Friday, 10 July 2026
Hard News Team

หนุ่มเขมร โว!! ‘บัวขาว’ เป็นคนกัมพูชา ปลอมตัวเข้าไทย และไม่เคยขึ้นชกกับคนกัมพูชา เพราะสายเลือดเดียวกัน

(20 ก.พ. 66) ผู้ใช้ติ๊กต็อก toktokchannel1 โพสต์คลิปวิดีโอขณะที่คุยกับหนุ่มกัมพูชาพูดถึง ‘บัวขาว บัญชาเมฆ’ นักมวยชื่อดังของไทยว่า จริงๆ แล้ว บัวขาว เป็นคนเขมรแน่นอน แต่ไม่ยอมรับ แต่ไหนแต่ไร ก็ไม่เคยต่อยกับนักมวยชาวกัมพูชาเลย เพราะเป็นญาติเดียวกัน เขาสู้เพื่อคนไทย ทำเพื่อคนไทย อยู่แต่ในร่มเย็นเพื่อคนไทย ก็ไม่ยอมรับเรื่องนี้อยู่แล้ว

และยังกล่าวต่อว่า เปรียบเหมือนใบไม้ร่วงจากต้นไหน ก็เป็นต้นนั้นแหละ บัวขาวมาอยู่ในไทย ก็เป็นคนไทยแหละ คล้าย ๆ คนปลอมตัวในไทย ดังก็ลืมตัวว่ามาจากไหน คิดว่าหลอกเขาได้

‘มัธยมวัดธาตุทอง’ ประกาศ ไว้ทรงผมนักเรียนตามเพศวิถี ขอแค่ดูเหมาะสม เรียบร้อย ‘ไม่ย้อมสีผม-ไว้หนวดเครา’

โรงเรียนมัธยมวัดธาตุทองออกระเบียบทรงผมนักเรียน หลัง รมต.ตรีนุชปลดล็อกก่อนหน้านี้ นักเรียนชาย หญิง และเพศวิถี ไว้ผมสั้นหรือผมยาวก็ได้ แต่ให้เหมาะสมและเรียบร้อย ห้ามย้อมสีผม และห้ามไว้หนวดไว้เครา ขณะที่อินฟลูเอนเซอร์การเมืองชมเปาะ ใจกว้างรับความหลากหลายของนักเรียน

วันนี้ (21 ก.พ.66) รายงานข่าวแจ้งว่า งานกิจการนักเรียน งานโสตทัศนศึกษา กลุ่มบริหารทั่วไป โรงเรียนมัธยมวัดธาตุทอง แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ ได้ออกระเบียบทรงผมนักเรียน โรงเรียนมัธยมวัดธาตุทอง พ.ศ. 2566 ระบุว่า

ข้อ 1 นักเรียนต้องปฏิบัติตนเกี่ยวกับการไว้ทรงผม โดยสามารถไว้ทรงผมตามเพศวิถี ดังนี้

(1) นักเรียนชาย และเพศวิถีชาย จะไว้ผมสั้นหรือผมยาวก็ได้ กรณีไว้ผมยาว ด้านข้าง ด้านหลัง ด้านหน้า และกลางศีรษะ ให้เป็นไปตามความเหมาะสมและมีความเรียบร้อย

(2) นักเรียนหญิง และเพศวิถีหญิง จะไว้ผมสั้นหรือผมยาวก็ได้ กรณีไว้ผมยาวให้เป็นไปตามความเหมาะสม และรวบผม ติดโบโรงเรียนมัธยมวัดธาตุทองให้เรียบร้อย

ข้อ 2 นักเรียนต้องห้ามปฏิบัติตนเกี่ยวกับการไว้ทรงผม ดังนี้

(1) ย้อมสีผมให้ผิดไปจากเดิม
(2) ไว้หนวดหรือไว้เครา
(3) การกระทำอื่นใดซึ่งไม่เหมาะสมกับสภาพการเป็นนักเรียน เช่น การตัดแต่งทรงผมเป็นรูปทรงสัญลักษณ์หรือเป็นลวดลาย

ประกาศดังกล่าวได้รับเสียงชื่นชมจากชาวเน็ต รวมทั้งอินฟลูเอนเซอร์การเมือง เช่น เฟซบุ๊ก ‘Jessada Denduangboripant’ ของ รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คอมเมนต์ว่า “สุดยอดครับ ขอชื่นชมโรงเรียน ที่เปิดใจกว้างรับความหลากหลายของนักเรียนนะครับ เชื่อสิ ผลการเรียนที่ดีหรือไม่ดี มันไม่เกี่ยวกับทรงผมนักเรียนหรอก มันเกี่ยวกับความตั้งใจเรียนของเด็ก และความตั้งใจสอนของครูครับ”

ขณะที่เฟซบุ๊ก Kath Khangpiboon ของ อ.เคท ครั้งพิบูลย์ อาจารย์ประจำคณะสังคมสงเคราะห์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คอมเมนต์ว่า “ยินดีกับนักเรียนทุกคนค่ะ การได้มาเรียนที่นี่ก็เป็นความสำเร็จแล้วค่ะ”

'บิ๊กตู่' หนุน 'วิ่งเทรลเบตง' 7 ปี หวังดึงดูด นทท. กระตุ้น ศก. - ส่งเสริมภาพลักษณ์ภาคใต้สู่สากล

(21 ก.พ. 66) น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกรรมการผู้แทนพิเศษของรัฐบาลในการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนใต้ กล่าวว่า จากความสำเร็จของการจัดการแข่งขันวิ่งเทรลสนามระดับโลก 'Amazean Jungle Thailand by UTMB 2023' ระหว่างวันที่ 17-19 ก.พ. ที่ผ่านมา ณ อำเภอเบตง จังหวัดยะลา โดยรัฐบาลให้การสนับสนุนงบประมาณ มีผู้เข้าร่วมแข่งขันจาก 30 ชาติ จำนวนนักวิ่งรวมทุกประเภท 2,000 กว่าคน

ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมกันเป็นเจ้าภาพอย่างอบอุ่น และเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงที่เข้าดูแลพื้นที่สร้างความมั่นใจแก่นักกีฬาและนักท่องเที่ยวผู้มาเยือน

ทั้งนี้ ความสำเร็จของการจัดงาน นอกจากจะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างมากแล้ว ยังเป็นการเผยแพร่ภาพลักษณ์และความสวยงามของจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มีความน่าอยู่ อุดมสมบูรณ์ หลากหลายวัฒนธรรม ปลอดภัย และน่าสัมผัส สู่สายตาคนไทยและประชากรโลกด้วย

อนึ่ง นายกฯ ยังให้ความเชื่อมั่นว่า ในอนาคตอันใกล้ สนามวิ่งเทรลเบตงจะสามารถยกระดับก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในสนามเมเจอร์ของโลก ที่จะสร้างรายได้ในแต่ละปีนับร้อยล้านบาทให้กับจังหวัดชายแดนใต้

น.ส.รัชดา กล่าวว่า รัฐบาลได้อนุมัติการสนับสนุนการจัดวิ่งเทรล Amazean Jungle Thailand เป็นระยะเวลาเจ็ดปี โดยได้เริ่มทดลองจัดเมื่อปีที่แล้ว เป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อให้ได้การรับรองจาก UTMB ในการเป็นสนามระดับโลก สำหรับปี 2566 นี้ ถือเป็นปีที่หนึ่งอย่างเป็นทางการ และได้จัดวิ่งระยะทางเต็มพิกัด คือ 160 กิโลเมตร และ 100 กิโลเมตร เส้นทางวิ่งชมเมืองเบตง ผ่าน 18 จุดสำคัญ ลัดเลาะผ่านผืนป่าฮาลาบาลา ผ่านจุดชมวิวทะเลหมอกอัยเยอร์เวง และจุดชมวิวทะเลหมอกฆูนุงสิลิปัต โดยในปีหน้า คาดว่าจะจัดเส้นทางให้สามารถวิ่งข้ามประเทศ ไทย-มาเลเซียได้

‘สาธิต’ ชัดเจน!! ยังอยู่ ‘ประชาธิปัตย์’ เช่นเดิม พร้อมเปิดตัว ‘ทีมสาธิต’ ทำงานเพื่อ 8 จว.ตะวันออก

เมื่อวานนี้ (20 ก.พ.66) ที่หาดแหลมเจริญ จ.ระยอง นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข ในฐานะรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นำทีมเปิดโยบายส่งเสริมศักยภาพจังหวัดภาคตะวันออก ภายใต้แนวคิด ‘คิดนำ ทำจริง’ ที่สอดคล้องกับการเป็นส่วนหนึ่งของ EEC พร้อมเปิดตัว ‘ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ภาคตะวันออก’ พรรคประชาธิปัตย์ ในนาม ‘ทีมสาธิต’

โดยนายสาธิต ขึ้นเวทีเปิดใจการเมืองท่ามกลางการจับตาไปที่ทิศทางการเมือง ว่า 20 ก.พ.เป็นวันที่เรานัดหมายกันผมทราบดีว่าคอการเมืองทั้งประเทศ กำลังติดตามว่าการตัดสินใจทางการเมืองของผมวันนนี้ซึ่งถือว่าเป็นวันสำคัญอย่างที่สุด 

ผมเรียนกับทุกท่านว่าสถานการณ์การเมืองปัจจุบันไม่ว่าผมจะอยู่พรรคการเมืองไหนมีคำถามมากมายทำไมต้องเป็น 20 ก.พ.จะย้ายพรรคหรือไม่ ถ้าย้ายไปอยู่พรรคอะไร มีสื่อสารมวลชนได้พยายามสื่อสารไปสร้างความสับสนให้กับคนทั้งประเทศรวมทั้งคน จ.ระยอง เป็นอย่างมาก บางสื่อบอกว่านายกช้าง (ปิยะ ปิตุเตชะ) ย้ายไปอยู่พรรคเพื่อไทย บางสื่อบอกว่าแบ่ง 2 คนลงอีกพรรคหนึ่ง แล้วอีก 3 คนจะลงอีกพรรคการเมืองหนึ่ง

“ผมไปที่ไหน บอกใครว่าไม่ย้ายพรรค คนเขาไม่เชื่อ เพราะเขาได้ซึมซับข้อมูลผ่านสื่อสารมวลชนที่เข้าเชื่อเกิดความลังเลขึ้นในสังคมเป็นจำนวนมากนี่จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ต้องบอกกับพี่น้องคนไทยทั้งประเทศว่าผมจะต้องมีความชัดเจน และความชัดเจนนี้ไม่ได้อยู่บนพื้นฐานความลังเลใด ๆ ทั้งสิ้น แต่อยู่บนพื้นฐานของการตัดสินใจบนข้อมูลอย่างครบถ้วนรอบด้านมีความจำเป็นอย่างที่สุดที่เราจะพยายามให้พี่น้องทั้งในพื้นที่จ.ระยองและพื้นที่ต่าง ๆ ได้เข้าใจสถานการณ์” นายสาธิต กล่าว

- ผนึก ‘ทีมสาธิต’ สู้เพื่อ 8 จังหวัดตะวันออก

นายสาธิต ยังกล่าวอีกว่า ผมทราบว่าทุกคนรอคอยคำตอบว่าผมจะตัดสินใจทางการเมืองครั้งสำคัญนี้อย่างไร ขอย้ำว่าการตัดสินใจของครั้งนี้อยู่บนพื้นฐานของเพื่อนร่วมทีม อยู่บนพื้นฐานของคนส่วนใหญ่ในจ.ระยอง คน จ.ระยอง ให้โอกาสผมมา 20 ปีเต็ม ผมไม่ตัดสินใจภายใต้ความคิดผม วันนี้จะมีความชัดเจนที่สุดและเราจะเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น ผมย้ำว่าผมร่วมตัดสินใจกับ ‘ทีมสาธิต’

“ผมอยู่ไหนไม่สำคัญเท่าทีมสาธิตจะทำอะไรให้กับคนภาคตะวันออก ทีมสาธิตจะทำอะไรให้กับคนประเทศนี้ และทีมสาธิตจะต้องทำอะไรให้กับ 8 จังหวัด โดยเฉพาะคนระยองที่ไว้วางใจผมมาตลอดระยะเวลา 20 ปี” นายสาธิตกล่าว

นายสาธิต ยังกล่าวว่า มีคำถามว่าทำไมตะวันออกต้องพิเศษ? ขอย้ำว่าไม่ได้หมายความว่าภาคอื่นไม่สำคัญ ทุกภาคมีความสำคัญ แต่ภาคตะวันออกสำคัญที่สุดมันจึงต้องพิเศษกว่าที่อื่น ถ้าเปรียบประเทศไทยเป็นบ้านหลังหนึ่งพื้นที่ตะวันออกเปรียบเสมือนห้องครัวของบ้านหลังนั้น 

คนภาคตะวันออก 8 จังหวัดมีอัตราการเสียชีวิตจากการเป็นมะเร็งสูงขึ้น ขณะที่การลงทุนของบีโอไปในพื้นที่ EEC 3.8 แสนล้านบาท มีภาษีที่เก็บไปเลี้ยงคนทั้งประเทศจุด 5 ของจีดีพีของประเทศ แต่คนที่นี่กลับได้รับผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมจากการพัฒนา การถมทะเล การทำท่าเรือแต่เราไม่สามารถปฏิเสธการพัฒนาได้  

ฉะนั้นประชาชนที่อาศัยใน 8 จังหวัดจะต้องได้รับการดูแลดีกว่าที่อื่นให้สมกับที่แบกรับผลกระทบ เหล่านี้คือสิ่งที่ทีมสาธิตจะร่วมกันเรียกร้องถ้าเป็นรัฐบาลต้องทำให้ได้ที่สำคัญจะต้องทำให้ภาคการลงทุนมาช่วยประชาชน เกษตรกร และผู้ที่ไม่มีงานทำ

วันนี้ข้อเสนอต่าง ๆ ยังไม่ได้รับการตอบสนองเท่าที่ควรทั้งปัญหาช้าง ปัญหาผลไม้ รวมถึงคุณภาพชีวิตแต่ต้องทำให้ได้ภายใต้ ‘ทีมสาธิต’

>> ชูธง ‘ระยอง’ เป็นจังหวัดจัดการตนเองเป็นแห่งแรก ดัน ‘เลือกตั้งผู้ว่าฯ’

นายสาธิต กล่าวว่า “ถ้าผมได้กลับไปเป็นรัฐบาลภายใต้ทีมสาธิต สิ่งที่จะต้องทำคือเก็บภาษีส่วนกลางกลับมาที่บ้านเราให้มากกว่านี้ นั่นคือจังหวัดจัดการตัวเอง ‘ทีมสาธิต’ ต้องทำและอาจนำไปสู่การเลือกตั้งผู้ว่าฯ ผ่านประชาชนจังหวัดแรก จังหวัดที่ 2 และจังหวัดที่ 3 ต้องเกิดขึ้นให้ได้ภายในพื้นที่ 8 จังหวัด” 

นายสาธิต ยังกล่าวต่อว่า ผมยืนยันว่าคนที่ยืนอยู่กับผมวันนี้ไม่มีสีเทา ยืนยันว่าเราจะเดินหน้าภายใต้ทีมสาธิตเพื่อแก้ไขปัญหาคนภาคตะวันออก โดยชี้แจงให้คนทั้งประเทศเห็นว่าไม่ได้เลือกปฏิบัติ 

“สถานการณ์การเมืองวันนี้ผมมีความกดดันสูงมากมันเป็นรอยต่อของการตัดสินใจอย่างแน่วแน่ทางการเมืองหลายปีที่ผ่านมา ช่วงเวลาที่ผ่านมาพรรคการเมืองอ่อนแอทุกพรรค การเมืองอ่อนแอหมด ผมไม่แน่ใจว่ามีความตั้งใจหรือมันเกิดโดยธรรชาติ แต่ผมย้ำกับทุกท่านว่า ในฐานะที่ท่านไว้ใจผม ท่านทราบดี หลายคนที่มานั่งฟังรู้จักผมดี การเมืองสุจริตของผมย้ำกับทุกท่านว่านักการเมืองที่ชื่อสาธิตได้รับการเลือกตั้งจากพี่น้องคนระยองโดยไม่มีการซื้อสิทธิ์ขายเสียงแม้แต่บาทเดียว” นายสาธิต กล่าว

‘พยาบาลสาว’ โพสต์ระบายความในใจ - ตัดพ้อชีวิต หลังถูก ‘ข้าราชการผู้ใหญ่’ กลั่นแกล้งจนเครียดสะสม

(21 ก.พ.66) พยาบาลสาว โพสต์รูปภาพจดหมาย ที่เขียนด้วยลายมือ ฉบับหนึ่ง ที่ระบุข้อความว่า…

ชีวิตฉันเกิดมาเป็นชาวเขา พ่อแม่ฉันมีลูกหลายคน แต่พ่อแม่ฉันเลี้ยงดูพวกเรามา ให้พวกเราทุกคนได้เข้ามาเรียนได้มีการศึกษา ฉันเป็นลูกสาวคนเล็ก ตอนเด็ก ๆ ฉันมักจะป่วยบ่อยๆไป รพ.มักจะโดนพยาบาล หรือ ผู้ช่วยพยาบาล ดุด่า แม้เราในฐานะคนไข้ จะไม่ได้ผิดอะไร แต่ก็ไม่เข้าใจ ก็โดนด่าอยู่ดี แม่ฉันเลยบอกกับฉันว่า วันนึงถ้าลูกโตมา ลูกต้องเป็นพยาบาลนะ แล้วลูกอย่าไปทำแบบนี้ ที่เราโดนกับคนไข้ ฉันในวัยที่รู้ความแล้ว ฉันจำได้ขึ้นใจ ในวัยประถมฉันตั้งใจศึกษาเล่าเรียน และได้ลำดับต้นๆของห้องมาตลอด จนฉันมาเรียนมัธยมต้น ฉันโดนบูลลี่เรื่องรูปลักษณ์และชาติพันธุ์ เพื่อน ๆ ล้อว่า ฉันตาตี่ไม่สวยตัวเตี้ย บ้างก็ด่าว่าฉันนั่งหลับเหรอ ฉันโดนบูลลี่มาตลอด ฉันเคยกลับบ้านไปกอดแม่ แล้วร้องไห้กับแม่ เล่าสิ่งที่เจอที่ รร. ให้แม่ฟัง แม่บอกฉันสวยมาก และน่ารักที่สุดในสายตาแม่ ฉันกลับไปเรียนโดนล้อโดนบูลลี่อยู่ตลอด การเรียนฉันเริ่มดรอปลง จนวันปัจฉิม ฉันเข้า รพ. ไม่ได้ปัจฉิมกับเพื่อน พอมาเรียน ม.ปลายเป็น รร.คริสเตียนแห่งหนึ่ง ฉันได้รับการยอมรับจากสังคม เพื่อนและไม่โดนบูลลี่ การเรียนฉันเริ่มดีกลับมา ฉันเข้าเรียนในสายวิทย์-คณิต เพราะฉันใฝ่ฝันจะเป็นพยาบาล ซึ่งตอนฉันใกล้จบทางบ้านมีปัญหาด้านการเงิน แถมสุขภาพคุณพ่อคุณแม่ไม่ค่อยดี คุณพ่อคุณแม่ได้ให้ฉันเปลี่ยนความคิด และเรียนต่อเอกครุศาสตร์ เนื่องจากค่าเทอมพยาบาลสูง ต้องใช้เงินจำนวนมากในการเข้าศึกษาต่อ แต่ฉันก็ยังทิ้งความใฝ่ฝันในวัยเด็กไม่ได้ นั่นก็คือ "พยาบาล" ฉันหาทุกวิถีทาง จนมีอาจารย์ท่านนึงบอกว่า ให้แอดมิชชันคณะพยาบาลของ สถาบันพระบรมราชชนก เพราะเขามีทุนให้เรียน

ในช่วงนั้นฉันปิดเทอม กลับบ้านไปอยู่บนดอย ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ ไม่มีอินเตอร์เน็ต ถ้าจะโทรศัพท์ต้องขับไปที่ ๆ จุดมีสัญญาณโทรศัพท์ แล้วฉันก็ได้ขอให้อาจารย์ท่านนี้ แอดมิชชันให้ฉัน โดยฉันส่งรายละเอียดข้อมูลให้อาจารย์ทั้งหมด ทั้งผลคะแนน GAT-PAT คะแนนต่างๆ ตอนนั้นฉันแอดติดเป็นเวชกิจฉุกเฉิน ส่วนพยาบาลติดตัวสำรอง ฉันจึงได้มาเรียนเวชกิจฉุกเฉินไป 1 ปี ระหว่างเรียนเวชกิจ ฉันก็ยังไม่ทิ้งความใฝ่ฝันในวัยเด็ก ฉันได้ไปสอบ GAT PAT ใหม่ แล้วยื่นแอดมิชชันใหม่อีกครั้ง ปีนี้สรุปฉันก็ติดแล้ว ได้เข้ามาเรียนพยาบาล ลำบากมากๆ วันที่ไปตรวจเลือด เพื่อยื่นเข้าเรียนที่ รพ.มหาราชนครเชียงใหม่ ฉันจำได้ แม่กับฉันวิ่งตากฝน เพราะแต่ละตึกไกล และตอนนั้นฝนตกหนัก ด้วยเหตุที่เราไม่รู้ว่าทางแต่ละตึกไปทางไหน แถมถ้าเดินทาง ทางเดินในอาคาร ก็ไปถึงช้าเพราะตอนนั้นเวลาจะ 16:00 เราต้องรีบตรวจ และรีบนำผลมา วันนั้นที่ช้า เพราะเราไปหลาย รพ. ไป รพ.นครพิงค์ แต่เขาบอกรับตรวจ 20 คนต่อวัน ซึ่งเต็มแล้วให้ไปที่อื่น และพวกเราเลยต้องไปที่ รพ.มหาราชพอไปถึงคนไข้ก็เยอะ เลยทำให้ช้าลงไปและต้องวิ่งแข่งกับเวลา

'บิ๊กตู่' ปลื้ม!! รายได้ 4 เดือนแรก เกินเป้า 9.1 หมื่นลบ. สะท้อนเสถียรภาพการคลัง มั่นใจ!! เศรษฐกิจไทยฟื้นตัว

(21 ก.พ. 66) นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย เชื่อมั่นการฟื้นตัวเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มดีขึ้น หลังทราบรายงานการจัดเก็บรายได้รัฐบาลสุทธิ 4 เดือน แรกปีงบประมาณ 2566 และปัจจัยบวกตัวเลขเงินสำรองระหว่างประเทศของไทยที่เพิ่มมากขึ้น สะท้อนถึงการเตรียมพร้อมด้านความมั่นคงทางการเงินของรัฐบาล และเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว

นายอนุชา กล่าวว่า กระทรวงการคลัง เปิดเผยการจัดเก็บรายได้รัฐบาลสุทธิในช่วงเดือน ต.ค. 2565 - เดือน ม.ค. 2566 พบว่า ในช่วง 4 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2566 สามารถจัดเก็บรายได้สุทธิ 836,643 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการ 91,339 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 12.3 โดยการจัดเก็บรายได้ของกรมสรรพากร กรมสรรพสามิต และกรมศุลกากร รวมกันอยู่ที่ 820,825 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการ 45,646 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 5.9

'ปิยบุตร' ฟันธง!! 'ก้าวไกล' ไม่รอดกระแส 'แลนด์สไลด์' กลบ แต่ถ้าไม่คิดอะไรมาก รอบนี้ขอเกาะ พท.เป็นรัฐบาลไว้ก่อน

(21 ก.พ. 66) นายปิยบุตร แสงกนกกุล ได้โพสต์เฟซบุ๊ก Piyabutr Saengkanokkul – ปิยบุตร แสงกนกกุล หัวข้อ

['แลนด์สไลด์' ที่พรรคก้าวไกลแก้ไม่ออก] โดยมีรายละเอียดดังนี้

ประชาชนจำนวนมากต้องการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล เปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรี หากสังเกตจากผลการสำรวจความคิดเห็นหรือการรับรู้พูดคุยในกลุ่มแวดวงต่าง ๆ เชื่อได้ว่า ร้อยละ 60 อยากเปลี่ยนรัฐบาล และจะใช้การเลือกตั้งในปี 2566 นี้เป็นเครื่องมือสำคัญ

การรณรงค์ให้ลงคะแนนแบบยุทธศาสตร์ เพื่อให้พรรคเพื่อไทยแลนด์สไลด์ กำลังเป็นที่แพร่หลายและได้การยอมรับไปทั่ว

หากดูผลสำรวจความคิดเห็น ก็จะพบว่า คะแนนของพรรคเพื่อไทยและคุณแพทองธารสูงมาก ทั้งในภาพรวมทั่วประเทศ และในทุกพื้นที่ แม้กระทั่งภาคใต้

สำหรับพรรคก้าวไกลเอง คะแนนนิยมอยู่นิ่งอยู่กับที่มาปีเศษแล้ว ผู้อำนวยการนิด้าโพล ได้วิเคราะห์ไว้ในรายการหนึ่งว่า คะแนนของพรรคก้าวไกล เป็น 'น้ำเต็มแก้ว' ไม่เพิ่ม ไม่ลด ไม่ว่าเกิดเหตุการณ์ใด เวลาผ่านไปนานเท่าไร คะแนนก็จะอยู่เท่านี้ เรียกได้ว่า คะแนนจากผลสำรวจที่พรรคก้าวไกลได้รับนั้น คือ 'แฟนพันธุ์แท้'

หากพรรคก้าวไกลต้องการคะแนนมากกว่านี้ ต้องการมี ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ให้มากกว่านี้ จำเป็นต้องแสวงหาคะแนนจากกลุ่มผู้ที่ไม่ตัดสินใจ หรือกลุ่มที่ตัดสินใจเลือกพรรคอื่น จะได้คะแนนส่วนนี้เพิ่มมาได้ พรรคก้าวไกลต้องแก้ปมปัญหาเรื่อง 'แลนด์สไลด์'

คนจำนวนมากที่เป็น 'แฟนพันธุ์แท้' พรรคเพื่อไทย ย่อมลงคะแนนเลือกพรรคเพื่อไทยทั้งสองใบ แต่มีคนอีกจำนวนมากที่รักเพื่อไทย แต่ก็เห็นประโยชน์ของการมีพรรคแบบก้าวไกล

คนจำนวนมากที่รักทั้งสองพรรค

คนจำนวนมากที่เห็นด้วยกับสิ่งที่พรรคก้าวไกลทำ แต่คิดว่าเป็นการต่อสู้ระยะยาว

หรือคนจำนวนมากชอบพรรคก้าวไกล แต่ไม่คิดว่าจะชนะได้ในเขตเลือกตั้ง ไม่คิดว่าจะชนะเป็นแกนนำตั้งรัฐบาลได้

คนเหล่านี้ อาจเลือก ส.ส.เขตของพรรคเพื่อไทย และแบ่งมาลงคะแนนบัญชีรายชื่อให้พรรคก้าวไกล ทั้งหมดนี้เป็นผลพวงจากความคิดเรื่อง 'แลนด์สไลด์'

ด้วยระบบเลือกตั้งแบบแบ่งเขต 400 บ้ญชี 100 ทำให้คะแนนแบบแบ่งเขตของผู้ที่ไม่ได้ลำดับที่ 1 ถูกทิ้งน้ำไปหมด ไม่เหมือนตอนปี 62 ที่ยังนำมาคำนวณเป็น ส.ส.ทั่วประเทศ

และด้วยความคิดที่ว่า หากเพื่อไทยกับก้าวไกลแข่งกันเองในเขตเลือกตั้ง อาจทำให้แพ้ทั้งคู่ จนพรรคประยุทธ์ หรือพรรคอื่นที่อยู่อีกขั้ว ชนะไป ดังปรากฏให้เห็นหลายเขตในการเลือกตั้งปี 62 ประกอบกับ 'สวิทช์ สว 250' คนยังทำงานออกฤทธิ์ได้อีก

ทั้งหมดนี้ ทำให้ประชาชนที่ต้องการเปลี่ยนรัฐบาลเลือกที่จะเลือกพรรคเพื่อไทยสองใบ หรือเลือกพรรคเพื่อไทยในแบบเขต เลือกพรรคก้าวไกลแบบบัญชีรายชื่อ

หากสถานการณ์และอารมณ์ความรู้สึกของประชาชนส่วนใหญ่ยังเป็นเช่นนี้ ไปจนถึงวันลงคะแนน พรรคก้าวไกลก็จะได้ ส.ส.เขตน้อยมาก และได้ 'ส่วนแบ่ง' จากบัญชีรายชื่อมา รวมยอด ส.ส. ทั้งหมด คงไปไม่เกิน 30

หากพรรคก้าวไกลไม่คิดอะไรมาก ได้เท่าไร ก็เท่านั้น รอบนี้ ขอ 'เกาะพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล' ไว้ก่อน พรรคก้าวไกลก็ไม่ต้องแก้ไขอะไร ไม่ต้องคิดยุทธวิธีใหม่ ประคองตัวไปจนจบเลือกตั้ง และถ้าไม่มีสัญญาณแปลกๆใดมาขัดขวาง หรือรวมเสียงฝ่ายค้านเดิมเพียงพอ พี่ใหญ่” ก็อาจเมตตาชวน 'น้องเล็ก' ไปร่วมรัฐบาล แบ่ง รมต ให้สัก 2-3 ที่

แต่ถ้าพรรคก้าวไกลยังคงต้องการเสียงมากกว่านี้ จำนวน ส.ส.มากกว่านี้ พิสูจน์ตนเองว่าแนวคิดแนวทางที่ทำกันมาตั้งแต่อนาคตใหม่ เป็นสิ่งที่ถูกต้อง ประชาชนเห็นด้วยมาก พรรคก้าวไกลก็ต้องคิดแก้ปมปัญหา 'แลนด์สไลด์' ให้ได้

หนึ่ง ทำให้คนจำนวนมากเชื่อว่าพรรคก้าวไกลมีโอกาสชนะในเขตเลือกตั้งสูง ไม่ใช่พรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกลจะเข้าที่ 1 ไม่ใช่เข้าที่ 2 หรือที่ 3 หากทำให้คนจำนวนมากเชื่อได้ คนก็จะมาเลือก เพราะ คะแนนนี้ไม่ทิ้งน้ำ ไม่เปล่าประโยชน์ แต่จะทำให้พรรคก้าวไกลชนะ ส.ส.เขต

สรุปสถานการณ์ตลาดน้ำมันสัปดาห์ที่ 13 - 17 ก.พ.66 จับตาปัจจัย ‘บวก-ลบ’ พร้อมแนวโน้ม 20 - 24 ก.พ.66

ราคาน้ำมันดิบ ICE Brent และ NYMEX WTI เฉลี่ยสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับตัวเพิ่มขึ้น จากอุปสงค์น้ำมันโลกมีแนวโน้มฟื้นตัว โดย IEA รายงานอุปสงค์น้ำมันโลกในปี 65 เพิ่มขึ้น 2.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากปีก่อนหน้า มาอยู่ที่ 99.96 ล้านบาร์เรลต่อวัน (ปรับเพิ่มจากประมาณการณ์ครั้งก่อน 0.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน) และคาดการณ์ในปี 66 เพิ่มขึ้น 1.96 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากปีก่อนหน้า มาอยู่ที่ 101.92 ล้านบาร์เรลต่อวัน (ปรับเพิ่มจากครั้งก่อน 0.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน) จากอุปสงค์ของจีนฟื้นตัวแข็งแกร่ง โดยคาดว่าปี 66 อุปสงค์จีนจะเพิ่มขึ้น 0.9 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากปีก่อนหน้า (เกือบครึ่งของอัตราการเติบโตของอุปสงค์โลก) มาอยู่ที่ 15.91 ล้านบาร์เรลต่อวัน และชี้ว่าการเปิดประเทศของจีนจะกระตุ้นการบิน ผลักดันให้อุปสงค์ Jet/Kerosene ของโลกในปี 66 เพิ่มขึ้น 1.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากปีก่อนหน้า มาอยู่ที่ 7.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน คิดเป็น 90% ของอุปสงค์ในปี 62 ก่อนเกิด COVID-19

อย่างไรก็ตาม ตลาดกังวลต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve: Fed) หลังตัวเลขทางเศรษฐกิจมีทิศทางที่ดีขึ้น อาทิ ดัชนีราคาผู้บริโภคสหรัฐฯ (Consumer Price Index: CPI) ซึ่งบ่งชี้อัตราเงินเฟ้อ ในเดือน ม.ค. 65 อยู่ที่ 6.4% ต่ำสุดในรอบกว่า 2 ปี ขณะที่ยอดขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก (Initial Jobless Claims) สัปดาห์สิ้นสุด 11 ก.พ.  66 ลดลง 1,000 ราย จากสัปดาห์ก่อน มาอยู่ที่ 194,000 ราย ซึ่งจะทำให้ Fed อาจเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายต่อเนื่อง ล่าสุด ผลสำรวจจาก Reuters คาดการณ์ว่า Fed จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% จากระดับปัจจุบัน สู่ระดับ 4.75 – 5.0% ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (Federal Open Market Committee: FOMC) ในเดือน มี.ค. 66 ขณะที่ Bank of America (BoA) คาดการณ์ว่า Fed จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีกครั้งละ 0.25% ในเดือน มี.ค. 66 และเดือน มิ.ย. 66 สู่ระดับ 5.25-5.50% ซึ่งจะกดดันเศรษฐกิจและราคาน้ำมัน โดยทางเทคนิค สัปดาห์นี้คาดว่าราคา ICE Brent จะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 82 - 87 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

'พิพัฒน์ รัชกิจประการ' รมต. Low Profile แต่ High Profit พลิก 'กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา' เดินหน้าฟื้นเศรษฐกิจประเทศ

ก่อนปี 2562 ชื่อของ 'พิพัฒน์  รัชกิจประการ' เป็นที่รู้จักในฐานะนักธุรกิจเจ้าของกิจการปั๊มน้ำมัน และกิจการเรือประมงขนาดใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้

แต่ในทางการเมือง หลังเลือกตั้ง 62 เมื่อมีการจัดตั้งรัฐบาล ชื่อเดียวกันนี้ กลับแทบไม่มีใครรู้จัก เมื่อเขาเข้ามารับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในโควต้าของพรรคภูมิใจไทย 

'พิพัฒน์' เคยให้สัมภาษณ์กับสื่อ ว่าเขาเป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยเปิดเผยตัวเอง จึงไม่ค่อยมีใครรู้จัก ขนาดที่ว่าพอได้รับการประกาศชื่อเป็นหนึ่งในคณะรัฐมนตรี สื่อต่างๆ พยายามหาข้อมูลและถึงกับลงรูปของเขาผิด เรียกว่านักข่าวก็ยังงง ว่าเขาเป็นใครในห้วงเวลานั้น 

ถ้าดูในประเด็นการเมือง 'พิพัฒน์' ดูจะมีบทบาท และพื้นที่น้อยกว่ารัฐมนตรีคนอื่นๆ  แต่ในประเด็นของการทำงาน เดินหน้านโยบายการท่องเที่ยวและกีฬา ฟื้นเศรษฐกิจในช่วงที่ไทยเริ่มกลับมาเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวหลังโควิด 19 ขณะเดียวกันก็เห็นเนื้อเห็นหนังในการยกระดับ มาตรฐานทางด้านการกีฬาอยู่ไม่น้อย ลองย้อนไปดู 'ผลงาน' แบบตึงๆ ของ รมต.คนนี้กัน

#ไอเดียเปิดผับตีสี่ - ทุ่ม 200 ล้านดึง 'ลิซ่า' เคาท์ดาวน์ภูเก็ต  

หลังเข้ารับตำแหน่งเจ้ากระทรวงการท่องเที่ยวไม่นาน เดือนสิงหาคม ปี 2562 เจ้ากระทรวงการท่องเที่ยวฯ คนนี้ ก็ผุดไอเดีย ขยายเวลาเปิดผับถึงตี 4 ออกมาโยนหินถามสังคม โดยแนวคิดเบื้องต้นเกิดจากความต้องการช่วยพยุงรายได้ด้านการท่องเที่ยวในช่วงที่เศรษฐกิจไทยชะลอตัว

ทันทีที่ไอเดียนี้ถูกสื่อสารออกไป ก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์หนัก เจ้าตัวใช้คำว่า 'โดนอัดกลับมาเยอะ' โดยเฉพาะจากภาคประชาชนอย่างเครือข่ายต้านน้ำเมา ที่เข้ายื่นหนังสือคัดค้าน  

แม้ว่า 'รัฐมนตรีท่องเที่ยวฯ' จะอธิบายว่าแนวคิดขยายเวลาปิดสถานบันเทิงจาก ตี 2 ไป ตี 4 นั้น แค่ต้องการจัดโซนนิ่งเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของชาวต่างชาติ แต่เขายังรับฟัง ทำความเข้าใจ และ 'ยอมถอย' เพื่อกลับมาพิจารณาศึกษาทบทวนให้ถี่ถ้วนขึ้น

หลังจากกลับไปทำการบ้านอยู่เป็นปี ๆ จนเมื่อกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ศึกษาข้อมูลแล้วพบว่า การขยายเวลาปิดสถานบันเทิงไปถึงตี 4 จะช่วยเพื่อการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอีกอย่างน้อย 25% ล่าสุด 'พิพัฒน์' นำแนวคิดนี้กลับมาอีกครั้ง ชงเข้าที่ประชุม ครม. เพื่อขอความเห็นชอบ โดยเสนอนำร่องที่ถนนบางลา อำเภอกระทู้ จังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวต่างชาติแห่งเดียวก่อน เพื่อศึกษาผลกระทบ และประเมินมาตรการอีกครั้ง พร้อมเสนอเก็บค่าเหยียบแผ่นดินจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ และผลักดันการท่องเที่ยวเพื่อฟื้นประเทศ เป็นวาระแห่งชาติด้วย

ส่วนอีกกรณี ที่ชิงพื้นที่พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งอยู่หลายวัน คือการวางแผนจัดงาน 'เคาท์ดาวน์ 2565' ที่รัฐมนตรีท่องเที่ยวฯ ออกมาประกาศลั่น ว่ากำลังจะทุ่มงบฯ 200 ล้าน ดึง 'ลิซ่า แบล็กพิงค์' มาร่วมฉลองปีใหม่ที่สะพานสารสิน จ.ภูเก็ต และเชิญ 'อันเดรอา โบเซลลี' นักร้องโอเปร่าระดับโลกขาวอิตาลี มาฉลองคืนข้ามปีที่ท้องสนามหลวง ซึ่งมีฉากหลังเป็นวัดพระแก้ว ทั้งนี้เพื่อเป็นการดึง 'บิ๊กอีเว้นท์' กลับมา ในช่วงที่บ้านเรากำลังจะเริ่มเดินหน้าเปิดประเทศหลังวิกฤติโควิด-19 ที่ยาวนานกว่า 2 ปีเริ่มคลี่คลาย 

ทันทีที่ประกาศ นอกจากจะถูกวิจารณ์หนักสุด ๆ เรื่องการทุ่มงบประมาณมหาศาล ไปกับการจัดงานคืนเดียวแล้ว ไม่กี่วันถัดมาหลังมีการประกาศยืนยัน ว่า 'ลิซ่า' ตอบรับมาร่วมงานแล้ว รัฐมนตรี 'พิพัฒน์' ก็ออกมากล่าวขอโทษ แอ่นอกรับแบบตรงๆ ว่า ลิซ่า 'ติดคิว' มาร่วมงานไม่ได้ ซึ่งเกิดความผิดพลาดในด้านการประสานงานของทางกระทรวงเอง อย่างไรก็ตาม มีการปรับแผนในการจัดงานโดยใช้ความเป็นท้องถิ่น ในการจัดงานฉลองปีใหม่กันแบบไทยๆ แทน เป็นอันจบดราม่า ทั้งเรื่องการใช้งบประมาณ และรอลุ้นว่าศิลปินระดับโลกจะมาเคาท์ดาวน์ในบ้านเราหรือไม่

ไทย รับมอบวัคซีนโควิดรุ่นใหม่จากเกาหลีใต้กว่า 5 แสนโดส เตรียมฉีดเป็นเข็มกระตุ้น จนท.ด่านหน้า ปลาย ก.พ.นี้

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข รับมอบวัคซีนไฟเซอร์ bivalent จำนวน 501,120 โดส จากรัฐบาลสาธารณรัฐเกาหลี ในโอกาสครบรอบ 65 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-เกาหลี เตรียมจัดสรรให้ทุกจังหวัดและกรุงเทพมหานคร สิ้นเดือน ก.พ. นี้ ใช้ฉีดเป็นเข็มกระตุ้นในเจ้าหน้าที่ด่านหน้า อาสาสมัครสาธารณสุขกลุ่ม 608  ที่เสี่ยงเกิดอาการป่วยรุนแรง

วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2566 ที่กระทรวงสาธารณสุข นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค และคณะผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข รับมอบวัคซีนโควิด 19 รุ่นใหม่ ไฟเซอร์ bivalent จำนวน 501,120 โดส จากรัฐบาลสาธารณรัฐเกาหลี 

โดยมี นาย มุน ซึงฮยอน (Moon Seoung-hyun) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลี ประจำประเทศไทย นาย จอน โจยอง (Jeon Joyoung) อัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลี ประจำประเทศไทย และคณะ เป็นผู้แทนส่งมอบ นายอนุทิน กล่าวว่า ในนามรัฐบาลไทย และกระทรวงสาธารณสุข ขอขอบคุณรัฐบาลสาธารณรัฐเกาหลีที่มีความปรารถนาดีให้กับประเทศไทยเสมอมา รวมทั้งความร่วมมือด้านสาธารณสุขในการแก้ไขสถานการณ์โรคโควิด 19

โดยสาธารณรัฐเกาหลีเคยสนับสนุนวัคซีนแอสตราเซนเนก้าให้กับไทยเป็นครั้งแรก เมื่อเดือนตุลาคม 2564 จำนวน 470,000 โดส ช่วยลดการป่วยหนักและเสียชีวิตให้กับคนไทยและคนเกาหลีที่ทำงานและอาศัยอยู่ในประเทศไทยได้เป็นอย่างดี สำหรับวัคซีนที่สนับสนุนเป็นครั้งที่ 2 ในครั้งนี้ เป็นวัคซีนรุ่นใหม่ของไฟเซอร์ ชนิด bivalent ซึ่งจะเป็นล็อตแรกของประเทศไทยที่จะนำมาใช้สร้างเสริมภูมิคุ้มกันให้กับกลุ่มเสี่ยงและประชาชน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top