Saturday, 11 July 2026
Hard News Team

'กรณ์' ออกโรงสร้างความมั่นใจ หลัง 2 แบงก์อเมริกาล้ม  ชี้!! กระทบไทยน้อย ยันธนาคารไทยแข็งแกร่ง

จากกรณี 2 ธนาคารรายใหญ่ของสหรัฐ อย่างธนาคาร Silicon Valley Bank หรือ SVB และ Signature Bank ล้มกะทันหัน สร้างความตื่นตระหนกต่อเศรษฐกิจไปทั่วโลก ในส่วนของประเทศไทยเองก็มีความกังวลว่าจะกระทบต่อความมั่นคงของสถาบันการเงินของเราหรือไม่ 

(15 มี.ค.66) นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า ในฐานะอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลัง ที่สามารถฝ่าวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์จนทำให้เศรษฐกิจไทยกลับมาฟื้นตัวได้เมื่อปี 2553 กล่าวถึงประเด็นปัญหาดังกล่าวว่า...

ปรากฎการณ์ลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นเมื่อ 10 กว่าปีก่อน คือวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ แต่จากบทเรียนในอดีตทำให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมีการวางแผนรองรับไว้อย่างดี ส่งผลให้สถาบันการเงินของไทยแข็งแกร่งที่สุดในโลก จึงอยากให้มั่นใจว่าจะไม่กระทบต่อลูกค้าของสถาบันการเงินอย่างแน่นอน 

นายกรณ์ วิเคราะห์ถึงสาเหตุของปัญหาต่อการล่มสลายของธนาคาร SVB ว่า SVB ก่อตั้งมาเกือบ 40 ปี แต่มาเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงวิกฤตโควิด เนื่องจากฐานลูกค้าเป็นกลุ่มธุรกิจสายเทคถึง 30,000 ราย ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่ากลุ่มลูกค้ากระจุกตัวอย่างมาก ในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2019  จากเดิมที่มีฐานเงินฝากอยู่ที่ 50,000 ล้านเหรียญ ณ ช่วงต้นปี 2022 ฐานเงินฝากเพิ่มขึ้นเป็น 190,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 300% ซึ่งเร็วกว่าคนสถาบันการเงินอื่นที่เพิ่มขึ้นเพียง 30% เท่านั้น เหตุผลเกิดจากช่วงโควิดมีการใช้เทคโนโลยีเพิ่มขึ้นอย่างมาก ส่งผลให้มีการระดมทุนของบริษัทสายเทคบูมมาก มีเงินไหลเข้า SVB มาก จนปล่อยกู้ไม่ทัน จึงนำเงินฝากไปลงทุนในพันธบัตรระยะสั้น ซึ่งในอดีตสามารถทำได้ แต่โดยปกติธนาคารต้องมีความระมัดระวังเพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างเงินฝากกับเงินลงทุน และส่วนใหญ่จะลงทุนในพันธบัตรระยะสั้น แต่เนื่องจากช่วงนั้นอัตราดอกเบี้ยต่ำมาก SVB จึงนำเงิน 90,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ไปลงทุนในพันธบัตรระยะยาว 10 ปี  เพื่อหวังผลของอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น พอลงทุนไป ก็เกิดปรากฏการณ์หลายเรื่องพร้อมกัน จนนำไปสู่การล้มละลายในที่สุด 

อดีต รมว.คลัง กล่าวต่อว่า พอช่วงโควิดผ่านไป ราคาหุ้นของลูกค้า SVB เริ่มปรับลดลง และเริ่มมีการถอนเงินฝากในปริมาณที่สูงกว่าที่ธนาคารคาดไว้ ทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อ ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จึงมีนโยบายออกมาต่อสู้ โดยการปรับอัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น เพื่อลดอุปสงค์ของเงิน แต่อัตราการปรับเพิ่มขั้นดอกเบี้ยถึง 4% ส่งผลกระทบต่อการลงทุนพันธบัตรที่ธนาคารไปลงทุนไว้ ทางการเงินเรียกว่าขาดทุนทางบัญชี เนื่องจากยังไม่ได้ขาย เพราะหากฝากไว้ครบ 10 ปี ก็จะยังได้อัตราดอกเบี้ยที่สูงอยู่ แต่ SVB จำเป็นต้องขายพันธบัตรเนื่องจากขาดสภาพคล่อง จึงทำให้เกิดภาวะขาดทุนจริงถึง 1.6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งสูงมาก และเป็นสาเหตุต้องพยายามเพิ่มทุน 2.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพื่ออุดช่องโหว่ ทำให้ลูกค้าธนาคารเริ่มเกิดความกังวลจนแห่ไปถอนเงิน จนเงินหมด ทำให้เฟดต้องเข้ามาจัดการโดยการปิดกิจการ SVB ในที่สุด 

นายกรณ์ กล่าวว่า ประธานาธิบดีสหรัฐ นายโจ ไบเดน ออกมาย้ำเพื่อความมั่นใจว่า รัฐบาลจะคุ้มครองเงินฝาก 100% ประชาชนไม่ต้องกังวลว่าจะถอนเงินได้หรือไม่ เพราะหากถอนไม่ได้ ผลข้างเคียงจะส่งผลต่อผู้ประกอบกิจการซึ่งส่วนใหญ่เป็นสตาร์ทอัพ ไม่สามารถจ่ายเงินเดือน และชำระหนี้สินได้ ส่งผลต่อความเชื่อมั่นและอาจกระทบจนถึงขั้นปิดกิจการได้ และอาจจะลามไปถึงการแห่ถอนเงินจากสถาบันการเงินอื่น ๆ สร้างปัญหาเป็นวงกว้างทั้งระบบ  อย่างไรก็ตามสิ่งที่นายไบเดนพูด รัฐบาลค้ำประกันเฉพาะผู้ฝาก แต่ไม่ค้ำประกันผู้ถือหุ้น เจ้าของพันธบัตรหรือเจ้าหนี้ของตัวธนาคาร และเป็นการใช้เงินจากสถาบันคุ้มครองเงินฝากเท่านั้น ไม่กระทบต่อภาษีประชาชนแต่อย่างใด เป็นการส่งสัญญาณเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำรอยเหมือนในอดีต ส่วนหนึ่งเนื่องจากเป็นช่วงที่ใกล้เลือกตั้งที่ส่งผลต่อคะแนนนิยม แต่ทั้งนี้สถาบันคุ้มครองเงินฝากก็มีเงินเพียง 1 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ถ้าทุกคนยังแห่ถอนเงินก็ไม่เพียงพอ เวลานี้จึงต้องรอดูว่าจะมีใครมาซื้อกิจการของ SVB ของสหรัฐ เหมือนที่ HSBC ซื้อกิจการ SVB ในอังกฤษไปแล้วในราคา 1 ปอนด์ 

นายกรณ์ ตั้งข้อสังเกตว่า ในระยะยาวจะส่งผลกระทบต่อธุรกิจในบริเวณ ซิลิคอนวัลเลย์สูง เนื่องจากสตาร์ทอัพเกือบทุกรายใช้บริการ SVB ที่เป็นเหมือนเพื่อนคู่คิดที่เข้าใจมายาวนาน วันนี้ต้องไปคุยกับสถาบันการเงินอื่นที่เข้าใจน้อยกว่า ทำให้ความได้เปรียบการเข้าถึงแหล่งทุน เมื่อเทียบกับที่อื่นในโลกลดลง ยกเว้นว่าจะมีใครไปซื้อและดำเนินการทำธุรกิจในวัฒนธรรมเดิมกับกลุ่มลูกค้าเดิม ก็อาจไม่ส่งผลมากนัก แต่หากไม่มี หรือมีชุดความคิดที่แตกต่าง ก็อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของสตาร์ทอัพ ที่ซิลิคอนวัลเลย์เริ่มหมดเสน่ห์ หรือขีดความสามารถในการแข่งขันที่เคยได้เปรียบก็จะลดลง 

อลงกรณ์’ เผยบอร์ดเกลือ แก้ปัญหาราคาผันผวน มีมติกำหนดราคาขั้นต่ำเกลือทะเลเป็นครั้งแรก

‘อลงกรณ์’ เผยบอร์ดเกลือมีมติกำหนดราคาขั้นต่ำเกลือทะเลเป็นครั้งแรก แก้ปัญหาราคาผันผวน พร้อมเร่งพัฒนานาเกลือด้วยแนวทาง BCG โมเดลเน้น “เพิ่มมูลค่า-คุ้มค่า-ยั่งยืน”

วันนี้ (15มี.ค. 2566) นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการพัฒนาเกลือทะเลไทย ได้ประชุมคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 1/ 2566 แบบ Hybrid Meeting ณ ห้องประชุม 123 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผ่านระบบการประชุมออนไลน์ zoom cloud meeting 

นายอลงกรณ์ ได้กล่าวหลังการประชุมว่า เพื่อแก้ไขปัญหาราคาเกลือผันผวนมีผลกระทบต่อรายได้ของเกษตรกรชาวนาเกลือ คณะกรรมการพัฒนาเกลือทะเลไทย ได้พิจารณาและมีมติเห็นชอบ

1. การกำหนดราคาขั้นต่ำเกลือทะเลใน 3 ชนิดเกลือ ดังนี้ (1) ราคาเกลือขาว 1,800 บาท (2) เกลือกลาง 1,500 (3) เกลือดำ 1,300 บาท และขอให้ออกเป็นประกาศของคณะกรรมการพัฒนาเกลือทะเลไทย โดยเป็นราคาขั้นต่ำที่กำหนดเป็นเกณฑ์ในการซื้อขายเกลือทะเล

2. คณะกรรมการฯ มีมติเห็นชอบในหลักการ มาตรการการจัดการและป้องกันแก้ไขปัญหาเกลือทะเล ปีการผลิต 2565/66 เพื่อรองรับสภาพปัญหาการผลิตเกลือทะเลไทย

3.คณะกรรมการ ฯ ยังได้รับทราบแนวทางการพัฒนาเกลือทะเลไทยด้วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG ตามนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีแนวทาง มาตรการ และกลไกการดําเนินงานรวมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศไทยด้วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG ปี 2564 – 2570 เป็นการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน เศรษฐกิจสีเขียว มุ่งเน้นการพัฒนาห่วงโซ่การเพิ่มมูลค่าเกลือทะเลไทย (BCG Value Chain เกลือทะเลไทย) คำนึงถึงการสร้างมูลค่า การหมุนเวียนใช่ทรัพยากรและความสมดุลและยั่งยืน

โดยกำหนดกิจกรรมในทุกกระบวนการ ตั้งแต่ตอนน้ำ จนถึงปลายน้ำได้แก่ ต้นน้ำ (เกษตรกร) โดยพัฒนาเกษตรกรผู้ผลิตเกลือทะเลให้เป็น smart farmer กระบวนการผลิตเกลือทะเลได้รับมาตรฐาน GAP รวมทั้งเพิ่มสัดส่วนการผลิตดอกเกลือและดีเกลือ ใช้พลาสติกปูพื้นนาเกลือเพื่อเพิ่มผลผลิต ทำประมงน้ำกร่อย เชื่อมโยง กลางน้ำ (องค์กรเกษตรกรและผู้ประกอบการ) พัฒนาในส่วนของผู้ประกอบการและองค์กรเกษตร ส่งเสริมการรวมกลุ่มเป็นองค์กรเกษตรกร/วิสาหกิจชุมชนที่เข้มแข็ง ประกอบด้วยแนวทางดำเนินการขับเคลื่อนการพัฒนาเกลือทะเลไทยตามรูปแบบโมเดลเศรษฐกิจ ใน 3 ด้าน ได้แก่ 

อย่างฮา!! นักชกบราซิล โปรโมต "กุน ขแมร์" แต่สักคำว่า "มวยไทย" กลางหลังตัวอย่างเบ้ง

‘ติอาโก้ เทเซียร่า’ นักสู้ชาวบราซิล ที่มีดีกรีแชมป์ คิกบ็อกซิ่ง และ มวยไทย หลายรายการ กลายเป็นขวัญใจชาวกัมพูชา หลังอาสาช่วยโปรโมต “กุน ขแมร์” แต่กลับโดนแฟนทักไปลบรอยสัก "มวยไทย" ออกก่อน

โดยนักชกรายนี้ กลายเป็นขวัญใจแฟนๆ ชาวกัมพูชาอย่างรวดเร็ว หลังจากที่เขาโพสต์ชื่นชม "กุน ขแมร์" พร้อมทั้งประกาศจะนำศิลปะการต่อสู้ของกัมพูชาไปเผยแพร่ทั่วโลก และอนาคตหวังนำครอบครัวมาปักหลักในกัมพูชาอีกด้วย

‘เศรษฐา’ นำทัพ พท. ลุยแฟลตคลองจั่น พร้อมย้ำชัด เห็นพ้อง ‘บิ๊กป้อม’ ไม่ขัดแย้งใคร

‘เพื่อไทย’ ลุยแฟลตคลองจั่นหนุนด้านกีฬาเยาวชน ‘เศรษฐา’ ย้ำชัด พท.ไม่ขัดแย้งใคร ชี้ ครม.เทกระจาดเยอะไป ต้องดูวินัยการคลังด้วย ชี้นิมิตรหมายดี ‘บิ๊กป้อม’ ข้ามความขัดแย้ง ก่อนร่วมเตะฟุตซอลกับเยาวชนที่มาร่วมพูดคุย 

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 15 มี.ค. ที่ลานกีฬาสมาพันธ์แฟลตคลองจั่น เขตบางกะปิ นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด ประธานคณะกรรมการประสานงานด้านการเมืองพื้นที่กรุงเทพฯ นายวิชาญ มีนชัยนันท์ นายดนุพร ปุณณกันต์ กรรมการประสานงานด้านการเมืองพื้นที่กรุงเทพฯ พร้อมด้วย ส.ส.กทม.และว่าที่ผู้สมัครส.ส.กทม. เขตบางกะปิ พรรคพท.ลงพื้นที่ล้อมวงคุยกับตัวแทนสภาเยาวชน 10 เขต เพื่อถาม-ตอบประเด็นเกี่ยวกับปัญหาด้านการกีฬา และรับฟังเสียงสะท้อนจากเยาวชน

โดยตัวแทนเยาวชน เสนอว่าอยากให้ช่วยสำหรับการรวมกลุ่มพัฒนากีฬาชนิดต่างๆ และอยากรู้ว่าพรรค พท.มีนโยบายเรื่องนี้อย่างไร นายเศรษฐา กล่าวว่า พรรค พท.ให้ความสำคัญกับกีฬา เราตั้งคณะกรรมการด้านนี้โดยเฉพาะ และเชื่อว่าเยาวชนแต่ละคนอยากก้าวหน้าไปสู่จุดที่สูงสุด เราจะช่วยส่งเสริมให้เยาวชนที่มีศักยภาพได้มีโอกาสในการคัดตัว เพื่อสร้างความหวัง 

จากนั้นเวลา 17.00 น. นายเศรษฐาให้สัมภาษณ์หลังการพูดคุยกับกลุ่มเยาวชนว่า การกีฬาเป็นเรื่องที่พรรคให้ความสำคัญ เพราะเป็นเรื่องของสุขภาพร่างกาย เป็นหนทางในการประกอบอาชีพด้วย แม้บางคนจะไม่มีความสามารถสูง แต่การที่เราจัดพื้นที่ให้เหมาะสมและครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็นเพศอะไร ก็ต้องทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง และไม่ไปหมกมุ่นกับยาเสพติดและการพนัน ทั้งนี้ จากการที่ฟังปัญหาก็ครอบคลุมหลายกระทรวง แน่นอนว่าเรามีพื้นที่อยู่แล้ว แต่เรื่องของงบประมาณก็เป็นเรื่องสำคัญ เราต้องจัดสรรให้เหมาะสม 

เมื่อถามว่า มองอย่างไรกรณีที่พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ระบุว่าจะก้าวข้ามความขัดแย้ง และมีการออกจดหมาย ความว่าหากได้เป็นรัฐบาล จะนำนโยบายแต่ละพรรคมาจัดทำ นายเศรษฐา กล่าวว่า ตนยังไม่ได้อ่านจดหมายของท่าน แต่ได้ยินคำว่าก้าวข้ามความขัดแย้ง ก็เป็นนิมิตหมายอันดี และท่านก็พูดหลายครั้งแล้วเรื่องนี้ ทางพรรคพท.ไม่ได้ขัดแย้งกับใคร เรามีข้อขัดแย้งกับความยากจน ความไม่เสมอภาคและความไม่เท่าเทียม ซึ่งจากนี้ไปจนถึงช่วงมีการเลือกตั้ง เราก็จะเร่งกลั่นนโยบายที่โดนใจประชาชนออกมา

เมื่อถามว่า การที่ พล.อ.ประวิตรระบุจะก้าวข้ามความขัดแย้ง ทำให้เห็นพรรคพลังประชารัฐเป็นทางออกของประเทศหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า ตนยังไม่ได้คิดถึงตรงนั้น ดูแต่พรรคพท.อย่างเดียวว่าเราต้องไปสู่จุดมุ่งหมายที่ได้คะแนนเยอะที่สุด

กสทช. บีบ กกท. ซื้อลิขสิทธิ์ยิงสดซีเกมส์ ชี้ ตามกฎมัสต์แฮฟ คนไทยต้องได้ดูฟรี

กฎมัสต์แฮฟ ส่อแววพ่นพิษอีก! กสทช. บีบ กกท. ต้องซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดซีเกมส์กัมพูชาให้คนไทยได้ดูฟรี

ความเคลื่อนไหวการถ่ายทอดสดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ 2023 ที่ประเทศกัมพูชา ระหว่างวันที่ 5-17 พฤษภาคม 2566 โดย ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เจรจากับทางกัมพูชา เพื่อให้ได้ข้อสรุปค่าลิขสิทธิ์ดำเนินการถ่ายทอดสดซึ่งตามกระแสข่าวก่อนหน้านี้คือ กัมพูชา เรียกค่าลิขสิทธิ์เป็นเงินสูงถึง 8 แสนเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 28 ล้านบาท ซึ่ง กกท. ได้เคยทำหนังสือปรึกษา คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กรณีนี้ไว้ก่อนหน้านี้เนื่องจากการชมการถ่ายทอดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ถูกระบุออยู่ในกฎมัสต์แฮฟ (Must Have) ที่ต้องมีการถ่ายทอดสดรับชมอย่างทั่วถึงเท่าเทียม

‘บิ๊กป้อม’ เปิดตัว ‘ธีระชัย-ม.ล.กรกสิวัฒน์’ เสริมทัพ ศก. มั่นใจ!! แก้ปัญหาปากท้อง ปชช. ให้อยู่ดี-มีกินได้แน่นอน

(15 มี.ค.66) ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพปชร. เดินทางเข้าที่ทำการพรรค มีขบวนรถของร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา เดินทางมาด้วย โดยพล.อ.ประวิตร กล่าวทักนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ในฐานะเลขาธิการพรรค ว่า “ทำไม ไม่ไปกินข้าวผม ลืมรึ ที่ไปกินกับภูมิใจไทย” ซึ่งนายสันติ ได้แต่ยิ้มรับ โดยไม่ตอบ

จากนั้นเวลา 15.30 น. พล.อ.ประวิตร พร้อมด้วย นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ในฐานะเลขาธิการพรรค นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ประธานยุทธศาสตร์การเมือง ร่วมแถลงเปิดตัวทีมเศรษฐกิจของพรรค ได้แก่ นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรมว.คลัง และ ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี นักวิชาการอิสระด้านพลังงาน

พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า พรรคพปชร.มีความยินดีที่ได้ทีมเศรษฐกิจทั้ง 2 ท่าน ที่มีความสามารถทั้งด้านเศรษฐกิจ และพลังงาน ที่พร้อมทำงานเพื่อพรรค และนำประโยชน์มาสู่ประชาชนเป็นสำคัญ ต้องขอบคุณที่มาร่วมทำงาน พรรคพลังประชารัฐยินดีต้อนรับทั้ง 2 ท่านเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งตอนนี้ทุกคนคงเห็นแล้วว่า เรามีทีมเศรษฐกิจเพียงพอแล้ว เราพร้อมแก้ปัญหาให้บ้านเมือง ให้ประชาชนให้สามารถอยู่ดีกินได้  และยกระดับความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นได้ ฝากสื่อมวลชนช่วยบอกเพื่อนฝูงว่าพรรคเรามีทีมเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง พร้อมทำงานเพื่อประเทศชาติ และประชาชน

ด้านนายสันติ กล่าวว่า ทั้ง 2 คน เป็นบุคคลากรที่มีความรู้ความสามารถอย่างที่ทราบกันอยู่แล้ว นายธีรชัย เป็นอดีตรมว. คลัง และมล.กรกสิวัฒน์ มีความเชี่ยวชาญด้านพลังงาน และหลาย ๆ เรื่อง ซึ่งทั้ง 2 ท่านมีอุดมการณ์ที่จะเข้ามาช่วยพรรคผลิตนโยบาย และแนวคิดเศรษฐกิจเพื่อประชาชน เพื่อให้พรรคเป็นที่หวังของประชาชนในการพัฒนาด้านต่าง ๆ ให้สำเร็จ อย่างไรก็ตาม เมื่อหัวหน้าพรรคพปชร. ได้เป็นนายกรัฐมนตรี ทุกนโยบายเราจะทำทันที และเห็นผลทันที 

ด้านนายธีระชัย กล่าวว่า ขอบคุณพล.อ.ประวิตร ที่เชิญให้ตนเข้ามาร่วมทำงานกับพรรคพปชร.และสาเหตุที่ตัดสินใจตอบรับ เพราะเห็นว่าบ้านเมืองกำลังจะเผชิญปัญหาใหญ่ในอีก 3-4 ปีข้างหน้า ส่วนหนึ่งจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ของโลก ซึ่งจะเป็นคลื่นลูกใหญ่ที่ซัดมาชายฝั่งประเทศไทย ทั้งในด้านเศรษฐกิจ และในด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ อีกส่วนหนึ่งจากปัญหาที่สะสมกันมาหลายปี เช่น ปัญหาเศรษฐกิจการเงินโลก รวมถึง การบริหารประเทศต้องเพิ่มนโยบายที่เน้นทำให้ประชาชนมีความเข้มแข็งในตัวเอง และต้องเพิ่มได้นโยบายที่ขจัดความขัดแย้ง และการเปิดรับฟังปัญหาและความคิดเห็นของประชาชนอย่างแท้จริง ต้องคิดออกไปนอกกรอบเดิม ๆ รวมทั้งต้องป้องกันไม่ให้นายทุนเข้ามาใช้ข้าราชการเป็นเครื่องมือในการหาประโยชน์ส่วนตน ทำให้ภาพลักษณ์ด้านธรรมาภิบาลของประเทศตกต่ำ ฟื้นไม่ขึ้น และสังคมขาดความเป็นธรรม
 
"ผมได้พิจารณาแล้วเห็นว่า พรรคที่จะแก้ปัญหาได้ ก็คือพรรคพปชร. เพราะจะมีโอกาสทำงานเพื่อประชาชน สร้างสมดุลระหว่างนายทุนกับประชาชน และเป็นนโยบายที่ทำได้จริง ไม่สุดกู่ รวมถึงนโยบายขจัดความขัดแย้งทางการเมืองให้ได้ ก็สอดคล้องกับแนวคิดของผม ดังนั้นผมจึงเข้ามาในพรรคพปชร. เพื่อจะนำเสนอนโยบายที่เกิดผลประโยชน์ต่อประชาชน ที่จะทำได้จริง ที่จะสร้างสมดุลประชาชนกับนายทุน ที่จะปราศจากผลประโยชน์ครอบครัวเจ้าของ และเป็นนโยบายที่จะมองกว้างไกล เพื่อจะให้เป็นทางเลือกแก่ประชาชน" อดีตรมว.คลัง กล่าว

ด้าน ม.ล.กรกสิวัฒน์ กล่าวว่า พล.อ.ประวิตร และผู้บริหารพรรคพลังประชารัฐทุกท่าน ที่ได้กรุณาเชื้อเชิญให้ตนเข้ามาร่วมงานกับพรรค ตนทราบว่าพรรคพลังประชารัฐมีความตั้งใจไม่ใช่แค่การลดราคาพลังงานแบบฉาบฉวย แต่จะเป็นการปรับโครงสร้างราคาพลังงานทั้งระบบอย่างจริงจัง ซึ่งเมื่อตนได้พูดคุยกับพลเอกประวิตร พบว่า ท่านมีความใจกว้างที่จะรับฟังความเห็นที่ตนนำเสนอ และพร้อมที่จะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างเต็มที่ 

"ผมมั่นใจว่าหากพรรคพลังประชารัฐได้เป็นรัฐบาล นโยบายที่พรรคจะทำให้ประชาชน จะมีผลเปลี่ยนแปลงชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้นได้อย่างแน่นอน เพราะยึดหลักการที่ว่า พลังงานของประชาชน เพื่อประชาชน ตามที่พรรคมีเจตจำนง " ม.ล.กรกสิวัฒน์ กล่าว 

8 ปี 154 วัน กับความทรงจำนายกรัฐมนตรีไทย พลเอก เปรม ติณสูลานนท์

อีกประมาณ 2 เดือนข้างหน้าจะเข้าสู่การเลือกตั้งใหญ่ เป็นที่รู้กันว่าตามรัฐธรรมนูญ 2560 บัญญัติไว้ให้นายกรัฐมนตรีมีวาระในการดำรงตำแหน่งไม่ว่าจะติดต่อกันหรือไม่ แต่รวมแล้วต้องไม่เกิน 8 ปี

หากย้อนดูในประวัติศาสตร์การเมืองไทย มีนายกรัฐมนตรีมาแล้ว 29 คน ซึ่งแต่ละคนก็มีวาระในการดำรงตำแหน่ง และห้วงเวลาสั้น ยาว แตกต่างกันไป 

แต่ถ้าพูดถึงนายกรัฐมนตรีที่อยู่ในอำนาจสั้นที่สุด นั่นคือ  "ทวี บุณยะเกตุ" ซึ่งอยู่ในตำแหน่งเพียง 18 วัน เป็นช่วงเวลาแสนสั้น  แต่ภารกิจนั้นกลับสำคัญยิ่ง 

ย้อนกลับไปเมื่อ 15 สิงหาคม 2488 สงครามโลกครั้งที่ 2 เริ่มเข้าสู่จุดสิ้นสุดเมื่อญี่ปุ่นประกาศตกลงยอมแพ้สงคราม นายปรีดี พนมยงค์ ในฐานะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ในรัชกาลที่ 8 ได้ออก “ประกาศสันติภาพ” อันมีใจความสำคัญว่า การประกาศสงครามของไทยต่ออังกฤษและสหรัฐฯ เป็นโมฆะ ทำให้รัฐบาลนายควง  อภัยวงศ์ ลาออกตามมารยาทการเมือง

ขณะที่ต้องรอเวลาให้ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช หัวหน้าเสรีไทยสายสหรัฐอเมริกา เดินทางกลับมาที่ไทยเพื่อรับตำแหน่งนายกฯ ต่อไป ทว่ามีภารกิจเร่งด่วนที่สุดของประเทศที่รอไม่ได้ คือการเจรจายุติสงครามกับอังกฤษและสหรัฐฯ  จึงจำเป็นต้องตั้ง "รัฐบาลเฉพาะกิจ" เร่งจัดการเรื่องต่างๆ ช่วงรอยต่อจากภาวะสงคราม

"ทวี บุณยเกตุ" คือบุคคลที่ทุกฝ่ายเห็นพ้องว่ามีคุณสมบัติเหมาะสมให้เข้าดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี "ขัดตาทัพ" ด้วยความที่เป็นสมาชิกคณะราษฎรสายพลเรือน ผ่านประสบการณ์ทางการเมืองเป็นเลขา ครม.ในรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม และเป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลนายควง อภัยวงศ์ และเงื่อนไขที่สำคัญที่สุดคือ นายทวี เป็นแกนนำคณะเสรีไทย ที่นายปรีดี พนมยงค์ ไว้ใจ รวมถึงเป็นที่ยอมรับของฝ่ายสัมพันธมิตร

ดังนั้นรัฐบาลของนายกฯ "ทวี บุณยเกตุ"  จึงมีอายุเพียงแค่ "18 วัน" ตั้งแต่ 31 สิงหาคม-17 กันยายน 2488  ในการทำภารกิจสำคัญเร่งด่วน คือ เตรียมการเจรจายุติสถานะสงครามกับอังกฤษ และสหรัฐฯ  พร้อมปูทางให้ไทยสมัครเป็นสมาชิกองค์การสหประชาชาติ รวมถึงเปลี่ยนชื่อประเทศจาก “ไทยแลนด์” กลับมาใช้ชื่อ “สยาม”  และยุบตำแหน่ง “ที่ปรึกษาราชการแผ่นดิน” เพื่อลดเกียรติภูมิของ จอมพล ป. พิบูลสงคราม ที่ตัดสินใจให้ความร่วมมือกับกองทัพญี่ปุ่นก่อนหน้านั้น 

กระทั่ง ม.ร.ว. เสนีย์ ปราโมช เดินทางกลับถึงไทย วันที่ 17 กันยายน 2488 นายทวีได้นำคณะรัฐมนตรีลาออกเพื่อเปิดทางให้ ม.ร.ว. เสนีย์ ปราโมช จัดตั้งรัฐบาลตามที่ตกลงกันไว้ เป็นอันเสร็จสิ้นภารกิจของนายกรัฐมนตรีที่มีระยะเวลาอยู่ในตำแหน่งสั้นที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย
 
เมื่อพูดถึง “นายกฯ ที่มีอายุงานสั้นที่สุด” ในมุมตรงข้าม นายกรัฐมนตรีที่ดำรงตำแหน่งยาวนานที่สุด ต้องยกให้ "จอมพล ป. พิบูลสงคราม"  ที่เป็นนายกรัฐมนตรี 2 ช่วง รวมเวลายาวนานถึง 15 ปี กับอีก 11 เดือน 

เส้นทางการเมืองของจอมพล ป. พิบูลสงคราม เริ่มจากการเป็นกำลังสายทหารในคณะราษฎร ร่วมเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี 2475 ก่อนนำกำลังปราบกบฏบวรเดช ปูทางก้าวขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 3 ในปี 2481 ต่อจากพันเอกพระยาพหลพลพยุหเสนา 

ในห้วงแรกของการเป็นนายกรัฐมนตรี จอมพล ป. เดินหน้านโยบายสร้างชาติ ปลูกฝังกระแสชาตินิยมต่อเนื่อง  ตั้งแต่ออกกฎหมายสงวนอาชีพบางอย่างเฉพาะคนไทย  ใช้คำขวัญ "ไทยทำ ไทยใช้ ไทยเจริญ" มีการปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมให้ทันสมัย เช่น สั่งห้ามกินหมาก ให้ข้าราชการนุ่งกางเกงขายาว สวมหมวก สวมรองเท้า และกล่าวคำว่า "สวัสดี" เมื่อพบปะทักทายกัน

ขณะที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิก็ถูกก่อสร้างในสมัยจอมพล ป. รวมถึง มีการเปลี่ยนชื่อประเทศจาก "สยาม" เป็น "ไทย" ด้วย 

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 จอมพล ป. ตัดสินใจเลือกเป็นพันธมิตรกับญี่ปุ่น กระทั่งปี 2487 เกิดเหตุการณ์รัฐบาลแพ้โหวตร่างกฎหมายสำคัญในสภา ทำให้จอมพล ป. ต้องประกาศลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 

‘ไอคอนคราฟต์’ ชวนสัมผัส ‘เครื่องเบญจรงค์ และเซรามิก’ งานฝีมือสุดสร้างสรรค์ สะท้อนความเป็นไทยร่วมสมัย

(15 มี.ค. 66) ไอคอนคราฟต์ (ICONCRAFT) พื้นที่แห่งงานฝีมือสุดสร้างสรรค์ของคนไทยขอชวนทุกท่านมาร่วมดื่มด่ำไปกับมนต์เสน่ห์ของงานคราฟต์เครื่องเบญจรงค์ของไทยในคอนเซ็ปต์ ‘A Piece of Thai Craft’ สัมผัสความประณีตและสง่างามผ่านชิ้นงานคราฟต์ร่วมสมัย จากช่างฝีมือไทยทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้-2 เมษายน 2566 ณ ไอคอนคราฟต์ ชั้น 4-5 ศูนย์การค้าไอคอนสยาม และชั้น 3 สยามดิสคัฟเวอรี่ 

‘A Piece of Thai Craft’ คอนเซ็ปต์ที่จะทำให้ทุกคนพบกับกลิ่นอายที่เต็มไปด้วยลวดลายสุดประณีตแห่งศิลปะที่สะท้อนความเป็นไทยร่วมสมัยได้อย่างลงตัวจากช่างฝีมือไทยทั่วประเทศ กับสินค้า คราฟต์ฝีมือช่างศิลป์ของไทย อาทิ เครื่องย้อมคราม, ศิลาดล, เครื่องเบญจรงค์, เซรามิก และสินค้าอีกมากมายที่เปี่ยมไปด้วยเอกลักษณ์ งดงาม สูงค่า ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงภูมิปัญญาและความคิดสร้างสรรค์ของคนไทย หรือจะเป็นของฝากก็สุดพิเศษเหมาะเป็นอย่างยิ่งที่จะซื้อไปฝากทั้งชาวไทยและต่างชาติ

เริ่มต้นด้วยแบรนด์ ‘THAI BENJARONG’ (ไทยเบญจรงค์) แบรนด์ที่เกิดขึ้นจากความรักในงานเบญจรงค์ของ ‘คุณสหัส ปรีชารัตน์’ ผู้ซึ่งได้ซึมซับเอาลวดลายอันงดงามของงานหัตถศิลป์เหล่านี้มาจากการติดตามคุณพ่อ ผู้ซึ่งเป็นช่างเขียนลาย แกะลาย และปั้นลายไทยในโบสถ์มาอย่างยาวนาน โดยเอกลักษณ์ของทางแบรนด์ คือการนำเอาลวดลายเบญจรงค์มาทำการพัฒนาปรับเปลี่ยนรูปทรงให้เข้ากับยุคสมัย หากแต่ยังคงแก่นแท้ของความเป็นไทยเอาไว้เสมอ เพื่อที่จะอนุรักษ์ ศิลปหัตถกรรมไทยแขนงนี้ให้อยู่คู่กับคนไทยตลอดไป

‘THAI ELITE’ (ไทย อีลิท) แบรนด์ที่ผลิตเครื่องเบญจรงค์ด้วยฝีมือเชิงช่างผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งทางแบรนด์ได้รังสรรค์ลวดลายอันงดงาม โดยคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของเครื่องเบญจรงค์ไทยชั้นสูง ผสมผสานกับรูปลักษณ์อันน่ารัก ออกมาเป็นผลงานอันหลากหลาย เช่น เซตน้ำชา เครื่องใช้บนโต๊ะอาหาร และของตกแต่งในบ้าน จะเห็นได้จากเซตที่ใส่เกลือพริกไทย ทำออกมาในรูปลักษณ์น้องกระต่ายแสนน่ารัก ผสมผสานลวดลายการเขียนลายเบญจรงค์แบบดั้งเดิม ออกมาเป็นผลงานอันน่าประทับใจ

‘BANJONG’ (บรรจง) แบรนด์เบญจรงค์คราฟต์สุดประณีต ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากงานเบญจรงค์แบบดั้งเดิม โดยนำเอาลวดลายของเครื่องเบญจรงค์มาพัฒนารูปแบบสีสันให้มีความทันสมัยมากขึ้น เช่น เครื่องเบญจรงค์ Blending movement collection ของทางแบรนด์ที่เกิดจากการรังสรรค์ผลงานด้วยเทคนิคการใช้สีและเขียนภาพแบบ ‘Impressionism’ ซึ่งใช้การผสมสีลงไปในเนื้อดิน และขึ้นรูปด้วยการปั้น ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวของลวดลายและสีสันที่งดงาม เปี่ยมไปด้วยเอกลักษณ์

“อลงกรณ์”เผยบอร์ดเกลือมีมติกำหนดราคาขั้นต่ำเกลือทะเลเป็นครั้งแรก เร่งพัฒนานาเกลือด้วยแนวทางBCGโมเดลเน้น”เพิ่มมูลค่า-คุ้มค่า-ยั่งยืน”

วันนี้ (15 มี.ค. 2566) นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการพัฒนาเกลือทะเลไทย ได้ประชุมคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 1/ 2566 แบบ Hybrid Meeting ณ ห้องประชุม 123 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผ่านระบบการประชุมออนไลน์ zoom cloud meeting 
นายอลงกรณ์ ได้กล่าวหลังการประชุมว่า เพื่อแก้ไขปัญหาราคาเกลือผันผวนมีผลกระทบต่อรายได้ของเกษตรกรชาวนาเกลือ คณะกรรมการพัฒนาเกลือทะเลไทย ได้พิจารณาและมีมติเห็นชอบ


1. การกำหนดราคาขั้นต่ำเกลือทะเลใน 3 ชนิดเกลือ ดังนี้ (1) ราคาเกลือขาว 1,800 บาท (2) เกลือกลาง 1,500 (3) เกลือดำ 1,300 บาท และขอให้ออกเป็นประกาศของคณะกรรมการพัฒนาเกลือทะเลไทย โดยเป็นราคาขั้นต่ำที่กำหนดเป็นเกณฑ์ในการซื้อขายเกลือทะเล


2. คณะกรรมการฯ มีมติเห็นชอบในหลักการ มาตรการการจัดการและป้องกันแก้ไขปัญหาเกลือทะเล ปีการผลิต 2565/66 เพื่อรองรับสภาพปัญหาการผลิตเกลือทะเลไทย


3.คณะกรรมการ ฯ ยังได้รับทราบแนวทางการพัฒนาเกลือทะเลไทยด้วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG ตามนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีแนวทาง มาตรการ และกลไกการดําเนินงานรวมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศไทยด้วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG ปี 2564 – 2570 เป็นการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน เศรษฐกิจสีเขียว มุ่งเน้นการพัฒนาห่วงโซ่การเพิ่มมูลค่าเกลือทะเลไทย (BCG Value Chain เกลือทะเลไทย) คำนึงถึงการสร้างมูลค่า การหมุนเวียนใช่ทรัพยากรและความสมดุลและยั่งยืน โดยกำหนดกิจกรรมในทุกกระบวนการ ตั้งแต่ตอนน้ำ จนถึงปลายน้ำได้แก่

ต้นน้ำ (เกษตรกร) โดยพัฒนาเกษตรกรผู้ผลิตเกลือทะเลให้เป็น smart farmer กระบวนการผลิตเกลือทะเลได้รับมาตรฐาน GAP รวมทั้งเพิ่มสัดส่วนการผลิตดอกเกลือและดีเกลือ ใช้พลาสติกปูพื้นนาเกลือเพื่อเพิ่มผลผลิต ทำประมงน้ำกร่อย เชื่อมโยง กลางน้ำ (องค์กรเกษตรกรและผู้ประกอบการ) พัฒนาในส่วนของผู้ประกอบการและองค์กรเกษตร ส่งเสริมการรวมกลุ่มเป็นองค์กรเกษตรกร/วิสาหกิจชุมชนที่เข้มแข็ง ประกอบด้วยแนวทางดำเนินการขับเคลื่อนการพัฒนาเกลือทะเลไทยตามรูปแบบโมเดลเศรษฐกิจ ใน 3 ด้าน ได้แก่

(1) ด้านการเพิ่มมูลค่า ภายใต้เศรษฐกิจชีวภาพ (Bio economy) มุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรชีวภาพเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม (value creation) ของเกลือทะเล โดยเน้นการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง

(2) ด้านความคุ้มค่า ภายใต้เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เพื่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าที่สุด ไม่เกิดของเหลือใช้จากกิจกรรมการทำนาเกลือ

(3) ด้านความสมดุลความยั่งยืน ภายใต้เศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) ทรัพยากรธรรมชาติ ลดมลพิษ เช่น ใช้พลังงานแสงอาทิตย์กระบวนการผลิตเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีที่เกี่ยวของกับเกลือทะเล

‘บิ๊กป้อม’ ปัดเปลี่ยนขั้วการเมืองใหม่ ยัน!! กินข้าวกับ ‘ภูมิใจไทย’ ไร้การเมือง

(15 มี.ค. 66) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกรณีที่ผู้สื่อข่าวได้ถามถึงอาการปวดท้องว่าหายหรือยัง พล.อ.ประวิตร ตอบว่า “หายแล้ว”

ผู้สื่อข่าวถามถึงการไปรับประทานอาหารกลางวันร่วมกับแกนนำพรรคภูมิใจไทย ที่นำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เมื่อช่วงเที่ยงในวันเดียวกันนี้ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ทานข้าวพูดคุยกันปกติ ไม่ได้คุยเรื่องการเมือง ส่วนที่กินข้าวกับนายอนุทิน เมื่อกินข้าวด้วยกันก็เป็นพวกเดียวกันอยู่แล้ว ก่อนย้อนถามสื่อว่า “ทำไม กินไม่ได้หรือ?”

เมื่อถามว่าได้แลกเปลี่ยนความเห็นกันหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวย้ำว่า “คุยกัน กินข้าวอยู่ด้วยกัน”

เมื่อถามว่า มีข้อสังเกตว่าการไปพูดคุยกันอาจจะเป็นขั้วการเมืองใหม่ ระหว่างพรรคพลังประชารัฐ กับภูมิใจไทย พล.อ.ประวิตร ตอบว่า “ไม่รู้ คุณคิดเองทั้งนั้น”


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top