Saturday, 4 July 2026
Hard News Team

อึ้ง!! 'มิ่งขวัญ' ซบ 'บิ๊กปัอม' พร้อมพ่วงแคนดิเดตนายกฯ ยัน!! ที่มาเพราะไม่มี 'บิ๊กตู่' อยู่ที่ พปชร.แล้ว

'บิ๊กป้อม' ชูมือ 'มิ่งขวัญ' เข้า พปชร. ถึงกับอึ้ง! ประกาศตัวแคนดิเดตนายกฯ กลางวงแถลง แจง 3 เหตุผล 'มาช่วยแก้เศรษฐกิจ-ไม่มีบิ๊กตู่-นั่งแคนดิเดตนายกฯ' ยัน ไม่มีเรื่องเงินมาต้อนเข้าพรรค

(6 ธ.ค.65) ผู้สื่อข่าวรายงานจากที่ทำการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ว่า ในช่วงบ่ายก่อนการเปิดตัวนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก แกนนำพรรคทยอยเดินทางเข้ามาร่วมเปิดตัว อาทิ นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ในฐานะเลขาธิการพรรค, นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะรองหัวหน้าพรรค, นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะรองหัวหน้าพรรค, นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะรองหัวหน้าพรรค, นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรค, นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพรรค, น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ, นายอภิชัย เตชะอุบล แกนนำพรรค 

ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพปชร. เดินทางมาถึงที่ทำการพรรคในเวลา 14.50 น. โดยแกนนำต่างทยอยขึ้นไปพบที่ห้องทำงานของ พล.อ.ประวิตร ก่อนที่ พล.อ.ประวิตร และแกนนำพรรค จะลงจากห้องทำงานมาพร้อมกับนายมิ่งขวัญ โดยนายมิ่งขวัญได้สวมเสื้อพรรค พปชร. 

จากนั้นเวลา 15.30 น. คณะกรรมการบริหารพรรค และแกนนำพรรค นำโดย พล.อ.ประวิตร ร่วมกันแถลงเปิดตัวนายมิ่งขวัญ โดย พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า วันนี้เป็นโอกาสที่พรรคได้ต้อนรับนายมิ่งขวัญ เข้ามาอยู่ในพรรค และขอแสดงความยินดีกับนายมิ่งขวัญ และแสดงความยินดีกับตัวเองด้วย ที่จะเข้ามาช่วยกันทำงานให้ประชาชนอยู่ดีกินดีขึ้น ซึ่งเป็นความมุ่งหมายของพรรคที่จะทำให้ประชาชนอยู่ดีกินดี และสมาชิกพรรคทุกคนขอต้อนรับนายมิ่งขวัญด้วยความยินดียิ่ง

ด้านนายมิ่งขวัญ กล่าวถึงเหตุผลในการมาร่วมกับ พปชร. ว่า ต้องให้เครดิต พล.อ.ประวิตร และขอบคุณ พล.อ.ประวิตร ที่ให้เกียรติเชิญตน โดยบอกว่าวันนี้มีปัญหาเรื่องเศรษฐกิจของประเทศ และหลายปีที่เราต้องทนทรมาน พล.อ.ประวิตร จึงบอกกับตนว่ามิ่งขวัญ ให้มาช่วยกันแก้ปัญหาเศรษฐกิจหน่อย จึงได้เปิดใจคุยกันว่าถ้าหากมา พปชร.ที่มีคนอยู่มาก จะเอาตนไว้ตรงไหน พล.อ.ประวิตร บอกว่าให้มาช่วยเรื่องเศรษฐกิจ โดยคนที่ทำเศรษฐกิจของพรรคเก่งอยู่แล้ว แต่ตนเข้ามาเติมเต็ม เหตุผลที่สองคือ ไม่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม อยู่ในพรรคนี้แล้ว และความจริง พล.อ.ประยุทธ์ ไม่เคยอยู่ เพียงแต่เป็นแคนดิเดตนายกฯ และข่าววันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ เพิ่งจะยืนยันว่าไม่ได้อยู่พรรคนี้แล้ว 

นายมิ่งขวัญ กล่าวว่า ขอย้ำว่าไม่ได้มีปัญหาอะไรกับ พล.อ.ประยุทธ์ แต่ตลอด 3 ปีครึ่งที่ผ่านมาที่ตนอภิปราย เพราะ เป็นนายกฯ แล้วแก้ปัญหาประเทศไม่สำเร็จ เป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ แต่แก้ปัญหาเศรษฐกิจไม่สำเร็จ และเป็นหัวหน้าศบค.แต่มีตัวเลขผู้เสียชีวิต 2 หมื่นกว่าศพ และหากจะสังเกตการณ์อภิปรายของตน จะมีแค่คนเดียวคือ พล.อ.ประยุทธ์ ย้ำว่าไม่ได้มีอะไรโกรธเคืองกับ พล.อ.ประยุทธ์ แต่ที่ต้องตรวจสอบเพราะอาสาเข้ามาทำแล้วทำไม่สำเร็จ ทั้งนี้รู้ดีว่าที่มาแถลงข่าวเทรนด์ทวิตเตอร์ขึ้นไปอันดับหนึ่ง ซึ่งตนไม่ทราบว่าจะมีอะไรสนุกไปกว่านี้หรือไม่ แต่หากไม่แถลงเปิดใจวันนี้ สื่อคงไม่รู้ว่าทำไมถึงพลิกกลับไปกลับมา และอาจจะคิดว่าตนไม่รักษาคำพูด คำว่าตะบัดสัตย์และคำว่าไม่รักษาคำพูด อยากจะชี้แจงให้ชัด รวมทั้งตอนที่ตนลาออกจาก ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ ไม่ได้บอกว่าการลาออกจะต้องยุติบทบาททางการเมือง

หอการค้าฯ เอือมนักการเมืองหาเสียงเพิ่มค่าแรง ชี้ ประเทศพังแน่ ถ้าค่าแรงขั้นต่ำเท่ากันทุกจว.

(6 ธ.ค. 65) ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ รองประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวถึง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม พรรคเพื่อไทย และหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย มีนโยบายจะขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ไม่ต่ำกว่า 600 บาทต่อวัน และเงินเดือนของผู้จบการศึกษาระดับปริญญาตรี อยู่ที่ 25,000 บาทขึ้นไป ว่า เป็นไปไม่ได้ ไม่สนับสนุนให้ทุกพรรคการเมืองนำเรื่องนี้มาหาเสียงในทางการเมือง เพราะเป็นเศรษฐกิจมหภาคเกี่ยวพันไปทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นขบวนการผลิต การส่งออก กระบวนการท่องเที่ยวบริการ ก่อสร้าง ทุกอย่างที่เกี่ยวกับแรงงาน

“เมื่อปี 54 มีการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็น 300 บาท ทำให้โครงสร้างค่าแรงบิดเบี้ยวและกระทบต่อผู้ประกอบการที่ใช้แรงงานอย่างมหาศาล การหาเสียงโดยไม่มีตรรกะ ไม่มีหลักการและวิชาการรองรับเป็นไปไม่ได้ อย่าลืมว่าการขึ้นค่าแรงมีระบบระเบียบอยู่แล้ว ตามองค์การแรงงานระหว่างประเทศ หรือไอ แอล โอ สำหรับกระทรวงแรงงานของเราเอง ก็ใช้มาตรฐานนี้ และมีคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) จังหวัด นำเสนอค่าแรง อย่าลืมว่าทุกจังหวัดมีสภาพความเป็นอยู่และเศรษฐกิจที่แตกต่างกัน บางจังหวัดไม่มีอุตสาหกรรม บางจังหวัดเป็นจังหวัดท่องเที่ยว บางจังหวัดทำเกษตร เพราะฉะนั้นการขึ้นค่าแรงเหมือนกันหมดจึงเป็นไปไม่ได้ ถ้าค่าแรงขั้นต่ำเท่ากันเมื่อใดพังทั้งประเทศ” ดร.พจน์ ระบุ

‘ตรีนุช’ โชว์สอนประวัติศาสตร์แนวใหม่ ชู ‘สื่อดิจิทัล’ เป็นเครื่องมือหลักสร้างการเรียนรู้

‘ตรีนุช’ จัดเต็ม สอนประวัติศาสตร์แนวใหม่ AR, Podcast, TiKTok, Animation,Live นายกฯ  กำชับ ต้องรู้เรื่องใกล้ตัว

(6 ธ.ค. 65) ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้จัดนิทรรศการ 'การจัดการเรียนการสอนประวัติศาสตร์' โดยมีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ คณะรัฐมนตรี ร่วมชมนิทรรศการ ซึ่งนางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้ประกาศนโยบายและจุดเน้นเรื่องการจัดการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ ประจำปีงบประมาณ 2566 โดยการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมือง และศีลธรรม ให้มีความทันสมัย น่าสนใจ เหมาะสมกับวัยของผู้เรียน ควบคู่ไปกับการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของท้องถิ่น และการเสริมสร้างวิถีชีวิตของความเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง ซึ่งจัดนิทรรศการในวันนี้ ศธ.ต้องการสะท้อนให้เห็นถึงการส่งเสริมการจัดการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ ใน 4 ส่วน ดังนี้

ส่วนแรก วิชาประวัติศาสตร์ประกาศความเป็นไทย ปรับโครงสร้างเวลาเรียนรายวิชาพื้นฐาน ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 โดยได้จัดทำร่างประกาศ ศธ.เรื่อง การบริหารจัดการโครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษา 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ และ 1 รายวิชาพื้นฐานประวัติศาสตร์ ของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือ โครงสร้าง 8+1 เพื่อให้สถานศึกษานำไปใช้ในการส่งเสริมการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ โดยใช้กระบวนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ด้วยวิธีการที่หลากหลาย ทั้งในมิติของการจัดการเรียนรู้ การวัดและประเมินผล และการใช้สื่อและแหล่งเรียนรู้

รมว.ศธ.กล่าวต่อไปว่า ส่วนที่ 2 การนำเสนอ Best Practice จากโรงเรียนในสังกัด สพฐ. เช่น โรงเรียนสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ นำเสนอ 'เรียนรู้ประวัติศาสตร์ใกล้ตัว สู่การสร้างสรรค์ชุมชนอย่างยั่งยืน' ที่มุ่งเน้นการหาความรู้จากชุมชนใกล้ตัวของผู้เรียน และจัดทำสื่อถ่ายทอดประสบการณ์ลงสื่อสังคมออนไลน์ เช่น Podcast, TiKTok, Live เพื่อสร้างการรับรู้ในประวัติความเป็นมาผลิตภัณฑ์ชุมชน จุดเด่น เอกลักษณ์ และความภาคภูมิใจ, โรงเรียนอยุธยาวิทยาลัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นำเสนอ 'เรียนรู้อย่างภูมิใจสู่นักประวัติศาสตร์ไทยรุ่นเยาว์' เริ่มต้นจากการศึกษาประวัติศาสตร์ไทยในห้องเรียน ด้วยสื่อ Animation 'The Diary' และ การเรียนรู้ในห้องเรียน ขยายสู่การเรียนรู้จากแหล่งเรียนประวัติศาสตร์รอบโรงเรียน จากการเรียนรู้ เป็นการเห็นคุณค่า สู่ความภาคภูมิใจ และจิตอาสามัคคุเทศก์น้อย

‘คนเพื่อไทย’ โร่แจ้งความ หลังมีภาพร่วมเฟรมตู้ห่าว ยัน!! ไม่รู้จักกันส่วนตัว เจอกันตอนนี้ก็จำหน้าไม่ได้

(6 ธ.ค. 65) เมื่อเวลา 14.15 น. ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ประธานภาค กทม.พรรคเพื่อไทยกล่าวถึงกรณีถูกโยงเป็นข่าวและมีภาพปรากฏออกมาว่ามีความรู้จักสนิทกับนายหาวเจ๋อตู้หรือตู้ห่าว กลุ่มทุนจีนสีเทาว่า ภาพที่ปรากฏเป็นข่าวนานมากแล้ว โดยเป็นการเปิดตัวโรงงานแถว จ.สมุทรปราการ ซึ่งตนไปเป็นเพื่อนกับคุณลุงที่ถูกเชิญไปร่วมงานเท่านั้น โดยงานดังกล่าว พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ผบ.ตร.ขณะนั้นเป็นประธาน แต่กลับถูกโยงทำให้ตนและครอบครัวได้รับความเสียหาย เพราะถูกนำมาเล่นข่าวในช่วงจะเลือกตั้ง ตนเป็นนักการเมืองที่ถูกป้ายสี ดังนั้นตนจึงได้ไปแจ้งความเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ยืนยันว่าไม่รู้จักเป็นการส่วนตัวกับนายตู้ห่าวเลย เห็นหน้าตอนนี้ก็ยังจำไม่ได้เลย

นายวิชาญ กล่าวกรณีนายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทยที่จะย้ายไปอยู่กับพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ว่า พรรคดูแลและให้โอกาสนายประเดิมชัยตั้งแต่ปี 62 ตั้งแต่สมัยนายประเดิมชัยเป็น ส.ก. ส่วนการตัดสินใจย้ายไปอยู่พรรคใดก็ถือเป็นสิทธิ ซึ่งเราก็จะได้คัดสรรบุคคลลงสมัครแทนนายประเดิมชัยต่อไป ที่ผ่านมาก็ยังไม่ได้คุยกับนายประเดิมชัยในเรื่องดังกล่าว แต่ช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมา เริ่มมีกระแสข่าวว่าจะย้ายพรรค แต่ยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยดูแลสมาชิกทุกคนเท่าเทียมกัน

‘หมอชลน่าน’ ประกาศ ‘เพื่อไทย’ พร้อมปักธงลงพื้นที่ทั่วไทย พิชิต 250 เสียง ส.ว. เพื่อแลนด์สไลด์ทั้งแผ่นดิน

(6 ธ.ค. 65) พรรคเพื่อไทยจัดประชุมใหญ่วิสามัญ ประจำปี 2565 ณ หอประชุมชั้น 7 พรรคเพื่อไทย สำนักงานใหญ่ กรุงเทพมหานคร ภายใต้แนวคิด ‘คิดใหญ่ ทำเป็น เพื่อไทยทุกคน Think Big, Act Smart, For All Thais’ โดยในช่วงแรกของงานได้มีการเผยแพร่คลิปวีดีโอ ที่เป็นการสรุปภาพการเปลี่ยนแปลง และการทำงานของ ‘พรรคเพื่อไทย’ ตลอด 1 ปีที่ผ่านมา โดยมี นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวปาฐกถาในหัวข้อ ‘2565 พรรคเพื่อไทย’ และนางสาวแพทองธาร ชินวัตร ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม พรรคเพื่อไทย และหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ปาฐกถาหลักในหัวข้อ ‘ประเทศไทย 2570’

นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว เริ่มต้นกล่าวว่า จากนี้ไปไม่เกิน 5 เดือน จะมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2566 พรรคเพื่อไทยตั้งเป้าหมายชนะเลือกตั้งถล่มทลายแบบแลนด์สไลด์ เพราะในการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 พรรคเพื่อไทยชนะได้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสูงสุดที่ 136 เสียง แต่เราจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ เพราะกลไกในรัฐธรรมนูญ ให้วุฒิสมาชิก 250 คนเลือกนายกรัฐมนตรี เพราะนี่คือกติกาที่บิดเบี้ยว อำนาจรัฐ อำนาจเงิน พรรคเพื่อไทยที่ชนะแต่เหมือนแพ้ เราจึงต้องชนะแลนด์สไลด์ได้สมาชิกสภาเกิน 250 คน และจัดตั้งรัฐบาลของพี่น้องประชาชนให้ได้

นายแพทย์ชลน่าน กล่าวว่าการแลนด์สไลด์นั้นเป็นเป้าหมาย หนทางการเข้าสู่เป้าหมายคือการได้ทำงานร่วมกับพี่น้องประชาชน โดยปรารถนาพาพี่น้องและประเทศชาติพ้นจากวิกฤต จึงมีคำถามว่าทำไมต้องเป็นพรรคเพื่อไทย ก็เพราะเป็นพรรคที่ได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชนสูงสุด ตั้งแต่สมัยพรรคไทยรักไทย พลังประชาชน จนถึงเพื่อไทย เราชนะการเลือกตั้งทุกครั้ง และภายหลังปี 2562 พรรคเพื่อไทย ต้องกลับมามองสำรวจตัวเองภายใต้การเปลี่ยนแปลงของบริบทการเมืองอย่างมากมาย มีคนรุ่นใหม่มีส่วนร่วมทางการเมืองมากขึ้น เราจึงต้องเปลี่ยน เปลี่ยนแปลงปรับตัวเองให้ทันสมัยอยู่เสมอ พรรคเพื่อไทยได้ปรับปรุงโครงสร้างการบริหารจัดการ การมีส่วนร่วม ให้ความสำคัญกับการสื่อสาร รีแบรนด์พรรคและสัญลักษณ์อย่างเข้มข้นตลอดปีที่ผ่านมา จึงทำให้เรามั่นใจได้ว่า พรรคเพื่อไทยเป็นสถาบันทางการเมืองที่มีความพร้อมสูงสุด พรรคเพื่อไทยเป็นคำตอบแห่งอนาคตที่ใช่ที่สุด เพื่อแก้ไขปัญหาประเทศที่ยุ่งยากซับซ้อนขณะนี้

แต่การที่พรรคเพื่อไทยจะชนะแลนด์สไลด์นั้นไม่ง่าย แม้เราจะมีกระแส มีความนิยมจากพี่น้องประชาชน แต่พวกเขามีกระสุน มีอำนาจรัฐ มีอำนาจเงิน มีอำนาจการจัดการเลือกตั้งให้ผลเลือกตั้งเป็นไปดังต้องการ แต่พรรคเพื่อไทยมี 3 ยุทธศาสตร์ที่จะพาพี่น้องแลนด์สไลด์ไปด้วยกันคือ  

1. นโยบายที่เป็นประชาธิปไตย กินได้ ทำได้จริง ทำมาแล้ว และจะทำให้ดีมากกว่าเดิม 
2. แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ที่มีความรู้ความสามารถ มีวิสัยทัศน์ขับเคลื่อนนโยบายพรรคให้เป็นจริง 
และ 3. ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่เข้าถึงพื้นที่ เข้าใจพี่น้องประชาชน

พรรคเพื่อไทย จึงเชื่อมั่นว่าครั้งนี้จะเป็นโอกาสดีที่สุด ที่ทุกท่านจะชนะเลือกตั้ง ชนะอย่างถล่มทลาย แต่ถ้าท่านทำไม่ได้ จะเป็นความพ่ายแพ้ เป็นสงครามครั้งสุดท้ายของพรรคเพื่อไทย เพราะการพ่ายแพ้ครั้งนี้หมายถึง พี่น้องประชาชนเราจะถูกครอบงำภายใต้อำนาจรัฐและอำนาจเงินตลอดไป

“ดังนั้น สู้ครั้งนี้ต้องชนะ เลือกพรรคเพื่อไทย เลือกเพื่อไทยให้แลนด์สไลด์ชนะขาด เพื่อให้เพื่อไทยได้จัดตั้งรัฐบาล พรรคเพื่อไทยพร้อม ประชาชนพร้อม ประเทศพร้อมเดินไปข้างหน้าไปด้วยกัน พี่น้องที่เคารพครับ เราเคยคิดใหม่ทำใหม่ เราทำได้จริง ทำได้สำเร็จมาแล้ว ครั้งนี้พรรคเพื่อไทยเรา คิดใหญ่ ทำเป็น เพื่อพี่น้องคนไทยทุกคน” หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าว

'ชลน่าน' อุบเปิดแคนดิเดตนายกฯ พท. ฟุ้ง!! ของดีต้องเก็บไว้ก่อน

(6 ธ.ค. 65) ที่ชั้น 7 พรรคเพื่อไทย (พท.) นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการเปิดตัวแคนดิเดตนนายกฯ ของพรรคเพื่อไทยว่า ขณะนี้เรายังไม่เปิด ของดีต้องเก็บไว้ในเวลาที่เหมาะสม และแคนดิเดตนายกฯ ต้องมี 3 คนเป็นลำดับชัดเจน ประชาชนไม่สับสน

เมื่อถามว่าจะมีชื่อนายเศรษฐา ทวีสิน นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เป็นหนึ่งในแคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทยหรือไม่ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ตนตอบแทนนายเศรษฐาไม่ได้ แต่นายเศรษฐาก็ออกมาให้ข่าวเองว่าสนับสนุนพรรคเพื่อไทย ต้องขอขอบคุณมาก ซึ่งนายเศรษฐาเป็นคนเก่งที่สนับสนุนพรรคเพื่อไทยไม่ว่าจะมาหรือไม่มา แต่เมื่อสนับสนุนแนวทางของพรรคเพื่อไทยก็เป็นเรื่องที่ดี 

'บลูเทค ซิตี้' ประสานความร่วมมือกับกลุ่มภาคีเครือข่าย ลงนาม MOU สร้างทุ่งสมุนไพรป่าชายเลนแห่งแรกของประเทศไทย

​วันนี้ 6 ธันวาคม 2565 ที่บริเวณทุ่งสมุนไพรป่าชายเลน ภายในนิคมอุตสาหกรรมฉะเชิงเทรา บลูเทค ซิตี้ อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นประธานพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) โครงการทุ่งสมุนไพรป่าชายเลน ภายใต้แนวคิดการพัฒนาเศรษฐกิจแบบองค์รวม (BCG Model) โดยมีนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง นายสมโภชน์ อาหุนัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA นางสาวกุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา ผู้บริหารนิคมอุตสาหกรรมบลูเทคซิตี้  และภาคีเครือข่าย 7 สถาบัน ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) โครงการทุ่งสมุนไพรป่าชายเลน ภายใต้แนวคิดการพัฒนาเศรษฐกิจแบบองค์รวม (BCG Model) ได้แก่ เศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว

นางสาวกุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา ผู้บริหารนิคมอุตสาหกรรมฉะเชิงเทรา บลูเทค ซิตี้  กล่าวว่า จากสภาวะโลกร้อน ปัญหาสุขภาพคนเมือง และปัญหาเศรษฐกิจในครัวเรือน ปัญหาเหล่านี้ทำให้บลูเทคซิตี้ เล็งเห็นความสำคัญของสุขภาพและสิ่งแวดล้อม จึงเกิดเป็นแรงบันดาลใจให้ทำโครงการ 'ทุ่งสมุนไพรป่าชายเลนแห่งแรกของประเทศไทย' โดยการเชิญปราชญ์ชาวบ้านมาแนะนำการปลูกสมุนไพรพื้นถิ่นไทย 'ต้นเหงือกปลาหมอ' ที่มีประวัติการนำมาใช้เป็นยาสมุนไพรมาตั้งแต่โบราณกาล โดยมักพบในบริเวณป่าชายเลน สามารถนำเป็นยาและเป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง อีกทั้งพื้นที่ดังกล่าวยังเป็นพื้นที่อนุรักษ์ป่าชายเลน สร้างความสมดุลให้กับสิ่งแวดล้อม รวมถึง สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับชุมชนโดยรอบ เป็นแหล่งพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมภายในตำบลเขาดิน ให้เป็นหนึ่งในเมืองอัจฉริยะ เพื่อเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจแบบองค์รวมได้เป็นอย่างดี โดยร่วมมือกับภาคีเครือข่าย ประกอบด้วย กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง /กอ.รมน.จังหวัดฉะเชิงเทรา มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ มหาวิทยาลัยบูรพา สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดฉะเชิงเทรา และองค์การบริหารส่วนตำบลเขาดิน

‘บิ๊กป้อม’ เผย ทุกหน่วยรับมือฤดูฝนอย่างเคร่งครัด ‘บรรเทาภาระ - ลดผลกระทบ’ ต่อประชาชนได้มาก

พล.อ.ประวิตร เผย ทุกหน่วยงานดำเนินการตาม 13 มาตรการรับมือฤดูฝนอย่างเคร่งครัด ลดผลกระทบต่อประชาชนได้เป็นอย่างมาก

(6 ธันวาคม 2565) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี รายงานต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ว่า จากการประชุมคณะอนุกรรมการอำนวยการด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ เพื่อติดตามการดำเนินการตาม 13 มาตรการรับมือฤดูฝน ในพื้นที่ภาคใต้ และ 10 มาตรการรองรับฤดูแล้ง หน่วยงานได้ดำเนินการอย่างเคร่งครัด ลดผลกระทบต่อประชาชนเป็นอย่างมาก 

‘ตำรวจปคบ.-อย.’ จับ 8 คลินิกความงามเถื่อน ‘ฉีดฟิลเลอร์-โบท๊อกซ์’ โดยไม่ได้รับอนุญาต

(6 ธ.ค. 65) เมื่อเวลา 10.00 น. พล.ต.ต.อนันต์ นานาสมบัติ ผบก.ปคบ.พ.ต.อ. ธรากร เลิศพรเจริญ รองผบก.ปคบ. พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก.4 บก.ปคบ. พร้อมด้วย นพ.ภานุวัฒน์ ปานเกตุ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ภญ.อรัญญา เทพพิทักษ์ ผอ.ศูนย์จัดการเรื่องร้องเรียนและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สุขภาพ (ศรป.) ร่วมกันแถลงผลกวาดล้างจับกุมคลินิกเสริมความงามเถื่อน 8 แห่งในพื้นที่ กรุงเทพฯ, ชลบุรี, สมุทรสงคราม และปทุมธานี

จากการตรวจค้นเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาไว้ได้ 8 ราย คือน.ส.ธนัศร ชัยสมศรี อายุ 24 ปี, น.ส.ศรีษุณี ปัญญาวัฒน์ อายุ 36 ปี, น.ส.ณปาภัทร ชิณะวิ อายุ 39 ปี, นายจิรัฏฐ์ ลาภะนาวิน อายุ 23 ปี, น.ส.ศศิพัชร์ ตะสิงห์ อายุ 36 ปี, นายกรกรต หมวกไสว อายุ 54 ปี, น.ส.บุญพา ผาสุข อายุ 48 ปี และ น.ส.อังคนาง อินทวี อายุ 26 ปี

พ.ต.อ.เนติ เปิดเผยว่า ก่อนหน้าได้รับเรื่องร้องเรียนจาก อย.และ สบส. ให้สืบสวนกรณีมีบุคคลแอบอ้างตัวเป็นแพทย์หลอกเสริมความงามให้ประชาชนหลายพื้นที่ ผู้ให้บริการไม่ใช่แพทย์จริง ๆ บางรายก็ใช้การศึกษาวิธีการฉีดเสริมความงามด้วยตนเองจากทาง YouTube และสั่งยาต่าง ๆ จากช่องทางออนไลน์ ก่อนมาทดลองฉีดหน้าตนเอง ก่อนจะมาทำให้กับลูกค้า

พ.ต.อ.เนติ กล่าวต่อว่า จากการตรวจค้นพบเป็นคลินิกที่เปิดให้เปิดให้บริการโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมตรวจยึดของกลางได้ 836 รายการ ส่วนใหญ่เป็นยาและเวชภัณฑ์ 109 รายการ, เครื่องมือแพทย์และอุปกรณ์ตรวจรักษา 57 รายการ, เวชระเบียน 670 รายการ ผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพว่า ไม่มีใบประกอบวิชาชีพเวชกรรมแต่อย่างใด โดยกลุ่มผู้ต้องหาจะมีที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะพยาบาลศาสตร์แค่ 2 ราย, มัธยมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 4 ราย, ปวส. 1 ราย และป.6 อีก 1 ราย

เบื้องต้นจึงส่งตัวผู้ต้องหาทั้งหมดให้พนักงานสอบสวน กก.4 ปคบ.ดำเนินคดี ความผิดตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล ฐาน ‘ประกอบกิจการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต และดำเนิน กิจการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต, ประกอบวิชาชีพเวชกรรมฯ, ขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาต และขายยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตารับยา’

เพชรบูรณ์-จัดโครงการเครือข่ายหมู่บ้าน/ชุมชนร่วมใจต้านภัยยาเสพติดจังหวัดเพชรบูรณ์ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566

ที่กองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดเพชรบูรณ์ ที่ 1 นายชนก มากพันธุ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธานพิธีเปิดการฝึกอบรม 'โครงการเครือข่ายหมู่บ้าน/ชุมชนร่วมใจ ต้านภัยยาเสพติด จังหวัดเพชรบูรณ์ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566' โดยมีนายชัยสิทธิ์ ชัยสัมฤทธิ์ผล ปลัดจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวรายงาน พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการ และผู้เข้ารับการฝึกอบรมจาก 11 อำเภอ จำนวน 100 คน เข้าร่วม

นายชัยสิทธิ์ ชัยสัมฤทธิ์ผล ปลัดจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวว่า ที่ทำการปกครองจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้จัดทำ โครงการเครือข่ายหมู่บ้าน/ชุมชนร่วมใจต้านภัยยาเสพติด จังหวัดเพชรบูรณ์ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 จำนวน 1 รุ่น โดยใช้เวลาการฝึกอบรมจำนวน 2 คืน 3 วัน ระหว่างวันที่ 6-8 ธันวาคม 2565 มีผู้เข้ารับการฝึกอบรมจาก 11 อำเภอ จำนวน 100 คน โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อสำรวจกลุ่มเป้าหมาย เยาวชน ที่มีแนวโน้มหรือมีโอกาสที่จะเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดหรือสร้างปัญหาในพื้นที่หมู่บ้าน/ชุมชนในอนาคต เพื่อใช้เป็นกลุ่มเป้าหมายในการเฝ้าระวัง เพื่อคัดเลือกประชาชนวัยเสี่ยง ห้วงอายุ 13-29 ปี ที่อำเภอเห็นว่าเป็นผู้ที่จะสามารถนำมาพัฒนาให้เป็นผู้นำ หรือเป็นแนวร่วมทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อป้องกันปัญหายาเสพติดในพื้นที่ได้ตามเป้าหมายที่กำหนด เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันและหากิจกรรมการมีส่วนร่วมให้แก่ประชาชนวัยเสี่ยง ห้วงอายุ 13-29 ปี ที่ไม่ได้อยู่ในระบบการศึกษาภาคปกติ หรือกลุ่มว่างงาน หรือเป็นผู้มีจิตอาสาช่วยเหลืองานสาธารณประโยชน์ ได้มีส่วนร่วมในการป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับครอบครัวและชุมชน ได้ตระหนักรู้ถึงปัญหายาเสพติด เพื่อลดและป้องกันผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติดรายใหม่ โดยการมีส่วนร่วมทำกิจกรรมกลุ่มในชุมชนอย่างต่อเนื่อง และเพื่อเพิ่มศักยภาพและประสิทธิภาพการทำงานของอำเภอ ในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยการนำประชาชนที่ผ่านการ ฝึกอบรมหลักสูตร มาช่วยเหลืองานของทางราชการ หรือการรวมกลุ่มจัดกิจกรรมรูปแบบต่างๆ ร่วมกัน เช่น ดนตรี กีฬา หรืองานบริการสาธารณประโยชน์ในพื้นที่


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top