Wednesday, 15 July 2026
Hard News Team

‘จูรี’ ชวน ปชช.มาถ่ายรูปสวมหัวเป็นจูรี หลังโดนมือดีกรีดป้าย ลั่น!! ทำลายได้แค่ป้าย แต่ทำลายความตั้งใจที่จะเป็นผู้แทนไม่ได้

(1 เม.ย. 66) ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.สงขลาว่า ป้ายหาเสียงของว่าที่ผู้สมัครของพรรคชาติพัฒนากล้า ที่มีภาพของ นายจูรี นุ่มแก้ว ถูกตัดหัวออก เหลือไว้แต่ตัว ซึ่งป้ายดังกล่าวเป็นป้ายที่ถ่ายร่วมกับนายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรค และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคอีก  3 คนในจังหวัดสงขลา

ทั้งนี้ นายจูรี ซึ่งเป็นขวัญใจชาวใต้ และเป็นดาวติ๊กตอกชื่อดัง ได้ตัดสินใจลงสมัคร ส.ส.ในนามพรรคชาติพัฒนากล้า และมีเสียงตอบรับจากพี่น้องชาวใต้เป็นจำนวนมาก ดังนั้น ผู้สมัคร ทั้ง 4 คนของ จ.สงขลา ได้แก่ นายกัณฑ์ นวกัณฑ์ เขต 1, นายจูรี นุ่มแก้ว เขต 2, ผศ.ดร.ประสิทธิ์ รัตนพันธ์ เขต 3 และนายพงศธร สุวรรณรักษา เขต 9 หรือ ทนายอาร์ม ซึ่งทั้ง 4 จึงได้ร่วมทำกิจกรรมกับพี่น้องประชาชนชาวสงขลาเป็นทีมอย่างต่อเนื่อง และได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นและเนืองแน่น ดังนั้น ในป้ายของผู้สมัคร นอกจากจะมีรูปของหัวหน้าพรรคแล้ว ยังมีรูปของนายจูรี ประกบไปด้วยทุกป้าย และในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีมือมืดมาตัดหัวของจูรีออกกว่า 100 ป้าย ซึ่งเป็นการจงใจตัดออกเฉพาะหน้า

ล่าสุด นายจูรี ได้อัดคลิปลงติ๊กตอก พร้อมกับเสนอไอเดีย ให้พี่น้องประชาชนที่ผ่านไปผ่านมาก็สามารถสามารถเอาหน้ามาสวมในป้ายที่ถูกตัดเป็นนายจูรี แล้วก็เช็กอินไปเลยว่า มาที่นี่แล้ว

“ฉันก็คิดว่าคนกรีดเขาก็ไอเดียดี เขาก็คงมีเจตนาดี เพราะเขากรีดเฉพาะหน้าฉัน เวลาเธอผ่านไปผ่านมาก็เอาหัวมาแยงในภาพแล้วก็ถ่ายรูปเช็กอินเป็นฉันไปเลย ตอนนี้ 150 ป้าย คงเหลือดีสัก 2 ป้าย แต่ก็ไม่เป็นไร ใครอยากทำอะไร ทำเลย เพราะคุณทำลายได้แค่ป้าย แต่ทำลายความตั้งใจของฉันที่จะมาลงผู้แทนของชาวบ้านไม่ได้” นายจูรี กล่าว

‘ก้าวไกล’ เผย ข้อจำกัดดับไฟป่าเขาแหลม ขาดอุปกรณ์-แผนรับมือ ชี้ ต้องกระจายอำนาจ เปลี่ยนงบในกระทรวงเป็นเงินหนุนท้องถิ่น

(1 เม.ย. 66) พล.ท. วีรากร ประกอบ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.นครนายก เขต 1 พรรคก้าวไกล กล่าวถึงสถานการณ์ไฟป่าที่เขาแหลมและรอบบริเวณหลังโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า จังหวัดนครนายก ว่า จนถึงตอนนี้ยังไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ ไฟยังคงลามไหม้กินพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณที่มีหญ้าแห้ง กอไผ่แห้ง ยิ่งในเวลากลางคืนมีกระแสลม ทำให้ไฟปะทุขึ้นมา

จากการลงพื้นที่ ตนรู้สึกเห็นใจเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานอย่างเหน็ดเหนื่อยทุ่มเท และเห็นข้อจำกัดในการแก้ไขรับมือสถานการณ์ อย่างน้อย 2 เรื่อง

1.) การขาดความพร้อมของอุปกรณ์ เครื่องมือที่จำเป็นต่อการดับไฟยังขาดหรือมีไม่เพียงพอ โดยตนเสนอว่าควรใช้อากาศยานไร้คนขับ (UAV) เพื่อบินลาดตระเวนในเวลากลางคืน ถ่ายภาพเรียลไทม์ส่งมาที่ศูนย์บัญชาการสถานการณ์ ให้ทราบพิกัดที่ชัดเจนของจุดที่ไฟป่าปะทุขึ้น ทั้งเพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้นและเพื่อสวัสดิภาพของเจ้าหน้าที่

2.) การเตรียมหรือซักซ้อมแผนเผชิญเหตุเพื่อความพร้อมในการดับไฟป่า ทั้งที่เหตุการณ์ลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นเมื่อ 3 ปีที่แล้ว และทั้งที่ล่วงเลยหน้าฝนมาแล้วหลายเดือน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น จังหวัด สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด หรือกรมอุทยานแห่งชาติฯ ควรมีประสบการณ์ในการเตรียมรับมือภัยที่มาในช่วงหน้าร้อน ไม่ว่าจะเป็นการทำแนวกันไฟป่า ประชาสัมพันธ์ประชาชนที่จะเข้าไปในพื้นที่ป่าเพื่อดักสัตว์ ซึ่งอาจกระทำบางอย่างเป็นต้นเหตุของไฟป่าได้ เช่น สูบบุหรี่

‘ปชป.’ ส่ง ‘กานต์’ แกนนำผู้พิการทางสายตา นั่งปาร์ตี้ลิสต์ ชู เพิ่มเบี้ยยังชีพ-สร้างโอกาส-เป็นปากเสียงให้กลุ่มเปราะบาง

(1 เม.ย. 66) ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข อดีตกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ แกนนำพรรคภาคเหนือ เปิดเผยว่า พรรคประชาธิปัตย์เป็นสถาบันการเมืองที่ได้รับความสนใจจากคนทุกภาคส่วน และให้ความเป็นธรรมอย่างเท่าเทียมกับกลุ่มเปราะบาง ที่จะมีตัวแทนในการลงสมัครรับเลือกตั้งครั้งนี้ด้วย ซึ่งถือว่าเป็นประวัติการณ์อย่างยิ่ง โดยในที่ประชุมกรรมการบริหารพรรคได้รับรอง นายกานต์ ปิงเมือง เลขาสมาคมคนตาบอด จังหวัดพะเยา ตัวแทนกลุ่มเปราะบาง เป็นสมาชิกพรรค และ เป็นผู้สมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ โดยผ่านการประชุมคัดเลือกเรียบร้อยแล้ว

ทางด้านนายกานต์ กล่าวภายหลังได้รับคัดเลือกให้ลงสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบบัญชีรายชื่อของพรรคประชาธิปัตย์ว่า ตนรู้สึกดีใจมากเพราะพรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคที่ให้โอกาสกับคนเปราะบาง ซึ่งน่าจะเป็นพรรคการเมืองเพียงพรรคเดียวในประเทศไทยที่มองเห็นพี่น้องคนพิการ และตนมุ่งหวังว่าจะได้มีโอกาสขับเคลื่อนงานเพื่อสร้างประโยชน์ให้กับพี่น้องคนพิการ ที่สำคัญมุ่งหวังที่จะผลักดันนโยบายเพิ่มเบี้ยยังชีพคนพิการเป็น 2,000 บาทถ้วนหน้า และ เพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุ 2,000 บาทถ้วนหน้า

ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ให้โอกาสที่จะได้นำเสนอนโยบายเหล่านี้ โดยตนได้นำเสนอนโยบายให้กับทุกพรรค มีเพียงพรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคที่ให้ความสำคัญกับกลุ่มเปาะบางมาตั้งแต่เริ่มต้น เห็นได้ว่ากฎหมายด้านคนพิการก็ออกมาในสมัยของรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ การเพิ่มเบี้ยยังชีพจาก 500 บาทเป็น 800 บาทก็มาจากพรรคประชาธิปัตย์ และการแก้ไขกฎหมายด้านคนพิการหรือการให้เบี้ยผู้สูงอายุก็เริ่มต้นจากพรรคประชาธิปัตย์ และที่สำคัญพรรคประชาธิปัตย์พิสูจน์ให้ประชาชนได้เห็นว่า พรรคเป็นสถาบันทางการเมืองที่ยืนหยัดมั่นคงในหลักการและอุดมการณ์

นายกานต์ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ ได้รับการผลักดันจาก นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ส.ส. บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ปี 2562 และอดีตปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โดยตนได้ประสานงานกับมูลนิธิมัลลิกาเพื่อประชาชน และงานภาคประชาสังคมของจังหวัดพะเยารวมทั้งภาคเหนือมาอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ นอกจากนั้น แล้วยังร่วมกันผลักดันโอกาสของกลุ่มเปราะบาง และพยายามในการส่งเสริมให้ผู้พิการในแต่ละสมาคมมีปากเสียงในกองทุน และสวัสดิการของรัฐฯ ในกระทรวงที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อความเป็นธรรมให้กับกลุ่มผู้พิการซึ่งมีอยู่จำนวนไม่น้อยในประเทศ


ที่มา : https://www.naewna.com/politic/721410

“ประชาธิปัตย์” ยินดีพิจารณาข้อเสนอ5ข้อของภาคประชาชนพร้อมเดินหน้าโฉนดชุมชน ธนาคารหมู่บ้าน สิทธิชุมชน สวัสดิการรัฐและกระจายอำนาจ ยืนยันส่งตัวแทนพรรคร่วมเวทีดีเบตธรรมศาสตร์

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคและประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พรรคประชาธิปัตย์แถลงวันนี้(1เม.ย.)ว่า พรรคประชาธิปัตย์ยินดีพิจารณาข้อเสนอ5ข้อของภาคประชาชนและจะส่งตัวแทนพรรคร่วมเวทีภาคประชาชนที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์


“ส่วนใหญ่พรรคประชาธิปัตย์ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง บางส่วนเป็นนโยบายที่ประกาศไปแล้ว เช่น โฉนดชุมชน ธนาคารที่ดิน การกระจายการถือครองที่ดิน การปฏึรูปที่ดิน การจัดที่อยู่อาศัย 1  ล้านหลัง การออกโฉนดที่ดิน 1 ล้านแปลง การออกกรรมสิทธิ์ทำกินในที่ดินของรัฐทุกประเภท การกระจายอำนาจ การปฏิรูประบบราชการและกระบวนการยุติธรรม นโยบายเพศสภาพและชาติพันธ์ นโยบายรัฐสวัสดิการ และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน อาจมีรายละเอียดในทางปฏิบัติที่จะต้องประชุมหารือกับภาคประชาชนกันอย่างใกล้ชิดซึ่งพรรคประชาธิปัตย์มีคณะกรรมการนโยบายหลายชุดที่เกี่ยวข้องกับข้อเสนอทั้ง5 รวมทั้งบางประเด็นบางนโยบายที่จะหยิบยกขึ้นหารือเพิ่มเติมกับภาคประชาชนเช่น การปราบปรามการทุจริตที่ภาคประชาชนสามารถมีส่วนร่วมและมีบทบาทสำคัญ การแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ การแก้ไขปัญหาหนี้สิน การพัฒนาศึกษาและการสาธารณสุข เป็นต้น


สำหรับข้อเสนอระดับนโยบาย 5 ด้านที่ภาคประชาชนประกอบด้วย ตัวแทนเครือข่ายภาคประชาชน ในนามเครือข่ายปฏิรูปที่ดินเทือกเขาบรรทัด นำโดย นายสมนึก พุฒนวล นางณัฐธยาน์ แท่นมาก นางกันยา ปันกิตติ นางอารี สุขสม นายบุญ แซ่จุง ร่วมกันอ่านแถลงการณ์ข้อเสนอนโยบายภาคประชาชนต่อพรรคการเมืองต่างๆ ในการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง ความว่า เครือข่ายปฏิรูปที่ดินเทือกเขาบรรทัด (คปบ.) สมาชิกพีมูฟ (P-Move) เป็นเครือข่ายภาคประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการยึดแย่งทรัพยากรธรรมชาติ และไร้โอกาสในการเข้าถึงทรัพยากรที่จําเป็นในการดำรงชีวิต เป็นกลุ่มขบวนชาวบ้านที่อยู่ในสภาวะของการดิ้นรนต่อสู้เพื่อแสวงหาปัจจัยการผลิตที่พอเพียงต่อการดำรงชีวิต โดยเคลื่อนไหวผลักดันเรื่องของการบริหารจัดการทรัพยากรที่เป็นธรรม สิทธิของประชาชนในทรัพยากรธรรมชาติ ดิน น้ำ ป่า สิทธิมนุษยชน ประชาธิปไตย และ “สิทธิชุมชน” ซึ่งเป็น 1 ใน 8 เครือข่ายขบวนประชาชนจากทั่วประเทศ มีดังนี้

‘บิ๊กป้อม’ ลงปาร์ตี้ลิสต์เบอร์ 1 - แคนดิเดตนายกฯ ‘พปชร.’ ชี้ จะได้รู้ว่า ปปช.เลือกมาจริง ลั่น!! ต้องการเป็นผู้นำที่สง่างาม

(1 เม.ย. 66) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊กแฟนเพจ ‘พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ’ ได้มีการโพสต์ข้อความ ระบุว่า…

“ที่ผ่านมา ผมสื่อสารให้พี่น้อง สื่อมวลชน และประชาชนได้เข้าใจถึงแนวคิดของผมว่า ทำไมต้องไปต่อ ผ่านจดหมายทั้ง 6 ฉบับ ซึ่งจบไปแล้ว และต้องขอขอบคุณที่พี่น้องประชาชนให้ความสนใจ และค้นหาผ่าน Google ในแต่ละฉบับ โดยรวมแล้วมีกว่า 10 ล้านครั้ง

แต่สำหรับในช่วงรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง ก็คงจะต้องสื่อสารกับพี่น้องประชาชนในรูปแบบใหม่ ที่จะต้องตอบคำถามบ่อยหน่อย เพราะอาจจะมีบางเรื่องที่เกี่ยวข้องกับผมและพรรค ควรจะต้องมีคำตอบเพื่อสร้างความเข้าใจ และป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่า ผมจะทำเป็น Facebook ป้อมรายวัน กรุณาติดตาม”

รู้หรือไม่? ป้าย ‘Hollywood’ ที่มีชื่อเสียงระดับโลก จริง ๆ แล้วคือป้ายโครงการบ้านจัดสรร!!

เมื่อวันที่ 31 มี.ค. 66 ผู้ใช้งานติ๊กต็อก ชื่อ ‘englishworld_jason’ ได้โพสต์วิดีโออธิบายเกี่ยวกับป้าย ‘Hollywood’ ที่เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก โดยระบุว่า…

ป้าย ‘Hollywood’ ที่มีชื่อเสียงระดับโลกแห่งนี้ แท้จริงแล้วมันคือ ป้ายสำหรับ ‘โครงการบ้านจัดสรร’ นอกจากนี้ เดิมทีป้ายนี้ไม่ได้มีชื่อว่า ‘Hollywood’ แต่มีชื่อว่า ‘Hollywoodland’ ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2466 โดยในตอนแรกตั้งใจจะติดป้ายนี้ไว้ประมาณปีครึ่งแล้วคอยเอาออก แต่หลังจากที่ทางการของเมืองลอสแอนเจลิสได้ทำการซื้อไป และป้ายก็ได้กลายเป็นสัญญาลักษณ์ของเมืองนี้ไปแล้ว

ดังนั้น ป้าย Hollywood จึงยังคงติดตั้งอยู่ และเอาคำว่า ‘Land’ ออก เหลือแค่คำว่า ‘Hollywood’ ไว้อย่างที่ทุกคนได้เห็นในปัจจุบันนี้นั่นเอง


ที่มา : https://vt.tiktok.com/ZS8pQBjKa/

‘ก้าวไกล’ เล่นใหญ่ รณรงค์ยกเลิกการเกณฑ์ทหารทั่วไทย ชี้!! นี่ต้องเป็นการจับ ‘ใบดำ-ใบแดง’ ครั้งสุดท้าย

(1 เม.ย. 66) พรรคก้าวไกล นำโดย นายพริษฐ์ วัชรสินธุ, นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร, นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ และนายปิยรัฐ จงเทพ ผู้สมัคร ส.ส. กรุงเทพ เขตพระโขนง-บางนา ได้เข้าสังเกตการณ์ ชวนพูดคุย และทำโพลสำรวจความเห็นต่อข้อเสนอยกเลิกการบังคับเกณฑ์ทหาร ณ หน่วยจับใบดำ-ใบแดง เขตพระโขนง โดยมีผู้สมัคร ส.ส. พรรคก้าวไกล ทั่วประเทศกระจายทำกิจกรรมรณงค์ลักษณะเดียวกันในเขตเลือกตั้งของตนเอง

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ผู้จัดการการสื่อสารและการรณรงค์นโยบายพรรคก้าวไกล กล่าวว่า หากก้าวไกลเป็นรัฐบาล เราตั้งเป้าจะยกเลิกการบังคับเกณฑ์ทหารภายใน 1 ปี เพื่อให้เมษายนปีนี้ เป็นครั้งสุดท้าย ที่ต้องมีคนมาจับใบดำ-ใบแดง หรือต้องมีคนเป็นทหารทั้งที่ไม่อยากเป็น

“เหตุผลที่พรรคก้าวไกลเสนอการยกเลิกบังคับเกณฑ์ทหาร เพราะระบบเกณฑ์ทหารทำให้เกิดความสูญเสียในสองระดับด้วยกัน กล่าวคือ การสูญเสียเสรีภาพในระดับปัจเจกบุคคล ซึ่งกระทบต่อเสรีภาพในการประกอบอาชีพ โอกาสความก้าวหน้าทางการงาน และเวลาที่ได้อยู่กับครอบครัว ส่วนอีกระดับหนึ่งคือ ‘การสูญเสียมูลค่าทางเศรษฐกิจระดับประเทศ’ เพราะเป็นการดึงทรัพยากรมนุษย์ออกจากตลาดแรงงานในวันที่ประเทศไทยเผชิญกับ ‘สังคมสูงวัย’ และโครงสร้างประชากรที่มีสัดส่วนคนวัยทำงานที่ลดลง” นายพริษฐ์ กล่าว

นายพริษฐ์ ยืนยันว่า การยกเลิกการบังคับเกณฑ์ทหารจะไม่กระทบต่อความมั่นคงของประเทศ เพราะหากเราลดยอดกำลังพลที่ไม่จำเป็นหรือไม่เกี่ยวข้องกับงานด้านความมั่นคง (เช่น พลทหารรับใช้) ควบคู่กับการยกระดับสวัสดิการ-สวัสดิภาพของพลทหาร และการกำจัดความรุนแรงในค่าย ยอดทหารที่สมัครใจเข้ามาจะเพิ่มขึ้นและเพียงพอต่อภารกิจการรักษาความมั่นคงของประเทศ ซึ่งหากการยกเลิกเกณฑ์ทหารสามารถเกิดขึ้นได้จริงจะส่งผลดีกับทุกฝ่าย ไม่เว้นแม้แต่กองทัพ ที่จะได้ลบข้อครหาว่าเป็น ‘สถาบันอำนาจนิยม’ และก้าวสู่ ‘กองทัพยุคใหม่’ ที่เต็มไปด้วยบุคลากรที่สมัครใจทำงานและพร้อมทุ่มเทให้องค์กรอย่างแท้จริง

เชียงใหม่-เตรียมพร้อมครูสังกัดเทศบาลนครเชียงใหม่ เปิดห้องเรียนพิเศษ Mini English Program

สถานทูตสหรัฐฯและสถานกงสุลในประเทศไทยสนับสนุนการอบรมภาษาอังกฤษแก่ครูวิทยาศาสตร์จากโรงเรียนเทศบาลนครเชียงใหม่ในโครงการ Mini-English Program

สถานทูตสหรัฐฯและสถานกงสุลในประเทศไทยขอแสดงความยินดีกับคุณครูวิทยาศาสตร์ที่ได้เข้าร่วมโครงการอบรมภาษาอังกฤษแก่ครูในโครงการ Mini-Engish Program ซึ่งจะเริ่มสอนในโรงเรียนเทศบาลนครเชียงใหม่ในปีการศึกษาใหม่นี้ นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ 
นายอัศนี บูรณุปกรณ์ และกงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกา เชียงใหม่ ลิสา บูเจนนาส แสดงความยินดีกับคุณครูทั้ง 12 คนในพิธีปิดโครงการเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2566

นายอัศนี บูรณุปกรณ์ นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่  กล่าวว่า
โครงการอบรมครูครั้งนี้ริเริ่ม โดยเทศบาลนครเชียงใหม่ โดยรัฐบาลสหรัฐอเมริกาเป็นผู้สนับสนุนผู้สอนภาษาอังกฤษ (English Language Fellows) จำนวน 2 ท่าน ได้แก่ ครีสทีน เอดี และ แคนเดซ เรนอด เป็นวิทยากร และมีอาจารย์จากมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่  และผู้เชี่ยวชาญจากแผนกการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ (REL0) สถานทูตสหรัฐอเมริกา กรุงเทพฯ เป็นผู้ประสานงานให้ข้อมูลด้านการเรียนการสอน และช่วยเหลือด้านภาษาที่จำเป็นระหว่างการฝึกอบรมการอบรมอย่างเข้มข้นเป็นเวลา 3 วันนี้ครอบคลุมเนื้อหาหลายด้าน อาทิ ภาษาอังกฤษที่ใช้ในห้องเรียน เทคนิคการสอนคำศัพท์ทางวิทยาศาสตร์ รวมถึงวิธีการและกิจกรรมสำหรับการสอนเด็กโดยใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาในการสื่อสาร นอกจากนี้ คุณครูผู้เข้าอบรมยังได้ทำกิจกรรม micro-teaching หรือการจำลองการสอนเพื่อฝึกทักษะใหม่ที่ได้เรียนรู้อีกด้วย โครงการ Mini-English Program ใหม่สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาจะเริ่มสอนในภาคการศึกษาแรกของปีการศึกษา 2566 นี้

คุณลิสา บูเจนนาส กงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกา เชียงใหม่  กล่าวว่า "สถานทูตสหรัฐฯและสถานกงสุลในประเทศไทยมีความภาคภูมิใจที่ได้ร่วมมือกับหน่วยงานในท้องถิ่นเพื่อสนับสนุนโครงการเกี่ยวกับการศึกษา การพัฒนาความสามารถของเยาวชนไทยในด้านการพูดภาษาอังกฤษนับเป็นเรื่องสำคัญสำหรับเรา ภาษาอังกฤษเป็นภาษาในการทำธุรกิจ เป็นภาษาทางวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ และการแพทย์ และเป็นสะพานเชื่อมวัฒนธรรมต่าง ๆ ทั่วโลก หากเราสามารถสื่อสารกันได้ เราจะเข้าใจกัน และเรียนรู้จากกันและกัน" ก่อนหน้านี้ สถานทูตสหรัฐฯและสถานกงสุลในประเทศไทยได้สนับสนุนเทศบาลนครเชียงใหม่ในการอบรมครูผู้สอนภาษาอังกฤษและคณิตศาสตร์จากโรงเรียนเทศบาลฯ เพื่อสอนในโครงการสองภาษามาแล้ว

‘นักวิเคราะห์’ ชี้!! ซื้อหุ้นเทคโนโลยีตอนนี้ดีหรือไม่ หลังกระแส AI อาจจะช่วยดันหุ้นเทคได้มากขึ้น

(1 เม.ย.66) World Maker เผยว่า ท่ามกลางกระแสข่าวร้ายของภาคธนาคารที่โหมกระหน่ำตลาดไปเมื่อเร็ว ๆ นี้ พบว่าหุ้นกลุ่มเทคโนโลยียังแทบไม่สะทกสะท้านและดีดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง จนทำให้ในไตรมาส 1 ของปี 2023 นี้ Nasdaq100 ซึ่งเป็นดัชนีรวมของกลุ่มเทคโนโลยีเด่น ๆ ปรับตัวสูงขึ้น +17% ขณะที่หุ้นเทคฯ ยักษ์ใหญ่หลายตัวดีดขึ้นมาจากจุด Low มากกว่า +50% เลยทีเดียว!

การดีดขึ้น +17% ของ Nasdaq ในช่วง 1 ไตรมาสถือว่าทำสถิติได้ดีที่สุดในรอบ 20 ปี ซึ่งสิ่งที่นักลงทุนหลายคนคิดว่าเป็นแรงหนุนสำคัญก็คือเรื่องของ Generative AI อย่าง ChatGPT รวมถึงท่าทีของ FED ที่ผ่อนคลายลงบ้างในเรื่องดอกเบี้ย

โดยหุ้นกลุ่มเทคพุ่งขึ้นท่ามกลางวิกฤต Bank Run และความเชื่อมั่นที่ลดลงของภาคธนาคาร ในขณะที่ FED ปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งล่าสุด +0.25% และแม้ว่า Jerome Powell จะกล่าวว่า FED อาจขึ้นดอกเบี้ยต่อไปอีก แต่การปรับขึ้น +0.25% นั้นดูผ่อนคลายกว่าท่าทีก่อนหน้านี้ที่ FED กล่าวว่าอาจกระชับดอกเบี้ยให้เร็วขึ้นอีก (ทำให้ก่อนเกิด Bank Run มีนักลงทุนจำนวนไม่น้อยคาดว่า FED มีโอกาสกลับไปขึ้นดอกเบี้ย +0.5%)

นักวิเคราะห์บางคนชี้ว่าหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีมักจะมีความอ่อนไหวด้านความเคลื่อนไหวของราคาต่อการประกาศดอกเบี้ยของ FED ดังนั้น ในช่วงที่ FED ขึ้นดอกเบี้ยอย่างรวดเร็วจึงทำให้หุ้นเทคฯ หลายตัวร่วงลงจนมีมูลค่าน่าดึงดูดใจ ดังนั้นเมื่อเกิดวิกฤต Bank Run และนักลงทุนจำนวนไม่น้อยคาดว่า FED จะชะลอหรือลดดอกเบี้ย จึงมีกระแสเงินไหลกลับเข้าไปในหุ้นเทค

อีกเหตุผลที่นักวิเคราะห์กล่าวคือ ก่อนหน้านี้ในช่วงปลายปี 2022 หุ้นเทคได้ถูกจัดอยู่ในโซนมีการขายมากเกินไป (Oversold) และความเชื่อมั่นของหุ้นเทคได้ปรับตัวสูงขึ้นในปีนี้ พร้อมกับข่าวปลดพนักงานจำนวนมากที่หลายคนมองว่าจะทำให้หุ้นเทคมีผลกำไรดีขึ้น

เมื่อเหตุผลตามหลักเศรษฐศาสตร์เหล่านี้มารวมกัน มันจึงกลายเป็นสิ่งที่นักลงทุนและนักวิเคราะห์มองว่าไม่น่าแปลกใจที่หุ้นเทคโนโลยีสามารถดีดขึ้นได้ท่ามกลางวิกฤตธนาคาร

นอกจากนี้ บริษัทเทคโนโลยียังดูดีกว่าในเรื่องของความสามารถในการทำกำไรท่ามกลางภาวะดอกเบี้ยสูง แต่มีสัดส่วนหนี้ค่อนข้างต่ำ พร้อมกับงบดุลที่แข็งแกร่ง เมื่อเทียบกับหุ้นกลุ่มอื่น ๆ โดยเฉพาะธนาคาร และยังถือเป็นผู้ได้รับประโยชน์จาก Megatrend ของโลกที่จะเปลี่ยนไปสู่ Digital Economy มากขึ้นเรื่อย ๆ ในอนาคต ทำให้หลายคนมองว่าเทคโนโลยีอาจเป็นจุดที่สดใสของตลาดได้ต่อไป?

อย่างไรก็ตาม บางคนไม่ได้มองเช่นนั้น โดยกล่าวว่านักลงทุนกำลังตัดสินใจผิดที่มองว่าหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีสามารถเป็นที่หลบภัยได้ท่ามกลางสภาพตลาดในตอนนี้ เนื่องจากบริษัทเทคโนโลยีหลายแห่งจำเป็นต้องอาศัยปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจในการเติบโต แต่ปัจจัยดังกล่าวกำลังเสื่อมถอยลง และอนาคตก็ไม่แน่นอน เนื่องจาก Demand เริ่มอ่อนตัวในช่วงที่เศรษฐกิจชะลอตัว

คนกลุ่มนี้มองว่านี่อาจเป็นสาเหตุที่บริษัทเทคกำลังเลิกจ้างพนักงานจำนวนมาก เพราะบริษัทตระหนักว่าไม่สามารถเพิ่มรายได้ในการดำเนินธุรกิจ จึงต้องลดค่าใช้จ่ายลง แตกต่างจากกลุ่มแรกที่มองว่าการลดพนักงานจะยิ่งส่งผลให้กำไรสูงขึ้น (ซึ่งก็มีโอกาสเป็นไปได้จริง ๆ แต่ก็อาจไม่ใช่เรื่องดี?)
 

 3 ปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญต่อหุ้นเทคโนโลยีนั้นถูกมองไว้ดังนี้...

1.) ความสามารถในการทำกำไร
2.) สภาพคล่องในตลาด (เช่นการ QE และ QT ของ FED) และดอกเบี้ย
3.) การประเมินมูลค่าหุ้น

ดังนั้น แม้ว่าปัจจุบันหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีจะดูน่าดึงดูดในสายตาของหลายคน แต่พร้อมกันนี้ก็อาจมีความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่ซึ่งอาจส่งผลเชิงลบได้ในอนาคต นั่นหมายความว่าเราไม่ควรประมาทหรือ Bias มากเกินไปว่าหุ้นกลุ่มเทคจะพุ่งขึ้นแบบไม่บันยะบันยังท่ามกลางสถานการณ์เช่นนี้ เพราะมีความเป็นไปได้เช่นกันที่หุ้นเทคจะเกิดการปรับฐานอีกครั้งในระยะสั้น แม้ว่าจะไม่มีใครการันตีได้ 100% ว่าจะเกิดขึ้นจริงก็ตาม

อนึ่ง ทางด้าน Michael Burry นักลงทุนชื่อดังจาก The Big Short ได้ออกมา Tweet ยอมรับว่า “เขาผิด” ที่ก่อนหน้านี้ออกมาแนะนำให้ ‘นักลงทุนขายหุ้น’ เนื่องจากตลาดปรับตัวสูงขึ้นนับตั้งแต่ที่เขาทวีตข้อความว่า Sell มาจนถึง ณ วินาทีนี้

โดยรวมแล้ว สถานการณ์ของหุ้นในปัจจุบันดูยืดหยุ่นว่าตลาดตราสารหนี้ซึ่งผันผวนอย่างมากในแต่ละวัน แต่หลังจากจบไตรมาสนี้ไปจนถึงท้ายปี เราก็คงต้องมาลุ้นกันว่าตลาดหุ้นจะยังคงความยืดหยุ่นและทนทานต่อแรงกดดันด้านเศรษฐกิจต่อไปได้อีกหรือไม่?

ไม่มีใครปฏิเสธว่ามีโอกาสที่หุ้นเทคฯ จะพุ่งได้อย่างต่อเนื่อง แต่ก็ไม่มีใครรู้เช่นกันว่าจะมีการปรับฐานหรือไม่ ดังนั้นสำหรับคำถามที่ว่าเราควรซื้อหุ้นเทคในตอนนี้หรือไม่นั้น คงไม่มีใครให้คำตอบกับเราได้ดีเท่ากับตัวเราเอง ซึ่งเราก็ควรชั่งน้ำหนักและตัดสินใจเอาระหว่างความเสี่ยงกับโอกาสในระยะยาว ว่าควรลงทุนหรือไม่ควร แล้วถ้าลงจะลงมากน้อยแค่ไหนเพื่อไม่ให้เสี่ยงเกินไป?

พร้อมกันนี้ Janet Yellen ออกมากล่าวว่ารัฐบาลสหรัฐฯ ยังมีงานต้องทำอีกมากในการยกระดับกฏระเบียบการกำกับดูแลระบบการเงินของประเทศ หลังจากการล้มของ SVB, Silvergate และ Signature Bank แสดงให้เห็นว่ากฏระเบียบในปัจจุบันยังเข้มงวดไม่เพียงพอ โดยเฉพาะกับธนาคารขาดเล็ก-กลางที่มีกฏหมายยกเว้นให้ไม่ต้องทดสอบความเครียดเหมือนกับธนาคารใหญ่ ๆ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิด Bank Run ขึ้นมา

คำกล่าวของ Yellen เกิดขึ้นในขณะที่ทำเนียบขาวกำลังเร่งให้หน่วยงานกำกับดูแลภาคธนาคารมีการกำหนดกฏเกณฑ์ใหม่ โดยเฉพาะด้านการทำ Stress Test ที่เข้มงวดขึ้นโดยใช้มาตรฐานเดียวกันไม่ว่าจะเป็นธนาคารและสถาบันการเงินขนาดเล็กไปจนถึงยักษ์ใหญ่

แน่นอนว่า เมื่อใดก็ตามที่ธนาคารล้มเหลว จะทำให้เกิดความกังวลอย่างมาก ซึ่งข้อกำหนดด้านกฎระเบียบก็ได้รับการผ่อนปรนในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา (ในยุคของทรัมป์) ดังนั้นเมื่อเปลี่ยนทีมบริหาร จึงน่าจะถึงเวลาแล้วที่สหรัฐฯ จะประเมินผลกระทบของการผ่อนคลายกฎระเบียบ และดำเนินการกระชับการสอดส่องดูแลเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก

ปทุมธานี "คึกคัก"ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ปทุมธานี พรรค พปชร.ร่วมเปิดผู้สมัคร พปชร. 400 เขต นโยบาย “ 3 เร่งด่วน 8 เร่งรัด” พร้อมขอเสียง ปชช.เลือก พปชร.

เมื่อวันที่ 30  มีนาคม 2566 เวลา 14.30 น.ผู้สื่อข่าวรายงานจากบางกอก อารีน่า เขตหนองจอก กทม.นายเสวก ประเสริฐสุข ว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต.1 ปทุมธานี หัวหน้าทีมพลังประชารัฐ พัฒนาปทุมธานี พร้อมด้วยนายนพดล ลัดดาแย้ม ว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต.2 ดร.ปรีชาชื่น ชนกพิบูล ว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต.3 ปทุมธานี นายยุทธวัฒน์ หาญเกียรติกล้า ว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต.4 นายวิรัช พยุงวงษ์ ว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต.5 ดร.เกียรติศักดิ์ ส่องแสง ว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต.6  น.ส กฤษณา วงศ์คำ ว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต.7 ร่วมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 400 คน และผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ 92 คน และเปิดนโยบายพรรค

 

นำโดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพปชร.พร้อมคณะกรรมการบริหารพรรค นายสันติ พร้อมพัฒน์ เลขาธิการพรรค นายวิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้า นายสกลธี ภัททิยกุล และแกนนำภาค ร่วมงานพร้อมเพรียง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนเริ่มกิจกรรม เจ้าหน้าที่ได้เปิดให้ว่าที่ผู้สมัครส.ส.ลงทะเบียนและรับคู่มือชี้แจงขั้นตอนการเตรียมเอกสมัคร และข้อห้ามในการหาเสียง ขณะที่บรรยากาศในงาน ได้เปิดวิดีทัศน์การลงพื้นที่ของพล.อ.ประวิตร ในการปราศรัยช่วยว่าที่ผู้สมัครของพรรค ให้กองเชียร์ที่เดินทางมาจากทุกภาคและในกทม.เต็มความจุอัฒจันทร์ รับชม ก่อนที่พิธีกรได้เปิดตัวผู้สมัคร ส.ส. เป็นรายภาค ให้เดินทักทายและถ่ายรูปกับกองเชียร์ ที่ถือป้ายไฟส่งเสียงต้อนรับว่าที่ผู้สมัครอย่างสนุกสนาน

 

ผู้สื่อข่าวรายงาน สำหรับนโยบายพรรค พปชร.จะมุ่งฟื้นเศรษฐกิจและแก้ไขปัญหาครบทุกมิติให้มีการเติบโตอย่างยั่งยืน ด้วย”นโยบาย 3 เร่งด่วน 8 เร่งรัด” โดย 3 นโยบายเร่งด่วน  ได้แก่ 1. แก้หนี้ประชาชน ผู้ประกอบการให้เบ็ดเสร็จ เติมทุนด้วยวิธีใหม่ ควบคู่สร้างโอกาสใหม่ โดยทำทันที  2. ดูแลสวัสดิการ เสริมทักษะ ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ  3.การยกระดับคุณภาพชีวิตทุกช่วงวัย ผู้สื่อข่าวรายงาน สำหรับนโยบายพรรคพปชร.จะมุ่งฟื้นเศรษฐกิจและแก้ไขปัญหาครบทุกมิติให้มีการเติบโตอย่างยั่งยืน ด้วย”นโยบาย 3 เร่งด่วน 8 เร่งรัด” โดย 3 นโยบายเร่งด่วน  

 

ได้แก่ 1. แก้หนี้ประชาชน ผู้ประกอบการให้เบ็ดเสร็จ เติมทุนด้วยวิธีใหม่ ควบคู่สร้างโอกาสใหม่ โดยทำทันที  2. ดูแลสวัสดิการ เสริมทักษะ ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ  3.การยกระดับคุณภาพชีวิตทุกช่วงวัย " 8 นโยบายเร่งรัด ”สำหรับบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์  ทั้งหมด 92 คน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top