Friday, 10 July 2026
Hard News Team

ชื่นชม!! พลเมืองดีเก็บกระเป๋าหรูส่งคืนเจ้าของ ไหวพริบดี โชว์เบอร์โทรตนเองที่กล้องวงจรปิด

เมื่อวานนี้ (21 ก.พ.66) นายมาอาซซัรลาห์คาน คานมงคล อายุ 27 ปี (ผู้เสียหาย) ได้เดินทางเข้ามารับกระเป๋า กับนายมูฮำหมัด ยูโซะ (พลเมืองดี) ที่ลืมทิ้งไว้ที่ร้านซัก-อบแห้ง ณ สน.วังทองหลาง 

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 19 ก.พ.66 เวลาประมาณ 04.00 น. ผู้เสียหายได้นำผ้ามาซัก-อบแห้ง และได้วางกระเป๋าไว้บนโต๊ะภายในร้าน จากนั้นผู้เสียหายได้ซักผ้าตามปกติ จนกระทั่งซักผ้าเสร็จและได้กลับที่พัก เมื่อไปถึงที่พักจึงทราบว่าตนเองยังไม่ได้หยิบกระเป๋ามาจึงกลับไปดู ปรากฏว่าไม่พบกระเป๋าของตนเอง จึงเดินทางมาแจ้งความร้องทุกข์ต่อ พนักงานสอบสวน สน.วังทองหลาง เมื่อเวลา 10.00 น. ในวันเดียวกัน เพื่อติดตามคนร้ายที่ลักทรัพย์สินไป

‘ลัตเวีย’ ผ่าน กม. ยึดรถพวกเมาแล้วขับ แยกชิ้นส่วน-อะไหล่ บริจาคให้กองทัพยูเครน

รัฐสภาลัตเวียผ่านร่างกฎหมายฉบับแก้ไข ในด้านให้การสนับสนุนพลเมืองยูเครน เปิดทางยึดรถยนต์ที่ริบมาจากพวกเมาแล้วขับ แล้วส่งยานพาหนะเหล่านั้นให้แก่รัฐบาลยูเครน ตามรายงานของ Delfi เว็บไซต์ข่าวท้องถิ่น

"เราสามารถนำรถยนต์จากพวกเมาแล้วขับ นำไปขาย ทำให้มันเป็นเศษเหล็ก หรือแยกชิ้นส่วนเป็นอะไหล่ก็ได้ อย่างไรก็ตาม เราเห็นว่าสถานการณ์ในปัจจุบัน พวกมันน่าจะมีประโยชน์มากกว่าในการสนับสนุนประเทศยูเครน" ไรมอนด์ เบิร์กมานิส สมาชิกสภาระดับอาวุโสกล่าว

รัฐบาลลัตเวียจะตัดสินใจเป็นรายกรณีไป ว่ารถยนต์ที่ยึดมานั้นควรนำไปบริจาคหรือไม่ ขณะที่รถยนต์เหล่านั้นจะเป็นการส่งมอบผ่านองค์กรหนึ่ง ๆ ที่ประสานงานความร่วมมือกับรัฐบาลยูเครน และได้รับคำร้องขอความช่วยเหลือ

รัฐมนตรีคลังของลัตเวียเป็นผู้ผลักดันข้อเสนอส่งมอบรถยนต์ให้แก่กองทัพยูเครน และต่อมามันได้รับแรงสนับสนุนอย่างท่วมท้นจากพันธมิตรในรัฐสภา

ก่อนหน้านี้รัฐบาลผสม ก็เห็นพ้องต้องกันว่ามีความเป็นไปได้ที่จะมอบรถยนต์ที่ยึดจากพวกเมาแล้วขับให้กองทัพยูเครน Delfi รายงาน

‘ปิยบุตร’ โต้กลับ ‘พิธา’ “เอาดีเข้าตัว เอาชั่วให้ผม” ลั่น!! พฤติกรรมแบบนี้ ปล่อยผ่านไม่ได้

จากกรณีที่ นายปิยบุตร แสงกนกกุล อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อและอดีตเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) เผยแพร่บทวิเคราะห์ ‘แลนด์สไลด์ ที่พรรคก้าวไกล (ก.ก.) แก้ไม่ออก’ โดยช่วงหนึ่งกล่าวถึง ‘ผู้นำพรรคก้าวไกล’ นำมาสู่ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคก้าวไกล ออกมาระบุถึงการครบรอบ 3 ปี ยุบพรรคอนาคตใหม่ พร้อมกล่าวถึง ‘ปิยบุตร’ ต้อง ‘เลิกมือไม่พายเอาเท้าราน้ำ’ เลิกทำตัวไม่เป็นมืออาชีพ ทำตามที่ ‘ธนาธร’ เคยขอ กลับมาช่วยกันเท่าที่กฎหมายอนุญาต ทำให้คนที่เคยปรามาสอนาคตใหม่ ก้าวไกล คิดผิด และอนุญาตให้ตนและอีกหลายร้อยชีวิตที่พรรคมีสมาธิในการทำงานโค้งสุดท้ายนั้น

ล่าสุด (22 ก.พ.66) นายปิยบุตรกล่าวถึงโพสต์ของนายพิธา ผ่านเฟซบุ๊ก Piyabutr Saengkanokkul โดยระบุว่า เพิ่งได่อ่านที่ ‘คุณพิธา’ เขียน ‘เอาดีเข้าตัว เอาชั่วให้ผม’ ทั้งหมด Ok ได้ จัดไป

ผมจะเขียนอธิบายให้ฟังทั้งหมดยาว ๆ ทั้ง ๆ ที่ผมไม่อยากพูดเรื่อง ‘คุณพิธา’ เลย พยายามวิจารณ์พรรคอย่างตรงไปตรงมา ไม่พูดถึงตัวบุคคล แต่ ‘คุณพิธา’ ก็ให้เกียรติโพสต์สื่อสารถึงผมโดยตรงขนาดนี้ ก็ถือเสียว่า ‘คุณพิธา’ คงอยากคุยกับผมในที่สาธารณะ ผมจึงจำเป็นต้องตอบโดยละเอียดทุกประเด็น ประชาชน สมาชิก ผู้สนับสนุนพรรค จะได้รู้เสียทีว่า ‘คุณพิธา’ เอารัดเอาเปรียบพวกผม ทีมงาน พนักงาน ทีมจังหวัดทั่วประเทศ ส.ส. และผู้สมัคร ส.ส.เพียงใด ใครกันแน่ ‘มือไม่พาย เอาเท้าราน้ำ’ ใครกันแน่ ‘จับเสือมือเปล่า’

เมื่อวานเย็น ผมนัดกินข้าวกับเพื่อนมิตรและเพื่อน ส.ส. มีทีมงานมาบอกว่า ‘คุณพิธา’ โพสต์ตอบโต้ผม ให้ผมใจเย็น ๆ อย่าตอบโต้ ผมเองก็ไม่อะไร จนเจอธนาธร (ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ) กับชัยธวัช (ชัยธวัช ตุลาธน) ก็รำลึกความหลังครบรอบ 3 ปียุบพรรคอนาคตใหม่ที่เราริเริ่มมาด้วยกัน แล้วก็เคลียร์เรื่องนี้กันไป แต่พอผมกลับบ้านมา เปิดอ่านดู โอ้โฮ ‘คุณพิธา’ เขียนแบบ ‘เอาดีเข้าตัว เอาชั่วเข้าผม’ ไอ้นั่นเรื่องเล็ก

ผมมาเป็นนักการเมืองเจอเรื่องวิจารณ์กันแบบนี้ จะมา ‘ใจเสาะ’ แบบ ‘คุณพิธา’ ไม่ได้ แต่ที่น่ารังเกียจกว่า คือการเขียน ‘ขาวเป็นดำ ดำเป็นขาว’ เสียมากกว่า จนทำให้พนักงาน ทีมงาน ทั่วประเทศคงอึ้งไปตามๆ กันว่า ‘คุณพิธา’ เป็น ‘ผู้นำ’ เพื่อนร่วมงานกว่าร้อยชีวิต แล้วผมเป็นคนที่ ‘ไม่เป็นมืออาชีพ’ มาทำลายพรรคก้าวไกลอย่างที่ ‘คุณพิธา’ พูดจริงหรือ? เขียน ‘ขาวเป็นดำ’ ว่า ‘คุณพิธา’ เป็นพระเมสสิอาห์มากอบกู้พรรค ส่วนผมกลายเป็นพวกทำลายพรรค?

เมื่อไรก็ตามที่สื่อติดต่อผมให้ไปคุยเกี่ยวกับการวิจารณ์พรรคก้าวไกล ผมปฏิเสธทุกครั้ง เพราะไม่ต้องการให้บานปลาย ถือเสียว่าผมเป็น ‘คนนอก’ วิจารณ์เข้าไป (ซึ่งวัฒนธรรมการเมืองในต่างประเทศ ปัญญาชนที่เคยร่วมพรรคกันมา พอออกมา เขาก็วิจารณ์กันเป็นเรื่องปกติ) ก็ใช้เพจของผม เขียนไปเรื่อยๆ ไม่ขยายความดราม่าผ่านสื่อต่างๆ

‘บิ๊กป้อม’ วิดีโอคอลให้กำลังใจกลุ่มผู้พิการ โปรยยิ้มหวาน หลังเจอหยอด “รักจริงๆ ไม่ติงนัง”

(22 ก.พ. 66) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊ก FC ลุงป้อม ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอที่กลุ่ม FC ลุงป้อม ได้เข้าเยี่ยมและให้กำลังใจผู้พิการ ที่มูลนิธิส่งเสริมและพัฒนาคนพิการ จ.นนทบุรี โดยผู้พิการและคุณครูในมูลนิธิ อยากเห็น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และอยากพูดคุย

ก่อนที่ พล.อ.ประวิตรจะวิดีโอคอลเข้ามาพูดคุยกับกลุ่มผู้พิการ ท่ามกลางเสียงปรบมือ และแสดงความดีใจที่ได้มีโอกาสพูดคุยกับ พล.อ.ประวิตร โดยตรง โดย พล.อ.ประวิตร กล่าวทักทาย “สวัสดีทุกคน สบายดีนะครับ ขอบคุณในกำลังใจ และขอให้โชคดีทุกคน”

ทั้งนี้ ตัวแทนผู้พิการในมูลนิธิ ได้กล่าวขอบคุณ พล.อ.ประวิตร ที่เป็นกำลังใจให้กลุ่มผู้พิการมาโดยตลอด รวมทั้งผลักดันนโยบาย และโครงการที่ส่งเสริมสวัสดิการ และคุณภาพชีวิตให้กับผู้พิการทั่วประเทศมาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งขอให้ พล.อ.ประวิตร รักษาสุขภาพ และขอเป็นกำลังใจให้กับ พล.อ.ประวิตร ในการทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนต่อไป

'ปูติน' ระงับสนธิสัญญานิวเคลียร์กับสหรัฐฯ หลังพบสหรัฐฯ เริ่มพัฒนาหัวรบนิวเคลียร์แบบใหม่

ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ระบุระหว่างแถลงนโยบายประจำปีเมื่อวันอังคารว่า เขาระงับการมีส่วนร่วมของรัสเซียในสนธิสัญญาลดการครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ที่รัสเซียทำไว้กับสหรัฐอเมริกา และกล่าวหาชาติตะวันตกว่าทำให้ความขัดแย้งในยูเครนเลวร้ายลง

สำนักข่าวเอเอฟพีและรอยเตอร์รายงานว่า ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย แถลงนโยบายประจำปีในกรุงมอสโก เมื่อวันอังคารที่ 21 กุมภาพันธ์ 2566 ต่อสมาชิกรัฐสภาและนายทหารระดับสูงของรัสเซีย ก่อนหน้าไม่กี่วันที่จะครบรอบ 1 ปี ที่ทหารรัสเซียเริ่มบุกเข้าไปในยูเครนเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2565

ปูตินกล่าวหามหาอำนาจชาติตะวันตกว่าต้องการจำกัดรัสเซียให้หมดสิ้น และรัสเซียถูกบังคับให้ระงับการมีส่วนร่วมในสนธิสัญญา 'นิวสตาร์ต' ซึ่งเป็นสนธิสัญญาจำกัดการครอบครองหัวรบนิวเคลียร์ที่รัสเซียมีข้อตกลงไว้กับสหรัฐ แต่บอกว่าจะไม่ถอนตัวจากข้อตกลงทั้งหมด

ผู้นำรัสเซียกล่าวว่า บางคนในกรุงวอชิงตันกำลังคิดเรื่องกลับมาทดสอบอาวุธนิวเคลียร์อีกครั้ง ดังนั้นกระทรวงกลาโหมของรัสเซียและบริษัทนิวเคลียร์ของรัสเซียควรที่จะพร้อมทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ของรัสเซียถ้ามีความจำเป็น

ปูตินระบุแน่นอนว่าเราจะไม่เริ่มทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ก่อน แต่ถ้าสหรัฐอเมริกาดำเนินการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ เราจะทำเช่นกัน ไม่ควรมีภาพลวงตาที่อันตรายที่ว่าความเสมอภาคทางยุทธศาสตร์ของโลกสามารถถูกทำลายได้

'บิ๊กตู่' สั่ง ทุกฝ่ายจัดการอาชญากรรมไซเบอร์เด็ดขาด พร้อมเร่งพัฒนาระบบป้องกันบริการธุรกรรมออนไลน์

(22 ก.พ. 66) นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตาม และแก้ไขปัญหาอาชญากรรมไซเบอร์ของไทย ที่สร้างความเสียหายให้ประชาชนคนไทยเพิ่มขึ้นทุกปี เชื่อมั่นว่า เมื่อร่างพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ.... มีผลบังคับใช้จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการป้องกันความเสียหายที่เกิดขึ้น โดยธนาคารสามารถระงับธุรกรรมที่ผิดปกติ หรือต้องสงสัยได้ทันที

นายอนุชา กล่าวว่า จากสถิติการรับแจ้งความออนไลน์ ตั้งแต่ 1 มีนาคม 2565 – 6 กุมภาพันธ์ 2566 มีการแจ้งความอาชญากรรมทางเทคโนโลยี จำนวนทั้งสิ้น 192,031 คดี เท่ากับมีสถิติคดีแจ้งความประมาณ 1,000 รายต่อวัน มูลค่าความเสียหาย 29,546,732,805 บาท สามารถติดตามอายัดบัญชี 65,872 บัญชี อายัดได้ทัน 445,265,908 บาท มีผู้เสียหายสูงสุดมูลค่าถึง 100 ล้านบาท จึงเป็นสถานการณ์ขั้นวิกฤต ส่วนรูปแบบกลโกงของมิจฉาชีพ 5 อันดับแรก ได้แก่

1.) การหลอกลวงซื้อสินค้า
2). การโอนเงินหารายได้พิเศษ
3.) การหลอกให้กู้เงิน
4.) คอลเซ็นเตอร์
5.) การหลอกให้ลงทุน

นายอนุชา กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้พิจารณาแนวทางดำเนินการเพื่อแก้ไข ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เสนอออกพระราชกำหนดปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เพิ่มอำนาจในการสืบสวนสอบสวนให้มีประสิทธิภาพ พร้อมประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรู้เท่าทัน

ซึ่งการร่วมมือของภาครัฐและภาคเอกชน (Public Private Partnership PPP) เป็นการบูรณาการความร่วมมือเพื่อเป็นเครือข่ายในการยับยั้ง ป้องกัน และสร้างภูมิคุ้มกัน (Cyber Vaccine) แก่ประชาชน เพื่อให้รู้เท่าทันกลโกงของมิจฉาชีพ ล่าสุดได้ร่างพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ... ซึ่งคาดการณ์ว่าจะมีผลบังคับใช้ภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ยกฟ้อง!! 3 จำเลยคดีฆ่า 'พลเอกร่มเกล้า'

เมื่อวานนี้้ (21 ก.พ.66) ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาคดีฆ่า พล.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม กับลูกน้อง หมายเลขดำ อ.857/2562 ที่พนักงานอัยการคดีพิเศษ1 และนางนิชา หิรัญบูรณะ ธุวธรรม ภรรยา พล.อ.ร่มเกล้า ร่วมกันเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายสุขเสก หรือเสก พลตื้อ, นางพรกมล บัวฉัตรขาว หรือนางกนกพร ศิริพรรณาภิรัตน์ อดีตผู้ดำเนินรายการทีวีสถานีประชาชน ช่องเอเชียอัพเดต และนายสุรชัย หรือหรั่ง เทวรัตน์ แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-3 ในความผิดฐานร่วมกันฆ่าและสนับสนุนให้ฆ่าผู้อื่นฯ พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ

โดยโจทก์ฟ้องระบุพฤติการณ์ความผิดสรุปว่า เมื่อระหว่างวันที่ 15 พ.ย. 2552 - 20 พ.ค. 2553 กลุ่ม นปช. ได้ร่วมกันชุมนุมที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เพื่อขับไล่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี (ขณะนั้น) ให้ลาออกจากตำแหน่ง จนวันที่ 7 เม.ย. 2553 นายอภิสิทธิ์ ได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตกรุงเทพมหานคร และออกคำสั่งจัดตั้งศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) เพื่อปฏิบัติการขอคืนพื้นที่ บริเวณ ถ.ราชดำเนินกลาง ตั้งแต่แยกคอกวัวมุ่งหน้าอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

กระทั่งวันที่ 10 เม.ย. 2553 จำเลยที่ 1 และ 3 กับพวกร่วมกันมีลูกระเบิดขว้างชนิดสังหารแบบ M.67 คนละ 3 ลูก ซึ่งมีจำเลยที่ 2 เป็นผู้สนับสนุนด้านการเงิน และจัดหาระเบิดให้ โดยพวกจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้อื่นด้วยการขว้างระเบิดสังหาร 2 ลูก ใส่เจ้าหน้าที่ทหารขณะปฏิบัติหน้าที่บริเวณหน้าโรงเรียนสตรีวิทยา ถ.ดินสอ เป็นเหตุให้ พ.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม รองเสนาธิการกองพลทหารราบที่ 2 รอ.(ขณะนั้น) กับนายทหารรวม 5 นายเสียชีวิต และมีนายทหารอีกหลายนายได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยพวกจำเลยให้การปฏิเสธ

โดยคดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องเมื่อวันที่ 1 ก.พ.64 ด้วยเหตุคำเบิกความพยานโจทก์มีข้อพิรุธ ประจักษ์พยานโจทก์จึงไม่น่าเชื่อถือ ไม่มีน้ำหนักรับฟังได้และศาลพิจารณาคำฟ้องจำเลยเปรียบเทียบกับคดี นปช.ก่อการร้าย ซึ่งเป็นบุคคลเดียวกัน มูลเหตุช่วงเวลาเดียวกัน ถือเป็นการฟ้องซ้อน พิพากษายกฟ้องจำเลยที่ 1-3

ฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์วันนี้จำเลยที่ 1-2 เดินทางมาศาลพร้อมนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความ ส่วนจำเลยที่ 3 ถูกเบิกตัวมาจากเรือนจำ (คดีอื่น)

ภายหลังฟังคำพิพากษา นายวิญญัติ ทนายความเปิดเผยว่าวันนี้ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนยกฟ้องจำเลยทั้ง 3 คน โดยศาลวินิจฉัยประเด็นเเรกส่า ฟ้องโจทก์ สำหรับจำเลยที่ 1-3 คดีนี้เป็นฟ้องซ้อนกับคดีนปช.ก่อการร้ายหรือไม่ ซึ่งศาล เห็นว่า บทบัญญัติเรื่อง ฟ้องซ้อนในคดีอาญาไม่มีกฎหมายบัญญัติไว้เป็นการเฉพาะจึงต้องนำประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความแพ่งว่าด้วยเรื่องฟ้องซ้อน มาตรา 173มาบังคับใช้โดยอนุโลม ที่ห้ามมิให้โจทก์ยื่นคำฟ้องเรื่องเดียวกันนั้นต่อศาลเดียวกันหรือต่อศาลอื่น โดยคดีนั้นโจทก์ได้ บรรยายฟ้องคดีทั้งสองเรื่องเป็นเรื่องเดียวกัน จึงเป็นฟ้องซ้อน ที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าเป็นฟ้องซ้อน ของศาลชั้นต้นนั้นชอบแล้ว โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 เเละ3

รวมเรื่องน่ารู้ 'พรรคพลังประชารัฐ'

ศึกเลือกตั้งใหญ่ 2566 กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า หนึ่งในพรรคการเมืองที่ถูกจับจ้องมากไม่แพ้ใคร ๆ คงต้องยกให้กับ 'พรรคพลังประชารัฐ' ซึ่งหากย้อนกลับไปเมื่อ 4 ปีก่อน เมื่อคราวเลือกตั้งใหญ่ 2562 นี่คือพรรคการเมืองที่ร้อนแรงที่สุดในเวลานั้น แม้อายุของพรรคจะไม่มากมาย แต่สมาชิกภายในพรรค ล้วนเต็มไปด้วยเหล่าคนทำงานทางการเมืองที่มากไปด้วยประสบการณ์ของแท้

กับการเลือกตั้งใหญ่หนล่าสุดนี้ พรรคพลังประชารัฐ ที่นำโดยหัวเรือใหญ่ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ยังเต็มไปด้วยพลังของความมุ่งมั่นสร้าง 'ประเทศ' ให้เป็นปึกแผ่น ตามสโลแกน 'พลังประชารัฐ พลังเพื่อชาติไทย' แถมยังพร้อมเดินหน้า 'สานต่อ' ภารกิจที่ลงมือทำเอาไว้ในสมัยเป็นรัฐบาลที่ผ่านมา อาทิ สวัสดิการประชารัฐ, เศรษฐกิจประชารัฐ และสังคมประชารัฐ

สวนนงนุชพัทยาส่งทีมผู้เชียวชาญร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯสำรวจปรงเขาชะเมา

ทางอุทยานเขาชะเมา-เขาวง ขออนุเคราะห์ให้ผู้เชี่ยวชาญของสวนนงนุชพัทยา เข้ามาร่วมสำรวจปรงเขาชะเมาและศึกษาวิจัย ชีวมวลความหลากหลายของพรรณพืชตั้งแต่วันที่15ถึง16กุมภาพันธุ์ พ.ศ.2566โดยมีเจ้าหน้าที่ของสวนนงนุชพัทยา 6คน และเจ้าหน้าที่หน่วยลาดตระเวนเชิงคุณภาพ 6คน เข้าสำรวจจำนวนของปรงชะเมา ที่ทราบว่ามีเพียงแห่งเดียวภายในอุทยานแห่งชาติเขาชะเมา-เขาวง จังหวัดระยอง 

การสำรวจในครั้งนี้ซึ่งใช้แนวทางบุกเบิกรูปแบบใหม่ Assisted Reproduction of the Critically Endangered and Endemic Cycas chamaoensis (ACREE) โดยได้ใช้โดรนของอุทยานบินเพื่อสำรวจสนับสนุนทีมนักวิจัยในการประเมินและวัดพื้นที่เพื่อสำรวจของจำนวนปรงชะเมาที่ใกล้สูญพันธุ์โครงการนี้ได้รับทุนสนับสนุนจาก The Mohamed bin Zayed Speciesกองทุนอนุรักษ์ร่วมกับกลุ่มผู้เชี่ยวชาญปรง IUCN และMr. Anders Lindstromซึ่งเป็น ผู้เชี่ยวชาญของทางสวนนงนุชพัทยา

ใครไม่ทำฉันทำ ใครไม่สร้างฉันสร้าง 'พระครูแจ้' ลงใต้ทำพิธียกเสาเอกเตรียมสร้างอาคารเรียนหลังที่ 19

ท่านพระครูปลัดสุวัฒนศีลคุณ ดร. (พระครูแจ้) เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง ลงพื้นที่ภาคใต้เร่งช่วยเหลือด้านการศึกษา โดยสนับสนุนใช้งบประมาณส่วนตัวเตรียมก่อสร้างอาคารเรียนหลังใหม่ให้แก่นักเรียนโรงเรียนวัดเกาะสวาด ในเขตพื้นที่อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2566 ท่านพระครูปลัดสุวัฒนศีลคุณ ดร. (พระครูแจ้) เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ลงพื้นที่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ทำพิธียกเสาเอกเพื่อเตรียมที่จะก่อสร้างอาคารเรียนหลังใหม่โรงเรียนวัดเกาะสวาด ต.ไพรวัน อ.ตากใบ จ.นราธิวาส และนับว่าเป็นอาคารเรียนหลังที่ 19 ที่ท่านพระครูปลัดสุวัฒนศีลคุณ เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง ได้เมตตาดำเนินการจัดสร้างให้

โดยภายในพิธียกเสาเอกในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจากนายสนั่น พงษ์อักษร ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ให้เกียรติมาเป็นประธานในการทำพิธียกเสาเอก พร้อมด้วย คณะเจ้าหน้าที่บุคลากรทางการศึกษาจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานราธิวาสเขต 2 คณะครูและเจ้าหน้าที่โรงเรียนวัดเกาะสวาด ร่วมแสดงความยินดีและร่วมในพิธีกันเป็นจำนวนมาก


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top