Tuesday, 14 July 2026
Hard News Team

‘นันยาง’ ไม่พลาด!! ออกแคมเปญ ‘ช้างดาวหมาล่า’ ใส่แล้ว ‘ชาทุกย่างก้าว’ ย้ำ!! อย่าทิ้ง ต้มซุปต่อได้อีก 3 น้ำ

(1 เม.ย. 66) 1 เมษาวันโกหก หลายๆ คนก็ได้งัดมุขขำๆ มาเล่นกับเพื่อนกันให้พอได้เฮฮา ทว่าต้องอยู่ภายใต้ความปลอดภัย และไม่สร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้อื่น

ซึ่งแบรนด์รองเท้าของไทยอย่าง ‘นันยาง’ ก็เล่นด้วย เกาะกระแสวัน 1 เมษา โดยการออกแคมเปญ ‘ช้างดาวหมาล่า’ กับคอนเซ็ปต์ ‘ชาทุกย่างก้าว’

โดยคิดเนื้อหาของผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้จำหน่ายจริงนี้อย่างสร้างสรรค์ ดังว่า ใหม่! ช้างดาวหมาล่า ชา เผ็ด ร้อน! ทั้งนี้เมื่อสแกนลิงก์เข้าไปดูแล้วจะพบว่า ‘สุขสันต์วันโกหก’

การรวมตัวครั้งสำคัญ ระหว่าง ยางพาราธรรมชาติ กับ กากพริกและเครื่องเทศเหลือทิ้งจากร้านชาบูหมาล่าทั่วประเทศ ผ่านกระบวนการเทอร์โมนิวเคลียร์ฟิวชั่น ผสมผสานเนื้อยางพาราเข้ากับกากหมาล่าเหลือทิ้ง ช่วยลดปริมาณขยะจากเศษอาหารของร้านชาบูหมาล่าทั่วราชอาณาจักร ก่อกำเนิด ‘รองเท้าแตะช้างดาวหมาล่า’ เพิ่มสรรพคุณ เหนียว ทน หนึบ เสริมสุขภาพ ลดโลกร้อน นำขยะมาใช้ใหม่เพื่อสิ่งแวดล้อม เมื่อสิ้นสุดการใช้ผลิตภัณฑ์สามารถนำไปต้มชาบูหมาล่าได้อีก 3 ครั้ง

โดยกากอาหารที่เหลือจากการบริโภคชาบูหมาล่า จากได้รับความร้อนจนทำให้มีพลังงานมากกว่าพลังงาน Ionization เครื่องเทศต่างๆ จะหลุดออกจากอะตอมเหลือแค่นิวเคลียสของมันทิ้งไว้ และนิวเคลียสเปล่าที่เหลืออยู่เรียกว่า ลู่หมาล่า ผลของกระบวนการนี้ทำให้เกิดกลุ่มก้อนของพริกไทยเสฉวน และอิเล็กตรอนอิสระที่เรียกว่า เด้าลิ้น ซึ่งพลาสม่านั้นควบคุมได้ด้วยเตาถ่าน ใช้สามารถในการควบคุมพลาสม่าด้วยแม่เหล็กนี้ในการตรึงอนุภาคไว้ในขณะที่ให้ความร้อน

ทั้งนี้ งานวิจัยเถื่อนที่ไม่ได้ตีพิมพ์ในวารสารมิจชาการ ช้างดาว Journal เมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2566 เปิดเผยว่า รองเท้าแตะช้างดาวหมาล่า มีสารแคปไซซิน (Capsaicin) ที่เป็นสารประกอบที่มีอยู่ในหม่าล่า ช่วยย่อยสลายหนังตายที่ฝ่าเท้า ลดการแตกลายของส้นเท้า ช่วยให้เท้ากลับมาเนียนนุ่ม และยังมีกรดซิตริกและกรดอะมิโน ช่วยให้เลือดเท้าไหลเวียนดี อีกทั้งหมาล่ายังมีส่วนผสมของสมุนไพรและเครื่องเทศหลายชนิด เช่น โป๊ยกั๊ก อบเชย ขิง กานพลู เม็ดยี่หร่า พริกไทยเสฉวน พริกแห้งพริกป่น กระเทียม กระวานดำ ที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระและปรับปรุงการทำงานของเมตาบอลิซึมที่เป็นระบบการเผาผลาญในร่างกายให้เป็นปกติ จึงช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดเส้นเลือดขอดได้เป็นอย่างดี

แถลงข่าว โชว์ผลการปฏิบัติการจับกุมเครือข่ายนักค้ายาเสพติดรายสำคัญ พร้อมของกลาง ยาไอซ์ ๕๐ กก. พร้อมยาบ้า ๒,๐๐๐ เม็ด ขานรับนโยบายรัฐบาลให้มีการปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจังในพื้นที่ภาคใต้

(1 เม.ย.66) เวลา 15.00 น. ที่ สภ.ปะลุกาสาเมาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส นายสนั่น พงษ์อักษร ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พล.ต.ต.อนุรุธ อิ่มอาบ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส น.อ.ธัชธรรม์ ณ สงขลา รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดนราธิวาส และ พ.ต.ท.อรรถพล สลับเพชร สว.สภ.ปะลุกาสาเมาะ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมแถลงข่าวการจับกุมเครือข่ายนักค้ายาเสพติดรายสำคัญได้ จำนวน ๑ เครือข่าย ผู้ต้องหา จำนวน ๕ คน, ของกลาง ยาไอซ์ น้ำหนักประมาณ ๕๐ กก., ยาบ้า จำนวน ๒,๐๐๐ เม็ด ตรวจยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับ การกระทำผิดมูลค่าประมาณ 1,200,000 บาท (อยู่ระหว่างการตรวจสอบเพิ่มเติม) 

ซึ่งเป็นไปตามนโยบายรัฐบาลให้มีการปราบปรามยาเสพติด อย่างจริงจังโดยให้ถือเป็นวาระแห่งชาติ ซึ่งในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ เป็นแหล่งแพร่ระบาด เป็นจุดพักยา และเป็นเส้นทางลำเลียงไปสู่ประเทศเพื่อนบ้าน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ระดมสรรพกำลังเพื่อขับเคลื่อนนโยบายในการ แก้ปัญหายาเสพติดอย่างจริงจังและต่อเนื่องตลอดมา ต่อมาได้มีการกำหนดแผนปฏิบัติการปิดล้อม ตรวจค้น จับกุม ทำลายโครงสร้างเครือข่าย กระบวนการผู้ค้ายาเสพติดและในห้วงตั้งแต่วันที่ ๒๐ - ๓๑ มี.ค. ๖๖ ที่ผ่านมา

โดยพล.ต.ต.อนุรุธ อิ่มอาบ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส ได้แถลงข่าวพอสรุปใจความว่าเมื่อวันที่ ๓๐ มี.ค.๖๖ ที่ผ่านมา ได้ร่วมกันทำการจับกุมผู้ต้องหา 5 ราย ได้แก่ 1.นายอาเฟนดี นิมะ บ้านเลขที่ ๑๒๙/๕ ม.๕ ต.ฆอเลาะ อ.แว้ง จ.นราธิวาส ๒. นายอิบรอเฮม การียา บ้านเลขที่๑๑๔/๒ ม.๑๐ ต.สากอ อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส ๓. นายอะหะหมัด ดอเลาะ บ้านเลขที่ ๒๐/๔ ม.๓ ต.ปะกาฮะรัง อ.เมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี ๔. นายอาซฮา อูเซ็ง บ้านเลขที่๑๐๓ ม.๑ ต.โละจูด อ. แว้ง จ.นราธิวาส ๕. นางสาวซีลาวาตี กือจิ บ้านเลขที่๑๗๔ ม.๑ ต. โละจูด อ.แว้ง จ.นราธิวาส พร้อมด้วยของกลาง ดังนี้ 1.ยาเสพติด(เมทแอมเฟตามีนหรือยาไอซ์) น้ำหนัก ประมาณ ๕๐ กิโลกรัม บรรจุอยู่ในลังกระดาษ และ กระเป๋ากระสอบลายสีรุ้ง  ๒. ยาเสพติด(เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) จำนวน ๑ มัด จำนวน  (๒,๐๐๐ เม็ด) บรรจุอยู่ในห่อกระดาษ สีขาว ๓. รถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นแคมรี่ สีขาว หมายเลขทะเบียน ๘กผ ๘๕๔๓ กรุงเทพมหานคร ๔. รถยนต์ ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นปาเจโร่ สีขาว หมายเลข ทะเบียน ขร ๓๕๗๒ สงขลา ๕. รถยนต์ ยี่ห้อฟอร์ด รุ่นฟอร์ดเรนเจอร์ สีขาวหมายเลขทะเบียน กจ ๙๘๘๓ นราธิวาส และ โทรศัพท์มือถือ จำนวน 6 เครื่อง เหตุเกิดริมถนนทางหลวงหน้าด่านกองร้อยทหาร พรานนาวิกโยธินที่ ๑๑ ม.๑ กาสาเมาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส

'ธนาธร’ ขอคะแนน 'โคราช-เพชรบูรณ์' ส่ง ‘ก้าวไกล’ เป็นรัฐบาล ยาหอม!! ทำงานคุ้มค่าภาษีประชาชนแบบตรงไปตรงมา

(1 เม.ย.66) ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า และผู้ช่วยหาเสียงพรรคก้าวไกล ลงพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาและจังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อช่วยหาเสียงให้ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. พรรคก้าวไกล 

โดยเมื่อวานนี้ (31 มีนาคม) ธนาธรเดินตลาดใหม่แม่กิมเฮง ร่วมกับ ฉัตร สุภัทรวณิชย์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. นครราชสีมา เขต 1 ระหว่างพูดคุยพบปะชาวโคราช มีประชาชนกลุ่มหนึ่งเข้ามาถามนโยบายของพรรคก้าวไกล ว่าจะตัดลดบำนาญข้าราชบำนาญหรือไม่ ซึ่งธนาธรตอบคำถามอย่างชัดเจนว่า ข้อมูลดังกล่าวเป็นข่าวปลอมหรือเฟกนิวส์ จากที่ตนติดตาม พรรคก้าวไกลได้ยืนยันอย่างหนักแน่นแล้วหลายครั้ง ว่าไม่มีและไม่เคยมีนโยบายลดเงินเดือนหรือบำนาญของข้าราชการ สิ่งที่พรรคก้าวไกลเสนอคือให้ลดงบประจำ ที่ไม่ใช่เงินเดือนของข้าราชการ เช่น การไปดูงานเมืองนอก โครงการอบรมสัมมนา โครงการที่ซ้ำซ้อน ดังนั้น ข้าราชการบำนาญทุกคนวางใจเรื่องนี้ได้

จากนั้นธนาธร เดินทางไปยังตลาดไนท์ขามทะเลสอ ช่วยหาเสียง พ.ต.ท.อัครพงษ์ วรรณพงษ์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.นครราชสีมา เขต 4 มีพี่น้องประชาชนและพ่อค้าแม่ขายให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น โดยธนาธรปราศรัยกลางตลาดว่า ขอแลกคะแนนเสียงพี่น้องประชาชนกับความสามารถในการทำงานของว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. พรรคก้าวไกล ตนในฐานะผู้ช่วยหาเสียง มั่นใจว่าพรรคก้าวไกลจะทำงานคุ้มค่ากับทุกคะแนนที่พี่น้องประชาชนมอบให้ จะทำงานอย่างตรงไปตรงมา และพร้อมแก้ไขปัญหาของประเทศที่ต้นตอ หากใครมีภาพประเทศไทยที่อยากเห็นเหมือนกับพรรคก้าวไกล ต้องขอแรงให้ช่วยกันเพิ่มคะแนนเสียงแห่งความเปลี่ยนแปลง ช่วยกันบอกพ่อแม่พี่น้อง เพื่อน คนข้างบ้าน อธิบายว่าพรรคก้าวไกลจะเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้ดีขึ้นอย่างไร

สำหรับรายชื่อว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.นครราชสีมา พรรคก้าวไกล ทั้ง 16 เขต ประกอบด้วย...
เขต 1 ฉัตร สุภัทรวณิชย์
เขต 2 ปิยชาติ รุจิพรวศิน
เขต 3 ศุทธสิทธิ์ พจน์ฐศักดิ์
เขต 4 พ.ต.ท.อัครพงษ์ วรรณพงษ์
เขต 5 เสนีย์ หาญศรี
เขต 6 สามารถ ธนกุลชัยสุข
เขต 7 อุดม เพชรอ่อน
เขต 8 กำพล แจ่มศรี
เขต 9 สมศักดิ์ บุญเสริฐ
เขต 10 วุฒิศักดิ์ พิมพ์พิสาร
เขต 11 ณฐพงศ์ สอบกิ่ง
เขต 12 ชรินทร์ ทำดี
เขต 13 ศุภวัฒน์ พันธ์นัทธีร์
เขต 14 ดร.สาธิต ปิติวรา
เขต 15 พัชริดา กีรตินพดล
เขต 16 กรฉัตรชัย นาสมใจ

ต่อมาในวันที่ 1 เมษายน 2566 ธนาธร เดินทางถึงจังหวัดเพชรบูรณ์ ร่วมปราศรัยช่วยหาเสียงให้ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ที่สวนสาธารณะเพชบุระ อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยมีพี่น้องประชาชนร่วมรับฟังอย่างอบอุ่น

นักการเมือง-นักธุรกิจ-ปชช. ร่วมพิธีรดน้ำศพ ‘เอ๋ ชนม์สวัสดิ์’ เผย ‘บิ๊กป้อม’ เป็นประธานสวดพระอภิธรรมคืนแรก

(1 เม.ย. 66) ครอบครัวอัศวเหม จัดพิธีรดน้ำศพ นายชนม์สวัสดิ์  อัศวเหม อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการและแกนนำกลุ่มสมุทรปราการก้าวหน้า ที่บ้านขาวริมอ่าวเจ้าพระยา ถนนท้ายบ้าน จังหวัดสมุทรปราการ โดยมีบุคคลสำคัญในวงการการเมือง เช่น นายสุนทร ปานแสงทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก อดีตส.ส.สมุทรปราการ พรรคพลังประชารัฐ นายเศรณี ชาญวีรกูล บุตรชายนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข แฟนหนุ่มของนางสาวชนม์ทิดา อัศวเหม หรือเพลง ลูกสาวของนายชนม์สวัสดิ์ และนักธุรกิจ เข้าร่วม โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า 

โดยพิธีรดน้ำศพในครั้งนี้ ทางครอบครัวอัศวเหม ได้จัดสถานที่แบ่งพื้นที่เป็น 2 ส่วน คือบริเวณภายในบ้านขาวริมอ่าวเจ้าพระยา ที่ตั้งร่างของนายชนม์สวัสดิ์ จะให้เฉพาะครอบครัว ญาติ คนใกล้ชิดและผู้ใหญ่วงการการเมือง และวงการธุรกิจเข้ารดน้ำศพ

‘ภูมิใจไทย’ ชู พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ หนุนการศึกษาตลอดชีวิต เล็งจัดตั้ง ‘ครูหมู่บ้าน’ 8 แสนคน ให้ความรู้-สอนทักษะแก่ชุมชน

‘ภูมิใจไทย’ ดัน พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ สำเร็จ หนุนจัดการศึกษาตลอดชีวิต-เพื่ออาชีพ-ตามอัธยาศัย เพิ่มบทบาทกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะผู้สนับสนุน เปิดทางองค์กรอื่นเป็นผู้จัดการศึกษาเอง เพื่อสร้างคนตามความต้องการ พร้อมตั้งธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) เพื่อเทียบโอน-พักเรียน เล็งจัดตั้ง ‘ครูหมู่บ้าน’ จำนวน 800,000 คนทั่วประเทศ เป็นอาสาสมัครให้ความรู้กับชุมชน

(1 เม.ย.66) ทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ ‘พรรคภูมิใจไทย’ ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอในหัวข้อ ‘พลิกโฉมการศึกษาไทย ด้วย พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้’ โดย ดร.กมล รอดคล้าย คณะทำงานยุทธศาสตร์ด้านการศึกษา พรรคภูมิใจไทย ได้กล่าวให้ข้อมูลเกี่ยวกับ พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ ไว้ว่า…

“โดยทั่วไปแล้ว การจัดการศึกษามีกรอบแนวทาง ซึ่งจะมีแผนการศึกษาแห่งชาติกำหนดทิศทางเนื้อหา สาระ และสิ่งที่เด็กจะต้องเรียนรู้ไว้ แต่มันจะต้องมีกฎหมายหลักอีกตัวหนึ่ง ซึ่งจะเป็นตัวขับเคลื่อนการจัดการศึกษา เรียกว่า ‘พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ’ แต่เนื่องจากว่า นับตั้งแต่นี้ต่อไป โลกของการเรียนรู้ได้ออกไปนอกห้องเรียนมากขึ้น ทุกคนสามารถเรียนผ่านระบบออนไลน์ได้ และยังมีวิธีการจัดการเรียนการสอนที่หลากหลาย อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต นับตั้งแต่เกิดจนกระทั่งถึงวันสุดท้ายของชีวิต เพราะฉะนั้น จึงมีพระราชบัญญัติอีกฉบับหนึ่งเกิดขึ้น เรียกว่า ‘พระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้’ ”

ดร.กมล ได้กล่าวต่อว่า “แม้ว่าพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ จะยังไม่ผ่านการพิจารณาจากรัฐสภา แต่พระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ ซึ่งพรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคหลักในการขับเคลื่อนเรื่องนี้ เราได้ขับเคลื่อน พ.ร.บ ฉบับนี้จนประสบผลสำเร็จ ซึ่งมีจุดเด่นอยู่ประมาณ 3-4 เรื่อง ที่แตกต่างไปจากเดิม เช่น

เรื่องที่ 1 รูปแบบการจัดการศึกษา ซึ่งเดิมทีใช้ระบบการจัดการศึกษาแบบตามคุณวุฒิ คือ เรียนประถมฯ มัธยมฯ ซึ่งการจัดการศึกษาตลอดชีวิต เราเรียกว่า ‘การศึกษาเพื่ออาชีพ’ สำหรับนำความรู้ไปใช้ประกอบอาชีพต่าง ๆ และการจัดการการศึกษาเพื่อส่งเสริมความรู้ตามอัธยาศัย ตามความสนใจ รูปแบบการจัดการศึกษาในอนาคต จึงเปลี่ยนไปจากเดิม และไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เราสามารถเรียนรู้ผ่านระบบออนไลน์ เข้าถึงการศึกษาหลักสูตรระยะสั้น รวมถึงสามารถที่จะไปเรียนต่อในต่างประเทศ ตามหลักสูตรของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ได้

ประการต่อไป คือ ผู้จัดการศึกษา ต้องไม่ใช่กระทรวงศึกษาธิการอย่างเดียว กระทรวงศึกษาธิการอาจทำหน้าที่ในการจัดการศึกษาตามคุณวุฒิ แต่เราสามารถสนับสนุนให้ผู้อื่นจัดการศึกษาเพิ่มเติมได้ เช่น โรงงาน บริษัทใหญ่ ๆ หรือภาคธุรกิจเอกชนที่ต้องการผู้ที่มีความชำนาญในอาชีพเฉพาะทาง เราสามารถที่จะให้งบในการซัพพอร์ตบางส่วน เพื่อให้หน่วงงานเหล่านั้นไปเป็นคนจัดการศึกษา และจากนั้น เด็กจึงนำวิชาที่เรียนมาเทียบโอนกับการศึกษาในระบบได้ โดยข้อมูลเหล่านี้จะถูกจัดเก็บไว้ในระบบที่เรียกว่า ‘ธนาคารหน่วยกิต’ หรือ ‘เครดิตแบงก์’ (Credit Bank) ซึ่งพรรคภูมิใจไทยเตรียมพร้อมที่จะจัดตั้ง ‘สถาบันพัฒนาระบบธนาคารหน่วยกิต’ ขึ้นในโอกาสต่อไป หากพรรคภูมิใจไทยได้เข้าไปเป็นรัฐบาล เราจะต้องพัฒนาส่งเสริมให้หน่วยงานมีพิพิธภัณฑ์ มีศูนย์วิทยาศาสตร์ มีศูนย์ศิลปวัฒนธรรม มีห้องสมุด ทั้งหมดนี้ เป็นกระบวนการที่เราจะจัดการศึกษาให้กับทุกคน และเป็นการศึกษาตลอดชีวิต สามารถที่จะหยุดพักการเรียนเพื่อไปทำงานแล้วเก็บหน่วยกิตไว้ในธนาคารหน่วยกิต เพื่อให้สามารถกลับมาเรียนในโอกาสต่อไปได้”

พม. โดย สค. จัดกิจกรรมสานพลังเครือข่ายร่วมขจัดการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ : Gender Fair 2023

เมื่อวานนี้ (31 มี.ค. 66) เวลา 17.00 น. ณ บริเวณลานด้านหน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (หอศิลปกรุงเทพฯ) คุณอนุกูล ปีดแก้ว ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานเปิดกิจกรรมสานพลังเครือข่ายร่วมขจัดการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ (Gender Fair 2023) 

พร้อมคุณจินตนา จันทร์บำรุง อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว ภายใต้แนวคิด ส่งเสริมนวัตกรรมเพื่อสร้างสังคมแห่งความเท่าเทียมระหว่างเพศ (Innovation for Gender Equality) และมอบประกาศเกียรติคุณแก่ 17 องค์กร ที่มีความมุ่งมั่นในการนำแนวคิดเรื่องความเท่าเทียมระหว่างเพศไปใช้ในการบริหารจัดการองค์กรและการประกอบกิจการ 

‘ตร.ไซเบอร์’ เตือนภัย มิจฉาชีพอ้างเป็น จนท.กองสลากฯ หลอกติดตั้งแอปฯ หวังดูดเงิน-ลวงข้อมูล แนะ ควรตรวจสอบให้ดี

(1 เม.ย.66) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ โฆษก บช.สอท. ขอประชาสัมพันธ์เตือนภัยประชาชน กรณีมิจฉาชีพอาจฉวยโอกาส แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล หลอกลวงประชาชนเอาทรัพย์สิน หรือเอาข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลทางการเงินไปแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ ดังนี้

ตามที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ได้ประกาศผ่าน https://www.glo.or.th ยกเลิกการให้บริการจ่ายเงินรางวัลเป็นเงินสด ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2566 เป็นต้นไป โดยผู้ที่ถูกรางวัลสามารถเลือกรับเงินรางวัลได้ จำนวน 3 วิธีการ ได้แก่ 1.โอนเข้าบัญชีธนาคารได้ทุกธนาคาร ยกเว้นวงเงินเกินกว่า 2,000,000 บาท ขึ้นไป โอนได้เฉพาะบัญชี ธนาคารออมสิน หรือ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เท่านั้น 2.รับเช็คธนาคารกรุงไทย สาขาสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยเช็คสั่งจ่ายชื่อผู้ขอรับเงินรางวัล 3.รับเงินรางวัลกับตัวแทน ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร และ ธนาคารกรุงไทยทุกสาขานั้น

มิจฉาชีพอาจฉวยโอกาสดังกล่าวแสวงหาวิธีการมาหลอกลวงเอาทรัพย์สิน หรือเอาข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลทางการเงินของประชาชน ไปใช้ประโยชน์โดยมิชอบ หรือนำไปกระทำผิดกฎหมาย โดยการแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลสร้างความน่าเชื่อ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างเว็บไซต์ปลอมให้มีลักษณะคล้ายคลึงกับเว็บไซต์จริง สร้างเพจเฟซบุ๊กปลอมคัดลอกเนื้อหามาจากเพจจริง หรือส่งลิงก์แนบมากับข้อความสั้น (SMS) หรือโทรศัพท์ไปยังประชาชน ให้เพิ่มเพื่อนแอดไลน์ หลอกลวงให้ติดตั้งแอพพลิเคชั่นปลอมซึ่งฝังมัลแวร์และดักรับข้อมูลต่างๆ เป็นต้น

โฆษก บช.สอท. กล่าวเพิ่มเติมว่า การหลอกลวงในรูปแบบดังกล่าว อาชญากรไซเบอร์จะฉวยโอกาสเปลี่ยนแปลงชื่อหน่วยงาน ปรับเปลี่ยนเนื้อเรื่องที่หลอกลวงไปเรื่อยๆ ให้สอดคล้องกับกิจกรรม หรือสถานการณ์ในช่วงนั้นๆ แต่ยังคงใช้แผนประทุษกรรมในรูปแบบเดิม คือ การหลอกลวงให้เหยื่อติดตั้งแอพพลิเคชั่นปลอม หลอกลวงให้กรอกข้อมูลส่วนตัว กรอกรหัสการทำธุรกรรมทางการเงิน เพราะฉะนั้นการเข้าถึงเว็บไซต์ หรือบริการต่างๆ บนสื่อสังคมออนไลน์ ควรตรวจสอบให้ดีเสียก่อน ไม่หลงเชื่อเพียงเพราะการแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยงาน แอบอ้างสัญลักษณ์ของหน่วยงานนั้นๆ หรือมีชื่อเว็บไซต์ที่คิดว่าจะเป็นเว็บไซต์จริง และพึงระมัดระวังการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลทางการเงิน ซึ่งมิจฉาชีพจะฉวยโอกาสไปแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ

​จึงขอฝากประชาสัมพันธ์ถึงวิธีการหลีกเลี่ยงการถูกมิจฉาชีพหลอกลวง ดังนี้

1.) ผู้ถูกรางวัลสามารถเลือกรับเงินรางวัลได้ตามประกาศของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลดังกล่าวเท่านั้น หากมีการแอบอ้างวิธีอื่นสันนิษฐานว่าคือมิจฉาชีพแน่นอน
2.) การพิมพ์ชื่อหน่วยงานใดๆ เพื่อค้นหาเว็บไซต์ ไม่ได้มีความปลอดภัยเสมอไป ควรเพิ่มความระมัดระวังในการสังเกตชื่อเว็บไซต์ หรือสังเกต URL อย่างละเอียด และไม่หลงเชื่อเว็บไซต์ที่มีการยิงโฆษณาของมิจฉาชีพ
3.) เว็บไซต์ปลอมมีองค์ประกอบของเว็บไซต์น้อยกว่าเว็บไซต์จริง มิจฉาชีพหวังเพียงให้เหยื่อคลิกปุ่ม หรือ Pop-up ติดตั้งแอพพลิเคชั่นปลอมเท่านั้น
4.) เว็บไซต์ปลอมจะไม่สามารถเข้าคลิกเข้าไปสู่ฟังก์ชั่น หรือคลิกเข้าไปสู่หน้าอื่นๆ ของเว็บไซต์ได้

เปิดงาน 'มหกรรมเล่าขานตำนานเมืองระยอง' เฉลิมพระเกียรติ 68 พรรษา สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในงานวันอนุรักษ์มรดกไทย ประจำปี 2566

เมื่อวันที่ (31 มี.ค.66) ผู้สื่อข่ารายงานว่า จังหวัดระยอง โดยสำนักงานวัฒนาธรรมจังหวัดระยอง ได้จัดงานมหกรรมเล่าขานตำนานเมืองระยอง เฉลิมพระเกียรติ 68 พรรษา สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในงานวันอนุรักษ์มรดกไทย ประจำปี 2566 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 31 มี.ค.-2 เม.ย.66 นี้ ก่อนมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ มีกิจกรรมขบวนแห่ของดีบ้านฉัน 8 อำเภอ เริ่มตั้งแต่บริเวณวัดป่าประดู่ มาตามถนนสุขุมวิท เลี้ยวเข้าถนนตากสินมหาราช เข้าสู่ถนนยมจินดา บริเวณเวทีกลางถนนยมจินดา อ.เมือง จ.ระยอง พร้อมมีการแสดงแสงสีเสียงเล่าขานตำนานเมืองระยอง ชมวิถีชีวิต และความเป็นอยู่ของชาวระยองในอดีต ชมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ

โดยมีนายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผวจ.ระยอง เป็นประธานเปิดงานอย่างยิ่งใหญ่ พร้อมกับมีการแสดงศิลปวัฒนธรรม การสาธิตอาหารพื้นบ้าน และผลิตภัณฑ์ชุมชน 8 อำเภอ การจำหน่ายอาหารคาวหวานพื้นถิ่น การประกวดร้องเพลงลูกทุ่ง ลูกกรุง และการแสดงมินิคอนเสิร์ตของนักร้องชื่อดัง 

เตรียมเลือกตั้งสจ.-จังหวัดร้อยเอ็ดส่งมอบหีบบัตรเลือกตั้งและวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการเลือกตั้ง สำหรับการเลือกตั้งสมาชิกสภา อบจ.ร้อยเอ็ด (แทนตำแหน่งที่ว่าง)

(1 เม.ย. 66) เวลา 08.30 น. นายสนอง ดลประสิทธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด พร้อมด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์การบริหารส่วนจังหวัด องค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ด ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม สังเกตการณ์การดำเนินการส่งมอบหีบบัตรเลือกตั้ง และวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการเลือกตั้ง ให้กับคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) เขตเลือกตั้งที่ 2 อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งมีจำนวน 87 หน่วยเลือกตั้ง ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน 30,272 คน เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเลือกตั้งสมาชิกสภา อบจ.ร้อยเอ็ด (แทนตำแหน่งที่ว่าง) เขตเลือกตั้งที่ 2 อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด ในวันอาทิตย์ที่ 2 เมษายน 2566

ไอเดียเก๋!! ผู้การฯพังงาใช้ mv รณรงค์ประชาสัมพันธ์สงกรานต์ 66 'เมาไม่ขับตำรวจรับกลับบ้าน' เพื่อลดการสูญเสียจากอุบัติเหตุ

(1 เม.ย.66) ผู้สื่อข่าวจังหวัดพังงารายงานว่า พล.ต.ต.ณฐกรญ์ กาญจนาภรณ์ ผบก.ภ.จว.พังงา ได้จัดทำโครงการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ในเดือนเมษายน66 โดยเฉพาะช่วงเทศกาลสงกรานต์  (11-17 เม.ย.66 ) เพื่อลดอุบัติเหตุและป้องกันการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน

ตำรวจภูธรจังหวัดพังงาจึงได้จัดทำ mv โดยมีเนื้อหาของโครงการ 'สงกรานต์เมาไม่ขับตำรวจรับกลับบ้าน'

สงกรานต์ปีนี้ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนรณรงค์เมาไม่ขับกลับบ้านปลอดภัย ทุกครั้งก่อนออกเดินทางต้องเตรียมรถ เตรียมคน และตรวจสอบเส้นทางทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัยสำหรับตัวท่านและเพื่อนร่วมทาง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top