Wednesday, 1 July 2026
Hard News Team

'อนุสรณ์' ชี้ กฎเหล็กกกต. ห้ามสร้างความเหลื่อมล้ำ ต้องบังคับใช้อย่าง 'เท่าเทียม - เที่ยงธรรม'

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี ประชาชนจับตามองกฎเหล็กของ กกต. จะบังคับใช้อย่างเสมอภาค และเป็นธรรมกับพรรคการเมืองและนักการเมืองทุกพรรคหรือไม่ ว่า หลังกฎเหล็กกกต.มีผลบังคับใช้ ก็ถูกทดสอบทันที โดยเฉพาะการลงพื้นที่ จ.เพชรบูรณ์ ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เป็นประเด็นตั้งแต่การทำป้ายต้อนรับพล.อ.ประวิตร โดยป้ายดังกล่าวยังเกินขนาด และมีภาพว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ทั้ง 6 เขตของพรรคพลังประชารัฐ ประชาชนตั้งคำถามว่าเจตนาให้เป็นการหาเสียงแฝงหรือไม่ การแจกสิ่งของ การโปรยทาน หรือการสัญญาว่าจะให้ ล้วนแต่เข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้ง เข้าข่ายทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบ ถ้าสิ่งเหล่านี้ฝ่ายรัฐบาลทำได้ทั้งหมด แล้วฝ่ายค้านไม่สามารถทำได้เลย จะเกิดการเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรมได้อย่างไร

“อย่าลืมว่า แม้วันนี้ฝ่ายรัฐบาลจะสวมหมวกรัฐมนตรีลงพื้นที่ แต่หมวกอีกใบที่ใส่ซ้อนทับลงไปคือการเป็นว่าที่ผู้สมัครส.ส. กฎเหล็ก กกต.ต้องไม่ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำเพิ่ม หรือไม่สร้างปัญหา จนทำให้การเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรม ไม่สามารถเกิดขึ้นได้” นายอนุสรณ์ กล่าว

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผนึกกำลัง 4 องค์กรภาครัฐ-เอกชน เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่บนแอปฯ แทนใจ เวอร์ชั่น 2.0 มุ่งยกระดับสวัสดิการตำรวจ ด้วยสิทธิประโยชน์จาก Shopee, LINE MAN Wongnai, Minor Food และ กบข.

ครั้งแรกของความร่วมมือระหว่างสี่องค์กรใหญ่จากทั้งภาครัฐและเอกชน ร่วมสนับสนุนการเข้าถึงสิทธิประโยชน์แก่บุคลากรของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยกระดับคุณภาพชีวิตของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สร้างขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ดูแลประชาชนและสังคมอย่างยั่งยืน

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับ 4 องค์กรใหญ่ ได้แก่ Shopee, LINE MAN Wongnai, Minor Food และ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดที่ร่วมพัฒนากับแอปพลิเคชัน แทนใจ (Tanjai) เวอร์ชั่น 2.0 เพื่อมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สนับสนุนการเข้าถึงสิทธิประโยชน์แก่บุคลากรของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มอบสิทธิประโยชน์ในการซื้อสินค้าและบริการผ่านแพลตฟอร์มชั้นนำ ได้แก่ ช้อปปี้ (Shopee) และ LINE MAN Wongnai รวมถึง การให้ผู้ใช้สามารถใช้สิทธิประโยชน์ ของ กบข. และ Minor Food Group ผ่านแอปพลิเคชั่น แทนใจ ซึ่งล้วนเป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมคุณภาพชีวิตในการปฏิบัติงานของข้าราชการตำรวจให้ดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

“แทนใจ คือแอปพลิเคชันที่รวบรวมข้อมูลข่าวสารที่สำคัญสำหรับบุคลากรและข้าราชการตำรวจ โดยมีจุดประสงค์เพื่อสร้างการเข้าถึงและเชื่อมต่อข่าวสารสำคัญถึงเจ้าหน้าที่ผ่านระบบดิจิทัล ซึ่งรวมถึงข้อมูลด้านสิทธิสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ต่างๆ จากร้านค้าและบริการพันธมิตร การร่วมมือกับพันธมิตรทั้ง 4 ในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่ตอกย้ำเจตนารมณ์ในการยกระดับคุณภาพชีวิตของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สร้างขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ดูแลประชาชนและสังคมต่อไป” พล.ต.อ. สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าว

ดร.ศรุต วานิชพันธุ์ ผู้อำนวยการอาวุโส Sea (ประเทศไทย) ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตแพลตฟอร์มชั้นนำ ซึ่งมีช้อปปี้ (Shopee) เป็นธุรกิจอีคอมเมิร์ซภายในเครือ กล่าวว่า “ช้อปปี้มีความมุ่งมั่นที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้บริโภคและผู้ประกอบการรายย่อยด้วยเทคโนโลยี สำหรับการร่วมมือกับแอปพลิเคชั่นแทนใจของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในครั้งนี้ นอกจากช้อปปี้จะนำสินค้า บริการ และสิทธิประโยชน์อีกมากมายมามอบให้ผู้ใช้งานของแอปฯ แทนใจแล้ว เรายังมุ่งพัฒนาความรู้และทักษะดิจิทัลที่เป็นประโยชน์ให้กับครอบครัวข้าราชการตำรวจผ่านหลักสูตร Shopee Bootcamp ที่จะสอนการจัดการร้านค้าบนแพลตฟอร์มช้อปปี้อีกด้วย”

การเปิดตัวฟีเจอร์ดังกล่าว จะช่วยให้บุคลากรของสำนักงานตำรวจแห่งชาติสามารถเข้าถึงสิทธิประโยชน์และส่วนลดพิเศษในการซื้อสินค้าบนแพลตฟอร์มช้อปปี้ ไม่ว่าจะเป็น Shopee, ShopeeFood และ Shopee e-Service เป็นต้น โดยจะปรากฏอยู่ในหน้าสิทธิสวัสดิการของแอปพลิเคชัน แทนใจ (Tanjai) ที่ปัจจุบันมีผู้ลงทะเบียนใช้งานแล้วกว่า 200,000 คน

ในด้านของผู้นำออนดีมานด์แพลตฟอร์มและข้อมูลร้านอาหารของไทยอย่าง LINE MAN Wongnai นายอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ รองประธาน ฝ่าย Public Affairs ของ LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “ทาง LINE MAN มีความยินดีที่จะได้ร่วมมือกับทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผ่านแอปพลิเคชั่น แทนใจ 2.0 โดยในปัจจุบันนี้ LINE MAN มีให้บริการครบ 77 จังหวัดแล้ว หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะสามารถช่วยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ ผ่านการใช้สิทธิประโยชน์ของ LINE MAN ผ่านแอปพลิเคชั่น แทนใจ และในอนาคตทาง LINE MAN จะนำบริการซื้อของ, บริการแมสเซนเจอร์ และบริการแท็กซี่ เข้ามาช่วยสนับสนุนกิจกรรมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติต่อไป”

การร่วมมือกันระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ LINE MAN จะช่วยให้บุคลากรของสำนักงานตำรวจแห่งชาติสามารถเข้าถึงสิทธิประโยชน์ในการซื้ออาหารบนแพลตฟอร์ม LINE MAN และบริการอื่นอีกมากมายของ LINE MAN เพื่อมุ่งหวังช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ดูแลประชาชน

'บิ๊กปั๊ด-บิ๊กเด่น' เปิดปฏิบัติการทลายรัง พ่อค้นปืนออนไลน์เจ้าใหญ่ภาคเหนือสารภาพทำขายมาเกิน 500 กระบอก

ปัจจุบันมีคดีเกี่ยวกับการใช้ "อาวุธปืน" เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก บางคดีเป็นเหตุที่อุกฉกรรจ์และสะเทือนขวัญสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้วางแนวทางในการแก้ปัญหาดังกล่าวทุกมิติ โดยเล็งเห็นถึงต้นเหตุหนึ่งที่สำคัญ ซึ่งเกิดจาก "ปืนหาง่าย ซื้อง่ายขายคล่องทางโลกออนไลน์” จึงสั่งการให้ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. ในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (ศปอส.ตร.) หรือ PCT เร่งสืบสวนหาต้นตอของปัญหาดังกล่าว จนพบว่า ในปัจจุบัน มีกลุ่มผู้ค้าอาวุธปืนเถื่อนโพสต์ขายอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนผ่านโลกออนไลน์เป็นจำนวนมากแบบไม่มีความเกรงกลัวต่อกฎหมาย

พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. จึงได้สั่งการให้ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. / ผอ.ศปอส.ตร. (PCT) , พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.ภ.2 / หน.ชป.5 ศปอส.ตร. (PCT5) , พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง ผกก.(สอบสวน) บก.สส.ภ.2 , พ.ต.อ.จักราวุธ คล้ายนิล  ผกก.กก.สส.ภ.จว.ระยอง , พ.ต.ต.ชัยวัฒน์ จงเจริญ สว.(สอบสวน) สน.บางกอกใหญ่ , พ.ต.ต.สุริยะ น้อยภักดี สว.(สอบสวน) สน.เตาปูน , พ.ต.ต.วรุตม์ คำหล้า สว.กก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.ภ. 2 และเจ้าหน้าที่ตำรวจ PCT ชุดที่ 5 ทำการสืบสวนในโลกออนไลน์นำมาสู่ปฏิบัติการตรวจค้นจับกุม
โดยจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ 2 ราย คือ

1.นายวัชพล ทำไว อายุ 21 ปี อยู่ที่ 132 หมู่ที่ 5 ต.วิเชตนคร อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดชลบุรีที่ 471/2565 ลงวันที่ 20 ก.ย.65 ความผิดฐาน “ทำ ประกอบ ซ่อมแซม เปลี่ยนลักษณะ สั่ง นำเข้า มี หรือจำหน่าย ซึ่งอาวุธปืนหรือเครื่องกระสุนปืนสำหรับการค้า โดยไม่ได้รับอนุญาต” โดยถูกชุดจับกุมแจ้งข้อหาเพิ่มเติมว่า “มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน โดยไม่ได้รับอนุญาต , ทำ ประกอบ ซ่อมแซม เปลี่ยนลักษณะ สั่ง นำเข้า มี หรือจำหน่าย ซึ่งอาวุธปืนหรือเครื่องกระสุนปืนสำหรับการค้า โดยไม่ได้รับอนุญาต” โดยจับกุมได้ที่ คอนโดไดมอนด์เพลส 44/12 ม.1 ถ.คลองชลประทาน ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่

2.นายทัศน์พล แสนพันธ์ อายุ 28 ปี อยู่ที่ 305 หมู่ที่ 5 ต.ตาคลี อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดชลบุรีที่ 470/2565 ลงวันที่ 20 ก.ย.65 ความผิดฐาน “ทำ ประกอบ ซ่อมแซม เปลี่ยนลักษณะ สั่ง นำเข้า มี หรือจำหน่าย ซึ่งอาวุธปืนหรือเครื่องกระสุนปืนสำหรับการค้า โดยไม่ได้รับอนุญาต” โดยจับกุมตัวได้ที่ อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์

พร้อมยึดของกลางทั้งหมดดังนี้
1.อาวุธปืนเถื่อนพร้อมส่ง 21 กระบอก
2.เครื่องกระสุนปืนกว่า 150 นัด
3.ลำกล้องปืน 35 ชิ้น
4. อุปกรณ์การผลิต ดัดแปลงอาวุธ จำนวน 7 รายการ
5.คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค จำนวน 1 เครื่อง พบข้อมูลสำคัญทางคดี
6.โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง พบข้อมูลการสนทนาซื้อขายอาวุธปืนหลายรายการและพบข้อมูลการขายให้กลุ่มผู้ชุมนุมพื้นที่สามเหลี่ยมดินแดง
.
พฤติการณ์กล่าวคือ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.ภ.2 / หน.ชป.5 ศปอส.ตร. (PCT5) กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ PCT ชุดปฏิบัติการที่ 5 ได้สืบสวนพบว่ากลุ่มไลน์ (สงวนนามเนื่องจากอยู่ระหว่างขยายผลถึงผู้ซื้อ) ซึ่งมีสมาชิกในกลุ่มจำนวนมาก และ YouTube ช่องดังช่องหนึ่งซึ่งมีผู้ติดตามกว่า 4,000 คน (สงวนนามเนื่องจากอยู่ระหว่างขยายผลถึงผู้ซื้อ) มีพฤติกรรมลักลอบจำหน่ายอาวุธปืนในกลุ่ม จึงทำการสืบสวนและเฝ้าติดตามมาเป็นเวลากว่า 5 เดือน จนสามารถขอศาลจังหวัดชลบุรีออกหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย คือ นายทัศน์พล แสนพันธ์ อายุ 28 ปี และ นายวัชพล ทำไว อายุ 21 ปี  

ต่อมาเมื่อวันที่ 26 - 28 ก.ย. 65 พล.ต.ต.ธีรเดชฯ นำกำลัง เจ้าหน้าที่ตำรวจ PCT5 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.ภ.2 และ ชุดสืบสวน สภ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ จับกุมตัว นายทัศน์พล แสนพันธ์ อายุ 28 ปี อยู่ที่ 305 หมู่ที่ 5 ต.ตาคลี อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดชลบุรีที่ 470/2565 ลงวันที่ 20 ก.ย.65 พร้อมยึดของกลาง อาวุธปืนพกสั้นดัดแปลง สีดำ ชนิดหักลำเบอร์ 12 จำนวน 1 กระบอก โดยจับกุมตัวได้ที่ อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ โดยชุดจับกุมแจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับให้ทราบว่า “ทำ ประกอบ ซ่อมแซม เปลี่ยนลักษณะ สั่ง นำเข้า มี หรือจำหน่าย ซึ่งอาวุธปืนหรือเครื่องกระสุนปืนสำหรับการค้า โดยไม่ได้รับอนุญาต”   

และต่อมาเมื่อวันที่ 28 ก.ย. 65 พล.ต.ต.ธีรเดชฯ นำกำลัง เจ้าหน้าที่ตำรวจ PCT5 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.ภ.2 , ชุดสืบสวน ศปอส.ภ.5 ได้ขออนุมัติศาลออกหมายค้นห้องเลขที่ 506 คอนโดไดมอนด์เพลส 44/12 ม.1 ถ.คลองชลประทาน ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นห้องของ นายวัชพล ทำไว ผู้ต้องหาตามหมายจับ ผลการตรวจค้นพบหลักฐานสำคัญคือ อาวุธปืนเถื่อนพร้อมส่ง 21 กระบอก, เครื่องกระสุนปืนกว่า 150 นัด, ลำกล้องปืน 35 ชิ้น, อุปกรณ์การผลิต ดัดแปลงอาวุธ จำนวน 7 รายการ, คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค จำนวน 1 เครื่อง ซึ่งพบข้อมูลสำคัญทางคดี ชุดจับกุมจึงได้จับกุมตัวโดยแจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบว่า “มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต, ทำ ประกอบ ซ่อมแซม เปลี่ยนลักษณะ สั่ง นำเข้า มี หรือจำหน่าย ซึ่งอาวุธปืนหรือเครื่องกระสุนปืนสำหรับการค้า โดยไม่ได้รับอนุญาต” และแจ้งให้ นายวัชพลฯ ทราบว่าเป็นบุคคลตามหมายจับศาลจังหวัดชลบุรีที่ 471/2565 ลงวันที่ 20 ก.ย.65 ในข้อหา “ทำ ประกอบ ซ่อมแซม เปลี่ยนลักษณะ สั่ง นำเข้า มี หรือจำหน่าย ซึ่งอาวุธปืนหรือเครื่องกระสุนปืนสำหรับการค้า โดยไม่ได้รับอนุญาต” (รวมเป็น 2 คดี)

'ดร.เสรี' ชี้กะเทยตัวแสบ ไลฟ์เฟซบุ๊กกล่าวหาเบื้องบน ผิดม.112 ชัด - จี้หน่วยงานเอาผิดอย่าหย่อนยาน

(29 ก.ย. 2565) ดร.เสรี วงษ์มณฑา นักวิชาการด้านสื่อสารมวลชนและการตลาด โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ว่า ฟังคำพูดของกะเทยตัวแสบ มีข้อความบางตอนชัดเจนว่า นางกำลังกล่าวหาเบื้องบนอย่างชัดเจนโดยไม่ตีความใด ๆ ผิดมาตรา 112 ชัด ๆ จะมีหน่วยงานไหนกล่าวโทษนางประเด็นนี้หรือไม่

คนที่กล่าวหาว่าลุงตู่อยู่ 8 ปีไม่มีผลงานนั้น จะถือว่าเขานำเอาความเท็จข้อสู่คอมพิวเตอร์หรือไม่ ควรจัดการแบบที่มีคนจัดการกับนักร้อง 4 คนที่แต่งเพลงมีเนื้อร้องเป็นความเท็จไหมคะ

บ้านเมืองเรา บางทีผู้รักษากฎหมายก็หย่อนยาน จนทำให้กฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์ ไม่อาจเอาผิดกับคนละเมิดกฎหมายได้ แบบนี้แล้วใครจะกลัวกฎหมาย

ใช้กฎหมายให้ประเทศไทยเป็นนิติรัฐที่เข้มแข็งกันหน่อยเถอะค่ะ เพื่อปลูกฝังให้คนไทยเคารพกฎหมาย และให้คนที่เคารพกฎหมายได้เห็นว่ากฎหมายเราศักดิ์สิทธิ์


https://www.thaipost.net/x-cite-news/231830/

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ลุยไม่ถอย! จัดชุดถุงยังชีพสมทบ เสริมทัพทีมบรรเทาสาธารณภัยต่อเนื่อง!! บรรเทาทุกข์ชาวอุบลราชธานี สู้ภัยโนรู

ตามที่พายุไต้ฝุ่น “โนรู” เคลื่อนเข้าประเทศไทย โดยอ่อนกำลังเป็น พายุดีเปรสชันส่งผลให้หลายจังหวัดฝนตกหนักโดยเฉพาะอย่างยิ่งจังหวัดอุบลราชธานี โดยทีมบรรเทาสาธารณภัย มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ซึ่งจัดตั้งกองอำนวยการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย จังหวัดอุบลราชธานี ตั้งแต่วันที่ 23 กันยายน 65 ได้ระดมทีมเข้าให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ทั้งในด้านการอพยพผู้ประสบภัย แจกจ่ายอาหารปรุงสุกพร้อมน้ำดื่ม การให้ความช่วยเหลือสัตว์ในพื้นที่ ฯลฯ

วานนี้ (วันที่ 28 กันยายน65) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการ มอบหมายให้ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ระดมเจ้าหน้าที่และอาสาสมัคร นำเครื่องอุปโภคสิ่งของจำเป็น อาทิ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง หอยลายกระป๋อง  ขี้ผึ้งรักษาแผลน้ำกัดเท้า ครีมทากันยุง ขนมปัง ไฟฉาย ฯลฯ บรรจุเป็นถุงยังชีพ จากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย มุ่งสู่กองอำนวยการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อนำออกแจกจ่ายแก่ผู้ประสบภัยในพื้นที่

วันนี้ [วันที่ 29 กันยายน 65] นับตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา ทีมบรรเทาสาธารณภัย มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่-อาสาสมัคร กู้ชีพ กู้ภัย ประกอบอาหารปรุงสุกบรรจุกล่องพร้อมน้ำดื่มกว่า 2,000 ชุด พร้อมถุงยังชีพ และอาหารสุนัขและแมวจำนวนหนึ่ง บรรทุกเรือท้องแบน ออกแจกจ่ายแก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่อำเภอเมือง และอำเภอวารินชำราบ อาทิ บ้านท่ากอไผ่ บ้านท่ากกเสียว ชุมชนวัดหาดใต้ บ้านหาดสวนยา บ้านหาดคูเดื่อ บ้านทัพไทย ฯลฯ 

เครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้า โต้!! ผลวิจัยบุหรี่ไฟฟ้าทำเด็กติดบุหรี่พุ่ง

เครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้า โต้!! ผลวิจัยบุหรี่ไฟฟ้าทำเด็กติดบุหรี่พุ่ง ร้อง รมว.สธ. ตรวจสอบการคุกคามผู้เห็นต่าง และสื่อมวลชน เครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าโต้งานวิจัยบุหรี่ไฟฟ้าอ้างทำเด็กติดบุหรี่เพิ่ม ชี้เป็นการให้ข้อมูลด้านเดียว สวนทางงานวิจัยในอังกฤษและต่างประเทศ แถมยังมีการคุกคามเสรีภาพสื่อมวลชน และปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง ร้อง อนุทิน สอบด่วน

ตามที่ปรากฎรายงานข่าวรศ.พญ.เริงฤดี ปธานวนิช ภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ในฐานะหัวหน้าวิจัยโครงการศึกษาการรับรู้และปัจจัยที่สัมพันธ์กับการสูบบุหรี่ไฟฟ้าในเด็กและเยาวชนไทย เปิดเผยงานวิจัยชิ้นแรกของไทยที่พบว่าเด็กไทยที่เริ่มสูบบุหรี่ไฟฟ้ามีแนวโน้มจะไปสูบบุหรี่ธรรมดาเพิ่มขึ้น นั้น

นายอาสา ศาลิคุปต ตัวแทนกลุ่มลาขาดควันยาสูบและแอดมินเพจ 'บุหรี่ไฟฟ้าคืออะไร' ซึ่งมีผู้ติดตามกว่า 100,000 เปิดเผยว่า “งานวิจัยดังกล่าวสวนทางกับ เอกสารของกลุ่มรณรงค์ต่อต้านการสูบบุหรี่ในอังกฤษ (ASH UK) เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาที่ได้รับการศึกษาร่วมกับนักวิชาการ ผู้เชียวชาญด้านการศึกษา และผู้ออกกฎระเบียบจาก 3 มหาวิทยาลัยชั้นนำในอังกฤษ และได้รับการสนับสนุนโดย the Association of Director of Public Health, the faculty of Public Health, the Chartered Trading Standard Institute, the Royal Society of Public Health และองค์กรควบคุมยาสูบในระดับภูมิภาคอีก 2 แห่ง ที่ระบุว่าไม่มีหลักฐานที่เชื่อถือได้มากพอว่าบุหรี่ไฟฟ้าเป็นประตูไปสู่การสูบบุหรี่และการใช้บุหรี่ไฟฟ้ายังมีอันตรายน้อยกว่าการสูบบุหรี่อย่างมาก”

“ในประเทศอังกฤษนั้น รัฐบาลสนับสนุนการใช้บุหรี่ไฟฟ้าและระบบบริการสุขภาพแห่งชาติ (The National Health Service) ซึ่งเป็นระบบที่สนับสนุนการดูแลสุขภาพของสาธารณชน ยังแนะนำให้ผู้สูบบุหรี่ที่ยังเลิกไม่ได้ใช้วิธีการอื่นแทนรวมไปถึงการใช้บุหรี่ไฟฟ้า นอกจากนี้สถาบันวิจัยมะเร็งหรือมูลนิธิหัวใจบริติชก็ยังสนับสนุนแนวทางดังกล่าว ซึ่งประชาชนสามารถพบเห็นร้านขายบุหรี่ไฟฟ้าได้ในโรงพยาบาลอีกด้วย  และแม้จะพบว่ามีการใช้บุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นในกลุ่มประชากรต่างๆ แต่รัฐบาลอังกฤษก็ไม่ได้เลือกที่จะแบนบุหรี่ไฟฟ้าแต่อย่างใด”

“ตรงข้ามกับประเทศไทยที่กลุ่มนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้านยาสูบที่เข้าไปนั่งเป็นผู้กำหนดนโยบายเสียเองกับเผยแพร่ข้อมูลแต่ด้านลบของบุหรี่ไฟฟ้าเพื่อทำให้คนไทยหวาดกลัวมากกว่าที่จะให้ข้อมูลที่ครบถ้วน เป็นกลาง และรอบด้านกับประชาชน ถือเป็นเรื่องที่น่าเสียใจอย่างยิ่งที่ประเทศไทยโดยคนบางกลุ่มพยายามจะสร้างภาพ การระบาดที่รุนแรงของบุหรี่ไฟฟ้าในหมู่เยาวชน ทั้งที่เป็นผู้กำหนดนโยบายในการแบนและทำให้สิ่งเหล่านี้ลงไปอยู่ใต่ดินเอง”

ผู้โดยสารฝั่งธน จอมทอง ดาวคะนอง ราษฎร์บูรณะ เฮ! ไทย สมายล์ บัส เปิดเส้นทาง สาย 17 พระประแดง-อนุสาวรีย์ชัย และสาย 82 พระประแดง -บางลำพู พร้อมเข้าถือหุ้น ไมน์ สมาร์ท เฟอรี่ เชื่อมต่อโครงข่าย 'รถ-เรือ-ราง' ครบวงจรสำเร็จเป็นรายแรก

วันนี้ (29 กันยายน 2565) นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในงาน เปิดให้บริการรถโดยสารพลังงานไฟฟ้า ของบริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด เส้นทางสาย 17 พระประแดง - อนุสาวรีย์ชัย และ เส้นทางสาย 82 พระประแดง - บางลำพู ภายใต้แนวคิด 'Seamless Connected Society เชื่อมโยงทุกการเดินทางอย่างไร้รอยต่อ' โดยนางสาวกุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด, นายสมโภชน์ อาหุนัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน), นายอมร ทรัพย์ทวีกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) และนายคณิสสร์ ศรีวชิระประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เน็ก พ้อยท์ จำกัด (มหาชน) และ นาวาเอกปริญญา รักวาทิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อี สมาร์ท ทรานสปอร์ต จำกัด ให้การต้อนรับ ณ ไทย สมายล์ บัส ศูนย์พระประแดง ราษฎร์บูรณะ กรุงเทพมหานคร พร้อมกับแขกผู้มีเกียรติและสื่อมวลชนมาร่วมเป็นสักขีพยานในครั้งนี้

ถอดบทเรียนวิกฤตศรัทธาพา ‘ปอนด์’ ป่วย สู่ 3 ทางรอดค่าเงินบาท ที่ไม่ควรเดินตามรอย

ถือเป็นการปรับลดค่าเงินปอนด์อย่างรุนแรงเป็นผลโดยตรงจากนโยบายเศรษฐกิจของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีคลังคนใหม่ ตามที่นายกฯ Liz Truss ได้หาเสียงไว้ว่าจะทั้งเพิ่มเงินกู้อย่างมหาศาล และจะปรับลดภาษีพร้อมกัน ท่ามกลางความกดดันที่มีอยู่เดิมจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ ซึ่งอังกฤษขาดดุลบัญชีเดินสะพัดอยู่แล้วถึง 8% ของ GDP และอาจจะเพิ่มเป็น 10% ได้ด้วยนโยบายของนายกฯ คนใหม่ ในขณะที่หนี้สาธารณะอยู่ที่กว่า 100% ของ GDP อยู่แล้ว

วันนี้เงินปอนด์อยู่ที่ประมาณ 1.08 ต่อดอลลาร์ มีอยู่ช่วงหนึ่งที่อ่อนค่าที่สุดเป็นประวัติศาสตร์เมื่อเทียบกับดอลลาร์ สาเหตุคือวิกฤติศรัทธา นักลงทุนสูญเสียความไว้วางใจในนโยบายรัฐบาล นี่คือสิ่งที่น่ากลัวที่สุด ไทยเราเองกำลังจะเข้าสู่ฤดูการเลือกตั้ง คือเข้าสู่ช่วงลดแลกแจกแถม เราจึงต้องตระหนักในความรับผิดชอบทางการคลัง 

วันนี้เราเป็นประเทศที่มีส่วนต่างดอกเบี้ยที่กว้างมากที่สุดในอาเซียนเมื่อเทียบกับดอกเบี้ยของอเมริกา หากทำอะไรให้เกิดวิกฤติศรัทธาขึ้นมาเราจะเสี่ยงที่จะถูกตลาดเงินกดดันให้ต้องเพิ่มดอกเบี้ยอย่างแรง ซึ่งจะไม่เป็นผลดีกับผู้ประกอบการและประชาชนที่เป็นหนี้ อย่าคิดว่าทำอะไรก็ได้ เราเป็นส่วนหนึ่งของระบบเศรษฐกิจโลกที่วันนี้เปราะบางมาก ความน่าเชื่อถือ ความเชื่อมั่น เป็นเรื่องสำคัญที่สุด

ตร.มะกัน แพร่คลิปม็อบวัยรุ่นยกพลปล้นร้านสะดวกซื้อ ลั่น!! ประชาชนไม่ควรมาเจอกับเรื่องแบบนี้

กรมตำรวจฟิลาเดลเฟีย ในสหรัฐฯ เผยแพร่คลิปวิดีโอเหตุการณ์ฝูงม็อบกำลังลงมือปล้นสะดมร้านสะดวกซื้อ Wawa สาขาหนึ่ง ในช่วงสุดสัปดาห์ ก่อนหลบหนีไปอย่างลอยนวล ตามรายงานของฟ็อกซ์นิวส์ ในวันอังคาร (27 ก.ย.)

ภาพในวิดีโอพบเห็นกลุ่มคนจำนวนมากไหลบ่าเข้าไปในร้านสะดวกซื้อ ขโมยอาหาร เครื่องดื่มและข้าวของอื่น ๆ ส่วนอีกคลิปเป็นภาพของกลุ่มคนกำลังกระโดดอยู่บนหลังคารถที่จอดอยู่บริเวณด้านนอกร้าน เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นตอนราว ๆ 20.15 น. ของวันเสาร์ 24 ก.ย. (ตามเวลาท้องถิ่น) และตำรวจกำลังตามล่าผู้ต้องสงสัยประมาณ 100 คน ส่วนใหญ่เป็นเยาวชน

"เรารู้ว่าผู้ปกครองหลายท่านจะได้ดูคลิปนี้และบอกว่า นั่นไม่ใช่แนวทางที่ฉันเลี้ยงดูลูก ๆ มันเป็นที่เข้าใจได้ แต่มันเป็นความรับผิดชอบของพวกคุณเช่นกันที่ต้องชี้ตัวลูกๆ ของพวกคุณให้เรา" จอห์น สแตนฟอร์ด รองผู้บัญชาการตำรวจกล่าวระหว่างแถลงข่าวเมื่อวันจันทร์ (26 ก.ย.)

"สิ่งสำคัญที่สุดของเรื่องนี้คือ เราไม่อาจปล่อยให้มีรูปแบบพฤติกรรมเช่นนี้เกิดขึ้นในเมืองแห่งนี้ ประชาคมภาคธุรกิจไม่ควรต้องเผชิญกับเรื่องแบบนี้ ประชาชนไม่ควรมาเจอกับเรื่องแบบนี้" สแตนฟอร์ด กล่าว

ดร.กอบศักดิ์ เตือน ระวังการสร้างหนี้ในยุคดอกเบี้ยขาขึ้น ชี้!! เงินเฟ้อพุ่ง ทำให้ 'ยุคดอกเบี้ยต่ำเตี้ยติดดิน' จบลง

ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ และประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ‘Kobsak Pootrakool’ ระบุว่า 

ยุคดอกเบี้ยขาขึ้น !!!! 

ยุคที่เราต้องระวังเรื่องการใช้จ่าย กำลังเริ่มแล้ว

เงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา กำลังทำให้ “ยุคดอกเบี้ยต่ำเตี้ยติดดิน” จบลง

ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะการสู้สงครามกับเงินเฟ้อของธนาคารกลางต่าง ๆ ทั่วโลก 

ทำให้ดอกเบี้ยนโยบายแต่ละประเทศ ต้องปรับขึ้นไปอย่างต่อเนื่อง 

โดยในเวลาไม่ถึงปี

- สหรัฐ ขึ้นดอกเบี้ย 5 ครั้ง รวม +3.0%
- สหภาพยุโรป ขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้ง รวม +1.25% 
- อังกฤษ ขึ้นดอกเบี้ย 7 ครั้ง รวม +2.15%
- ออสเตรเลีย 5 ครั้ง รวม +2.25%
- ฟิลิปปินส์ 5 ครั้ง รวม +2.25%
- มาเลเซีย 3 ครั้ง รวม +0.75%
- อินโดนีเซีย 2 ครั้ง รวม +0.75%
- ไทย 2 ครั้ง รวม +0.5%

เมื่อธนาคารกลางขยับ ดอกเบี้ยในตลาดพันธบัตรต่าง ๆ ก็จะขยับตามเป็นขบวนแรก

ทั้งดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาล และดอกเบี้ยหุ้นกู้ของเอกชน 

บางครั้ง ขึ้นก่อนธนาคารกลางปรับขึ้นดอกเบี้ยด้วยซ้ำไป

ส่วนดอกเบี้ยธนาคารพาณิชย์ก็เช่นกัน ต่างปรับตัวเพิ่มขึ้น 

ตามสัญญาณจากธนาคารกลาง เป็นขบวนถัดมา 

ในสหรัฐ JPMorgan Chase Bank แบงก์ที่ใหญ่ที่สุด ได้ปรับ Prime Lending Rate ขึ้น 5 ครั้ง

จาก 3.25% เป็น 6.25% ขึ้นมา +3.0% ตามจังหวะที่เฟดปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย อย่างสอดประสาน

แบงก์อื่น ๆ เช่น Bank of America หรือ Well Fargo Bank ก็ปรับขึ้น 5 ครั้ง ในจังหวะและอัตราเดียวกัน

ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะ ปกติแล้วธนาคารพาณิชย์จะคอยดูสัญญาณจากธนาคารกลางว่า 

ต้องการให้ดอกเบี้ยในประเทศปรับเปลี่ยนไปในทิศทางไหน 

และจะดำเนินการตามที่ธนาคารกลางส่งทิศทางมา 

ทั้งนี้ เนื่องจากแบงก์พาณิชย์แต่ละแบงก์ เป็นแค่ส่วนเดียวของเศรษฐกิจ 

คงยากที่จะฝืนทิศทางของธนาคารกลางได้ 

เพราะสัญญาณและนโยบายจากธนาคารกลาง 

จะกระทบไปทุกส่วนของตลาดการเงิน 

โดยเฉพาะตลาดพันธบัตรที่จะเป็นตลาดแรกที่ปรับทันที 

ส่วนธนาคารพาณิชย์ อาจจะใช้เวลา อาจจะรอได้บ้าง ในช่วงสั้น ๆ

แต่เมื่อธนาคารกลางปรับดอกเบี้ยไปต่อเนื่องในทิศทางใดทิศทางหนึ่งอย่างต่อเนื่อง 

ทำให้ดอกเบี้ยในระบบ เริ่มเคลื่อนไหวไปในทิศทางนั้น

ธนาคารพาณิชย์ก็จะต้องปรับตาม ในท้ายที่สุดเช่นกัน

ซึ่งการปรับดอกเบี้ยตามดังกล่าว จะช่วยให้นโยบายของธนาคารกลาง 

สามารถส่งผ่านไปยังภาคธุรกิจ ในทิศทางที่ธนาคารกลางต้องการ

สำหรับประเทศไทย 

หลังแบงก์ชาติปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายมา 2 ครั้ง +0.5% และคงปรับขึ้นไปต่ออีกระยะ 

การปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์กำลังเริ่มขึ้นเช่นกัน 

ส่งผลต่อดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์ในประเภทต่าง ๆ 

ซึ่งจะช่วยในกระบวนการดูแลเงินเฟ้อของแบงก์ชาติ 

ดอกเบี้ยเงินกู้ที่เพิ่มขึ้น จะจูงใจให้คนลงทุน และกู้ยืมน้อยลง

ดอกเบี้ยเงินฝากที่เพิ่มขึ้น จะจูงใจให้คนฝากเงิน ใช้จ่ายน้อยลงเช่นกัน 

ทำให้เศรษฐกิจโดยรวมใช้จ่ายลดลง ลดแรงกดดันต่อเงินเฟ้อ

โดยกระบวนการนี้ จะเริ่มชะลอและหยุดลง 

ก็ต่อเมื่อแบงก์ชาติซึ่งเป็นผู้กำหนดทิศทางดอกเบี้ย จบรอบของการขึ้นดอกเบี้ย

หมายความว่า “ยุคดอกเบี้ยขาขึ้น” ในไทย 

ยังจะเดินหน้าไปอีกระยะ

ส่งผลกระทบต่อดอกเบี้ยเงินกู้แบบต่างๆ ให้เพิ่มขึ้น

สินเชื่อบ้านแบบคงที่ 2-3 ปี ดอกต่ำ ๆ ก็แทบหาไม่ได้ในขณะนี้ ต่างจากช่วงก่อนหน้า

ซึ่งเราทุกคนคงต้องระวังเรื่องการสร้างหนี้ ในยุคดอกเบี้ยขาขึ้น นี้

ยิ่งเศรษฐกิจโลกกำลังอ่อนลง 

บริษัทต่าง ๆ คงต้องคิดเรื่อง สภาพคล่อง ดูแลกระแสเงินสด ฐานะการเงินให้ดี

อะไรไม่จำเป็นก็คงต้องผลักออกไปก่อน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top