Tuesday, 14 July 2026
Hard News Team

ผู้บริหารร้านดังโดดป้องพนักงาน หลังถูกลูกค้าด่าหยาบ เหตุแจ้งปรับบุฟเฟต์ที่กินเหลือ แต่กลับมาบูลลี่อย่างน่ารังเกียจ

(2 เม.ย. 66) เพจ 'โอชิเน ขอนแก่น - Oshinei Khonkaen' ซึ่งเป็นเพจร้านอาหารญี่ปุ่น ได้โพสต์เรื่องราวของลูกค้ากลุ่มหนึ่ง ที่เข้ามาใช้บริการบุฟเฟต์ที่ร้าน ซึ่งลูกค้ากลุ่มนี้ทานเหลือเยอะจนร้านต้องปรับ แต่กลับมาต่อว่าเชิงดูถูกเหยียดหยามพนักงาน ทำให้ทางผู้บริหารของร้านไม่พอใจ ได้ออกมาประณามพฤติกรรมดังกล่าว ว่า...

เมื่อวาน มีลูกค้ากลุ่มหนึ่ง มาทานอาหารที่ร้านของเรา เวลาประมาณ 20.00-22.00 น. โดยได้ทานโปรโมชั่น 550++ โดยได้ทานอาหารกลุ่มชาบูเหลือในปริมาณมาก

ซึ่งหากทานเหลือ กติกาที่เราแจ้งทุกครั้งก่อนทางคือ มีค่าปรับ 150 บาท/ขีด โดยสามารถห่อกลับได้(เราห่อกลับให้เหมือนใหม่) รวมถึงมีการติดประกาศที่บอร์ดประชาสัมพันธ์ทางเข้าร้านด้วย .. ซึ่งการมีกติกาค่าปรับดังกล่าว เป็นกติกามาตรฐานของร้านอาหารบุฟเฟต์ทุกร้านทั้งในไทยและต่างประเทศ 

ลูกค้ากลุ่มดังกล่าว ทานเหลือปริมาณ 870 กรัม ซึ่งทางร้านได้ลดหย่อนให้โดยปรับเพียง 800 กรัม หรือ 8 ขีดถ้วน ซึ่งทางพนักงานของเราได้เสนอทางเลือกว่า จะจ่ายค่าปรับ หรือ จะรับประทานต่อจนหมด ลูกค้าซึ่งอยู่ที่โต๊ะได้แจ้งว่าให้ปรับเงินได้เลย 

แต่หลังจากนั้น ปรากฎมีลูกค้าหญิงรายหนึ่งซึ่งกลับไปก่อนเกิดความไม่พอใจ (บอกว่า ตนเป็นคนจ่ายเงิน) ได้ต่อว่าพนักงานทางโทรศัพท์ แล้วกลับเข้ามาต่อว่าพนักงานและร้านของเราด้วยคำที่หยาบคาย รุนแรง อาทิ เช่น...

- ไม่มีการศึกษา 
- เป็นแค่ลูกน้องรับจ้างกินเงินเดือน มีสิทธิ์อะไรมาปรับ
- อาหารเกรดตลาดนัด ทำไมคนมากินกันเยอะ ทำไมไม่เจ๊งไป
(ด่าประโยคเดิมซ้ำ วนๆ และมีคำหยาบอื่นอีก) 

หลังจากต่อว่าพนักงานของเรา ก็ได้รับประทานอาหารดังกล่าว (ซึ่งเราแพ็กไว้ให้แล้ว) ต่อที่โต๊ะจนหมด ทางร้านก็ได้ดำเนินการยกเลิกบิล (ตามรูป) และออกบิลใหม่โดยไม่คิดค่าปรับ

ทางผู้บริหาร บริษัท โอชิเน ขอนแก่น จำกัด ขอเรียนให้ลูกค้ากลุ่มดังกล่าวได้ทราบว่า พฤติกรรมที่ท่านได้ปฏิบัติต่อพนักงานของเรา เป็นพฤติกรรมที่ผิดวิสัยของสุภาพชนอันมีอารยธรรม กล่าวคือ การดูถูกดูแคลนเหยียดหยาม (บูลลี่) ต่อ เพศ ชนชั้น การศึกษา ระดับฐานะ อายุ อาชีพต่อบุคคลหรือบริษัท เป็นความผิดต่อกฎหมาย และเป็นเรื่องน่ารังเกียจในสังคมที่พัฒนาแล้ว ซึ่งทางเรามีคลิปเหตุการณ์ รูปถ่าย คลิปจากกล้องวงจรปิด ประจักษ์พยานทั้งพนักงานและลูกค้ารายอื่นที่อยู่ในเหตุการณ์เป็นเครื่องยืนยัน 

อนึ่ง พนักงานที่ท่านต่อว่านั้นเป็นคนภูมิลำเนาขอนแก่น จบการศึกษาระดับปริญญาตรีสถาบันใน จ.ขอนแก่น ทำงานกับโอชิเน ขอนแก่นมาตั้งแต่เปิดร้าน (ประมาณ 5 ปี) เป็นพนักงานมีความรู้ความสามารถ ซื่อสัตย์ มีประสบการณ์ ได้รับเงินเดือนในระดับสูง สวัสดิการครบถ้วน รวมถึงโบนัสเกรด A ทุกปี ..  จึงไม่ใช่เพียงพนักงานรับเงินเดือน ตามที่ท่านกล่าว

‘ชัยวุฒิ’ เตือน ป่วนเวทีหาเสียงผิด กม.เลือกตั้ง วอนเคารพกติกา ชี้ ไม่ใช่เวลาคุยเรื่องขัดแย้ง

‘ชัยวุฒิ’ เตือน ป่วนเวทีหาเสียงผิดกฎหมายเลือกตั้ง ขอร้องเวทีใครเวทีมัน ชี้ ไม่ใช่เวลาคุยเรื่องขัดแย้ง บอก เตรียมเพิ่มการ์ดผู้หญิง 

(2 เม.ย. 66) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณี ‘ตะวัน’ ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ และ ‘แบม’ อรวรรณ ภู่พงษ์ นักกิจกรรมอิสระ พร้อมพวกที่มาทำกิจกรรม เวทีปราศรัยย่อยพลังประชารัฐ ที่สวนสาธารณะใต้สะพานพระราม 8 เมื่อวันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา ว่า มีน้อง ๆ บางกลุ่มเข้ามาแจกใบปลิว และจะเข้ามาป่วนเวทีพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งทำไม่ได้ เพราะนี่เป็นเวทีหาเสียงของพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเราขออนุญาตคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ตามกฎหมาย ที่เป็นกระบวนการตามประชาธิปไตย ซึ่งไม่ควรมาร่วมเวที และเท่าที่ตนทราบก็สุ่มเสี่ยงที่จะผิดกฎหมาย อย่าไปทำเลย ประชาธิปไตยก็ต่างคนต่างหาเสียง เวทีใครเวทีมัน

ผู้สื่อข่าวถามว่า เกรงว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้กับเวทีอื่นอีกหรือไม่ นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ก็น่าเป็นห่วง ถ้าสมมุติว่าฝ่ายนี้มาโจมตีเวทีพรรคนี้ เดี๋ยวฝั่งนี้ไปโจมตีเวทีพรรคอื่นบ้างก็ไม่จบ ประชาธิปไตยก็เดินหน้าไม่ได้ เราถึงบอกว่า อยากให้ทุกคนก้าวข้ามความขัดแย้ง เราหาเสียงกันตรงไปตรงมา ไม่มีใครเอาเปรียบกันหรอก ทำตามกฎหมายตรงๆ ทุกคน ก็อย่ามาป่วนกัน ทำแบบนี้ถือว่าเขาเอาเปรียบเรา เพราะเขามาป่วนเวทีเรา ถ้าฝั่งเราแค้นเคืองไปเอาคืนก็วุ่นวายไปอีก ขอว่าอย่าไปทำเลย เวทีใครเวทีมัน ถ้าเขาอยากแสดงออกในเรื่องที่เขาข้องใจ เขาก็ไปจัดเวทีของเขา ซึ่งก็จัดกันตลอดอยู่แล้ว เห็นออกสื่อตลอด มีโซเชียลมีเดียก็ไปทำของตัวเอง ไม่ต้องมายุ่งกับเราหรอก แต่เลือกตั้งเสร็จแล้วค่อยมาคุยกัน ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาคุยกันเรื่องความขัดแย้งของเขามันไม่เหมาะ

มูลนิธิออทิสติกไทย จัดงาน 'วันรณรงค์ตระหนักรู้ออทิสติกโลก' ประจำปี 2566

(2 เม.ย. 66) ณ มูลนิธิออทิสติกไทย แขวงบางพรม เขตตลิ่งชัน กทม. 'นายชูศักดิ์ จันทยานนท์' ประธานมูลนิธิออทิสติกส์ไทย และนายกสมาคมผู้ปกครองบุคคลออทิซึม (ไทย)กล่าวรายงานการดำเนินงานของมูลนิธิฯ และสมาคมฯ โดยได้รับเกียรติจาก 'นายอนุกูล ปิ่นแก้ว' ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานกล่าวเปิดงาน พร้อมทั้งอ่านสาสน์ 'วันรณรงค์ตระหนักรู้ออทิสติกโลก' ประจำปี 2566 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 16 หรือ '16th World Autism Awareness Day 2023' ซึ่งเป็นการร่วมกิจกรรมพร้อมกับเครือข่ายออทิสติกทั่วโลก

ภายในงานมีการแสดงศักยภาพของบุคคลอทิสติก และบูธนิทรรศการผลงานชมรมผู้ปกครองบุคคลออทิสติกไทยทั่วประเทศ กิจกรรมเสวนาแลกเปลี่ยนความรู้เรื่อง 'สถานการณ์และทิศทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตบุคคลออทิสติก'

‘เพื่อไทย’ ชู การเรียนรู้ตลอดชีวิตผ่าน ‘Learn to Earn’ หนุนเด็กไทยมีความรู้ มีรายได้ เข้าถึงการศึกษาได้ทุกช่วงวัย

(2 เม.ย. 66) เฟซบุ๊กแฟนเพจหลักของ ‘พรรคเพื่อไทย’ ได้ออกมาโพสต์ข้อความ โดยมีเนื้อหาระบุว่า…

“ทุกคนสามารถเข้าถึงการศึกษาได้ทุกช่วงวัย หางานทำสร้างรายได้ทุกช่วงชีวิต พรรคเพื่อไทยส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านขั้นตอน Learn to Earn เรียนรู้มีรายได้ เรียนรู้ง่ายตลอดชีวิต”

ณหทัย ทิวไผ่งาม กรรมการบริหารพรรค และผู้ดูแลนโยบายการศึกษา พรรคเพื่อไทย ร่วมตอบคำถามสดในรายการตอบโจทย์ ศึกประชันวิสัยทัศน์นโยบายด้านการศึกษา สถานีโทรทัศน์ Thai PBS โดยได้กล่าวโดยรวมถึงระบบการศึกษาในปัจจุบันว่าจะต้องเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษาให้รองรับต่อความเปลี่ยนแปลง ความแตกต่างหลากหลาย และตอบโจทย์ความต้องการของผู้เรียนแต่ละช่วงวัย แต่ละช่วงชั้นที่แตกต่างกัน โดยส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต ต้องเป็นการศึกษาที่กินได้ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเสมอภาคด้านการศึกษา

ณหทัย ทิวไผ่งาม กล่าวว่า ด้วยเพราะสังคมทุกวันนี้เปลี่ยนแปลงไปรวดเร็ว การส่งเสริมการเรียนรู้ เด็กเข้าโรงเรียนผ่านไป 4 ปี กลับออกมาปรากฏว่าสิ่งที่เรียนไปล้าสมัยแล้ว เราจึงต้องส่งเสริมให้ทุกคนไม่ใช่แค่เด็กนักเรียน “ส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านขั้นตอน Learn to Earn” หมายถึงว่า ต้องเรียนด้วยและนำความรู้มาสร้างรายได้ด้วย และสามารถเรียนรู้ตลอดชีวิตได้ เข้าถึงความรู้ได้ทุกช่วงวัย เพื่อพัฒนาศักยภาพของตนเองตลอดเวลา แม้แต่ในวัยทำงานแล้วหากต้องการเพิ่มความรู้ก็จะมีสถาบันการศึกษา สถาบันวิชาชีพที่จะเสริมสร้างทักษะความรู้เฉพาะทางให้ศึกษาได้ และยิ่งทุกวันนี้เทคโนโลยีเจริญขึ้น สามารถเรียนได้โดยไม่ต้องไปมหาวิทยาลัยแต่เรียนผ่านคอร์สออนไลน์ ซึ่งปัจจุบันนี้มีหลายหมื่นหลักสูตรของแทบทุกสถาบันที่รองรับ ตรงนี้จะทำอย่างไรให้เป็นประโยชน์แก่การเรียนรู้ตลอดชีวิต

ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมา เราเห็นความเหลื่อมล้ำได้ชัดเจนเพราะเด็กนักเรียนต้องเรียนออนไลน์ เด็กที่พ่อแม่มีกำลังทรัพย์ ก็พอมีเงินซื้อโน๊ตบุ๊ก มือถือ เพื่อใช้เรียนออนไลน์ได้ แต่สำหรับเด็กยากจนก็ไม่สามารถเข้าถึงการศึกษาได้ เราจะลดความเหลื่อมล้ำให้ทุกคนเข้าถึงการศึกษาได้อย่างไร สมัยรัฐบาลนายกรัฐมนตรีนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เราเคยมีโครงการ One Tablet per Child ซึ่งตอนนั้นน่าเสียดายที่เราทำยังไม่สำเร็จดี ก็ถูกยกเลิกไป ทั้งที่ต่อมาจะเห็นว่า เมื่อเกิดสถานการณ์โควิด-19 ระบาด Tablet ที่เราเคยแจกไปได้นำกลับมาใช้ประโยชน์ รวมถึงทั้งปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กที่ขาดครู Tablet นี้ก็จะช่วยให้เด็กนักเรียนในโรงเรียนขนาดเล็กที่ขาดแคลนครู สามารถเข้าถึงความรู้ เชื่อมการเรียนการสอนและหลักสูตรกับโรงเรียนหรือสถานศึกษาอื่นในเมืองได้โดยไม่ขาดโอกาสอีกต่อไป ดังนั้น พรรคเพื่อไทย จะนำโครงการนี้กลับมา ไม่ใช่ให้ Tablet แค่เด็กนักเรียน แต่จะต้องให้คุณครูได้ด้วยเพื่อใช้สอนเด็ก พร้อมกับสัญญาณอินเทอร์เนตฟรี เพื่อให้ทั้งเด็กนักเรียนและครูได้ใช้ประโยชน์สูงสุดจากสื่อการเรียนการสอนชิ้นนี้

‘พงษ์ภาณุ’ แนะรัฐ เร่งปฏิรูปโครงสร้างระบบภาษี มุ่งเพิ่มสัดส่วนรายได้ นำเงินพัฒนาประเทศระยะยาว

นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยเศรษฐศาสตร์ฮิโรชิมะ ประเทศญี่ปุ่น อดีตปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และอดีตรองปลัดกระทรวงการคลัง ได้ให้มุมมองถึงกรณีธนาคารแห่งประเทศไทย ประกาศขึ้นดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% ผ่านรายการ ‘NAVY TIME เรื่องดี ๆ ประเทศไทยยามเช้า’ ออกอากาศช่วงเช้า เวลา 07.00- 08.00 น. ทางสถานีวิทยุเสียงจากทหารเรือวังนันทอุทยาน (ส.ทร.วังนันทอุทยาน) FM93 เมื่อวันที่ 2 เม.ย. 66 ว่า การปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย ครั้งล่าสุด อีก 0.25% เพิ่มจาก 1.50% เป็น 1.75% นั้น เป็นไปในทิศทางเดียวกันกับในต่างประเทศ เพื่อสู้กับภาวะเงินเฟ้อ ซึ่งธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ เฟด ก็ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเช่นกัน แม้ว่า ธนาคารพาณิชย์หลายแห่งของสหรัฐฯ กำลังเผชิญกับวิกฤตแบงก์ล้มอยู่ก็ตาม นั่นเพราะปัญหาเงินเฟ้อในสหรัฐฯยังเป็นปัญหาใหญ่อยู่นั่นเอง

แน่นอนว่า การขึ้นดอกเบี้ยในแต่ละครั้ง ย่อมส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง โดยเฉพาะคนที่อยู่ในฐานะลูกหนี้ ที่จะมีต้นทุนทางการเงินเพิ่มมากขึ้น ในขณะเดียวกันความสามารถในการขอสินเชื่อของประชาชนก็จะลดลงด้วย ยกตัวอย่าง การกู้ซื้อบ้านกับธนาคาร เมื่อดอกเบี้ยเพิ่มสูงขึ้น ธนาคารก็อาจจะพิจารณาให้เงินกู้ในสัดส่วนที่ลดลง จากเดิมกู้ได้ 2 ล้านบาท อาจจะเลือกเพียง 1.5 ล้านบาท เพราะต้นทุนดอกเบี้ยเพิ่ม แต่เงินเดือนหรือรายได้ของผู้ยื่นกู้อยู่เท่าเดิม เป็นต้น

‘บิ๊กป้อม’ เตรียมเดินทางให้กำลังใจผู้สมัคร กทม.‘พปชร.’ พร้อมนําทัพผู้สมัคร ไหว้ ‘ศาลหลักเมือง’ ก่อนลงพื้นที่

(2 เม.ย. 66) นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมในการยื่นใบสมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขต และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในวันที่ 3-4 เมษายนนี้ ว่าในวันที่ 3 เม.ย.เวลา 08.00 น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรค พปชร. จะเดินทางไปให้กำลังใจผู้สมัคร ส.ส.กทม.ของพรรค พปชร. ส่วนวันที่ 4 เม.ย.  เวลา 08.00 น. พล.อ.ประวิตร จะนําคณะเพื่อไปยื่นเอกสารสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ซึ่งพรรคเป็นผู้เสนอชื่อ

ผู้สื่อข่าวถามถึง กรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง มีเฉพาะหมายเลข (เบอร์) ผู้สมัคร หรือที่เรียกว่า ‘บัตรโหล’ นายไพบูลย์ กล่าวว่า กกต.คงพิจารณารอบคอบแล้ว การออกบัตรเลือกตั้งไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์หรือโทษแก่พรรคใดพรรคหนึ่ง เป็นการบังคับใช้กับทุกพรรค ส่วนตัวมองว่า เมื่อ กกต.มีอำนาจหน้าที่ ไม่ว่าเขาจะดำเนินการอย่างไร เราก็ปฏิบัติตามนั้น

แก้ที่ต้นตอ!! รัฐบาล เชื่อมโยงฐานข้อมูลเกษตรกร หวังแก้ไขปัญหาหนี้สินตรงจุดแบบพุ่งเป้า

เมื่อวันที่ 2 เม.ย.66 นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องผนึกกำลังขับเคลื่อนการพัฒนาและบูรณาการการเชื่อมโยงฐานข้อมูลอย่างเป็นระบบ เพื่อนำไปสู่การผลักดันแนวทางในการแก้ไขปัญหาหนี้สินของเกษตรกรแบบพุ่งเป้า ตรงจุดและยั่งยืน ตามนโยบายรัฐบาลและพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่ให้ความสำคัญกับประชาชนภาคเกษตรกรและเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการพัฒนาและขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่อนาคตตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ร่วมกัน 

ล่าสุดเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2566 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ 14 หน่วยงาน ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการพัฒนาฐานข้อมูลเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรไทย ซึ่งการลงนามในบันทึกข้อตกลงดังกล่าว เพื่อร่วมกันพัฒนาฐานข้อมูลที่สามารถสะท้อนสถานะหนี้และศักยภาพทางเศรษฐกิจของครัวเรือนเกษตรกร ผ่านการเชื่อมโยงฐานข้อมูลที่สำคัญของประเทศ ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการศึกษา และสร้างความเข้าใจถึงสาเหตุและต้นตอของปัญหาหนี้ของครัวเรือนเกษตรกรกลุ่มต่าง ๆ อีกทั้งยังเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญให้ผู้กำหนดนโยบายและสถาบันการเงินสามารถนำไปใช้ในการออกแบบ และผลักดันแนวทางแก้ไขปัญหาหนี้สินให้กับเกษตรกรได้อย่างตรงจุดและยั่งยืนยิ่งขึ้น

'อนุทิน พิพัฒน์ นาที' ร่วม 'พิธีมุทิตาสักการะ' เจ้าพระคุณสมเด็จมหาวชิรมังคลาจารย์ จ.ตรัง

ที่สำนักสงฆ์พรหมประทาน ต.ในควน อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (รักษาการ) นายพิพัฒน์  รัชกิจประการ  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเดิน ( รักษาการ ) ดร.นาที  รัชกิจประการ แม่ทัพภาคใต้พรรคภูมิใจไทย และคณะ ลงพื้นที่ เพื่อร่วมกิจกรรมวันกตัญญูผู้สูงวัยด้วยคุณธรรม ด้วยการร่วมพิธีถวายมุทิตาสักการะ เจ้าพระคุณสมเด็จมหาวชิรมังคลาจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนใต้ เจ้าอาวาสวัดกะพังสุรินทร์(พระอารามหลวง) ถวายโฉนดที่ดินและเสนาสนะ เพื่อสร้างวัดในพระพุทธศาสนาต่อไป และร่วมเดินพบปะกับประชาชนที่เดินทางมาต้อนรับและร่วมพิธีจำนวนมากได้รับการต้อนรับที่อบอุ่น 

นายอนุทิน กล่าวว่า ที่มั่นของพรรคภูมิใจไทยคือทั่วประเทศ พรรคของเราเป็นของคนไทยทุกคน ซึ่งเรามีหน้าที่ต้องทำงานรับใช้พี่น้องประชาชน เรามี ส.ส.ทุกภาคของประเทศไทย ภาคเหนือ กลาง อีสาน ใต้ เราทำงานมา 4 ปี แล้ว มีผลงานอย่างชัดเจน เป็นพรรคที่ส่งมอบนโยบายที่เราได้สัญญากับประชาชนเมื่อปี 2562 ทำได้แทบจะครบทุกนโยบาย หวังว่าผลงานของพรรคภูมิใจไทยก็จะทำให้พี่น้องประชาชนทั่วประเทศเชื่อมั่นให้พรรคภูมิใจไทยเข้ามาทำงานรับใช้พี่น้องประชาชนอีกครั้งหนึ่งภายหลังจากการเลือกตั้งภายในวันอาทิตย์ที่ 14 พฤษภาคม 2566 ที่จะถึงนี้ ซึ่งทางพรรคภูมิใจไทยจะส่งผู้สมัครให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งตอนนี้ยังขาดอยู่ประมาณ 7 เขต แต่ไม่มีปัญหาอะไร ในส่วนที่เป็นพื้นที่เป้าหมายส่งผู้สมัครครบแล้วทุกคนผ่านไพรมารีโหวตผ่านตามขั้นตอนของรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งทุกประการ

นายอนุทิน กล่าวว่า สิ่งที่เราทำไว้ช่วงที่ผ่านมา ทำสะพานเชื่อมเกาะลันตา ทำสะพานที่เชื่อม จ.พัทลุง ผ่านไปยัง จ.สงขลา ได้ด้วยการร่นระยะเวลาการเดินทางกว่า 70 กม. และยังมีโครงการอื่น ๆ อีกมากมาย โครงการคมนาคมขนส่ง ขยายสนามบินในหลายๆจังหวัดในภาคใต้ สิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้ประเทศไทยของเรากลับมาผงาดศูนย์กลางเศรษฐกิจของภูมิภาคนี้ หมายถึงอาเซียนและเอเชียด้วย จะทำให้เกิดสภาพทางเศรษฐกิจพื้นที่ทางเศรษฐกิจขยายตัวในพื้นที่ทางภาคใต้ ทำให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว ทำให้เป็นแหล่งดูแลสุขภาพ “เมดิคัล ฮับ ออฟ เดอะ เวิลด์” ที่จะอยู่ในจังหวัดภาคใต้ ตรงนี้จะทำให้ประเทศไทยเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ การสร้างรายได้ของประชาชนทั้งสังคมที่จะทำให้ประชาชนมีความสงบสุข มีการมีงาน มีโอกาส มีฐานะที่ดี

‘ชัยวุฒิ’ ชี้ ระบบเลือกตั้งผู้ว่าฯ ทุกจังหวัด ทำคนไทยแตกแยก ชู ‘พปชร.’ เดินหน้าก้าวข้ามความขัดแย้ง ยัน!! ม.112 แก้ไม่ได้

เมื่อวันที่ 1 เม.ย. 66 ที่บริเวณสวนสาธารณะใต้สะพานพระราม 8 พรรคพลังประชารัฐ ที่เปิดเวทีปราศรัยย่อยโซนธนบุรีเหนือ ‘พลังใหม่ พลังกรุงเทพ พลังประชารัฐ’ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวปราศรัยเรื่อง การก้าวข้ามความขัดแย้ง โดยได้กล่าวถึงประเด็นการแบ่งแยกเลือกตั้งผู้ว่าในแต่ละจังหวัด ว่า…

“การแบ่งแยกเลือกตั้งผู้ว่าทุกจังหวัด ทำให้เกิดความไม่เป็นหนึ่งเดียวกัน จังหวัดนี้ของพรรคนี้ เสื้อสีนี้ จังหวัดนี้ของบ้านใหญ่พรรคนี้ เข้าใจคำว่า ‘บ้านใหญ่’ ใช่ไหมครับ แล้วจะทำงานร่วมกันได้อย่างไร แบบนี้ก็ทะเลาะกันทั้งจังหวัด แล้วจะไปปกครองบริหารราชการแผ่นดินได้อย่างไร ประเทศไทยก็แตกออกเป็นจังหวัด ๆ ราชอาณาจักรไทยก็ไม่เป็นหนึ่งเดียวกัน เราจะยอมให้ประเทศเป็นแบบนั้นไม่ได้ และพรรคพลังประชารัฐ ขอยืนยันกับทุกคน ว่าเราจะต้องก้าวข้ามความขัดแย้ง ดูแลประเทศไทยให้ดีที่สุด เพื่อให้คนไทยอยู่ดีกินดี เราต้องรักษาสถาบันหลักของชาติ คือ ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ต้องคงอยู่อย่างมั่นคงสืบต่อไป”

นอกจากนี้ นายชัยวุฒิ ยังพูดถึงกรณีมาตรา 112 อีกว่า ตนไปฟังมาหลายเวทีแล้วบอก 112 เป็นคดีการเมือง มันเป็นการเมืองตรงไหน มันเป็นคดีอาญา สมัยก่อนก็ไม่เคยมี มามียุคนี้นี่แหละ เพราะมีคนไปยุยงปลุกปั่น เอาเรื่องนี้มาเป็นเรื่องการเมือง ก็เลยวุ่นวายทั้งที่ความจริงไม่มีปัญหา

“ผมขอบอกเลยมาตรา 112 แก้ไม่ได้ เพราะรัฐธรรมนูญ โดยศาลรัฐธรรมนูญตัดสินแล้ว การแก้หรือยกเลิกมาตรา 112  ทำไม่ได้แน่นอน เพราะถือว่าเป็นการล้มล้างการปกครองในระบบประชาธิปไตย โดยมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” นายชัยวุฒิ กล่าว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top