Sunday, 12 July 2026
Hard News Team

'พิธา' โว 4 ปี 'ก้าวไกล' ทำงานดุดัน-คุ้มค่าภาษีประชาชน แต่เป็นฝ่ายค้านทำงานได้ไม่เต็มที่ ขอคนไทยช่วยเลือกให้เป็นรัฐบาล

(15 มี.ค.66) ที่โรงแรมเอเชียแอร์พอร์ต ดอนเมือง พรรคก้าวไกล (ก.ก.) จัดประชุมใหญ่พรรคเตรียมพร้อมก่อนการยุบสภาฯ มีแกนนำพรรคและว่าที่ผู้สมัครส.ส.ครบทุกเขต เข้าร่วมประชุม

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรค ก.ก. ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมร่วมกับว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ในครั้งนี้ว่า เป็นการเตรียมตัวก่อนการยุบสภาฯ ไม่เช่นนั้นจะทำให้โอกาสการเตรียมตัวของว่าที่ผู้สมัครส.ส. ทั้งเขตและบัญชีรายชื่อ จะเป็นไปได้ยาก โดยมียุทธศาสตร์การหาเสียงโค้งสุดท้ายและแคมเปญแมสเสจที่จะใช้หาเสียง รวมถึงการพยายามปลุกขวัญและกำลังใจของส.ส.ทุกคน ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมาพรรคก้าวไกลทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างเต็มที่และอยากจะพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าเราจะมีประโยชน์กว่าเมื่อเราได้เป็นรัฐบาลในอีก 4 ปีข้างหน้า เราจึงต้องเตรียมความพร้อมการทำงานเพื่อให้ส.ส.เขตได้ลงพื้นที่และมีงานสภาเด่น และต้องย้ำดีเอ็นเอของพรรคก้าวไกลในช่วงโค้งสุดท้ายที่เหลืออยู่ 60 กว่าวัน

เมื่อถามว่า วางเป้าหมายส.ส.ของพรรคก้าวไกลไว้เท่าไหร่ นายพิธา กล่าวว่า ขณะนี้มีอยู่ 2 เป้าหมายเป้าหมายแรกคือการได้ส.ส.มากกว่าสมัยอดีตพรรคอนาคตใหม่ และเป้าหมายที่สองคือการมี ส.ส.เขตครบทุกภูมิภาคให้ได้

เมื่อถามถึงยุทธศาสตร์ในการหาเสียงเลือกตั้ง นายพิธา กล่าวว่า ยุทธศาสตร์คือ การเข้าหาประชาชนให้มากที่สุด และอยู่ที่การบริหารจัดการ การทำงานอย่างทุ่มเทของว่าที่ผู้สมัครส.ส. แกนนำพรรคและการจัดวางพื้นที่ในการเข้าหาพี่น้องประชาชน เพื่อให้ประชาชนเห็นว่าการมีพรรคก้าวไกลเป็นรัฐบาลสามารถทำให้ปัญหาของเขาได้รับการผ่อนคลายไป

เมื่อถามถึงกรณีที่เกิดความขัดแย้งและความวุ่นวายระหว่างที่ลงพื้นที่ นายพิธา กล่าวว่า พรรคก้าวไกลเข้าใจเรื่องนี้ ว่าเป็นส่วนหนึ่งของระบบประชาธิปไตยคือการมีกระบวนการพูดคุยและสิทธิในการแสดงออกแต่ต้องมีกระบวนการจัดการและมีวุฒิภาวะ โดยเราจะไม่ทำให้เหมือนกับกรณีของป้านาที่จังหวัดราชบุรีอย่างแน่นอนไม่ว่าจะตอนที่หาเสียงหรือตอนที่ตนรัฐบาลแล้ว เพราะเราต้องการให้มีพื้นที่ปลอดภัยไว้พูดคุยกัน ขณะเดียวกันคนก็คงจะดูออกว่าเป็นความตั้งใจมาใช้สิทธิทางการเมืองจริงหรือไม่ หรือมาอย่างมีความตั้งใจแอบแฝงอื่นที่โดนบังคับมา

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตรวจราชการในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส​

วันนี้ 15 มี.ค.66 เวลา 13.30 น.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะลงพื้นที่ตรวจราชการในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส  ทันทีที่มาถึงจังหวัดนราธิวาส  ได้เดินทางไปสักการะพระพุทธทักษิณมิ่งมงคล (วัดเขากง) พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองจังหวัดนราธิวาส  โดยนมัสการพระเทพศีลวิสุทธิ์ ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 18 เพื่อความเป็นสิริมงคล ในโอกาสเดินทางลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดนราธิวาส โดยมีพล.ท.ศานติ ศกุนตนาค แม่ทัพภาคที่ 4 นายสนั่น พงษ์อักษร ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส นายไพโรจน์ จริตงาม รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส  และผู้เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ

สำหรับ "พระพุทธทักษิณมิ่งมงคล" พระพุทธรูปกลางแจ้งที่งดงามและใหญ่ที่สุดในภาคใต้ เป็นพระพุทธรูปประทับนั่งปางประธานพร สร้างตามแบบพุทธศิลป์สกุลช่างอินเดียใต้ สร้างแล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ.2512 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเสด็จบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ พร้อมบรรจุดินจากสังเวชนียสถาน เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ.2513 และพื้นที่นี้ยังเป็นที่ตั้งของพุทธมณฑลแห่งเดียวของภาคใต้อีกด้วย

หลังจากนั้น นายกรัฐมนตรี ได้ให้เกียรติเป็นประธานเปิดแพขนานยนต์ลำใหม่ เพื่อให้บริการประชาชนทั้งไทยและมาเลเซีย ในการใช้ข้ามแม่น้ำสุไหงโก-ลก หวังกระตุ้นเศรษฐกิจ ท่องเที่ยว และคุณภาพชีวิตในภาพรวม

‘หมวกกันกระสุน’ ช่วยชีวิตหน่วย ‘อรินทราช 26’ แท้จริง ‘ผลิต-จัดจำหน่าย’ โดยบริษัทคนไทย

(15 มี.ค.66) จากเหตุการณ์เจ้าหน้าที่หน่วยอรินทราช 26 เข้าสยบ ‘สารวัตรคลั่ง’ ภายในบ้านพักย่านสายไหม กรุงเทพฯ ตั้งแต่ช่วงสายของวันที่ 14 มี.ค. ต่อเนื่องจนถึงช่วงเช้าวันนี้ ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่นายหนึ่งถูกกระสุนยิงเข้าที่ศรีษะ แต่เดชะบุญไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด เนื่องจากกระสุนไม่ทะลุหมวก

ล่าสุด เฟซบุ๊ก ‘Envomilitary’ โพสต์ภาพหมวกกันกระสุนของเจ้าหน้าที่หน่วยอรินทราช 26 ที่มีร่องรอยถูกยิงด้วยกระสุนแต่ไม่ทะลุหัว พร้อมระบุข้อความว่า “โดนอีกแล้ว หมวก Envo Rhino 3A เพราะว่าการช่วยชีวิตท่านคืออาชีพของเรา # We Save Lives for A Living”

‘ตร.’ บุกค้นบ้าน ‘รอง สสจ.โคราช’ หลังพบเอี่ยวจัดสัมมนาทิพย์ เร่งตรวจสอบเส้นทางการเงิน พร้อมยึดทรัพย์กว่า 2 ล้านบาท

เจ้าหน้าที่ ปปง.สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ ปปท.บุกค้นบ้านรองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา หลังพบมีส่วนพัวพันการจัดอบรมทิพย์ 32 อำเภอ ในช่วงตั้งแต่ปี 2562 เจ้าหน้าที่ตรวจยึดหลักฐานและเส้นทางการเงินไปตรวจสอบ

(15 มี.ค. 66) นายปิยะ ศรีวิกะ ผู้อำนวยการกองคดี 2 สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) พร้อมด้วย พ.ต.ท.สิริพงษ์ ศรีตุลา ผู้อำนวยการกองปราบปรามทุจริตในภาครัฐ 2 สำนักงานคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) นำหมายศาลเข้าตรวจค้นบ้านพักของรองนายแพทย์สาธารณสุข จังหวัดนครราชสีมาคนหนึ่งในพื้นที่หมู่ 2 ตำบลสุรนารี อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็น 1 ใน 4 จุดที่เจ้าหน้าที่เข้าทำการตรวจค้นในครั้งนี้ โดยอีก 3 จุดที่เข้าทำการตรวจค้น ประกอบด้วยบ้านพักในพื้นที่หมู่ 1 ตำบลสุรนารี อำเภอเมืองนครราชสีมา, บ้านพักในพื้นที่หมู่ 1 ตำบลหนองกระทุ่ม อำเภอเมืองนครราชสีมา และบ้านพักในพื้นที่บริเวณถนนเซนต์เมรี่ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครราชสีมา

ทั้งนี้ จากข้อมูลการตรวจสอบโครงการการจัดอบรมควบคุมป้องกันโรคของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา พบว่าในช่วงตั้งแต่ปี 2562 ได้มีโครงการจัดอบรมเจ้าหน้าที่สาธารณสุขตำบล และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอ 32 อำเภอของจังหวัดนครราชสีมา แต่ไม่มีการจัดอบรมจริงเป็นลักษณะของการจัดอบรมสัมมนาทิพย์ มีแต่เอกสารโครงการที่เขียนระบุการจัดอบรมเพื่อเบิกเงินงบประมาณค่าสถานที่อบรม และค่าอาหาร

โดยมีรายชื่อชาวบ้านในแต่ละพื้นที่เข้าร่วมอบรม แต่ผู้มีรายชื่อเข้าร่วมโครงการส่วนใหญ่ยืนยันว่า ไม่ได้เป็นผู้ลงรายมือชื่อในเอกสาร และไม่ได้เข้าร่วมโครงการ ซึ่งในบางพื้นที่พบมีรายชื่อผู้เสียชีวิตอยู่ในผู้ร่วมอบรมด้วย และสถานที่ใช้จัดอบรมส่วนใหญ่ระบุว่าเป็นสถานที่ราชการ แต่หน่วยงานเจ้าของสถานที่ยืนยันว่าไม่มีการจัดโครงการ และไม่พบว่ามีหนังสือขอใช้สถานที่ในการอบรมแต่อย่างใด

ต่อมาเวลา 13.00 น. นายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. ร่วมกับนายเทพสุ บวรโชติดารา รองเลขาธิการ รักษาราชการแทนเลขาธิการ ปปง. พล.ต.ต. จรูญเกียรติ  ปานแก้ว ผบก.ปปป นายศุภภิมิตร เปาริก รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วยนายปริญญา วิกุลศิริรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดนครราชสีมา ร่วมแถลงข่าวกรณีการเข้าตรวจค้นและยึดอายัดทรัพย์สินข้าราชการที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดโครงการอบรมทิพย์ จำนวน 4 จุด ในพื้นที่ อ.เมืองนครราชสีมา ภายใต้ ‘แผนปฏิบัติการตรวจค้นคนสาธารณสุข’ ณ ห้องประชุม ชั้น 2 สำนักงาน ปปท. เขต 3 ต.โคกกรวด อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา

‘จุดยืนดังเดิม!! พิธา’ ลั่น!! พร้อมจับมือ พท. จัดตั้งรัฐบาล พร้อมย้ำ!! ไม่มีวันจับมือ ‘พรรคทหารจำแลง’

(15 มี.ค.66) ที่โรงแรมเอเชียแอร์พอร์ต ดอนเมือง พรรคก้าวไกล (ก.ก.) จัดประชุมใหญ่พรรคเตรียมพร้อมก่อบการยุบสภาฯ มีแกนนำพรรคและว่าที่ผู้สมัครส.ส.ครบทุกเขต เข้าร่วมประชุม

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรค ก.ก. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ระบุว่าสามารถร่วมรัฐบาลกับพรรคก้าวไกลได้แต่มีเงื่อนไขคือการไม่แก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ว่า เราไม่มีเจตจำนงในการรวมกับพรรคทหารจำแลงคือพรรครวมไทยสร้างชาติและพรรคพลังประชารัฐ เพราะเป็นพรรคที่ทำรัฐประหาร และตอนนี้ยังจะรักษาอำนาจต่อ จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะร่วมมือกัน

เมื่อถามถึงกรณีที่พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เปิดจดหมายเสนอตัวเชื่อมประสานระหว่างฝ่ายอนุรักษ์นิยมและฝ่ายเสรีนิยม ที่ล้มเหลวทั้งคู่ นายพิธา กล่าวว่า เราไม่สามารถก้าวข้ามความขัดแย้งที่ตัวเองมีส่วนเกี่ยวข้องได้ การจะก้าวข้ามความขัดแย้งและก่อให้เกิดการปรองดองได้จะต้องมีระบบความยุติธรรม และการเสาะหาข้อเท็จจริงก่อน ต้องทำให้วัฒนธรรมคนผิดลอยนวลหมดไปก่อน จึงจะทำให้เกิดการปรองดองที่แท้จริงได้

ส่วนจดหมายของพล.อ.ประวิตรฉบับที่ 4 ทั้งเรื่องการตั้งคณะกรรมการมากรองนโยบาย ตนขอเรียนพล.อ.ประวิตรให้เข้าใจว่านโยบายของตัวเองตั้งแต่พรรคพลังประชารัฐ และในช่วง 8 ปีที่ผ่านมา ยังทำไม่ได้ตั้งเยอะตั้งแยะ จึงขอให้ไปทำนโยบายที่เคยสัญญากับประชาชนไว้เมื่อ 4 ปีที่แล้วให้เสร็จก่อน การที่จะเอานโยบายนโยบายหนึ่งมาผลิตมีกระบวนการของมัน

นายพิธา กล่าวว่า สำหรับกระบวนการทำนโยบายของพรรคก้าวไกลคือการลงพื้นที่พบพี่น้องประชาชนหาปัญหาให้เจอว่าอยู่ที่กฎหมาย งบประมาณ หรือระบบราชการ แล้วค่อยนำมาปฏิบัติ ฉะนั้นคนที่จะนำนโยบายที่เป็นของแต่ละพรรคและสามารถนำไปปฏิบัติได้จริงต้องเป็นคนที่คลุกคลีกับปัญหา ไม่ใช่ว่าตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่งแล้วจะสามารถแก้ไขปัญหาทุกอย่างในประเทศไทยได้ ถ้าอยากจะปรองดอง ก็ตั้งคณะกรรมการปรองดอง ถ้าอยากจะตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายก็ตั้งคณะกรรมการ ประเทศไทยไม่ได้ขับเคลื่อนง่ายขนาดนั้น

เมื่อถามว่าหากเสียงไม่พอก็พร้อมที่จะเป็นฝ่ายค้านหรือไม่ นายพิธา กล่าวว่า เป็นรัฐบาลจะมีประโยชน์กับประชาชนมากกว่า เราจะหาเสียงให้เต็มที่ ถ้าไปถึงตามเป้าหมาย เรามั่นใจว่าจะมีน้ำหนักทางการเมืองพอที่จะได้เป็นรัฐบาล

เมื่อถามถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทย เดินเกมรุก นำส.ส.บ้านใหญ่ โดยเฉพาะกลุ่มสามมิตรที่ออกมาจากพรรคพลังประชารัฐ แล้วจะทำให้มีปัญหาในการจับมือร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย หรือไม่ นายพิธากล่าวว่า เราไม่ได้ให้ความสนใจในเรื่องนี้และกระบวนการทำงานของพรรคก็แตกต่างกัน อย่างไรก็ตามเรื่องนโยบายและจุดยืนของพรรคเพื่อไทยจนถึงทุกวันนี้ยังไม่มีปัญหาอะไร

ตนจึงคิดว่าจะยังร่วมมือกันได้ ส่วนนี้เป็นเรื่องภายในของพรรคเพื่อไทย กับกลุ่มสามมิตร ทั้งนี้ ตนไม่มีวิธีการทำงานทางการเมืองในลักษณะนั้น และจะพยายามโฟกัสในสิ่งที่พรรคก้าวไกลพยายามอยากจะนำเสนอพี่น้องประชาชนทั้งเรื่องนโยบายและว่าที่ผู้สมัครส.ส.

เมื่อถาม ว่าสามารถทำงานกับคนที่อยู่ในคณะรัฐมนตรีของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้หรือไม่ นายพิธา กล่าวว่า ต้องดูแยกเป็นคนคนไป แต่หากใครที่มาจากพรรคทหารจำแลงก็น่าจะทำงานด้วยกันยาก สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการมองไปข้างหน้าวันนโยบายและจุดยืนทางประชาธิปไตยเข้มแข็งมากเพียงใด

‘คนเพื่อไทย’ ขอบคุณ ‘โรม’ ตีแผ่คดี ‘ส.ว.ทรงเอ’ พร้อมจี้!! ‘บิ๊กตู่’ ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง

(15 มี.ค.66) นายก่อแก้ว พิกุลทอง อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงการดำเนินคดีกับ ส.ว. ชื่อดัง หรือ ส.ว.ทรงเอ กรณีตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีเครือข่ายยาเสพติดว่า ต้องขอบคุณตำรวจชุดสืบสวนจับกุมในคดีนี้ ที่กล้าออกมาเปิดเผยข้อมูลให้สังคมได้รับรู้ จนเป็นข่าวใหญ่โตที่คนทั้งประเทศจับตามอง และต้องขอบคุณ นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ที่เอาข้อมูลมาอภิปรายและติดตามความคืบหน้าของคดีแบบกัดไม่ปล่อย แต่ก็ยังเกิดคำถามขึ้นในหลายประเด็นกับคดีนี้ที่สังคมยังคงติดใจอยู่

นายก่อแก้ว กล่าวต่อว่า สิ่งที่ตนแปลกใจคือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ทำตัวไม่รู้ร้อนรู้หนาว ทั้งที่เป็นคดียาเสพติดเป็นที่รังเกียจของทั้งสังคมไทยและนานาชาติเกี่ยวพันกับขบวนการข้ามชาติใหญ่โต ต้องไม่ลืมว่า คนที่ตั้ง ส.ว.คนนี้มา คือ พล.อ.ประยุทธ์และคณะ และคนที่เลือก พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี คือ ส.ว.คนนี้ด้วย แถมสังคมยังได้รับทราบว่า พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) เช่าที่ทำการพรรคจาก ส.ว.คนนี้อีกด้วย สังคมเชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ และพรรค รทสช. มีความสัมพันธ์ กับ ส.ว.คนนี้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่งหรือไม่ และการที่ พล.อ.ประยุทธ์ นิ่งเฉยกับคดีนี้ จึงเป็นเรื่องที่ทำให้สังคมคลางแคลงใจสงสัยเป็นอย่างยิ่ง

นายก่อแก้ว กล่าวด้วยว่า จากเอกสารชี้แจงข้อเท็จจริง ของพนักงานสืบสวน มีการระบุว่ามีนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ สั่งให้ดำเนินการตัดพยานหลักฐานที่เชื่อมโยงถึง ส.ว.คนดังกล่าวออกให้หมด การสั่งการดังกล่าว ในคดียาเสพติดปกติแล้วจะไม่มีใครกล้าทำ เพราะเป็นเรื่องผิดกฎหมายร้ายแรง และสร้างความเสียหายต่อสังคม และความเชื่อมั่นต่อผู้ใต้บังคับบัญชา

‘ชทพ.’ เปิดตัว ‘สมเกียรติ’ อดีต ส.ส.ก้าวไกล ลงเขตบางนา เจ้าตัวเผย เวลาบอกว่าอยู่พรรคของ ‘วราวุธ’ มีแต่คนยิ้มรับ

(15 มี.ค.66) ที่พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าพรรค ชทพ. พร้อมด้วยนายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะเลขาธิการพรรค น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา ประธานคณะกรรมการอำนวยการพรรค ร่วมกันแถลงเปิดตัวนายสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ อดีต ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล เป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขตบางนา ของพรรค ชทพ. โดยนายวราวุธ กล่าวว่า นายสมเกียรติทำงานในพื้นที่บางนามาโดยตลอด ทำงานหนัก ลงพื้นที่ รวมทั้งนำเรื่องมาหารือกับกระทวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมาโดยตลอด

นายสมเกียรติ กล่าวว่า ตนได้ลาออกจาก ส.ส. กับคณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) เมื่อวันที่ 14 มี.ค. ที่ผ่านมา ตนรู้สึกโล่งใจ ขณะนี้คนในพื้นที่บางนารับทราบแล้วว่าตนจะลงสมัครในนามพรรค ชทพ. เขารู้ว่าพรรคเดิมของตนเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.ในเขตเดิมของตนแล้ว ซึ่งเป็นหัวหน้าการ์ดผู้ชุมนุม ทั้งนี้ ชทพ.เป็นพรรคที่เหมาะกับตน เชื่อมต่อกับผู้ที่อายุเยอะกว่าได้เป็นอย่างดี

‘ผบช.ภ.7’ แถลง จับยาไอซ์ล็อตใหญ่ มูลค่ากว่า 100 ล้าน ลั่น!! รับจ๊อบ ส่งให้เครือข่ายใหญ่ในภาคใต้

(15 มี.ค. 66) พล.ต.ต.ธนายุติม์ วุฒิจรัสธรรมรงค์ ผบช.ภ.7 พร้อมด้วย นายปิยะพงษ์ ชูวงค์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เป็นประธานแถลงข่าวผลการจับกุมตัวนายนิวัฒน์ บุญเรือง ประทุมดวง อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 143 ม.15 ต.ปางมะค่า อ.ขาณุวรลักษบุรี จ.กำแพงเพชร และผู้ต้องหาตามหมายจับ ประกอบด้วย นายอ๊ะหมัด บังคม อายุ 35 ปี, นายริดูวาน บูแล อายุ 22 ปี, น.ส.ซารีนา โต๊ะนอ อายุ44 ปี, น.ส.นอรีชา บูละ อายุ34 ปี และ น.ส.กอมีละ แวหะมะ อายุ 39 ปี 6 ผู้ต้องหาร่วมกัน ลักลอบขนยาเสพติดประเภท 1 ยาไอซ์ 2 กระสอบ น้ำหนักประมาณ 100 ก.ก. พร้อมรถของกลางยี่ห้อ เซฟโลเล็ตสีขาว หมายเลขทะเบียน ฒว.2737 กทม. รถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า รุ่นแคมรี่ หมายเลขทะเบียน 2 กผ 8721 กทม ที่ สภ. ชะอำ

สำหรับคดีจับกุมยาไอช์ล็อตใหญ่ดังกล่าว พล.ต.ต.ธนายุติม์ เผยว่า สืบเนื่องจาก พ.ต.อ.สมเกียรติ โฉมฉาย ผกก.สภ.ชะอำ ได้รับแจ้งจากสายลับ เมื่อวันที่12 มี.ค.ว่าจะมีการลักลอบขนส่งยาเสพติดจำนวนมากประปนมากับเสื้อผ้าจากต้นทางจังหวัดนนทบุรีเพื่อลำเลียงลงสู่จังหวัดนราธิวาส ผ่านจังหวัดเพชรบุรี จึงรายงานให้ พล.ต.ต.ปิติ นฤขัตรพิชัย ผบก.ภ.จว.เพชรบุรี ทราบ และทำการตั้งด่านตรวจสกัดจับที่บริเวณจุดสกัด ถ.เพชรเกษมขาล่องใต้ บ้านนิคม ต.เขาใหญ่ อ.ชะอำ กระทั่งเมื่อเวลาประมาณ 00.30 น ของวันถัดมา เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นรถกระตู้ทึบสีขาวตามที่สายลับแจ้งลักษณะมา จึงส่งสัญญาณให้หยุดรถและสังเกตเห็นนายวิวัฒน์ผู้ขับขี่รถคันดังกล่าว มีท่าทางลุกลี้ลุกลนอย่างมีพิรุธ จึงขอตรวจค้นจนพบของกลางเป็นยาไอช์จำนวน 2 กระสอบรวม น้ำหนัก 100 กิโลกรัม ซุกซ่อนปะปนมากับกระสอบเสื้อผ้าเพื่ออำพรางอีก 5 กระสอบ

จากนั้นได้นำตัวนายนิวัฒน์มาทำการสอบสวนขยายผลทันที โดยนายนิวัฒน์สารภาพว่า ยาไอช์ดังกล่าว ตนเองพร้อมพวกอีก 5 คน ได้เช่ารถกระบะตูทึบกับรถเก๋งเพื่อรับจ้างจากเอเย่นต์รายหนึ่งในราคาสามแสนบาทลำเลียงมาจากจังหวัดนนทบุรี โดยนำยาไอซ์ซุกมาพร้อมกระสอบเสื้อผ้าในรถกระบะทึบ ส่วนรถเก๋งจะใช้เป็นรถวิ่งสังเกตเส้นทางล่วงหน้า เพื่ออำนวยความสะดวกในการนำยาเสพติดไปส่งให้กับเครือข่ายยาเสพติดในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส กระทั่งรถกระบะตู้ทึบวิ่งมาถึงด่านตรวจนิคมจึงตรวจพบของกลางดังกล่าว

‘บอย ถกลเกียรติ’ แง้ม โปรเจกต์พิเศษ ‘แฟนฉัน 1.5 เดอะมิวสิคัล’  ฉลองครบรอบ 20 ปี รักครั้งแรก ‘เจี๊ยบ-น้อยหน่า’

นอกจากซีเนริโอจะมีละครเวทีโปรเจ็คต์ใหญ่ ‘พิษสวาท เดอะ มิวสิคัล’ ที่แก้ม กุลกรณ์พัชร์, ตู่ ภพธร, ชาย ชาตโยดม, ชิน ชินวุฒ, ดาว ณัฐภัสสร, ปราปต์ ปราปต์ปฎล ร่วมแสดง โดย ถกลเกียรติ วีรวรรณ กำกับแล้ว ถกลเกียรติ ยังบอกด้วยว่า ปีนี้ซีเนริโอยังจะมีละครเวทีเรื่องอื่นๆ ให้ได้ชม ทั้ง ‘WATERFALL A NEW MUSICAL’ ซึ่งเป็นโปรดักชั่นต่างประเทศ และอีกโปรเจกต์พิเศษฉลองครบรอบ 20 ปี ภาพยนตร์ขวัญใจคนไทยอย่าง ‘แฟนฉัน’ ที่ครั้งนี้จะใช้ชื่อ ‘แฟนฉัน 1.5 เดอะมิวสิคัล

‘ฟีฟ่า’ ไฟเขียว ปรับรูปแบบการเตะ ‘เวิลด์ คัพ 2026’ ตารางแข่งแน่น 39 วัน - 48 ทีม - 104 แมตช์

สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า เตรียมปฏิรูปการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งใหญ่ โดยจะเป็นรูปเเบบที่ใหญ่ที่สุดเเละแข่งกันยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอล ซึ่งจะเริ่มใช้ทันทีในเวิลด์ คัพ 2026 ที่ 3 ชาติ โซนอเมริกาเหนือ ทั้ง สหรัฐอเมริกา, แคนาดา และเม็กซิโก ร่วมกันเป็นเจ้าภาพ

ตามการรายงานล่าสุดเปิดเผยว่า ‘ฟีฟ่า’ ไฟเขียวให้ศึกฟุตบอลโลก 2026 ซึ่งจะจัดขึ้นในทวีปอเมริกาเหนือ ด้วยความร่วมมือกันของ 3 ชาติ อย่าง สหรัฐอเมริกา, แคนาดา และเม็กซิโก จะเพิ่มทีมเข้าเเข่งขันจากเดิม 32 ทีมเป็น 48 ทีม นั้นทำให้การเเข่งขันจะเพิ่มจากเดิม 64 เเมตช์ไปเป็น 104 เเมตช์ตลอดทัวร์นาเมนต์ โดยแข่งกันแบบมาราธอนถึง 39 วัน จากเดิมที่เเข่งแค่ 28 วัน (ครั้งล่าสุดที่กาตาร์ ปี 2022)

ขณะเดียวกันรูปแบบที่ จานนี อินฟานติโน ประธานฟีฟ่าเคาะออกมา จะมีการเปลี่ยนเเปลงเล็กน้อยคือจากเดิมที่วางวิธีเเบ่งกลุ่มจาก 16 กลุ่ม กลุ่มละ 3 ทีม เป็น 12 กลุ่ม กลุ่มละ 4 ทีม เพราะมองว่าถ้าเป็นแบบแรก เกมนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่มจะลดความตื่นเต้นไปเยอะเนื่องจากบางทีมเข้ารอบไปแล้วและอาจเล่นไม่เต็มที่

สำหรับการชิงชัยในรอบแบ่งกลุ่มจะเอาแชมป์ และรองแชมป์ของแต่ละกลุ่ม (24 ทีม) ผ่านเข้ารอบต่อไปบวกกับอันดับ 3 ที่ดีที่สุดอีก 8 ทีม รวมเป็น 32 ทีมในรอบน็อกเอาต์ แข่งขันแบบนัดเดียวหาผู้ชนะ มีทั้งการต่อเวลาพิเศษ และยิงจุดโทษ

การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของฟุตบอลโลก 2026 จะมีทั้งข้อดี เเละข้อเสีย โดยข้อเสียคือนักเตะจะต้องเหนื่อยเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะทีมที่เข้ารอบชิงชนะเลิศ จะต้องเล่นรวมจนถึงรอบนั้น 8 เกมจากที่เดิมเล่นแค่ 7 เกม ส่วนข้อดีคือ ‘ฟีฟ่า’ จะมีรายได้เพิ่มขึ้นจากค่าลิขสิทธิ์คาดว่าจะสูงถึง 9,000 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 3.7 แสนล้านบาท


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top