Thursday, 2 July 2026
Hard News Team

นายกรัฐมนตรียินดีและชื่นชม 'โตโน่' ทำความดีเพื่อสังคม

นายกรัฐมนตรียินดีและชื่นชม 'โตโน่' ทำความดีเพื่อสังคม

นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฎิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แสดงความชื่นชม นายภาคิน คำวิลัยศักดิ์ หรือ โตโน่ นักร้องและนักแสดง และยินดีที่สามารถบรรลุภารกิจว่ายน้ำข้ามลำน้ำโขง ระดมเงินจัดซื้ออุปกรณ์การแพทย์ให้โรงพยาบาลนครพนม และโรงพยาบาลแขวงคำม่วน สปป.ลาว ภายใต้ชื่อกิจกรรม One Man And The River หนึ่งคนว่าย หลายคนให้

ระวัง!! หลุดแชต 'ลามก-อนาจาร' ถูกแจ้งความได้ เพราะเข้าข่ายอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

เชื่อว่าทุกวันนี้ น่าจะยังมีหลายคนที่ยังไม่เข้าใจคำว่า 'อาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ อาชญากรรมคอมพิวเตอร์' กันเท่าไหร่ THE STATES TIMES จึงหาความหมาย พร้อมทั้งสรุปแยกประเภทมาให้ ดังนี้ครับ

อาชญากรรมคอมพิวเตอร์ โดยรวมแล้วหมายถึง การกระทำความผิดทางอาญาในระบบความพิวเตอร์ อาทิ ทำลาย เปลี่ยนแปลง หรือขโมยข้อมูลต่าง ๆ เป็นต้น ซึ่งระบบคอมพิวเตอร์ในที่นี้ นับรวมถึงระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เชื่อมต่อด้วย 

สำหรับประเภทของอาชญากรรมคอมพิวเตอร์ โดยสากลแล้ว แบ่งได้ทั้งหมด 9 ประเภท ประกอบด้วย...

1. การขโมยข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต รวมถึงการขโมยประโยชน์ในการลักลอบใช้บริการ
2. อาชญากรนำเอกระบบการสื่อสารมาปกปิดความผิดตนเอง
3. การละเมิดสิทธิ์ปลอมแปลงรูปแบบ เลียนแบบระบบซอฟต์แวร์โดยมิชอบ
4. ใช้คอมพิวเตอร์แพร่ภาพ เสียง สื่อลามก อนาจาร และข้อมูลที่ไม่เหมาะสม
5. ใช้คอมพิวเตอร์ฟอกเงิน
6. อันธพาลทางคอมพิวเตอร์ ซึ่งก่อกวน ทำลายระบบสาธารณูปโภค อาทิ ระบบจ่ายน้ำ ไฟฟ้า และระบบการจราจร
7. หลอกลวงให้ร่วมขายหรือลงทุนปลอม
8. แทรกแซงข้อมูล นำข้อมูลนั้นเป็นประโยชน์ต่อตนโดยมิชอบ อาทิ ลักลอบสืบค้นข้อมูลส่วนบุคคลผู้อื่น ดักข้อมูลทางการค้า เพื่อผลประโยชน์ส่วนตน
9. ลักลอบโอนเงินจากบัญชีผู้อื่นเข้าบัญชีตนเองผ่านระบบคอมพิวเตอร์

'ซูเปอร์โพล' เผยผลสำรวจคนไทยคงไว้ซึ่ง ม.112 ไว้ใจ 'ตู่-ป้อม-หนู' ปกป้องรักษาสถาบันหลักของชาติ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เสนอผลสำรวจ เรื่อง ความจำเป็นของ ม.112 กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ ดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ผ่านกระบวนการวิจัยเชิงทดลอง(Experimental Survey) เพื่อลดความคลาดเคลื่อนแก้ปัญหาแหล่งความคลาดเคลื่อนจากผู้ถาม ผู้ตอบและเครื่องมือวัด จำนวน 2,007 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 20 – 22 ตุลาคม พ.ศ. 2565 ที่ผ่านมา โดยมีค่าความคลาดเคลื่อนจากการกำหนดขนาดตัวอย่างบวกลบร้อยละ 5 ในช่วงความเชื่อมั่นร้อยละ 95 ผลสำรวจพบว่า...

ทั้งนี้ในหัวข้อที่น่าพิจารณา คือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 95.4 ระบุ จำเป็นที่จะต้องรักษากฎหมาย มาตรา 112 เอาไว้เช่นเดิม เพราะการมีอยู่ไม่กระทบต่อการดำเนินชีวิตปกติ สิทธิส่วนบุคคล และยังช่วยรักษาความมั่นคงของชาติเอาไว้ ในขณะที่ร้อยละ 4.6 ไม่จำเป็น นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 97.6 ระบุจำเป็นที่ ประมุขของทุกประเทศต้องมีเกียรติ มีศักดิ์ศรีและมีกฎหมายคุ้มครอง ในขณะที่ ร้อยละ 2.4 ระบุไม่จำเป็น ที่น่าสนใจคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 97.0 ระบุ จำเป็นต้องมีกฎหมายป้องกัน การล้มล้างสถาบันหลักของชาติ จากกลุ่มผู้ไม่หวังดี บิดเบือน ใส่ร้าย และจาบจ้วง ในขณะที่ร้อยละ 3.0 ระบุไม่จำเป็น นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 97.2 เห็นด้วยว่า ความมั่นคงของชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน ช่วยหลอมรวมใจของ คนในชาติ ไม่ว่าเชื้อชาติใดก็ตาม ช่วยกันปกป้องผลประโยชน์ชาติและผลประโยชน์ของทุกคนเป็นส่วนรวมตั้งแต่อดีต จนถึงปัจจุบัน ในขณะที่ ร้อยละ 2.8 ระบุไม่เห็นด้วย

เมื่อถามถึง นักการเมืองที่ประชาชนเชื่อมั่นวางใจ ปกป้องรักษาสถาบันหลักของชาติพบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 82.0 ระบุ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รองลงมาคือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ร้อยละ 79.6 และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ร้อยละ 75.6 ตามลำดับ

โดยผลโพลชิ้นนี้ชี้ให้เห็นว่า ประชาชนเกือบร้อยละร้อยเห็นความสำคัญของสถาบันหลักของชาติได้แก่ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์และประชาชนที่สามารถหลอมรวมจิตใจของประชาชนภายในประเทศไม่ว่าเชื้อชาติใดก็ตามเพื่อความมั่นคงผาสุกของทุกคนและความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ในผลการศึกษาที่ผ่านมาเคยพบว่าประชาชนเกือบร้อยละร้อยเช่นกันที่ระบุว่า สถาบันพระมหากษัตริย์อันเป็นหนึ่งในสถาบันหลักของชาติมีส่วนช่วยดูแลบำรุงสุข บำบัดทุกข์ของราษฎร และทุกครั้งที่เกิดวิกฤตขึ้นในชาติและในหมู่ประชาชนสถาบันพระมหากษัตริย์มีความรวดเร็วฉับไวเข้าช่วยเหลือ เยียวยา ฟื้นฟูให้วิกฤตการณ์ต่าง ๆ กลับเข้าสู่สภาวะปกติและพัฒนาให้ดีขึ้นกว่าเดิมก่อนเกิดวิกฤตการณ์อีกด้วย

นพ.เรืองฤทธิ์ ศิริพานิช คุณหมอ นักร้อง และนักแสดง กล่าวถึงกิจกรรมว่ายน้ำข้ามโขงของ 'โตโน่'

หลังจากกิจกรรม ‘หนึ่งคนว่าย หลายคนให้’ ที่ 'โตโน่' ภาคิน คำวิลัยศักดิ์ ว่ายข้ามน้ำโขงเพื่อขอรับบริจาคไปช่วยเหลือโรงพยาบาลนครพนมและโรงพยาบาลแขวงคำม่วน สปป.ลาว เสร็จสิ้นไปเมื่อวานนี้ (22 ตุลาคม) กระแสพูดถึงก็ยังคงเหลืออยู่ โดยล่าสุด 'หมอริท' นพ.เรืองฤทธิ์ ศิริพานิช คุณหมอ นักร้อง นักแสดง และรุ่นน้องคนสนิทของโตโน่ ก็ออกมาพูดถึงประเด็นนี้ผ่านทางทวิตเตอร์ ว่า...

ยินดีด้วยกับการ #ว่ายน้ำข้ามโขง ของพี่ #โตโน่ภาคิน ในวันนี้นะครับ ที่ปลอดภัย และได้รับเงินบริจาคจำนวนมาก อย่างแรกต้องขอขอบคุณในน้ำใจและความเสียสละของพี่ที่มีต่อบุคลากรทางการแพทย์ คนที่พร้อมจะเสียสละเพื่อคนอื่นแบบพี่ ไม่ได้หาได้ง่ายเลย นับถือใจจริงๆ

อย่างไรก็ตาม นพ.เรืองฤทธิ์ ก็ได้กล่าวอีกว่า ต่อให้โตโน่ว่ายน้ำข้ามโขงเป็น 10 รอบ ได้เงินบริจาคมากว่า 1000 ล้าน หมอ พยาบาล เขาก็เหนื่อยเท่าเดิม

ระบบสุขภาพของประเทศไทย คือ ระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้า แปลว่า คนไทยจะป่วยยังไง ก็มีการรักษารองรับ ซึ่งจริงๆ ดีกับคนไทยในบางมุมนะ เช่น คนจนมีสิทธิ์เข้าถึงการรักษา แต่ข้อเสียก็คือ คนไทยไม่ใส่ใจสุขภาพ เกิดปัญหา เช่น ติดเหล้า ติดบุหรี่ และเกิดปัญหาสุขภาพตามมา ทำให้คนต้องมาโรงพยาบาลกันเยอะ

ทุกวันนี้หมอไทยยังต้องทำงานเกินเวลาตามระเบียบกำหนด ทำให้เกิดภาวะสมองไหล หมอก็ออกนอกระบบโรงพยาบาลรัฐกันหมด หมอน้อยลง งานก็ยังหนัก ผลิตหมอเท่าไหร่ก็ไม่พอ วนลูปแบบนี้ไปเรื่อยๆ ถึงบอกว่าเงินบริจาคเยอะแค่ไหน ก็ไม่ได้ช่วยให้หมอหายเหนื่อย

'ต๊ะ' แจง "จำวันไม่ได้" ปมถูกโยงหมาว่ายน้ำแซะ ยันไม่ได้มีเจตนาแซะ และไม่ได้ลบโพสต์

(23 ต.ค.65) ต๊ะ-นารากร ติยายน พิธีกรและผู้ประกาศข่าวคนดัง ได้โพสต์เฟซบุ๊ก 'นารากร ติยายน' ระบุว่า...

ขอชี้แจงเหตุการณ์ที่นำมาสู่ 'ทัวร์ลง' วันนี้...

1) ตอนเช้าๆ เราอยากลงรูปหมาที่ส่งไปว่ายน้ำเมื่อวาน แล้วทางสระส่งรูปมา เห็นว่าน่ารักดี  อยากอวดเพื่อนในเฟส

2)พอลงรูปก็คิดแคปชั่น “ให้สนุก อยู่ในกระแส” ย้ำว่า คิดแคปชั่นให้สนุก ไม่ใช่ “นึกสนุก” 2 คำนี้ ความหมายต่างกัน 

3) พอดีช่วงนี้มีกระแสว่ายน้ำข้ามโขง เราก็โพสต์ภาพหมาที่เรารัก พร้อมกับแคปชั่นว่า “ฝึกว่ายน้ำข้ามโขงฮะ”  

4) อันนี้เรายอมรับว่าพลาด เพราะทัศนคติที่ต่างกัน ทำให้เรา’คิดไม่ถึง’ สำหรับเรา หมาคือครอบครัว คือคนสำคัญในชีวิต การพูดถึงหมาทุกครั้งของเรา คือการพูดถึงด้วยความรัก ความเอ็นดูไม่เคยคิดจะเสียดสีใคร

5) คนที่เกลียดเราก็จะย้อนถามว่า แล้วทำไมลงรูปหมาว่ายน้ำวันนี้ คำตอบคือ เราจำไม่ได้ว่าจะมีการว่ายน้ำวันนี้ แน่นอนเรารู้ว่าจะมีการว่ายน้ำเพราะข่าวออกเยอะ และเราก็เคยแสดงความเห็นเรื่องนี้มาก่อน แต่ด้วยความที่เราไม่ได้อ่านข่าวมานาน ไม่ได้ติดตามข่าวใกล้ชิด จึงจำวันที่ไม่ได้ พอโพสภาพและแคปชั่นลงไปแล้ว ก็ออกไปทำธุระ ไม่ได้เปิดเฟส หรือติดตามข่าวเลย

6) มาดูเฟสอีกทีบ่ายๆ แล้ว ก็ตกใจว่าทำไมโดนทัวร์ลง ไล่ดูข่าวถึงรู้ว่ามีการว่ายน้ำวันนี้ ยอมรับว่าตกใจ และเสียใจ ที่ภาพและแคปชั่นที่ลงไปเมื่อเช้า ทำให้คนจำนวนมากไม่พอใจ  

7) มีคนทักมาหลังไมค์ว่า ทำไมพลาดแบบนี้ ยอมรับว่าผิดจริงๆ และขอใช้พื้นที่ตรงนี้ “ขอโทษจากใจจริง” ยืนยันว่า ไม่ได้มีเจตนา แซะ หรือ เสียดสี เหตุการณ์การว่ายน้ำวันนี้  

8) พอได้เห็นยอดเงินบริจาคก็รู้สึกยินดีกับความสำเร็จ และชื่นชมทุกคนที่มีส่วนร่วมทำให้การว่ายน้ำข้ามแม่น้ำโขงครั้งนี้บรรลุเป้าหมายอย่างน่าภาคภูมิใจ

9) ขอยอมรับในความผิดพลาดทั้งหมดที่เราได้ทำลงไป เราอ่านความเห็นโดยไม่คิดตอบโต้ แม้ว่าจะถูก คุณพุทธ จากอมรินทร์ทีวี พูดในข่าวว่า ทำไมเรายังกล้าไปคอมเมนต์ตอบโต้คนที่เข้ามาต่อว่า ขอยืนยันว่าแค่อ่าน ไม่ได้ตอบสักข้อความ และขอชี้แจงว่า   ข้อความที่คุณพุทธเอามาอ้างถึง และโยงไปในข่าวนั้น เป็นคอมเมนต์ที่เราเขียนไว้ในเฟสของเพื่อนตั้งแต่ 2-3 วันก่อนหน้านี้แล้ว ไม่เกี่ยวกับเหตุการณ์วันนี้เลย

'เจ เจตริน' ภูมิใจแทน 'โตโน่-ทีมงาน' หลังยอดบริจาคถล่มทลายทะลุ 60 ลบ.

ภายหลังจากที่นักร้องหนุ่มโตโน่-ภาคิน คำวิลัยศักดิ์ ได้ทำภารกิจว่ายน้ำข้ามโขงกับโครงการ 'One Man & The River หนึ่งคนว่าย หลายคนให้' เพื่อรวบรวมเงินบริจาคให้กับโรงพยาบาลนครพนม และโรงพยาบาลแขวงคำม่วน ฝั่ง สปป.ลาว จนได้ยอดเงินไปมากกว่า 60 ล้านบาทแล้วในขณะนี้

ล่าสุดนักร้องดังรุ่นพี่ เจ-เจตริน วรรธนะสิน ก็ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กว่าก่อนหน้านี้หนุ่มโตโน่เคยมาปรึกษาถึงโครงการดังกล่าวตนจึงได้แนะนำทีมเรือและทีม Rescue ที่ดีที่สุด พร้อมเผยรู้สึกภูมิใจแทนนักร้องหนุ่มรุ่นน้องและทีมงานที่มีคนช่วยบริจาคมากมายขนาดนี้

“โตโน่เคยมาหาที่บ้าน และขอปรึกษาตั้งแต่โครงการแรก บอกว่าอยากว่ายข้ามอ่าวไทย ข้ามเกาะ เราได้ให้คำแนะนำจากประสบการณ์ทางน้ำทางทะเลกลับไปบ้าง เพราะเคยขี่เจ็ทสกีข้ามอ่าวไทย หรือ ขี่ข้ามเกาะมาพอควร เลยได้แนะนำทีมเรือและทีม Rescue ที่ดีที่สุด ที่โตโน่และทีมงานใช้อยู่ในปัจจุบัน ผมรู้สึกดีใจและภูมิใจกับโน่และทีมงานมากๆ ที่ไม่ละความพยายามในการที่จะสร้างสถิติให้ตัวเอง เพื่อชนะใจตัวเอง และความตั้งใจที่ดี ที่จะสร้างกุศล หาหนทางที่จะหาเงินที่สามารถช่วยผู้ป่วยได้อีกมากมายหลายชีวิตทั้งคนไทยและคนลาว รู้สึกภูมิใจแทนโน่และทีมงานที่มีผู้มีจิตศรัทธาและน้ำใจจากคนไทยหลั่งไหลมาช่วยกันบริจาคมากมาย และ ผมคือหนึ่งในนั้น #onemanandtheriver #หนึ่งคนว่ายหลายคนให้ #ท่าแขก #นครพนม #คนไทยสามัคคีกัน #คิดดีทำดี #ไทย #ลาว #แม่น้ำโขง #จิตศรัทธา #ชนะใจตัวเอง”

'สุชาติ' ชี้!! กรณีสูตร 'หมดที่ลุงตู่ สู่ลุงป้อม' ส่วนตัวมองว่าอาจจะเป็นการพูดกันเองหรือไม่

(23 ต.ค.65) ที่ลานพระราชวังดุสิต นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน และผู้อำนวยการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงการประชุมพรรคพลังประชารัฐในวันที่ 27 ต.ค.เพื่อสรุปผลงานของพรรคว่า...

คณะกรรมการบริหารพรรคคงจะมีการชี้แจง เรื่องในพรรค วันนี้ไม่เหมาะที่ตนจะพูดอะไร ส่วนการเตรียมพร้อมของพรรคในการจัดทัพสู้ศึกเลือกตั้งนั้น ยังไม่ได้คุยอะไรกันเลย คงต้องรอความชัดเจนสักนิด

'นพดล' เผยเพื่อไทยไม่กังวลแคนดิเดทนายกฯ พรรคอื่น

'นพดล' เผยเพื่อไทยไม่กังวลแคนดิเดทนายกฯ พรรคอื่น ขอเน้นนโยบายเลือกตั้งที่ตอบโจทย์ พร้อมเสนอประกาศสงครามกับความยากจน เหลื่อมล้ำ แข่งขันถดถอย และยาเสพติด

นายนพดล ปัทมะ รองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ฯ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงว่าที่แคนดิเดทนายกฯของพรรคพลังประชารัฐว่าจะเป็นพลเอกประยุทธ์หรือพลเอกประวิตร  เพื่อไทยสะดวกที่จะแข่งขันในสนามเลือกตั้งกับทุกคนทุกพรรค การเสนอแคนดิเดทเป็นเรื่องภายในของพรรคเขา ตนไม่ขอวิจารณ์ เนื่องจากพรรคต้องเอาเวลาไปจัดทำนำเสนอนโยบายที่ตอบโจทย์ประเทศและแก้ไขความทุกข์ยากของประชาชนในทุกมิติ โดยเฉพาะปัญหาปากท้อง และปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ รัฐบาลหน้ามีงานหนักรออยู่ และถ้ามีโอกาสเป็นรัฐบาล เพื่อไทยต้องมีแนวทางที่ชัดเจนในการแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจและปัญหาอื่นอย่างเป็นระบบ เริ่มจากเรื่องสำคัญคือการสร้างรายได้ สร้างโอกาส สร้างความสามารถในการแข่งขัน และสร้างคุณภาพและความมั่นคงของชีวิต โดยตนจะเสนอให้พรรคพิจารณาก่อนประกาศ สงครามกับปัญหาใหญ่ 4 เรื่องคือ สงครามกับความยากจน สงครามกับความเหลื่อมล้ำ สงครามกับความถดถอยแข่งขันไม่ได้ และสงครามกับยาเสพติดที่ประกาศไปก่อนแล้ว

แฉ!! 18 กลโกงมิจฉาชีพบนโลกออนไลน์ ที่ตำรวจอยากให้รู้ไว้ ก่อนตกเป็นเหยื่อ

ก่อนอื่นต้องยอมรับเลยนะครับ ว่าเทคโนโลยีด้านการสื่อสารในยุคปัจจุบัน ที่สะดวกรวดเร็วทันใจ และมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องไม่หยุดนั้น มีทั้งข้อดีและข้อเสียที่เป็นภัยซ่อนอยู่ โดยเฉพาะในยุคที่ข้อมูลส่วนตัวทุกอย่างผูกติดไว้กับโลกออนไลน์ ซึ่งต้องยอมรับนะครับ ว่าโลกออนไลน์ ยิ่งเร็ว ยิ่งสะดวก ก็ยิ่งอันตราย 

เพราะไม่แค่เทคโนโลยีเท่านั้นที่พัฒนาต่อเนื่อง แต่เหล่ามิจฉาชีพเอง ก็สรรหากลยุทธ์ กรรมวิธี และหลากหลายกลโกง เพื่อใช้หลอกลวงให้เราให้ตกเป็นเหยื่อได้โดยง่าย หากรู้ไม่เท่าทันอยู่เช่นกัน

ด้วยความห่วงใยจากใจทีมงาน THE STATES TIMES เราจึงได้รวบรวมข้อมูล ‘18 กลโกงมิจฉาชีพบนโลกออนไลน์’ จากศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ สํานักงานตํารวจแห่งชาติ หรือ Police Cyber Taskforce (PCT Police) มาไว้ให้รู้เท่าทันทั้งหมด 18 รูปแบบ ดังนี้...

1. หลอกขายสินค้าออนไลน์ แต่พอเราสั่งไปแล้ว กลับไม่ได้รับสินค้า หรือ สินค้าที่ส่งมานั้น ไม่ตรงปกตามที่ลงรูป หรือ โฆษณา

2. หลอกให้สมัครงานเสริมออนไลน์ โดยชักชวน ให้ข้อมูลการทำงานออนไลน์ที่ไม่มีจริง จากการอ้างถึง Platform ที่มีความน่าเชื่อถือ ไม่ว่าจะเป็น TikTok / YouTube / Lazada หรืออื่น ๆ โดยหลอกลวงให้กดไลก์ กดแชร์ เพื่อเพิ่มยอดวิว แกล้งให้รับออเดอร์ ทำสต๊อกสินค้า จากนั้นหลอกลวงโดยใช้วิธีเรียกเก็บเงินค้ำประกันการทำงานจากเหยื่อ

3. เงินกู้ออนไลน์ ที่ไม่มีจริง หรือเงินกู้ทิพย์นั้นเอง โดยหลอกเอาข้อมูล เงินค้ำประกัน ค่าธรรมเนียม และเลขที่บัญชีธนาคารจากเหยื่อ ซึ่งหากมีการกู้เกิดขึ้นจริง ก็จะเรียกเก็บดอกเบี้ยในอัตราที่โหดเหี้ยมสุดๆ ซึ่งจะใช้วิธีล่อลวง ชวนเชื่อจากการกู้ที่ไม่ต้องค้ำประกัน ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลในโทรศัพท์ โทร.ทวงหนี้จากคนใกล้ชิด เรียกดอกเบี้ยมหาโหด

4. ข่มขู่ให้เกิดความหวาดกลัว (Call Center) โดยมุ่งเป้าโทร.หาเหยื่อ พร้อมแจ้งข้อมูลว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำที่ผิดกฎหมาย ซึ่งจะมีการอ้างตัวเป็นตำรวจ หรือเจ้าหน้าที่รัฐ ข่มขู่เรื่องกฎหมายการฟอกเงิน แจ้งจะมีการอายัดบัญชีธนาคาร จากนั้นล่อลวงให้เหยื่อโอนเงิน

5. หลอกลวงให้ลงทุนในรูปแบบต่างๆ โดยอ้างเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน ชักชวนให้ลงทุนในธุรกิจที่ไม่มีจริง ให้ผลตอบแทนสูง สร้างภาพความน่าเชื่อถือ อาทิ ลงทุนในธุรกิจน้ำมัน / พลังงาน / ทองคำ / เงินดิจิทัล / ตลาดหุ้น / Forex / ตลาดหลักทรัพย์ต่างชาติ และเกมออนไลน์ เป็นต้น

6. หลอกให้รักแล้วลงทุน โดยปลอมแปลง Profile เป็นบุคคลหน้าตาดี เพื่อมาตีสนิทจาก App หาคู่ หรือบัญชีออนไลน์ จากนั้นเริ่มสอนให้ลงทุน และลงทุนผ่าน App การลงทุนปลอม อาทิ เทรดหุ้น / เงินดิจิทัล / สกุลเงินปลอม หรือทอง เป็นต้น

7. หลอกให้รักแล้วโอนเงิน หรือยืมเงิน โดยใช้วิธีเดียวกัน คือปลอมแปลง Profile เป็นบุคคลหน้าตาดี ทำความรู้จักผ่านบัญชีออนไลน์ ตีสนิทหลอกให้รัก ทำทีจะส่งทรัพย์สินมีค่ามาให้จากต่างประเทศ แต่ก็หลอกล่อขอค่าธรรมเนียมต่างๆ หรือหลอกให้โอนเงิน โดยอ้างว่าจะคืนให้ในภายหลัง

8. ปลอมแปลง หรือ Hack บัญชี Line / Facebook ของเพื่อน จากนั้นหลอกยืมเงิน โดยส่งข้อความขอยืมเงินมาจากบัญชีของเพื่อนที่เรารู้จัก

'ชัยวุฒิ' ปัด พปชร.ยังไม่ได้คุยสูตร 'หมดที่ลุงตู่ สู่ลุงป้อม' โว!! พรรคผลงานเพียบ ยัน ยังหนุน 'ประยุทธ์'

(23 ต.ค.65) ที่ลานพระราชวังดุสิต นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายรงค์ บุญสวยขวัญ ส.ส.นครศรีธรรมราช และกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ เสนอสูตร 'หมดที่ลุงตู่ สู่ลุงป้อม' ว่า เรื่องนี้ยังไม่ทราบและยังไม่ได้มีการคุยกันในพรรค

ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้แพลนว่าจะเป็นแคมเปญต่อไปของพรรคหรือไม่ นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ยังไม่ทราบ และภายในพรรคยังไม่ได้คุยกัน เป็นเรื่องที่ต้องถามทางผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรรมการบริหารพรรค แต่วันนี้ยังไม่ได้มีการพูดคุยกันในเรื่องนี้ แต่ขอยืนยันว่าพรรคพลังประชารัฐยังเป็นพรรคหลักของรัฐบาลและสนับสนุน พล.อ ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมในการทำงานเพื่อเดินหน้าสร้างผลงานดูแลพี่น้องประชาชนให้เต็มที่ และตนเชื่อว่าผลงานของรัฐบาลจะเป็นตัวน ไปสู่การเลือกตั้งที่ทำให้ประชาชนยอมรับ และประสบความสำเร็จในการเลือกตั้ง ซึ่งก็มาจากการทำงานของเรา เพราะฉะนั้นวันนี้อย่าเพิ่งไปพูดถึงประเด็นการเมือง เวลาที่เหลือเป็นช่วงเวลาที่เราต้องเร่งทำงาน ให้กับประชาชนให้ดีที่สุดก่อน

เมื่อถามว่า แสดงว่าวันนี้พรรคพลังประชารัฐยังไม่ได้เร่งในส่วนของนโยบายใช่หรือไม่ นายชัยวุฒิกล่าวว่า เราเน้นทำงาน ทุกอย่างที่ทำไปคือนโยบายของรัฐบาลและเป็นนโยบายของพรรคพลังประชารัฐ ขอให้ดูที่ผลงานและสิ่งที่เราทำ ตนเชื่อว่าประชาชนส่วนใหญ่เข้าใจ ถ้าให้ความเป็นธรรมกับรัฐบาลก็มีหลายอย่างที่ดีขึ้นและพัฒนาไปมาก อย่างเช่น โครงสร้างพื้นฐาน การแก้กฎหมาย การปรับปรุงหลายอย่างที่ทำให้บ้านเมืองทันสมัย แต่เข้าใจว่าในภาวะแบบนี้ โดยเฉพาะเรื่องของโควิด-19 ทำให้หลายคนได้รับผลกระทบ หรืออย่างกรณีสงครามยูเครนและรัสเซีย ส่งผลให้ค่าครองชีพสูงขึ้นเพราะราคาน้ำมันสูงขึ้น ยอมรับว่าประชาชนหลายคนลำบาก แต่รัฐบาลพยายามทำให้ดีที่สุด แต่ถ้ามองจากประเทศอื่นๆ ก็ยังมีตัวเลขด้านเศรษฐกิจหรือการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่เราดีกว่าหลายประเทศ โดยเฉพาะการท่องเที่ยวที่ไทยฟื้นตัวได้มาก เพราะเราสามารถแก้ไขโควิด-19 ได้ดี ซึ่งถ้ามองผลงานต่างๆของรัฐบาล ส่วนตัวเชื่อว่าประชาชนเข้าใจและให้ความเชื่อมั่นกับรัฐบาลที่จะทำงานต่อไปได้

เมื่อถามว่า สูตรที่ออกมาไม่ได้เป็นการหยั่งเสียงประชาชนใช่หรือไม่ นายชัยวุฒิกล่าว "ผมยังไม่รู้ว่าใครพูดเลย เพราะยังไม่เคยได้ยิน ส่วนจะเป็นสมาชิกพรรคที่เสนอความเห็นออกมาหรือไม่นั้นผมไม่ทราบ เพราะพรรคการเมืองและนักการเมืองมีหลายคนสามารถที่จะแสดงความเห็นได้ ทุกคนก็แสดงความคิดเห็นไปต่างๆ นานา ก็แล้วแต่ เป็นความคิดที่แตกต่างหลากหลาย แต่สุดท้ายขึ้นอยู่กับผู้บริหารพรรคและผู้หลักผู้ใหญ่ที่จะพูดคุยกัน ซึ่งผมคิดว่ายังไม่ได้ข้อสรุป แล้วยังไม่เห็นเรื่องนี้เลย"

นายชัยวุฒิ กล่าวอีกว่า วันนี้ทุกคนมุ่งมั่นที่จะทำงาน ยังรักและสามัคคีเดินหน้าทำงานร่วมกันเพื่อให้รัฐบาลสามารถแก้ไขปัญหากับประชาชนได้ และทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำมาถือว่าประสบความสำเร็จในทุกๆ เรื่อง

นายชัยวุฒิ เปิดเผยว่า ในวันที่ 27 ต.ค.นี้ทางพรรคพลังประชารัฐจะมีการแถลงข่าวเปิดตัวผู้สมัครส.ส. ในพื้นที่ภาคใต้ แต่ไม่ได้มีนัยยะสำคัญอะไร


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top