Saturday, 4 July 2026
Hard News Team

'หนุ่มใหญ่เมืองน้ำหอม' หลอกคนไทยลงทุนสินค้าแบรนด์เนม ตีสนิทผู้เสียหายหลายรายให้ตายใจ ก่อนเชิดเงิน

(5 ธ.ค. 65) พล.ต.อ.ดํารงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร.ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ ผบก.สส.สตม.,และเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.สส.สตม. กวดขันจับกุมคนต่างด้าวที่แฝงเข้าอยู่ในประเทศไทยเพื่อใช้เป็นสถานที่ก่ออาชญากรรมในรูปแบบต่าง ๆ สร้างความเสียหายให้กับประชาชนและภาพลักษณ์ของประเทศ โดยเน้นย้ำสถานที่พักอาศัยที่คนต่างด้าว พักอาศัย เจ้าของหรือผู้ครอบครองดูแลต้องแจ้ง ต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองภายใน 24 ชั่วโมง ตามมาตรา 38 แห่ง พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522​

'หมอธีระวัฒน์' ยก 10 เรื่องการันตี 'โควิด' ดีขึ้นจริง แม้ยังติดเชื้อเข้มข้นในหลายประเทศและในไทย

(5 ธ.ค. 65)  ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า โควิดน่าจะดีขึ้นจริง

1. แม้ว่าการติดเขื้อจะเข้มข้นหนาแน่นในหลายประเทศและในไทย

2. แต่ข้อสำคัญ ต้องดูอัตราเข้า รพ. และเสียชีวิต

3. และสาเหตุที่เข้า รพ. และตาย เป็นสาเหตุตรงจากโควิดหรือมีโรคอื่นเป็นตัวการอยู่ แต่ตรวจเจอโควิด?

4. ทั่วโลก ในข้อ 2 ดีขึ้นมาก และมาตรการผ่อนคลายจนเกือบหมดแล้ว ยกเว้น ญี่ปุ่น ที่เข้า รพ. และเสียชีวิตมาก และ เยอรมัน ที่เสียชีวิตมาก แต่คงต้องดู ข้อ 3 ประกอบ ว่าเป็นสาเหตุตรง?

5. จีน ประชากร 1,600 ล้านคน แต่จำนวนเข้า รพ. ไม่ได้มาก และตายน้อยมาก จากข้อมูลจากรัฐบาลจีนที่ตรวจใช้ พีซีอาร์แบบถี่ยิบ

6. ดังนั้น อย่างใดอย่างหนึ่ง ไม่น่าอธิบาย

>> แอฟริกาใต้ วัคซีนน้อยมาก โรคสงบมานาน

>> ยุโรป เรียบร้อยหมด

>> อังกฤษ สงบ

>> จีน วัคซีนเชื้อตาย 2 – 3 เข็ม ฉีดให้ประชากรมากกว่า 70% และตายน้อยมากในสถานการณ์โอมิครอนปัจจุบัน ที่อาจมี BF.7 ด้วยซ้ำ

>> ญี่ปุ่น เยอรมัน mRNA วัคซีน กันหลายเข็มด้วยซ้ำทั้งประเทศ

>> ญี่ปุ่น กับ อเมริกา เชื้อดูจะใกล้กัน ด้วยแต่ อเมริกากลับดีกว่า

ผบ.ตร.ปรุงอาหาร โรงครัวพระราชทาน 'วันพ่อแห่งชาติ' ถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

วันนี้ (5 ธันวาคม 2565) เวลา 09.45 น. ที่วัดปทุมวนารามฯ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ ผู้ช่วย ผบ.ตร, พล.ต.ท ธิติ แสงสว่าง ผบช.น., พล.ต.ท.โสภณรัชต์  สิงหจารุ พตร., พล.ต.ต.สยาม บุญสม รอง ผบช.น. และจิตอาสา 904 เข้าร่วมกิจกรรมจิตอาสาพระราชทาน 'วันพ่อแห่งชาติ' เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 5 ธันวาคม ร่วมกับเจ้าหน้าที่ส่วนราชการ ภาคเอกชน ผู้มาให้บริการประชาชนในพื้นที่

โดยจัดกิจกรรมจิตอาสา การออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ของโรงพยาบาลตำรวจ ตรวจสุขภาพทั่วไป ตรวจช่องปาก และฟัน ตรวจโรคเกี่ยวกับตา กล้ามเนื้อและกระดูก มีการทำกายภาพบำบัด และฝังเข็ม โดยกลุ่มงานเวชศาสตร์ฟื้นฟู การให้บริการคำปรึกษาด้านต่างๆ โดยกลุ่มงานพยาบาลตำรวจและกลุ่มงานเวชศาสตร์ครอบครัว และมีการสาธิตการทำ CPR

'นายกฯ-ภริยา' เป็นประธานพิธีเจริญพระพุทธมนต์-ทำบุญตักบาตร คล้ายวันพระบรมราชสมภพ ในหลวงรัชกาลที่ 9

'บิ๊กตู่' และ 'อาจารย์น้อง' เป็นประธานพิธีเจริญพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตร เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2565 เป็นประธานพิธีวางพานพุ่มและถวายบังคม เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2565

(5 ธ.ค. 65) 7.30 น. ที่พิธีท้องสนามหลวง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม และ นางนราพร จันทร์โอชา ภริยา เป็นประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตร เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2565 โดยมีคณะองคมนตรีและภริยา ประธานรัฐสภา ประธานศาลฎีกาและภริยา ประธานวุฒิสภา ประธานองค์กรตามรัฐธรรมนูญและภริยา รองนายกรัฐมนตรีและภริยา หน่วยราชการในพระองค์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้บัญชาการเหล่าทัพและภริยา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและภริยา หัวหน้าส่วนราชการระดับปลัดกระทรวงหรือเทียบเท่า ปลัดกรุงเทพมหานคร และผู้แทนองค์กรภาคีเครือข่ายภาคเอกชน ร่วมพิธีซึ่งพร้อมใจแต่งกายชุดสุภาพโทนสีเหลือง

เมื่อนายกรัฐมนตรีและภริยาเดินทางถึงปะรำพิธีท้องสนามหลวง พระสงฆ์ จำนวน 10 รูปขึ้นนั่งอาสน์สงฆ์ นายกรัฐมนตรีจุดเทียนบูชาพระรัตนตรัย จุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เจ้าหน้าที่อาราธนาศีล พระสงฆ์ให้ศีล พระสงฆ์ให้ศีล จบ สวดพระพุทธมนต์

จากนั้น คณะองคมนตรีและภริยา นายกรัฐมนตรีและภริยา ประธานรัฐสภา ประธานศาลฎีกาและภริยา ประธานวุฒิสภา ประธานองค์กรตามรัฐธรรมนูญและภริยา รองนายกรัฐมนตรีและภริยา หน่วยราชการในพระองค์ ถวายเครื่องไทยธรรมแด่พระสงฆ์ จำนวน 10 รูป นายกรัฐมนตรีถวายผ้าไตร จำนวน 10 ไตร พระสงฆ์สดัปกรณ์ อนุโมทนา นายกรัฐมนตรีกรวดน้ำรับพร กราบลาพระรัตนตรัย ถวายความเคารพพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

ต่อจากนั้น นายกรัฐมนตรีและภริยา นำผู้เข้าร่วมพิธีร่วมตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 189 รูป เสร็จพิธี

จากนั้น เวลา 08.30 น. ณ บริเวณพิธีท้องสนามหลวง พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และนางนราพร จันทร์โอชา ภริยา เป็นประธานในพิธีวางพานพุ่มและถวายบังคม เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2565 โดยมีประธานรัฐสภา ประธานศาลฎีกาและภริยา ประธานวุฒิสภา ประธานองค์กรอิสระและคู่สมรส คณะรัฐมนตรีและคู่สมรส เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้บัญชาการเหล่าทัพและภริยา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและภริยา หัวหน้าส่วนราชการระดับปลัดกระทรวงหรือเทียบเท่า ปลัดกรุงเทพมหานคร และภาคีเครือข่ายภาคเอกชน ร่วมพิธี

นายกรัฐมนตรีวางพานพุ่มดอกไม้ในนามนายกรัฐมนตรี 1 พาน และในนามคณะรัฐมนตรี 1 พาน จากนั้น ภริยานายกรัฐมนตรีวางพานพุ่มดอกไม้ในนามคู่สมรสคณะรัฐมนตรี 1 พาน จากนั้น นายกรัฐมนตรีกล่าวน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ความว่า “เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติในวันนี้ ข้าพระพุทธเจ้า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี ข้าราชการ และพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า ต่างน้อมจิตมั่นร้อยรวมดวงใจเป็นหนึ่งเดียวกัน เพื่อแสดงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาสุดมิได้

ผบ.ตร.สั่งตรวจสอบเหตุตำรวจ ตชด.ภ.2 ยิงกันเสียชีวิต กำชับดำเนินคดีตามกฎหมาย ดูแลเยียวยาผู้เสียชีวิต

วันนี้ (5 ธ.ค.2565 ) เวลา 13.00 น. พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เปิดเผยถึงกรณี ตำรวจ ตชด.ภาค 2 ยิงตำรวจ ตชด. สังกัดเดียวกัน เสียชีวิตที่บริเวณป้อมยามทางเข้าบ้านพัก ตชด.ภาค 2 จ.ขอนแก่นว่า

จากการได้รับรายงานในเบื้องต้นทราบว่า เมื่อช่วงเช้าเวลาประมาณ 08.45 น. ตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น ได้รับรายงานว่ามีเหตุตำรวจยิงกันเสียชีวิต บริเวณป้อมยามทางเข้าบ้านพัก ตชด.ภาค 2 จึงเดินทางไปตรวจสอบ 

พบผู้ก่อเหตุ คือ ด.ต.ชูชาติ ปลวกเขียว อายุ 49 ปี สังกัด ตชด.ภาค 2 ได้ก่อเหตุยิง ด.ต.พิชิต แสนขันธ์ อายุ 44 ปี สังกัดเดียวกัน ด้วยอาวุธปืนขนาด 9 มม. จำนวน 3 นัด จน ด.ต.พิชิตฯ เสียชีวิต 

ตำรวจ ปส.รวบเครือข่ายยาบ้าคาปั๊ม หลังดัดแปลงรถกระบะทึบซุกยาบ้า 1.4 ล้านเม็ด ขยายผลจับเพิ่มทั้งคนรับและเจ้าของยา

ยาเสพติดคือปัญหาที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเดินหน้าแก้ไขอย่างจริงจัง เพื่อสกัดกั้นการลำเลียงจากประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ให้เข้าสู่พื้นที่ประเทศไทยในทุกช่องทาง รวมทั้งเป็นนโยบายเร่งด่วนที่สำคัญของพล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ที่มุ่งเน้นปราบปรามยาเสพติดในทุกมิติการทำงาน ภายใต้การอำนวยการ ของ พล.ต.อ.ชินภัทร สารสิน รอง ผบ.ตร.(กม) /ผอ.ศอ.ปส.ตร., พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผช.ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร., พล.ต.ท.สรายุทธ สงวนโภคัย ผบช.ปส., พล.ต.ต.คมสิทธิ์ รังไสย์ ผบก.ปส.3 ได้สั่งการให้เร่งกวาดล้างเครือข่ายยาเสพติดทั้งรายเก่า และป้องกันไม่ให้เกิดเครือข่ายหน้าใหม่                                  

ล่าสุดช่วงเย็นวันที่ 3 ธันวาคม ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ปส.3 สนธิกำลังทหาร จับเครือข่ายยาเสพติด คือ 
1. นายชนินทร์ เลือดขุนทด อายุ 28 ปี
2. นายนนทวัฒน์ สุดแสน อายุ 23 ปี ภายในปั๊มน้ำมัน ปตท.พาน (ขาเข้า) ถนนพหลโยธิน ต.เมืองพาน อ.พาน จ.เชียงราย หลังสืบสวนขยายผลพบ นายชนินทร์ ได้ขับรถมารับยาบ้า จำนวน 1.4 ล้าน โดยดัดแปลงรถกระบะตู้ทึบให้มีช่องซุกซ่อนยาบ้าเพื่อไปส่งให้กับกลุ่มผู้รับยาเสพติดในพื้นที่ภาคกลาง ชื่อ น.ส.ฝน โดยมีรถยนต์หมายเลขทะเบียน ผท 7415 เชียงราย ขับรถนำทางไป เจ้าหน้าที่จึงสืบสวนและติดตาม น.ส.ฝน ที่ผู้ต้องหาอ้าง กระทั่งวันที่ 4 ธ.ค. สามารถจับกุม 

บิ๊กเด่นส่งทีม PCT ทลายกลุ่ม startup คอลเซ็นเตอร์เมืองไทย หลังจิ๊กโพยของบอสจากประเทศเพื่อนบ้าน ข้ามกลับมาเปิดเองในประเทศไทยได้ 2 เดือน

ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ให้ความสำคัญในเรื่องการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์นี้เป็นอันดับหนึ่งเพราะสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน โดยล่าสุด ทีมนักวิเคราะห์แผนประทุษกรรมของ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์  กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. มือปราบคอลเซ็นเตอร์ได้วิเคราะห์ข้อมูลพบแก๊งคอลเซ็นเตอร์กลุ่มใหม่เกิดขึ้นในข้อมูลระบบการรับแจ้งความออนไลน์ ชักชวนให้ลงทุนและทำภารกิจ ภายใต้บริษัทปลอมที่ใช้ชื่อว่า E-SHIPING.SHOP พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ฯ จึงได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. ในฐานะหัวหน้าชุด ศปอส.ตร. (PCT) ชุดที่ 5 ดำเนินการสืบสวนจนทราบว่าแก๊งดังกล่าวอยู่ในประเทศไทย ซึ่งตามปกติจะอยู่ฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน จนสืบสวนทราบถึงสถานที่ตั้งก่อนนำกำลังบุกทลาย ภายในคอนโดย่าน ต.ท้ายบ้านใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ มีผู้ร่วมขบวนการภายในห้องมีจำนวน 4 คน ตรวจยึดคอมพิวเตอร์ 3 เครื่อง  โทรศัพท์มือถือจำนวน 9 เครื่อง สมุดบัญชีจำนวน 5 เล่ม ซิมการ์ดโทรศัพท์ 38 ซิม จากการตรวจสอบพบว่าข้อมูล รูปแบบการหลอกลวงเรียกได้ว่าถอดแบบมาจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่อยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งท้ายสุด หนึ่งในผู้ร่วมขบวนการได้ยอมรับว่าได้นำความรู้ นำ Knowhow ที่ได้จากการไปทำในประเทศเพื่อนบ้านกลับมาทำเอง เพราะคิดว่าตัวเองมีความรู้ระดับอาจารย์ไม่จำเป็นที่จะต้องไปทำในประเทศเพื่อนบ้านเพื่อรับเปอร์เซ็นต์จากคนจีนแค่ 3% โดยวาดฝันไว้ว่าตนเองจะเป็นผู้ก่อตั้งแก๊งคอลเซ็นเตอร์ของคนไทยเจ้าแรก และจะเป็น Start Up เพื่อขยายกิจการในประเทศไทย แต่ทำได้เพียง 2 เดือนก็มาถูกจับเสียก่อน

เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. 65 เวลาประมาณ 13.00 น. พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร.  พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร.  พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น./ หน.ชุดปฏิบัติการ PCT ที่ 5 พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง พ.ต.ท.ชัยวัฒน์ จงเจริญ พ.ต.ต.คณิตนนท์ ถนอมศรี ร.ต.อ.วุฒินันท์ คงดี ร.ต.อ.ปรมา ปราณี ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ศปอส.ตร. (PCT) ชุดที่ 5 ร่วมกับชุดลาดตระเวนออนไลน์ บก.สส.บช.น. สืบสวนติดตามนำมาสู่การเข้าตรวจค้น ห้องพักเลขที่ 188/130 คอนโดน๊อตติ้งฮิลล์ ถ.แพรกษา ต.ท้ายบ้านใหม่ อ.เมือง จว.สมุทรปราการ ตามหมายค้นศาลจังหวัดสมุทรปราการที่ 762/2565 ลงวันที่ 4 ธ.ค. 65 จับกุมตัวผู้ต้องหาดังนี้

นายสุพรพงษ์ ปัญญาไว หรือแบงค์ อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 977/64 ถนนสามเสน แขวงถนนนครชัยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นบุคคลตามหมายจับศาล จ.สุพรรณบุรีที่ จ.236/2565 ลงวันที่ 4 ธ.ค. 65 โดยกล่าวหาว่า 'ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น พร้อมยึดของกลางไว้ ดังนี้
1. คอมพิวเตอร์ อออินวัน จำนวน 3 เครื่อง
2. โทรศัพท์มือถือจำนวน 9 เครื่อง
3. สมุดบัญชีจำนวน 5 เล่ม
4. ซิมการ์ดโทรศัพท์ 38 ซิม
จับกุมตัวผู้ต้องหาได้ที่ภายในคอนโดย่าน ต.ท้ายบ้านใหม่ อ.เมือง จว.สมุทรปราการ
พฤติการณ์กล่าวคือ ทีมนักวิเคราะห์แผนประทุษกรรมของ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ 
ผบ.ตร. (มือปราบคอลเซ็นเตอร์) ได้วิเคราะห์ข้อมูลพบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ “กลุ่มใหม่” เกิดขึ้นในข้อมูลระบบการรับแจ้งความออนไลน์ ซึ่งมีรูปแบบการหลอกลวงให้หลงรักก่อน จากนั้นจะชักชวนให้ 'ลงทุนและทำภารกิจ' ภายใต้บริษัทปลอมที่ชื่อว่า E-SHIPING.SHOP 

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ฯ จึงได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. หรือ หัวหน้าชุด ศปอส.ตร. (PCT) ชุดที่ 5 สืบสวนจนทราบว่าแก๊งดังกล่าวนี้มีอฟฟิศตั้งอยู่ที่ ห้องพักเลขที่ 188/130 คอนโดน๊อตติ้งฮิลล์ ถ.แพรกษา ต.ท้ายบ้านใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ซึ่งโดยปกติออฟฟิศของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่หลอกลวงคนไทยจะอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน ไม่มีการตั้งอยู่ในประเทศไทยมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว ซึ่งต่อมา พล.ต.ต.ธีรเดชฯ ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุด PCT5 เข้าตรวจค้น ห้องพักเลขที่ 188/130 คอนโดน๊อตติ้งฮิลล์ ถ.แพรกษา ต.ท้ายบ้านใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ตามหมายค้นศาลจังหวัดสมุทรปราการที่ 762/2565 ลงวันที่ 4 ธ.ค. 65 ซึ่งเป็นที่ตั้งออฟฟิศแก๊งคอลเซ็นเตอร์ดังกล่าว ผลการตรวจค้นพบนายสุพรพงษ์ ปัญญาไว หรือแบงค์ ผู้ต้องหา นางสาวทิพวรรณ ปัญญาไว หรือแหม่ม    น.ส.สิริธร หมื่นโฮ้ง หรือแสตมป์ และน.ส.คณิณัช จิรโชควนิช หรือแฟง ทั้ง 4 คน อาศัยอยู่ภายในห้องพัก และตรวจค้นพบ คอมพิวเตอร์ 3 เครื่อง , โทรศัพท์มือถือจำนวน 9 เครื่อง , สมุดบัญชีจำนวน 5 เล่ม , ซิมการ์ดโทรศัพท์ 38 ซิม ซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูลทั้งในโทรศัพท์และคอมพิวเตอร์ทำให้ทราบว่าทั้ง 4 ได้ร่วมกันหลอกลวงโดยมีแผนประทุษกรรมคือ จะสร้างเฟสบุ๊คปลอม (อวตาร) โดยใช้ภาพโปรไฟล์เป็นสาวสวยแล้วขักชวนเพื่อนในเฟสบุ๊ค 

กล่าวคือเป็นการพูดคุยเชิงชู้สาวเพื่อชักชวนมาลงทุน โดยเมื่อเหยื่อสนใจ จะเชิญเข้า 'กลุ่มไลน์' โดยอ้างว่าเป็นบริษัทที่ชื่อว่า E-SHIPING.SHOP ซึ่งแท้จริงเป็นบริษัทที่ไม่มีอยู่จริง และจากนั้นจะให้คุยกับ อ.กอล์ฟ ซึ่งเป็นตัวตนปลอมที่อุปโลกน์ตนเองว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน หลอกเสนอขายแผนโปรแกรม หลายๆแบบ เช่นการท่องเที่ยว การแต่งงาน แล้วหลอกให้โอนเงินร่วมลงทุนตามแผนงานต่าง ๆ เหล่านั้น เหมือนเป็นการหลอกให้ทำภารกิจโดยอ้างว่าเมื่อเหยื่อโอนเงินมาแล้วทำภารกิจเสร็จจะได้เงินคืนในจำนวนมากกว่าเดิม โดยภายในกลุ่มไลน์ดังกล่าวจะมีเหยื่ออยู่ในกลุ่มเพียงคนเดียว ที่เหลือจะเป็นหน้าม้าทั้งหมด โดยจะมีการให้หน้าม้าแสร้งสงภาพสลิปการโอนเงินทำทีว่าได้รับเงินจริง

แต่แท้จริงเป็นสลิปการโอนเงินปลอม ซึ่งเมื่อเหยื่อเห็นว่าคนในกลุ่มได้รับเงินโอนจริงจะเกิดความโลภและยอมโอนเงินลงทุนในที่สุด และเมื่อเหยื่อโอนเงินแล้วจะทำทีแสดงข้อมูลในโปรแกรมโชว์ยอดรายได้ให้เหยื่อเห็น แต่เหยื่อต้องการถอนเงินก็จะไม่สามารถถอนได้ โดยจะอ้างว่าเหยื่อทำผิดวิธี และจะชักชวนให้ลงทุนเพิ่มไปเรื่อยๆ โดยรูปแบบการวางระบบของแก๊งคอลเซ็นเตอร์กลุ่มนี้เป็นรูปแบบเดียวกับหลายๆแก๊งที่ตั้งออฟฟิศอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน แต่กลุ่มนี้สามารถรวบรัดระบบต่างๆไว้ในห้องๆเดียวด้วยคอมพิวเตอร์เพียง 3 เครื่อง และใช้คนจัดการเพียง 4 คน ซึ่งมีทั้งการทำระบบหลังบ้าน , ระบบการแบ่งห้องไลน์สนทนา , ระบบแถว 1 ที่การชักชวนเหยื่อ , การปลอมสลิปด้วยเทมเพลตในโปรแกรม Photoshop และอีกหลายขั้นตอน ซึ่งบ่งบอกถึงประสบการณ์และความเข้าใจในการทำแก๊งคอลเซ็นเตอร์เป็นอย่างดี  ซึ่งหลังเสร็จสิ้นการตรวจค้น ชุดจับกุมได้ทำการจับกุมตัว นายสุพรพงษ์ ปัญญาไว หรือแบงค์ ตามหมายจับของศาล นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.หนองหญ้าไซ จ.สุพรรณบุรี ดำเนินคดีตามกฏหมาย และได้นำตัวอีก 3 รายมาซักถามปากคำที่ สภ.เมืองสมุทรปราการ  

รู้จัก 'พระบรมราชานุสาวรีย์ ร.9' แห่งอุทยานเฉลิมพระเกียรติฯ สวนสาธารณะแห่งใหม่ที่ในหลวง ร.10 พระราชทานเพื่อปวงชน

ย้อนไปเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2565 เวลา 17.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์ ร.9 หรือพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ณ อุทยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร

สำหรับพระบรมราชานุสาวรีย์ ร.9 หรือ พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ตั้งอยู่ในอุทยานเฉลิมพระเกียรติฯ เขตดุสิต มีขนาดความสูงถึง 7.7 เมตร หรือขนาด 4 เท่าครึ่งของพระองค์จริง ทรงฉลองพระองค์เครื่องแบบทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หันพระพักตร์ไปทางพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต ถนนศรีอยุธยา หล่อด้วยโลหะสัมฤทธิ์ ฐานพระบรมรูปตั้งอยู่บนลานรูปไข่ ส่วนแท่นฐานพระบรมราชานุสาวรีย์เป็นผังแปดเหลี่ยม ตามคติพระที่นั่งอัฐทิศอุทุมพรราชอาสน์ อันเป็นสัญลักษณ์เบื้องแรกแห่งการประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

ส่วนแท่นฐานพระบรมราชานุสาวรีย์ทั้ง 8 เหลี่ยมมีแผ่นจารึกถึงพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงประกอบพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อนำพาประเทศชาติอยู่ดีมีสุข อันก่อให้เกิดความผูกพันและความจงรักภักดีที่ประชาชนมีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นเอกลักษณ์สำคัญของไทยที่ไม่มีชาติใดเสมอเหมือน

ทั้งนี้ อุทยานเฉลิมพระเกียรติฯ เขตดุสิต มีชื่อเต็มว่า  'อุทยานเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร' มีพื้นที่ทั้งหมด 297 ไร่ เป็นสวนสาธารณะแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ ตั้งอยู่บริเวณหัวมุมสามแยกนางเลิ้ง ล้อมรอบด้วยถนนสวรรคโลก ถนนศรีอยุธยา ถนนพระรามที่ 5 และถนนพิษณุโลก ในพื้นที่แขวงสวนจิตรลดา เขตดุสิต

'ดร.ปกรณ์ GISTDA' นั่งประธานคกก.ดาวเทียมสำรวจโลก รับไม้ต่อจาก CNES เริ่มปฏิบัติหน้าที่ในปี 2023

ปลื้ม!! ดร.ปกรณ์ อาภาพันธุ์ ผู้อำนวยการ GISTDA ได้รับเลือกเป็น ประธานคกก.ดาวเทียมสำรวจโลกอย่างเป็นทางการต่อจาก CNES องค์กรอวกาศของฝรั่งเศส โดย GISTDA จะปฏิบัติหน้าที่ประธานคณะกรรมการดาวเทียมสำรวจโลก CEOS 2023 

ดร.ปกรณ์ อาภาพันธุ์ ผู้อำนวยการ GISTDA ในฐานะผู้แทน สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และคณะ เข้าร่วมประชุม 2022 CEOS Plenary ซึ่งเป็นการประชุมใหญ่ประจำปีของคณะกรรมการดาวเทียมสำรวจโลก (Committee on Earth Observation Satellites :CEOS) ที่มีองค์กรอวกาศภาครัฐด้านการสำรวจโลกด้วยดาวเทียมจากประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก และหน่วยงานนานาชาติที่เกี่ยวข้องเป็นสมาชิก 

สำหรับ CEOS Plenary 2022 จัดขึ้น เมื่อ 29 พฤศจิกายน - 1 ธันวาคม 2565 ที่ผ่านมา ที่เมือง Biarritz สาธารณรัฐฝรั่งเศส โดยในการประชุมครั้งนี้ GISTDA ไดัรับมอบตำแหน่งประธานคณะกรรมการดาวเทียมสำรวจโลกอย่างเป็นทางการต่อจาก CNES ซึ่งเป็นองค์กรอวกาศของสาธารณรัฐฝรั่งเศส โดย GISTDA จะปฏิบัติหน้าที่ประธานหรือ CEOS Chair นับตั้งแต่เริ่มรับตำแหน่งรวมเป็นเวลาประมาณ 1 ปี 

ดร.ปกรณ์ อาภาพันธ์ุ ในฐานะประธานคณะกรรมการคนต่อไป ได้มอบนโยบายการทำงานของคณะกรรมการฯ ไว้ว่า ในความร่วมมือกันในมิติต่าง ๆ ของหน่วยงานสมาชิก ที่มีอยู่ นั้น CEOS จะให้ความสำคัญที่จะผลักดันภารกิจที่สำคัญใน 2 เรื่องมากเป็นพิเศษ คือ...

เรื่องแรก คือ การใช้เทคโนโลยีการสำรวจโลกด้วยดาวเทียมในการติดตามการปลดปล่อยและเก็บกักคาร์บอนในพื้นที่ต่างๆ ทั่วโลก เพื่อช่วยลดผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก โดยหน่วยงานสมาชิกจะร่วมกันนำข้อมูลจากดาวเทียมและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องมาใช้เป็นเครื่องมือที่สำคัญในการสำรวจและตรวจวัดการกักเก็บคาร์บอน ให้นำไปสู่การบรรเทาปัญหาโลกร้อน ตามแนวทางและเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของ UNFCCC 

เรื่องที่ 2 ขอให้ CEOS ให้ความสำคัญ นั้น คือการพัฒนาแนวทางการส่งเสริม New Space Economy โดย GISTDA จะร่วมกับองค์กรอวกาศจากภูมิภาคต่างๆ เข่น ESA, NASA, USGS, JAXA, CNES และ CSA เป็นแกนหลักในการพัฒนาข้อเสนอแนวทางดังกล่าวจากการรวบรวมข้อคิดเห็นและประสบการณ์ของหน่วยงานสมาชิกในเรื่องการส่งเสริมและทำงานร่วมกับภาคเอกชนที่เป็นธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการสำรวจโลกด้วยดาวเทียม

ทหารจัดงาน '5 ธันวา' ปวงประชาร่วมใจ น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ

เนื่องด้วยในวันที่ 5 ธันวาคม ของทุกปี เป็นวันคล้าย วันพระบรมราชสมภพ และวันพ่อแห่งชาติ นั้น

ในวาระอันสำคัญยิ่งนี้ กองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ 'พล.ร.2 รอ.' ได้จัดกิจกรรม ถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาส วันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 5 ธันวาคม 2565 เพื่อเป็นการเทิดทูน และแสดงออก ถึงความจงรักภักดี ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์

โดย พล.ต.สราวุธ ไชยสิทธิ์ ผบ.พล.ร.2 รอ. เป็นประธาน ในการจัดพิธี เเละกิจกรรมถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 5 ธันวาคม 2565 โดยมีผู้บังคับหน่วยขึ้นตรง พล.ร.2 รอ. ทุกระดับในพื้นที่ จว.ปราจีนบุรี พร้อมทั้งกำลังพลเข้าร่วมพิธีฯ ณ อาคารพรหมโยธี ค่ายพรหมโยธี  อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top