Saturday, 11 July 2026
Hard News Team

สวนสาธารณะ ‘เจียติ้ง’ จัดแข่งรถจักรยานแบบขาไถ แก๊ง ‘นักซิ่งตัวน้อย’ สวมชุดป้องกัน ร่วมแข่งคึกคัก

(14 มี.ค. 66)  สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า แก๊งนักซิ่งตัวน้อยสวมชุดและเครื่องป้องกันเข้าร่วมสมรภูมิแข่งรถจักรยานแบบขาไถกันอย่างสนุกสนาน ซึ่งจัดขึ้นที่สวนสาธารณะท้องถิ่นเขตเจียติ้ง เทศบาลนครเซี่ยงไฮ้ทางตะวันออกของจีน

 ผบ.ตร.บินด่วนรดน้ำศพ ตำรวจกล้า สารวัตรสืบสวนเมืองยโสธร เสนอปูนบำเหน็จกรณีพิเศษ 3 ขั้นยศเป็น พล.ต.ต. มอบเงินช่วยเหลือ

วันที่ 14 มี.ค. 66 พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. บินด่วน เดินทางมาเป็นประธานพิธีรดน้ำศพ พ.ต.ต.เอกพงษ์ ทิปะณี สารวัตรสืบสวน สภ.เมืองยโสธร ที่เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่หลังโดดช่วยลูกน้องจับผู้ต้องหายาเสพติด ก่อนจะจมหายเสียชีวิตในเวลาต่อมา  ณ วัดวิมลนิวาส อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด โดยมี คุณสุมนา กิตติประภัสร์ นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ  พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผบช.ภ.3 พล.ต.ต.ธเนศ เทพสุด ผบก.ภ.จว.ยโสธร  พล.ต.ต.กิตติศักดิ์ จำรัสประเสริฐ ผบก.ภ.จว.ร้อยเอ็ด นายวิรัตน์ ทิปะณี ผู้เป็นพ่อ บุตร และครอบครัวผู้สูญเสีย พร้อมด้วย เพื่อนข้าราชการตำรวจ ประชาชน เข้าร่วมพิธี

บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า มีผู้มาร่วมงานจำนวนมาก เนื่องจากช่วงรับราชการ พ.ต.ต.เอกพงษ์ ทิปะณี ถือเป็นตำรวจน้ำดี เป็นที่รักของตำรวจและชาวบ้านที่เคยร่วมงานด้วย 
     พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ และคุณสุมนาได้พูดคุย ให้กำลังใจกับญาติผู้วายชนม์ มอบเงินช่วยเหลือเยียวยาในเบื้องต้น พร้อมให้คำมั่นว่าจะดูแลสิทธิประโยชน์ ให้การช่วยเหลืออย่างเต็มที่ 
    สำหรับ พ.ต.ต.เอกพงษ์ ทิปะณี สารวัตรสืบสวน สภ.เมืองยโสธร เป็นข้าราชการตำรวจเมื่อปี 2553 ตำแหน่ง ผบ.หมู่ กก.สส.ภ.จว.อยุธยา ก่อนจะสอบเป็นนายตำรวจได้ในปี 2556 ดำรงตำแหน่ง รอง สว.สส.สภ.กุดชม รอง สว.จร.สภ.เมืองยโสธร ก่อนที่จะได้รับแต่งเป็น สว.สส.สภ.เมืองยโสธร เมื่อวาระการแต่งตั้งช่วง กพ.66 ที่ผ่านมา

โดยวันเกิดเหตุ ได้นำตำรวจชุดสืบสวนออกติดตามผู้ต้องหาคดียาเสพติด มาถึงบริเวณลำห้วยเชื่อมต่อกับอ่างเก็บน้ำ ที่มีความลึกประมาณ 4 เมตร ในพื้นที่ หมู่10 ต.เดิด อ.เมืองยโสธร จ.ยโสธร  พบผู้ต้องสงสัยขี่จักรยานยนต์ผ่านมา จึงเรียกเพื่อขอตรวจค้น แต่ผู้ต้องสงสัยได้ทิ้งรถจักรยานยนต์พร้อมกับกระโดดลงน้ำเพื่อหลบหนี จากนั้น ด.ต.ณัชชา ทองมณี ผบ.หมู่ สส.สภ.เมืองยโสธร ได้ตามผู้ต้องสงสัยลงน้ำและสามารถควบคุมตัวได้อยู่จุดกลางน้ำ ห่างจากฝั่งประมาณ 50 เมตร ซึ่งเป็นจุดที่มีขอนไม้

พ.ต.ต.เอกพงษ์ ได้ว่ายน้ำลงไปช่วยเหลือลูกน้อง และคนร้าย แต่ขณะนั้นคาดว่าสารวัตรเอกพงษ์ฯ อาจจะเป็นตะคริว จึงทำให้จมหาย ต่อหน้าลูกน้อง ก่อนที่จะพบร่างเสียชีวิตในเวลาต่อมา 
    สำหรับการช่วยเหลือเยียวยาดูแลสิทธิประโยชน์ พ.ต.ต.เอกพงษ์ ทิปะณี สารวัตรสืบสวน สภ.เมืองยโสธร ที่เสียชีวิต ผบ.ตร.ได้สั่งการให้เสนอปูนบำเหน็จความดีความชอบตอบแทนเป็นกรณีพิเศษ โดยขอเลื่อนเงินเดือนให้ 3 ขั้น ขอพระราชทานยศเป็น พล.ต.ต.

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ฯ เห็นว่าครอบครัวมีความยากลำบาก มีบุตรอีก 2 คน จึงมอบเงินเป็นกองทุนการศึกษา 100,000 บาท , ผบช.ภ.3 มอบอีก 100,000 บาท โดยจะเปิดบัญชีธนาคารไว้ เบื้องต้นจะมีเงิน 200,000 บาท จาก ผบ ตร และ ผบช.ภ.3 และจะเปิดให้มีการรับบริจาคโดยเชิญชวนข้าราชการตำรวจ และผู้ที่สนใจอยากให้ความช่วยเหลือ ร่วมกันบริจาคเป็นกองทุนการศึกษา หากได้หมายเลขบัญชีธนาคารแล้ว จะแจ้งให้ทราบโดยเร็วต่อไป 

ส่วนเงินช่วยเหลืออื่นๆ จะมีเงินกองทุนสวัสดิการ ตร. 250,000  เงินฌาปนกิจสงเคราะห์ ตร. 670,000 บาท เงินกองทุนต่างๆ ของตำรวจ ภ.3 เช่น  เงินกองทุนบุญรักษา 10,000 บาท กองทุนเวสสะโกศล 5,000 บาท กองทุนตำรวจอีสานหลวงพ่อคูณ 5,000 บาท นอกจากนี้ คุณสุมนา กิตติประภัสร์ นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจได้มอบเงินจากเงินสมาคมแม่บ้านตำรวจช่วยเหลืออีก 20,000 บาท

โดยในวันนี้ ผบ.ตร.นำเงินสดมามอบให้จำนวน 770,000 บาท แต่ยอดเงินที่จะได้รับในการช่วยเหลือ เยียวยา ดูแลสิทธิประโยชน์อื่นๆ ทั้งของผู้เสียชีวิตและครอบครัว จากส่วนต่างๆทั้งสิ้น เป็นจำนวน 1,742,400 บาท 

‘รัฐบาลลุงตู่’ ผู้พาประเทศไทยฝ่าสารพัดวิกฤต ท่ามกลางเสียงวิพากษ์ ‘8 ปี’ ที่ไทยถดถอย

จากกรณีที่นายเศรษฐา ทวีสิน ว่าที่แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย เคยให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ว่า ตลอด 8 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยถดถอยในทุกด้าน  

ล่าสุด บัญชี tiktok ‘เรารักลุง’ ได้ทำคลิปตอบโต้คำสัมภาษณ์ดังกล่าวให้เห็นภาพที่ชัดเจนว่า ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากนักธุรกิจใหญ่ที่มองว่า ตลอด 8 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทย ภายใต้รัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ถือว่า ‘ถดถอย’ 

แต่รู้หรือไม่ว่า ตลอด 8 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยเผชิญกับวิกฤตอะไรบ้าง?
ย้อนไปแค่ 3 ปีก่อน ที่ประเทศไทยต้องต่อสู้กับวิกฤตโควิด – 19 ที่ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อเศรษฐกิจ การค้า และระบบสาธารณสุขของประเทศ ไม่เพียงเท่านั้นยังซ้ำด้วยวิกฤตด้านพลังงาน จากผลพวงสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน ที่ทำให้ราคาพลังงานถีบตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

แต่อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะเผชิญกับสารพัดวิกฤต แต่ประเทศไทย ภายใต้การนำของพลเอกประยุทธ์ สามารถนำพาประเทศฝ่าวิกฤตครั้งใหญ่มาได้อย่างรวดเร็ว เป็นที่ยอมรับขององค์กรระดับโลกอย่าง ธนาคารโลก ที่ให้ความเห็นว่า เศรษฐกิจไทยภายหลังวิกฤตโควิด สามารถฟื้นตัวได้เร็วเกินคาด โดยจะกลับมาสู่ระดับก่อนที่เกิดโควิด – 19 ภายในปี 2566 และมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน ผู้อำนวยการ องค์การอนามัยโลก (WHO)  ได้ออกมาชื่นชม พลเอกประยุทธ์ และระบบสาธารณสุขของไทย รับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ได้อย่างดีเยี่ยม ทั้งในแง่ การควบคุมโรค และการรักษาผู้ป่วย

ขณะที่ในมิติด้านเศรษฐกิจ ภายใต้รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ มีโครงการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรมมากมาย ยกตัวอย่าง เขตพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งเป็นพื้นที่พัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมาย ที่จะเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันให้กับประเทศและสร้างการเติบโตทางด้านเศรษฐกิจในอนาคต อีกทั้งยังสามารถดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติได้อย่างมหาศาล

ทางด้านโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม เป็นอีกหนึ่งผลงานเป็นที่ประจักษ์เป็นรูปธรรมที่จับต้องได้ ทั้งระบบราง เรือ และถนน ไม่ว่าจะเป็นโครงการรถไฟฟ้าสายสีต่าง ๆ ในกรุงเทพ โครงการรถไฟความเร็วสูง และโครงการรถไฟทางคู่ 8 เส้นทาง ซึ่งจะสามารถเชื่อมโยงการเดินทาง การขนส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ

พท. บุกคลองเตยปราศรัยขอเสียงให้ ‘บิ๊กเบญ’  ลั่นคน พท. ต้องได้นั่งนายกฯ ไม่ยอมยกให้ใคร

พท.บุกคลองเตยปราศรัยช่วย ‘บิ๊กเบญ’ หาเสียง ‘พวงเพ็ชร’ โวเลือกเพื่อไทยดีที่สุด ไม่ผิดหวัง ‘เต้น’ ดักคอไม่แลนด์สไลด์อยู่กับ ‘บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม’ ต่อแน่ ลั่นได้เสียงเกินครึ่งนายกฯ เป็นของเรา

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 14 มี.ค. ที่โดมลานกีฬาชุมชนพัฒนา 70 ไร่คลองเตย พรรคเพื่อไทย (พท.) นำโดยนางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด ประธานคณะกรรมการประสานงานด้านการเมืองพื้นที่กรุงเทพฯ นายวราวุฒิ ยันต์เจริญ กรรมการประสานงานด้านการเมืองพื้นที่กรุงเทพฯ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผอ.ครอบครัวเพื่อไทยปราศรัยหาเสียงช่วยนายนวธันย์ ธวัชวงศ์เดชากุลหรือบิ๊กเบญ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม เขตคลองเตย โดยมีประชาชนมารอฟังการปราศรัยเป็นจำนวนมาก 

นางพวงเพ็ชร ปราศรัยว่า ดีใจที่ทุกคนมาให้กำลังใจพรรค พท.และบิ๊กเบญ วันนี้เรามาประกาศความพร้อมของพรรค พท. เรามาขอคะแนนให้บิ๊กเบญ เขาทำงานการเมืองมาเกือบ 20 ปี ดูแลพี่น้อง รู้ความทุกข์ ปัญหาทั้งหมดในคลองเตย บิ๊กเบญเป็นผู้สมัครที่มีความรู้ความสามารถ ตนเป็นหนึ่งในผู้ที่คัดเลือกผู้สมัคร จึงบอกได้เลยว่าทุกคนมีความรู้ ความสามารถคับแก้วและต้องรู้ปัญหาของพื้นที่ เชื่อมั่นได้เลยว่าผู้สมัครของเราจะมารับใช้ชาวกทม. นอกจากนี้เรายังมีความพร้อมนโยบาย คิดใหญ่ ทำเป็น ที่เราต้องคิดใหญ่เพราะประเทศบอบช้ำมาก มีรัฐบาลที่สืบทอดมาจากการรัฐประหาร ให้ทหารมาบริหารประเทศก็เป็นอย่างที่เราเห็น จะมาหัวเสียใส่พวกเราโดยไม่รู้ปัญหาของประชาชนอย่างแท้จริง และทุกนโยบายของเราจะต้องทำได้จริง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของค่าแรงขั้นต่ำ 600 บาท เงินเดือนปริญญาตรี 25,000 บาท ซอฟต์พาวเวอร์ ประการสุดท้ายคือ เรามีความพร้อมที่จะเป็นรัฐบาล ครั้งที่แล้วเราชนะการเลือกตั้ง แต่ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ 

นางพวงเพ็ชร กล่าวต่อว่า ฉะนั้นเรามาขอโอกาส มาอ้อนวอนขอให้เลือกพรรค พท.ให้แลนด์สไลด์ทั้งประเทศ เพื่อที่เราจะได้เป็นเสียงข้างมากได้จัดตั้งรัฐบาลซึ่งสำคัญมาก เพราะเสียงของท่าน มือของท่านจะช่วยพลิกฟื้นประเทศ พลิกฟื้นกทม. และพลิกฟื้นคลองเตย อยากฝากให้พี่น้องมอบความไว้วางใจให้พรรค พท. เพราะเป็นพรรคเดียวที่ทำนโยบายได้จริง เราเคยทำสำเร็จมาแล้วและจะทำสำเร็จในอนาคต วันที่ 7 พ.ค.หรือวันที่ 14 พ.ค.ที่จะมีการเลือกตั้งนี้ ให้ท่านเข้าคูหากาพท.ทั้ง 2 ใบ ไม่ได้บอกว่าพรรคอื่นไม่ดี เขาก็ดี แต่พรรค พท.ดีที่สุด ท่านเลือกพรรค พท. ท่านไม่มีวันผิดหวังแน่นอน และพรรค พท.จะต้องเป็นรัฐบาลครั้งนี้ ขอให้ช่วยกันเลือกพรรค พท.ให้แลนด์สไลด์ทุกเขตทั้งประเทศ

นายกฯ เปิดอาคาร ‘PRD Media Center’ หวังยกระดับบริการข้อมูลข่าวสารภาครัฐ

นายกรัฐมนตรีเป็นประธานพิธีเปิดอาคาร “PRD Media Center” กรมประชาสัมพันธ์ มุ่งเป็นกระบอกเสียง ยกระดับสื่อสารมวลชนภาครัฐให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน

วันนี้ (14 มีนาคม 2566) เวลา 17.00 น. ณ  อาคารศูนย์ปฏิบัติการแพร่ภาพออกอากาศกระจายเสียงวิทยุและการให้บริการข้อมูลข่าวสารภาครัฐ กรมประชาสัมพันธ์ ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพมหานคร พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในพิธีเปิดอาคารศูนย์ปฏิบัติการแพร่ภาพออกอากาศ การกระจายเสียงวิทยุและการให้บริการข้อมูลข่าวสารภาครัฐ กรมประชาสัมพันธ์ (PRD Media Center) โดยมี นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พลโท สรรเสริญ แก้วกำเนิด อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมในพิธีเปิดงาน ในโอกาสนี้ นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า

นายกรัฐมนตรีได้กล่าว ยินดีกับการเปิดอาคารศูนย์ปฏิบัติการฯ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ให้กับบุคลากร ตลอดจนประชาชน ทั้งในปัจจุบันและในอนาคต ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่กรมประชาสัมพันธ์ ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคที่ทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียง สร้างความร่วมมือของประชาชนในพื้นที่ เป็นกระจกเงา เป็นเพื่อนคู่คิดให้กับหน่วยงานรัฐทุกกระทรวงมาโดยตลอด ซึ่งนายกรัฐมนตรีติดตามการทำงานกรมประชาสัมพันธ์ ทราบว่ากำลังพลของกรมประชาสัมพันธ์นอกจากมีภาษาสากล ภาษาต่างประเทศ มีภาษาถิ่นที่สามารถเข้าถึงชาวบ้านได้ทุกกลุ่ม ในเวลาที่ไปลงพื้นที่ต่างจังหวัดก็เห็นคนกรมประชาสัมพันธ์ไปสนับสนุน เผยแพร่ข่าว เล่าประโยชน์ของนโยบายและช่วยรับเรื่องราวสะท้อนปัญหาของประชาชนมายังรัฐบาล เห็นทีมสื่อออนไลน์ทำงานร่วมกับทุกกระทรวง รวมถึง ทีมโซเชียล ไป Live สด ในพื้นที่ ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ดี ยินดีที่ได้เห็นการพัฒนาและการปรับตัวของคนทุกรุ่นในกรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งมีคนรุ่นใหม่ที่มีฝีมือ มีความคิดสร้างสรรค์ มีความพร้อมที่จะพัฒนาตนเอง และที่สำคัญมีความรักชาติบ้านเมืองจำนวนมาก

นายกรัฐมนตรี เน้นย้ำว่า ขอให้ทุกคนตั้งใจทำงาน ผลิตข้อมูลข่าวสารที่ดีมีประโยชน์เพื่อตอบแทนความคาดหวังของประชาชน โดยเชื่อมั่นว่า จะยกระดับการทำงานสื่อสารมวลชนภาครัฐให้เป็นที่พึ่งพาของคนไทยได้ดีขึ้นในอนาคตอันใกล้  และขอให้ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ กรมประชาสัมพันธ์ทุกคนร่วมกันดูแล รักษา ปกป้อง และใช้งานอาคารศูนย์ปฏิบัติการฯ หลังนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อปกป้องสถาบันหลักของชาติและดูแลพี่น้องประชาชน ให้มีอนาคตที่ดีต่อไป

สธ.เผยยังไม่พบ ‘ซีเซียม-137’ หลุดกำบัง  สั่งเตรียมผู้เชี่ยวชาญ - โรงพยาบาลรองรับ

ปลัด สธ.เผยยังไม่พบข้อมูล สารซีเซียม-137 หลุดจากเครื่องกำบัง สั่งกองสาธารณสุขฉุกเฉินเตรียมผู้เชี่ยวชาญและ รพ.รองรับเฝ้าระวังผลกระทบด้านสุขภาพ

เมื่อวันที่ 14 มี.ค. นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงกรณีวัตถุกัมมันตรังสีซีเซียม-137 (Cesium-137, Cs-137) ของโรงไฟฟ้าแห่งหนึ่งใน อ.ศรีมหาโพธิ์ จ.ปราจีนบุรี สูญหาย ทำให้เกิดความกังวลอาจมีผู้ที่ไม่ทราบเป็นวัตถุอันตรายและสัมผัสจนส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ว่า สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ปราจีนบุรีรายงานข้อมูลเบื้องต้นว่า วัตถุกัมมันตรังสีซีเซียม-137 ที่สูญหาย มีลักษณะเป็นแท่งทรงกลม ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 5 นิ้ว มีตะกั่วปกป้องอยู่ชั้นในและห่อหุ้มด้วยเหล็ก ซึ่งหากยังอยู่ในสภาพเดิมจะไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนและสิ่งแวดล้อม ซึ่งขณะนี้ยังค้นหาไม่พบ จากการประเมินสถานการณ์ปัจจุบัน ยังไม่มีข้อบ่งชี้ว่า วัตถุกัมมันตรังสีซีเซียม-137 ที่สูญหายได้หลุดออกจากเครื่องกำบัง จึงยังไม่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนและสิ่งแวดล้อม

อย่างไรก็ตาม ได้สั่งการให้กองสาธารณสุขฉุกเฉิน เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ รวบรวมรายชื่อผู้เชี่ยวชาญด้านกัมมันตรังสี อาทิ นายแพทย์เชี่ยวชาญ สถาบันอาชีวเวชศาสตร์และเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อม รพ.นพรัตนราชธานี , ผู้เชี่ยวชาญด้านการคำนวณปริมาณรังสีจากแหล่งกำเนิดรังสีภายในร่างกาย การป้องกันอันตรายจากรังสี และรังสีกับสุขภาพ คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี และผู้เชี่ยวชาญด้านวัตถุอันตราย จากกรมโรงงานอุตสาหกรรม เป็นต้น รวมทั้งเตรียมประสาน รพ.นพรัตนราชธานี และ รพ.รามาธิบดี กรณีรับส่งต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบจากรังสี

‘บิ๊กตู่’ ยก กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน กลไกช่วยงานรัฐสำเร็จ หลัง ครม.ไฟเขียวเพิ่มค่าตอบแทนเป็นขวัญกำลังใจ

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ‘ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha’ ว่า พี่น้องประชาชนชาวไทยที่รักครับ

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้ (14 มี.ค.66) ได้เห็นชอบในหลักการ เรื่องการปรับเพิ่มอัตราเงินตอบแทน ตำแหน่งกำนัน, ผู้ใหญ่บ้าน, แพทย์ประจำตำบล, สารวัตรกำนัน, ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายปกครอง และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายรักษาความสงบ  ให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ สังคม ค่าครองชีพ และทัดเทียมกับค่าตอบแทนของเจ้าหน้าที่รัฐอื่นๆ เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้กับกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ ที่มีบทบาทสำคัญในการบำบัดทุกข์ บำรุงสุขพี่น้องประชาชน ซึ่งเป็นกลไกการทำงานของรัฐบาลสู่ความสำเร็จ ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่มีวันหยุดราชการ อาทิ  การเฝ้าระวังการควบคุมโรคระบาด/โควิด, การรักษาความสงบเรียบร้อย, การป้องกันและแก้ปัญหายาเสพติด, การดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการช่วยเหลือ สนับสนุน ส่งเสริมการปฏิบัติงานของทุกกระทรวงในพื้นที่ เช่น การลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ เป็นต้น 

นอกจากนี้ ครม. ได้เห็นชอบให้เพิ่มค่าตอบแทนของผู้บริหารและสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ที่ไม่ได้รับการปรับเพิ่มมานานกว่า 11 ปี เพื่อให้เหมาะสม เสมอภาค และเท่าเทียมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัด หรือเทศบาล ซึ่งต่างก็มีส่วนสำคัญในการบริหารราชการแผ่นดิน และการพัฒนาประเทศ ให้มีประสิทธิภาพ ส่งผลดีต่อความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนในภาพรวม

‘ก้าวไกล’ โชว์ห้องนิรภัยในศูนย์เด็กเล็กเสร็จแห่งแรก ทวงสัญญารัฐบอกจะทำทุกที่ หลังเหตุกราดยิงหนองบัวฯ

‘ก้าวหน้า-ก้าวไกล’ โชว์เหนือ! ทำเสร็จแล้วห้องนิรภัย-ปุ่มฉุกเฉินในศูนย์เด็กเล็กแห่งแรก จี้ทวงสัญญารัฐ ไหนบอกจะทำทุกที่หลังเหตุกราดยิงหนองบัวฯ

คณะก้าวหน้า-พรรคก้าวไกล ร่วมสังเกตการณ์การซ้อมรับมือเหตุฉุกเฉินศูนย์เด็กเล็กฯ เทศบาลเก่ากลอย หลังคณะก้าวหน้าได้เข้าไปให้การสนับสนุนในการออกแบบและติดตั้งห้องนิรภัยและระบบเตือนภัยฉุกเฉิน ชี้ ใช้งบสร้างไม่มากแค่สามศูนย์ไม่ถึง 2 แสนบาท เหตุใดรัฐบาลยังไม่ทำทั้งที่บอกว่าจะติดตั้งให้ทุกศูนย์ทั่วประเทศ ด้านผู้สมัครก้าวไกล ชี้ ต้องกระจายอำนาจ-งบประมาณให้ท้องถิ่นดำเนินการเองได้ในระยะยาว

เทศบาลตำบลเก่ากลอย ร่วมกับคณะก้าวหน้า พรรคก้าวไกล และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ทั้ง ตำรวจ ทีมแพทย์ รพ.สต. และหน่วยกู้ภัย ร่วมกิจกรรมการฝึกอบรมการช่วยเหลือ ป้องกัน และฝึกซ้อมเผชิญเหตุการณ์ก่อความรุนแรงในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก เพื่อซักซ้อมระบบห้องนิรภัยและระบบการส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ ที่คณะก้าวหน้าได้เข้ามาให้การสนับสนุนการออกแบบ โดยมี ไกลก้อง ไวทยการ ผู้ อำนวยการฝ่ายนโยบายคณะก้าวหน้า พรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า และผู้ช่วยหาเสียงของพรรคก้าวไกล และ สมเกียรติ เชษฐสุมณ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคก้าวไกล เขต 3 จ.หนองบัวลำภู ร่วมเป็นสักขีพยานในการฝึกซ้อมวันนี้

โดยการฝึกซ้อมในวันนี้ ประกอบไปด้วยการทดลองระบบส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ ที่ติดตั้งเป็นปุ่มกดฉุกเฉิน เชื่อมต่อสัญญาณไปยังหน่วยราชการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น สภ.นากลาง รพ.สต.เก่ากลอย หน่วยกู้ชีพ ทต.เก่ากลอย รวมทั้งการจำลองสถานการณ์และซักซ้อมมาตรการรับมือเหตุการณ์โดยทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยจำลองสถานการณ์สามแบบไล่จากเบาไปหาหนัก ตั้งแต่สถานการณ์คนร้ายคลุ้มคลั่งแต่ไม่มีอาวุธ, สถานการณ์คนร้ายที่มีอาวุธมีด และ สถานการณ์คนร้ายก่อวินาศกรรมพร้อมอาวุธปืน รวมทั้งในกรณีที่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต

จิรศักดิ์ วิชัย นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลเก่ากลอย ระบุว่าจากเหตุกราดยิงที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กอุทัยสวรรค์เมื่อปีที่แล้ว ทางคณะก้าวหน้าได้เข้ามาพูดคุยเพื่อสร้างขวัญกำลังใจ รวมทั้งได้ปรึกษาหารือกันว่าจะหามาตรการป้องกันและสร้างขวัญกำลังใจให้ผู้ปฏิบัติงานอย่างไร จนได้ข้อสรุปว่าควรมีการติดตั้งปุ่มฉุกเฉินและห้องนิรภัย และได้มีการเข้ามาให้คำปรึกษาในการดำเนินการติดตั้ง จนเป็นที่เรียบร้อยแล้วในศูนย์หลัก หลังสำนักงานเทศบาล และกำลังจะมีการติดตั้งในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่เหลืออีกสองศูนย์ของเทศบาลตำบลเก่ากลอยให้เสร็จสิ้นในช่วงปิดเทอมนี้ รวมถึงอีกหนึ่งศูนย์ที่กำลังก่อสร้างอาคารใหม่อยู่ให้เสร็จภายในสิ้นปี 2566 

ด้านสมเกียรติ เชษฐสุมณ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.หนองบัวลำภู เขต 3 พรรคก้าวไกล ระบุว่าจากเหตุการณ์กราดยิงที่เทศบาลตำบลอุทัยสวรรค์ที่ผ่านมา ได้นำมาสู่โจทก์ที่ต้องแก้ปัญหา โดยเฉพาะในด้านการป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายในชีวิตและทรัพย์สิน หรือให้เกิดความเสียหายน้อยที่สุด ซึ่งสำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ดูแลศูนย์พัฒนาเด็กเล็กโดยตรง หลายแห่งอาจจะดำเนินการในลักษณะเดียวกันได้ แต่อีกหลายแห่งก็ประสบปัญหางบประมาณที่จะเข้ามาดำเนินการ

นี่จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ควรจะต้องมีการกระจายอำนาจและงบประมาณลงมาให้แก่ท้องถิ่น เพื่อให้สามารถแก้ปัญหาต่างๆ เช่น การปรับปรุงศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในด้านความปลอดภัย อย่างที่ทางคณะก้าวหน้าได้เข้ามาดำเนินการในกรณีของเทศบาลตำบลเก่ากลอยนี้ ให้สามารถดำเนินการด้วยตัวเองได้ ซึ่งเป็นเป้าหมายหนึ่งของพรรคก้าวไกล

ในส่วนของไกลก้อง ระบุว่าหลังเกิดเหตุการณ์ที่อุทัยสวรรค์ วันรุ่งขึ้นคณะก้าวหน้าก็ได้ขึ้นมาเยี่ยมให้กำลังใจผู้ได้รับผลกระทบทั้งที่เทศบาลตำบลอุทัยสวรรค์ที่เกิดเหตุ และที่เทศบาลตำบลเก่ากลอย ที่อยู่ใน อ.นากลาง ด้วยกัน ห่างไปเพียง 20 กม. และเป็นเทศบาลที่คณะก้าวหน้าให้การสนับสนุน วันนั้นหลายคนเสียขวัญจนไม่สามารถเปิดเรียนได้ ครูทุกคนต้องการให้มีการปรับปรุงเรื่องความปลอดภัย เช่น การให้มีปุ่มกดฉุกเฉินเหมือนร้านทอง และให้มีห้องนิรภัยที่ให้ครูนำนักเรียนเข้าไปหลบ เพื่อถ่วงเวลารอคนมาช่วยเหลือได้ 

‘สตรีสามจังหวัดชายแดนใต้’ ร่วมโครงการ 'WE Achieve' พัฒนาศักยภาพ ก้าวข้ามข้อจำกัด ยืนหยัดได้ด้วยตัวเอง

(14 มี.ค. 66) สถานการณ์โควิด-19 ส่งผลกระทบต่อทุกชีวิตทั่วโลก รวมถึงพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ การปิดประเทศและการเลิกจ้างงานในช่วงโควิด ทำให้หลายครอบครัวที่เคยพึ่งพารายได้จากสมาชิกที่ย้ายไปทำงานในประเทศมาเลเซียต้องขาดรายได้ และขาดความมั่นคงทางการเงิน

กลุ่มเยาวชนและสตรีก็ได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เงื่อนไขทางสังคมวัฒนธรรมที่จำกัดงานบางประเภท เช่น งานก่อสร้างและงานด้านเทคนิคไว้เฉพาะผู้ชาย นับเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาทักษะและรายได้ของผู้หญิงในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้

รายงานหลายฉบับชี้ให้เห็นว่า ผู้หญิงมีความเสี่ยงต่อผลกระทบทางเศรษฐกิจของโควิด-19 มากกว่าผู้ชายถึง 1.8 เท่า (McKinsey, 2020) เนื่องจากมีอัตราการว่างงานที่สูงกว่า และมีภาระที่เพิ่มขึ้นจากการที่ต้องดูแลลูกและทำงานบ้าน

มูลนิธิช่วยเหลือเด็ก (ประเทศไทย) จึงร่วมมือกับบริษัท Avery Dennison ในโครงการ WE Achieve ตั้งแต่ปี 2565 เพื่อเข้ามาสนับสนุนห้องสำหรับปั๊มนมแม่และดูแลเด็กเล็ก อุปกรณ์เบื้องต้นสำหรับเด็ก รวมไปถึงสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการฝากเลี้ยง กรณีที่ลูกไม่มีผู้ดูแลระหว่างมาเรียน

โครงการ WE Achieve เป็นส่วนหนึ่งของโครงการส่งเสริมอาชีพและทักษะชีวิตเยาวชน เพื่อเสริมสร้างความสมานฉันท์ชายแดนใต้ (USAID Achieve) สนับสนุนโดยองค์การเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐอเมริกา (USAID) ตั้งแต่ปี 2561 เพื่อสร้างโอกาสทางอาชีพ เสริมพลัง และสร้างคุณค่าในตัวเองผ่านการพัฒนาทักษะชีวิตของเยาวชน ซึ่งมีภูมิหลังที่แตกต่างให้สามารถอยู่ร่วมกัน

โดยมูลนิธิช่วยเหลือเด็ก (ประเทศไทย) ร่วมมือกับ THE LOOKER สถาบันอาชีวะและสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานในจังหวัดปัตตานี จัดอบรมวิชาชีพให้เยาวชน เช่น สาขาการทำอาหาร สาขาตัดเย็บเสื้อผ้าบุรุษ และสาขาทาสีและปูกระเบื้อง รวมถึงให้ความรู้ด้านทักษะชีวิต การเงิน และการทำธุรกิจขนาดเล็ก ปัจจุบันมีผู้เข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 500 คน โดยมากกว่าร้อยละ 85 ของผู้เข้าร่วมเป็นผู้หญิง

“การเสริมพลังให้ผู้หญิงเป็นสิ่งหนึ่งที่ Avery Dennison ให้ความสำคัญมาก เพราะนำมาซึ่งโอกาสที่ผู้หญิงจะได้พัฒนาชีวิตของตนเอง โดยเฉพาะกลุ่มผู้หญิงที่เข้าไม่ถึงโอกาสในทักษะวิชาชีพที่ตรงกับตลาดแรงงาน”

“ในโครงการของมูลนิธิช่วยเหลือเด็ก (ประเทศไทย) นั้น เราทราบว่าเยาวชนหญิงและคุณแม่อายุน้อยในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนต้องพบกับความท้าทายหลายอย่าง และมีข้อจำกัดในการเข้าถึงการศึกษาและวิชาชีพ เราจึงเข้ามาสนับสนุนในด้านนี้เพื่อมอบโอกาสให้พวกเธอได้ต่อยอดในอนาคต” นายภูวดล วงศ์แสงทรัพย์ ผู้จัดการโรงงาน บริษัท เอเวอรี่ เดนนิสสัน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว

จากการพูดคุยกับ 4 เยาวชนที่เข้าร่วมโครงการ WE Achieve ‘ฮัซนี อาแว’ และ ‘อักรัน สาแม’ คู่สามี-ภรรยา หนุ่มสาวที่เพิ่งแต่งงานใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน ฮัซนี แม่บ้านวัย 20 ปี ได้ยินคำบอกเล่าจากญาติที่เคยเข้าร่วมโครงการว่าสอนจริง ได้งานจริง

ฮัซนีที่เพิ่งเรียนจบชั้น ม.6 จึงไม่รอช้า รีบติดต่อขอสมัครเข้าร่วมโครงการ ด้วยความหวังว่าเธอจะมีทักษะและมีงานทำ เธอเข้าร่วมโครงการได้ไม่นานก็ชวนอักรันไปลงสมัครเรียนด้วยกัน เขาเองก็อยากพัฒนาทักษะเพื่อมาช่วยพ่อ และสร้างรายได้เพิ่มให้ครอบครัว ซึ่งอยู่รวมกันถึง 9 คน

คู่สามีภรรยาเล่าว่า บางครั้งเหนื่อยและแทบถอดใจอยากเลิกเรียน ด้วยระยะการเดินทางจากบ้านไปตัวเมืองปัตตานีนั้นกินเวลากว่า 2 ชั่วโมงด้วยการขี่มอเตอร์ไซค์ทั้งไปและกลับ แต่เมื่อนึกถึงโอกาสและรายได้ที่จะได้รับหากจบการศึกษาในโครงการ ทั้งฮัซนีและอักรันก็พยายามเข้าเรียนให้ครบทุกครั้ง

นอกจากหลักสูตรตัดเย็บเสื้อผ้าที่ทั้งสองได้ฝึก ฮัซนีและอักรันยังได้เรียนทักษะชีวิตด้านอื่น ๆ เช่น การออมเงิน และการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม ซึ่งเป็นทักษะที่รวมอยู่ในหลักสูตรของโครงการความฝันของฮัซนีและอักรันคือการมีร้านรับตัดเสื้อผ้าแบรนด์ของตัวเอง

ฮัซนีและสามีตั้งใจจะตั้งชื่อแบรนด์ว่า ‘Anakees’ ตามชื่อร้านเดิมของพ่ออักรัน ทั้งคู่เชื่อว่า หากมีร้านออนไลน์จะช่วยขยายฐานกลุ่มลูกค้าได้มากขึ้น และสามารถสร้างอาชีพกระจายรายได้ไปยังช่างตัดเย็บมีฝีมือคนอื่น ๆ ในชุมชนได้อีก

‘คอดีเยาะห์ ฮะซา’ คุณแม่วัย 25 ปี เป็นอีกหนึ่งคนที่ได้เข้าร่วมโครงการ WE Achieve ในสาขาอาหารและการบริการ คอดีเยาะห์เลี้ยงลูกอยู่ที่บ้าน ส่วนสามีรับงานกรีดยางที่รัฐกลันตันในมาเลเซีย ลำพังงานกรีดยางไม่พอเลี้ยงครอบครัวที่มีลูกอีก 2 คน

“สามีไปเจอโครงการในเฟซบุ๊กเลยถามเราว่าสนใจไหม ตอนนั้นเราเข้าไปดูในเพจก็เห็นมีผู้หญิงเรียนช่างไฟ รู้สึกว่าน่าสนใจ เลยลองเข้าไปดู อยากหาประสบการณ์มาต่อยอดให้ตัวเอง ทำอะไรที่บ้าน แค่สามีหาเงินคนเดียว ลูกของเราโตขึ้นคงไม่พอ ถ้าเราไม่ทำอะไรเลยคงไม่ได้” คอดีเยาะห์ เล่า

จากที่เคยเลี้ยงลูกเอง เธอต้องฝากลูกไว้กับพี่สาวและจ้างคนมาช่วยดูแล การสนับสนุนเรื่องค่าเดินทางจากบ้านไปเรียนในตัวเมืองปัตตานีและค่าเลี้ยงดูลูกบางส่วนช่วยแบ่งเบาภาระของเธอได้มาก แม้ช่วงที่เรียนจะค่อนข้างหนักสำหรับแม่ที่มีลูกเล็ก แต่คอดิเยาะห์ตั้งใจเรียนจนจบ

ปัจจุบันเธอนำความรู้ที่ได้จากห้องเรียนมาทดลองทำซาโมซาส่งขายในชุมชน แม้รายได้จะยังไม่มาก แต่นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เธอภูมิใจในตัวเองที่เลี้ยงลูกได้แม้สามีไม่อยู่ และยังเริ่มต้นหารายได้เสริมให้ครอบครัว ลูกของเธอเองก็ชอบซาโมซาและมักขอให้เธอทำให้กินบ่อยครั้ง

‘นูรีฮัน หะ’ เป็นอีกคนที่เข้าเรียนในสาขาอาหารและการบริการ เธอเป็นลูกคนที่สองของพี่น้องทั้งหมด 5 คน สถานการณ์โควิด-19 ที่เกิดขึ้นทั่วโลก ส่งผลให้นูรีฮันซึ่งตอนนั้นกำลังเรียนคณะศึกษาศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยในอินโดนีเซียต้องเดินทางกลับไทย

“พ่อทำงานเป็น รปภ. อยู่หาดใหญ่ แม่อยู่บ้าน พี่ชายผ่อนรถ และมีลูกที่ดูแล 2 คน อยากให้พ่อหยุดทำงานมาอยู่บ้าน แต่ตอนนี้ยังไม่ลงตัว ครอบครัวยังต้องเช่าบ้าน ต้องผ่อนมอเตอร์ไซค์อยู่” นูรีฮันบอกเล่า

นูรีฮันใช้เวลาสมัครเข้าร่วมโครงการถึงสองหนกว่าจะได้รับคัดเลือก เธอเล่าว่าตื่นเต้นมาก เพราะชื่อของเธออยู่ในลำดับสุดท้ายของคนที่ได้รับคัดเลือก ไม่เพียงแต่รายการอาหารใหม่ ๆ ที่นูรีฮันฝึกหัด โครงการ WE Achieve ยังสอนทักษะการทำธุรกิจ ทั้งการคำนวณต้นทุน กำไร การจัดการเงิน ซึ่งจำเป็นต่อการต่อยอดทางธุรกิจของผู้เรียนต่อไป

“เขาจะสอนให้เราคิดว่าทำขนมแต่ละครั้งมีต้นทุน กำไร ค่าแรงของเราเท่าไหร่ ขายของแต่ละครั้งมีกำไรเท่าไหร่ ซึ่งมีประโยชน์มาก เราจะได้จัดการระบบของเราได้ ถ้าเราไม่รู้เรื่องการเงิน เราจะขายไปอย่างเดียวโดยไม่รู้ว่าเงินต้นทุน กำไร ค่าแรงอยู่ไหน” นูรีฮันบอกเล่า

หลังเรียนจบ นูรีฮันขายบราวนี่ออนไลน์ ทำคัพเค้กให้งานแต่งงาน รวมถึงรับออเดอร์ขนมจากเพื่อนและคนรู้จัก นูรีฮันค่อย ๆ ก้าวเข้าใกล้ความฝันมากขึ้น หลังแผนธุรกิจของเธอได้รับเลือกให้รับเงินทุนสนับสนุนจากโครงการ WE Achieve ให้นำไปต่อยอดธุรกิจ

“โครงการนี้เป็นเหมือนแรงผลักดันให้เราอยากไปต่อ เราสามารถเรียนไปทำไปได้ ไม่ต้องซื้อวัตถุดิบมาทำเอง ไม่ต้องเตรียมอะไร แค่เตรียมตัวเตรียมใจมาตั้งใจเรียนอย่างเดียว แต่ก่อนไม่กล้าคิดจะเปิดร้านส่วนตัวเพราะเงินไม่อำนวย แต่พอมาโครงการนี้ก็เริ่มมีความหวังว่าจะเปิดร้านได้” นูรีฮันปิดท้ายด้วยแววตาสดใสและมีความหวัง

ครม. เคาะ!! ฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้ นทท.ต่างชาติ พร้อมจัดเก็บค่าวัคซีนเป็นรายได้แผ่นดิน

(14 มี.ค.66) น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติผลการพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ (คกง.) ภายใต้พระราชกำหนดเงินกู้ฯ เพิ่มเติม พ.ศ. 2564 ให้กรมควบคุมโรคเปลี่ยนแปลงรายละเอียด ซึ่งเป็นสาระสำคัญของโครงการจัดหาวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด19) สำหรับบริการประชากรในประเทศไทยจำนวน 60 ล้านโดส (AstraZeneca) ปี พ.ศ. 2565 โดยการปรับลดราคาวัคซีนตามโครงการเหลือ 5 ดอลลาร์สหรัฐต่อโดส ส่งผลให้วงเงินตามโครงการลดลงเหลือ 18,382.46 ล้านบาท (เดิม 18,639.10 ล้านบาท) และปรับเพิ่มกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นกลุ่มเป้าหมายตามโครงการด้วย

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า รวมถึงเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการจัดหาวัคซีนโควิด-19 สำหรับประชากรในประเทศไทยจำนวน 30 ล้านโดส (Pfizer) ปี พ.ศ. 2565 โดยปรับเพิ่มกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นกลุ่มเป้าหมายตามโครงการ และขยายระยะเวลาดำเนินโครงการจากสิ้นสุด ธ.ค. 65 เป็น ก.ย. 66


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top