Saturday, 11 July 2026
Hard News Team

‘รมว.เฮ้ง’ ชวนคนหางานผ่านเว็บไซต์ ‘ไทยมีงานทำ’ รวบรวมอาชีพ-ตำแหน่งงานครบวงจรกว่า 250,000 อัตรา!!

กระทรวงแรงงาน ชวนคนหางานใช้บริการเว็บไซต์ ‘ไทยมีงานทำ.doe.go.th’ และแอปฯ ‘ไทยมีงานทำ’ ให้บริการฟรี!! ไม่มีค่าใช้จ่าย รวมตำแหน่งงานภาครัฐ เอกชน และตำแหน่งงานจากบริษัทจัดหางานเพื่อผู้หางาน

(16 มี.ค. 66) นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า กระทรวงแรงงาน เตรียมตำแหน่งงานว่าง จำนวน 255,885 อัตรา รองรับผู้ว่างงาน ผู้จบการศึกษาใหม่ ผู้สูงอายุ กลุ่มผู้เปราะบาง และทุกคนที่ต้องการมีงานทำ โดยพร้อมให้บริการประชาชนผ่านระบบออนไลน์ บนแพลตฟอร์ม ‘ไทยมีงานทำ’ ซึ่งให้บริการทั้ง Web Application และ Mobile Application ประชาชนสามารถหางาน เข้าถึงตำแหน่งงานที่สนใจเหมาะสมกับตนเอง และสมัครหลักสูตรฝึกอบรมเพื่อพัฒนาทักษะและเพิ่มโอกาสการมีงานทำ

ซึ่งปัจจุบันมีตำแหน่งงาน (Active ในระบบ) จากทั่วประเทศ จำนวน 255,885 อัตรา โดยตำแหน่งงาน 5 อันดับแรกที่มีความต้องการมากที่สุด ได้แก่

1.) แรงงานด้านการประกอบ
2.) แรงงานบรรจุผลิตภัณฑ์
3.) พนักงานขายของหน้าร้านและสาธิตสินค้า
4.) พนักงานขายโฆษณาและตัวแทนนายหน้าขาย
5.) ตัวแทนฝ่ายขายด้านเทคนิคและการค้า

“รัฐบาลโดยการนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับปัญหาการว่างงานอย่างยิ่ง เพราะเป็นปัญหาเริ่มต้นที่กระทบต่อการดำเนินชีวิต การใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของภาคครัวเรือน ตลอดจนเศรษฐกิจในระดับประเทศเป็นลูกโซ่ จึงได้กำชับกระทรวงแรงงานสำรวจและเตรียมตำแหน่งงานไว้เพื่อรองรับคนไทยทุกคนที่ต้องการมีงานทำ” นายสุชาติ รมว.แรงงาน กล่าว

ด้านนายไพโรจน์ โชติกเสถียร อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า แพลตฟอร์ม ‘ไทยมีงานทำ’ เป็นเว็บไซต์สำหรับคนหางานที่รวบรวมตำแหน่งงานภาครัฐ เชื่อมโยงข้อมูลจากสำนักงาน ก.พ. ซึ่งมีตำแหน่งงานจากหน่วยงานราชการกว่า 300 หน่วยงาน ภาคเอกชน จากนายจ้าง สถานประกอบการที่เข้ามาใช้บริการแพลตฟอร์ม ‘ไทยมีงานทำ’ และได้แจ้งตำแหน่งงานว่างไว้ และตำแหน่งงานจากบริษัทจัดหางานชั้นนำที่เป็นพันธมิตร ความร่วมมือด้านการส่งเสริมการมีงานทำกับกรมการจัดหางาน อาทิ บริษัท จัดหางาน จ๊อบบีเคเค ดอท คอม จำกัด บริษัท จัดหางานจ็อบท็อปกัน จำกัด บริษัท จัดหางาน อเด็คโก้ (ประเทศไทย) จำกัด โดยคนหางานสามารถค้นหาข้อมูลตำแหน่งงานที่เหมาะสมกับตัวเอง

แฟนคลับไทยกรี๊ดสนั่น!! ‘Fujii Kaze’ ศิลปินสุดฮอตจากญี่ปุ่น สวม ‘ชุดมวยไทย’ เต็มยศโพสต์ลงไอจี พร้อมแคปชัน ‘ธงไทย’

ทำเอาแฟนคลับชาวไทยตื่นเต้นกันใหญ่เลยทีเดียวหลังจากทางด้านศิลปินสุดฮอตชาวญี่ปุ่นอย่าง Fujii Kaze เจ้าของเพลงฮิตอย่าง Shinunoga E-Wa และ Matsuri ได้มีการโพสต์ภาพตัวเองในที่มีการสกรีนคำว่ามวยไทยทั้งเสื้อและกางเกง แถมยังมีการโพสต์แคปชันเป็นรูปธงไทย อีกต่างหาก

คาเสะ ฟูจิอิ เกิดเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2540 ที่โอคายามา โดยเจ้าตัวเริ่มเล่นเปียโนมาตั้งแต่เด็ก ๆ ก่อนจะอัดคลิปตนเองผ่านช่องยูทูบและได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก

ในปี 2019 เจ้าตัวปล่อยผลงานอัลบั้มแรกชื่อ ‘HELP EVER HURT NEVER’ ก่อนสร้างปรากฏการณ์มากมาย ทั้งอันดับ 1 ของ ORICON , อันดับ 1 บน Billboard JAPAN HOT ALBUMS chart , รางวัล Blue ที่เป็นรางวัลสูงสุดของรายการ 13th CD shop award

‘โรม’ ป้อง ‘พ.ต.ท.มานะพงษ์’ มือปราบแก๊งค้ายาทุน มิน ลัต วอน ขรก.น้ำดี ร่วมช่วยกันเอาสิ่งปฏิกูลออกจากระบบราชการ

(16 มี.ค. 66) นายรังสิมันต์ โรม โฆษกพรรคก้าวไกล ได้ให้ความเห็นแก่ผู้สื่อข่าว กรณีเอกสาร แถลงการณ์จากสมาคมตำรวจ สมาคมโรงเรียนนายร้อยตำรวจ และสมาคมพนักงานสอบสวน ปรากฏลายเซ็นประธานสมาคมทั้ง 3 สมาคม ลงนาม พล.ต.อ.วินัย ทองสอง นายกสมาคมตำรวจ, พล.ต.อ. ศักดา เตชะเกรียงไกร นายกสมาคมโรงเรียนนายร้อยตำรวจ และนายไพโรจน์ กุจิรพันธ์ นายกสมาคมพนักงานสอบสวน ออกจดหมายแถลงให้กำลังใจข้าราชการตำรวจที่ประพฤติปฏิบัติชอบ และยืนหยัดตามหลักการของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์

นายรังสิมันต์กล่าวว่า เอกสารฉบับนี้มีความสำคัญมาก เพราะเป็นเอกสารที่ยืนยันว่า พ.ต.ท. มานะพงษ์ วงศ์พิวัฒน์ ในฐานะสารวัตรที่ทำคดีทุน มิน ลัต และ ส.ว.อุปกิต เป็นการกระทำที่ถูกต้องตามกฎหมาย เป็นการกระทำที่พิสูจน์ว่าตำรวจรายนี้ เป็นตำรวจน้ำดี ตั้งใจทำคดี 

ทั้งนี้ ในเอกสารดังกล่าวปรากฏ 6 ประเด็น ประเด็นแรกยืนยันว่า การร้องขอให้ศาลออกหมายจับเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว ประเด็นที่สอง ปัญหาการออกหมายลอยที่มีข้อกล่าวอ้างกันอยู่ ไม่มีทางเกิดขึ้น ประเด็นที่สาม คือการออกหมายจับ ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเสนอให้ผู้บังคับบัญชา ระดับผู้กำกับ ก่อนการพิจารณาขอหมายจับแต่อย่างใด ประเด็นที่สี่ ลำดับกระบวนการซึ่งยืนยันว่ามีการขอหมายจับก่อนและแจ้งต่อเลขาธิการ ป.ป.ส. เป็นสิ่งที่ทำได้ ส่วนประเด็นที่ห้าในเรื่องของคำสั่ง ปร. 419/2556 เป็นงานคำสั่งภายในที่ใช้ภายใน สตง. ใช้กับพนักงานสอบสวนเท่านั้นไม่ได้ใช้กับหน้าที่ฝ่ายสืบสวน และประเด็นสุดท้าย ในอดีตมีการเพิกถอนหมายจับอดีตอธิบดี DSI แต่ศาลยกคำร้องโดยให้เหตุผลว่าเป็นอำนาจเฉพาะของผู้พิพากษา เมื่อสั่งคำร้องโดยชอบแล้วมิเพิกถอนได้ และสอดคล้องกับกรณีศาลพิจารณาออกหมายจับ ส.ว.คนดังกล่าวแล้ว การสั่งเลิกถอนในภายหลังจะต้องมีเหตุตามกฏหมายบังคับ หรือระเบียบเป็นหลักในการพิจารณาหาได้อ้างเพียงเหตุหลงผิดไม่

วิเคราะห์ Credit Suisse ยื่นคำขอให้แบงก์ชาติสวิสฯ ช่วยเหลือ หายนะครั้งใหญ่ หรือ ปัญหาที่หยุดได้ หากไหวตัวทัน

(16 มี.ค.66) World Maker เผยว่า Credit Suisse ยื่นคำขอ ให้ธนาคารกลางสวิสเข้าช่วยเหลือ !!!

โดยล่าสุดมีรายงานว่า Credit Suisse ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อธนาคารกลางให้เข้าช่วยเหลือแล้ว !!! หลังหุ้นร่วงกว่า -30% ในช่วง Premarket วันนี้และยังคงติดลบมากกว่า -20% ในช่วง Trading Session ค่ำคืนนี้ !

รายละเอียดของการยื่นอุธรณ์และการเข้าช่วยเหลือนั้นยังไม่เปิดเผยออกมา ! แต่อาจเป็นสิ่งที่เราต้องลุ้นกันต่อไปว่าหน่วยงานกำกับดูแลจะเข้ามาเบรกวิกฤตในครั้งนี้ได้หรือไม่ ?? เพราะในขณะเดียวกันกองเชียร์ฝ่ายโปรจีน-รัสเซีย ต่างก็กำลังแช่งให้ สหรัฐฯ-ตะวันตก ย่อยยับพังพินาศไปในวิกฤตครั้งนี้ ! ซึ่งแน่นอนว่าถ้า สหรัฐฯ-ตะวันตก พังจริง ผู้คนคงเดือดร้อนกันทั้งโลก แม้ว่าจะสะใจกองเชียร์โปรจีน-รัสเซียก็ตาม !

ในขณะเดียวกันนี้ ทาง Goldman Sachs ได้ออกมาแสดงมุมมอง Bullish ว่าต่อจากนี้อาจเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการหาโอกาส Buy The Dip หุ้นบางตัว ? โดยมองว่าธนาคารขนาดยักษ์ใหญ่ไม่น่าจะเกิดวิกฤตรุนแรงเหมือนตอนวิกฤตการเงินโลกปี 2008

ส่วนทางด้าน Michael Burry นักลงทุนชื่อก้องโลกจาก The Big Short ก็ได้ออกมากล่าวในโพสต์ Twitter ล่าสุดว่าเขาไม่ได้เห็นหายนะจากวิกฤตในครั้งนี้แต่อย่างใด ! ซึ่งตรงกันข้ามกับก่อนหน้านี้ที่เขาบอกว่าการล้มของ SVB ทำให้เขาค่อนข้างนึกถึงฟองสบู่ดอทคอม

ซึ่งมุมมองของ Goldman Sachs และ Michael Burry นั้นตรงกันข้ามกับ Ray Dalio และ Nouriel Roubini ที่กล่าวว่านี่เป็นจุดเริ่มต้นของหายนะครั้งใหญ่ ! โดย Ray Dalio มองว่าจะเกิดวิกฤตใหญ่กว่านี้ตามมาแน่ ๆ ส่วน Nouriel Roubini มองว่าวิกฤตครั้งนี้เหมือนกับตอนที่ Lehman Brothers ล้ม !

พร้อมกันนี้ Bloomberg รายงานว่า FED และกระทรวงการคลังของสหรัฐฯ กำลังทำงานร่วมกับเพื่อตรวจสอบความเสี่ยงเชิงระบบต่าง ๆ รวมถึงธนาคาร Credit Suisse ด้วย !

และแม้ว่า Credit Default Swap หรือ CDS ของ Credit Suisse ซึ่งเป็นอนุพันธ์ที่นักลงทุนใช้บ่งชี้ถึงความเสี่ยงในการผิดชำระหนี้จะพุ่งขึ้นทำ All Time High ใหม่อย่างต่อเนื่อง พร้อมกับที่มีสื่อหลายสื่อประโคมข่าวโจมตีว่าระบบการเงินของสหรัฐฯ-ตะวันตกกำลังจะล้ม แต่ในอีกแง่หนึ่งก็ยังมีคนที่ออกมาให้ข้อมูลว่าเราไม่จำเป็นต้อง Panic ขนาดนั้นเลย !

เพราะว่าหากไปตรวจสอบดูระบบเศรษฐกิจจริง ๆ ที่ไม่ใช่ยึดตำราเก่า จะพบว่าธนาคารและบริษัทที่เป็นเสาหลักจริง ๆ ของระบบการเงินโลกยังมีความแข็งแกร่งกว่าในอดีตอย่างมาก และวิกฤตครั้งนี้ก็มีความแตกต่างกันหลายอย่างจนแทบจะเปรียบเทียบกันไม่ได้เลยกับในอดีต

โดยเฉพาะการที่หน่วยงานกำกับดูแลของแต่ละประเทศกำลัง Take Action อย่างรวดเร็วนั้น ถือเป็นการกระทำตามหลักเศรษฐศาสตร์เคนส์ที่มีหลักการเบื้องต้นว่า “ถ้าคุณรอให้วิกฤตดำเนินต่อไป ผลกระทบจะยิ่งรุนแรง แต่ถ้าคุณรีบเข้าช่วยเหลือมันตั้งแต่ต้น ทุกอย่างก็จะเบาลงและหยุดไปในที่สุด”

ชื่นชมทัศนคติ แน็ก ชาลี เปิดโหมดจริงจัง แนะเรียนให้จบ ใบปริญญาสำคัญในเมืองไทย แม้ตนเรียนไม่จบ อย่าเอาอย่าง โอกาสประสบความสำเร็จตามคนรวยแต่เรียนไม่จบน้อยมาก

เป็นนักแสดงที่เรียกเสียงฮา ปล่อยมุขตลกให้แฟนๆ ได้ขำขันตามตลอด สำหรับ แน็ก ชาลี แต่อีกด้านในโหมดจริงจัง หนุ่มแน็ก ก็มีเช่นกัน ล่าสุดเจ้าตัวได้ไลฟ์สดในติ๊กต็อก สอนให้แฟนคลับตั้งใจเรียนให้จบ เแม้ว่าตนจะเรียนไม่จบก็ตาม ไม่อยากให้เอาเป็นแบบอย่าง เพราะใบปริญญาสำคัญมากสำหรับเมืองไทย เป็นใบเบิกทางให้โอกาสหลายด้านกับชีวิต นอกจากจะมีความถนัดทำธุรกิจแล้วรวย แต่ไม่ควรลาออกเพื่อทำตามคนรวยที่สำเร็จแล้วแต่เรียนไม่จบ เพราะโอกาสประสบความสำเร็จตามมีน้อยมาก

โดย แน็ก กล่าวว่า “ใครที่อยู่ที่เมืองไทย ต้องพยายามฝืนเรียนให้จบปริญญา อย่างน้อยก็มีโอกาสเยอะกว่าคนอื่น อันนี้ผมพูดแบบตรงๆ นะ ทั้งที่ผมเรียนไม่จบ แต่ผมก็ไม่เคยสนับสนุนให้เอาเป็นตัวอย่างการเรียนไม่จบ ผมจะบอกง่ายๆ ว่า มีหลายคนที่สอนผิดๆ นะ ที่แบบว่าตัวเองเรียนไม่จบแล้วประสบความสำเร็จ แล้วไปสอนคนอื่น ที่บอกว่าคุณไม่ต้องเรียนอะไรก็ได้ อันนั้นคือสิ่งที่ผิด

สำหรับผมถ้าจะสอนคน ผมจะบอกว่า ถ้าคุณไม่อยากเรียนมหาวิทยาลัยจริง คุณต้องหาทางออกอื่นให้ได้ก่อน สมมติว่าคุณเรียนมหาวิทยาลัยอยู่ใช่ไหม ฝืนเรียนให้จบซะ นอกจากว่าเรียน ม.6 แล้วจับทางได้ว่าขายของเก่ง ทำธุรกิจได้ตั้งแต่เรียน ม.6 แล้วจะมีเงินเยอะมาก อันนั้นคุณหยุดเรียนมหาวิทยาลัย แล้วไปทำงานให้รวยไปเลย

หรือว่าถ้าใครเรียนมหาวิทยาลัยอยู่ คุณห้ามคิดเด็ดขาดว่าเห็นคนนี้เป็นตัวอย่าง อยากออกไปทำแบบเขา ผมบอกเลยว่า 90% ไม่ประสบความสำเร็จ หรือถ้าไปมองตัวอย่างฝรั่งที่เขารวยอันดับต้นๆ แล้วใช้ข้ออ้างว่าเขาเรียนไม่จบแต่รวยมาก ผมบอกเลยว่ามันไม่ใช่เรื่องง่าย

'อนุทิน' ปัด!! ร่วมมื้อเที่ยง 'บิ๊กป้อม' ขู่คู่แข่ง ยันคุยได้ทุกพรรค แย้ม!! เงื่อนไขเข้าร่วมรัฐบาลครั้งหน้า กม.กัญชาต้องผ่าน

(16 มี.ค.66) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงค่ำวานนี้ (15 มี.ค.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์รายการ ‘ลึกจากสนามข่าว’ ทาง FM 96.0 ชี้แจงกรณีปรากฏภาพแกนนำพรรคภูมิใจไทย ร่วมโต๊ะรับประทานอาหารกลางวันกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ อย่างชื่นมื่นว่า ไม่ได้มีนัยทางการเมือง แต่เป็นการนัดกันล่วงหน้านานแล้ว ตั้งแต่นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รองหัวหน้าพรรค เดินทางไปพบกับ พล.อ.ประวิตร ในช่วงที่ลงพื้นที่ตรวจราชการที่ จ.นครสวรรค์ และเห็นว่าไม่ได้กินข้าวกับ พล.อ.ประวิตร นานแล้ว ตนจึงได้โทรศัพท์ไปย้ำนัดกันอีกครั้ง ก่อนพบว่ามีเวลาตรงกัน ตนพร้อมคณะจึงได้เข้าไปพบ พล.อ.ประวิตร และร่วมพูดคุยถึงสถานการณ์การเมือง แลกเปลี่ยนความพร้อมของทั้งสองพรรคในการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง ซึ่งพล.อ.ประวิตรก็สอบถามถึงการประเมินตัวเลข ส.ส.ของพรรคภูมิใจไทย ตนก็แจ้งว่าน่าจะได้ประมาณ 70 คน ซึ่งท่านก็เห็นว่า ตรงกับผลโพลล์ที่ออกมา พร้อมปฏิเสธพูดคุยถึงการจับขั้วการเมืองใหม่ เพราะปัจจุบันทั้งพรรคภูมิใจไทยกับพรรคพลังประชารัฐเป็นขั้วเดียวกัน คือ ขั้วรัฐบาลอยู่แล้ว

“ผมไปกินข้าวกับผู้จัดการรัฐบาลมันมหัศจรรย์ตรงไหน ถ้าไปกินข้าวกับพรรคเพื่อไทยค่อยตื่นเต้นกันหน่อย การนัดกินข้าวร่วมกันของนักการเมืองในช่วงนี้ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะก่อนหน้านี้ก็มีการนำภาพที่ผมไปกินข้าวเที่ยงกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในช่วงที่ถูกเว้นวรรคปฏิบัติหน้าที่ ไปวิพากษ์วิจารณ์ แต่ผมเห็นว่าทางการเมืองเราสามารถพบปะพูดคุยกันได้ วันนี้ผมโทรไปนัดใคร หรือใครโทรมานัดผมกินข้าว ผมไปหมด หัวหน้าพรรคร่วมฝ่ายค้านจะเชิญพรรคร่วมรัฐบาลไปกินข้าว ผมคิดว่าก็ต้องไป เพราะการนัดกินข้าวก็ไม่ใช่ว่าจะต้องร่วมหัวจมท้ายกัน” นายอนุทิน ระบุ

จับตา 'แบงก์ชาติสวิส' พร้อมอุ้ม 'Credit Suisse' หลังหุ้นทรุดลงไปมากกว่า 30% ใน 1 วัน

(16 มี.ค.66) นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพและประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย ได้โพสต์ข้อความถึงกรณี หุ้น Credit Suisse ร่วงต่อเนื่อง โดยระบุว่า...

ให้ล้มไม่ได้ ... ยอมจำนนเป็นรายที่ 2 !!!!

หลังตลาดกดดันมาทั้งวัน จนหุ้น Credit Suisse ทรุดลงไปมากกว่า 30% ใน 1 วัน สุดท้าย ธนาคารกลางสวิส (SNB) และผู้กำกับสถาบันการเงินสวิส (FINMA) ประกาศพร้อมช่วยเหลือ Credit Suisse
.
FINMA is in very close contact with the bank and has access to all information relevant to supervisory law. Against this background, FINMA confirms that Credit Suisse meets the higher capital and liquidity requirements applicable to systemically important banks. In addition, the SNB will provide liquidity to the globally active bank if necessary.
.
FINMA ได้ติดตามหารือกับ Credit Suisse อย่างใกล้ชิด และได้ดูข้อมูลของธนาคารในมิติต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ตามที่กฎหมายกำกับสถาบันการเงินได้กำหนดไว้ FINMA ขอยืนยันว่าฐานะการเงินของ Credit Suisse ทั้งเงินทุนและสภาพคล่องยังเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด และหากจำเป็น ธนาคารกลางสวิสจะจัดสภาพคล่องที่ต้องการให้กับ Credit Suisse 
.
พูดง่ายๆ ได้ดูข้อมูลแล้ว และขอให้สบายใจ หาก Credit Suisse มีปัญหา ธนาคารกลางสวิสจะจัดให้ !!!

ที่ต้องทำเช่นนี้ก็เพราะว่า Credit Suisse เป็นธนาคารที่สำคัญกว่า Silicon Valley Bank มาก มีขนาดสินทรัพย์ประมาณ 6 แสนล้านดอลลาร์ เป็นธนาคารขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของสวิส มีอายุ 167 ปี
.
ฝังรากลึก มีโครงข่าย เชื่อมโยงกับธนาคารต่างๆ ในยุโรป ในสหรัฐ อย่างลึกซึ้ง

ใหญ่เกินไปที่จะปล่อยให้ล้ม 

เพียงผลจากเมื่อคืนนี้ แค่ความกังวลใจ ก็ทำให้หุ้นธนาคารอื่นๆ ในยุโรปก็ร่วงตามเป็นแถวๆ

Societe Generale -12.2%
BNP Paribas -10.1%
ING -9.6%
BBVA -9.6%

กระจายไปทั้งภูมิภาค ตลาดหุ้นอังกฤษ สเปน อิตาลี ตกไปประมาณ 4% ใน 1 วัน กระทั่งธนาคารกลางอังกฤษ ก็ต้องจัดประชุมฉุกเฉินกับกลุ่มธนาคารกลางอื่นๆ เพื่อหารือแนวทางที่จะดูแล

ทั้งนี้ แม้ Credit Suisse มีปัญหาเฉพาะในหลายๆ เรื่อง ต่างจากธนาคารอื่นๆ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งกรณีของสหรัฐและยุโรป ชี้ไปถึงความเปราะบางในระบบสถาบันการเงินโลกที่เพิ่มขึ้นมาก จากการขึ้นดอกเบี้ยอย่างรวดเร็ว เกินคาด มา 1 ปีเต็มๆ ของธนาคารกลาง ทำให้สถาบันการเงินจำนวนมาก จัดการความเสี่ยงได้ไม่หมด มีความเสียหายซ่อนไว้ใน Port พันธบัตรที่ถือ จากการลงทุนที่ไปลงไว้ 

ยิ่งเมื่อเศรษฐกิจซบเซาลง จากหนี้เสียต่างๆ ก็จะอ่อนแอลงไปเพิ่ม ทำให้ทุกคนพร้อมวิ่ง เมื่อมีประเด็นเกิดขึ้น ดังเช่นกรณี Credit Suisse เมื่อคืนนี้ เริ่มจากการสัมภาษณ์ธรรมดาๆ ที่ Saudi National Bank ตอบว่า... 

ได้ลงทุนไปที่ 9.9% ของหุ้น Credit Suisse แล้ว หากเกิน 10% ก็จะเข้าสู่เกณฑ์ใหม่ ด้วยเหตุนี้ เขาจึงไม่สามารถลงเงินเพิ่มได้

แต่ข่าวที่ออกมา พาดหัวว่า...

"ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ Credit Suisse ปฏิเสธที่จะลงเงินต่อ ปฏิเสธที่จะช่วยเหลือเพิ่ม"

เนื่องจาก Credit Suisse มีแผลอยู่แล้ว คนจับตามองอยู่แล้ว มีปัญหาเกิดขึ้นเนื่องๆ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

สิ่งที่ตามมาจากคำพูดสั้นๆ ดังกล่าว จึงกลายเป็นผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างกว้างขวาง เกินคาด

สะเทือนไปทั่วโลก

แต่ท้ายสุด เนื่องจาก Credit Suisse ใหญ่เกินไป สำคัญเกินไป

ให้ล้มไม่ได้ !!!

ทางการจึงต้องเข้ามาดูแล

ไม่มีทางเลือก

เมื่อคืน ถือเป็นก้าวแรก ประกาศช่วยเรื่องสภาพคล่อง

ต่อไป หากจำเป็น คงต้องประกาศอุ้มผู้ฝากให้ชัดเจน

ทีเส็บ จัดโรดโชว์โครงการ ‘ประชุมเมืองไทย เร่งสร้างเศรษฐกิจไทย’ เปิดประตูสู่ภาคอีสาน เยือนขอนแก่นสร้างความมั่นใจ จัดกิจกรรมไมซ์ช่วยฟื้นเศรษฐกิจไทย

‘ทีเส็บ’ เปิดตัวโครงการ “ประชุมเมืองไทย เร่งสร้างเศรษฐกิจไทย” สนับสนุนงบประมาณให้กับหน่วยงาน องค์กร ภาคีเครือข่ายในการจัดประชุมองค์กรและการเดินทางเพื่อเป็นรางวัลภายในประเทศจำนวน 1,000 กลุ่ม ณ โรงแรมพูลแมน ราชา ออคิด จังหวัดขอนแก่น ในวันที่ 14 มีนาคม 2566 โดยคาดว่าจะสามารถสร้างเงิน สร้างงาน กระจายรายได้ และกระตุ้นเศรษฐกิจทั่วประเทศผ่านกลไกการจัดกิจกรรมไมซ์ และสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจได้มากกว่า 180 ล้านบาท


คุณกนกพร ดำรงกุล ผู้อำนวยการ ฝ่ายการตลาดไมซ์ในประเทศ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) กล่าวว่า ทีเส็บได้ให้การสนับสนุนหน่วยงาน หรือองค์กรที่ดำเนินการจัดประชุมองค์กรและการเดินทางเพื่อเป็นรางวัลในประเทศอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2563 โดยในปี 2566 นี้ นับเป็นเฟสที่ 4 ที่ทีเส็บได้เดินหน้าให้การสนับสนุนต่อ ภายใต้ชื่อโครงการ “ประชุมเมืองไทย เร่งสร้างเศรษฐกิจไทย” เพื่อเร่งกระตุ้นให้เกิดการเคลื่อนตัวของกลุ่มนักเดินทางไมซ์เพิ่มมากขึ้นและสร้างเศรษฐกิจภายในประเทศให้เติบโตมากยิ่งขึ้น โดยใช้กลไกการสนับสนุนงบประมาณเป็นตัวขับเคลื่อนให้เกิดการจัดงานไมซ์ทั่วประเทศ ทั้งยังเป็นการกระจายรายได้ไปสู่ทุกภูมิภาคและยังเป็นการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไมซ์ ชุมชน รวมถึงธุรกิจต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมไมซ์ได้เกิดการจ้างงาน สร้างรายได้ ก่อเกิดเป็นเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจของประเทศ


ภายในงานโรดโชว์พบกับช่วงเสวนาในหัวข้อ “กระตุ้นเศรษฐกิจไทย ด้วยกิจกรรมประชุมไมซ์ในประเทศ” โดยผู้ทรงคุณวุฒิหลายหน่วยงาน อาทิ ประธานหอการค้าจังหวัดขอนแก่น ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวและไมซ์จังหวัดขอนแก่น ตัวแทนจากบริษัทเอกชนผู้ร่วมโครงการ ร่วมให้มุมมองและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ใช้จริงจากโครงการประชุมเมืองไทย และ ดร.จารุวรรณ สุวรรณศาสตร์ ผู้อำนวยการฝ่าย ไมซ์ อินเทลลิเจนท์ และนวัตกรรม ให้เคล็ดลับการสมัครร่วมโครงการผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์อย่างไรให้มีประสิทธิภาพ

 

ตามด้วยช่วงบรรยายพิเศษ “เพิ่มโอกาสการขายลูกค้ากลุ่มธุรกิจบนโลกการตลาดออนไลน์ (B2B Digital Marketing Talk)” โดยวิทยากรผู้มากประสบการณ์ด้านการตลาดดิจิตัล พร้อมช่วงไฮไลท์ชี้แจงหลักเกณฑ์และวิธีการสมัครเข้าร่วมโครงการ ซึ่งภายในงานยังมี Thai MICE Connect: Exclusive Clinic คลินิกให้คำปรึกษาการใช้งาน Thai MICE Connect แบบตัวต่อตัวตั้งไว้ให้บริการอีกด้วย


สำหรับโครงการ “ประชุมเมืองไทย เร่งสร้างเศรษฐกิจไทย” เป็นโครงการสนับสนุนด้านงบประมาณการจัดงานไมซ์ให้แก่ผู้ประกอบการและนิติบุคคลตามกฎหมายที่มีแผนการจัดการประชุมองค์กรและการเดินทางเพื่อเป็นรางวัลในประเทศ โดยต้องมีการจัดกิจกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งใน 7 ประเภท ได้แก่ กิจกรรมการประชุม (Meetings) กิจกรรมการเดินทางเพื่อเป็นรางวัล (Incentives) กิจกรรมสัมมนา (Seminars) กิจกรรมการอบรม (Training) กิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) กิจกรรมพนักงานสัมพันธ์ (Outing) และกิจกรรมศึกษาดูงาน (Field trip)


โดยตั้งเป้าหมายมีองค์กรสมัครเข้าร่วมขอรับการสนับสนุน 1,000 กลุ่ม มีจำนวนนักเดินทางไมซ์กว่า 30,000 คน สร้างรายได้หมุนเวียนทางเศรษฐกิจกว่า 100 ล้านบาท สร้างผลทางกระทบทางเศรษฐกิจ 180 ล้านบาท สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ (GDP Contribution) 101 ล้านบาท รัฐมีรายได้จากการจัดเก็บภาษี 6 ล้านบาท และก่อให้เกิดการจ้างงาน 120 อัตรา

นายกฯ ยินดี ‘ไทย-กานา’ ขยายความร่วมมือด้านเกษตร เดินตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง-เกษตรทฤษฎีใหม่

ไทย-กานา ขยายความร่วมมือด้านเกษตรกรรม ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง-เกษตรทฤษฎีใหม่  

(16 มี.ค.66) นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยินดีที่ประเทศกานามีความสนใจในแนวทางพระราชดำริว่าด้วยปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ยกเป็นต้นแบบพัฒนาอย่างยั่งยืน รวมทั้งสนใจการทำการเกษตรแบบ BCG Model นายกรัฐมนตรียืนยันไทยพร้อมสนับสนุนเทคโนโลยี องค์ความรู้ ให้คำแนะนำ และผลักดันความร่วมมือสู่ความสำเร็จระหว่างประเทศ

ประเทศกานา มีนโยบายส่งเสริมเกษตรกรให้ปลูกข้าวและเพิ่มผลผลิตภายในประเทศมากขึ้น ซึ่งประเทศกานาสนใจในแนวทางพระราชดำริว่าด้วยปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการทำการเกษตรแบบ BCG Model โดยกานาชื่นชมโครงการ “ข้าวรักษ์โลก” ของไทยที่ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม ลดการใช้สารเคมี และเป็นแนวทางใหม่ของการทำเกษตรกรรมโลก ซึ่งโครงการข้าวรักษ์โลก เป็นต้นแบบการปฏิวัติการทำนาแบบยั่งยืนตามที่นายกรัฐมนตรีได้ให้แนวทางไว้ จากแนวคิดการผลิตข้าวแบบใหม่ โดยการนำนวัตกรรมที่ทันสมัยมาใช้เพื่อการผลิตและลดการใช้สารเคมี ลดต้นทุนการผลิต ข้าวที่ได้มีคุณภาพสูง และสามารถขายได้ในราคาที่สูงขึ้น รวมทั้งผลิตภัณฑ์จากโครงการข้าวรักษ์โลกตอบโจทย์กระแสผู้บริโภคในโลกยุคปัจจุบัน ดีต่อสุขภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 

ผบ.ฉก.นราธิวาส ตรวจความพร้อมเตรียมให้การต้อนรับนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ตรวจราชการ จังหวัดนราธิวาส

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่กองอำนวยการร่วมรักษาความปลอดภัย นายกรัฐมนตรีที่หมายด่านศุลกากรตากใบ อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส พลตรี เฉลิมพร ขำเขียว ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 15 / ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส / ผู้บังคับกองบังคับการควบคุมสุริโยทัย เดินทางมาตรวจความพร้อมด้านสถานที่ การเตรียมงาน การวางกำลัง การคัดกรองบุคคลก่อนเข้างาน ตลอดจนแผนรักษาความปลอดภัยรองรับภารกิจให้การต้อนรับ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคณะในการเดินทางปฏิบัติภารกิจ ติดตามงานด้านความมั่นคงและการพัฒนาจังหวัดนราธิวาส โดยมี พันโท ณัฐวุฒิ  ศรีสังข์ ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 151  เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมให้การต้อนรับ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top