Friday, 10 July 2026
Hard News Team

กิ่งทองใบหยก ‘ปอย ตรีชฎา’ จูงมือ ‘โอ๊ค ภควา’ เข้างานวิวาห์ชื่นมื่น จัดพิธีเรียบง่ายแบบภูเก็ตดั้งเดิม ทำเจ้าสาวน้ำตาริน

เปิดภาพบรรยากาศงานแต่งพิธียกน้ำชา เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา (1 มี.ค. 66) โดย เพจ ‘Baan Ar-Jor บ้านอาจ้อ’ ได้โพสต์ภาพสุดหวานชื่นของ ‘ปอย ตรีชฎา’ และ หวานใจ ‘โอ๊ค ภควา’ ซึ่งจัดตามพิธีแบบภูเก็ตดั้งเดิม สุดแสนอบอุ่น มีเหล่าบรรดาญาติมิตรสนิท ร่วมอวยพร 

 

มุ่งแก้ปัญหาให้ตรงจุด ‘ธนาธร’ คัมแบ็คเวทีปราศรัย ‘ก้าวไกล’ ประเดิมอุดรฯ ชี้! แก้ทุกปัญหาไปพร้อมกัน เพื่อทลายความเหลื่อมล้ำในชาติ 

‘ธนาธร’ รีเทิร์นเวทีหลังได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยหาเสียง ‘ก้าวไกล’ ประเดิมที่อุดรธานี ปลุกปรากฏการณ์ ‘อนาคตใหม่’ ร่วมสานต่อภารกิจเปลี่ยนแปลงประเทศ ย้ำ หมดเวลาแก้ปัญหาแบบทีละเรื่อง ต้องลุยทลายความเหลื่อมล้ำ-แก้ปัญหาประเทศอย่างถาวรเท่านั้น*

วันที่ 1 มีนาคม 2566 ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ประเดิมร่วมเวทีหาเสียงของพรรคก้าวไกล หลังจากได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยหาเสียงของพรรคอย่างเป็นทางการ เวทีแรกของการเดินสายในรอบสัปดาห์นี้คือ จ.อุดรธานี เริ่มต้นด้วยเวทีรับฟังปัญหาที่ดิน ส.ป.ก. ที่ อ.หนองแสง ก่อนเดินทางร่วมเวทีปราศรัยที่ อ.กุมภวาปี ท่ามกลางการต้อนรับจากประชาชนอย่างอบอุ่น หลังจากร้างลาเวทีหาเสียงระดับชาติมานานกว่า 3 ปีภายหลังการยุบพรรคอนาคตใหม่ (อนค.)

ธนาธร เริ่มต้นการปราศรัยด้วยการเล่าถึงการทำงานในช่วง 4 ปีที่ผ่านมาหลังการยุบพรรคอนาคตใหม่ โดยระบุว่าช่วงที่ผ่านมา ได้ไปร่วมทำงานกับท้องถิ่น ทั้งระดับเทศบาล และ อบต. ได้เห็นปัญหาในระดับท้องถิ่นหลายเรื่อง เช่น เรื่องน้ำประปา ที่น่าเหลือเชื่อว่าประเทศไทยในศตวรรษที่ 21 คนส่วนใหญ่ในประเทศยังไม่มีน้ำสะอาดที่ไหลตลอด 24 ชั่วโมงใช้ทุกวัน ถ้าไม่แกว่งสารส้มเองให้ตกตะกอนก็ต้องซื้อน้ำถังมาใช้ กลายเป็นภาระค่าใช้จ่ายที่ตอกย้ำความยากลำบากในชีวิตของคนส่วนใหญ่ ที่มีมากพออยู่แล้ว

สิ่งที่ได้ไปเห็นมาจากการทำงานท้องถิ่น ยิ่งตอกย้ำในสิ่งที่ตนเชื่อมาตลอด ว่าประเทศของเราควรดูแลกันและกันได้ดีกว่านี้ คนไทยทุกคนไม่ว่าเกิดที่ไหนควรเข้าถึงบริการสาธารณะขั้นพื้นฐานได้เท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็นน้ำประปา โรงพยาบาล โรงเรียน ถนนหนทาง ฯลฯ ควรจะดีเท่ากันทุกที่ ซึ่งไม่ใช่ว่าประเทศของเราไม่มีความรู้หรือศักยภาพพอที่จะทำได้ แต่ปัญหาคือการจัดสรรงบประมาณที่ไม่เป็นธรรม ที่ทำให้คนส่วนใหญ่ของประเทศเข้าไม่ถึงทรัพยากรและงบประมาณ ยกตัวอย่างเช่น เงินทุกบาทที่เอาไปซื้อเรือดำน้ำ ก็คือทุกบาทที่ไม่ได้เอามาทำน้ำประปาให้สะอาดสำหรับประชาชนทุกคนในประเทศนี้

ธนาธรกล่าวต่อไปว่า การเดินทางของพรรคอนาคตใหม่มาสู่พรรคก้าวไกล คือการเดินทางไปสร้างสังคมไทยที่จะทลายความเหลื่อมล้ำ เช่น การต่อสู้กับทุนผูกขาดเพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนทำมาหากินได้ เราไม่เคยสัญญาว่าจะให้ข้าวตันละเท่าไร เพราะเชื่อว่าสิ่งที่ดีกว่าคือการสร้างระบบเศรษฐกิจที่เปิดโอกาสให้ทุกคนทำมาหากินได้ เช่นที่เราเสนอกฎหมายสุราก้าวหน้า เพื่อยกเลิกการผูกขาดในตลาดสุรากว่า 4 แสนล้านบาท ที่อยู่กับแค่ 2-3 บริษัทมากว่า 40 ปี โดยไม่เคยมีใครคิดจะแก้ไข

ไกลเกินเอื้อม!! คณะกรรมการโอลิมปิกยุโรป ไฟเขียว!! 'มวยไทย' ชิงชัยเหรียญทองในการแข่งขัน 'ยูโรเปียน เกมส์ 2023' 

คณะกรรมการโอลิมปิกยุโรป ประกาศอย่างเป็นทางการบรรจุกีฬามวยไทยในการแข่งขัน "ยูโรเปียน เกมส์ 2023" ที่ประเทศโปแลนด์ ระหว่างวันที่ 21 มิถุนายน - 2 กรกฎาคมนี้ ซึ่งจะชิงเหรียญทองทั้งในประเภทไหว้ครูและต่อสู้

เมินใส่แม้โดนสกัดขา  ‘ศุภชัย’ โต้ ‘ชูวิทย์’ เอาข้อมูลเก่า-เท็จ ดิสเครดิต ‘ภูมิใจไทย’ ท้าให้ตรวจสอบ พร้อมเดินหน้าต่อไม่ขอขัดแย้งใคร

ไร้ปี่ไร้ขลุ่ย! ‘ศุภชัย’ โต้ ‘ชูวิทย์’ เอาข้อมูลเก่า-เท็จมาเจาะยาง ‘ภูมิใจไทย’ ขอสังคมตัดสินปม ‘รับงาน’ พรรคใหญ่มาตัดคะแนนนิยมหรือไม่ ยันมุ่งนโยบาย ไม่ขัดแย้งใคร 

1 มีนาคม 2566 นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส. บัญชีรายชื่อ นายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงข้อพาดพิงของนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ที่ออกมาโจมตีพรรคภูมิใจไทยเรื่องเงินทอนรถไฟฟ้าสายสีส้มและนโยบายกัญชาเสรีว่า ทั้ง 2 เรื่องเป็นเรื่องเก่าที่พรรคเคยชี้แจงสร้างความกระจ่างทั้งในเวทีสภาและนอกสภามาแล้วหลายครั้ง ไม่ได้มีอะไรตื่นเต้นอย่างที่พยายามประโคมข่าวกัน โดยเฉพาะกรณีเรื่องรถไฟสายสีส้ม ตนได้อ่านข้อมูลเก่าของเอกชนที่เคยร้องเรียนไว้ทั้งหมด ไม่ได้มีเรื่องเงินทอนแต่อย่างใด พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใดนายชูวิทย์ถึงเพิ่งมาสนใจและพยายามกระพือเรื่องเก่าที่พรรคเคยชี้แจงไปแล้วหลายครั้งให้เป็นประเด็นอีก

อดเปรี้ยวไว้กินหวาน!! สาวเก็บไอโฟนรุ่นแรก สภาพใหม่กล่องยังไม่แกะ ผ่านไป 16 ปี นำมาประมูลได้กว่า 2.2 ล้านบาท

สาวเก็บไอโฟนตอนออกรุ่นแรกไว้อย่างดีในกล่อง ประมูลขายได้กว่า 2.2 ล้าน!!

เว็บไซต์ nrp.org รายงานว่า คาเรน กรีน หญิงสาวที่เพิ่งได้งานใหม่เมื่อปี ค.ศ.2007 เพื่อนๆ จึงซื้อไอโฟน ซึ่งตอนนั้นเป็นสมาร์ทโฟนแบรนด์ใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวรุ่นแรก  ให้แก่เธอเป็นของขวัญ

และในขณะที่คนทั่วไปต่างเห่อกับไอโฟนรุ่นแรกของโลก แต่สำหรับกรีนแล้ว เธอกลับไม่ได้แกะมันออกมาใช้ เพราะเธอเพิ่งจะเปลี่ยนโทรศัพท์ไปเมื่อไม่นานนี้ อีกทั้งเธอไม่ต้องการที่จะเปลี่ยนจากค่ายมือถือ เนื่องจากถ้าใช้ไอโฟน จะต้องเปลี่ยนไปใช้เครือข่ายของเอทีแอนด์ที

เปิดตัวล็อตใหญ่!! ‘บิ๊กป้อม’ ปลื้ม พปชร. เปิดหน้าผู้สมัครชุดใหญ่ เสริมแกร่งให้พรรค ลั่น!! จัดตั้งรัฐบาลชัวร์

(1 มี.ค. 66) ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรค นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ในฐานะเลขาธิการพรรค นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรค แถลงเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ในจำนวนนี้ มีทั้ง ส.ส.เก่า และว่าที่ผู้สมัครส.ส. ประมาณ 50 คน บรรยากาศคึกคัก มี ส.ส. อดีต ส.ส. และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. เดินทางมาจำนวนมาก

สำหรับว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ที่เปิดตัวครั้งนี้ ประกอบด้วย

ภาคกลาง
- กรุงเทพมหานคร ได้แก่ นายศิริพงศ์ รัศมี ส.ส.กทม. เขต 17
- จังหวัดสมุทรปราการ ได้แก่ นายจาตุรนต์ นกขมิ้น, นายฐาปกรณ์ กุลเจริญ ส.ส.สมุทรปราการ, นายอัครวัฒน์ อัศวเหม ส.ส.สมุทรปราการ, นายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก ส.ส.สมุทรปราการ, น.ส.ภริม พูลเจริญ ส.ส.สมุทรปราการ, นายแสน บานแย้ม ที่ปรึกษา รมช.เกษตรและสหกรณ์, นายยงยุทธ สุวรรณบุตร ส.ส.สมุทรปราการ, นายต่อศักดิ์ อัศวเหม ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายวรพร อัศวเหม
- จังหวัดราชบุรี ได้แก่ นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา ส.ส.ราชบุรี เขต 2, นายชัยทิพย์ กมลพันธุ์ทิพย์ ส.ส.ราชบุรี, นายจตุพร กมลพันธุ์ทิพย์
- จังหวัดฉะเชิงเทรา ได้แก่ นายอรรถกร ศิริลัทธยากร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ฉะเชิงเทรา เขต 4
- จังหวัดชัยนาท ได้แก่ นายธนบดี คุ้มชนะ อดีตนายก อบจ.ชัยนาท
- จังหวัดสมุทรสาคร ได้แก่ น.ส.จอมขวัญ กลับบ้านเกาะ ส.ส.สมุทรสาคร เขต 3
- จังหวัดสระบุรี น.ส.กัลยา รุ่งวิจิตรชัย ส.ส.สระบุรี เขต 1
- จังหวัดสิงห์บุรี นายโชติวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.สิงห์บุรี เขต 1
- จังหวัดสุพรรณบุรี นายยุทธนา โพธสุธน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 4 สุพรรณบุรี 

ภาคอีสาน
- จังหวัดชัยภูมิ ได้แก่ นายสุขสันต์ ชื่นจิตร เขต 5 และนายอัครแสนคีรี โล่วีระ เขต 7
- จังหวัดสุรินทร์ ได้แก่ นายสิตกวิน เตียวเจริญโสภา เขต 5 และนายเสรษฐิพณ แท่นดี เขต 6
- จังหวัดขอนแก่น ได้แก่ นายสมศักดิ์ คุณเงิน ส.ส.ขอนแก่น เขต 7, นายบัลลังก์ อรรณนพพร ส.ส.ขอนแก่น, นายพิพัฒน์พงศ์ พรหมนอก เขต 8
- จังหวัดนครราชสีมา ได้แก่ นายเกษม ศุภรานนท์ ส.ส.นครราชสีมา เขต 1, นายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ ส.ส.นครราชสีมา เขต 4, นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ ส.ส.นครราชสีมา เขต 6, นางทัศนียา รัตนเศรษฐ ส.ส.นครราชสีมา เขต 7, นางทัศนาพร เกษเมธีการุณ ส.ส.นครราชสีมา เขต 8 และนายณัฐพล ชวนกระโทก

ภาคใต้
- จังหวัดตรัง ได้แก่ นายนิพนธ์ ศิริธร ส.ส.ตรัง เขต 1
- จังหวัดกระบี่ ได้แก่ นายอนันต์ เขียวสด
- จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้แก่ นายรงค์ บุญสวยขวัญ ส.ส.นครศรีธรรมราช เขต 1, นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง ส.ส.นครศรีธรรมราช เขต 2, นายอาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ ส.ส.นครศรีธรรมราช เขต 3
- จังหวัดนราธิวาส ได้แก่ นายสมพันธ์ มะยูโซ๊ะ ส.ส.นราธิวาส เขต 2
- จังหวัดภูเก็ต ได้แก่ นายสุทา ประทีป ณ ถลาง ส.ส.ภูเก็ต เขต 1, นายนัทธี ถิ่นสาคู ส.ส.ภูเก็ต เขต 2
- จังหวัดปัตตานี ได้แก่ นายอันวาร์ สาละ อดีต ส.ส.ปัตตานี
- จังหวัดยะลา ได้แก่ นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ส.ส.ยะลา เขต 1

ภาคเหนือ
- จังหวัดกำแพงเพชร ได้แก่ นายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร เขต 1, นายเพชรภูมิ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.กำแพงเพชร เขต 2, นายอนันต์ ผลอำนวย ส.ส.กำแพงเพชร เขต 3, นายปริญญา ฤกษ์หร่าย เขต 4
- จังหวัดพิจิตร ได้แก่ นายพรชัย อินทร์สุข ส.ส.พิจิตร เขต 1, นางณริยา บุญเสรฐ เขต 2, นายเอกวิชญ์ เรืองมาลัย 
- จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้แก่ น.ส.พิมพ์พร พรพฤฒิพันธุ์ ส.ส.เพชรบูรณ์ เขต 1, นายจักรัตน์ พั้วช่วย ส.ส.เพชรบูรณ์ เขต 2, นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ ส.ส.เพชรบูรณ์ เขต 3, นายเอี่ยม ทองใจสด ส.ส.เพชรบูรณ์ เขต 5
- จังหวัดพะเยา ได้แก่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา เขต 1 และนายจิรเดช ศรีวิราช ส.ส.พะเยา เขต 3
- จังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้แก่ นายปัญญา จีนาคำ ส.ส.แม่ฮ่องสอน เขต 1

อีอีซี
- จังหวัดสระแก้ว ได้แก่ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง ส.ส.สระแก้ว เขต 2 และนายสุรศักดิ์ ชิงนวรรณ์ ส.ส.สระแก้ว เขต 3 
- จังหวัดชลบุรี ได้แก่ นายสรัลชา ศรีชลวัฒนา, ร.อ.จองชัย วงศ์ทรายทอง ส.ส.ชลบุรี, นายประมวล เอมเปีย, นายโอฬาร์ ปัญญปิติพัฒน, นายบรรจบ รุ่งโรจน์, นายนิพนธ์ แจ่มจรัส, นายสะถิระ เผือกประพันธุ์ ส.ส.ชลบุรี, นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ส.ส.ชลบุรี และ น.ส.กวินนาถ ตาคีย์ อดีต ส.ส.ชลบุรี

พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ขอบคุณ ส.ส.เก่าที่ยังอยู่พรรคนี้ และขอบคุณผู้สมัคร ส.ส.ที่ย้ายมาจากพรรคอื่น ขอบคุณผู้สมัคร ส.ส.ใหม่ทุกคน ที่จะมาทำชื่อเสียงให้กับพรรคต่อไป ขอบคุณทุกคน รู้สึกตื่นตันใจ โดยเฉพาะ ส.ส.เก่าที่ยังอยู่กับตน ไม่ไปไหน ขอบคุณมาก วันนี้เราถือว่าเป็นโอกาสดีวันหนึ่งในการเปิดตัวผู้สมัคร ทั้ง ส.ส.เก่าที่ไม่ไปย้ายพรรคอื่น แม้เราจะโดดดูดไปเยอะ แต่ไม่เป็นไร

“พรรคผม ถือเป็นพรรคที่โดนดูดส.ส.มากที่สุด แสดงว่าพรรคเราเข้มแข็ง พรรคอื่นถึงดึงไป ขอบคุณทุกคนที่ยังอยู่พรรคนี้ ขอบคุณคนที่ย้ายเข้ามาในพรรคใหม่ ที่มาจากพรรคอื่นมาอยู่ในพลังประชารัฐ ซึ่งยินดีต้อนรับทุกคน โดยเฉพาะผู้สมัคร ส.ส.ใหม่ ที่จะมาเป็นกำลังให้กับพรรค เราหวังว่าจะได้ ส.ส.มาก คราวที่แล้วเราได้อันดับสอง คราวนี้ผมอยากได้อันดับหนึ่ง” พล.อ.ประวิตร กล่าว

กาลครั้งหนึ่ง เมื่อ 'อเมริกัน' เคลมสูตร 'น้ำมันงู' กูคิดเอง แต่โป๊ะแตก เพราะแอบลอกเลียนสินค้าจีน

ใครๆ ก็รู้จักอับดุลที่มาพร้อมการเร่ขายยา 

แม้รุ่นใหม่อาจจะไม่เคยเห็น แต่ถ้าถามคนรุ่นอายุสี่สิบกว่าขึ้นไป รับรองว่ารู้จัก 'อับดุล' แน่นอน   

อับดุลที่ว่านี้ไม่ใช่แขกที่ไหน แต่เป็นปาหี่ขายยาขายเลขเด็ด ไม่ว่าอับดุลจะเร่ขายยาที่ไหน ต้องมีผ้าห่มผืนหนึ่งคลุมร่างร่างชายไทยไม่ทราบชื่อ มีสั่นบ้างกระตุกบ้างพอให้ตื่นใจ แล้วชายอีกคนคอยร้องถามว่า 'อับดุลเอ๊ย' ซึ่งอับดุลก็ช่างแสนรู้ไปเสียทุกเรื่อง จากนั้นเป็นการขายเลขเด็ดบ้าง ขายยาครอบจักรวาลที่รักษาหายทุกโรคบ้างตามแต่พี่อับดุลจะขาย 

เชื่อไหมว่าอเมริกาก็มี 'อับดุล' การต้มตุ๋นหลอกขายยาเร่แบบนี้ กลายเป็นสำนวนอเมริกาว่า 'Snake Oil'  เป็นคำสแลงไว้เรียกพวกต้มตุ๋นหลอกขายของสินค้า สรุปแล้วมีความหมายในเชิงลบนั่นเอง คงเทียบสำนวนบ้านเราได้ประมาณ 'สิบแปดมงกุฎ' ทำนองนี้

เรื่องการหลอกขายน้ำมันงูนี้ คือเรื่องโกหกพกลมระดับประเทศในยุคปี ค.ศ.1860 เลยทีเดียว ยุคนั้นคือยุคตื่นทอง มีการพบทองคำที่เมืองโคโลม่า โดยรัฐแคลิฟอร์เนียในปี ค.ศ.1848 ผู้คนจากทั่วสารทิศนับแสนๆ คนหลั่งไหลเข้าไปฝั่งตะวันตก ด้วยความหวังที่จะเป็นเศรษฐีใหม่หมาดจากการขุดและค้าทองคำ

รัฐบาลเลยคิดสร้างทางรถไฟข้ามทวีป จากฝั่งตะวันออกมายังฝั่งตะวันตกเป็นระยะทาง 1,800 ไมล์ การสร้างทางรถไฟนั้นต้องใช้แรงงานคนเป็นจำนวนมาก ช่วงแรกมีการว่าจ้างกรรมกรอเมริกันและยุโรปมาสร้างทางรถไฟสายประวัติศาสตร์นี้ แต่ต่อมาพวกกรรมการฝรั่งประท้วงเพื่อเรียกร้องค่าจ้างเพิ่ม บริษัทที่รับเหมาการสร้างรางรถไฟเลยตัดปัญหากรรมกรฝรั่งช่างประท้วง ด้วยการนำเข้ากรรมกรจีนมาจากมณฑลกวางตุ้ง  

กรรมกรสร้างทางรถไฟร้อยละเก้าสิบเป็นแรงงานกรรมกรจีน ในปี ค.ศ. 1852 มีกรรมกรชาวจีนถึง 25,000 คน แม้จะมีน้ำอดน้ำทนขนาดไหน แต่ถ้าทำงานหามรุ่งหามค่ำขนาดนั้น ย่อมปวดเมื่อยเนื้อตัวเป็นธรรมดา ทีนี้อาเฮียจะอย่างไรล่ะ เมียก็ไม่ได้พามาด้วย บรรดาอาเฮียอาตี๋เลยต้องพึ่งพาน้ำมันงูที่เอามาจากเมืองจีน ไอ้น้ำมันงูแสนวิเศษนี่แหละที่กรรมกรจีนนวดถูตัวทุกคืน ซึ่งมีสรรพคุณคลายเส้นจากการทำงานหนัก   พอตื่นเช้ามา อาเฮียก็ร้องฮ้อ เจี๊ยะข้าวต้มกับน้ำชา แล้วลุยงานหนักต่อได้ทันที

เจ้าน้ำมันงูที่เหล่าอาเฮียพกมาจากเมืองจีน คือยาโบราณที่คนจีนรู้จักดี สกัดจากงูน้ำประเภทหนึ่งที่เรียกว่า 'งูสายรุ้ง' บรรเทาอาการปวดยอกกล้ามเนื้อดีมาก ทีนี้พอคนอเมริกันเห็นสรรพคุณสุดยอดของน้ำมันงูสายรุ้งจากเมืองจีนก็เกิดไอเดีย 'ก็อป' ขึ้นมาทันที

จะว่าไปแล้วก็เหมือนตลกร้าย ในปัจจุบัน ปี ค.ศ.2023 อเมริกาชี้หน้าจีนว่าก็อปสินค้าโน่นนี่ของอเมริกา แต่ในปี ค.ศ.1860 ลุงแซมหน้ามึนก็อปสินค้าของจีน แล้วสินค้าที่มะริกันก็อปจีนก็ไม่ใช่อะไรที่ไหน มันคือเจ้าน้ำมันงูที่ว่านี่เอง  

ที่สถิตแห่งความผูกพัน ‘วัดราชโอรสารามราชวรวิหาร’ ศิลปะแห่งการผสมผสาน ที่ ‘รัชกาลที่ 3’ ทรงผูกพัน ทรงรับสั่ง “ตายแล้วจะมาอยู่ที่วัดนี้”

เมื่อไม่นานมานี้ เฟซบุ๊ก ‘น้ำเงินเข้ม’ ได้โพสต์เรื่องราวถึงความผู้กพันระหว่าง ‘พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3’ และ ‘วัดราชโอรสารามราชวรวิหาร’ โดยระบุว่า

วัดที่ “ร.3” ทรงผูกพันมาก ถึงขั้นรับสั่งว่า ตายแล้วจะมาอยู่ที่วัดนี้

“ถ้าข้าตายแล้ว ข้าจะมาอยู่ที่ต้นพิกุลนี้”
คือพระราชกระแสรับรับสั่งของ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 

ในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว นับได้ว่าอยู่ในยุคแห่งความรุ่งเรืองและมั่นคงทางด้านเศรษฐกิจและการเมืองอย่างมาก เพราะล้นเกล้าฯ ทรงหาเงินเข้าท้องพระคลังได้เป็นจำนวนมาก ด้วยวิธีการระบบการจัดเก็บภาษี เช่น จังกอบ อากร ฤๅชา ส่วย ภาษีเงินค่าราชการจากไพร่ เงินค่าผูกปี้ข้อมือจีน และวิธีที่ทรงหาเงินมาได้มากที่สุดก็คือ การต่อกำปั่นเรือสำเภาออกไปค้าขายกับต่างประเทศ ซึ่งทรงสนพระราชหฤทัยและเชี่ยวชาญมาตั้งแต่ครั้งทรงเป็น “พระเจ้าลูกยาเธอกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์” จนพระบรมชนกนาถ (พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2) ตรัสเรียกพระองค์ว่า “เจ้าสัว” 

กล่าวกันว่าหลังสวรรคต เงินในท้องพระคลังยังคงมีเหลือถึง 40,000 ชั่งเลยทีเดียว นอกจากนี้เงินบางส่วนในจำนวนนี้ยังช่วยกู้แผ่นดินไว้ได้เมื่อครั้งเกิดวิกฤติในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ในกรณีพิพาทระหว่างประเทศ ร.ศ. 112 กับฝรั่งเศส ซึ่งล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 3 ได้รับสั่งให้ใส่ถุงแดงเก็บไว้ไถ่บ้านไถ่เมือง ราวกับทรงรู้เหตุการณ์ล่วงหน้า 

ด้วยเหตุที่เป็นยุคสมัยที่มีความมั่นคงและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจมาก รัชกาลที่ 3 จึงทรงปรารถนาที่จะทะนุบำรุงพระพุทธศาสนา ทรงบูรณะวัดวาอารามขึ้นมาใหม่หลายวัด หนึ่งในนั้นก็คือ วัดราชโอรสารามราชวรวิหาร อันถือกันว่าเป็นวัดประจำรัชกาล และเป็นที่มาของพระราชกระแสรับสั่งดังที่กล่าวไว้ข้างต้น แสดงถึงความผูกพันที่ทรงมีกับวัดแห่งนี้

“วัดราชโอรสารามราชวรวิหาร” เดิมชื่อ “วัดจอมทอง” เป็นวัดเก่าแก่ฝั่งธนบุรีที่มีมาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ต่อมารัชกาลที่ 3 ทรงสถาปนาวัดแห่งนี้ขึ้นใหม่ทั้งพระอาราม ตั้งแต่ยังทรงพระอิสริยยศพระเจ้าลูกยาเธอฯ ต่อมาเมื่อครั้งปี พ.ศ. 2363 ทรงยกทัพไปสกัดพม่าที่ด่านเจดีย์สามองค์ จ.กาญจนบุรี เมื่อกระบวนทัพเรือมาถึงวัดจอมทองแห่งนี้ จึงทรงหยุดพักและทำพิธีเบิกโขลนทวารตามตำราพิชัยสงคราม และทรงตั้งจิตอธิษฐานให้มีชัยชนะในศึกราชการทัพครั้งนี้ แต่ปรากฏว่าไม่มีทัพพม่ายกเข้ามา จึงทรงยกทัพกลับ และเดิมทีวัดแห่งนี้ทรงบูรณปฏิสังขรณ์มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2360 หลังเสร็จศึกจึงทรงบูรณะต่อจนแล้วเสร็จและยกสถานะขึ้นเป็นพระอารามหลวง ปัจจุบันเป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรวิหาร และพระราชทานนามให้ใหม่ว่า “วัดราชโอรส” หมายถึงตัวพระองค์เอง แล้วโปรดให้มีงานฉลองสมโภชเมื่อปี พ.ศ. 2374 

ในการบูรณปฏิสังขรณ์วัดราชโอรสฯ แห่งนี้ ทรงควบคุมงานก่อสร้างโดยพระองค์เอง และสถาปัตยกรรมต่าง ๆ ล้วนเป็นไปตามพระราชนิยมโดยผสมผสานระหว่างไทยและจีนเข้าด้วยกันอย่างประณีต แตกต่างจากยุคสมัยในรัชกาลก่อน ๆ ดังกลอนเพลงยาวยอพระเกียรติยศที่พระยาไชยวิชิต (เผือก) แต่งทูลเกล้าฯ ถวายพระองค์ ความตอนหนึ่งว่า

“วัดไหนไหนก็ไม่ลือระบือยศ เหมือนวัดราชโอรสอันสดใส
เป็นวัดเดิมเริ่มสร้างไม่อย่างใคร ล้วนอย่างใหม่ทรงคิดประดิษฐ์ทำ

ทรงสร้างด้วยมหาวิริยาธึก โอฬารึกพร้อมพริ้งทุกสิ่งขำ
ล้วนเกลี้ยงเกลาเพราเพริศดูเลิศล้ำ ฟังข่าวคำลือสุดอยุธยา

จะรำพันสรรเสริญก็เกินสมุด ขอยกหยุดพองามตามเลขา
กำหนดสร้างพระอาวาสโดยมาตรา ประมาณช้านับได้สิบสี่ปี”

นอกจากนี้ จอห์น ครอว์เฟิร์ด ผู้ซึ่งเป็นแพทย์ นักการทูต และนักเขียนชาวสก็อตติช และเป็นทูตที่เดินทางเข้ามายังสยามเมื่อปี พ.ศ. 2364 ตรงกับรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ตามคำสั่งของลอร์ดเฮสติงส์ ผู้สำเร็จราชการประจำอินเดีย เพื่อให้สยามยกเลิกการจำกัดการค้าเสรี แต่ด้วยการแสดงกิริยาที่ไม่เหมาะสมของครอว์เฟิร์ดทำให้การเจรจาล้มเหลวและต้องเดินทางกลับไป ได้บันทึกเรื่องราวการก่อสร้างวัดราชโอรสฯ แห่งนี้ไว้เมื่อวันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2365 ว่า

ตามบรรดาวัดที่เราได้เห็นมาแล้วในกรุงเทพฯ ไม่มีวัดไหน จะทำด้วยฝีมือประณีตงดงามเท่าวัดนี้ ขณะที่เราไปนั้นวัดกำลังก่อสร้างอยู่ เราได้มีโอกาสเห็นลำดับแห่งการก่อสร้าง เช่น องค์พระประธาน ก็เห็นหล่อขึ้นแล้ว แต่บางส่วนวางเรียงรายอยู่ในโรงงานแห่งหนึ่ง รอไว้ประกอบเมื่อภายหลัง ได้ทราบว่าโลหะที่ใช้ในการนี้ คือ ดีบุก สังกะสี ทองแดง เจือด้วยธาตุอื่นๆ อีกบ้างโดยไม่มีส่วนที่แน่นอนเพราะจักเป็นการยากอยู่บ้างที่จะกำหนดส่วน

ขอความร่วมมือทุกฝ่าย ต้นสังกัด ‘เฌอปราง BNK48’ ร่อนหนังสือ ถึงสื่อมวลชน งดส่งต่อภาพ ‘ฌาณ’  เพื่อให้เกียรติผู้เสียชีวิต และครอบครัว

ต้นสังกัด ‘เฌอปราง BNK48’ ขอความร่วมมือสื่อ งดเผยแพร่ หรือส่งต่อ ภาพและวิดีโอที่เกี่ยวข้องกับ ‘ณาน’ เพื่อเป็นการให้เกียรติผู้เสียชีวิต

1 มี.ค. 66 จากกรณีที่ "ฌาน อารีย์กุล" อดีตนักกีฬาโบว์ลิ่งทีมชาติดาวรุ่ง วัย 19 ปี น้องชายของไอดอลสาว 'เฌอปราง อารีย์กุล' หรือ 'เฌอปราง BNK48' ตกดาดฟ้าคอนโดมิเนียนหรูเสียชีวิต เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา

อย่าหลงเชื่อ ‘รมว.เฮ้ง’ สั่ง กรมจัดหางานเร่งตรวจสอบนายหน้าเถื่อน หลังหลอกคนไทยทำงาน 'ญี่ปุ่น-มัลดีฟส์' ด้วยวีซ่าท่องเที่ยว

(1 มี.ค. 66) นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า กรณีผู้เสียหายจากหลายจังหวัดร่วม 20 คน ถูกเฟซบุ๊กรายหนึ่งแอบอ้างพาไปทำงานตำแหน่ง พนักงานต้อนรับ ประเทศมัลดีฟส์ รายได้ 80,000-90,000 บาท และตำแหน่งคนงานสวน ประเทศญี่ปุ่น รายได้ 72,000 บาท โดยใช้วีซ่านักท่องเที่ยวเข้าประเทศ สุดท้ายถูกหลอกลวงสูญเงินรายละ 50,000-85,000 บาท และเลื่อนการเดินทางออกไปเรื่อย ๆ พร้อมบ่ายเบี่ยงไม่คืนเงิน จึงรวมตัวกันเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน  บก.ปคม. เพื่อตรวจสอบดำเนินคดี ซึ่งตนทราบเรื่องแล้วไม่ได้นิ่งนอนใจ สั่งการไปยังอธิบดีกรมการจัดหางาน เร่งติดตาม ช่วยเหลือ และร่วมฟ้องร้องดำเนินคดีกับผู้มีพฤติการณ์หลอกลวงคนไทยไปทำงานต่างประเทศตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 และที่แก้ไขเพิ่มเติม 

ล่าสุดกรมการจัดหางานตรวจสอบประวัติและพฤติการณ์ทางทะเบียนระบบคอมพิวเตอร์ออนไลน์แล้ว พบว่า สาย-นายหน้ากลุ่มดังกล่าวไม่ได้รับอนุญาตจัดหางานให้คนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศและไม่ได้จดทะเบียนเป็นลูกจ้าง หรือตัวแทนจัดหางานของผู้รับอนุญาต ซึ่งมีความผิด ตามมาตรา 66 ข้อหาการโฆษณาการจัดหางานไม่เป็นไปตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และมาตรา 91 ตรี ข้อหา "หลอกลวงผู้อื่นว่าสามารถหางาน หรือสามารถส่งไปฝึกงานในต่างประเทศได้ และโดยการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งเงินหรือทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากผู้ถูกหลอกลวง ซึ่งต้องระวังโทษจำคุกตั้งแต่ 3-10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 60,000-200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้ยังมีความผิดฐานนำเข้าข้อมูลเท็จตามพ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ” 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top