒนาระบบการคมนาคมไฟฟ้าแบบครบวงจรในครั้งนี้ โดยทางบริษัท CFM ได้เห็นถึงความสามารถและความเชี่ยวชาญของ บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีพลังงานสะอาด และระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าแบบครบวงจรในประเทศไทย ผ่านผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายครอบคลุมเกี่ยวกับการคมนาคมแบบไร้มลพิษ ตั้งแต่การพัฒนาและผลิตแบตเตอรี่ การผลิตยานยนต์ไฟฟ้า เช่น รถโดยสารไฟฟ้า และเรือโดยสารไฟฟ้า และการให้บริการสถานีอัดประจุไฟฟ้า ซึ่งมีเทคโนโลยีระบบ Ultra Fast Charge Technology สามารถอัดประจุไฟฟ้าสู่ยานยนต์ทุกชนิด 80% ในระยะเวลาเพียง 15-20 นาที

นายสมโภชน์ อาหุนัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท พลังงานบริสุทธิ์ฯ เปิดเผยว่า รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสร่วมมือกับ CFM เพื่อร่วมลงทุนในการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนไร้มลพิษ นับเป็นก้าวที่สำคัญที่สุดครั้งหนึ่งของ EA ที่ได้รับการยอมรับในการนำนวัตกรรม Ultra Fast Charge Technology ของบริษัทฯ ผ่านผลิตภัณฑ์ที่พัฒนา และผลิตในประเทศไทย เข้าสู่ตลาดขนส่งมวลชนของประเทศมาเลเซีย ก่อให้เกิดการร่วมลงทุนและพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่างๆ ร่วมกันในอนาคต สามารถผลักดันให้บริษัทขยายตลาดสู่ภูมิภาคเอเซียแปซิฟิก และตลาดโลกต่อไปในอนาคต

‘ปลอดประสพ’ ปลุกรัฐเตรียมพร้อมรับมือ 'ไต้ฝุ่นโนรู' แจง 9 ข้อรัฐควรรู้ พร้อมแนะ 5 แนวทางที่ต้องเตรียมการ

‘ปลอดประสพ’ ปลุกรัฐบาลตื่นรับมือพายุโนรูเข้าไทย เหตุฝนจะตกหนักเพิ่มน้ำนับแสนลูกบาศก์เมตร เขื่อนใหญ่ไม่พอรับน้ำ กระทบคนไทยครึ่งประเทศ แนะตั้งวอร์รูมต้องทำจริงจัง ประกาศหยุดราชการ เตรียมทหาร ตำรวจ ประจำการช่วยประชาชน

ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี ประธานด้านนโยบายปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานด้านการจัดการน้ำ พรรคเพื่อไทย และอดีตรองนายกรัฐมนตรี อดีต ผอ.ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติคนแรกของประเทศไทย กล่าวว่า รัฐบาลต้องเตรียมการรับมือกับพายุโนรูที่จะสร้างความรุนแรงและความเสียหายให้กับประเทศไทยเป็นอย่างมาก โดยข้อมูลที่รัฐบาลควรรู้ ได้แก่

1.) พายุโนรูจะเป็นพายุโซนร้อนที่ใหญ่ที่สุดลูกหนึ่ง นับตั้งแต่ที่ประเทศไทยเคยประสบมา 

2.) ขนาดของพายุลูกนี้ ครอบคลุมเนื้อที่ภาคเหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง รวมพื้นที่ทั้งหมดครึ่งหนึ่งของประเทศ หรือมากกว่า 250,000 ตารางกิโลเมตร

3.) ด้วยขนาดของพายุที่ครอบคลุมเนื้อที่ขนาดใหญ่ จะกระทบกับพี่น้องประชาชน 30-35 ล้านคน 

4.) พายุโนรูจะอยู่ในประเทศไทย 3-5 วัน โดยจะทำให้ฝนตกหนัก 100-300 มิลลิเมตรหรือมากกว่าในบางพื้นที่ ซึ่งถือว่าเป็นปริมาณฝนที่สูงมาก

5.) ปริมาณฝนดังกล่าวจะเพิ่มน้ำท่า 100,000 ลูกบาศก์เมตร หรือเท่ากับปริมาณน้ำในเขื่อนภูมิพล 10 เขื่อน 

6.) แม้เขื่อนขนาดใหญ่ เช่น เขื่อนภูมิพล และเขื่อนสิริกิติ์ จะมีความสามารถรับน้ำได้อีก 10,000 ลูกบาศก์เมตร และระบบน้ำในภาคเหนือ รับน้ำได้อีก 10,000 ลูกบาศก์เมตร แต่ขณะนี้พื้นที่ภาคกลางอิ่มตัวแล้ว ไม่มีความสามารถซึมน้ำได้อีก ดังนั้นปริมาณน้ำฝน 100,000 มิลลิเมตร จะมีน้ำเหลือไหลลงสู่ภาคกลาง 70,000-80,000 ลูกบาศก์เมตร และบางพื้นที่น้ำจะไหลบ่าลงมาในลักษณะหน้ากระดาน 

7.) พายุลูกนี้ เป็นพายุลูกที่ 16 แต่เป็นพายุที่ให้น้ำมากที่สุดในประวัติศาสตร์ เมื่อผสมความชื้นในทะเลจีนตอนใต้ และมีร่องมรสุมในพาดผ่านตรงกลาง มีหน้าที่เป็นกับดักความชื้นที่ถูกป้อนจากมหาสมุทร รัฐบาลจึงต้องเร่งเตรียมการ 

8.) ปริมาณน้ำจากพายุโนรู จะไหลลงสู่พื้นที่กรุงเทพมหานครในช่วงเวลาเดียวกันกับน้ำทะเลขึ้นสูง ซึ่งยากต่อการระบายเป็นอย่างมาก

9.) เชื่อว่าจะมีพายุเข้ามาอีก 1-3 ลูก แต่ความรุนแรงน้อยกว่า

ทั้งนี้จากการคาดการณ์ดังกล่าว รัฐบาลต้องเตรียมการ 5 ข้อ ได้แก่

1.) ต้องเตรียมการเผชิญเหตุภายในอีก 24 ชั่วโมง โดยต้องทุ่มเทสรรพกำลังในการเผชิญเหตุใน 5 ข้อ
1.1. ตั้งหน่วยเผชิญเหตุประจำตำบล 
1.2. เรียกทหารประจำการกระจายไปในตำบล เพื่อช่วยเหลือกำนัน ผู้ใหญ่บ้านในการเผชิญเหตุ
1.3. จัดเตรียมเครื่องมือในการเผชิญเหตุให้พร้อม เช่น เรือบด เชือก ฯลฯ
1.4. พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ เช่น พื้นที่ราบ ควรใช้ทหาร ส่วนพื้นที่บนเขา เจ้าหน้าที่กรมอุทยานและกรมป่าไม้ ประจำการในพื้นที่ใกล้หมู่บ้าน ประชาชน
1.5. ตำรวจ ให้อยู่ในเมืองอย่างเดียว 

2.) เมื่อผ่านระยะ 3 วันไปแล้วจะเป็นระยะค้นหา ช่วยเหลือ 
2.1. เตรียมการอุปกรณ์ช่วยเหลือให้พร้อม เช่น เรือ เฮลิคอร์ปเตอร์ อุปกรณ์ให้กับกลุ่มงานทั้ง 3 กลุ่มข้างต้น 

3.) ระยะการฟื้นฟู ต้องทำ 6 เรื่อง
3.1. นำบุคลากรในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมาช่วย
3.2. นำบุคลากรด้านสาธารณสุขเข้ามาช่วยเหลือ รักษาโรคที่เกิดจากน้ำนิ่ง
3.3. ส่งของใช้อุปโภคบริโภคให้ประชาชน
3.4. ใช้โรงเรียนและวัดให้เป็นประโยชน์
3.5. นำทหารจากหน่วยช่าง เพื่อซ่อมแซมสาธารณประโยชน์
3.6. ให้กรมทางหลวงชนบทและกรมชลประทานซ่อมแซมสาธารณูปโภค

รัฐขยายระยะเวลาบรรเทาค่าใช้จ่าย 'น้ำ-ไฟ' ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอีก 7 เดือน

นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีแถลงมติคณะรัฐมนตรี เห็นชอบขยายระยะเวลามาตรการบรรเทาภาระค่าไฟฟ้า และค่าน้ำประปา ตั้งแต่เดือน ตุลาคม 2565 - เมษายน 2566 (7 เดือน) โดยใช้งบประมาณจากกองทุนประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม จํานวน 1,933.05 ล้านบาท แบ่งเป็นสนับสนุนค่าไฟฟ้า จํานวน 1,786.05 ล้านบาท ช่วยเหลือประมาณ 810,000 ครัวเรือน และงบประมาณสนับสนุนค่าน้ำประปา จํานวน 147 ล้านบาท ช่วยเหลือประมาณ 210,000 ครัวเรือน

ทั้งนี้ มาตรการบรรเทาภาระค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปา มีรายละเอียดดังนี้...

>> ค่าไฟฟ้า
1.) กรณีใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 50 หน่วย/เดือน ติดต่อกัน 3 เดือน ให้ใช้สิทธิ์ค่าไฟฟ้าฟรีตามมาตรการที่มีอยู่ในปัจจุบัน 
2.) กรณีใช้ไฟฟ้าเกิน 50 หน่วย/เดือน ให้ใช้สิทธิ์ตามมาตรการนี้ ในวงเงิน 315 บาท/ครัวเรือน/เดือน 
3.) กรณีที่ใช้เกินวงเงินที่กําหนด ผู้มีบัตรฯ เป็นผู้รับภาระ ค่าไฟฟ้าทั้งหมด 

'บิ๊กป้อม' ฟุ้งคุย 'บิ๊กตู่' ทุกวัน บอก 'ดีใจ' หาก 'ประยุทธ์' กลับมา

(27 ก.ย. 65) ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยมี นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง และนายอธิรัช รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม ยืนขนาบข้างด้วย 

เมื่อถามถึงกรณีกลุ่มผู้ชุมนุมกลุ่ม สภาเครือข่ายประชาชนอีสานและสภาประชาชน 4 ภาค ที่ปักหลักชุมนุมหน้าทำเนียบรัฐบาลตั้งแต่ช่วงกลางเดือนที่ผ่านมา ได้ขึ้นป้ายสนับสนุนบอกรักลุงป้อม  พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่รู้ ตนไม่เห็นและไม่ได้ดู ส่วนที่มีการขึ้นป้ายรักลุงป้อมนั้นพล.อ.ประวิตรกล่าวว่า "ก็มีทั้งคนรักผมและคนที่เกลียดผม ซึ่งก็เป็นธรรมดามีทั้งรักมีทั้งเกลียดนั่นแหละ คนที่เกลียดก็เกลียดไปไม่ว่าอะไรหรอก" เมื่อถามย้ำว่าการปักหลักปิดถนนจะทำได้นานแค่ไหนเพราะส่งผลต่อการจราจรบริเวณโดยรอบและใกล้เคียงพลเอกประวิตรกล่าวว่า "เดี๋ยวเจ้าหน้าที่เขาดำเนินการอยู่แล้ว"

เมื่อถามว่าในวันที่ 30 ก.ย. นี้ มีข่าวว่าจะมีกลุ่มผู้ชุมนุมเคลื่อนไหว มีการเตรียมรับมืออย่างไร พล.อ.ประวิตร กล่าวปฏิเสธว่า "ไม่มี ในรายงานด้านการข่าวก็ยังไม่มีรายงานอะไรเข้ามา ยืนยันว่าสถานการณ์ทุกอย่างยังปกติดี"

ผู้สื่อข่าวถามว่าได้คุยกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รมว.กลาโหม บ้างหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า "อุ้ย! คุยทุกวันอยู่แล้ว" เมื่อถามว่าพล.อ.ประยุทธ์ มีความเป็นห่วงและกังวลอะไรหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า "ไม่กังวลอะไรสักเรื่อง"

เมื่อถามว่าในวันที่ 30 ก.ย. จะนั่งรอฟังการวินิจฉัยวาระ 8 ปีของพล.อ.ประยุทธ์ที่ไหน พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า "ตนก็ทำงานตามปกติ พล.อ.ประยุทธ์ ก็ทำงานของท่านตามปกติ" เมื่อถามย้ำว่า พล.อ.ประยุทธ์มีความห่วงใยอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า "คุณต้องไปถาม พล.อ.ประยุทธ์ดีกว่า อย่ามาถามตน ยืนยันว่า ไม่ได้คุยกันเรื่องนี้เลย คุยกันเรื่องส่วนตัว ตนจะไปคุยอะไรกัน"

ผู้สื่อข่าวถามว่าวันที่ 30 ก.ย. นี้ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร รัฐบาลยังสามารถทำงานต่อไปได้ใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า "ไม่มีอะไร" เมื่อถามย้ำว่าหลัง 30 ก.ย.รัฐบาลยังเดินหน้าทำงานต่อไปอย่างไรบ้าง พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า "ก็เดินหน้า มันมีอย่างไรก็ทำอย่างนั้น"

เมื่อถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ยังเข้าประชุม ครม.ปกติใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า "ก็ประชุมอยู่แล้วทุกครั้ง โดยประชุมออนไลน์" เมื่อถามว่าคิดว่าทุกอย่างจะผ่านไปได้ด้วยดีหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า "ก็ผ่านไปด้วยดี ทุกอย่างปกติ ไม่มีอะไร เลือกตั้งก็ปกติทุกอย่าง แล้วไปเอาที่ไหนมาว่าจะไม่มี"

ผู้สื่อข่าวจึงบอกว่ารัฐมนตรีที่ยืนข้าง ๆ ท่านพูด ทำให้นายชัยวุฒิที่อยู่ข้าง ๆ ได้ยิ้มแหย ๆ ขณะที่นายสันติ และนายอธิรัฐ ได้หัวเราะ ขณะที่ พล.อ.ประวิตรปรายตามองแต่ไม่ตอบคำถามดังกล่าว

ร้อง 'ปอท.' ฟัน 4 นักร้องดังนำข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบคอมฯ เชื่อ!! ลงเอยด้วยการขอโทษ และรู้เท่าไม่ถึงการณ์

(27 ก.ย. 65) ที่ ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ถนนพหลโยธิน กทม. นายสนธิญา สวัสดี อดีตที่ปรึกษา ประธานคณะกรรมาธิการกฎหมายยุติธรรม และ สิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.ปิยะวัฒน์ ปรัญญา รอง สว.(สอบสวน) กก.3 บก.ปอท. ร้องขอให้ตรวจสอบดำเนินการหาข้อเท็จจริงและคดีตามกระบวนการกฎหมาย การกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์มาตรา 114 และ 115 ของนักร้องจำนวน 4 คน ที่ได้ร่วมกันแสดงคอนเสิร์ต 'สี่แยกปากหวาน ตอน Will survive #สู้ตายเราต้องรอด' เมื่อวันที่ 17 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยมีค่าเข้าชม บัตรการแสดงราคาสูงสุด ใบละ 4,000 บาท

โดยนักร้องทั้ง 4 ท่าน ได้แต่งเพลงพิเศษจำนวน 2 เพลงในการแสดงสดวันนั้น และ นำลงสู่ระบบคอมพิวเตอร์ TikTok และ ระบบคอมพิวเตอร์ในยูทูป และนำมาลงในเฟซบุ๊กบางส่วน ที่เป็นระบบสาธารณะมีประชาชนเข้าถึงได้แบบไม่จำกัด ซึ่งประเทศไทยมีผู้ใช้ระบบคอมพิวเตอร์กว่า 120 ล้านรายชื่อ และ สามารถรับชมได้ทั่วโลก 

ทั้งนี้ ในรายละเอียดของเนื้อเพลงที่แต่งขึ้นมาเป็นพิเศษจำนวน 2 เพลงนั้น มีข้อความ แซะ ด่าทอ ใส่ร้ายด้วยความเท็จ ต่อรัฐบาล และ ผู้บริหารประเทศ เป็นลำดับ ตลอดเวลา ที่ไม่จริง และ นำความจริงมาไม่หมด บิดเบือน สร้างความเสียหายวุ่นวายให้เกิดขึ้นได้ จากข้อมูลที่มีการแสดง แล้วนำมาลงในระบบคอมพิวเตอร์ เช่น...

1.) เนื้อเพลงที่ระบุว่า "ประเทศเรากำลังจะพัง" แต่ลูกค้าการแสดงคอนเสิร์ตของนักร้องทั้ง 4 ท่านนี้ บัตรเต็ม มีผู้เข้าชมเต็ม และบัตรการแสดงราคาสูงสุดของบัตรคือ 4,000 บาท 

2.) พวกนี้รวย เป็นที่สนใจในยุคประยุทธ์ ทั้งนั้น

3.) รัฐบาลเผด็จการ ทั้งๆ ที่ปัจจุบันประเทศไทยปกครองโดยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข 

4.) สร้างหนี้ก่อนโต 

5.) งานไม่ทำ หมายถึงรัฐบาลไม่ทำงาน หากรัฐบาลไม่ทำงานแล้วพวกนักร้องจะมาแสดงคอนเสิร์ตเก็บบัตรราคา 4,000 บาท 

6.) นาฬิกายังไม่คืน 

7.) ผู้นำไม่ตื่น 

8.) เวลา 8 ปีไม่มีความหมาย 

9.) ชอบแจกเงิน เหมือนกูเป็นขอทาน

นายสนธิญา กล่าวอีกว่า การแสดงนักร้อง ทั้ง 4 ท่านนั้น มีประชาชนเข้าไปชมการแสดง มีการนำการแสดงเหล่านี้มาลงในระบบคอมพิวเตอร์ ไม่ว่า TikTok ยูทูป เฟซบุ๊ก และอื่นๆ ในระบบสาธารณะที่สามารถเข้าถึงได้แบบไม่มีขอบเขตจำกัด และ ข้อความที่นำไปลงนั้น ก็บิดเบือน นำไปลงไม่หมด เป็นความเท็จ ใส่ร้าย ด้วยความสนุกสนานไม่รับผิดชอบ ทั้งๆ ที่สามารถนำเรื่องอื่นๆ ไปทำการแสดงได้โดยไม่ผิดกฎหมาย และทำให้ใครหรือประเทศผู้บริหารประเทศเสีย อันจะนำมาสู่ความวุ่นวาย

'บิ๊กตู่' ยัน!! ทหารทุกเหล่าทัพ หนุนรัฐบาล รับมือ 'พายุโนรู' ย้ำ!! ต้องอยู่ช่วยประชาชนในพื้นที่จนกว่าน้ำจะลด

โฆษก กห. เปิดเผยว่า กห. โดยทุกเหล่าทัพ ที่มีหน่วยทหารในพื้นที่ 25 จว.ที่ประสบอุทกภัย ยังคงกำลังพล เครื่องมือช่าง ทำงานร่วมกับจิตอาสาและหน่วยงานในพื้นที่ ให้การช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่น้ำท่วมอย่างต่อเนื่องมา โดยเฉพาะ การเร่งช่วยกันบรรจุกระสอบทรายจัดทำคันกั้นน้ำในพื้นที่เศรษฐกิจและชุมชน การเบี่ยงทางน้ำและการเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ รวมทั้งการอพยพประชาชนออกจากพื้นที่ การอำนวยความสะดวกการสัญจรและการแจกจ่ายสิ่งของบรรเทาทุกข์แก่ประชาชนที่ยังอยู่ในพื้นที่

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รมว.กห. ได้ย้ำสั่งการให้ทุกเหล่าทัพ เตรียมกำลังและเครื่องมือช่าง พร้อมหนุนเสริมให้การช่วยเหลือทุกจังหวัด รับมือกับ “พายุโนรู” โดยให้ติดตามสถานการณ์ แจ้งเตือนประชาชนให้ทันเหตุการณ์และเข้าไปช่วยเหลือให้ทั่วถึงไม่ซ้ำซ้อน  พร้อมย้ำให้อยู่กับประชาชนในพื้นที่จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

สำหรับในพื้นที่ กทม.และ จว.ปริมณฑล หน่วยทหารจากทุกเหล่าทัพ ยังคงสนับสนุน กทม.และจว.ปริมณฑลอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเตรียมรับมือจากมวลน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาที่เอ่อล้นมากขึ้น จากปรับการระบายน้ำ โดยอยู่ระหว่างเร่งกรอกกระสอบทรายเสริมความแกร่งคันกั้นน้ำริมเจ้าพระยา การเร่งดูดและผลักดันน้ำออกจากพื้นที่เก็บกักน้ำและคูคลอง รวมทั้งการกำจัดขยะวัชพืชและสิ่งกีดขวางทางน้ำจำนวนมากในลำน้ำสายหลักและรอง ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของการระบายน้ำ

อินเตอร์ลิ้งค์ฯ คว้ารางวัลเกียรติคุณ องค์กรดีเด่น โครงการรณรงค์สร้างวินัยทางการเงิน

คุณวริษา อนันตรัมพร ผู้จัดการทั่วไป เข้ารับรางวัลเกียรติคุณ องค์กรดีเด่น โครงการรณรงค์สร้างวินัยทางการเงิน ประจำปี 2565 จากคุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล ประธานสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ (สสธวท) นับเป็นการยกย่อง เป็นกำลังใจให้กับนักธุรกิจสตรี และนักวิชาชีพสตรีที่ประสบความสำเร็จ ทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม เพื่อเป็นแรงบันดาลใจจุดประกายให้สตรีนักธุรกิจ และวิชาชีพในรุ่นต่อไปมุ่งมั่นที่จะพัฒนาตนเอง และธุรกิจอย่างมีจริยธรรม จรรยาบรรณ ควบคู่ไปกับการดูแลสังคม และใส่ใจสิ่งแวดล้อมต่อไป

'ดร.ธรณ์' ชี้ น้ำยิ่งร้อน 'ไต้ฝุ่นโนรู' ยิ่งแรง แนะ!! ลิสต์ worst-case เตรียมทางหนีทีไล่

(27 ก.ย. 65) ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิทยาศาสตร์ทางทะเล และอาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Thon Thamrongnawasawat ว่า ดูภาพดาวเทียมล่าสุดของไต้ฝุ่นโนรูแล้วเริ่มหนักใจ พายุทวีกำลังมากขึ้นในทะเลก่อนเข้าสู่ชายฝั่งเวียดนาม

เหตุผลสำคัญคือน้ำทะเลในทะเลจีนใต้ร้อน ผมดูจากข้อมูลทุ่นกระแสสมุทรและจากที่อื่น ๆ ช่วงนี้อยู่ที่ 29-30 องศา น้ำร้อนมีผลโดยตรงกับไต้ฝุ่น น้ำยิ่งร้อนยิ่งส่งพลังงานให้พายุแรงขึ้น

น้ำร้อนยังทำให้ไอน้ำมากขึ้น ฝนย่อมมีมากขึ้นเป็นธรรมดา

เวียดนามเพื่อนบ้านเราเตรียมตัวแล้ว ของเขาเจอเต็ม ๆ ต้องอพยพกันยกใหญ่

แต่เราก็ประมาทไม่ได้เพราะคงเจอฝนหนักในบริเวณกว้าง จะอพยพล่วงหน้านาน ๆ ก็ยากหน่อยเพราะเดาไม่ถูกว่าตกกระหน่ำตรงไหนบ้าง ต้องใช้การเฝ้าระวังและเตือนภัยในช่วงสั้น ๆ

เพราะฉะนั้น จึงอยากให้เพื่อนธรณ์เตรียมตัวไว้ โดยเฉพาะในพื้นที่คาดว่าฝนหนัก เช่น ภาคอีสาน ภาคเหนือตอนล่าง ฯลฯ ที่คงตามข่าวจากหลายช่องทางได้

ใครอยู่ในที่เสี่ยง เช่น ใกล้แม่น้ำลำคลอง ใกล้ทางน้ำที่ลงมาจากเขา ต้องเตรียมทางหนีทีไล่ไว้ล่วงหน้า น้ำป่ามาเร็วครับ

ดินถล่มยังเป็นอีกภัยต้องระวัง ใครอยู่ริมทางชัน ร่องเขา เตรียมตัวให้พร้อม

การเตรียมตัวให้มากที่สุดเป็นเรื่องสมควร ต่อให้ไม่เกิดอะไรก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าเกิด เรารอดได้เพราะการเตรียมตัวนี่แหละครับ

หลักการง่าย ๆ ของการบริหารความเสี่ยงคือ Worst-case scenario คิดในทางเลวร้ายที่สุดเข้าไว้

น้ำทะลักเข้าบ้าน รถเราจะจมไหม ไฟฟ้าดูดไหม เด็กเล็กคนแก่ไปอยู่ไหน เรามีน้ำกินข้าวกินหลายวันหรือไม่ ไฟดับทำไง มือถือชาร์จเต็มไหม ทางขาดต้องติดอยู่หลายวันเอาไงดี ฯลฯ

ยังรวมถึงการบอกคนอื่นว่าเราอยู่ไหน เกิดอะไรจะติดต่อกันได้ ช่วยกันทัน โดยเฉพาะคนที่ไม่อยู่บ้าน ไปเที่ยวเข้าป่า ฯลฯ ต้องบอกให้คนอื่นทราบ

ยังมีอีกหลายเรื่องที่ทำได้ โดยเริ่มจากนั่งนิ่งๆ แล้วค่อยๆ คิด worst-case ที่อาจเกิดกับเรา ลองลิสต์ไว้เป็นข้อ ๆ ก็ได้ครับ แล้วค่อยให้น้ำหนักว่าอะไรสำคัญกว่ากัน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top