Friday, 10 July 2026
Hard News Team

'ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2023' ส่งมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ แก่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านตาลหมัน จังหวัดชลบุรี

ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2023 สานต่อกิจกรรมเพื่อสังคม เดินหน้าบริจาคอุปกรณ์ทางการแพทย์และของใช้จำเป็น รวมมูลค่า 177,500 บาท แก่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านตาลหมัน จังหวัดชลบุรี โดยมี นางสาวมนวรา เพชรพลากร ผู้จัดการทั่วไปส่วนการตลาดและผู้จัดการทั่วไปส่วนงานองค์กรสัมพันธ์ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด และ มิสวินนี่ เฮง รองประธานอาวุโสและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอเอ็มจี เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) เป็นผู้แทนมอบ ณ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านตาลหมัน จังหวัดชลบุรี

อุปกรณ์ทางการแพทย์ ที่นำไปบริจาคในครั้งนี้ ประกอบด้วย รถเข็นผู้ป่วย เครื่องผลิตออกซิเจนและถังออกซิเจน โคมไฟส่องตรวจ เครื่องดูดเสมหะ รวมถึงของใช้จำเป็นสำหรับผู้ป่วยและเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ อาทิ ระบบเครื่องเสียงสาธารณะ (PA) โต๊ะ ผ้าอ้อม แผ่นรองซับ ยาทากันยุง น้ำดื่ม และแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อ โดยโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านตาลหมัน โดยเป็นสถานพยาบาลขนาดเล็กที่รองรับผู้ป่วยจากชุมชนโดยรอบ มีคนไข้ราว 40 คนต่อวัน สำหรับทุนจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์และของใช้จำเป็นในครั้งนี้ รวบรวมจากค่าสมัครการแข่งขัน “Honda LPGA Thailand 2023 National Qualifiers” ที่จัดขึ้น เมื่อวันที่ 9-10 มกราคม 2566 ที่ผ่านมา ณ สนามสยามคันทรีคลับ โรลลิ่ง ฮิลส์ พัทยา จังหวัดชลบุรี เพื่อเฟ้นหานักกอล์ฟสาวไทยทั้งระดับอาชีพและสมัครเล่น 1 คน ร่วมดวลวงสวิงในการแข่งขัน ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2023 โดยผลการแข่งขัน ซิม -ณัฐกฤตา วงศ์ทวีลาภ นักกอล์ฟหน้าใหม่ของแอลพีจีเอ ทัวร์ คว้าตำแหน่งผู้ชนะ 

ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ เป็นทัวร์นาเมนต์ที่มีชื่อเสียงระดับโลก โดยได้รับความสนใจจากแฟนกอล์ฟทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง นอกจากความพร้อมในการจัดการแข่งขัน คณะผู้จัดงานยังมุ่งมั่นที่จะสร้างประโยชน์คืนสู่ชุมชนท้องถิ่น ผ่านการส่งเสริมให้ผู้คนมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี ด้วยการระดมทุนจากการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ไปใช้ในกิจกรรมการกุศล อาทิ กิจกรรม Charity Night ซึ่งเป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อจัดประมูลไอเท็มส่วนตัวของนักกอล์ฟระดับโลก โดยนำรายได้บริจาคให้แก่ศิริราชมูลนิธิ รวมถึงกิจกรรมเพื่อสังคมในครั้งนี้ 

‘บิ๊กป้อม’ โชว์ฟิต ลงพื้นที่ 3 จว. ก่อนยุบสภาฯ ลุยตรวจน้ำ ‘อุดรฯ-หนองคาย-เลย’ 24 ก.พ.นี้

(22 ก.พ. 66) ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ มีกำหนดการลงพื้นที่จ.อุดรธานี จ.หนองคาย และจ.เลย ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ โดยจะเดินทางไปตรวจติดตามอ่างเก็บน้ำลำห้วยเชียงตอนบน ต.ขอนยูง อ.กุดจับ จ.อุดรธานี ในเวลา 10.30 น. จากนั้นเดินทางไปตรวจติดตามการบริหารการจัดการน้ำ จ.อุดรธานี พร้อมทั้งมอบนโยบายและพบปะประชาชน ที่โรงเรียนภูพานวิทยา ต.ของยูง อ.กุดจับ

จากนั้นเวลา 13.50 น. พล.อ.ประวิตร เดินทางสู่ จ.หนองคายเพื่อตรวจติดตามโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาห้วยโมง กรมชลประทาน อ.ท่าบ่อ จากนั้นเดินทางไปตรวจติดตามการบริหารการจัดการน้ำ จ.หนองคาย พร้อมมอบนโยบาย พบปะประชาชนในพื้นที่และผู้นำท้องถิ่น และรับเรื่องแก้ปัญหาน้ำประปาเพื่อการอุปโภค-บริโภคของ อ.โพธิ์ตาก ที่ลานวัฒนธรรม เทศบาลเมืองท่าบ่อ อ.ท่าบ่อ และเดินทางไปตรวจติดตามโครงการปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพ ระบบประปาเทศบาลเมืองท่าบ่อ

ทัพกอล์ฟหญิงระดับโลก พร้อมเดินหน้าคว้าแชมป์รายการ 'ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2023' อาฒยา ฐิติกุล, เนลลี่ คอร์ด้า, มินจี ลี และเหล่าโปรกอล์ฟหญิงระดับท็อปของโลกพร้อมนำทัพประชันวงสวิง

ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2023 การแข่งขันกอล์ฟแอลพีจีเอทัวร์ที่สองของปีนี้คับคั่งด้วยนักกอล์ฟฝีมือเยี่ยมของวงการกอล์ฟหญิงระดับโลก นำโดย 'จีน' อาฒยา ฐิติกุล นักกอล์ฟขวัญใจชาวไทยและมือ 4 ของโลก ซึ่งตั้งเป้าสร้างชื่อเสียงและความสำเร็จเพื่อมอบรอยยิ้มให้กับแฟนกอล์ฟชาวไทยในการแข่งขันกอล์ฟยอดนิยมของฤดูกาล โดยเจ้าของแชมป์แอลพีจีเอ ทัวร์สองสมัยและผู้ครองตำแหน่ง Louise Suggs Rolex Rookie of the Year พร้อมนำทัพนักกอล์ฟไทยและต่างชาติร่วมประชันวงสวิงในทัวร์นาเมนต์ระดับโลก เพื่อชิงเงินรางวัลรวมสูงถึง 1.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ  และรางวัลโฮลอินวัน รถยนต์ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี รุ่น e:HEV TECH มูลค่า 1,799,000 บาท

ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ ก้าวสู่ปีที่ 16 ยิ่งใหญ่กว่าเดิม โดยปีนี้มีนักกอล์ฟดังเข้าร่วมแข่งขันกันอย่างคับคั่ง นำโดย ลิเดีย โค มือ 1 ของโลกจากนิวซีแลนด์ ร่วมด้วยเนลลี่ คอร์ด้า มือ 2 ของโลกจากสหรัฐฯ มินจี ลี มือ 3 ของโลกจากออสเตรเลีย จิน ยองโค มือ 5 ของโลกจากเกาหลีใต้ และ บรู๊ค เฮนเดอร์สัน มือ 6 ของโลกจากแคนาดาที่เพิ่งคว้าแชมป์แรกของฤดูกาลในรายการ ฮิลตัน แกรนด์ วาเคชั่นส์ ทัวร์นาเมนต์ ออฟ แชมเปี้ยนส์ ในออร์แลนโด ฟลอริด้า เมื่อเดือนที่แล้ว 

คนใกล้ตัว แฉต้นเหตุ ‘พยาบาลสาว’ คิดฆ่าตัวตาย ที่แท้โดนข่มขู่คุกคาม แถมถูกสั่งให้เข้าเวรกลางคืน

หนุ่มคนใกล้ชิดโพสต์แฉละเอียดยิบ กรณีพยาบาลสาว รพ.ดังเชียงใหม่ เครียดจัดจนเกือบฆ่าตัวตัวตาย ที่แท้โดนคนในกลั่นแกล้งข่มขู่คุกคามหนัก แถมรถถูกยกหายไปนานเกือบ 4 เดือนและแจ้งความแล้ว ไร้ความคืบหน้า จนรู้สึกไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน แต่ยังถูกสั่งให้ขึ้นเวรกลางคืน

ความคืบหน้ากรณีพยาบาลสาวโรงพยาบาลรัฐชื่อดังในจังหวัดเชียงใหม่ โพสต์บอกเล่าเรื่องราวตัดพ้อที่ถูกกลั่นแกล้งและดูหมิ่นเหยียดหยามในที่ทำงานจนเกิดความเครียดและกดดันอย่างหนัก พร้อมเขียนจดหมายลาตาย และพยายามที่จะกระโดดตึกเพื่อจบชีวิตแต่มีผู้ช่วยเหลือไว้ได้ทัน ขณะที่ทางผู้บริหารหน่วยงาน ชี้แจงและยืนยันให้ความช่วยเหลือพยาบาลสาวรายนี้อย่างเต็มที่ในทุกด้าน

รายงานข่าวแจ้งว่าล่าสุดในคืนที่ผ่านมา มีชายคนหนึ่งได้โพสต์คลิปใน TikTok จำนวน 3 คลิป ที่เป็นการแฉเรื่องราวเกี่ยวกับกรณีพยาบาลสาวที่ถูกกลั่นแกล้ง กดดัน จนทำให้คิดสั้นดังกล่าว โดยเริ่มต้นว่าไม่ต้องตั้งคำถามว่าตนเองรู้จักน้องพยาบาลได้อย่างไร เอาเป็นว่าเป็นคนที่รู้จักสามารถพูดคุยได้ทุกเรื่อง ซึ่งเรื่องของการบูลลี่เรื่องหน้าตาชาติพันธุ์ เป็นเรื่องเก่านานแล้วที่มีการทำความเข้าใจกันแล้วในที่ทำงาน และไม่ใช่เหตุหลักในการที่น้องตัดสินใจครั้งนี้

โดยสาเหตุหลักมาจากการถูกลั่นแกล้งในที่ทำงานจากหัวหน้างาน และคนในโรงพยาบาล ซึ่งจากการแถลงข่าวเมื่อวานนี้ไม่ได้มีการพูดถึงเรื่องความขัดแย้งจริงๆ ซึ่งน้องมีความขัดแย้งกับหัวหน้าแผนกห้องคลอด ซึ่งต้องยอมรับว่าเป็นปัญหาส่วนตัวของกลุ่มคนในที่ทำงานก็จะมีการแบ่งก๊กแบ่งเหล่ากัน แต่ที่สำคัญได้ยกบุคคลคนหนึ่งเป็นตำแห่งหัวหน้าพัสดุ แฟนมีพฤติกรรมเวลาดื่มเหล้าเมาจะกร่างสามารถเข้าออกโรงพยาบาลได้ และยังทำงานที่สรรพสามิตเชียงใหม่ จึงได้ให้แฟนแกล้งน้องด้วยการขนรถจักรยานยนต์ อ้างจะเอาไปตรวจสอบ เนื่องจากเห็นว่าจอดไว้เป็นเวลานาน จนเป็นที่มาของการเข้าไปแจ้งความว่าน้องรถหาย

นอกจากนี้น้องยังพยายามขอความช่วยเหลือจากทางผู้บริหาร แม้แต่จะขอภาพจากกล้องวงจรปิดเพื่อติดตามหาตัวคนร้ายที่ขโมยรถไป แต่กลับอ้างว่าไม่มีภาพ ภาพวงจรปิดที่ได้มานั้นก็ไปได้จากกล้องวงจรปิดบ้านพักของพนักงานในโรงพยาบาล ที่น้องต้องไปขอเอง หลังจากนั้นน้องเริ่มรู้สึกไม่ปลอดภัยที่ถูกคุกคาม จึงไปขอร้องผู้บริหารอีกครั้ง ซึ่งได้รับการดูแลโดยให้มาเข้าเวรและทำงานในตอนกลางวันแทนกลางคืน เนื่องจากรู้สึกไม่ปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน แต่ได้เพียง 1 เดือน ตอนนี้น้องต้องกลับมาทำงานและเข้าเวรกลางคืนอีกครั้งคราวนี้น้องจึงรู้สึกว่าไม่ได้รับการดูแลช่วยเหลือปกป้อง และหวาดกลัวที่จะถูกคุกคามอีกครั้ง จนน้องคิดมากเป็นสาเหตุที่ต้องคิดสั้น

ส่วนคลิปที่ 2 ได้ย้อนกลับไปพุดถึงเรื่องการแจ้งความดำเนินคดีกับคนที่นำรถไปตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2565 แต่จนถึงขณะจะเข้าเดือนมีนาคมอยู่แล้ว กว่า 3 เดือนนี้ ก็ยังไม่มีความคืบหน้าในคดี ไม่มีหมายเรียกออกมาสักฉบับ ตำรวจทำงานช้ามากจนน้องรู้สึกว่าตำรวจ มีนอกมีในหรือไม่กับคดีนี้ โดยคนโพสต์ยังอ้างว่าทนายความที่ตนเองส่งไปช่วยดูแลคดีให้น้องพยาบาล ยังได้รับการประสานงานจากตำรวจ ว่าจะเอาอย่างไรต่อไปกับเรื่องนี้ ซึ่งต้องเป็นหน้าที่ของตำรวจไม่ใช่มาถามทางฝั่งผู้เสียหาย ซึ่งตำรวจได้เรียกทั้ง 2 ฝ่ายไปพูดคุยกัน

ตี๊ต่าง!! ‘ปิยบุตร’ VS ‘พิธา’ ซัดกันไปมา ยังกะ ‘จูเลียส ซีซาร์’ VS ‘บรูตุส’

ต่อกรณีของ ‘ปิยบุตร แสงกนกกุล’ อดีตเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ เปิดวิวาทะกับ ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ผ่านสมรภูมิเฟซบุ๊ก โดยมีผู้สันทัดกรณีและแฟนคลับของแต่ละฝ่ายเฝ้าติดตามด้วยความระทึกในหัวใจกับศึกสายเลือดครั้งนี้เป็นจำนวนมาก เพราะแม้ ‘ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ’ ตัวพ่อลงทุนออกโรงหมายหย่าศึกด้วยตนเองแล้ว แต่ดูเหมือนทั้งสองยังไร้ทีท่าจะรามือกันแต่อย่างใด

ผู้ชมริงไซต์บางคนบอกนึกถึง ‘จูเลียส ซีซาร์’ (Julius Caesar) รัฐบุรุษแห่งกรุงโรม กับ ‘มาร์คุส ยูนุส บรูตุส’ (Marcus Junius Brutus) หรือ ‘บรูตุส’ นักการเมืองวัยห้าวชาวโรมัน สองตัวละครระดับตำนาน ‘แทงข้างหลัง’ ที่โลกจารึก

ฝ่ายแรก คือ บุรุษผู้กอบกู้และนำพาความเจริญรุ่งเรืองมาสู่โรม แม้ช่วงหลังของการครองบัลลังก์จะถูกมองว่า “...เขาไม่สนใจจารีตเก่า ไม่แม้แต่จะเหลียวมองกลุ่มขั้วอำนาจการเมืองที่ยังคงอยากรักษาสถานะทางสังคมของพวกเขาเอาไว้ ในยามที่กรุงโรมกำลังอยู่ในสถานการณ์ความวุ่นวาย เขากลับเป็นอำนาจที่ไม่อาจโค่นล้มได้”

ขณะที่คนหลังเป็นนักการเมืองหนุ่ม อนาคตไกล ผู้มีอุดมการณ์ต่างจากซีซาร์คนละขั้ว แต่ยังคงได้รับความเมตตาตลอด เพียงเพราะชื่อ ‘เซอร์วิเลีย’ (Servilia) นางผู้เป็นที่โปรดปรานของซีซาร์ และก็คือมารดาของบรูตุส ดังนั้นสายตาที่มองมายังบรูตุส จึงไม่ต่างจากบิดามองลูกชายตน

เรื่องนี้จบอย่างไรหลายคนทราบดี - ส่วนคนไม่รู้ก็ไปหาอ่านเอาเอง

แต่ประเด็นสำคัญมิได้อยู่ที่ว่า ‘พิธา กับ ปิยบุตร’ หรือ ‘บรูตุส กับ ซีซาร์’ เพราะเมื่อเกิดความขัดแย้งขึ้นมา ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดก็ต้องกล่าวโทษอีกฝ่ายว่า คือ ‘ผู้ผิด’ เสมอ ดังที่ ปิยบุตรพูด (เขียน) ถามถึงพิธาก่อนว่า “...ผู้นำพรรคก้าวไกลมีศักยภาพเพียงพอที่จะทำให้คนเชื่อว่าพรรคก้าวไกลจะชนะในเขตเลือกตั้งได้หรือไม่?”

ขณะที่พิธาโต้กลับตรง ๆ ว่า ปิยบุตรต้อง “เลิกมือไม่พายเอาเท้าราน้ำ” - “เลิกทำตัวไม่เป็นมืออาชีพ” เสียที

สองคนมองเหมือนว่าตนคือซีซาร์ผู้ถูกแทงกลางหลังโดยคมมีดของอีกฝ่าย

และทั้งปิยบุตรกับพิธาก็ถูกมองว่าคือ ‘บรูตุส’ ผ่านสายตาอีกฝั่งเช่นกัน

แต่หากพิเคราะห์ดี ๆ แล้ว เนื้อหาโพสต์เฟซบุ๊กซึ่งตอบโต้กันอย่างเปิดเผยคราวนี้ กลับแทบไม่ต่างจากการชี้หน้าด่ากันกลางตลาด หากเพียงตัดรูปประโยคสวยหรูทว่าแสนรุงรังออกทิ้ง เรื่องทั้งมวลจะเหลือแค่แกนหลักของเรื่อง ซึ่งก็คือ ‘สาวไส้’ ของกันและกันออกมา ‘กอง’ ต่อหน้าสาธารณชนรับรู้ ส่วนคนดู (กา) จะกิน ปรบมือ เป่าปาก โห่ หรือฮา ก็แล้วแต่วิจารณญาณของใครของมัน

'ทร.' แจ้ง ผลสอบ 'รล.สุโขทัย' คืบหน้า 90% เริ่มกู้เรือได้ เม.ย.นี้ คาด ไม่เกิน 1 ปี รู้สาเหตุเรือล่ม

(22 ก.พ. 66) พล.ร.อ.ปกครอง มนธาตุผลิน โฆษกกองทัพเรือ กล่าวถึงความคืบหน้าการสอบสวนเรือหลวงสุโขทัยอับปางในรอบ 2 เดือน ว่า คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงยังอยู่ระหว่างดำเนินการ หลังจากสอบปากคำผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ทั้ง 289 ปาก ข้อมูลที่ได้กำลังอยู่ระหว่างประเมินเพื่อนำมาสรุป และชี้แจงต่อพี่น้องประชาชนได้รับทราบ ยืนยันว่า กองทัพเรือไม่ได้พยามจะดึงเรื่องให้มีความยืดเยื้อ หรือเชื่องช้า เราพยายามทำอย่างรวดเร็ว แต่อย่างไรก็ตาม อยากให้มีความรอบคอบ และครอบคลุม เรื่องราวทั้งหมด

นอกจากนั้น ก็ยังมีข้อมูลทางเอกสารในเรื่องการรายงานสถานการณ์ต่าง ๆ รวมถึงเรื่องวัตถุพยาน ซึ่งขณะนี้ การดำเนินการเตรียมการกู้เรือหลวงสุโขทัย กำลังดำเนินการอยู่ น่าจะได้บทสรุปในเดือนนี้ ขณะนี้ยังติดเรื่องคลื่นลมในทะเลฝั่งอ่าวไทย ที่ยังมีความรุนแรงอยู่ คาดว่า ภายในเดือนเมษายนเป็นอย่างช้า น่าจะเริ่มดำเนินการกู้เรือได้ ซึ่งระยะเวลาดำเนินการเท่าไหร่นั้น ยังตอบไม่ได้ ต้องดูว่ามีอุปสรรคมากน้อยแค่ไหน แต่กระบวนการทั้งหมดที่จะได้ข้อสรุปคงไม่เกิน 1 ปี ต้องรอดูสภาพใต้ท้องเรือว่า ตรงกับคำให้การที่สอบไปหรือไม่ แต่ตอนนี้เรา ปะติดปะต่อเหตุการณ์เรื่องราวได้เกือบสมบูรณ์แล้ว ขาดเพียงแค่พยานวัตถุ

“เราพยายามไม่ให้ข้อมูลรั่วไหลออกไป แต่ส่วนหนึ่งก็หลุดออกไปบ้าง แต่ตรงนี้ยังไม่ได้ข้อสรุปที่แท้จริง ต้องรอกองทัพเรือชี้แจงอย่างเป็นทางการ 2 เดือนที่ผ่านมา ถือได้ว่าผลสรุปการสอบพยานด้านบุคคล รวมถึงเอกสารถึงคืบหน้าไป 90% แล้ว

ส่วนพยานวัตถุเราได้แค่ภาพถ่ายใต้น้ำ ซึ่งใช้นักประดาน้ำ และยานซีฟอกซ์ ซึ่งเป็นยานใต้น้ำ ลงไปถ่ายแต่ยังมองไม่ชัดเพราะ สภาพเรือนั่งแท่นบนทรายจึงมองเห็นไม่ชัด ต่างกับกรณีที่เรือเอียงจะถ่ายแล้วเห็นชัดมากกว่า ตรงนี้จึงเป็นสิ่งที่ติดขัดในการถ่ายภาพใต้น้ำนำมาประกอบหลักฐาน จึงยังไม่สมบูรณ์จึงต้องมีการกู้เรือมาเพื่อดูสภาพนั้นอีกครั้ง” พล.ร.อ.ปกครอง กล่าว

โฆษกกองทัพเรือ กล่าวอีกว่า สำหรับกรอบงบประมาณที่จะใช้ กองทัพเรือ โดยกองเรือยุทธการ และกรมอู่ทหารเรือ กำลังวิเคราะห์ และพยายามพิจารณาลดค่าใช้จ่ายตรงนี้ลงให้น้อยที่สุด โดยปัจจุบัน ยังมี 12 บริษัทได้เสนอค่าใช้จ่ายการกู้เรือเข้ามา ส่วนที่เกรงว่า การใช้งบกลางจากรัฐบาลอาจจะล่าช้า เพราะอยู่ในช่วงยุบสภา จึงต้องไปขออนุมัติ กกต.นั้น ก็คงเป็นไปตามนั้น เราจึงพยายามดำเนินการให้เร็วที่สุด คาดว่าจะให้เสร็จก่อนที่จะมีการยุบสภา

‘หลวงปู่เจ้าคุณอิ่ม’ อายุ 106 ปี ทำบัตร ปชช.ใหม่ กลุ่มลูกศิษย์ปลื้มเห็นหลวงปู่สุขภาพแข็งแรง

หลวงปู่เจ้าคุณอิ่ม อายุ 106 ปี อริยสงฆ์ 5 แผ่นดินแห่งเมืองนคร ทำบัตรประชาชนใบใหม่ กลุ่มศิษย์ปลื้มเห็นหลวงปู่สุขภาพแข็งแรง 

เพจเฟซบุ๊กกลุ่มประเทศคอน สมาชิกในชื่อชาญวิทย์ ได้โพสต์ภาพ พระราชมงคลวชริรปัญญา หรือหลวงปู่เจ้าคุณอิ่ม อริยสงฆ์ 5 แผ่นดินแห่งเมืองนคร วัดทุ่งนาใหม่ อำเภอพิปูน จังหวัดนครศรีธรรมราช

ขณะที่หลวงปู่เจ้าคุณอิ่ม อายุ 106 ปี เดินทางมาทำบัตรประชาชนใบใหม่ ณ ที่ว่าการอำเภอพิปูน จ.นครศรีธรรมราช พร้อมระบุข้อความว่า เห็นภาพนี้แล้วปลื้ม ขอหลวงปู่อายุยืน สุขภาพแข็งแรง 106 ปีแล้ว ท่านยังแข็งแรง อยู่กับลูกศิษย์นานๆ ด้วยรักและศรัทธา สาธุๆๆ

สำหรับประวัติ ‘หลวงปู่อิ่ม’  ถือว่าท่านเป็นพระอริยสงฆ์ 5 เเผ่นดิน และศิษย์ พ่อท่านคล้าย วัดสวนขัน ‘หลวงปู่อิ่ม’ มีเดิมชื่อ นายอิ่ม วุฒิพงศ์ เป็นบุตร นายเอี่ยม นางช่วย วุฒิพงศ์ เกิดเมื่อวันพฤหัสบดี ที่ 6 ธันวาม 2459 หรือช่วงต้นรัชกาลที่ 6

เมื่ออายุ 17 ปี ราวปี 2476 ได้บรรพชาเป็นสามเณร โดยพระครูรังสรรค์อธิมุตต์ เป็นพระอุปัชฌาย์ ณ วัดยางค้อม โดยในวัยเด็ก ท่านมีโอกาสได้รับใช้ใกล้ชิดพ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์  อันเนื่องด้วยจากท่านเป็นหลานเเท้ ๆ ของพ่อท่านคล้าย ซึ่งท่านจะมาหาญาติของท่าน ซึ่งเป็นครอบครัวของ ‘หลวงปู่อิ่ม’ อยู่เป็นประจำ

จนเมื่ออายุครบ 20 ปี ในราวปีพ.ศ. 2479 ท่านได้อุปสมบท โดยมี พระอาจารย์ปลอด วัดนาเขลียง เป็นพระอุปัชฌาย์ ณ วัดยางค้อม เเละได้ครองสมณะเพศเป็นเวลา 1 ปีจึงได้ ได้ลาสิกขา เพราะจำเป็นต้องไปช่วยพ่อแม่ทำสวน ตามวิถีชีวิตปกติของคนทั่วไป 

เเต่ขณะท่านเป็นฆราวาส ก็ยังคงได้ ร่ำเรียนวิชาจากพ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ ซึ่งเป็นทั้งครูอาจารย์เเละเป็นญาติผู้ใหญ่มาตลอด อีกทั้งยังมีส่วนร่วมในการร่วมสร้างพระอุโบสถวัดทุ่งนาใหม่ เเละเหตุการณ์สำคัญๆ ร่วมกับพ่อท่านคล้าย เเละได้ร่ำเรียนวิชาจนสามารถจดจำพระคาถา เเละเคล็ดวิชาของพ่อท่านคล้ายได้เป็นอย่างดี

ทัพเรือภาคที่ 1 มอบอุปกรณ์สนับสนุนกิจกรรมนันทนาการ ณ โรงเรียนชุมชนบ้านบางเสร่

วันที่ 22 ก.พ.66 ทัพเรือภาคที่ 1 โดย น.อ.ศรยุทธ พุ่มสุวรรณ์ พร้อมด้วยกำลังพลจิตอาสา เข้าพบปะคณะครู นักเรียน และมอบอุปกรณ์สำหรับสนับสนุนกิจกรรมการเรียนการสอน กิจกรรมสันทนาการ ส่งเสริมการออกกำลังกายสร้างสุขภาพที่แข็งแรงให้แก่นักเรียน ณ โรงเรียนชุมชนบ้านบางเสร่ ต.บางเสร่ อ.สัตหีบ จว.ชลบุรี ตามโครงการกิจกรรม 'บวร' (บ้าน วัด โรงเรียน) เพื่อเป็นการสนับสนุนกิจกรรมของโรงเรียน และเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่าง กองทัพเรือกับประชาชน ในพื้นที่ 

‘อดีตเพื่อนธร’ ชี้!! ‘พิธา-ปิยบุตร’ แตกคอ!! ความจริงการเมือง แค่วาทกรรมอันสวยงาม

(22 ก.พ. 66) นายพิชิต ไชยมงคล อดีตโฆษกกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) และแกนนำกลุ่มประชาชนคนไทย (ปท.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ‘Pichit Chaimongkol’ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการตอบโต้และขัดแย้งกันระหว่างนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล กับนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า มีเนื้อหาดังนี้...

ก้าวไกลบอกก้าวไปไกลๆ

ปรากฏการณ์ พิธาสวนปิยบุตร ธนาธรเล่นบทพระเอก พูดหลักการ
บทสะท้อนความเป็นจริงทางการเมือง สังคม ที่ตรงกันข้ามกับความฝันวาทกรรมที่สวยงาม

มันคือการเมืองเรื่องของอำนาจ โดยอ้างเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงสังคม ทุกพรรคก็เป็นเช่นนี้ เป็นเรื่องอำนาจที่ต้องกุมสภาพการนำให้ได้ ซึ่ง ปิยบุตร คงอยากกุมอำนาจโดยการกำหนดทิศทางนอกพรรค ก็เหมือนทักษิณ ชินวัตร ที่เป็นผู้มี อิทธิพลนอกพรรค ทักษิณทำเช่นไร ปิยบุตรก็คล้ายๆ กันเช่นนั้น

เพียงแต่

เพื่อไทยไม่มีใครโต้ทักษิณ
ก้าวไกลกล้าตอบโต้ปิยบุตรแค่นั้นเอง

ตำรวจไซเบอร์ เตือนภัยช่วงนี้ มัลแวร์เรียกค่าไถ่ (Ransomware) กลับมาระบาด

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ โฆษก กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ขอเรียนประชาสัมพันธ์เตือนภัยระวังตกเป็นเหยื่อ Ransomware หรือมัลแวร์เรียกค่าไถ่ ดังนี้

ในปัจจุบันที่เทคโนโลยีได้พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว แต่ในอีกมุมหนึ่งมิจฉาชีพก็พัฒนาการหลอกลวงในรูปแบบใหม่ๆ และซับซ้อนมากยิ่งขึ้นเช่นกัน Ransomware หรือที่เรียกกันว่า มัลแวร์เรียกค่าไถ่ เป็นมัลแวร์ประเภทหนึ่งที่จะเข้ามาล็อกข้อมูลผู้ใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นไฟล์เอกสาร รูปภาพ วิดีโอ จนทำให้ไม่สามารถเปิดไฟล์ใดๆ ได้ โดยหากต้องการกู้ข้อมูลคืนมา จะต้องจ่ายเงินค่าไถ่ตามที่ผู้โจมตี หรือมิจฉาชีพเรียกร้อง จำนวนเงินค่าไถ่ก็จะแตกต่างกันไป และการชำระเงินจะต้องชำระผ่านระบบที่มีความยากต่อการตรวจสอบ หรือติดตาม เช่น การโอนเงินผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์, การชำระเงินออนไลน์แบบเติมเงินโดยใช้บัตรกำนัล (Paysafecard), เงินสกุลดิจิทัล เป็นต้น

ในช่วงที่ผ่านมาพนักงานสอบสวน บช.สอท. ได้รับแจ้งความร้องทุกข์จากผู้เสียหายว่า บริษัทของผู้เสียหายได้รับความเสียหายจากการถูมัลแวร์เรียกค่าไถ่ (Ransomware) ถูกล็อกไฟล์ข้อมูล ไม่สามารถเข้าถึงและใช้งานได้ มีการเรียกค่าไถ่เป็นบิตคอยน์ (Bitcoin) มูลค่าหลายล้านบาท กรณีดังกล่าว บช.สอท. ได้ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) ได้ทำการตรวจสอบและวิเคราะห์ในเบื้องต้นพบว่า คอมพิวเตอร์บริษัทของผู้เสียหายถูกโจมตีด้วย Faust Virus หรือ Ransomware ซึ่งได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อป้องกันไม่ให้เหยื่อเข้าถึงข้อมูลของตนเอง โดยแผนประทุษกรรมของคนร้ายจะ สร้างมัลแวร์ที่มีลักษณะการทำงานแบบเข้ารหัส หรือล็อกไฟล์ ไม่ว่าจะเป็นไฟล์เอกสาร รูปภาพ วิดีโอ ผู้ใช้งานจะไม่สามารถเปิดไฟล์ได้ จนกว่าจะได้รับรหัส หรือคีย์ที่ใช้ในการปลดล็อกไฟล์

ทั้งนี้ กรณีดังกล่าวน่าจะมาจากช่องทางต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการแฝงมาในรูปแบบเอกสารแนบมากับอีเมล โดยการสร้างเว็บไซต์ปลอม หรืออีเมลปลอม แล้วส่งข้อมูลมาในรูปเอกสารที่ใช้ไฟล์ .doc หรือ .xls แต่ความจริงคือเป็นไฟล์ '.doc .exe' หรือแฝงตัวมาในรูปแบบของโฆษณา (Malvertising) โดยการโฆษณาไปยังบริษัทเป้าหมาย ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือบริษัทขนาดใหญ่ที่มีความสามารถในการจ่ายเงินค่าไถ่ หรืออาจจะเกิดจากบุคคลในองค์กรเองที่ไปคลิกลิงก์ที่คนร้ายส่งมา ทำให้มัลแวร์ดังกล่าวติดตั้งตัวเองในระบบแล้วทำการเข้ารหัส หรือล็อกไฟล์ทั้งหมด จากนั้นจะมีข้อความเตือนที่หน้าจอให้ติดต่อกลับไป คนร้ายมักจะเรียกเป็นสกุลเงินดิจิทัล หากไม่ยอมจ่ายคนร้ายจะข่มขู่ว่าจะทำลายไฟล์ทั้งหมด หรือนำไปเปิดเผยต่อไป

ตามนโยบายของรัฐบาล โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งรับผิดชอบงานในด้านการป้องกันปราบปราม ได้ให้ความสำคัญ และมีความห่วงใยต่อภัยออนไลน์ที่สร้างความเสียหายให้กับประชาชน องค์กร หน่วยงานต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวข้องกับการเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์โดยมิชอบ การเรียกค่าไถ่ทางคอมพิวเตอร์ (Ransomware) โดยได้กำชับไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งวางมาตรการในการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดในโลกออนไลน์ทุกรูปแบบอย่างต่อเนื่อง และจริงจัง

ที่ผ่านมา กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดย พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. ได้ขับเคลื่อนตามนโยบายของรัฐบาล และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดในโลกออนไลน์ทุกรูปแบบ มุ่งเน้นการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้แก่ประชาชน หน่วยงานไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ

การกระทำลักษณะดังกล่าวเข้าข่ายเป็นความผิดฐาน “ ข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเองหรือของผู้อื่น มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และความผิดฐานเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะ และมาตรการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตน มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตาม พ.ร.บ.การกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 หรือกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง”


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top