Friday, 10 July 2026
Hard News Team

สัญญาณอันตราย!! ‘ญี่ปุ่น’ ทุบสถิติ ยอดประชากรเกิดต่ำสุดในรอบ 40 ปี ‘นายกฯ’ ชี้ เป็นวิกฤต สั่งเร่งแก้ไข-เพิ่มงบหนุน 2 เท่า

(1 มี.ค. 66) สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงาน เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2566 ว่า จำนวนการแจ้งเกิดในญี่ปุ่นลดตัวลงอีกครั้ง และทำลายสถิติต่ำที่สุดอย่างต่อเนื่องเมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นปัญหามานานหลายสิบปี สถิติการเกิดในประเทศล่าสุดที่น่ากังวลนี้ สะท้อนให้เห็นความล้มเหลวของเจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นในการกระตุ้นการเกิดใหม่ของประชากร แม้จะมีความพยายามอย่างหนักก็ตาม

จากสถิติการเกิดที่เผยแพร่โดยกระทรวงสาธารณสุขญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2566 ญี่ปุ่นมีจำนวนเด็กทารกเกิดใหม่จำนวน 799,728 คนเมื่อปี 2022 ซึ่งเป็นครั้งแรกที่จำนวนการเกิดของประเทศอยู่ต่ำกว่า 800,000 คน โดยยอดดังกล่าวลดลงเกือบครึ่งหนึ่งในช่วง 40 ปีที่ผ่านมา ในอดีตญี่ปุ่นเคยมีสถิติการเกิดมากกว่า 1.5 ล้านคนในปี 1982

นอกจากนี้ ญี่ปุ่นยังได้รายงานจำนวนผู้เสียชีวิตของปีที่ผ่านมาอยู่ที่กว่า 1.58 ล้านราย ซึ่งทุบสถิติสูงที่สุดในช่วงเวลาหลังเกิดสงคราม

ทั้งนี้ ญี่ปุ่นมีอัตราการตายสูงกว่ายอดการเกิดใหม่ของประชาชนมาเป็นเวลากว่าหนึ่งทศวรรษ ซึ่งเป็นปัญหาที่หนักอึ้งต่อผู้นำประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสามของโลก

ประชากรของญี่ปุ่นลดลงอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ยุคเศรษฐกิจของประเทศเฟื่องฟูในช่วงยุค 80 และในปี 2021 ญี่ปุ่นมีประชากรอยู่ที่ 125.5 ล้านคน อ้างอิงข้อมูลตัวเลขล่าสุดของรัฐบาล โดยอัตราการเกิดของญี่ปุ่น ซึ่งอยู่ที่ 1.3 นั้น ต่ำกว่าความคาดหวังของอัตราการเกิดใหม่ของประชากรที่ 2.1 อย่างมาก โดยการบรรลุเป้าหมายดังกล่าว จำเป็นอย่างยิ่งในการรักษาจำนวนประชากรให้มีคงที่ ในกรณีที่ไม่มีการย้ายถิ่นฐานของชาวต่างชาติเข้ามาในประเทศ

อีกทั้ง ญี่ปุ่นยังเป็นหนึ่งในประเทศที่ประชากรมีอายุขัยมากที่สุดในโลก โดยในปี 2020 ข้อมูลของรัฐบาลระบุว่า สามารถพบคนญี่ปุ่นที่มีอายุ 100 ปีขึ้นไป ได้ในอัตราส่วนเกือบ 1 ใน 1,500 คน

คืนที่ดาวครองฟ้า!! ชวนดูปรากฏการณ์ 'ดาวศุกร์เคียงดาวพฤหัสบดี' เมื่อ 'เทวีแห่งความรัก' เคียงคู่ 'ครูของปวงเทวดา'

ห้วงท้องฟ้าดาราศาสตร์ไทยในระหว่างหัวค่ำวันที่ 1-3 มีนาคม พ.ศ. 2566 นี้ จะเกิดมีปรากฏการณ์ดาวเคราะห์ชุมนุม 'ดาวศุกร์' เคียง 'ดาวพฤหัสบดี' ทางทิศตะวันตก อวดความสวยงามของวัตถุท้องฟ้าดังกล่าว ตั้งแต่หลังดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าจนถึงเวลาประมาณสองทุ่ม สว่างเด่นสังเกตเห็นได้ด้วยตาเปล่าทุกภูมิภาคทั่วไทย

ข้อมูลจากสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ หรือ NARIT เผยแพร่องค์ความรู้ผ่านเพจเฟสบุ๊ก @NARITpage มีเนื้อหาโดยย่อว่า "...ช่วงวันที่ 1 ถึง 3 มีนาคม 2566 จะเกิดปรากฏการณ์ 'ดาวเคราะห์ชุมนุม' ดาวศุกร์ปรากฏเคียงดาวพฤหัสบดี ทางทิศตะวันตกบริเวณกลุ่มดาวปลาคู่ (Pisces) หลังดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าเป็นต้นไป จนถึงเวลาประมาณ 20.00 น. สังเกตได้ด้วยตาเปล่าทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ในวันที่ 1 มีนาคม 2566 ดาวพฤหัสบดีจะปรากฏอยู่เหนือดาวศุกร์ ห่างประมาณ 0.8 องศา  จากนั้นวันที่ 2 มีนาคม 2566 ดาวศุกร์จะเปลี่ยนตำแหน่งมาปรากฏเคียงดาวพฤหัสบดี ห่างกันประมาณ 0.6 องศา และในวันที่ 3 มีนาคม 2566 ดาวศุกร์จะปรากฏอยู่เหนือดาวพฤหัสบดี ห่างกันประมาณ 1.4 องศา และค่อย ๆ ทำมุมห่างออกจากกันมากขึ้นหลังจากนี้"

'ดาวศุกร์' (Venus) เป็นดาวเคราะห์ที่อยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ในลำดับที่ 2 ชื่อละตินของดาวศุกร์ Venus (วีนัส) ยืมมาจาก 'เทพีแห่งความรัก' ของโรมัน โดยชาวบาบิโลนโบราณรู้จักดาวศุกร์มาตั้งแต่ราว 1,600 ปีก่อนคริสตกาล แต่ด้วยความสว่างสุกใสของดาวศุกร์ จึงเชื่อว่าดาวศุกร์น่าจะเป็นที่รู้จักมาก่อนหน้านั้นนานแล้ว นับตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ สัญลักษณ์แทนดาวศุกร์ คือ ♀ หรือสัญลักษณ์แทนสตรีเพศนั่นเอง

เพื่อให้ประเทศเดินหน้า!! ‘บิ๊กป้อม’ เผย!! แม้มี ‘สำนึกอนุรักษ์นิยม’  แต่เข้าใจใน ‘ประชาธิปไตยเสรีนิยม’ 

(1 มี.ค.66) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊ก ‘พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ’ ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้โพสต์จดหมายเปิดใจฉบับที่ 4 ซึ่งเป็นฉบับที่มีเนื้อหาต่อจากจดหมายเปิดใจ ‘ทำไมต้องก้าวข้ามความขัดแย้ง’ ที่ถูกเผยแพร่เมื่อวันที่ 27 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยมีเนื้อหาที่เล่าถึงสภาพแวดล้อมในวัยเด็กของ พล.อ.ประวิตร และประวัติการรับราชการทหาร ตั้งแต่สำเร็จการศึกษาโรงเรียนนายร้อยโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า (จปร.) จนเติบโตจากกองทัพภาคที่ 1 ในสังกัดกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ (ร.21 รอ.) หรือคนส่วนใหญ่รู้จักในนาม ‘ทหารเสือราชินี’

พล.อ.ประวิตร ระบุว่า ชีวิตถูกหล่อหลอมขึ้นมาด้วยความเป็น ‘ทหารอาชีพ’ จาก ‘ทหารชั้นผู้น้อย’ ค่อยๆ เติบโตมาจนเป็น ‘ผู้บัญชาการกองทัพ’ และด้วยการปลูกฝังจากสังคมแวดล้อม ระบบการศึกษา และหน้าที่การงาน ทำให้ตนมีความจงรักภักดีที่มีต่อ ‘ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์’ เป็นสภาวะที่ฝังลึกอยู่ในจิตวิญญาณ

พล.อ.ประวิตร ระบุต่อว่า บ้านของตนเป็นแหล่งรวมการใช้ชีวิตของพี่น้องเพื่อนฝูงมาตั้งแต่สมัยยังเรียนหนังสือ จนกระทั่งทำงานรับใช้ราชการ เป็นที่พบปะ หารือ ช่วยเหลือเกื้อกูล มีอะไรก็แบ่งกันกิน แบ่งกันใช้ ปรึกษาแลกเปลี่ยนความคิดกัน ชีวิตที่ดำเนินไปเช่นนี้ทำให้รับรู้ว่า ผู้มีความรู้ความสามารถเหล่านี้ มีไม่น้อยเลยที่มีเจตนาดี และมีจิตใจที่พร้อมจะเสียสละมาทำงานเพื่อประเทศชาติ หากรัฐสภาและรัฐบาลได้คนมีความรู้ความสามารถเหล่านี้เข้ามาร่วมงาน จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการนำพาประเทศพัฒนาสู่ความเจริญรุ่งเรือง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับความเป็นไปของประเทศคือ โอกาสที่คนเหล่านี้จะได้เข้ามาร่วมทำงานให้กับประเทศนั้นมีน้อยมาก หรือแทบไม่มีหนทางเลย ระบอบประชาธิปไตยของประเทศเรา กลายเป็นอุปสรรคใหญ่ที่ปิดกั้นพวกเขา 

การแข่งขันทางการเมืองที่มุ่งเอาชนะคะคานสูงยิ่ง ทำให้ทุกคนที่คิดจะเข้ามาเสี่ยงกับการเป็นเป้าถูกโจมตี ทำลายล้าง ความคิดที่จะเสียสละมาทำงานเพื่อชาติกลายเป็นเปิดทางให้ตัวเองถูกทำลาย และแม้จะมีบางคนที่กล้าพอจะเข้ามา ทว่าวัฒนธรรมการเลือกตั้ง ไม่เอื้อให้คนมีความสามารถเหล่านี้ได้รับชัยชนะ เนื่องจากไม่มีความสามารถในการหาคะแนนเท่ากับ ‘ผู้มีอาชีพนักการเมือง’ ที่มีความเชี่ยวชาญในการหาวิธีได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งมากกว่า คนมีความรู้ ความสามารถ และมีเจตนาดีต่อการพัฒนาประเทศเหล่านี้ แทบไม่เหลือโอกาสที่จะเข้ามาทำงานให้ประเทศในระบบที่อำนาจต้องผ่านการเลือกตั้ง ตามที่ฝ่าย ‘ประชาธิปไตยเสรีนิยม’ มุ่งมั่น กำหนด

จงภูมิใจในความเป็นไทย ‘ผู้พันเบิร์ด’ เยือน ‘ปัตตานี’ ตีแผ่ประวัติศาสตร์ไทยถ่องแท้ หวังปลูกจิตสำนึกรักชาติ ไม่พลาดหลงข้อมูลบิดเบือน

(1 มี.ค. 66) พ.อ.วันชนะ สวัสดี หรือ ‘ผู้พันเบิร์ด’ พร้อมด้วย น.ส.ปัทมวดี ปานทอง (ปัทมา ปานทอง) หรือ ‘ดี้' นักแสดง ลงใต้พื้นที่จังหวัดปัตตานี ร่วมกิจกรรมขับเคลื่อนการจัดการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ ชาติไทย ภูมิภาค : ภาคใต้ จังหวัดปัตตานี ชื่องาน ‘มรดกอารยธรรม ลุ่มน้ำปัตตานี ศิวิไลซ์ล้ำค่า ลังกาสุกะ’

โดยงานดังกล่าว จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.- 1 มี.ค. 66 ณ หอประชุมโรงเรียนเบญจมราชูทิศ อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี กิจกรรมขับเคลื่อนมีหลากหลาย โดยเปิดโอกาสให้เด็กได้คิดและแสดงออกกันเอง อาทิ ชมขบวนบุหงาซีเระ และการแสดง ‘ปาตานีเลิศล้ำ คู่วัฒนธรรมมลายู’, การแสดงชุด ‘มรดกอารยธรรม ลุ่มน้ำปัตตานี ดิเกอูลู’ คณะอาเนาะปูยู, กิจกรรมเสวนา : ความงามแห่งวิถีชุมชน มนต์เสน่ห์แห่งเมืองใต้ ในพหุวัฒนธรรม, นิทรรศการ ‘มรดกอารยธรรม ลุ่มน้ำปัตตานี ศิวิไลซ์ล้ำค่า ลังกาสุกะ’, กิจกรรมศึกษาแหล่งเรียนรู้ เส้นทางเรียนรู้ประวัติศาสตร์เมืองปัตตานี, กิจกรรมตอบปัญหาวิชาประวัติศาสตร์ ระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา เป็นต้น

เร่งตามล่าผู้ก่อเหตุ!! เกิดเหตุบุกยิง หน้าวิทยาลัยเอกชน เมืองหนองบัวลำภู หญิงเคราะห์ร้ายเจ็บสาหัส คาดเหตุมาจากการหึงหวง

บุกยิงครู หน้าวิทยาลัยเอกชน เจ็บสาหัส ตร.เร่งล่าตัวมือปืน เผยเพิ่งมาทำงานได้วันเดียว

เมื่อเวลาประมาณ 12.30 น. วันที่ 1 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเกิดเหตุยิงกันขึ้นภายในวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่ง ที่กำลังดำเนินการก่อสร้าง (วิทยาลัยเทคโนโลยีเอเชียอินเตอร์) ริมถนนรอบเมืองหนองบัวลำภู คนละฝั่งกับศูนย์ราชการจังหวัดหนองบัวลำภู

ซึ่งขณะเกิดเหตุ เป็นช่วงเวลาพักเที่ยง คนงานที่มาทำการติดประตูทาสีอาคารเรียนได้หยุดพักไปรับประทานอาหารอยู่ด้านใน และเห็นผู้หญิงคนถูกยิง เดินเหมือนกับคุยโทรศัพท์ออกมา จากนั้นก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น ประมาณ 3-4  นัด ก็เห็นผู้หญิงล้มลง คนงานระบุด้วยว่าเห็นคนที่ก่อเหตุใส่หมวกกันน็อคทั้งใบปิดคลุมใบหน้า ใส่เสื้อสีเขียว แต่เมื่อหลังเกิดเหตุแล้ว ได้วิ่งมาดูคนถูกยิง ก็เห็นล้มลงแล้ว ส่วนคนก่อเหตุไม่รู้ว่าไปทางไหน ไม่เห็นรถยนต์ ไม่ได้ยินเสียงรถมอเตอร์ไซค์ วิ่งออกไป จึงได้รีบโทรแจ้งให้ เจ้าหน้าที่มารับเอาตัวคนเจ็บไปส่งโรงพยาบาลหนองบัวลำภู และเห็นว่า ผู้บาดเจ็บมีอาการสาหัส ตอนนี้นำตัวส่งโรงพยาบาลอุดรธานี

สอบถามจาก นายพัชรินทร์ นันท์ทอง อยู่ที่บ้านโนนสูงใหม่วังทอง ต.บ้านพร้าว อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู ช่างที่มาติดประตูอาคารเรียนของวิทยาลัยที่เตรียมจะเปิดเรียน เล่าว่า ทราบว่าน้องเขาก็เพิ่งจะมาทำงานวันนี้วันแรก และยังไม่ได้เปิดเรียน ส่วนตอนเกิดเหตุตนเองและช่างก็ไปรับประทานอาหารเที่ยง น้องที่ถูกยิงเดินถือโทรศัพท์มาด้านหน้าวิทยาลัย แล้วก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น ประมาณ 3-4 นัด มองมาไกลๆ ก็เห็นคนยิงใส่หมวกกันน็อคปิดปกคลุมใบหน้า ใส่เสื้อสีเขียว แต่พอก่อเหตุแล้วก็ไม่รู้ว่าผู้ก่อเหตุไปทางไหนเลย ไม่เห็นรถยนต์ ไม่ได้ยินเสียงรถมอเตอร์ไซด์ ของคนร้ายที่ก่อเหตุ

‘มูเตลูไทย’ รุ่ง!! ดันกลุ่มธุรกิจความเชื่อเฟื่องฟู พบปี 66 มูลค่าทุนจดทะเบียนทะลุ 100 ล้านบาท

เปิดความปัง‘มูเตลูไทย’เฟื่องฟู ดัน‘ธุรกิจกิจกรรมด้านความเชื่อเพื่อคึกคัก มูลค่าทุนจดทะเบียนทะลุ 100 ล้านบาท

มูเตลูไทยเฟื่องฟูสุดๆ ดัน ‘ธุรกิจกิจกรรมด้านความเชื่อเพื่อสนับสนุนการตลาด’ เบียดแซงหน้าขึ้นแท่นธุรกิจดาวเด่น ...เปิดรายได้รวมปลายปีเพิ่มขึ้นกว่า 113% ขณะที่สินทรัพย์ธุรกิจเพิ่มขึ้นกว่า 50% โซเชียลมีเดียและเว็บไซต์เป็นช่องทางหลักในการเข้าถึงข้อมูลและเนื้อหาความเชื่อของผู้บริโภคมากที่สุด ขณะที่การพยากรณ์ดวงชะตาแบบรายวัน รายสัปดาห์ และรายเดือนได้รับความนิยมสูงสุด ส่งผลภาคธุรกิจนำความเชื่อด้านโชคลางไปใช้สนับสนุนการบริหารจัดการทั้งส่งเสริมการตลาดและประชาสัมพันธ์สินค้ามากขึ้น ธุรกิจสายมูส่วนใหญ่ดำเนินกิจการในรูปแบบบุคคลธรรมดา ไม่นิยมจัดตั้งเป็นนิติบุคคล ขอเชิญชวนให้จดทะเบียนจัดตั้งเป็นนิติบุคคลเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและสามารถขยายธุรกิจสู่การให้บริการที่หลากหลายมากขึ้น 

นายสินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า “ตั้งแต่ปี 2563 เข้าสู่ปี 2566 มูเตลู หรือความเชื่อในศาสตร์เร้นลับ การบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ เพื่อเสริมดวงและโชคชะตาในประเทศไทยกำลังได้รับความนิยมเพิ่มสูงขึ้นแบบก้าวกระโดด ผู้นับถือศาสตร์มูเตลู (สายมู) เชื่อว่าการบูชาและศรัทธาในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ไสยศาสตร์ เครื่องรางของขลังจะช่วยส่งเสริมด้านการงาน การเงิน โชคลาภ และความรัก ซึ่งเป็นที่พึ่งทางใจและส่งพลังด้านบวกให้ชีวิต ผนวกกับเรื่องของความเชื่อเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยบรรเทาความกังวลและความไม่แน่นอน โดยเฉพาะสถานการณ์ที่เศรษฐกิจมีความผันผวน มีปัจจัยที่ไม่อาจคาดการณ์เกิดขึ้นหลายอย่าง เช่น โรคอุบัติใหม่ โรคระบาด อันตรายจากปัญหาสิ่งแวดล้อม ความเหลื่อมล้ำทางสังคม การศึกษา ความเห็นต่าง รวมทั้ง การไม่สามารถปรับตัวให้ทันเทคโนโลยีสมัยใหม่ และสถานการณ์ต่างๆ ที่ส่งผลต่อชีวิตประจำวัน ทำให้ภาคธุรกิจสบโอกาสที่จะนำความเชื่อในมูเตลูมาใช้สร้างรายได้และผลกำไรมากขึ้น 

เมื่อพิจารณาถึงการบริหารจัดการ พบว่า มีการปรับตัวนำศาสตร์แห่งความเชื่อมาใช้วางแผนกลยุทธ์ทางการตลาด (โดยเฉพาะการตลาดออนไลน์) และประชาสัมพันธ์สินค้า/บริการ โดยจัดแคมเปญให้เข้าถึงผู้บริโภคทุกช่วงอายุมากขึ้น รวมทั้ง ใช้ผู้ทรงอิทธิพลทางความคิด (Influencers) หรือผู้มีชื่อเสียงมาสร้างความน่าเชื่อถือและสร้างประสบการณ์ร่วมด้านอารมณ์/ความรู้สึกกับลูกค้า ส่งผลให้’ ธุรกิจกิจกรรมด้านความเชื่อเพื่อสนับสนุนการตลาด’ มีอัตราการเติบโตเพิ่มสูงขึ้นตลอด 3 ปีที่ผ่านมา

ปี 2563 - 2565 ธุรกิจกิจกรรมด้านความเชื่อเพื่อสนับสนุนการตลาดมีอัตราการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจเพิ่มขึ้น ปี 2563 จดทะเบียนจัดตั้ง 11 ราย ทุนจดทะเบียน 7.59 ล้านบาท ปี 2564 จัดตั้ง 20 ราย (เพิ่มขึ้น 9 ราย หรือร้อยละ 81.8) ทุน 13.41 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 5.82 ล้านบาท หรือร้อยละ 76.7) ปี 2565 จัดตั้ง 24 ราย (เพิ่มขึ้น 4 ราย หรือร้อยละ 20.0) ทุน 27.45 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 14.04 ล้านบาท หรือร้อยละ 104.7)

ผลประกอบการธุรกิจ โดยรายได้รวมของธุรกิจ ปี 2562 อยู่ที่ 24.28 ล้านบาท สินทรัพย์ 49.54 ล้านบาท กำไร 1.12 ล้านบาท ปี 2563 รายได้รวม 28.76 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 4.48 ล้านบาท หรือร้อยละ 18.5) สินทรัพย์ 47.31 ล้านบาท (ลดลง 2.23 ล้านบาท หรือร้อยละ 4.5) กำไร 1.52 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 0.40 ล้านบาท หรือร้อยละ 35.7) และ ปี 2564 รายได้รวม 61.28 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 32.52 ล้านบาท หรือร้อยละ 113.1) สินทรัพย์ 71.07 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 23.76 ล้านบาท หรือร้อยละ 50.22) ขาดทุน 1.86 ล้านบาท (ลดลง 3.38 ล้านบาท หรือร้อยละ 222.4) ทั้งนี้ ปี 2564 มีรายได้รวมและสินทรัพย์เพิ่มขึ้นจากปี 2563 แต่มีผลประกอบการขาดทุน แสดงถึงแนวโน้มของธุรกิจอยู่ในช่วงขยายการลงทุนรองรับการเติบโตหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19 คลี่คลายลง

ปตท. คว้ารางวัลองค์กรคุณธรรมต้นแบบ 3 ปีซ้อน สะท้อนผ่านความใส่ใจ 'สังคม-ชุมชน-สิ่งแวดล้อม'

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) รับรางวัลองค์กรคุณธรรมต้นแบบ จากคณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ สะท้อนการยอมรับในการดำเนินธุรกิจอย่างมีธรรมาภิบาล ควบคู่ไปกับการดูแลสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

ทุกวินาทีมีค่า!! ‘ชาวโซเชียล’ แห่ชื่นชม สองคุณหมอน้ำใจงาม เข้าช่วยอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ จากคราบน้ำมันรั่ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเพจของโรงพยาบาลด่านช้าง อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี ได้มีการโพสต์เรื่องราวของผู้อำนวยการโรงพยาบาล และนายแพทย์ ที่ระหว่างเดินทางกลับจากการปฏิบัติราชการได้พบอุบัติเหตุและมีผู้บาดเจ็บจึงได้รีบลงจากรถยนต์เพื่อเข้าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและทำความสะอาดพื้นถนนอีกด้วย โดยชาวโซเซียลต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นและชื่นชมคุณหมอทั้งสองท่าน

โดยทางเพจได้โพสต์ข้อความว่า "นายแพทย์เดชา พงษ์สุพรรณ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลด่านช้าง และนายแพทย์ธีรวัต รัตนพิชญชัย แพทย์ศัลยกรรมของโรงพยาบาลด่านช้างให้การช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ลื่นล้มเนื่องจากคราบน้ำมันรั่วไหลบนพื้นถนนและโทรประสานงาน 1669 เพื่อให้มารับผู้ประสบเหตุเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลอู่ทองต่อไป"

ฝันร้ายของนักท่องเที่ยว!! โรงแรมญี่ปุ่น ออกมายอมรับทำความสะอาด 6 เดือน/ครั้ง หลังพบมีแบคทีเรียเกินมาตรฐานถึง 3,700 เท่า ในบ่อน้ำพุร้อน

โรงแรมหรูแห่งหนึ่งในญี่ปุ่นออกมาขออภัยวานนี้ (28 ก.พ.) หลังถูกตรวจพบว่าบ่อน้ำพุร้อน “ออนเซ็น” มีค่าแบคทีเรียเกินมาตรฐานถึง 3,700 เท่า พร้อมยอมรับว่าที่ผ่านมาให้พนักงานเปลี่ยนน้ำในบ่อ “ทุกๆ 6 เดือน”

มาโกโตะ ยามาดะ ประธานบริษัทซึ่งเป็นเจ้าของโรงแรม ไดมารุ เบสโซ (Daimaru Besso) ในจังหวัดฟุกุโอกะ กล่าวขออภัยที่โรงแรมของเขาละเลยเรื่องสุขอนามัย โดยไม่ได้เปลี่ยนน้ำทุกๆ สัปดาห์ตามที่กฎหมายกำหนด และไม่ได้ใส่คลอรีนลงในน้ำอย่างเพียงพอ

ยามาดะ ระบุว่าตนเอง

ไม่ชอบกลิ่นคลอรีน และยอมรับว่ามันเป็นเหตุผลที่ค่อนข้าง “เห็นแก่ตัว”

“เราผิดเองที่ไม่ได้คำนึงถึงสุขภาพของลูกค้า” เขากล่าว

โรงแรมแห่งนี้เริ่มละเลยการเปลี่ยนน้ำในออนเซ็นมาตั้งแต่เดือน ธ.ค. ปี 2019 และระหว่างที่โควิด-19 แพร่ระบาดในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาก็ยิ่งขาดการดูแลเอาใจใส่ เนื่องจากจำนวนแขกที่เข้าพักลดลงมาก

ไม่ยุ่งกับจิ๊กโก๋!! ‘เสี่ยหนู’ เมิน ‘ชูวิทย์’ ดิสเครดิต-ขู่เผารังหนู มั่นใจ พรรคมีผลงานชัดเจน เชื่อ ปชช.รับรู้

(1 มี.ค. 66) ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่รณรงค์เลือกตั้งเพื่อชิงเก้าอี้ในกรุงเทพมหานคร ว่า เราไม่ได้บอกว่าจะไปชิงเก้าอี้กับใคร แต่เราต้องสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนว่าพรรค ภท.สามารถทำนโยบายได้สำเร็จ และเป็นประโยชน์กับประชาชน ถ้าประชาชนเห็นแล้วพวกท่านก็จะเลือกตนและพรรค ภท.

เมื่อถามถึงการลงพื้นที่กรุงเทพมหานคร เดิมที พรรค ภท.เกิดประหม่ามาก ตอนนี้มีความมั่นใจขึ้นบ้างหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า เวลาเราเจอคนเยอะ ๆ เราก็ประหม่าทุกครั้ง แต่การทำงานของเราในช่วงนี้ต้องรณรงค์หาเสียง ตนในฐานะหัวหน้าพรรค จึงมอบนโยบายให้ปลัดกระทรวงสาธารณสุขแล้ว แต่ถ้ามีกรณีเร่งด่วนก็พร้อมทำงานเต็มที่

“เรื่องการเมืองปล่อยผมไปตามยถากรรม” นายอนุทินกล่าว

เมื่อถามถึงพื้นที่ที่พรรค ภท.จะเจาะเป็นพิเศษ นายอนุทินกล่าวว่า เรานำเสนอนโยบายผ่านผู้แทนราษฎร งานด้านการเมืองสำคัญหมด เพราะประชาชนอยู่ทุกอำเภอ ทุกที่มีโอกาสหมด พรรค ภท.เราเปิดตัวเมื่อสิบปีที่แล้ว ก็มีสมาชิกเข้ามาเพิ่ม และตนเชื่อว่างานของตนใน สธ. ก็สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนได้

เมื่อถามถึงนโยบายที่จะเปิดตัวเพิ่ม นายอนุทินกล่าวว่า เราเปิดไปหมดแล้วตั้งแต่ 3 เดือนก่อน ไม่มีเพิ่มมากกว่านี้แล้ว เท่าที่มีอยู่ก็ขอให้ได้ทำอย่างเต็มที่ ในการทำประโยชน์ให้ประชาชนและบ้านเมือง

ถามย้ำว่า มีความมั่นใจว่านโยบายตอนนี้จะทำให้ได้เป็นรัฐบาล นายอนุทินกล่าวว่า น่าจะโอเค


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top